📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ขึ้นเลนด่วน First Jobber! หนี “บั๊กการเงิน” ก่อนจะสาย | NeoWealth Club EP.11

Crypto by efinanceThai43:17

Transcription

คุณเคยรู้สึกไหมคะว่ายิ่งอ่านยิ่งเข้า [เพลง]ใจ แต่ทำไมชีวิตจริงไม่เปลี่ยน? ดังนั้น วันนี้ถ้าใครที่กำลังมองหาลู่ทางในการพัฒนาตัวเอง ลู่ทางในการประกอบอาชีพ แขกรับเชิญของเราในวันนี้คือคนที่ลองมาแล้วในทุกทาง ลองมาแล้วเป็น 10 อาชีพ วันนี้ชวนทุกคนพูดคุยกับดีเจต้า มหาประไพ จากไชิ >> [เพลง] [เพลง] >> สวัสดีค่ะ ว้าว วันนี้ [เสียงหัวเราะ] ตื่นเต้นมาก คือต้องบอกว่าจริงๆ เ่อ EP ที่แล้ว อ่ะ ที่เราชวนเทนโด้มา เราคุยกันแบบสนุกสนานมาก แล้วก็เทนโด้เนี่ย เ้าเมชัถึงพี่ต้าเยอะมากนะคะ จนทำให้เราต้องบอกว่า เฮ้ย ไม่ได้แล้วแหละ เราต้องเชิญพี่ต้ามา

>> ไม่ใช่ในทางดีแล้วในทางอันนี้ก็คือ

>> ไม่ดีค่ะ [เสียงหัวเราะ] ไม่ใช่นะคะ เ้าแบบว่าชัถึงแบบว่าเป็น inspire ให้กับเขามากในเชิงของการ >> พัฒนาตัวเองอะไรแบบเนี้ยค่ะ พี่ต้า พี่ต้า ทำอะไรอยู่บ้างตอนนี้ค่ะ

>> โอเค ก็เอ่อ ชื่อต้าครับ เ้าเรียกกัน ดิจิต้าเนาะ ก็เป็นแน่นอนว่าเป็นนักดนตรี พาร์ทนึงเนาะ เป็นงานนะครับ ทำงานประจำอยู่ด้วยเนาะ ทำงานประจำทำอโมotี อิเล็กทรอนิกส์มา 10 กว่าปี และก็ทุกวันนี้ยังทำอยู่งานประจำอยู่แถวนี่เอง

>> ยังอยู่

>> ยังอยู่

>> ยังอยู่นะ

>> เยังไม่ [เสียงหัวเราะ] ไล่ออก

>> คุณไม่อินเทรนเลยนะเดี๋ยวเนี้ย

>> อ่าฮะ

>> อรทนเต้องแบบlayอฟกันเยอะมากนะคุณตอนเนี้ย

>> อ๋อ ผมต้องอินเทนด้วยเหรอ [เสียงหัวเราะ]

>> นะครับ ก็อีกพาร์ทนึงก็คือทำธุรกิจข้างนอกเนาะ อย่างเช่นทำคฟเบียร์นะครับ ทำเบียร์สปอต ทำเป็นแพลตฟอร์ม ทำอะไรเงี้ย

>> งั้นแปลว่าตอนเนี้ย พี่ต้าเองอ่ะ ทำทั้งงานประจำด้วย่

>> แล้วก็ทำผู้ประกอบการด้วย

>> ใช่ครับ

>> โอเค ทีนี้อยากชวนพี่ต้าคุย คือว่าอย่างที่เราเคยรู้กันนะค่ะว่าพี่ต้าเองเนี่ย เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมากๆเลย แล้วก็เคยทราบมาว่าหนังสือเล่มแรกที่เปลี่ยนชีวิตก็คือ Rich Dad Poor Dad เราเริ่มกันตรงนี้ดีกว่า มันมันยังไงคะพี่ต้า ผมว่าหลายๆคนน่าจะผ่านตามา เป็นหนังสือที่แปลกแล้วก็ประหลาด

>> ใช่

>> คือใครเห็นแล้วก็ต้องสงสัยว่าทำไมไอ้หนังสือเล่มนี้มันอยู่บนเชลนานจัง แต่คีย์สำคัญอ่ะ ผมว่าคีย์ไอเดียมันน่ะจะอยู่ที่เล่ม 1 กับเล่ม 2 เล่ม 1 เนี่ยมันจะทำให้เราได้เห็นว่าคนรวยเนี่ยเค้ามีความคิดยังไง ต้องแยกให้ออกว่าทรัพย์สินคืออะไร หนี้สินคืออะไรเงี้ครับ ซึ่งคนที่จะเหมาะกับหนังสือเล่ม 1 เนี่ย ต้องอยากศึกษาการเงิน แล้วก็อยากรู้ว่าคนรวยเคิดยังไง แล้วเล่ม 2 เนี่ยจะเป็นการขยายไอเดียว่าอาชีพบนโลกทั้งหมดเนี่ย มันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท

>> 4 ด้าน

>> ใช่มันใช้ 4 ด้าน แต่จริงๆคือมันคือคด ผมเข้าใจว่าคือคนแปลเนี่ยก็ลำบากใจผมว่าจะใช้คำว่าอะไรดี

>> เงิน 4 ช่อง

>> เออมัน 4 ช่อง [เสียงหัวเราะ] 4 ช่องมันก็ดูแบบ

>> แปลกๆ

>> เออแปลกๆ คนนั้นคือ 4

>> อ่ะโอเค วาดๆ อ่ะวาด [เสียงหัวเราะ]ๆอูต้องวาด ก็มันก็คดอย่างเงี้ยอย่างเงี้ย คดตัวเงิน 4 ด้านนี่แหละครับ เขาจะแบ่งให้ทุกอาชีพบนโลกเนี่ย [เสียงกระแอม] มี

>> อ

>> es เนาะ แล้วก็ B

>> ไอ้เนี้ยเล่ม 2 เนี่ยอธิบายเรื่องนี้ทั้งหมดนะครับ แต่ว่ามันจะต่อเนื่องจากเล่ม 1 เล่ม 1 เนี่ยทำให้คุณรู้ว่าอะไรคือทรัพย์สิน อะไรคือหนี้สินอ

>> อื

>> มันเป็นหนังสือที่เปลี่ยนชีวิตผมเลย เหมือนที่พระเทพโขดของพระเทพเคยพูดไว้ว่า หนังสือดีๆ 1 เล่มเปลี่ยนชีวิตคนได้ ผมว่าไอ้เล่มเเปลี่ยนชีวิตผม

>> ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นเราถึงได้ไปเจอกับหนังสือเล่มนี้ มีคนแนะนำหรือยังไงคะ

>> มันเป็นช่วงตอนนั้น ย้อนกลับไปเมื่อผมจบปี 4 ที่วิศวะที่มัวเชียงใหม่ แล้วมันจะมีช่วงเวลาที่รอรับปริญญาในตอนนั้นเนี่ยครับ ผมน่าจะอายุราวๆสัก 23

>> อื

>> แล้วก็มีมีน้องชายน้องชายมาหา ตอนนี้เป็นพระเอว

>> น้องชายมาหาพร้อมกับหนังสือเออ 1 เล่ม

>> ซึ่งก็เป็น

>> พระพระ

>> พระสงฆ์นะครับ พระสงฆ์เจ้า

>> พระสงฆ์ พระสงฆ์อ่าน Rich Dad Poor Dad ซึ่ง

>> ตอนนั้นเยังไม่เป็น

>> อ๋อยังไม่เป็น โอเค [เสียงหัวเราะ] ไม่เป็น แต่ว่าตอนนี้เป็นแล้วเนาะ

>> ก็คือคิ้วมา 1 เล่ม ตอนนั้นผมไม่อ่านหนังสือการเงินเลย ไม่รู้จักเรื่องราวของการเงิน

>> อื

>> ไม่รู้ดีเทล ไม่รู้อะไรเลย

>> อื

>> 1 เล่ม เค้าก็บอกว่าเออลองอ่านดู มันก็เล่มไม่หนาเนาะ มันนิดเดียวอ

>> อือ

>> ผมก็ในช่วงที่มันว่างอยู่นะ เราก็เลยลองอ่านดู

>> อือ

>> โหเท่านั้นแหละฮะ หลังจากที่อ่านเล่มเผมเนี่ย ต้องขี่รถไปสุริวงศ์ ขี่รถไปร้านหนังสือ B2S CS เพื่อไปควานหาหนังสือการเงินอ่านเพิ่มเติม เพราะว่าชอบเล่มนี้มาก เพราะว่าไอ้ตัวเนี้ยจะเรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้น เป็นทริกเกอร์ที่แบบว่าลั่นแล้วเนี่ย ผมจะต้องไปกวาดหนังสือที่มีอยู่ในตลาดในช่วงนั้นเอามาอ่านให้หมดว่าไอเดีย มันว่ายังไง

>> อะไรที่เป็นจุดทริกเกอร์จากเล่มนั้น

>> ทริกเกอร์จากเล่มนั้นเนี่ย มันคือมันสอนให้เราเห็นภาพรวมของ flow การเงิน มันสอนให้เราวิเคราะห์การเงินของตัวเองเป็น มันง่ายๆแค่นี้เลย ฟังดูแล้ว simple ใช่มั้ พี่เ้าบอกว่าในในหนังสือเล่ม Rich Dad เนี่ยครับ บทที่ 1 เลยเนี่ย บทแรกที่โผล่มาเลยนะ มันเขียนมันจั่วหัวได้แบบค่อนข้างหนักแน่น "คนรวยไม่ทำงานเพื่อเงิน" แค่เปิดบทนำมาแค่นี้ พี่ก็คิดว่าแล้วมันทำงานเพื่อเฮียอะไรกันใช่มั้ แล้วมันก็ไปเฉลยในตอนท้ายๆว่า อ๋อ คนรวยทำงานเพื่อเรียนรู้ นั่นน่ะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมต้องไปเป็นเซลล์ ผมจบวิศวะก็จริงนะ แต่งานแรกของผมคือไปเป็นเซลล์ขายโปรเจคเตอร์ ไอเดียของหนังสือเล่มแรกของโรเบิร์ตครับ มันจะเป็นอย่างงี้ คือเค้าให้เราวิเคราะห์การเงินตัวเอง ถ้าเราวิเคราะห์การเงินตัวเองเนี่ย เ้าเรียกว่า statement นะครับ

>> อ่า

>> statement แล้วก็ฝั่งของ asset มั้ย

>> แล้วก็ liability ก็คือทรัพย์สินแล้วก็หนี้สิน statement เนี่ยก็มีแน่นอนว่ามี พน income ก็คือรายรับนั่นเอง income แล้วก็ expense

>> รายรับแล้วก็รายจ่าย

>> รายจ่ายใช่ แค่นี้เลย เล่ม 1 ไอเดียมีแค่นี้เลย แล้วเา้าก็ใช้ภาพนะ ภาพเนี้ยเล่นในหนังสือเนี่ยหลายที่หลายทางหลายหน้า แล้วก็ทำให้เราเห็น อ๋อ เออจริงๆอ่ะ ความแตกต่างระหว่างคนจน คนรวย คนชั้นกลางเow มันไปยังไง โดยที่เขาใช้แผนภาพเนี่ย

>> ในการอธิบายทั้งเล่ม

>> รายรับรายจ่าย แล้วก็สินทรัพย์หนี้ โอเค ทีนี้บางคนอาจจะยังไม่ได้รู้สึกอินกับมันขนาดนั้นนะคะ มันมี P ใจที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากจะศึกษาเรื่องเนี้ยให้มันเข้าใจเพิ่มขึ้นต่อยอดจากอันนี้อ่ะค่ะ

>> เคยเล่นเกม RNO มั้ย เวลาที่จะเปลี่ยนอาชีพ หรือว่าจะเป็นคลาส 2 คลาส 3 คลาส 4

>> อันนี้ฉันทันนะคะ Rnar

>> เฮ้ยจริงวะเนี่ย

>> อ๋อทันค่ะ เล่นเป็นด้วยนะคะ เฮ้ย

>> เฮ้ย

>> แต่ของไหนเวลาคนเล่นเกมนะเล่นเนี่ย เราจะรู้วิธีการอัพว่าคุณจะเล่นสายไหนอัพ

>> เวล

>> ใช่มันจะต้องดูตั้งแต่ Nov เลย ดูตั้งแต่จุดเริ่มต้น ดูตอนที่เป็นคลาส 1 SW เนี่ย แล้วปลายทางคุณจะออกทางไหนใช่มั้

>> อือ

>> ซึ่งไอ้เล่มเนี้ย มันทริกเกอร์ทำให้ผมแบบ ต้องวางแผนตัวเอง คนที่จบเรียนจบมาใหม่ๆแล้วเนี่ย เมื่อจะก้าวสู่ตลาดแรงงานเนี่ย คุณจะต้องคิดแล้วว่าอาชีพแรกที่คุณจะลงเนี่ย มันจะมีผลต่อไปในบริษัทที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 เมื่อคุณลาออก หรือว่าปลายทางของชีวิตคุณน่ะ มันจะพาไปทางไหน อันนี้ก็เหมือนกัน

>> มันเป็นสิ่งที่ force ให้เราต้องรู้จากแผนภาพนี้นะครับ เมื่อเราเห็นแล้วเนี่ย มันจะมันจะพาให้เราได้จำแนกคนออกมาเป็น 3 กลุ่ม 1 ก็คือเป็นคนจนใช่ม. 2 ก็คือคนชั้นกลางม midle class แล้วก็ 3 ก็คือคนรวยเนาะ [เพลง] ชีวิตเราเนี่ยมันจะต้องลงอันใดอันนึงในเนี้ย ฉะนั้นน่ะสิ่งที่ทุกคนอยากมาอยากมาที่ตรงนี้ ในหนังสือ Rich Dad นะครับ เล่มที่ 1 เนี่ย เค้าอธิบายว่าคนจนเนี่ย ได้รายรับมายมเข้ามาเนี่ย จะไปเป็นรายจ่ายทั้งหมด แล้วก็ออกไปแค่นี้เลย

>> ได้

>> ได้ตังค์มา

>> เงินเดือนมาจ่ายค่าบ้านหมดแล้วออกไปหมดแล้วออกหมดเลยไปหมดเลย

>> ใช่ครับ ทีนี้ในส่วนของคนชั้นกลาง คนชั้นกลางเป็นไงนะครับ ส่วนคนชั้นกลางเนี่ย ก็จะมีเรื่องราวเพิ่มเข้ามาหน่อยที่ตรงนี้ แต่จะอยู่ในฝั่งของ liability ก็คือเป็นหนี้สินนั่นเองนะครับ หนี้สินอย่างเช่น อ่าบ้าน หนึ่งในที่ประโยคที่สร้าง controverอชal หรือว่าสร้างการถกเถียงของหนังสือโรเบิร์ตมากที่สุดเนี่ย ก็คือเขาบอกว่าบ้านไม่ใช่ทรัพย์สิน ซึ่งมันจะไปขัดกับหลักการของคนที่เรียนบัญชี คนที่ศึกษาบัญชี หรือว่าสายศาสตร์ไฟแนนซ์ การเงินน่ะ มันขักหมดเลย บ้านและรถยนต์

>> ค่ะ รถยนต์นะครับ ส่วนใหญ่ชนชั้นกลางก็จะจบได้ 2 ตัวนี้ แล้วก็อาจจะมีพวกบัตรเครดิตนะครับ เมื่อมีลิส์ที่อยู่ใน liability หรือว่ามีลิสที่อยู่ในหนี้สินเรู้มั้มันจะก่อให้เกิดอะไร พี่มันจะก่อให้เกิดลิสที่อยู่ในนี้ด้วยครับ expens 2 3 คนชั้นกลางจะมีตรงนี้ด้วย เขาคิดว่าไอ้เนี่ยไปอยู่ในช่องนี้ แต่จริงๆไม่ใช่ไอ้เนี่ยอยู่ในช่องนี้แล้วมันจะสร้างลิสต์ตรงเเพิ่มขึ้น เมื่อลิสต์ตัวนี้เพิ่มขึ้นเป็นไง income เข้ามาแล้วก็ออกไปเช่นเคย

>> เรายกตัวอย่างง่ายๆก็คือว่า สมมุติเราเรียนจบมา เราก็อาจจะซื้อบ้าน ซื้อรถ มีบัตรเครดิตใช่

>> แล้วเราก็ผ่อนจ่ายไป จ่ายดอกเบี้ยอะไรแหละ ตรงเมันคือส่วนนี้ถูกมั้คะ มันคือค่าใช้จ่ายที่มันไหลออกไป

>> ใช่ใช่ หนี้สินจะสร้าง expens

>> อ่า เพราะว่ามันคือหนี้สินไง เราก็เลยต้องจ่ายออก แต่ว่าที่เราเข้าใจทั่วไปก็คือเหมือนกับ เฮ้ย ฉันซื้อบ้าน มันควรจะเป็นทรัพย์สินสิ เพราะฉันสามารถเอาบ้านเข้าไปค้ำแล้วก็กู้ออกมาได้อีก มันคือทรัพย์สิน [เสียงหัวเราะ] นะ มันคือทรัพย์สินนะ แต่จริงๆโรเบิร์ตกำลังจะบอกว่าอันนี้คือหนี้สินนะ ไม่ใช่ทรัพย์สิน อันนี้ตั้งแต่กี่ปีที่แล้วนะ

>> 20 กว่า

>> 20 กว่าแล้วนะ 20 กว่าปีที่แล้วะ หนังสือเล่มนี้ก็เลยดังมากๆ

>> ใช่ครับ คำถามของพี่ก็คือว่า อะไรให้ผมต้องศึกษาตรงนี้ แล้วมันกระแทกใจแล้วมันโดน

>> นี่เพราะว่าผมกำลังจะก้าวเข้าไปสู่ตรงเนี้ย ผมต้องเลือกแหละว่าชีวิตผมจะเอาไงต่อ ต่ออายุ 23 มันจะมีผลต่อไปถึงผมอายุ 60 70 80 อะไรเงี้ย

>> จนชนชั้นกลางรวย

>> ครับ

>> ไม่ควรถามเนาะว่าคุณจะจิ้มไปที่หมายเลข 3

>> ใช่ครับ ทุกคนเจะเข้า 3 ถูกมั้ย ทุกคนน่ะอยากเข้า 3 หมดนะครับ แต่ว่าวิธีการที่เราจะไปสู่ตรงนั้นมันคือยังไง ถ้าเรามีความรู้ทางการเงินเนี่ย เล่มนี้ก็เขียนไว้ว่าในบทประมาณบทหลังๆ บทที่ 2 ที่ 3 เขียนว่าทำไมเราถึงต้องมีความรู้ทางการเงิน ทำไมเราถึงต้องแยกพวกนี้ออก สิ่งที่เนี่ยที่เราทำเนี่ย ไม่ใช่วิเคราะห์ตลาดโลก ไม่ใช่วิเคราะห์หมาโครอะไรเลย วิเคราะห์ตัวเอง

>> อื

>> เล่ม 1 เนี่ยสอนวิเคราะห์การเงินของตัวเองล้วนๆเลยพี่

>> อื

>> ซึ่งเเขียนไว้ด้วยว่าในโรงเรียนไม่มีสอน

>> อื

>> ประโยคนี้อีกก็ไปกระแทกใครหลายๆคน สอนได้ยังไง เดี๋ยวไปทำให้เด็กกลายเป็นนักทุนนิยมกันหมดหรอก

>> อ่า

>> เนี่ยก็มี อ่าขาดอีกตัวนึงใช่มั้ย คนรวย

>> ทีนี้อยากให้พี่พี่ต้าแชร์นึงเท่าที่เคยฟังประสบการณ์พี่ต้าเนี่ย ในการเข้าสู่ตลาดแรงงานช่วงแรกอ่ะ

>> ครับ

>> เราต้องการที่จะเข้าไปเรียนรู้อ่ะ เรายอมแม้กระทั่งลดค่าตัวของตัวเอง

>> ครับ

>> สตอี่มันมาก ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย

>> ผมมองว่าการตีราคาหรือว่าเรียกเงินเดือนตัวเองคือการตลาดประเภทหนึ่ง ผมเนี่ยผมรู้ว่าผมเกดไม่ได้สวยอะไร ผมคือเกดแย่นึกออกมั้ ตอนเรียนก็

>> แต่ตอนนี้คุณทำงานกับบริษัทต่างชาตินะ

>> ใช่ครับ แต่กว่าที่จะมาถึง

>> ต้องมีวิธี เอออันนี้น่าสนใจ อันนี้น่าสนใจ

>> คนในตลาดแรงงานน่ะ แย่งกันที่จะกูเข้าไป ทำไมต้องเป็นเรา

>> เพราะอะไร

>> Why you

>> เพราะอะไร How to

>> สิ่งที่ผมเขียนใน resum ที่จะมาสมัครงาน บริษัทเยอรมันนะครับอ

>> เขียนความจริงึเปล่า

>> ผมเขียนความจริง และที่สำคัญคือความจริงก็คืออะไรมั้ย ผมเรียกเงินเดือนแค่ 12,000 ในขณะที่คนอื่นจะเขียนประมาณ 25,000

>> กี่ปีที่แล้ว

>> เมื่อปี 2015 แล้วทีเนี้ยความฮาคืออะไร ความฮาก็คือว่าเนจอร์เค้าเรียกสัมภาษณ์เลยนะ เค้าเรียกสัมภาษณ์ไม่ใช่ว่าเพราะว่าผมเขียนโปรไฟล์ดี เค้าเรียกสัมภาษณ์เพื่อจะถามคำถามเลยว่า ทำไมถึงเขียน 12,000 [เสียงหัวเราะ]

>> เถามมาี้เสร็จกูเลย

>> เออ คุณก็เลยได้โอกาสเข้า

>> ใช่ครับ ผมก็เลยบอกว่า ผมเรียกเงินเดือน 12,000 เพราะว่าผมอยากให้พี่เทสก่อนว่า ผมอ่ะทำงานให้พี่ได้มั้ยในระยะ 1 ปี แล้วถ้าพี่เห็นว่าผมสมควรได้เพิ่มเท่าไหร่ ปีหน้าพี่ค่อยเพิ่มเงินเดือนให้ผม แล้วสิ้นปี บอสผมให้เงินเดือนเท่าไหร่รู้มั้ บวกเข้ามาบวกเข้าไปอีก 7,000 ผมคือคนเดียวที่ได้เงินเดือนบวกเข้าไปอีก 7,000

>> ซึ่งมันบริษัทพวกเนี้ย มันจะมีสิ่งที่เรียกว่ากระบอกเงินเดือน

>> อ่า

>> มันจะไม่มีทางบวกได้เกิน 10% แต่บอสผมอ่ะ ไปทไปไฝ้เลยนะ บอกว่าต้องให้ไอ้เด็กคนเนี้ย บวกเข้าไป 7,000 บท

>> ไอ้เด็กเชียงใหม่ [เสียงหัวเราะ]

>> ให้ได้ ต้องยกเลิกไอ้กคนเนี้ย แล้วต้องบวกให้มันอีก 7,000 โอนี่คุณไปทำลายระบบเงินเดือนของเขานะ กับบอกเงินเดือนเ้าพัง [เสียงหัวเราะ]ปะคุณเนี่ย

>> ใช่ ผมเงินเดือน 25,000 ทันที แต่เคมก่อนว่าเ้าไม่ได้ให้ 12,000 ผมเขียนเป็น 12,000 ก็จริง เค้าเรียกสัมภาษณ์จริง แต่ว่าดูโปรไฟล์ ดูอะไรแล้วสุดท้ายเขาให้ที่ 17,000

>> แต่อย่างน้อยมันก็ถือว่าเป็นด่านแรกที่ทำ ให้เราได้มีโอกาสเข้าไป

>> ใช่ ก็ช่วงนั้นมันเราไม่มีทางเลือกใช่มั้ เราต้อง outstanding

>> เราจบใหม่ด้วย

>> เราจบใหม่ เราประสบการณ์ก็น้อย เวลาที่คุณสมัครงาน คุณจะเห็นในใช่มั้ยว่าเขาจะเขียนไว้ว่าต้องการคนที่มีประสบการณ์อย่างน้อย 1 ปี อ่า แล้วเกูก็เลยคำถามว่า แต่กูไม่มึงไม่รับกูเข้าไปทำ แล้วกูจะมีประสบการณ์

>> ประสบการณ์ได้ไง

>> ใช่มั้ คำถามกูจะวนอยู่กับหัวทุกคนนะแบบ เออ ฉะนั้นน่ะ เราต้องเข้าไปก่อน

>> อื

>> ไปทำอะไรก็ได้ ไปเรียนรู้ทุกอย่าง แล้วทีเนี้ย เราก็จะห้อยว่า เออ มีประสบการณ์แล้ว

>> อ่าอ่า

>> มีประสบการณ์ คุณจะสมัครที่ไหนก็ได้ หรือว่า จะอยู่ที่เดิมก็ได้ แล้วแต่อะไร

>> อน่าสนใจแล้วกันนะ ถ้าเกิดว่า [เสียงหัวเราะ] เราอยากจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพราะอย่างคราวที่แล้วเทนโดก็พูดถึงเรื่องนี้แหละค่ะ ว่าเขาเองก็ทำงานเอ่อ เหมือนกับอยากเก็บประสบการณ์เหมือนกัน อย่างเงี้ยค่ะ อันนี้คือหลังจากเซลล์แล้วใช่มั้คะ หลังจาก

>> คุณจบวิศวะ คุณไปเป็นเซลล์เนี่ย มันโอ้โห challen มาก ไหนเล่าหน่อย

>> นี่คือคำถามเดียวกันกับที่เจ้าของบริษัทที่ผมไปสมัครเก็ถามคำถาม

>> นั่นสิ

>> เงินเดือนผมตอนสตาร์ทนี่ประมาณ 6,900 6,8 8

>> ที่เป็นเซลล์

>> ใช่ กับค

>> อันนั้นคือตั้งใจเข้าไปสมัครเลย

>> ตั้งใจเลย เพราะว่าในหนังสือเล่มที่ 1 เนี่ย อย่างที่บอกว่าของโรเบิร์ตอ่ะ เขาเขียนไว้ว่า "คนรวยไม่ทำงานเพื่อเงิน"

>> บทท้ายที่เขาเขียนว่า "คนรวยทำงานเพื่อเรียนรู้" ทีเนี้ยสกิลที่ต้องเรียนรู้ อันดับ 1 เลยนะ โรเบิร์ตแนะนำบอกว่าต้องเรียนรู้สกิลของการเซล การขาย ก็เลยผมก็เลยตัดสินใจว่า เอ้ย เราลองไปเป็นเซลล์สักปีนึงดิ

>> เหมือนว่าเป้าหมายเราชัดเจนมากเลยว่าฉันจะทำงานเพื่อเรียนรู้

>> 6,000 7,000 ฉันก็โอเค 7,000 เค้าไม่ได้บอกนะพี่ว่าเริ่มจากการเป็นเซลล์เ้าบอกว่าควรเริ่มจากงานขาย

>> ออ ควรเริ่มจากงานขาย

>> ไม่ต้องเซลก็ได้ ขายของตลาดนัดก็ได้ หรืออะไรเงี้ย แล้วแต่คุณเลย แต่คุณต้องขายของให้เป็น ต้องกล้าขายของ ต้องกล้าที่จะโดนปฏิเสธ เพราะเสำคัญ กล้าที่จะโดนปฏิเสธ เคาะประตูบ้านแล้วก็เขาก็บอกว่าไม่เอา ไม่เอา No ๆอะไร

>> ต้องแบบไม่กลัว เหมือนผ่าตัดสมองเอาส่วนของความกลัวเนี่ยทิ้งออกไป

>> อื ทักษะในการขายเนี่ยมัน

>> สำคัญมากๆเลยนะ เพราะเราต้องถูกปฏิเสธแล้วปฏิเสธอีก

>> ใช่มนุษย์เนี่ยมีความกลัว กลัวที่จะโดนปฏิเสธ กลัวที่จะเริ่มต้นอะไรสักอย่าง กลัวที่เวลาที่จะก้าวออกจาก comfort zโซนของตัวเอง งานเซลล์งานขายเนี่ย มันจะทำให้เราเอาความกลัวพวกเค่อยๆเอาออก

>> อันเนี้น่าสนใจมากนะคะ เพราะว่าในยุคปัจจุบันเนี้ย มันจะมีอยู่ 1 คำถาม ขอแตะตรงนี้ก่อน ในยุค AI เนี่ยค่ะ มันยังจะใช้ได้อยู่มั้ยต้าคิดว่ามันสำคัญมากแค่ไหน ทักษะในการขาย

>> งานขายคือพ้ายที่สุดที่ AI จะมาแทนพวกเราได้ มันมีความน่าเชื่อถือเข้ามาเกี่ยวข้อง เหมือนพี่ไปซื้อกาแฟเต่าบิน

>> อื

>> โอเค ของแค่แบบ 20 บาท 30 บาท มันใช่ แต่ถ้าเป็นของชิ้นใหญ่

>> ของที่ต้องdeโม ของที่เป็นคอมพิวเตอร์ ของที่เป็นกล้องอย่างเงี้ย

>> อื

>> พี่เดินเข้าไป พี่เจอคนหมด

>> อื

>> เพราะมันจะต้องโชว์ มันจะต้องพูดคุย ต้องมี ความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับงานขาย เป็นศิลปะของการขาย และเป็นพาร์ทที่ผมคิดว่าคือไม่ต้องกลัว ถ้าคุณทำงานขายไปน่ะ เดี๋ยววันนึง AI มันแทนอะไรไปมั้ เดี๋ยวคุณหาช่องใหม่ที่จะขายอะไรบางอย่าง คือในตัวมนุษย์เอง ไม่ว่าสังคมมันจะเปลี่ยนไปขนาดไหน เทคโนโลยีเราจะพัฒนากระโดดขนาดไหนนะ สิ่งที่อยู่ในตัวเราเนี่ย สัญชาตญาณหรือว่า instinct เไม่เคยเปลี่ยน ถ้าพี่ช่าอ่านหนังสืออย่างเล่มเนี้ย เล่มนี้ก็จะเขียนไว้เยอะมากเปี้ยน มนุษเนี่ยจะมีความย้อนแย้งในตัวเองเสมอ สร้างบางอย่างขึ้นมาแล้วก็ไอ้บางอย่างนั้นน่ะ ฉลาด เก่ง เจ๋ง เป็นเทคโนโลยีใหม่ แต่ มนุษย์ก็จะกลัวไอ้สิ่งที่สร้างขึ้นมาเอง [เสียงหัวเราะ]

>> ตัวเองสร้างเอง

>> เออตัวเองสร้างเอง

>> เป็นทุกยุคทุกสมัย สกิลที่คุณต้องมีนะครับ ไม่ว่ายุคสมัยจะผ่านไปยังไงเนาะ สิ่งที่ผมถึงบอกว่าคุณต้องหาช่องว่างของมนุษย์ให้เจอ ว่ามนุษย์มีความโลภและความกลัว มีความขี้เกียจ เมื่อไอสมมุติมันแย่งงานเราหมดเลย แต่มันจะมีอะไรบางอย่างที่มีช่องว่างสำหรับมนุษย์ที่ต้องทำได้อยู่นึกออกมั้ย AI มันไม่สามารถที่จะครองโลกได้หมด ถ้าเกิดว่ามัน AI ครองหมด AI มันคมิกันเอง ซื้อขายของกันเองเหรอ

>> มนุษย์ตายฮาหมดใช่มั้

>> ใช่ เราจะไปอยู่ไหนกัน

>> AI ก็ไม่จำเป็น [เสียงหัวเราะ] แล้วมั้ คุณไม่ต้องกลัวว่าไอจะมาแย่งงานแย่งอะไร เงี้ย สุดท้ายมันจะมีช่องให้คุณมองหาตลาด ไว้ตลาดอ่ะคือผู้คน เมื่อคุณมองผู้คน คุณรู้จักมนุษย์ดีว่ามนุษย์เนี่ย ขี้เกียจแน่นอน 1 มีความโลภ แล้วก็ความกลัว อะไรที่จะมาเสริมความขี้เกียจ ความโลภ ความกลัว ซัพพอร์ตเหล่านี้ได้นะ มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่สร้างรายได้ให้คุณ ถ้าคุณจับทางของตลาดเป็น แล้วก็ดูตลาดเป็น ดูวิธีการขายเป็น AI เข้าไปตรงไหน เราก็จะหลีกไปอีกทางนึง ฉะนั้นน่ะ มันไม่ใช่อยู่แค่ว่าอาชีพอะไรในอนาคตจะโดนแซงโดนแทรก ผมไม่ตอบแบบนั้น แต่สิ่งที่จะตอบได้คือว่า สกิลการขาย สกิลการพูด การคุย การ Marketing ต้องอยู่ในตัวของคุณ แต่ว่าจะขายอะไรเนี่ย เป็นเรื่องของอนาคตแหละ AI จะแย่งอะไร เรื่องของอนาคตเป็นความกลัวของพวกเรานี่แหละ ความกลัวของมนุษย์ใช่มั้ เรากลัวที่จะตกกำลำบาก เรากลัวที่จะไม่มีกิน เรากลัวที่จะไม่มีอาชีพ แต่ว่าถ้าสกิลที่เรามีจริงๆอ่ะ มันมีคุณค่าต่อคนอื่นอ

>> ยังไงคุณก็ไม่ตาย

>> อ่า คีย์เวิร์ดที่สำคัญก็คืองาน สิ่งนั้นจะต้องมีคุณค่าของคนอื่นด้วย

>> ใช่ใช่ คุณค่าเท่านั้นนะครับที่จะทำให้คุณได้เงิน หลายๆคนจะคิดผิดว่าทำงานหนักเข้าไว้ ทำงานหนักเข้าไว้ ทำงานหนักเนี่ยยังไงก็รวย ยังไงก็ได้ตังค์ ไม่ใช่ทำงานหนักแต่ไม่มีคุณค่ากับใครเนี่ย พี่ไปรับจ้างยกหินเล่นเงี้ย ใครจะจ้างพี่มั้ยยก

>> งานหนักนะ งาน [เสียงหัวเราะ] หนัก

>> เอองานหนัก พี่ทำ 40 ปีเลยก็ได้ทั้งชีวิต ใช่มั้มันแต่มันไม่มีคุณค่าใคร คุณค่านคือสิ่งที่คุณต้องมองหาว่าคุณมีคุณค่าต่อคนอื่นยังไงเถึงจะยอมจ่ายตังค์ให้คุณ

>> อันนี้หรือเปล่าก็เลยเป็นทักษะสำคัญว่าเราจะต้องมีความเป็นนักขายในตัวเองอ่ะ

>> ใช่ คุณจะต้องหาช่องให้เจอ

>> เราถึงจะมองออกว่าช่องไหนช่องไหนที่เราจะเจาะเข้าไป

>> ทีเนี้ยแต่ว่าอย่าลืมว่าพี่ต้าเป็นคนที่ทำงานมาสักระยะนึงเลย เก็บประสบการณ์มาสักระยะนึงแล้ว ทีเนี้ยมันจะมีความยากลำบากมั้ยสำหรับคนที่จบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์

>> พี่ต้ามองไงว่าเด็กจบใหม่จะใช้ AI อย่างไรที่จะสามารถ leverage ตัวเองได้

>> อย่างเช่นจบใหม่ใช่มั้น้องจบใหม่น้องไม่รู้ว่าโอเคใช้ไอเป็นแต่ไม่รู้ว่าอันไหนดี หรือว่าไม่ดี สิ่งที่คุณต้องทำก็คือว่าคุณต้องเซต QPI ขึ้นมาตัวนึง รู้พี่รู้มั้ยว่าตัดต่อวีดีโอ AI เนี่ย ดูดเสียง ดูด Dead Air เบาเสียงลดเสียงคนพูดคนฟังเงี้ย AI ทำได้ง่ายเลยนะพี่โยนคลิปเข้าไปแล้วจะเอาคนเข้าไปนั่งคลิกอยู่ทำไมมั้ยเขาก็ไม่จ้างอ่ะ ถูกต้องแล้วเพราะ AI ทำได้ effective กว่า

>> อื

>> สิ่งที่คุณต้องเลือกคือว่าคุณจะเอาคลิปไหนไปเทสตลาดนะ ทำคลิปแนวไหนดี แล้วก็ดู KPI

>> ดูว่าเฮ้ย ยอดวิวคนชอบมั้ย โดนใจเปล่า ไม่โดนใจ ลองปรับ

>> ตรงนี้จะขึ้นอยู่กับประสบการณ์แล้วก็สกิลการมองตลาด

>> อ่า ถ้าเกิดว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์เก็จะรู้แหละนะคะ output ตรงนี้อย่ามันยังไง แต่ว่าถ้าเกิดเราไม่มีประสบการณ์ เราก็ต้องเก็บประสบการณ์ด้วยการเทสตลาดด้วยตัวเราเองนั่นแหละ ผลิตออกมาก่อนแล้วก็ใช้ KPI เป็นอะไรสักตัวนึงที่เราหยิบขึ้นมาแล้วก็ทำไปเรื่อยๆ

>> คือคุณน่ะคือเป็นคนคัดกรอง คัดกรอง Output ของ AI อีกทีนึงค่ะ

>> แล้วก็เอาไปเทสแล้วก็ตัดสินใจด้วยตัวเอง มันเหมือนแต่งเพลงอ่ะยายแต่งเพลงเลยนะแบบว่าแต่งเนื้อให้หน่อย

>> แต่ถ้าเนื้อมันไม่เข้าปากนักร้องอ่ะ เนื้อ หรือว่าคำภาษาพวกเนี้ย มันจะต้องเข้าปากเข้าลิ้นด้วยนะ ถ้าไม่เข้าปากเงี้ยมันก็จะดูฝืนธรรมชาติ อย่างพี่เห็นบูมาป่ะ บูเพลงของบูมาเนี่ยแบบ ถ้าตัวบูโนมาร้องเองเนี่ย โคตรสนุก โคตรเพราะ แต่ถ้าให้คนอื่นไปร้องเนี่ย โห อย่างลิเกเลยนะพี่ คือมีเค้าเท่า นั้นที่ร้องได้แล้วเข้าปากเขาคือคำมันเข้าปาก

>> อื

>> ใช่มั้ครับ เนี่ยคือคุณคือคนคัดกรองว่า เข้ากับจริต data ที่ AI มันเจนน่ะ มันกวาดมาให้คุณได้หมดอ่ะ

>> เพราะมันคือหลุมของdata้า มหาศาล

>> อะไรที่เป็นdata้า AI จัดการได้หมด แต่คุณคือคนคัดกรอง Output

>> สมมุตินะพี่สวมบทบาทเป็นเด็กจบใหม่อ่ะ กูก็ทำเหมือนพี่ต้าว่าแล้วนี่แหละกู ลดแล้วลดอีกยังไม่เรียกกูเลย [เสียงหัวเราะ]

>> ยังไม่รู้จะลดยังไงแล้วเนี่ย ยังไม่โดนเรียกเลย อยากจะเข้าตลาดแรงงานแล้วเนี่ย มันต้องทำอะไรเพิ่มบ้างนอกเหนือจากแค่ลดเงินเดือน่ะ

>> คือสิ่งที่น้องๆจบใหม่แล้วต้องเผชิญเนี่ย ก็คือว่าต้องมองมองตลาดณตอนนั้นเลยว่า

>> อื

>> ไอ้ไอ้สกิลที่เรามีเยังเป็นที่ต้องการมั้ย บางทีอ่ะนายจ้างเนี่ยต้องการความยิ่ง AI มันเข้ามาทำ

>> โอ้โห

>> ทำหลายๆอย่างแทนได้ ทำได้หมดเลย

>> ได้ทำได้แทบเจอทุกอย่าง ตัดต่อวีดีโอก็ได้ เจนคลิป เจนภาพ เจนอ

>> Header ให้คำแนะนำ CEO ได้ dir เลยนะที นี้มันพบพเลย CEO เนี่ยมันไม่ต้องคุยตามลำดับคัน CEO เค้าไดกหาแชท GPT เลย

>> ตรงนี้เค้าได้ข้อมูลตรงเค้ามาถามกับพวกเราเนี่ย เค้าถามเองเนี่ย เค้ามาเช็คข้อมูลเฉยๆนะว่าคุณเห็นยังไง ถ้าเห็นตรงไปแช่ GPT โอเคแจ๋วเ้า [เสียงหัวเราะ]

>> แต่ถ้าเห็นไม่ตรงกัน ขอเหตุผลเราจะเห็นดราม่าพิชาติเห็นดราม่าเรื่องของจ้างการตลาดได้มั้ย แต่ว่าต้องโพสต์ Facebook ได้ ตัดต่อวีดีโอได้ ยิงแอดเป็น ทำTiิTokเป็น ทำไอ้นั่นเป็น ทำไอ้นี่เป็นมั้ ความโอวอมันจะมากขึ้น

>> อ

>> หลักการไอเดียมันง่ายๆนิดเดียว หลักการก็คือว่าอะไรจ้างพิชา 30,000 ต่อเดือน จ้างน้อง 30,000 อ

>> อื

>> จ่าย 30,000 เนี่ย น้องต้องทำตังค์ให้ได้มากกว่า 30,000 ต่อเดือนใช่มั้ย ตอบง่าย แต่ว่าทำจริงๆคือยาก กำลัง [เสียงหัวเราะ] จะบอกยากอยู่นะ

>> มันจะต้องมองช่องโหวให้ได้ว่าเราจะทำตังค์ให้ไหนจ้างได้ยังไง เออ ทำไม

>> ทำไมเถึงต้องจ้างเรา ทำไมเถึงไม่พาเข้าแชท GPT เลยจบ ถ้าเาไบpเข้าได้แปลว่าไม่ต้องมีเราหรอก แต่ว่าสกิลมันจะต้องยังอยู่ ไอเดียมันจะประมาณเนี้ย เจ้างคุณ 30,000 บ เขาจะจ้างคุณ 100,000 ก็ได้ ถ้าคุณสามารถ เจนตังค์ให้เค้า 300,000 เค้าจ้างคุณ เดือนละล้านก็ได้

>> ถ้าคุณเจนได้เดือนละ 2 ล้าน

>> อ่า แต่ถ้าจ้างเค้าจ้างคุณ 100,000 แต่คุณทำได้แค่ 50,000 อ่ะ มันไม่มีเสร็จหรอก

>> อืมอือันนี้เป็น [เสียงกระแอม] โจทย์สำคัญเลยนะพี่ต้า คีย์เวิร์ดนึงที่สำคัญที่จับได้ก็คือว่า ยังไงก็แล้วแต่ต้องมีสกิลในการเป็นนักขาย เพราะสิ่งที่พี่ต้าอธิบายมา นั่นคือการมองช่องว่างของตลาด การanalyซ หรือการวิเคราะห์ว่าเราจะเข้ารูไหนเราจะเข้าจุดไหนเราจะทำเงินยังไง

>> ทักษะการวิเคราะห์ ทักษะการตลาด ทักษะการขาย อันนี้สำคัญอีกนะ ทั้งหมดทั้งมวลที่เราคุยมาเนี่ย มันจุดทริกเกอร์มันเริ่มจาก Rich Dad Poor Dad ของ Robเบer์ Kิโยosaki มันมาถึงอีกเล่มนึง เปลี่ยนเลน ภาษาไทยก็คือ เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐีเนี่ย

>> เล่มเนี้ยเทนโด้ก็พูดถึงแล้ว พี่ต้าเองก็ใช้ชีวิตตามหนังสือเล่มนี้เลย

>> ใช่ครับ

>> มันต่างจาก Rich Dad Poor Dad ยังไงคะ

>> ความต่างก็คือว่า นี่เราจะรีวิวหนังสือทีเดียวลวด 3 เล่มเลยครับ เพราะมันต่อกัน อันนี้คือ Rich Dash เล่ม 1 นะ อันนี้คือ Rich Dash 1 ใช่มตัวนี้เป็น Rich D เล่มที่ 2 เล่มที่เป็น Fast Lนเนี่ย มันก็ จะอยู่เหนือจากตรงนี้อีกทีนึง มันจะขี่บนนี้อีกทีนึง Fast Lน

>> เล่มที่ชื่อว่า Fast Lนนะครับ มันเป็นสิ่ง ที่แตกต่างจากของโรเบิร์ตเนี่ย มันต่างกันตรงที่ว่าเค้าเนี่ยกัดไปทั่วเลย จิกกัดมาก กัดแม้กระทั่งโรเบิร์ตเองด้วยซ้ำ

>> เหาว่าโรเบิร์ตเนี่ยร่ำรวยขึ้นมาได้ ไม่ได้รวยเพราะว่าอสังหา หรือว่ารวยอะไรรวยจริงๆเพราะว่าขายคอร์ส แล้วก็ขายหนังสือ ถึงรวย หนังสือโรเบิร์ตเนี่ยจะปูพื้นให้เราได้เห็นการเงินพื้นฐาน Fast Lนเนี่ย มันจะเป็นจุดที่โฟกัสหนังสือของโรเบิร์ตอีกทีนึง อย่างที่บอกว่าคนจน คนชั้นกลาง คนรวย คนรวยเนี่ย มันจะเล่นอยู่ฝั่งขวา 2 ซีก ฝั่งซ้ายฝั่งขวาเนี่ย มันแบ่งกันด้วยอย่างงี้ พี่ชา ฝั่งเาจะเรียกว่า active

>> อืื

>> Active income ฝั่งขวานะครับ ซีกขวาเนี่ย เราจะเรียกว่า Passive income 1 คือ Active income Active income หมายถึงว่างานที่พี่ช่าต้องลงแรง ถ้าวันไหนหยุดทำก็ไม่ได้เงิน เช่นแบบขายของ ขายเบอร์เกอร์ ขายหมูปิ้ง หรือว่ามาทำงานบริษัทเงี้ย วันไหนเราหยุดทำก็คือเราก็ไม่ได้ตังค์ใช่มั้ คือต้องเอาต้องเอาแรงตัวเองเข้าไปทำงานเอ่าหยุดเมื่อไหร่รายรับก็ จะหยุดไปด้วยอย่างเงี้ยเรียก Active income

>> อีกพาร์ทนึงก็ตรงกันข้ามครับ Passive income ก็คือว่าเงินยังเข้ากระเป๋าพิช่าอยู่ แม้กระทั่งพี่ช่าจะหยุดทำก็ตาม จากนั้นเจะแบ่งออกมาเป็น 2 ซีกแล้วแล้วในหนังสือเล่ม 1 เนี่ยเขาจะreferาจะเล่นทางฝั่งขวากันเยอะ หนังสือของ MJ the มาเนี่ย เขาจะโฟกัสที่ฝั่งขวา โฟกัสตรงนี้เลยด้วยซ้ำ

>> MJ ก็คือนี่นะ เปลี่ยนเลน Fast เลนส์เนี่ย ซึ่งจะไปถึงตรงนั้นได้ ผมจะพาเท้าความเข้ามาถึงเล่มที่ 1 อีกทีนึง เนื่องจากต้องอธิบายตรงนี้ก่อนว่าความร่ำรวยอย่างงี้มี statement หรือว่ามี liability asset หน้าตาเป็นยังไง

>> อ

>> คนจนน่ะมี income เข้ามามีรายรับเข้ามา แล้วก็ออกไปเป็นรายจ่ายทั้งหมด income เนี่ยเราจะมีอยู่แค่อย่างเดียว คนทั่วไปจะมีอิคอยู่แค่รายเดียว salar นะครับ สิ่งเนี้ยคือสิ่งเดียวที่พวกเราจะมีกัน แต่ว่ารายจ่ายเนี่ยเราจะมีโคตรเยอะ คนชั้นกลางนะครับก็จะสะสมหนี้สินค่อนข้างเยอะ ผ่อนโทรศัพท์ iPhone ผ่อนนั่นผ่อนนี่ผ่อน MacBook อ่าผ่อนอะไรก็แล้วแต่ คนรวยนะครับ กราฟของคนรวยเนี่ย Flow ของเงินเนี่ย มันจะเป็นอย่างงี้ เมื่อเขามีรายรับเข้ามา แบบเาจะพยายามโอเคเขาก็มีรายจ่ายประมาณนึงแหละ แต่เขาพยายามแบ่งมาซื้อ asset asset ตัวเนี้ยเพยายามเพิ่มขึ้น เมื่อ asset เพิ่มนะครับ มันจะมาเพิ่มลิสของตัวนี้ สมมุติว่าเป็นหุ้นปันผลเงี้ย หุ้นปันผลมันก็จะมีปันผลขึ้นมาเป็น income มั้ แล้วตรงเนี้ยของคุณรวยมันจะเพิ่มขึ้น แล้วตรงนี้เพยายามเพิ่มตรงนี้ขึ้น ลดตรงนี้ให้มากๆ ตรงนี้จะได้ลดน้อยๆใช่มั้ย ลดน้อยๆเพิ่มตรงนี้เยอะๆ ซึ่งในเนี้ยมีอะไรบ้าง อยากจะรู้ว่าฝั่งของ asset เนี่ยมีอะไรบ้าง เราจะได้สะสมถูกตัวเนี้ยมันจะไปขยายความที่เล่ม 2 พี่ชัก

>> อ๋อ

>> อ่า แล้วของ MJ เนี่ยมันจะมาขยายฝั่งนี้หนักๆ

>> นี่มันเชื่อมกันอย่างงี้ แต่เค้าไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนนะ แต่เราต้องวิเคราะห์เองว่ามันเชื่อม [เสียงหัวเราะ] กันเนี่ย เป็นเหตุผลว่าทำไมคนรวยถึงรวยขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่ายิ่งมี income ใช่มั้ย เขาก็ยิ่งสร้างทรัพย์สิน ทรัพย์สินมันจะไปสร้าง income ยิ่งตรงนี้ยิ่งสูง เค้าก็ยิ่งมาซื้อตรงนี้

>> อื

>> แล้วมันก็จะวนตีกลับไปกลับมาเนี่ย ตีกลับไปกลับมา กลับไปกลับมาอยู่อย่างเงี้ยครับ เนี่ยเป็นว่าคนรวยถึงรวยขึ้น ในฝั่งคนที่ยังเป็นคนจนกับคนชั้นกลางเนี่ย จะโฟกัสอยู่ที่ 2 ตัวเนี้ย active income คือ e เนี่ย E คือ employee

>> employ ลูกจ้าง

>> ลูกจ้าง พนักงาน

>> ซึ่งเขาบอกไว้ว่าคุณอยู่ฝั่งซ้ายอ่ะ ยังไงคุณก็คุณก็ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ หรือคุณก็ไม่รวย เงินเฟ้อจะเล่นงานของคุณอย่างหนัก S เนี่ยมันมี 2 ความหมายก็คือพวกแบบ Specialist อาชีพได้เงินสูง อย่างเช่นพวกหมอฟันก็นับด้วย

>> พวกหมอ แพทย์อะไรเงี้ย Specialist หรือว่า เป็น Star หรือว่าเป็น S employ เปิดร้านแค่แค่ร้านทั้งหมดเองไม่มี

>> เปิดร้านกาแฟอย่างเงี้ เปิดร้านอาหารเมัน จะ 2 คลาสเนี่ยจะทำอยู่ที่นี่

>> พี่ช่าเคยเห็นใครที่เป็นพนักงานประจำแล้วแบบรวยติดท็อป 100 ของโลกมีมั้ย

>> ยังนึกไม่ออกนะ

>> เอออื ส่วนใหญ่เอยู่ทางขวา [เสียงหัวเราะ]

>> ใช่มั้ ฉะนั้นน่ะ หนังสือของโรเบิร์ตเล่ม 2 เบอกว่าถ้าคุณอยากจะรวยหน่อยนะครับ คุณต้องย้ายข้างมาอยู่ข้างขวา

>> แต่เการจะย้ายมาข้างขวาเนี่ย ข้างขวาคืออะไรนะ ข้างขวาคือ Passive ตัว B เนี่ยคือ Business ไม่ใช่ Self Employ นะ มันต่างกัน Business หมายความว่ามีเป็นร้านค้า ร้านขายเหมือนกัน เป็นธุรกิจเหมือนกัน แต่ว่ามี system

>> มีระบบ

>> มีระบบ

>> อ

>> สามารถดึงตัวเอง ดึงความเป็นเจ้าของตัวเองออกได้นะ แล้วก็ระบบยังหลักอยู่อย่างเช่น ร้าน The Burget สมนึก

>> อ๋อ

>> นี่คือบีของแท้

>> สมนึกไร้ชิป

>> สมนึกไร้ชิปเาไม่ค่อยพูดถึงเรื่องนี้

>> เไม่พูดถึงเรื่องนี้ แต่พี่มาเมาพี่เค้นเลยนะ

>> เรื่องเนี้ยสนุกมากนะครับ

>> ซึ่งจะต่างกับตัว S คือ S employ คือพี่ต้องทำเองทุกอย่าง วันไหนพี่ไม่ไปคือร้านเปิดไม่ได้ แต่ตัว B นี่คือพี่ไม่ไปร้านก็เปิดได้ รันอยู่อย่างสมนึกเบอร์เกอร์เนี่ย เปิด 24 ชมครับ อ่า หรือพี่ชิดเงี้ย

>> พี่ชิด

>> ร้านค้าเดียวพี่ชิ หรือว่าชิดโฮ ชิด Terminal รันโดยที่ตัวพี่ชิตแม้จะไปเที่ยวต่างประเทศ 7 วันก็ยังรันอยู่อีก อันนึงคือตัว I ตัว I กับ B นี่จะมีความคลายกัน แต่ I เนี่ยจะเป็นInvestตor คือนักลงทุนที่เอ่อโยนเงินใส่ตลาดหุ้นมันยิงปันผลเข้ามา

>> ออ

>> ทีนี้มันจะมีสมการตัวนึงที่พี่ต้องรู้ แล้วก็น้องๆจบใหม่เนี่ยต้องรู้ คำว่ารวยนะ ครับเนี่ย กับคำว่าเเนี่ย ค่อนข้างต่างกัน

>> อื

>> ิคือรวย มีเงิน

>> แต่เเนี่ยคือสามารถมีชีวิตอยู่ได้เรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องมีเงินเยอะก็ได้นะ แต่คุณอยู่ได้เรื่อยๆ ทำไง

>> ก็ต้องมีเงินไหลเข้ามาตลอดไง

>> ถูกต้องแล้ว นั่นคือที่มาของสมการที่บอกว่า ตัวที่เป็นรายรับสุทธิเท่ากับก็คือรายได้นะ ได้ลบบรายจ่าย สมมุติว่าพี่มีรายได้ 10,000 อ่ะ แล้วรายจ่าย 10,000 ต่อเดือน พอดีพี่ช่าแบบใช้น้อยมักน้อยอย่างเงี้ย แปลว่ารายได้สุดที่เป็นศูนย์ใช่มั้ย พี่ช่าไม่ต้องทำงานเอย่างเงี้ย มีก็คืออยู่ได้ตลอด สิ่งที่จะฟีดรายรับของพี่เนี่ย มีอยู่ 2 ทางอย่างที่ผมบอกก็คือทาง Active income แต่เนี้ยพี่ต้องทำงานไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเกิดว่าพี่ฟีดด้วย passive income เข้ามาแทนพี่ตรงเนี้ย

>> แปลว่าพี่หยุดได้แล้ว แต่มันจะไปวัดกันที่รายจ่าย รายจ่ายจะเป็นสิ่งที่บอกว่าจุดเของพี่อ่ะ ที่ตรงไหนตรงเลบแล้วได้ 0 เนี่ย ตรงนี้เขาเรียกว่าเป็นอิสรภาพทางการเงิน ถ้าฟีดด้วยนี่นะ ฟีดด้วยฝั่ง passive income

>> ค่ะ

>> พิช่าสามารถมีชีวิตไปได้เรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องทำอะไรก็ได้

>> แต่

>> หรือทำอะไรก็ได้ ถ้าอยาก

>> แต่อาจจะไม่เหลือเก็บนะ

>> อ่า แต่ก็ถือว่าเป็นเวลได้เหมือนกัน

>> ใช่ครับ

>> อ่า

>> คืออยู่ได้เรื่อยๆ และนับเป็นอิสรภาพทางการเงิน Finanแนน Freedom ทุกคนเนี่ยใฝ่ฝันที่จะมาที่จุดนี้แหละอ

>> ซึ่งมันจะมาก็เกิดจากการที่เราวางแผนไว้ก่อน

>> ใช่ครับ วางแผนก็คือเข้ามา 2 ตัวนี้ 2 ตัว นี้จะเกิดการฟีดมาตรงนี้ แล้วก็ฟีดเข้าไปตรงนี้

>> ซึ่งไออันนี้ก็คือเรื่องของการลงทุน

>> ส่วน B ก็คือเรื่องของการทำธุรกิจ

>> ที่มี system

>> อ่า ที่มีระบบ

>> ใช่ แต่ละคนน่ะจะมีไอ้ตรงเไม่เหมือนกัน อยู่ที่ว่าไสลเนี่ยจะมาก็เกี่ยวข้องกับตรงนี้ละ

>> อ่า

>> ซึ่งมันก็จะมาเกี่ยวกับ expens เห็นมั้ย expens กับตัวเนี้ยมันจะเกี่ยวข้องกัน ทีเนี้ยขึ้นอยู่กับว่าตรงเนี้ยจะพอที่จุดไหนจะ saturate ที่จุดไหน ขึ้นอยู่กับ lifestyle แล้วก็ expense ของเรา

>> อ

>> ทีนี้ขึ้นมาถึงตัว B นะครับ เน้นไปที่ตัว B ตัว B คือ Business ค่ะ

>> เป็นพาร์ทที่เป็น Fast Lน เขาเขียนถึงไว้

>> มาแล้ว Fast Lน

>> ใช่ครับ Fast Lนเขียนถึงในจุดนี้ ขยี้แบบหนักๆนะครับ บอกว่าเอ้ยเค้าเแบ่งวิธีการใช้เงิน หรือว่ารายรับของเราเนี่ยออกมาเป็น 3 ทางก็คือคนพวกไซวkนะ คนเดินถนนพวกเนี้ยจะคล้ายๆกับคนจนเนี่ย ก็คือเข้ามาแล้วออกไป เข้ามาแล้วออกไป ไม่มีอะไร กับคนที่เป็น slow เลนเลนส์ช้าน่ะ พวกเลนส์ช้า ก็คือทำงานแล้วจะเกษียณตอนอายุ 60 Fast เลนส์เนี่ย ส่วนที่บอกว่าเฮ้ย ถ้าคุณอยากจะมีอิสรภาพไวๆนะ คุณจะต้องสร้างอะไรที่เป็นแพลตฟอร์ม สร้างอะไรที่เป็นระบบ สร้างอะไรที่เป็นจุดที่จับแพะชนแกะและเนี่ยคือสิ่งที่ผมสตาร์ททำ bear Sport ขึ้นมา

>> Bear Sport คืออะไรคะ

>> เortนี่คือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้คนที่ผลิตเบียร์าฟเบียร์รับาฟเบียร์ไทยด้วยนะ คนไทยผลิตเอง เอามาลงเว็บขาย

>> แล้วคนซื้อก็มาเลือกซื้อในนี้นี่คือจุดที่จับแพะมาชนกับแกะ

>> อ่า

>> ในยุคนี้นะครับ สิ่งที่คุณต้องทำเลย คุณหนีไม่ได้แน่นอน ยุคดิจิตอลแบบเนี้ย คุณมัวไปขายของคุณจะขายของบน Facebook Instagram อะไรก็ได้ แต่ว่าวันนึงถ้าคุณไม่เข้าตา เค้าก็จะเขี่ยคุณทิ้งอย่างง่ายดาย แล้วคุณต้องสร้างบ้านของตัวเอง ผมเลยสร้างบ้านของตัวเอง MJ มาคนะครับเป็นคนที่สร้างเว็บไซต์ของตัวเอง แล้วเขาก็ให้แรงบันดาลใจผม ผมเลยลุกขึ้นมาสร้างเว็บไซต์ B Sport ที่เหมือนเป็นบ้านของตัวเอง ไม่มีใครที่จะมาแบนผมได้บนนี้

>> จับแพะชนแกะ

>> มันจะเป็น Fast เลน

>> ตอนนี้สิ่งที่พี่ต้าทำอยู่ในฝั่งนี้และ

>> อ่า ชีวิตเราก็รันอยู่ฝั่งนี้แล้วคือทำตัว B โดยการแบ่งเวลาจาก

>> งานประจำ

>> งานประจำ ซึ่งงานประจำเนี่ยถือว่าเป็น slow lน

>> สิ่งเหล่าเนี้ยมันไม่ใช่ว่าคุณจะจัมจากฝั่งซ้ายเนี่ยไปสู่ฝั่งขวาได้อย่างง่ายดายนะ ถ้าเกิดว่าบ้านคุณไม่ได้มีเงินถุงเงินถังนะอ

>> อื

>> คุณจะต้องรู้จักก่อนว่าหน้าตาของตัวที่ เป็นฝั่งขวาเนี่ยมันจะมีอะไรบ้าง ฝั่งไอ เนาะยังไม่เคยลิสให้ดูเนาะน้องๆอาจจะต้องรู้ไว้เนาะ 1 ตัว I เนี่ย Invest เนี่ย ครับ Invest ที่เป็นฝั่งขวายจริงๆเนี่ยนะ สิ่งที่จะสร้าง passive income ให้คุณจริงๆมันจะมีอยู่ประมาณ 4 อย่าง

>> ค่ะ 1 ก็คือพวกอสังหาให้เช่านะครับ 2 นะครับก็คือเป็นหุ้นปันผล หรือว่าเป็นพวกเงินกู้แล้วก็เก็บดอกเบี้ยนะครับ หรือว่า 4 เป็นค่าลิขสิทธิ์ ค่าลิขสิทธิ์เนี่ยผมทำหนังสือเล่มเช่วยคิดเลียบเรียนหนังสือ เงินเฟ้อคือคดีอาญาเล่มเนี้ย

>> ผมก็ได้ค่าลิขสิทธิ์

>> ก็จะมีประมาณเนี้ย ที่อยู่ในอยู่ในฝั่งขวานะครับ ฝั่งขวามีอีกตัวนึงก็พูดไปแล้วเนาะ เรื่อง Business ที่มีระบบมี System พูดถึงดอกเบี้ยนะ ไม่ใช่แค่เงินกู้นะครับ เงินฝากก็เป็นดอกเบี้ย

>> เมื่อก่อนเนี่ยในสมัยแม่ผมนี่เงินฝาก 12% ฝากเงินล้าน ต่อปีนี่คือนี่อยู่สบายเลย

>> เดิเวทันทีในช่วงชีวิตวัยรุ่นผมก็หาพวก ลองเทสมาหมดผ่านมาหมดแล้วเ

>> อื

>> สั่งหาให้เช่าก็ทำแล้วนะครับ ปันผลก็ลองแล้วเนาะ แล้วก็ดอกเบี้ยก็ลองแล้ว ค่าลิขสิทธิ์นี่ก็ลองแล้วนะครับ ก็คือผมก็อยากย้ายฝั่งมาฝั่งขวาเหมือนกัน อะไรเงี้ย นึกออกมั้

>> อซึ่งตอนเนี้ยพี่ต้าใช้ชีวิตรันอยู่ฝั่งนี้แหละ

>> ผมควบกัน 2 อัน

>> อ่า ที่ว่าทำ slow กับ fast ก็ทำนะครับ แล้วก็ฝั่งขวาก็พยายามที่จะคมันเข้าไป

>> จริงๆอันนี้เป็นพอยท์ที่น่าสนใจนะพี่ต้า เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วเนี่ย เวลาเราพูดถึงความมั่งคั่ง ความร่ำรวย เราก็จะพูดถึงว่า เอ่อ เป็นออนท์เนอร์ ทำธุรกิจส่วนตัว แล้วเดี๋ยวเราก็ลาออก อะไรเงี้ย จริงๆพี่ต้าเป็นกรณีที่ศึกษาที่น่าสนใจว่าทำทั้ง 2 ฝั่งเลย 2 ขาเลย มันเหนื่อยเหมือนกันนะ มันก็มันก็เหนื่อยใช่มั้ย แต่ว่าเราคาดหวังที่จะเป็นคนที่แตกต่าง เป็นคน 5% นะ เราก็ต้องทำไม่เหมือนชาวบ้านถูกมั้ฮะ

>> อื

>> คือสิ่งที่คนอื่นเขาทำกันน่ะ เราจะทำไปอีกแบบนึง เพื่อที่เราจะ outstanding กลุ่ม นี้

>> กลยุทธ์สำหรับคนรุ่นใหม่พอจะมีไอเดียอะไรบ้างคะ

>> หลายคนเอยากจะมีธุรกิจของตัวเองใช่มั้ย อยากจะเป็น Startup ผมไม่ชอบขายรีเทลมาก กว่าเพราะว่ามันมันได้เงินสดจากลูกค้า แล้วได้ฟีดแบคจากลูกค้าไดกเลย ชิดกับตลาด

>> อ๋อ คือถ้าจะทำธุรกิจของเราเองอ่ะ ทำกับรายย่อยดีกว่า

>> ตัวผมนะ ผมมองว่าใช่

>> อ่า ที่ที่พี่ต้าทำอยู่เนี่ย

>> ซึ่งมันก็จะมีปัญหาของมัน เมื่อคุณคอนแทaค กับรายย่อย คอนทactกับรีเทลขายปีก คุณจะเจอความปวดหัว ลูกค้ามันจะยิบย่อย

>> อือ

>> แต่นั่นแหละ ความปวดหัว ยิ่งความปวดหัวตามมาแปลว่าคุณแก้ปัญหาปัญหาให้ผู้คนเยอะขึ้น

>> อื

>> เมื่อแก้ปัญหาผู้คน เงินก็ค่อยมาทีหลัง

>> เพราะว่าการที่เราจะไปอยู่ตรงเนี้ย

>> มันเจอปัญหาเยอะแน่นอน แปลว่าเราต้องมี ความอยากที่จะไปตรงนี้จริงๆนะ

>> ใช่ ต้องมีความอยากด้วยความ

>> ต้องมีความอยาก เพราะว่าธุรกิจเนี่ยคือการแก้ปัญหาให้ผู้คน

>> ที่ได้มีปัญหาที่นั่นน่ะ มีเงินอยู่แค่ ต้องหาให้มันเจอว่ามันอยู่ตรงไหนอะไร เงี้ยพี่

>> พอเราวิเคราะห์ถึงปัจจุบันเนี้ยค่ะ สมมุติเราทำงานเป็นพนักงานประจำใช่มั้คะ เอ่อ โดยเฉพาะคนที่ทำช่วงแรกๆอ่ะ ถ้าเกิดเราดูตรงนี้แทบจะใกล้กับอันนี้มากเลยนะ ใกล้กับความจนน่ะ

>> เนี่ยมันมาแล้วมันออกอ่ะ

ใช่ ผมถึงบอกว่าคนจนกับคนชั้นกลางเนี่ย ค่อนข้างที่จะชิดกันแล้วโลกหลังจากนี้นะครับ มันจะเข้าสู่ฮาร์ดไปเรื่อยๆ ฮาร์ดโหมด จนกระทั่งที่ว่า 2 อันเนี้ย ชนชั้นกลางกับคนจนน่ะ มันจะชิดกันเรื่อยๆ จะแยกไม่ค่อยออกว่า "กูชั้นกลางหรือว่ากูคนจนวะ" ชนชั้นกลางจะโดนถีบไปเป็นคนจนมากขึ้น แล้วคนรวย ช่องว่างของคนรวยกับคนจนกับชั้นกลางเนี่ย จะขยายออกขึ้นเรื่อยๆ มันจะทางออกเป็น K เชฟ โลกข้างหน้าคือคนรวยจะยิ่งรวยขึ้น

ถ้ามองว่าคนรวยมันจะถักออกไป เราจะอยู่แถวๆ 1 กับ 2 เนี่ย ถ้าเรารู้เช่นนี้แล้วอ่ะ เราก็ต้องพยายามสปีดตัวเองเรื่องของความ ดูด้านการเงินนี่แหละ ใช่ครับ ใช่ ผมแนะนำก็คือลอง ลองศึกษาเนี่ย เล่ม 1 เล่ม 2 เอาแค่ นี้พอ 2 เล่ม หรือไม่ก็เงินเฟ้อคดีอาญา เงี้ย ตอนเนี้ยจะแตะ Bitcoin นิดหน่อย

ซึ่งไอ้เรื่องราวของ Bitcoin เนี่ย มันมาเบรคมันมาแก้บั๊กของตรงนี้ทั้งหมด สิ่งพวกเนี้ย พี่ช่า ผมลืมแจ้งไปนะ มันไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายดายมั้ย มันมีบั๊กของมันด้วยนะ เช่น อสังหาฯ แน่นอนว่าคุณเจอบั๊ก คุณต้องเทคโลนสูง มันคือไม่มีใครซื้ออสังหาฯ ด้วยเงินสดทั้งหมดมะ ตรงเนี้ย พี่ก็จะเจอพวกแบบท่อตัน ส้วมตัน ท่อแตก น้ำท่วม ท่วมน้ำขัง [เสียงกระแอม] ไฟดับ พัดลมพัง อะไรเงี้ย เนี่ยคือบั๊กของมันทั้งหมดเนี่ย ชนแน่นอนนะครับ แล้วก็เจอพวกภาษีโรงเรือน ภาษีนั่น ภาษีนี่ จะกินไป 1% ของของเดือนละ

อืม

ปั่นผล พี่ก็จะเจอพวกปัญหาธรรมาภิบาล เจ้าของบริษัท อ่าอย่างเช่น

ซึ่งเราคอนโทรลไม่ได้

เออ คอนโทรลไม่ได้

ทีนี้เราฟังพี่ต้ามาทั้งหมดทั้งมวลเนี่ย ค่ะ คือเรากำลังจะก้าวไปอยู่ฝั่งเนี้ย เราอยากไปเป็นคนรวย งานประจำเราก็ยังทำอยู่ แต่ทีเนี้ย เอ่อ ทั้งหมดเนี้ย เราก็จะเจอ ปัญหาต่างๆที่พี่ต้าบอกว่ามันเป็นบั๊กอ่ะ สุดท้ายแล้วพี่ต้ามาจบที่ Bitcoin

ครับ

Bitcoin มาเกี่ยวอะไรกับเรื่องราวเหล่านี้

คือผมเนี่ย เจอบิทคอยน์ในตอนที่วิกฤตโควิด นะครับ พอดีผมอ่ะเคยเปิดร้านน่ะ ร้านในรัชดาซอย 3 เป็นร้านเบอร์เกอร์ มีคเบียร์ขาย แล้วก็โควิดมา ผมเปิดได้แค่ 6 เดือน เจ๊งเลย ติดหนี้อีก 800,000 เพิ่งใช้หนี้หมดเมื่อประมาณปีที่แล้ว

โอ้โห ติดมากๆเลยนะ

ซึ่งสิ่งที่ผมเปิดคือตัว S เนี่ย เป็น S employ ทำเองอะไรอย่างเงี้ย แต่ก็ไปเจอกับพิชิตแก่เดินเข้ามาบอกว่า "ต้า มึงรู้มั้ยว่า Bitcoin นะ เกิดมาเพื่อทำลายล้างทุกสิ่ง" และพี่ชิก็ถามต่อว่า "มึงรู้มั้ยว่าสิ่งแรกที่ Bitcoin จะทำลายล้างคืออะไร" ผมก็บอก "ผมไม่รู้" อ่ะ พี่ชิก็บอก "ทองคำ" ผมก็คิดว่าผมบอก "ทำไมอ่ะ พี่" เพราะว่าฟังก์ชันมัน duplicate กัน ฟังก์ชันมันทับซ้อน อันเนี้ยไม่ใช่สิ่งที่ จะหายไปจากโลกใบนี้ใช่มั้ย แต่ว่าฟังก์ชันมันเปลี่ยนไป ณวันนี้ เทียนไขไม่ได้ให้ฟังก์ชันการให้แสงสว่างแล้ว เพราะว่าการให้แสงสว่างเป็นหน้าที่อย่างของหลอดไฟ ทีนี้เทียนไขมันยังอยู่ ซึ่งทองคำน่ะก็ยังอยู่ จะอยู่กับเราไปอีกยาวๆ แต่แค่ฟังก์ชันจะเปลี่ยนไปนิดหน่อย และคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมต้องก้าวขึ้นมาศึกษา Bitcoin อย่างลึกซึ้ง เพราะว่าข้องใจกับสิ่งที่พี่ชิตพูดมากๆ นั่นคือจุดเริ่มต้น แล้วผม พอเราเข้าใจมันโดยเนื้อแท้แล้วนะครับ ใช้เวลา นานแล้วประมาณครึ่งปี เราก็เห็นทะลุผูโป่ง ในสิ่งที่เราวาดมาเงี้ย Bitcoin แก้บั๊กทุกตัว ที่อยู่ตรงนี้

โอ้ มันขนาดนั้นเลย

ใช่ครับ อย่างเช่นธุรกิจที่ Business เนี่ยสร้างเนี่ย เราจะติดปัญหาเครดิตถูกมั้ย โดนอมเงิน โดนอะไรเงี้ย แต่ถ้าเราใช้งาน ตัวที่เป็น Bitcoin วางคอนแทรคกับลูกหาขายรีเทลแล้วรับ Bitcoin เลย มันได้เงินทันที settle เลย แล้วกรณีอย่างพวกอสังหงอสังหาฯ เช่าเนี่ย คือพวกเนี้ย เราไม่จำเป็นต้องทำเลยก็ซ้ำ เพราะว่าเวลาที่ถือ Bitcoin เนี่ย เราแค่แอบอาศัยช่วงที่เป็น price discovery face ของมันน่ะ มันกำลังตามหา มูลค่าที่แท้จริงของมันใช่มั้ย มันเพิ่งเกิด เมื่อเราขี่ขี่ไปบนมันด้วย คือถือมันไว้เนี่ย เฉยๆนะครับ แปลว่าอะไร สิ่งเหล่าเนี้ยคือไม่ต้องทำ เราไม่ต้องเผชิญปัญหาความปวดหัวทั้งหมดทั้งมวลตรงนี้เลย

คุณกำลังจะหมายความว่าเราแทบจะตัดเรื่อง ของ investment ออกไปเลย

ใช่ ถ้าคุณถือ Bitcoin

ใช่ครับ ตัวผมนะ ผมตัด invest

อ่า อันนี้คือเรา disclaimer ก่อนนะว่าอันนี้เป็นมุมมองส่วนตัว โอ้โห มันขนาดถึงขนาดที่พี่ต้ามองว่าเราแค่เก็บบิทคอยน์แล้วเนี่ย

ครับ

มันก็ safety แล้วเหรอ ในในมุมพี่ต้า

ใช่มัน safety ถึงขนาดที่ว่าฝั่งขวาเนี่ย เราไม่จำเป็นต้องโฟกัส

อืม

จนทำให้ผมรู้สึกแฮปปี้กับการทำงานฝั่งซ้ายแล้วก็เก็บไปเรื่อยๆ ตัว Bitcoin เนี่ย มันมา break ตรงที่ว่า เฮ้ย โอเค หนังสือ 3 เล่มเนี้ย มันต่อเนื่องกัน

อืม

เล่ม 1 ของ Robert เล่ม 2 Robert แล้ว แล้วก็ของ MJ the Marco Fast Lane เนี่ย พอบิทคอยน์มาเนี่ย มันทำให้ทั้ง 3 เล่มเนี้ย

กลายเป็นไอเดียที่โอเค สำหรับคนที่ไม่เคยศึกษาโลกการเงินมานะ เอ่อ เป็น Financial พื้นฐาน เป็น Traditional Finance อ่ะ ไปรู้ตรงนั้นก่อน แต่ Bitcoin มันเป็นอีก step นึง above เหนือจาก Financial พวกนี้ ละ มันเปลี่ยนความคิดใหม่ มันเปลี่ยน mindset ใหม่ มันทำให้เราสามารถที่จะแฮปปี้กับฝั่งนี้ได้ด้วยนะ ถ้าคุณเข้าใจว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่แล้วเนี่ย พอก้าวเข้าสู่เรื่องราวของ Bitcoin เนี่ย คุณจะอยู่ตรงไหนก็ได้ เนี่ย ผมก็บอกว่ามันเข้ามาแก้บั๊กปั๊กคุณ ไม่จำเป็นต้องบีบตัวเองไปทางขวา เพราะผมคือคนที่พยายามตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมจะบีบตัวเองไปทางขวาให้หมดเพื่อให้เราจะได้สบายใช่มั้ย สมการมันฟ้องอยู่เมื่อเรามีรายรับจาก passive income แต่ Bitcoin มาเปลี่ยนใหม่ก็คือว่า เฮ้ยจริงอ่ะ เราอยู่แล้วก็สร้างคุณค่า ทำงานได้ ถ้าเราแฮปปี้แล้วอยากทำ เราเก็บบิทคอยน์ จะอยู่ตรงไหนก็ได้ใน 4 ช่องเนี่ย

อ่ะ ถ้างั้นพี่ต้าช่วยขยายความเพิ่มเติมหน่อยค่ะว่า Bitcoin เนี่ยมันมีความพิเศษยังไง

มีลิมิต 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ถ้าเกิด วิชา acquire ครอบครองไว้ 1 Bitcoin มั้ 1 BTC แปลว่าพี่คือ 1 ใน 21 ล้าน

อืม

ไม่ว่าจะวันนี้หรือว่าอีก 50 ปีข้างหน้า หรืออีก 100 ปี พี่ก็ยังเป็น 1 ใน 21 ล้าน นั้นเสมอ ไม่ว่า Value มันจะไปเท่าไหร่อันนี้คือความพิเศษที่ใครหลายๆคนอ่ะหลงไหลในมัน และ 2 ก็คือมันเป็น asset ที่มันระบบ ของ Bitcoin เนี่ยมันอยู่ไปได้เรื่อยๆ Torrent Bitcoin เนี่ยคือสิ่งคือสิ่งเดียวกันเลย Bitent เนี่ยมันเป็นเรียกว่าระบบ Peer to Peer นะพวกเนี้ยอยู่ตั้งแต่ ผมสมัยมัธยมโหลด Bit Torrent กันทุกวันนี้ Bitent ก็ยังอยู่ Bitcoin เองก็เหมือน Bitent แหละ ดูยาว [เสียงกระแอม] อยู่เรื่อยๆ ฉะนั้นครับ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือว่า ต้องหาความรู้ก่อนเลย ศึกษาเรื่องการเงินเนี่ย ก็ลักษณะของ statement sheet balance sheet ของคนรวยมัน flow แบบไหน balance sheet ของคนจนกับคนชั้นกลางมัน flow แบบไหน ต้องวางแผนตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงานเลย คุณจะต้องระมัดระวังการสร้างหนี้สินให้มากเลยครับ

อืม

เพราะถ้าคุณติดกระดุมผิดแม้แต่เม็ดเดียว นะครับยาว

เราซื้อ Bitcoin ไว้เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรได้ไหม มันมีโอกาสที่จะรวยไหม มันมีโอกาสที่จะไปอยู่หมายเลข 3 ได้ไหม เพราะมันอยู่ในช่วงของ appreciation ผมเชื่อว่าคนเรานะ เมื่ออยู่เฉยๆอ่ะ พี่ลองอยู่เฉยๆนะ มันมันอยู่ไม่ได้มั้ย แต่ว่า Bitcoin อ่ะ เก็บแล้วไม่ต้องทำอะไรก็อยู่ที่ว่าพี่มีเยอะแค่ไหนใช่มั้ย แต่ว่าสุดท้าย มันก็ต้องมาหาอะไรทำสักอย่างที่เราชอบ เราโปรดปราน เราแฮปปี้ที่จะทำ เรารู้สึกว่าทำแล้วมีคุณค่า ไม่งั้นก็จะเข้าสู่คำถามว่า เราจะเกิดมาทำไม อะไรก็ถือ Bitcoin ถือได้ ว่างพักผ่อนพักได้ แต่พักสักพักเนี่ย เดี๋ยว มันก็จะมาทำอะไรอยู่ดีแหละ

เราก็ต้องกลับไปสร้างคุณค่าให้กับตลาด โอเคค่ะพี่ต้า ถ้างั้นน่ะวันนี้นะคะเราคุยกันมาทั้งหมดทั้งมวลเนี่ย คำถามสุดท้ายเลยนะคะว่าวันเนี้ยถ้าเกิดว่ามีเด็กจบใหม่ ที่กำลังจะเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานแต่กล้าๆ กลัวๆ

กลัวทุกสิ่งทุกอย่าง กลัว AI ด้วย แล้วก็กลัวเงินไม่พอใช้กับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง พี่ต้าอยากบอกอะไรกับน้องๆบ้าง

ถ้าเป็นไปได้นะครับก็ศึกษาเรื่องกับการเงินพื้นฐานก่อนเลยครับ เพราะว่าเรื่องเงินยังไงคุณหนีไม่รอดอยู่แล้ว

แล้วก็ถ้าใครนะครับอยากจะย้ายฟากจากฟีกซ้ายเนี่ยไปซีกขวาเนี่ย สิ่งที่คุณทำได้คือว่า คุณเริ่มต้น Start Small ได้นะ เพราะว่ายุคนี้เนี่ยมันเป็นยุคยุคของอินเทอร์เน็ตนะครับ เชื่อมั้ว่าเปิด Line Man ที่บ้านเลยนะ คือมันเริ่มได้เลย หรือว่าเว็บไซต์เขียนเว็บสร้างเว็บโดยใช้ WordPress เงี้ย มันง่ายมากวันเดียวอ่ะ One Day Job อ่ะจบแล้วก็ลงลองขายดู ลองเทสตลาด ตลาดต้องการอะไรก็หาช่องว่างให้เจอ หรือว่าคุณทำงานวันจันทร์ถึงศุกร์ใช่ไหม เสาร์อาทิตย์คุณว่าง คุณลองไปเป็น Bartender ไปลองยืนคาเฟ่ คุณอยากจะทำอะไร คุณก็เอาตัวเองเข้าไปจุดนั้น แล้วคุณจะได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้จริงๆว่าระบบหลังบ้านมันเป็นไง อยากทำร้านอาหารเนี่ย ลองเข้าไปดู ขนาดตัวผมเองเห็นผมก็ไปนะ

ผมไปเป็นเด็กฝึกงานและร้านอาหารนี่ตรงห้วยขวาก็ตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยนะก็ยังเข้าไปทำงานเพื่ออยากเรียนรู้ว่าระบบหลังร้านเป็นยังไง

ทุกวันนี้ก็ยังไม่อยู่เรียนรู้เลย

ใช่ เข้าไปผมทำงานให้เค้าฟรีด้วยนะ สิ่งที่คุณต้องรู้ให้ไวคือปัญหา คุณต้องรู้ว่าสิ่งที่คุณกำลังจะทำหรือสิ่งที่คุณชอบมันมีปัญหาอะไรซ่อนอยู่บ้าง ถ้าเกิดว่าเรามองจากข้างนอกเราจะไม่เห็นมัน

จนกว่าเราจะเอาตัวเองเข้าไปคลุกคลีมันแล้วก็จะเจอกับปัญหาแล้วก็ซบมัน

แล้วเราก็จะเห็นโอกาสในการสร้างรายได้

ใช่ครับ ใช่ครับ

แล้วนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมดของวัยรุ่นสร้างตัวนะคะที่เขาทำจริง เจ็บจริง ทดลองกองจริงนะคะ โดยมีจุดเริ่มต้นจาก Rich Dad นะคะซึ่งเป็นหนังสือที่สอนให้เข้าใจเรื่องของการเงิน จนเชื่อมมาสู่ The Millionaire Fast Lane ที่สอนให้เข้าใจเรื่องของการสร้างระบบ แล้วก็มาจบที่เรื่องของ Bitcoin นะคะ ซึ่ง Bitcoin จะเป็นตัวที่เข้ามาแก้บั๊กทั้งหมดทั้งมวล แต่ยังไงก็ตามนะคะ สุดท้ายแล้วเนี่ยบั๊กที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเราเนี่ย อาจจะไม่ใช่ AI อาจจะไม่ใช่ระบบใดๆ แต่ว่าคือตัวเราเองนะคะ ที่จะตัดสินใจว่าเราจะเลือก Fast Lane Slow หรือเลือกแบบไหน เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องตัดสินใจเอง ในตอนหน้าเราจะมาพูดคุยกับอาจารย์ของดีเจต้า นะคะซึ่งเป็นคนที่ตกผลึกเกี่ยวกับเรื่องของบั๊กการเงินได้ดีที่สุดนะคะ จนเป็นครูบาอาจารย์ของหลายๆ ท่านในแวดวงของ Bitcoin ในเมืองไทยนะคะ นั่นก็คือ ดร.เวชิต สายกาว นั่นเอง มาร่วมเดินทางมุ่งไปสู่ 10,000 subscriber ทีมงานรวมถึงดีเจต้า ลา ทุกท่านไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ

สวัสดีครับ สวัสดีครับ ไม่ไวฮะ

ทำไมต้องบ๊ายบาย

บ๊ายบายก่อน [เสียงหัวเราะ]

ก็เข้าสิได้เลยชาก็สวัสดีตาม

ตามปกติเลยอาจารย์ตามอาจารย์ขิงก็จะเข้า ธรรมดาแต่ครบปุ๊ก็ตีได้หมด

ตัวเนี้ย เหยียบได้แล้วก็ขึ้นมาแบบ

สวัสดีครับ [เสียงหัวเราะ]

2 ก็คือคน

ปากกามั้คะปากกา

สีน้ำเงินมั้สีน้ำเงินมั้ยน่าจะชัดกว่า ค่ะ

เติมคิ้วหน่อยมั้ย [เสียงหัวเราะ]

เรามาถามเส้นทางของพี่ต้าก่อนดีกว่าว่าฮา ของพี่ต้าน่ะที่เมื่อกี้ที่พูดถึงก็คือ งั้นฉัน งั้นฉันเริ่มจากการเป็นเซลล์ก่อน แล้วกันฮะ อะไรนะคะ

เบอร์รี่

อร่อยใช่มั้ย ได้น่าจะคั่วกา

นะร้านไหนเนี่ยเราไปขอสปอนเซอร์หน่อยซิ อร่อย

อืม

นะขอสปอนเซอร์มาเนี่ย [เสียงหัวเราะ]

ครับ เดี๋ยวว่าเพื่อนโรงงานใหม่จะเป็นไง เจ้านายจะดีมั้ เจ้านายจะเป็นอย่างงี้มั้ย อะไรอย่างเงี้ย นึกออกมั้ย

ดีๆๆ [เสียงหัวเราะ]

หรือว่าคนที่คนที่ขายเบียร์ คนที่เป็นเบียร์เทนเดอร์เองแล้วเคุยได้พูดคุยว่าพี่ชอบแบบไหน พี่กินขมมั้ครับปกติ หรือว่าพี่ชอบแนวฟรุตตี้ผลไม้

ดื่มน้ำเปล่าค่ะ

อ่ะเดี๋พี่มาปิดร้านแล้วฮะ [เสียงหัวเราะ] เวลากินบิคอเนอร์ด้วยกันเนี่ย พาผมพาไปขายของข้างทางเลยนะ ก่อนที่ [เสียงสูดหายใจ] ยังจะเปิดร้านไปสร้างความหนาของ

ของใบหน้าสักนิดนึงกันก่อนก็ไปตั้งขายลิม ทางกันเลยอ

อืม

ตั้งร้านเช้ามืดเลย

คุณพาเ้าไป

พาไปเลยฮะ ไปวันแรก

อืม เป็นยังไงคะ

เมาฮะ อุ้ย

เมา [เสียงหัวเราะ] พูดได้

และถ้าชอบรายการดีๆแบบนี้นะคะ ฝากกดติดตามกันไว้ด้วยที่ช่อง YouTube Cryptoby eance ไทยนะคะ เข้ามาร่วมมุ่งสู่ 10,000 subscriber พวกเรานะคะ แล้วก็ถ้าเกิดว่าใครมีคำถามหรือว่ามีเรื่องอะไรที่อยากรู้ฝากคอมเมนต์กันมาไว้ได้เลยนะ

[เพลง]