Transcription
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอย่างไร? คำถามที่ท่านสมาชิกรัฐสภาหลายท่านก็กังวลครับ ในเรื่องของปริมาณนักท่องเที่ยวที่มากเกินในบางพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐานระบบต่างๆ ที่จะรองรับนักท่องเที่ยวมันอาจจะหนาแน่นหรือแออัดเกินในบางพื้นที่ สิ่งเหล่านี้ครับคือปัญหาที่ทางรัฐบาลเองก็เข้าใจแล้วก็รู้ครับว่าการยกระดับคุณภาพให้เป็นการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูงมันต้องปรับโครงสร้างหลายๆ เรื่องครับ
ในคำแถลงของท่านนายกรัฐมนตรี การปรับโครงสร้างบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศ นั่นก็หมายถึงเป็นภาษาชัดๆ นะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้จะทำการปรับโครงสร้างกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ให้การท่องเที่ยวไปอยู่กับการบริหารจัดการกับวัฒนธรรม แล้วก็แยกกีฬาที่จะชื่อว่ากระทรวงกีฬาต่างหากอย่างชัดเจน ประเด็นที่ทำแล้วคิดว่าจะเกิดประโยชน์ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็จะเห็นเป็นทิศทางเดียวกันครับ ว่าการท่องเที่ยวกับวัฒนธรรมนั้นแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันในส่วนมาก การขายวัฒนธรรม การขายเอกลักษณ์อัตลักษณ์ของความเป็นไทยนั่นคืออยู่ในหนึ่งบทหมายของนักท่องเที่ยวที่อยากจะมา และแน่นอนครับการแยกกีฬาออกไป เมื่อกี้ท่านวุฒิสภาวุฒิที่สมาชิกก็ได้กล่าวครับว่าจะสามารถทำให้ความชัดเจนของกีฬามีทิศทางมากขึ้น สามารถพัฒนานักกีฬาแล้วก็การพัฒนาต่อยอดเป็นนักกีฬาอาชีพได้อย่างจริงจัง และนักกีฬาในความเป็นเลิศในความประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศก็จะได้รับความพัฒนาอย่างชัดเจน รวมทั้งกีฬาซึ่งจะเป็นเพื่อสุขภาพสุขอนามัยของประชาชนชาวไทยก็จะได้รับการพัฒนาเพื่อสร้างพลามัยที่แข็งแข็งแรงให้กับประชาชนอย่างแท้จริงครับ
ในต้องขอบคุณท่านรองนายกสุภจีนะครับ เมื่อวานท่านรองนายกก็ได้ตอบบางประเด็นในฐานะที่ท่านกำกับดูแลการท่องเที่ยวด้วย ในเรื่องของพัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทาง 365 วัน ก็เที่ยวได้ทั้งปี ในที่หลากหลายที่ไม่ว่าจะเป็นหน้าฝนหน้าหนาวหน้าร้อน นั่นก็คือเป็นหนึ่งนโยบาย การส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยคนในชุมชนได้รับประโยชน์และมีความพร้อมในการร่วมกันดูแลและรักษาอย่างยั่งยืน สิ่งนี้คือหัวใจสำคัญอีกประเด็นครับ วันนี้ต้องยอมรับครับชุมชนหลายชุมชนไม่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว ชุมชนหลายชุมชนรู้สึกว่านักท่องเที่ยวอาจจะมาเป็นคนที่ทำให้ชุมชนเหล่านั้นเดือดร้อน เพราะฉะนั้นการที่จะต้องคำนึงถึงชุมชนให้รู้สึกว่าชุมชนนั้นเป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว ต้องทำให้เกิดขึ้นแน่นอนครับ หนีไม่พ้นว่าสิ่งอะไรที่ชุมชนจะต้องได้รับจากการท่องเที่ยว ไม่ใช่มาแล้วชุมชนไม่ได้อะไรเลย มาแล้วชุมชนจะต้องมาแบกภาระต่างๆ นั่นคือสิ่งที่ไม่ยั่งยืนแน่นอนครับ ทำอย่างไรให้ชุมชนเหล่านั้นมีรายได้อย่างแท้จริง แน่นอนครับ ไม่ใช่ว่าเพียงแค่รายได้ที่จะสนับสนุน หมายถึงว่าการขายสินค้าการบริการในพื้นที่เท่านั้น การจัดสรรงบประมาณเป็นรายหัวบุคคลที่จะลงไปพื้นที่ หมายถึงว่านักท่องเที่ยวไปชุมชุมชนไหนมากรายได้ก็ต้องกระจายลงไปสู่ชุมชนนั้นตามรายหัว ก็จะเป็นนโยบายหนึ่งที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจะกระทำครับ
การส่งเสริม ประธานโทษนะครับต่อไปที่จะเป็นหัวใจหลักอีกประเด็นนึงของการท่องเที่ยวก็คือ การยกระดับความปลอดภัย การสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว นี่ที่กมหินก็เชื่อมโยงนะครับคำถามของท่านสมาชิกรัฐสภาที่ถามว่าความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ การทำประกันอุบัติเหตุ การประกันชีวิต การดูแลนักท่องเที่ยว รัฐบาลมีทิศทางอย่างไร เดี๋ยวผมจะขออนุญาตตอบอีกครั้งนะครับ
การสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยสนับสนุนการยกระดับเมืองน่าเที่ยว ต้องยอมรับครับในภาวะเหตุการณ์โลกในปัจจุบัน ค่าครองชีพที่สูง ค่าเชื้อเพลิงที่สูง การที่จะต้องลงให้คนไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวก็ยังต้องมี แต่แน่นอนครับมันก็จะดูเหมือนกับว่าให้ประหยัดพลังงาน แต่ทำไมยังต้องส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่การท่องเที่ยวที่เน้นมุ่งเน้นไปสู่การใช้ขนส่งมวลชนมากขึ้น ทั้งรถไฟหรือรถที่ใช้ร่วมกัน ก็จะต้องเป็นนโยบายที่ทางกระทรวงจะขับเคลื่อนและผลักดันครับ
ขออนุญาตตอบคำถามของ ต้องขอบคุณนะครับท่านแรกเลยที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวและกีฬาคือท่านอรรถกรนะครับ ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านนะครับ ท่านได้มาทำในหลายๆ อย่างให้กับกระทรวงนี้ในช่วงที่ผ่านมาได้อย่างดีครับ แล้วก็ท่านก็ยังห่วงใยมีคำถามถามต่อในความชัดเจนและทิศทาง เรื่องแรกก็คือเรื่องฟรีวีซ่าครับ ในระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยได้เปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว 90 กว่าประเทศ ที่ได้รับการอนุมัติฟรีวีซ่าแล้ว ในวีซ่าฟรีวีซ่านั้นสามารถพักพิงในประเทศไทยได้ 60 วันครับ แต่แน่นอนครับในช่วงที่ผ่านมากคณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตราก็ได้ไปเก็บข้อมูลแล้วก็ศึกษาถึงแนวทางว่าการที่นักท่องเที่ยวอยู่ประเทศไทย 60 วันนั้นเป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ จากสถิตินะครับที่กรมการท่องเที่ยวเองแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองได้เก็บข้อมูลไว้นั้น นักท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยครับ หมายถึงว่าเฉลี่ยทุกโซน โซนเลยนะครับ หมายถึงเอเชียยุโรปเฉลี่ยว่าอยู่ในประเทศไทยประมาณ 9 วันกว่าๆ แน่นอนครับประเทศใกล้ๆ ก็ 4 วัน 5 วัน 7 วัน ไกลที่สุดที่มีเรคคอร์ดไว้ก็คือ 21 วันกว่า แล้วนักท่องเที่ยวตั้งแต่หมายถึงว่าเที่ยวในเมืองไทยตั้งแต่วันเดียวจนถึง 30 วันนั้นคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ในประเทศนี้คือ 90 กว่าเปอร์ครับ นั่นหมายถึงอะไรครับ หมายถึงว่ายังมีอีกเกือบ 10% ที่อยู่เกิน 30 วัน เพราะฉะนั้น คณะกรรมการเองก็มีแนวทางชัดเจนครับว่าการทบทวนระยะเวลาของการให้วีให้ฟรีวีซ่าที่สามารถอยู่ได้ 60 วันนั้นจำเป็นจะต้องมีการลดจำนวนวันเพื่อไทยสอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวจริงๆ ครับ ทุกท่านทราบดีครับว่าการอยู่เกินนานไปเริ่มจะไม่ใช่เป็นนักท่องเที่ยวครับ เริ่มจะมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่มาแย่งงานคนไทย เริ่มมีน้องมีในบางประเด็นการทำสิ่งที่ ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการศึกษาครั้งนี้ครับก็ระบุชัดว่า การที่จะลด 30 วันจะไม่กระทบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศครับ ถ้าถามว่าแล้วคนที่เกือบ 10% อยู่เกิน 30 วันทำอย่างไร จริงๆ แล้วเราก็มีวีซ่าอีกประเภทนึงครับที่เรียกว่า DTV สามารถอยู่ได้ถึง 180 วัน นั่นคือหมายถึงว่าผู้ที่มาอบรมต่อยมวยมาทำอาหาร หรือลอง Stay ยาวๆ สามารถขอวีซ่าประเภทนั้นได้ครับ แต่ถ้าฟรีวีซ่านั่นหมายถึงคนที่จะต้องมาเที่ยวแล้วไม่ใช่ระยะยาวขนาดนั้น เพราะฉะนั้นคำถามขออนุญาตต่อไปท่านอัถกร ต่อไปยังท่านณัฐพลณัฐพลด้วยนะครับว่า รัฐบาลเองโดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้ศึกษาเบื้องต้นกับกระทรวงต่างประเทศ ก็จะให้ทบทวนเรื่องนี้ครับ เพื่อจะจำกัดเวลาให้มีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริงครับ และไม่เพียงแค่จำกัดเวลาด้วย ในที่สุดประเทศต่างๆ ที่เคยได้ฟรีวีซ่าเองเราก็ต้องพิจารณาทั้งหมดทุกประเทศครับว่าประเทศไหนยังคงเหมาะสมอยู่ เพราะแน่นอนครับเราอยากได้นักท่องเที่ยวที่ซึ่งมีคุณภาพครับ สิ่งนี้ชัดเจนในนโยบายว่าการยกระดับระดับคุณภาพมากกว่าปริมาณ สร้างรายได้มากกว่าปริมาณ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นกลไกนึงครับที่กระทรวงจะต้องทำ
ผมขออนุญาตที่จะตอบคำถามต่อของท่านสมาชิกรัฐสภานะครับว่า การท่อง การการสร้างนะวงจรการท่องเที่ยวอยู่ชะงักในหลายๆ จังหวัด การเปลี่ยนจากปริมาณเป็นคุณภาพนานการท่องเที่ยวไปอย่างยั่งยืน สิ่งที่เรามีปัญหาคือการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ให้รองรับ ให้สามารถมีคุณภาพได้ การที่จะยกระดับนักท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ สถานที่ประกอบการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวผู้บริการให้ท่องเที่ยวก็ต้องยกระดับคุณภาพเช่นเดียวกันครับ ปัญหาที่จะเกิดนั่นคือหมายถึงว่าแหล่งท่องเที่ยวยังขาดงบประมาณในการสนับสนุน เพราะฉะนั้นวิธีการหาเงินเพื่อจะนำเงินเหล่านั้นกลับไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ และกระทรวงก็มีนโยบายที่จะทำในประเด็นนี้ครับ
ท่านยังมีคำถามเกี่ยวกับภาษีค่าเหยียบแผ่นดิน ที่ท่านทั้งท่านสิริกัญยาท่านณัฐพงษ์ณัฐพลได้ถามไว้ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดที่ท่านเรียกว่าค่าเหยียบแผ่นดินหมายถึงกองทุนพัฒนาการท่องเที่ยวใช่มั้ครับ ถ้าเป็นกองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว สิ่งนี้ผมเชื่อว่าไม่เพียงประเทศไทยไม่ใช่เป็นประเทศแรกที่ทำในเรื่องนี้ มีเหลือไม่กี่ประเทศที่ยังไม่ทำ และมีหลายประเทศที่กำลังเพิ่ม ขออนุญาตยกตัวอย่างอย่างเช่น เร็วๆ นี้ก็ประกาศชัดครับว่าจะมีการยกเพิ่มค่าเก็บภาษีไโยนาแท็กเพิ่มขึ้นจาก 1,000 เยน ไป 3,000 เยน แต่ทำไมทุกเอ่อทางหลายแต่ประเทศทำได้ก็เพราะกองทุนเครับที่จะสามารถมาดูแลคุณภาพการท่องเที่ยวได้อย่างดี ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ถ้ามีกองทุนผมก็เชื่อว่าไม่เป็นงบประมาณแผ่นดินและไม่มาเบียดเบียนค่ารักษาพยาบาลของคนในประเทศ ถ้ามีประกันชีวิตประกันอุบัติเหตุอย่างชัดเจนของนักท่องเที่ยวผมเชื่อว่านักท่องเที่ยวก็จะเชื่อมั่น นำเงินที่ได้ไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสุขาความปลอดภัย หรือแม้แต่นำเงินกลับไปสู่ชุมชนและท้องถิ่นที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยอะต่อปี เป็นรายหัว สิ่งเหล่านี้เป็นกลไกที่สามารถทำได้หมดแล้วครับ ที่การดำเนินการกองทุนนี้จะสามารถดูแลได้นักท่องเที่ยวสร้างความมั่นใจได้ว่ามาเมืองไทยแล้วเกิดอะไรขึ้นเขามีสิทธิ์คุ้มครองเป็นอย่างดีเขาปลอดภัยเขาได้รับการบริการที่ดีแหล่งท่องเที่ยวมีการพัฒนา หนีไม่พ้นครับสิ่งที่พวกเราพูดกันทั้งหมดคืองบประมาณครับ กับการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยวเองกระทรวงเองแน่นอนครับได้รับงบประมาณแต่ก็แน่นอนครับหนีไม่พ้นว่าไม่สามารถจะสามารถพัฒนาทุกที่ได้ ก็ต้องขอบคุณท้องถิ่นหลายๆ ท้องถิ่นที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว แต่ต่อไปนี้ภาระต้องไม่เป็นของท้องถิ่นครับ มันจะต้องสมควรมีการหารายได้เพื่อก็เข้าไปสนับสนุนและดูแลเรื่องนี้โดยตรงครับ
ซึ่งเวลาผมขออนุญาตอีกสักนิดนะครับท่านประธาน นิดเดียวครับก็หลายๆ ประเด็นที่ต่อไปเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ขออนุญาตวนกลับไปด้านกีฬานะครับ ด้านกีฬานั้นต้องขอบคุณท่านวุฒิสภานะครับที่ให้ความห่วงใย ทั้งเรื่องของสนามที่ล้างในหลายๆ จังหวัด ในรัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของผมจะต้องเปลี่ยนสนามที่ล้างให้มาใช้งานได้ครับ แต่แน่นอนพี่น้องครับมีหลายปัญหาไม่ใช่วันนี้เพียงแค่เรื่องงบประมาณอย่างเดียวนะครับ เรื่องการถ่ายโอนเรื่องเจ้าของที่หลายเรื่องต้องตั้งคณะกรรมการทำงานแล้วก็ทำงานร่วมกันอย่างจริงจังครับ ถึงจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างจริง ผมเชื่อครับรัฐมนตรีหลายๆ ท่านที่ผ่านมาไม่มีใครสบายใจเรื่องนี้หรอกครับ ผมยังบอกกับคนในกระทรวงเลยครับ ถ้าแก้ได้แล้วไม่ต้องมารอสุรศักดิ์แก้หรอก แต่เชื่อครับมันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นข้ออ้างที่ผมจะไม่ทำครับ มันเป็นข้อที่ผมจะต้องทำให้ได้ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับ
เรื่องการสนับสนุนของนักกีฬา ผมเห็นด้วยนะครับ วันนี้เงินที่ได้ในเบี้ยเลี้ยงต่างๆ มันถ้ามันคิดแล้วมันแทบจะไม่มีขวัญและกำลังใจใดๆ กับนักกีฬาเลย การพิจารณาโครงสร้างของการสนับสนุนเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาเป็นความตั้งใจของผมและก็กระทรวงที่จะทำครับ เพื่อสร้างรักวันกำลังใจนักกีฬา ท่านราตกรถามมาอีกเรื่องนะครับ การจ่ายเบี้ยเลี้ยงตรงให้กับนักกีฬายังจะมีต่อมย เอ่อเอเชียน Beast Game กีฬาเพิ่งผ่านไปเร็วๆ นี้ครับ ท่านอัชกรสมัยท่านเป็นรัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬาท่านก็ได้มีมติจ่ายตรงไป และซึ่งการไปเก็บข้อมูลทั้งผู้ที่มี stakeholder หมายถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด นักกีฬาโค้ชทั้งสมาคมด้วย ทุกคนเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างพอใจในการทำลักษณะนี้ ถ้าตัวเลขความพอใจเกิดขึ้นก็ยืนยันครับ อะไรที่เกิดแล้วเป็นสิ่งดีต้องเดินหน้าต่อแน่แน่นอนครับ
ต้องขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ แล้วก็เรื่องการกีฬา เราจะมุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา การแยกกีฬาอย่างชัดเจน การจัดอีเวนต์ต่างๆ จะต้องเป็นการจัดที่เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง มีนักข่าวถามผมว่าอยากจัดนู่นจัดนี่มั้รายการใหญ่ๆ ของประเทศนี้ ผมบอกโอ้รัฐมนตรีทุกคนอยากจัดหมดล่ะครับ เพราะว่ายิ่งจัดมันก็เป็นเครดิต แต่แน่นอนครับถ้าดูความคุ้ม ผมต้องเลือกความคุ้มค่ามากกว่าที่อยากจะจัดโดยที่ไม่ได้ดูอะไรเลย เพราะฉะนั้นทุก World Event ในประเทศไทยมีได้แต่ต้องคุ้มกับการจัดคุ้มค่าหลายๆ เรื่อง ถ้าไม่คุ้มก็ต้องพิจารณาดีๆ ในยามภาวะที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ แต่การสนับสนุนจะเต็มที่โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลักครับ ขอบคุณท่านสมาชิกที่ตั้งคำถามทุกๆ ท่าน ขอบคุณท่านประธานรัฐสภาครับที่ให้โอกาสได้ชี้แจงเผื่อมีอะไรจะขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
ครับต่อไปท่านรัฐมนตรีนิกรโสมกลางขอชี้แจงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาครับผมนิกรส่วนกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ ขออนุญาตใช้เวลาตอบข้อคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะกับการขับขับเคลื่อนของเอ่อภารกิจของกระทรวงพม. ในหลายมิติครับ ซึ่งตัวผมเองแล้วก็ทางกระทรวงพม.เองก็พร้อมน้อมรับข้อเสนอเนี่ยที่มีประโยชน์ และอยากจะขอเรียนนำเรียนเป็นข้อมูลเพิ่มเติมให้กับท่านสมาชิกสัก 3-4 ประเด็น ประเด็นที่ 1 ครับที่ได้มีการถามเข้ามาคือวิกฤตประชากรเด็กเกิด กลุ่มแรงงานโหดตัวมีผู้เข้าสู่วัยผู้สูงอายุมากขึ้น กระทรวงพม.มีนโยบายหรือแนวทางการดูแลประชาชนแต่ละกลุ่มอย่างไรบ้าง เพื่อรองรับสังคมสูงวัย ต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับว่า กระทรวงพม.เองก็ได้เตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัยเพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มพัฒนาสังคมและนับไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนนะครับ ยกตัวอย่างเช่นสำหรับเด็กและเยาวชนนะครับ ก็มีการสนับสนุนเงินอุดหนุนให้กับเด็กแรกเกิดตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบนะครับ รายละ 600 บาทต่อเดือนนะครับ เป้าหมายปี 256900,000 2,778 ราย เป็นเงินกว่า 16,000 ล้านบาทนะครับ แล้วก็ได้มีการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กปฐมวัยตั้งแต่ 0 ขวบจนถึง 4 ขวบนะครับ ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้เด็กปฐมวัยตามมาตรฐานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาตินะครับ ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุเราก็จะมีการมุ่งเน้นในการที่จะเสริมสร้างการมีงานทำของผู้สูงวัยนะครับ ให้เขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สามารถยืนอยู่ในสังคมต่อไปได้อย่างภาคภูมิใจนะครับ โดยการให้มีเงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุนะครับ ที่ผ่านมาที่ผ่านมานะครับ ได้มีการทำสัญญาคู่ไปแล้วกว่า 117,667 สัญญา เป็นเงินกว่า 3,217 ล้านบาทนะครับ และยังจะได้มีการเสริมทักษะเพิ่มสมรรถนะในการจ้างงานร่วมกันกับเครือข่ายภาคเอกชนอีกกว่า 900 กว่าเครือข่ายนะครับ ในกาลนี้ นะครับ กระทรวงพม.เองนะครับไม่ได้หยุดแค่นี้ ก็ยังมีการเสริมสร้างกลไกการพัฒนาผู้สูงอายุในชุมชนผู้สูงอายุในชุมชนนะครับ ด้วยศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุหรือสพอ. ปัจจุบันก็มีอยู่ 2,258 แห่งทั่วประเทศนะครับ ช่วยกันเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุตามชุมชนต่างๆ นะครับ ยังไม่พอครับยังมีการสร้างผู้บริบาลผู้สูงอายุอีกเพิ่มเติมขึ้นมานะครับ ให้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชนทั่วประเทศ ปัจจุบันมีอยู่ 878 คน ให้มีกำหนดว่า 1 คนสามารถดูแลต้องดูแลผู้สูงอายุอย่างน้อย 100 คนนะครับ ปัจจุบันมี 878 คนก็สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ 87,800 คนนะครับ แล้วก็ยังมีการขับเคลื่อนโรงเรียนผู้สูงอายุร่วมกับท้องถิ่นนะครับ เพื่อให้ผู้สูงอายุเราสามารถมีทักษะการในการทำงานเพิ่มขึ้นได้แล้วก็ดูแลตัวเองได้นะครับ นี่คือเป้าหมายนะครับ
ประเด็นที่ 2 ครับที่ได้มีการเอ่อสอบถามมาจากเพื่อนสมาชิกนะครับ ทางกระทรวงพม.มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างเป็นองค์รวมทุกมิติอย่างไรนะครับ จริงๆ ต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า กระทรวงพม.เองมีช่องทางในการที่จะรับแจ้งเหตุหรือให้คำปรึกษาผ่านสายด่วน 1300 หรือที่เราเรียกว่า 1,300 นะครับ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้บริการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแล้วก็คุ้มครองผู้ประสบปัญหานะครับ จากสถิติที่ผ่านมานะครับ ปี 256 มีอยู่ประมาณ 4,000 กว่าเคส 3,000 เคสเนี่ยเป็น เอ่อกรณีที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวและอีก 1000 กว่านี่เป็นความรุนแรงนอกครอบครัวนะครับ ก็เป็นตัวอย่างที่ทางกระทรวงเองเพิ่มมีช่องทางนะครับ แล้วยังไม่พอก็ยังมีช่องทางติดต่อผ่านทางเว็บแอปพลิเคชันก็ได้ ผ่าน Line แอปพลิเคชัน Line Official Account เพิ่มเติมขึ้นมาก็จะมีเจ้าหน้าที่ตอบแล้วก็ให้ข้อคิดเห็นข้อเสนอเนี่ยแบ่งเป็นกลุ่มๆ เป็นด้านๆ ไปนะครับ แล้วก็ในส่วนของกฎหมายนะครับ ทางกระทรวงเองก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ในประเด็นกระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองตามพระราชบัญญัติโดยกำหนดขั้นตอนการรับแจ้งเหตุทำทันทีการสอบข้อเท็จจริงการส่งต่อให้ความช่วยเหลือคุ้มครองนะครับ การร้องทุกข์และการติดตามผลซึ่งจะเป็นการพัฒนาให้กระบวนการทำงานเป็นระบบแบบองค์รวมโดยใช้กลไกทางกฎหมายนะครับ
ประเด็นที่ 3 ครับที่ได้สอบถามมาครับ กระทรวงพม.มีแนวทางในการพัฒนาเรื่องบ้านที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกมิติอย่างไร ต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อสมาชิกครับว่า กระทรวงพม.เองนี่พัฒนาบ้านที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมนะครับ เพื่อนำไปสู่การลดรายจ่ายให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของกลุ่มเป้าหมายเราให้เหมาะสมกับกลุ่มเปราะบางที่กระทรวงพม.ดูแลอยู่นะครับ ปัจจุบันก็ได้มีการสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงจำนวน 3,370 ครัวเรือน บ้านพอเพียง 15,625 เรือน ผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภายใต้หลักการให้อย่างมีคุณค่าและรับอย่างมีศักดิ์ศรี และยังมีไม่พอครับก็ยังมีส่วนของการเคหะแห่งชาตินะครับ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีราคาเหมาะสมให้กับกลุ่มที่มีรายได้น้อยกลุ่มที่อาจจะโดนปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินอีกกว่า 21,712 ยูนิตนะครับที่จะมาช่วยเติมตรงนี้ให้นี่ก็จะเป็นการเพิ่มพัฒนาศักยภาพเพิ่มพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องในด้านของที่อยู่อาศัยนะครับ
ประเด็นสุดท้ายครับ ประเด็นที่ 4 ครับ ด้าน พ.ร.บ. Universal Design นะครับ ก็อยากจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าตามพระราชบัญญัติส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 2556 กำหนดให้คนพิการมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากได้จากสิ่งที่อำนวยความสะดวกทั้งสถานที่ สถานที่ถนนยานพาหนะบริการขนส่งการคมนาคมทั้งทางบกทางรางทางอากาศทางน้ำรวมไปถึงการเข้าถึงสิทธิในการสื่อสารต่างๆ นะครับ ทางกระทรวงเองก็ได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฉบับที่ พ.ศ. อยู่ระหว่างดำเนินการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อปรับปรุงเนื้อหาในการเข้าถึงสิทธิสิ่งอำนวยความสะดวกให้เป็นรูปธรรมให้มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมาพิจารณาให้ความเห็นการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการของรัฐและในโครงการที่ได้รับประสาสัมปทานจากรัฐรวมถึงการที่จะออกประกาศมาตรฐานอุปกรณ์หรือข้อแนะนำอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับรองรับหลักการ Universal Design ตามหลักกฎหมายนานาประเทศครับ
ท่านประธานครับ โดยรวมทั้งหมดนี้ผมขอนำเรียนอย่างชัดเจนว่าข้อเสนอของท่านสมาชิกทั้งหมดจะถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดทิศทางการทำงานของกระทรวงไม่ว่าจะเป็นเชิงนโยบายแผนงานการปฏิบัติงานที่ส่วนกลางการปฏิบัติการในพื้นที่เพื่อให้การพัฒนาสังคมของประเทศสามารถตอบสนองต่อความต้องการในพื้นที่ได้อย่างครอบคลุมได้ อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลในรูปแบบของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน ท้ายที่สุดนี้ครับผมเชื่อว่าการพัฒนาสังคมไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นการพัเป็นแต่เป็นภารกิจร่วมกันทั้งรัฐสภาแห่งนี้ทั้งรัฐบาลทั้งสังคมโดยรวมนะครับ ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พร้อมที่จะทำงานกับทุกภาคส่วนนะครับที่จะขับเคลื่อนไปบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องบนข้อมูลที่เข้าใจและความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริงและยั่งยืนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ครับท่านต่อไปท่านรัฐมนตรีสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจท่านขอชี้แจงครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาสภาที่เคารพอย่างสูงครับ ตามที่สมาชิกผู้ทรงเกียรตินายกรจาิคนิชได้มีการอภิปรายถึงผม เรื่องการซื้อเครื่องบินเจ็ท ซึ่งมีทั้งหมดอยู่ 3 ประเด็น 1 มีการชำระเงินจริงหรือไม่ 2 เงินที่ใช้ชำระเงินเงินที่ใช้ชำระมาจากไหน และ 3 เมื่อชำระแล้วเงินนั้นไปที่ไหน โดยเรื่องการซื้อขายเครื่องบินเจ็ทจากภรรยาของนายเบนซิ ผมได้เคยชี้แจงผ่านสื่อมวลชนและผ่านสังคมก่อนหน้านี้แล้วให้ทราบถึงข้อเท็จจริงและความโปร่งใสไปแล้ว แต่ในเมื่อวันนี้ท่านกรามอีก ผมก็ยินดีที่จะชี้แจงให้ทราบอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมได้ซื้อเครื่องบินร่วมกับครอบครัว โดยเครื่องบินเจ็ทดังกล่าวมีมูลค่า 862 ล้านบาทเศษ ผมมีสัดส่วนถือครองจำนวน 30 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นของญาติพี่น้อง โดยชำระเงินและผ่านกระบวนการจดแจ้งเครื่องบินเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้มีการกล่าวหานายเบนซมิ ว่ามีการยุ่งเกี่ยวกับเครือข่ายทุนศรีเทา โดยคุณรังสิมาโรมได้เอาเรื่องเป็นสิมาพูดในสภาแห่งนี้ครั้งแรกในเดือนกันยายนปี 256 นับเป็นเวลาหลังจากการซื้อขายเครื่องบินเสร็จสิ้นไปถึง 1 ปีเต็ม ซึ่งถ้าผมทราบว่านายเบนสมิธมีพฤติกรรมดังกล่าว ธุรกิจธุรกรรมการซื้อขายเครื่องบินกับนายเบนซmิธจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ
สำหรับประเด็นข้อกล่าวหาขององค์กรผมขอตอบดังนี้นะครับ 1 การซื้อขายมีการซื้อขายจริง มีการชำระเงินผ่านธนาคารกรุงเทพฯในสาขาประเทศไทยทั้งหมด ไม่ได้ผ่านธนาคาร BIC กัมพูชาของนายยิมเลี้ยกคู่หูของนายเบนซมิแต่อย่างใด 2 เงินที่ใช้ในการชำระเครื่องบินดังกล่าวเป็นเงินของผมและครอบครัว ซึ่งในส่วนของผมได้ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินต่อ ปปช.ในเรื่องนี้ไปตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2567 ซึ่งสามารถตรวจสอบในส่วนนี้จาก ปปช.ได้ ครับ 3 เมื่อชำระเงินแล้วเงินที่ผมโอนเป็นการโอนผ่านธนาคารกรุงเทพฯในประเทศไทย ส่วนผู้ขายจะโอนไปที่ไหนต่อเป็นเรื่องของผู้ขายครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผมเลยครับ ขอบคุณครับ
ครับต่อไปเป็นการอภิปรายของสมาชิกนะครับ เชิญท่านพรณรงค์นินมะ เชิญครับ
ครับกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมนายพรณรงค์นินมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบลภูเขต 3 ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จริงๆ ในวันนี้นะครับที่ลุกขึ้นอภิปราย มีประเด็นที่เอ่อ ต้องการอภิปรายหลายประเด็นด้วยกันนะครับ จากนโยบายที่คณะรัฐบาลนะครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ แต่ด้วยมีสมาชิกสภาหลายท่านได้อภิปรายในหลายๆ ประเด็นไปแล้ว อาที่ิเช่น ในประเด็นของกรรมสิทธิ์ในที่ดินก็ดี ในประเด็นของที่ดินหลวงนะครับที่แต่ละหน่วยงานถือเอาแนวเขตนะครับ ในส่วนของหน่วยงานใครหน่วยงานมันทับซ้อนกันมั่วไปหมด เรื่องของ one map นะ เรื่องของข้อระเบียบกฎหมายที่ต้องแก้ไขหรือต้องปรับปรุงให้ทันกับยุคกับสมัยกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้การผิปรายซ้ำซ้อนและเป็นที่น่าเบื่อและก็เป็นการกระชับเวลาในการประชุมด้วย ผมก็จะขอนะ อาจจะข้ามประเด็นที่สำคัญเหล่านั้นไปบ้าง แต่ก็หวังว่าการที่มีท่านสมาชิกรัฐสภาหลายๆ ท่านพูดถึงประเด็นเหล่านี้ หวังว่ารัฐบาลจะเห็นว่าเป็นประเด็นที่สำคัญและควรยิ่งที่จะนำมาพิจารณา และเป็นประเด็นที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับต้นๆ แต่ประเด็นที่ผมจะอภิปรายต่อจากนี้เป็นเรื่องที่ข้ามไม่ได้ครับท่านประธานครับ ผมจำเป็นต้องอภิปรายเพื่อทวงถาม 3 สัญญา จากรัฐบาล จากพรรคร่วมรัฐบาลก็ดี ถึงสัญญาที่ท่านเคยนะครับให้ไว้กับประชาชนในช่วงที่ปราศรัยหาเสียงในห้วงที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้นโยบายดีๆ นะครับได้เรือนรางจางหายไป เพราะวันนี้ถือว่าท่านได้อยู่ในอำนาจที่จะทำตามที่ท่านได้สัญญาไว้ได้แล้ว แล้วก็ชี้ให้เห็นว่าครับนโยบายที่ท่านเรียกว่าเปลี่ยนผ่านจริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่เปลี่ยนผ่านก็ได้ แต่มันอาจจะเปลี่ยนใจหรือทิ้งสัญญาที่มีต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรทั่วเทพ ท่านประธานครับ พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทยและในปัจจุบันนะครับก็ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยประกาศกล้องนะครับนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตรขั้นต่ำ 30% และสและประกาศว่าสามารถทำได้ทันทีในปีแรก หน่วย แต่พอดูในคำแถลงนโยบายของท่านนายก ในนโยบายข้อ 4 ด้านการเกษตรครับท่าน คำสัญญาเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยคำศัพท์ คำศัพท์ที่เป็นศัพท์เทคนิคอย่าง AI อย่าง Big Data อย่างเทคโนโลยีชีวภาพ รู้สึกเหมือนกำลังอ่านนิยายวิทยาศาสตร์อยู่เลยครับท่านประธานครับ ในความเป็นจริงในชีวิตจริงพี่น้องเกษตรกรอยากรู้แค่ว่าราคาข้าวราคาปรามราคามันราคายางราคาอ้อย จะขึ้นตามที่สัญญาไว้เมื่อไหร่เท่านั้นเองครับท่านมา ในนโยบายที่ท่านพูดถึงนะครับ ในข้อ 4.1 โครงการดอกเบี้ยคนละครึ่ง ผมถามว่านี่คือการลดหนี้หรือการเติมหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรครับท่านผลักภาระให้เกษตรกรต้องไปกู้เงินจากธกส.จากสถาบันการเงินมาเพื่อยกระดับทักษะในการใช้ปุ๋ยโดยที่รัฐออกดอกเบี้ยให้เพียงครึ่งเดียว นี่แหละครับคือการแก้ปัญหาหนี้สินแบบเบ็ดเสร็จของรัฐบาลชุดนี้ ประเด็นที่เจ็บปวดที่สุดครับท่านประธาน คือพี่น้องเกษตรกรคือฐานรากของประเทศไทย และเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ และสำหรับพี่น้องเกษตรกรเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตรราคาสินค้าเกษตรคือเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่ในนโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาลชุดนี้ครับกลับเบาบางเหลือเกิน ผมกังวลเหลือเกินครับท่านจากนโยบายผมกังวลมากการที่ท่านไม่เขียนคำว่าโฉนดหรือกรรมสิทธิ์ให้ชัดเจนแต่กลับใช้คำว่าสิทธิ์ที่ดินทำกินอย่างเป็นธรรม มันคือการเลี่ยงบาลีหรือไม่เพื่อที่จะยักเพื่อที่จะรักษาที่ดินรัดไว้ให้นายทุนเช่าทำธุรกิจพลังงาน หรือธุรกิจเกษตรแบบครบวงจร พี่น้องประชาชนพี่น้องเกษตรกรที่รอโฉนดมาทั้งชีวิต วันนี้ท่านกำลังจะบอกเขาว่าเอาแค่สิทธิ์ทำกินไปก่อน ส่วนที่ดินของรัฐ ส่วนที่ดินเป็นของรัฐเหมือนเดิมใช่หรือไม่ ถ้าไม่กล้าประกาศชัดนะครับเพื่อรับรองสิทธิ์และความมั่นคงในชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งหมดอย่างน้อยครับก็แสดงความกล้าหาญประกาศชัดๆ ให้พี่น้องประชาชนได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในเขตเศรษฐกิจ หรือพื้นที่ชุมชนก่อนก็ได้ ท่านประธานครับ นโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ข้อ 4.3 3 เรื่องเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรมหรือ contract Farming ชื่อเพราะครับ ดูสวยหรูเลยล่ะ ด้วยความรู้ความสามารถด้วยประสบการณ์ของท่านนายกท่านรัฐมนตรีผมว่าท่านย่อมรู้ดีว่าในทางปฏิบัติเกษตรกรรายย่อยไม่เคยมีอำนาจต่อรองกับบริษัทใหญ่ได้จริง การที่รัฐบาลเน้น AI เทคโนโลยีชีวภาพแต่กลับให้เกษตรกรพึ่งพาปัจจัยการผลิตผ่านโครงการของรัฐและเอกชน ยิ่งตอกย้ำว่ารัฐบาลกำลังบีบให้เกษตรกรต้องกลายเป็นแรงงานในที่ดินของตนเอง ที่ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ซื้อปุ๋ยและใช้เทคโนโลยีจากบริษัททุนใหญ่ที่เข้าถึง Big Data ของรัฐได้มากกว่าชาวบ้าน นี่ไม่ใช่เกษตรยั่งยืนครับแต่นี่คือเกษตรกรรมภายใต้การกำกับของทุนใหญ่ โดยมีรัฐบาลเป็นผู้จัดสรรทรัพยากร ทั้งทรัพยากรที่ดินและข้อมูลให้กับกลุ่มทุน ท่านทหารครับ ผมจะไม่ถาม หรือขอคำตอบใดๆ จากรัฐบาลต่อจากนี้ แต่ผมอยากจะขอวิงวอนรัฐบาลล่ะครับ ขอวิงวอนว่าช่วยมีความจริงใจกับพี่น้องเกษตรกรหน่อยได้มั้ย คำศัพท์สวยหรูเพื่อปกปิดและเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน คือนโยบายที่พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อน้ำตาและเวลาทั้งชีวิตของพี่น้องเกษตรกร แต่เป็นการแลกมาด้วยสิ่งที่จะตามมาด้วยการสูญเสียโดยศูนย์เปล่าครับ ฝากรัฐบาลด้วยครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ครับต่อไปท่านนรพลตันติมนตรีครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภารัฐสภาที่เคารพ กระผม นายนรพลตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคธรรมจังหวัดเชียงใหม่เขต 10 ในนามสมาชิกรัฐสภา ผมขอขอบพระคุณพระกล้าธรรมที่ให้โอกาสกับผมได้มาสะท้อนปัญหาในอำเภอพื้นที่เขต 10 อันประกอบไปด้วยอำเภอพ่ออมก๋อยดอยเต่าและอำเภอแม่แจ่ม 4 ตำบลในพื้นที่ของจังหวัดเชียงที่อยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่บนพื้นที่สูง ติดกับทางตอนใต้ของอำเภออมก๋อยติดกับจังหวัดตาก จากคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีได้มุ่งเน้นพัฒนาประเทศในรูปแบบ Smart City Smart Farming แต่ในขณะเดียวกันหมู่บ้านในอำเภอฮอดในอำเภออมก๋อยและในอำเภอแม่แจ่ม ยังเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึงหรือมีก็เพียงแต่แค่ไฟแสงสว่างแค่ดวงเดียว เปิดพัดลมได้แค่ 1 ตัวอาจจะไม่สามารถใช้โซล่าเซลล์ในการอ่าใช้เครื่องปรับเครื่องเอ่อตู้เย็นได้ แล้วโครงการสามารถเอ่อดิจิตอลต่างๆ ของรัฐบาลจะเข้าไปในหมู่บ้านได้ อย่างเช่นหมู่บ้านในตำบลแม่หลองในตำบลนาเกียงอำเภออมก๋อย บ้านแม่ฮืดในตำบลบอหลวงอำเภอฮอดหมู่บ้านเหล่านี้ยังใช้โซล่าเซลล์อยู่เลยครับท่านประธานครับ โครงการสมาร์ทต่างๆ ของรัฐบาลที่กล่าวถึง จะไม่สามารถเข้าถึงในหมู่บ้านได้ตราบใดที่ยังไม่มีไฟฟ้ารวมไปถึงถนนเองก็ยังมีลักษณะเป็นลูกรังหรือดินแดงและเป็นฝุ่น รัฐบาลที่แล้วมาผมจำได้จำไม่ผิดว่ายังมีนโยบายถนนปอดฝุ่นถนนไรฟฝุ่นมาจนถึงทุกวันนี้แล้วโครงการนี้รัฐบาลพรรคการเมืองคงคิดว่ามันไม่มีหมู่บ้านที่มันไม่มีฝุ่นแล้วนโยบายนี้ก็ผ่านไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังมีหมู่บ้านที่ยังมีฝุ่นยังต้องการโครงการนั้นกลับมาให้ปัดฝุ่นได้ใช้อีก ผมถึงอ่าแล้วจากนั้นแต่ตอนนี้นะครับ อย่างจะได้ใช้สมาร์ทโครงการสมาร์ทต่างๆ ของรัฐบาลได้พี่น้องประชาชนเรียกร้องเพียงแค่สาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดีแค่นั้นเองก่อนที่จะปรับเปลี่ยนไปเป็นสมาร์ทต่างๆ ในโลกสมัยใหม่ยังต้องพูดถึงการรักษาพยาบาลการศึกษา เด็กๆ นักเรียนยังขาดแคนอุปกรณ์การเรียนอยู่เลย เด็กๆ นักเรียนจะได้ทานอาหารครบ 5 หมู่หรือไม่ แล้วจะเข้าถึงโอกาสสมาร์ทต่างๆ ของนโยบายรัฐบาลปัจจุบันนี้ได้อย่างไรครับ การรักษาพยาบาลเมื่อมีคนป่วยในหมู่บ้าน กว่าจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาลที่อำเภอจะต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงถ้าหากเป็นช่วงหน้าฝนหลายครั้งจะเกิดอุปสรรครถติดลม กว่าคนไข้จะเดินทางมาถึงโรงพยาบาลต้องใช้เวลา 6-7 ชั่วโมงในระยะทางเพียง 45 กม. อาการของคนไข้ก็คงจะอ่าปางตายหรือหนักพอสมควรนะครับกว่าจะมาถึงโรงพยาบาลได้ ใน Smart Medical ของรัฐบาลมาแล้วแต่ชาวบ้านยังเดินทางไปถึงโรงพยาบาลไม่ได้เลยครับ รัฐบาลจะใช้การปรึกษาแพทย์ทางกายโดยระบบ Zoom แต่ก็ยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตใช้ อย่างที่จะเข้ามาถึงนโยบายของรัฐบาลได้อย่างไรครับ
ในส่วนของพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูงได้แก่ ลำไย มะเขือเทศ กระเทียม พริก หอมแดง กะหล่ำ ข้าวโพด รัฐควรจะมีมาตรการรองรับเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว โดยจะใช้ระบบตลาดล่วงหน้า การทำ Smart Farming ตามที่ท่านแถลงนโยบายใหม่นั้นก็เป็นเรื่องที่น่า ยินดีครับ ถ้าท่านจะทำอย่างจริงจังและจริงใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่สูงอย่างจริงจัง อยากจะให้รัฐบาลได้ให้ความมั่นใจกับเกษตรกรว่าการที่พี่น้องเกษตรกรปลูกมะเขือเทศแล้วปลูกกระเทียมปลูกพริก แล้วราคาจะไม่ตกต่ำเหมือนที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ ในข้อ 4.2 2 ของคำแถลงนโยบายรัฐบาลจะต้องช่วยวางแผนการปลูกและจำหน่ายสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สิ่งที่ผมอยากเห็นรัฐบาลเข้ามาดูแลพืชต่างๆ ที่ผมได้กล่าวมานั้นจะต้องสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชผสมผสานต้องจัดเตรียมแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแหล่งน้ำนั้นสามารถใช้ในการดับไฟป่าได้ด้วยเช่น การปลูกพืชผสมผสานรัฐอาจจะสนับสนุนการปลูกกาแฟในพื้นที่บนภูเขาได้เพราะยังมีตลาดรองรับอีกมาก และเป็นการรักษาป่ารวมถึงอาจเป็นการป้องกันไฟป่าไปในคราวเดียวกันเพราะกาแฟต้องปลูกอยู่ในพื้นที่ร่มอยู่ในใต้ร่มเงาของต้นไม้ ดังนั้นจะมีคำพูดที่ว่าถ้าท่านจิบ 10 กาแฟทุกๆ แก้วจะเป็นการรักษาป่าไปในคราวเดียวกัน ส่วนพืชชนิดอื่นอย่างที่ผมได้กล่าวมาแล้วมะเขือเทศกระเทียมเหล่านี้จะต้องเตรียมดูแลเรื่องราคาผลผลิตการเกษตรอีกด้วยครับ และพืชชนิดที่รัฐส่งเสริมอยู่แล้วคือยางพารา อยากจะให้เกษตรกรมีความเชื่อมั่นในการที่จะปลูกยางพาราแล้วมีราคายางพาราที่จะรองรับให้กับเกษตรกรได้มั่นใจว่าการที่จะเข้าไปในโครงการของ คทช. คณะกรรมการที่ดินทำกินแห่งชาติแล้วเกษตรกรจะมีข้อมั่นใจว่าที่ดินที่เข้าไปในโครงการคณะกรรมการที่ดินทำกินแห่งชาตินั้นจะไม่ถูกรัฐยึดคืนที่ดินไปเป็นของรัฐ ในส่วนนี้ผมได้ยินมาจากพี่น้องเกษตรกรว่าเกษตรกรไม่มีความมั่นใจว่าถ้าเข้าโครงการแล้วที่ของเขาที่เขาปลูกข้าวโพดอยู่ที่เขาอ่าปลูกกะหล่ำอยู่ถ้าเราจะสนับสนุนให้ปลูกพืชหมุนเวียนให้มากขึ้นเพื่อจะลดพื้นที่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวจะทำให้พี่น้องสบายใจได้อย่างไรว่าถ้าเข้าโครงการแล้วที่ดินยังจะเป็นของพี่น้องประชาชนต่อไปครับ
ในส่วนของข้อที่ 22 การพัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างอำเภอพื้นราบอำเภอดอยเต่าเรื่องที่ดินทำกินเอกสารสิทธิ์ประชาชนคอยเต่าครับยังไม่มีโฉนดเอกสารสิทธิ์กันทั้งอำเภอเลยครับ ที่ว่าการอำเภอหรือหน่วยงานราชการในอำเภอดอยเต่าก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ เอ่อพี่น้องอำเภอดอยเต่าถูกย้ายขึ้นมาจากการจัดสรรที่ดินใหม่เนื่องจากที่ดินเดิมเป็นแนวน้ำท่วมของโครงการสร้างเขื่อนภูมิพลตั้งแต่ปี 2500 หลังจากถูกย้ายขึ้นมาอยู่หลังจากนั้นได้ย้ายขึ้นมาอยู่ในที่ปัจจุบันเป็นนิคมเป็นที่ดินของนิคมสร้างตนเองในการจัดสรรที่ดินแต่ภายหลังมีการประกาศเขตสงวนเกิดปัญหาผิดพื้นที่ป่าทับซ้อนแนวนี้ก็อาจจะเกิดจากกฎหมายการที่ประกาศเขตป่าที่ทับซ้อนกันอยากจะขอรัฐบาลสะท้อนปัญหานี้ได้เร่งผลักดันให้พี่น้องชาวอำเภอดอยเต ดินมีเอกสารสิทธิ์กันในทางอำเภอด้วยครับ ส่วนพืชเศรษฐกิจของอำเภอดอยเต่าและอำเภอฮอดเป็นอำเภอที่อยู่ในพื้นราบคือลำไยครับ อีก 2 เดือนข้างหน้าเดือนพฤษภาคมเดือนมิถุนายนขอให้รัฐบาลได้เตรียมมาตรการที่จะรองรับเอาไว้ครับ ในโครงการจำนำ หรือจะประกันรัฐบาลเห็นว่าโครงการจำนำ หรือประกันโครงการไหนที่จะดีช่วยเหลือเกษตรกรได้อยากจะให้รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์คงจะได้เตรียมที่จะต้องผลักดันโครงการใดโครงการหนึ่งเพื่อเตรียมรองรับ่อโครงเรื่องของราคาลำไยที่จะเกิดขึ้น แต่ในอดีตที่ผ่านมานะครับรัฐมนตรีท่านอดีตรัฐมนตรีธรรมนัสพรหมเผ่าท่านเคยได้ใช้โครงการอ่าชดเชยช่วยเหลือลำไยไร่ละ 2,000 ถ้าทางรัฐบาลเห็นดีว่าโครงการชดเชยลำไยไร่ละ 2,000 จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ก็คิดว่าโครงการนี้ก็คงจะไม่สงวนสิทธิ์ที่จะให้รัฐบาลได้ใช้ได้ครับ ขอบคุณครับ
ครับต่อไปท่านรักชนกศีนครับ เชิญครับ
สวัสดีค่ะ
ท่านท่านประธานครับขออนุญาตฮะผมรังสิม ครับท่านประธาน
เชิญครับ
พอดีเมื่อกี้มันเกิดปัญหานิดนึงท่าน ประธานอยากจะให้เกิดความชัดเจนเนื่องจาก ว่าตัวสไลด์ของคุณรัชนกเนี่ยนะครับปรากฏ ว่ามีการเซ็นเซอร์ซึ่งการเซ็นเซอร์ที่ว่า เนี่ยเป็นการเซ็นเซอร์หน้า
ส.ส.และรัฐมนตรีในชุดนี้นะฮะ ทีนี้เนี่ยตั้งแต่เช้ามาเราก็เดินเรื่องนี้กันมาด้วยความเรียบร้อยหลายท่านนะครับถึงขนาดเปิดสไลด์เป็นบุคคลภายนอกหรือชื่อบริษัทอื่นๆ ด้วยซ้ำก็ไม่มีปัญหาซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ดีแต่กลายเป็นว่าพอเป็นคุณรัชนกศรีนอกเนี่ยกำลังจะขึ้นอภิปรายดันไปเซ็นเซอร์ทั้ง QR code ไปเซ็นเซอร์หน้าตานะครับของ ส.ส.ในสภาแห่งนี้หรือรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้เนี่ยผมคิดว่าทำแบบนี้ไม่ได้จึงอยากจะหารือท่านประธานครับเพราะทางเจ้าหน้าที่ที่ตรงห้องโสดเขาก็ไม่กล้าตัดสินใจเขาก็รอคำสั่งท่านประธานว่าตกลงท่านประธานเอาอย่างไรอันนี้อยากจะหารือก่อนครับไม่งั้นเนี่ยมันอภิปรายกันไม่ได้
ครับอ่าเชิญนั่งครับเอ่อถ้าถ้าเป็นรัฐมนตรีที่เชิญอ่าท่านมนั่งลงก่อนครับ อ่าถ้าเป็นรัฐมนตรีที่อยู่ในคณะรัฐบาลชุดนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเซ็นเซอร์ครับถ้าถ้าเป็นรัฐมนตรีที่อยู่ในรัฐบาลชุดนี้เพราะตัวจริงก็เห็นอยู่แล้วนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเซ็นเซอร์
ท่านประธานถ้าถ้าเช่นนั้นนะครับรวมถึง สส. ด้วยถูกต้องมั้ยท่านประธาน
สส.ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ใช่มั้ครับ
ครับดังนั้นท่านประธานช่วยรบกวนฮะแจ้งห้องสวดนิดนึงฮะ
ผมว่าเขาได้ยินอยู่มั้งครับ
ครับถ้างั้นผมขออนุญาตนะครับก็คือให้สไลด์ของท่านรัชนกเนี่ยนะครับที่กำลังจะอภิปรายเนี่ยเป็นฉบับไม่เซ็นเซอร์เพราะไอ้ที่เซ็นเซอร์เนี่ยมันมีแค่เฉพาะหน้า รัฐมนตรีหรือ สส.ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ฮะ
ครับด้วยความเคารพครับ
ถ้าถ้าเป็นหน้ารัฐมนตรีที่อยู่ใน ครม.ชุดนี้แล้วก็เป็นท่านสมาชิกที่อยู่ในสภานี้ท่านก็สามารถใช้สิทธิ์พาดพิงได้อยู่แล้วถ้าเป็นสมาชิกแต่ถ้าเป็นคณะรัฐมนตรีท่านก็มีสิทธิ์ชี้แจงอยู่แล้วนะครับยกเว้นว่าภาพนั้นจะไม่เหมาะสมแค่นั้นเองแต่ว่าถ้าเป็นหน้านี่อนุญาตครับ เชิญท่านลักชนพครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันรักชนกสีนอกบัญชีรายชื่อพรรคประชาชนค่ะ วันนี้ขอร่วมอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาลภูมิใจไทย รัฐบาลสีน้ำเงินรัฐบาลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจสูงที่สุดเพราะว่าท่านสามารถที่จะควบคุมเสียงได้ทั้งสภาผู้แทนราษฎรรวมไปถึงวุฒิสมิกและท่านยังมีอำนาจที่ผู้คนเนี่ยเชื่อกันว่าสามารถที่จะโน้มน้าวจิตใจขององค์กรอิสระให้ตัดสินไปในแนวทางที่ท่านต้องการได้อีกด้วย เรียกได้ว่ากลไกในประเทศนี้ค่ะทุกวันนี้แผ่นดินนี้เป็นของท่านแต่การก้าวขึ้นสู่อำนาจที่ล้นฟ้าล้นแผ่นดินของท่านเช่นนี้หรือหรือไม่คะที่นับวันนับวันทุกหย่อมหญ้าในประเทศนี้มันถึงมีแต่ปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่น สิ่งนี้ค่ะสะท้อนผ่านคะแนน CPI หรือดัชนีรับรู้คอร์รัปชั่นปีก่อนหน้านี้เนี่ยเราอยู่ที่อันดับ 107 ซึ่งดิฉันก็ว่าแย่แล้วนะคะแต่ปีนี้ 68 เราหล่นลงมา 10 อันดับอยู่ที่ 116 จาก 180 ประเทศทั่วโลกรั้งท้ายอาเซียนรั้งท้ายโลกและที่สำคัญเป็นคะแนนและอันดับที่ตกต่ำมากที่สุดในรอบ 20 ปีค่ะ ดิฉันดีใจที่ท่านนายกได้กรุณาพูดถึงการทำให้ดัชนีรับรู้คอร์รัปชั่นดีขึ้นในการอภิปรายนโยบายค่ะ แต่เราพูดเรื่องนี้กันมาตั้งแต่รัฐบาลปี 62 นะคะ รัฐบาลปี 62 ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้พวกท่านเป็นรัฐบาลมาตลอดเลยแต่ดูเหมือนว่ายิ่งท่านเป็นรัฐบาลนานเท่าไหร่ยิ่งพรรคท่านใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นและดัชนีรับรู้คอร์รัปชั่นในประเทศนี้มันยิ่งตกต่ำค่ะ ล่าสุดท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์นะคะว่าท่านประกาศจะทำสงครามกับคอร์รัปชั่นค่ะ นายกเสี่ยหนูของพวกเราค่ะบอกว่ารับไม่ได้อับอายเหลือเกินที่ CPI ของประเทศไทยเนี่ยมันล้างท้ายโลกและล้างท้ายอาเซียน ฟังดูดีใช่มั้ยคะแต่ถามว่าประชาชนประเทศนี้เค้าฟังแล้วเค้ารู้สึกยังไงที่นายกประกาศจะทำสงครามกับคอร์รัปชั่นค่ะ โพสต์นี้มีคนมาแสดงความรู้สึกประมาณ 30,000 คน 25,000 คนกดขำนะคะ เค้ากดขำค่ะที่นายกรัฐมนตรีประเทศนี้บอกว่า จะต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น มันเป็นเพราะอะไรเวลาพูดถึงนายกรัฐมนตรีกับการทุจริตคอร์รัปชั่นไม่มีใครคิดหรอกค่ะว่าท่านจะต่อต้านเพราะคนรอบๆ ตัวของท่าน ส.ส. สว. รัฐมนตรีรวมถึงคนที่อยู่ที่บุรีรัมย์ ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหานี้มาโดยตลอด ท่านประธาน ดิฉันถามผ่านไปยังท่านประธานนะไปถึงนายกท่านอายจริงๆ มั้ย หรือว่าท่านอาย content ถ้าท่านอายจริงๆ เนี่ยท่านอยากจะล้างอายม. ดิฉันมียาล้างอาย 2 ขนานมาแนะนำให้ท่านค่ะ และ 2 ขนานนี้จะทำให้ดัชนีรับรู้คอร์รัปชั่นของประเทศไทยดีขึ้นแน่นอนค่ะ ยาขนานแรกเม็ดแรกเป็นยาที่แก้ง่ายๆ ค่ะ เป็นยาขับรัฐมนตรีรัฐมนตรีที่ชื่อเฉาวท่านก็ออกไปให้พ้น ครม. สิท่านจะปล่อยเอาไว้ทำไมทุกคนคะ สไลด์เอาลงค่ะ ทุกท่านรู้จักผู้ชายที่ชื่อเบนซิธใช่มั้ยคะ ท่านนายกเนี่ยรู้จักดีเลยล่ะ เพราะว่าเมื่อวานเนี่ยนะคะเพิ่งจะไปประกาศยึดทรัพย์เพิ่มอีก 8,000 ล้านบาท รวมทั้งหมดเนี่ยเป็น 20,000 ล้านนะฮะ แต่ดิฉันว่าท่านลืมทรัพย์สินไปอย่างนึงค่ะ คือเครื่องบินที่ท่านสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจเนี่ยไปซื้อต่อมาจากเบนซมิ เมื่อสักครู่ท่านได้กรุณาลุกขึ้นแล้วก็บอกแล้วว่าท่านซื้อมา 1 ปี ก่อนที่ท่านรังสิมันโรมจะแนะนำให้ท่านรู้จักกับท่านเบนสมิธนะคะ และท่านบอกว่าถ้า รู้ก่อนว่าเป็นแบบนี้เนี่ยไม่ซื้อแน่นอน ดิฉันฟังแล้วโอ้โหขนลุกสู้เลยค่ะท่านประธาน ไอ้แบบนี้เนี่ยเรายิ่งไม่ต้องไปยึดอายัดทรัพย์มาตรวจสอบก่อนเหรอคะว่ามันอยู่ในขบวนการหรือเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ ดิฉันเป็นห่วงท่านสุริยะจากใจของดิฉันจริงๆ ค่ะว่าท่านอาจจะตกเป็นเหยื่อเป็นส่วนนึงในการทำธุรกรรมอำพรางและเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินโดยที่ท่านไม่รู้ตัว ท่านนายกรัฐมนตรีคะ ท่านช่วยท่านสุริยะของดิฉันได้มั้ยคะ ช่วยสั่งให้ ปปง. ตรวจสอบเรื่องนี้ทีค่ะ เพราะว่ามันค้านกับความรู้สึกของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเรายึดอายัดทรัพย์เบนซามิกับพวก 20,000 ล้าน แต่ทรัพย์สินที่ซื้อมาจากคนนี้มันจะขาวสะอาดจริงๆ เหรอคะ แล้วเงินเบนซิเส้นเงินสีเทาของเบนซิเนี่ยมันจะไม่บรรจบมาพบกับคนที่ซื้อเครื่องบินลำนี้เลยหรอมันเป็นไปได้หรอคะ นี่กรณีแรก กรณีถัดมา เบอร์รี่เลือดที่ฟินแลนด์ วันนี้ท่านสุชาติตื่นหรือยังคะ ท่านประธาน ท่านทราบไหมคะว่ากระทรวงแรงงานประเทศไทยเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ค่ะ เราเกณฑ์แรงงานคนไทยหลอกลวงเขาว่าจะได้งานดีๆ ได้มีชีวิตดีๆ ได้เงินเดือนดีๆ แต่สุดท้ายหลอกพวกเขาไปขูดรีดแรงงานอยู่ที่ต่างประเทศ ศาลฟินแลนด์ค่ะสั่งจำคุกนายจ้างในคดีนี้ 1 ปี 10 เดือนฐานมนุษย์และทางการฟินแลนด์ได้กรุณาส่งข้อมูลมายังทางการไทยค่ะว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในสมัยนั้น หรือก็คือนายนายสุชาติชมกินนะคะกล่าวหาว่านายสุชาติรับสินบนแลกกับการส่งแรงงานไปทำงานในไร่เบอร์รี่ สถานะล่าสุดค่ะ DSI นะคะและอัยการสูงสุดมีมติกล่าวหานายสุชาติชมกินสรุปสำนวนส่งให้ ปปช.ไป 2 ปีแล้วตั้งแต่มกราคม 10 มกราคม 67 2 ปีแล้วค่ะ เกินระยะเวลาที่ ปปช.จะต้องดำเนินการแล้ว แต่ทุกวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย มันช่างไม่เหมือนกับคดี 44 ส.ส.ค่ะที่ ปปช.ทำตามเส้นเวลาเป๊ะ ดิฉันไม่แน่ใจค่ะว่าไอ้ความล่าช้าในคดีของท่านสุชาติชมกินเนี่ยมันเกี่ยวข้องอะไรกับความสามารถพิเศษของรัฐบาลสีน้ำเงินภูมิใจไทยหรือไม่ที่ท่านมักจะสามารถโน้มน้าวจิตใจองค์กรอิสระได้อยู่เรื่อยๆ เพราะดูเหมือนตอนนี้ค่ะ 4 ใน 9 คนของ ปปช. ใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีอื่นๆ ในตู้เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้ใส่เสื้อสีน้ำเงินบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองอีกนะคะ แฟนคลับท่านสุชาติอย่าเพิ่ง
ท่านผมผมขัดนิดเดียวนะครับ
เอ่อพยายามอย่า
ท่านประธานประท้วงแทนเลยเหรอ
ไม่ๆๆครับไม่อยากให้ผมไม่อยากให้เดี๋ยวฟังผมชี้แจงก่อนนะครับผมผมเตือนท่านรัชนก ว่าอย่าเอ่ยถึงบุคคลภายนอกอ่าองค์กรภายนอกแค่นั้นเองเพราะว่าจะมีการประท้วงงั้นผมก็เตือนไว้ไว้นะครับซึ่งมันก็ขัดข้อบังคับอยู่แล้วผมไม่ได้ประท้วงหรอกครับ เชิญท่านรัชนกศิท่านประธานคะ
ครับดิฉันต้องหารือก่อนที่ครับ
ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติแก้วสนภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ
ประท้วงเลยฮะ
ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับเพราะว่าข้อความที่ท่านผู้อิปายพูดร้ายแล้วครับ
อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเราประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น
แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องที่กล่าวถึงนู ท่านฟังผมก่อนครับอ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ
นั่งเถ้าๆ
ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ
อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจงอย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับงั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเองส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ
ครับท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประเด็นที่สำคัญนะครับ อ่าผมก็เชื่อว่าท่านมีประเด็นที่สำคัญอยู่เลยท่านประธานเดี๋ยวจัดต่อเลยค่ะ
อ่านะครับ
ท่านประธานคะการบอกว่าองค์กร ปปช.เนี่ยใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลืองบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองเป็นการกล่าวร้ายอย่างไรคะ
ท่านจะรู้ได้อย่างอ่าผมผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียงกับท่านสมาชิกอ่าผมผมนะครับแล้วท่านสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับผมท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไรเขาใส่เสื้อสีอะไรมากใส่เสื้อสีอะไรน้อยท่านรู้ได้ยังไงเมื่อท่านไม่ท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสินผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้ายนะครับ เชิญต่อครับเอาเอาประ
ท่านประธานครับ ต่อไปเชิญท่านศิริพงษ์ครับ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
อ่า ประท้วงครับ
ครับ ท่านประธานครับ ผม ณัฐนท์ ศรีอเกื้อครับ ประท้วงข้อ 45 ในการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกครับ ในช่วงเวลาดังกล่าวครับ ผมไม่อยากไปขัดจังหวะนะครับ แต่ว่าในวรรค 2 นะครับ การใช้วาจาไม่สุภาพ ดังคำนี้ครับ พฤติกรรมท่านสุชาติ ชมกร นะครับ เลวทรามต่ำช้า คำพูดเหล่านี้นะครับ ก็อยากให้เพื่อนสมาชิกได้ถอนนะครับ เพราะว่าการประชุมรัฐสภาเนี่ย จะบันทึกไว้ด้วย ในช่วงดังกล่าว ผมไม่อยากขัดจังหวะนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากให้เพื่อนสมาชิกได้ถอนคำพูดเหล่านี้ ขอบคุณครับ
ผม นั่งฟังอยู่ครับ ท่านผู้อภิปรายไปไม่ได้กล่าวคำนั้น กล่าวว่าไม่เชื่อนะครับ กล่าวว่าไม่เชื่อ ฉะนั้น อ่า ผมก็ตั้งใจฟังอยู่นะครับ ถ้ากล่าวแบบที่ท่าน ณัฐนท์ พูดนี่ผิดข้อบังคับแน่นอน ครับนะครับ
คือคำนี้นะครับ ท่านประธาน คำว่าเลวทรามต่ำช้าเนี่ย จริงๆแล้วคือไม่ได้ติดใจการอภิปรายนะครับ แต่ว่า โดยธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะฉะนั้นพวกผมมีมารยาทไม่ประท้วงในช่วงดังกล่าว แต่ถ้าคำเหล่านี้อยู่ในรายงานการประชุม ขอย่อมมันไม่เหมาะสม เพราะฉะนั้นคำเหล่านี้ไม่น่าจะใช้ในโอกาสต่อไปครับ
ท่านวินิจฉัยด้วยนะครับ
ผม ผมวินิจฉัยแล้วครับ คือวินิจฉัยอย่างนี้ ถ้ากล่าวแบบที่ท่าน ณัฐนท์ พูดนี่กล่าวไม่ได้แน่นอน แต่ท่านผู้อภิปรายท่านบอกว่าไม่เชื่อว่า ก็เป็นการเล่นคำน่ะนะครับ ฉะนั้น อ่า ผมวินิจฉัยตามนี้ครับ
โอเค ถ้า ถ้าดิฉัน รักชนก 4 รอกค่ะ ขอใช้สิทธิ์พาดพิงนะคะ อะ ไม่ครับ อ่า
คำว่า ถ้ากล่าวแบบที่ท่านเข้าใจนี่กล่าวไม่ได้ แต่ท่านผู้อภิปรายท่านกล่าวว่าไม่เชื่อว่า ก็คือใส่คำว่าไม่เชื่อว่า ส่วนความหมายจะเป็นอย่างไรน่ะ คำกล่าวมันไม่ผิดอยู่แล้ว ฉะนั้น อ่า กรุณา นั่งลงนะครับ
ท่านประธานคะ ขอแค่ 15 วินาทีก็ได้ค่ะ ดิฉันเสียหายค่ะ ที่ท่าน ณัฐนท์ เอ่อ พูดแบบนี้ ดิฉันก็ต้องขอย้ำนะคะว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเนี่ย ก็คือดิฉันบอกว่าคนดีๆอย่างท่าน สุชาติ ชมกร เนี่ย ไม่มีทางหรอกค่ะที่จะไปทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าอย่างเรื่องการ ผมอธิบายแล้ว ผมอธิบายแล้วครับ
แต่ท่าน การที่ท่าน ณัฐนท์ เนี่ย ลุกขึ้นประท้วงเช่นนี้นะคะ ท่าน ณัฐนท์ กำลังจะเชื่อแล้วนะคะว่า ชาติเนี่ยเป็นคน เสียงมันผิดข้อบังคับ ดิฉันคิดว่าคนที่ต้องขอเนี่ย คือท่าน ณัฐนท์ นะคะ
เชิญๆ อ่า เชิญบันทึกไว้ค่ะ ท่านประธาน
ครับ ไม่ ไม่บันทึกครับ ไม่บันทึกนะครับ ไม่บันทึก อ่อ เชิญท่านสิริพงษ์ครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ครับ ขออนุญาตชี้แจงประเด็นที่ถูกพาดพิงเล็กน้อยครับ ผมอาจจะไม่ได้มีข้อมูลในเรื่องของว่าบริษัทที่ ที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่กล่าวอ้าง เนี่ยว่าได้รับงานรัฐมากน้อยเพียงใดนะครับ เพราะผมไม่ทราบ เนื่องจากว่าผมไม่ได้มีความเกี่ยวพันกันในเชิงลึก ความสัมพันธ์ของผมกับบริษัทที่ท่านกล่าวอ้าง มันก็คงเป็นความสัมพันธ์ประเภทเดียวกันกับบุคคล ในพรรคของท่านบางคนที่มีความสัมพันธ์กับ ท่านรัฐมนตรีหรือคนในรัฐบาลที่ท่านอภิปรายถึง เช่นนั้นเองครับ ก็คือนามสกุลเดียวกันแต่ไม่ได้มีความเกี่ยวพันกันในเชิงการทำธุรกิจหรือการใช้ชีวิตครอบครัวแต่อย่างใด เนื่องจากว่าบริษัทที่ท่านกล่าวอ้างเนี่ย เป็นลูกพี่ลูกน้อง ไม่ใช่มารดาเดียวกันกับคุณพ่อผมนะครับ ฉะนั้น แต่ความสัมพันธ์ในเชิงความเป็นญาติ นั้นก็เป็นญาติครับ แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวพันในเชิงธุรกิจใดๆ นอกจากนั้นแล้วครับ ในปี 2562 ที่ผ่านมา ผมไม่ได้มีอำนาจในการบริหารใดๆ ครับ และในปี 2566 ผมก็ไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ส. เนื่องจากว่าผมสอบตกครับ เรื่องนี้นี่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ มันพิสูจน์ได้ว่ามันไม่ได้มีความเกี่ยวพันกัน แต่ขอบคุณครับที่ท่านกรุณาโยงให้ แล้วก็ข้อความที่ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่ก็ ขอบคุณที่ท่านย้ำอีกครั้ง เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมก็เห็นในโซเชียลเาค้าก็เขียนมาอย่างที่ท่านพูด ขอบคุณที่ท่านเอามาอ่านอีกรอบนึงนะครับ แต่ผมก็ย้ำให้ท่านทราบครับว่าไม่ได้มีความเกี่ยวพันกัน ก็คงไม่ต่างจากท่านสุริยะกับท่านธนาธร ครับ ขอบคุณครับ
ครับ เชิญท่านอรรถวิทย์ สุวรรณภักดี ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิทย์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ขออนุญาตเข้าเรื่องแถลงนโยบายไปต่อนะครับ ผมอ่านนโยบายนะครับของรัฐบาลในประเด็น เรื่องของน้ำมัน เรื่องของพลังงานครับ ก็เลยคิดว่าอยากจะเสนอแนะนะครับในฐานะพรรค ร่วมรัฐบาลนะครับ คือขณะนี้การแก้ไขปัญหาเนี่ย อยากให้ท่านแยกให้ออกว่าอะไรเป็น ปัญหาการกักตุน อะไรเป็นปัญหาการขาดแคลน หรืออะไรเป็นปัญหาเรื่องของราคาไม่เป็นธรรม สภาวะการขาดแคลนน้ำมันเนี่ยจะเกิดขึ้นแน่นอนในช่วงเดือนพฤษภาคม เพราะว่าช่องแคบฮอร์มุส มันปิดตัวลงมา 1 เดือน น้ำที่มาน้ำมันที่มาตลอดใช้เวลาเดินทางเดือนกว่าๆ มันจะขาดแคลนครับในช่วงเดือนพฤษภาคม นี่คือปัญหาที่ต้องแก้ไข ในขณะเดียวกันครับ เรื่องของราคาไม่เป็นธรรม มันก็ไม่เป็นธรรมจริงๆล่ะครับ เพราะว่าน้ำมันที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทยในขณะเนี้ย มันเป็นสต็อกเก่า แต่ว่าคนไทยต้องมาใช้ในราคา สมมติที่สิงคโปร์ เพราะงั้นมันเป็นราคาปัจจุบันที่สิงคโปร์ที่แพง แต่เป็นสต็อกเก่า เพราะฉะนั้นก็เกิดการกำไรมหาศาลของโรงกลั่น เลยต้องมีการเก็บภาษีสีลาบ ลอย อันนี้ก็เป็นเรื่องของราคาไม่เป็นธรรม แต่ประเด็นหัวใจสำคัญของเรื่องวันนี้ ปัญหาที่อยู่ ณ วันนี้คือเรื่องของการกักตุน ผมเลยนำเสนอแบบนี้ครับ พูดแล้วเสนอทางออกเลย ก็คืออยากให้เห็น ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีพลังงาน ฟิกราคาขายปลีก ราคาขายส่งน้ำมันเบนซินและดีเซลครับ ผมขีดเส้นใต้ 500 ครั้งว่าเป็น การฟิกราคาทันทีครับ ในราคาสุดท้าย สาเหตุเพราะเนื่องจากว่ามันเกิดการกักตุน มาตลอด ผมจะเล่าให้ท่านฟังแบบนี้นะครับ ตอนที่น้ำมันมันยังไม่ถึง 30 บาท มันมีการไปเสนอซื้อ ถ้าไปเสนอซื้อในราคา 32 พอน้ำมันมันกระชากขึ้น 34 กำไรไปแล้ว 1 สเต็ป พอมันขึ้น 34 ไปซื้อที่ 36 กระชากขึ้นอีกทีไป 39 มันกำไรแล้วสเต็ป 2 มันจะเป็นอย่างนี้ทุกขั้นในที่เกิดการกำไร ปัญหาครับ แล้วถามว่าทำไมตรวจสต็อกบล็อกไม่เจอก็ มันฉลาดครับ เพราะเวลามันไปตกลงเอาตั๋วสัญญาใช้เงินไปในช่วงเวลานั้น เนี่ย มันเอาไปเก็บไว้ในเรือ เอาไปเก็บไว้ในรถในส่วนที่เขาเก็บได้ครับ สำหรับโรงกลั่นขนาดใหญ่ ท่านครับ ท่านลองไปดูสิครับ สุราษฎร์ธานี ไปลองดูสงขลาซิครับว่าทำไม เวลามันออกทะเลออกไปได้มันถึงกักตุนได้ เวลามองตัวเลขพลังกระทรวงพลังงานยังนั่ง งงอยู่อีกครับว่าไอ้ทำไมต้นต้นก็มีน้ำมัน ขาออกก็มีน้ำมันมันหน่วงเวลาอันนี้คือ สิ่งที่เกิดจากการกักตุนครับ คราวนี้ใน ตลอดเวลาช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเนี่ยผม ก็พยายามขอความกรุณาท่านสุภจี ท่านรองนายก นะครับว่าให้ท่านช่วยออกกฎหมายในการกำหนด ราคาที เพราะว่ามันมีอย่างนี้ครับ พระราชบัญญัติในการกำหนดสินค้าและบริการ ปี 2542 เนี่ยมันเป็นของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านสุภจีเนี่ยมันเป็นสินค้าควบคุม ผมอยากให้ท่านเนี่ยควบคุมราคาสุดท้าย ปรากฏท่านบอกท่านไม่มีอำนาจจริงๆ ท่านมีครับ แล้วมติ ครม.ปี 68 ก็ระบุหรือท่านคิดว่า ท่านไม่มีท่านก็ไปขอ ครม.วันอังคารครับก็สามารถจะกำหนดราคาได้ ที่ผมพูดแบบนี้ไม่ได้มาค้านท่านแต่ผมเชื่อมั่น คุณศุภจีว่าท่านเป็นคนทำงานได้และเป็นคนเก่ง เพราะว่าผมสิ้นหวังไปแล้วกับทางการควบคุมกำกับ ของอดีตรัฐมนตรีพลังงานท่านที่แล้ว เพราะว่าท่านเป็นประธาน CEO ท่านเป็น CEO เก่า ของ ปตท.แล้วท่านเชื่อเรื่องการค้าเสรี เพราะฉะนั้นท่านไม่เชื่อหรอกครับว่าจะฟิก ราคาสุดท้าย แต่โชคดีนะครับท่านนายก รัฐมนตรีท่านอนุทิน ชาญวีรกูลเนี่ยท่านมอบหมาย ท่านเอกนัสพร้อมพันแล้วก็ตัดสินใจที่จะใช้ อำนาจพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกัน สภาวะขาดแคลนปี 256 ไอ้ตัวนี้แหละครับ กฎหมายฉบับนี้แหละจะเป็นกฎหมายที่กำหนด ราคา สินค้าค้าปลีกได้ ผมก็เลยบอกว่าเอ๊ะ ท่านอนุทินท่านตัดสินใจถูกต้องแล้วครับ และถ้าเป็นอย่างนี้ผมขีดเส้นใต้ว่าท่านเชื่อ ผมจะกำหนดราคาปลายทางค้าปลีกค้าส่ง ราคาสุดท้าย เพราะมิฉะนั้นนะครับท่านเอกนัส ท่านก็หวังดีนะครับท่านไปกำกับราคาค่าการกลั่น ท่านประธานลองดูสไลด์นี้สิครับท่านประธาน ตกใจเลย คือในสไลด์ที่อยู่ เชิญเลยนะครับ ท่านประธานรู้มั้ยว่าสัมภาษณ์วันที่ 7 เมษายน ว่าจะลดค่าการกลั่น 2 บาทและจะมีผลวันที่ 9 เมษายน ท่านประธานดูมันทำสิครับ ค่าการตลาด 7 เมษายนอยู่บาท 50 น้ำมันดีเซล พอวันที่ 9 เมษายนต้องลดค่าการกลั่นลงไป 2 บาท มันกระชากขึ้นไป 10.50 มันล่อไปแล้ว 9 บาท ท่านประธาน ท่านประธานรู้จักเตะปาก หมูเตะเตะหมาเข้าปากหมูมั้ครับ เตะหมูเข้าปากหมาเนี่ยอ้า หมายความว่าเราไปลดค่าการกลั่น แต่มันดันไปขึ้นค่าการตลาด ท่านตรวจเช็คด่วนเลยครับว่าโครงสร้างนี้ใน กระทรวงพลังงานของท่านเกิดอะไรขึ้น นี่คือสิ่ง สำคัญครับที่ผมบอกว่าถ้าท่านไปฟิกราคาตอน ปลายมันจะเตะหมูเข้าปากหมาแบบนี้ไม่ได้ อย่างนี้คือวิธีการอะไรครับท่าน อย่างนี้คือวิธีการโยกกระเป๋าครับ มันแค่โยก กระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา มันเล่นกล เพราะฉะนั้นประกาศให้ดี ทำไมรู้มั้ว่าน้ำมันวันนี้ถึงสำคัญ เพราะวันที่ 8 วันที่ 9 ราคา น้ำมันในตลาดสิงคโปร์มันลดลงเป็น 10 บาท ครับ แต่คนไทยเนี่ยลดลงแค่ 2 บาท โดนเล่นกล แล้วครับท่านประธานครับ เชื่อผมนะครับ กำกับราคาปลายทางจะดีที่สุดนะครับ ต่อมานะ ครับการฟิกราคาตรงนี้เนี่ย โรงกลั่นถ้าเค้ามีปัญหาให้ไปตั้งพระราชราชกำหนด ตอนที่ต้องจ่ายเงินคืนกองทุนที่ท่านต้องกู้ เงินมาอยู่แล้วแสนล้านน่ะไปใส่เงื่อนไขใน พระราชกำหนดตอนคืนชดเชยว่าให้ชดเชยได้ เฉพาะแต่กรณีต้นทุนที่แท้จริงไม่ใช่ชดเชย กำไรของโรงกลั่น ชดเชยการขาดทุนครับ แบ่งอย่างนี้เลย น้ำมันกลั่นแล้วอยู่ในประเทศ ไทยก่อนสงครามน้ำมันดิบ หรือน้ำมันดิบที่ ยังลอยคอมา หรือน้ำมันดิบในแหล่งใหม่แล้ว ท่านให้เขาชดเชยราคาให้ลงกลั่นประกาศขอ ขอเงินอย่างเงี้ย เขียนลงไปได้ในพระราชกำหนด ใหม่ที่รัฐบาลจะต้องกู้เงินอยู่แล้วมาชดเชย ท่านประธานครับ วิธีนี้ในการฟิกสาขาจะแก้ไข และเป็นปัญหาทางและจะเป็นทางออกได้ ครับสุดท้ายครับ อิหร่านครับ ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ท่านผมเป็นแฟนคลับท่านโดยตรงนะ ครับท่านเสียดครับอิหร่านผมว่าท่านเจรจา ขอซื้อน้ำมันได้แล้วครับ เพราะทางอินเดียเนี่ยเขาเปิดเจรจาซื้อน้ำมันจากอิหร่านแล้ว เพราะท่านทรัมป์เองก็พูดแล้วเนี่ยครับ บอกว่าการผ่านช่องแคบฮอร์มุสให้ แต่ละประเทศดูแลกันเอง ฉะนั้นผมว่าเราเปิดสัมพันธไมตรีซื้อน้ำมันจากอิหร่านมา อันนี้ก็จะแก้ไขปัญหาได้ครับสุดท้ายครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินเป็นคนนึงที่มีจิตอาสา ในมุมที่ผมเข้าใจนะครับท่านไปขนส่งหัวใจ คนเนี่ยเป็นร้อยดวงนะครับจากทั่วประเทศ คนจิตอาสาแบบนี้จิตใจเขามีแต่ข้อมูล สิ่งที่ผมนำเสนออยากให้ท่านนำไปลองคิดครับ ฟิกราคาปลายทางแล้วมันจะลดการกักตุน ผมเชื่อว่าถ้าท่านมีข้อมูลครบ ท่านจะตัดสินใจอยู่ข้างประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับ
ครับ ต่อไป ท่านคงกิจ ฉัตรมาลีรัตน์ ครับ เชิญครับ
ถ่ายรูป
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาครับ กระผม นายคงกิจ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ วันนี้ขออนุญาตครับ หลังจากที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายกันนะครับในแบบฮาร์ดคอร์แล้ว ขออนุญาตเอาแบบเบาๆครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนการอภิปรายนโยบาย ของคำแถลงของคณะรัฐมนตรีนะครับนำโดยท่าน อนุทิน ชาญวีรกูล ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภาในครั้งนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับในทั้งหมด 5 ด้าน ด้านที่ผมอยากจะเจาะจงและพร้อมจะสนับสนุน นั่นคือด้านของการเศรษฐกิจนะครับ ซึ่งมีหัวข้อด้านการท่องเที่ยวเป็นหลัก ตามที่ท่านรัฐมนตรี สุรศักดิ์นะครับ สุรศักดิ์ พันเจริญวรกุล ขออนุญาตเอ่ยนามท่านเมื่อสักครู่นี้นะครับ ที่ท่านได้ขึ้นมาชี้แจงนะครับผมต้อง สนับสนุนท่านเลยนะครับเพราะว่านั่นคือ การสร้างการท่องเที่ยวเป็นหลักคือสร้างไทย เป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยก ระดับภาคการท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไป สู่การสร้างมูลค่าสูง ท่านประธานที่เคารพครับ การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และวัฒนธรรมตามที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเรียน เมื่อสักครู่นี้เป็นการสอดคล้องกับภาคใต้ ทั้งหมด 14 จังหวัดภาคใต้ของภาคใต้ทั้ง หมดที่มีการท่องเที่ยวไม่ว่าจะมีธรรมชาติ ที่สวยงามมีทะเลมีน้ำตกมีภูเขามีรวมถึง น้ำแร่ที่เป็นธรรมชาติอยู่เกือบทุกจังหวัด ของ 14 จังหวัดภาคใต้นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมด้านอาหารด้านการแต่งกายก็ดี ด้านศิลปะ วัฒนธรรมด้านการแสดงด้านดนตรี และก็ยังมีสินค้าทางท้องถิ่น หรือเรียกว่าสินค้า G ความหลากหลายที่กล่าวมานี้ครับ ท่านประธาน จะเห็นได้ว่านะครับไม่ว่าจะเป็นชุมชนต่างๆ หรือท้องถิ่นต่างๆนะครับก็มีความอุดม สมบูรณ์นะครับทุกๆภาคโดยเฉพาะอย่างยิ่งของภาคใต้ ที่ผมได้เน้นย้ำว่าวันนี้ตามที่ท่านนายก รัฐมนตรีที่อยากจะสร้างโอกาสสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้และนำพาประเทศให้มีความสามารถ ในการแข่งขันที่สูงขึ้น
ขอยกตัวอย่างครับท่านประธาน ในจังหวัดระนองครับ จังหวัดระนองมองนี้ท่านประธาน ครับมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ยกตัวอย่างทางทะเลฝั่งอันดามันมีเกาะพยามที่ ยังมีความสวยงามอยู่มีความดิบนะครับ มีความดิบของความธรรมชาติมีทุกอย่างนะครับ ที่นักท่องเที่ยวยังนะครับยังมีโอกาสที่จะ ได้มาเที่ยวความเป็นธรรมชาติของจังหวัด ระนองมีป่าโกงกางที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีน้ำตกนะครับที่มีน้ำ อ่าไหลตลอดนะครับทุกๆปีนะครับแล้วก็ทุกๆ ฤดูกาล แถมยังเป็นเมืองฝน 8 แดด 4 ในช่วง กรีนซีซั่นก็มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจังหวัด ระนองนะครับยังไม่ขาดสาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับในการมาแช่น้ำแร่ ท่านประธานที่เคารพครับ น้ำแร่ของจังหวัดระนองเราต้องยกระดับนะครับ เป็นน้ำแร่ของเชิงสุขภาพหรือ Wellness tourism เลย หรือจะเรียกว่าเป็นจังหวัดนอนของมหานครน้ำแร่ ได้เพราะมีบ่อน้ำแร่ทั้งหมด 14 แห่ง 14 แห่งนี้รวมถึงบ่อที่เกิดตามธรรมชาติเอง และบ่อที่เกิดโดยนะครับภาคเอกชนที่มาลงทุน และก็สามารถที่จะนะครับต่อยอดของน้ำแร่ ของจังหวัดระนองได้ต่อไปนะครับโดยเฉพาะ ยิ่งในการเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาเรียกว่า Wellness Destination ระดับประเทศ ได้และเป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัดระนองด้วย ในสิ่งนี้ต่างๆครับเรายังมีนะครับพืช นะครับทางการเกษตรพืช G นั่นคือมีทุเรียนมี มังคุดแล้วก็มีกาแฟพันธุ์ Robusta ท่านประธานครับ กาแฟพันธุ์ Robusta ของจังหวัดระนองนะ ครับเป็นกาแฟที่มีความเข้มและก็มีรสชาติ ที่แตกต่างกับพันธุ์ Robusta จังหวัดอื่นๆ ที่มีมา แถมยังมีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองมีรถ 2 แถวไม้ นะครับที่จดเป็นมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมและของกระทรวงมหาดไทยกระทรวง วัฒนธรรมเรียบร้อยแล้วด้วยเช่นกันท่านประธาน ครับจากข้อมูลที่ผ่านมาที่ผมนำเรียนนี้ ผมต้องขอบคุณท่านประธานสภาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวจังหวัดระนองท่านสมโชค วงศ์วิพัฒน์ นะครับท่านได้ให้ข้อมูลว่าจังหวัด ระนอง ณ ปี 2566 มียอดเพิ่มขึ้นขยายตัวร้อย ละ 6.94 94 นั่นถือว่ามียอดเพิ่มขึ้นทุกๆปีนะครับ และปี 68 นี้ถือว่าเป็นการเพิ่มของนักท่องเที่ยว ที่แสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวของจังหวัด ระนอง และวันนี้การเดินทางของจังหวัดระนอง ไม่ได้เดินทางลำบากอีกแล้วนะครับเรามีถนน 4 เลนนะครับจากจังหวัดชุมพรมารนองอันนี้ พร้อม 4 เลนและต่อด้วยไปที่จังหวัดพังงา ตอนนี้ก็กำลังขยาย 4 เลนอยู่พร้อมกับสนาม บินระนองที่จะขยายทางวิ่งของรันเวย์ ประกอบกับทางคู่ขนานระบบไฟฟ้าส่งสว่างของ สนามบินและองค์ประกอบต่างๆของอาคารผู้โดยสารอื่นๆที่จะรองรับนักท่องเที่ยวต่อไป นี่คือสิ่งนึงครับแสดงถึงความปลอดภัยต่อไปในอนาคตกับนักท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นของภาคใต้และจังหวัดระนอง ทุกๆอย่างที่ผมได้กล่าวมานี้ครับท่านประธาน อยู่ในกรอบของการท่องเที่ยวนั่นคือกรอบย่อยนะครับ ตามที่ท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์ได้นำเรียน เมื่อสักครู่นี้ชี้แจงว่าผมถึงเห็นว่าวัน นี้ถ้าทางรัฐรัฐบาลนำโดยท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกูลพร้อมคณะรัฐมนตรีได้ทำนะครับด้าน การท่องเที่ยวเป็นหลักแล้วก็ถูกนะครับตาม ประเด็นตามนี้นะครับก็จะทำให้นะครับมีการ สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จะเกิดขึ้นในการ คมนาคมอย่างต่อเนื่องและเร่งด่วนและสิ่ง ที่สำคัญนะครับก็อยากให้มีสำนักงาน ททท. ของจังหวัดระนองเกิดขึ้นที่จังหวัดระนอง ด้วยเพื่อที่จะมีโอกาสให้จังหวัดระนองได้ เติบโตและสามารถแข่งขันกับจังหวัดอื่นได้ ต่อไปและสิ่งที่สุดที่ซ้ายครับก็ขอขอบพระ คุณท่านประธานรัฐสภานะครับแล้วก็ท่าน รัฐมนตรีนะครับที่ท่านได้ชี้แจงเมื่อสัก ครู่ นี้หวังว่านะครับทางภาคใต้ของเราแล้ว ก็ภาคอื่นๆนะครับในเรื่องของการท่องเที่ยว คงได้รับการผลักดันและเป็นไปตามการ แถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีครับท่าน อนุทิน ชาญวีรกูลครับขอกราบครับขอบคุณครับ
ครับ ท่านคงกิจ รัศศักดิ์ ครับ
ครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายคงกิจ รัศศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 4 พรรคภูมิใจไทย วันนี้นะครับผมขอร่วมอภิปราย สนับสนุนนโยบายรัฐบาลในเรื่องของภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ หลายปีที่ผ่านมาประเทศของเราประสบกับวิกฤต ทั้งภัยธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว ดินถล่ม เอ่อ น้ำท่วมที่เชียงราย น้ำท่วมที่สงขลา หาดใหญ่ หรือแม้กระทั่งน้ำท่วมที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบ้านของกระผมเอง ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียมากมายครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นชีวิตของพี่น้องประชาชน ความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนครับ วิกฤตเหล่านี้ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องหาวิธีการเยียวยาเพื่อพี่น้องประชาชนให้เร็วและเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งก่อนอื่นเลยนะครับ ผมก็ต้องขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ที่ท่านได้เห็นถึงความลำบากของพี่น้อง ประชาชนในจังหวัดของกระผมจากการ เอ่อน้ำท่วมที่ผ่านมานะครับ ซึ่งท่านก็ได้ลงพื้นที่ด้วยตัวท่านเอง และได้อนุมัติเงินเยียวยานะครับ ประกัน เอ่อ ผู้ประสบภัยนะ ครับครัวเรือนละ 9,000 บาท แล้วก็เงินเยียวยาแบบขั้นบันไดอีกเดือนละ 5,000 บาท แม้เงินดังกล่าว นะครับจะเทียบไม่ได้กับความสูญเสียที่พี่น้องประชาชนเสียไปก็ เอ่อ ผมก็ขอต้องชื่นชมท่านนะครับที่ผ่านมา ที่ไม่มีใครนะครับที่ต้องบอกตรงๆว่าไม่มีใคร จ่ายเงินเยียวยาได้เยอะและเร็วเท่า รัฐบาลภูมิใจไทย ผมจึงขอเป็นตัวแทนพี่น้อง ในจังหวัดนะครับขอบคุณท่านนะครับอีกครั้ง นะครับที่เข้าใจแล้วก็ เอ่อ ได้เห็นความ สัมพันธ์แล้วก็ได้รู้สึกถึงความลำบากของ พี่น้องประชาชนนะครับ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน แม้ว่ารัฐบาล จะจัดการเรื่องเงินเยียวยาได้ค่อนข้างดี แต่ก็ยังมีปัญหาหลายๆเรื่องที่รัฐบาลต้อง ปรับปรุงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เอ่อ หลักเกณฑ์ที่ไม่ชัดเจน ขั้นตอนที่ยุ่งยาก ซับซ้อน เหมือนเป็นการผลักภาระไปให้กับ บุคลากรข้าราชการที่ไม่อยู่อย่างจำกัด และพี่น้องผู้ประสบภัยนะครับ เลยทำให้พี่น้องประชาชนบางคนได้รับเงินเยียวยาที่ล่าช้า และไม่เป็นธรรม ซึ่งปัญหาเหล่านี้นะครับ ท่านประธานเป็นปัญหาที่ซ้ำซากและยังไม่ ได้รับการแก้ไขที่จริงจัง แต่หลังจากที่ผมนะครับได้รับฟังถ้อยคำแถลงของท่านนายก รัฐมนตรีเมื่อวานนี้นะครับผมก็รู้สึกมี ความหวังนะครับที่ปัญหาเหล่านี้จะได้ถูก จัดการสักที ผมจึงขอสนับสนุนนะครับนโยบาย จัดตั้งกองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ กองทุนภัยพิบัติแห่งชาตินะครับท่านประธาน คือกองทุนที่รัฐบาลนำเอาเงินเยียวยานะครับ ในเรื่องของภัยพิบัตินะครับในแต่ละปีไปใส่ไว้ใน กองทุนเพื่อเป็นเบี้ยประกันให้กับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศแล้วนำเงินเหล่านี้นะ ครับไปซื้อประกันให้กับพี่น้องประชาชน หากเกิดภัยพิบัติขึ้น บริษัทประกันก็จะเป็นเงินเข้ามาจัดการในเรื่องของการเยียวยา ทั้งหมดนะครับ โดยที่ไม่ต้อง เอ่อ โดยที่รัฐบาลไม่ต้องเสียเงินเพิ่มใดๆ ครับ ขอโทษครับ กองทุนภัยพิบัติ นะครับมีประโยชน์มากมายนะครับ แต่ที่ผมเห็นชัดๆเลยนะครับก็คือ กองทุนนี้นะครับจะช่วยให้รัฐบาลนะครับ ควบคุมงบประมาณได้ง่ายและดี ยิ่งขึ้นนะครับ เพราะว่าในมิติของการ บริหารงบประมาณ เอ่อ การบริหารงบประมาณแผ่นดินเนี่ย ปัญหาหลักๆก็คือสิ่งสิ่งที่น่ากลัวที่สุดนะครับ ก็คือความไม่แน่นอนในการบริหารงบประมาณ เพราะว่าเวลาเกิดภัยพิบัติขึ้นแล้วครับ รัฐบาลต้องตัดงบบางส่วนนะ ครับจากการพัฒนาโครงการอื่นๆเพื่อไป เยียวยาผู้ประสบภัย ซึ่งจะทำให้นโยบายอื่น ๆของรัฐบาลสะดุดไปด้วยนะครับ และอีกหนึ่งประโยชน์นะครับที่ผมคิดว่า รัฐบาลจะได้จากเรื่องนี้ก็คือความโปร่งใส นะครับเมื่อใช้หลักเกณฑ์ที่มีมาตรฐานจาก บริษัทประกันภัย ทุกอย่างจะถูกตรวจสอบด้วยระบบที่เป็นกลาง ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ตัดปัญหาเรื่องการของเรื่องการเลือกปฏิบัติ หรือการทุจริตในระดับ เอ่อ ในทุกระดับอย่างเด็ดขาด และที่แน่นอนครับ ประโยชน์อีกอย่างนึงที่ประชาชนจะได้รับก็คือ ความรวดเร็วและมาตรฐานในการจ่ายที่ พี่น้องประชาชนได้รับ โดยที่พี่น้องประชาชนไม่ต้องมารอภาครัฐ หรือระบบต่างๆจากทางภาครัฐนะครับ ซึ่งจะก็จะเป็นทางบริษัทประกันนะครับเป็น ผู้จัดการทั้งหมดในเรื่องของการจ่ายเงินเยียวยา ให้กับพี่น้องนะครับ ระบบประกันภัยครับท่านประธาน กอง เอ่อ กองทุนภัยพิบัติ นะครับคือการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยจากระบบเยียวยาตามยัถกรรมนะครับ ไปสู่ระบบการเยียวยาที่มั่นคง มันคือการเปลี่ยนแปลงระบบงบประมาณที่คาดเดาไม่ได้ ไปสู่ต้นทุนที่บริหารและจัดการได้ และที่สำคัญที่สุดนะครับคือการเปลี่ยนแปลง จากการลอยคเอ่อเอ่อการรอคอยความเมตตา ให้กลาย เป็นสิทธิ์ที่เท่าเทียม รวดเร็วและเป็นธรรมของพี่น้องประชาชนทุกคนครับ สุดท้ายนี้นะครับ ผมขอเป็นกำลังใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ และคณะรัฐมนตรีทุกๆท่านนะครับ ให้ช่วยผลักดันนโยบายดีๆเพื่อแก้ไข ปัญหาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน และขอให้ท่านพาประเทศไทยผ่านวิกฤตการที่เรา กำลังเผชิญอยู่ไปได้อย่างราบรื่น ขอบคุณครับ
ครับ ท่านราเชน ตระกูลเวียง ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ระบบบัญชีรายชื่อ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีที่ได้เปิดโอกาสให้สถาบันการเมืองเล็กๆ เข้าร่วมกับรัฐบาลในครั้งนี้ ผมในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรค ได้มีนโยบายที่อยากจะบอกกับรัฐบาลว่าฝาก นโยบายของพรรคเล็กๆไว้เป็นสต็อกเผื่อจะ ใช้ในยามจำเป็น วันนี้รัฐบาลกล้าหาญใน สถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจของประเทศไทย สงครามรอบบ้านแลก็ สงครามอ่าวเปอร์เซียทั้งหมดเลยนะครับ วันนี้ถ้าเราจะต้องสต็อกนโยบายไว้ผมฝาก นโยบายของพรรคทางเลือกใหม่ไว้ 3 นโยบาย ตามที่ได้เสนอกับ กกต.ในตอนหาเสียงไว้ก็คือ นโยบายเงินทุนเจ้าบ้าน แล้วก็นโยบาย เงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึก ซึ่งนโยบายเงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึกนั้น เป็นนโยบายที่จำเป็นและเป็นขวัญและกำลังใจให้ กับข้าราชการทหารที่รบอยู่ชายแดน ดังนั้น ผมจึงจำเป็นที่จะต้องฝากนโยบายนี้ไว้ และนโยบายที่ 3 เป็นนโยบายเรื่องของ เอ่อ เงินผู้สูงอายุซึ่งมีความจำเป็นจะเป็น สวัสดิการ ปัจจุบันนี้เงินผู้สูงอายุได้ แค่ 600 บาท ดังนั้นที่ผมเสนอไว้ก็คือว่า เดือนละ 3,000 บาท นี่เป็นสิ่งสิ่งที่จำเป็นต่อพี่น้องประชาชน ในสถานการณ์ข้างหน้า ที่เราพูดกันมาทั้งหมดนี้ยังไม่มีใคร ได้ประเมินสถานการณ์ว่าถ้าหากว่าเกิดเป็น สงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นมา เราได้เตรียม การไว้หรือยังว่าถ้าเกิดสงครามโลกครั้ง ที่ 3 ขึ้นมาปุ๊บเนี่ย เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ดังนั้นก็ฝากรัฐบาลให้กำลังใจนายกว่า อย่าลืมนะครับว่าเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ ขณะนี้เราแค่เผชิญแค่นิดเดียว ปิดช่องแคบฮอร์มุส เรายังมีปัญหาเรื่องราคาน้ำมัน เรามีปัญหาเรื่องน้ำมันมากมายนะครับ ดังนั้นอยากให้รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีทั้งหมด เอ่อ ได้เตรียมปัญหาที่จะเกิดขึ้นถ้าเกิด สถานการณ์นี้ขึ้นจริงๆปุ๊บเนี่ยเราจะทำ อย่างไร เพราะว่าใกล้สงกรานต์น้ำมันก็จะ ไม่พอจะกลับบ้านอยู่แล้ว ดังนั้น วันนี้น้ำมันไม่ขาดแต่เงินในกระเป๋าของพี่น้อง ประชาชนนั้นขาดไม่พอที่จะเติมนั้นเป็น เรื่องสำคัญแล้วก็จำเป็นมากๆ จึงต้องฝาก รัฐบาลนะครับว่าอย่าลืม อย่าลืมสถานการณ์ วิกฤตนี้้นะครับว่าทางผมขอให้กำลังใจนายก รัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีให้เดินหน้าอย่าง เต็มที่แล้วก็รอบคอบเป็นกำลังใจให้ทุก ท่านนะครับให้ฝากวิกฤตครั้งนี้และฝากทุก ภาคส่วนโปรดทำความเข้าใจพร้อมกันนะครับ ว่าวันนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เป็นสถานการณ์ที่เราสุ่มเสี่ยงที่จะวิกฤตของ โลกและก็ประเทศไทย ดังนั้นฝากไว้ด้วยนะ ครับขอบคุณครับ
ครับ ท่านวิทาวี ปทุมสวัสดิ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ดิฉัน วิทาวี ปทุมสวัสดิ์ ค่ะ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไป ยังพี่น้องสื่อมวลชนเพื่อที่จะชี้แจง ประเด็นเรื่องของที่มีข่าวทางสื่อออนไลน์ ที่ชี้แจงไปว่าสมาชิกวุฒิสภาเตรียมที่จะ เสนอยกเลิกนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ เรื่องนี้ดิฉันได้มีการพูดคุยกับเพื่อน วุฒิสมิกรวมถึงกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงค่ะท่านประธานคะ เฟคนิวส์นี้กระทรวงดีจะรับผิดชอบอย่างไร ดิฉันขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะคะ ท่านคะ ดิฉันเองในฐานะของสมาชิก วุฒิสภากลุ่มการสาธารณสุข ดิฉันขอสนับสนุน นโยบายรัฐบาลในเรื่องของการยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ นโยบายนี้มีความสำคัญมากค่ะ เพราะว่าจะส่งเสริมให้พี่น้องประชาชน นั้นได้รับสิทธิ์การรักษา อย่างทั่วถึงเท่าเทียมและที่สำคัญลดอัตรา การเสียชีวิตระหว่างการเดินทางไปยังโรง พยาบาลต้นสังกัด ท่านคะ แต่นโยบายหนึ่งที่ท่านขออนุญาตตั้งข้อสังเกต นั่นก็คือ นโยบาย 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา นโยบายนี้ถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายเรือธงของรัฐบาลนะ คะ แต่ขณะเดียวกันก็เกิดคำถามมากมายในพี่ น้องพยาบาลค่ะว่านโยบายนี้ออกมาเพื่ออะไร ในขณะเดียวกันที่เรามี อสม. หรืออาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่ดูแลสุขภาพพี่ น้องประชาชนอยู่ ซึ่งก็ทำงานร่วมกับ รพ.สต. ซึ่งดิฉันทราบมาว่า อสม. เนี่ยนะคะมีค่า ตอบแทนอยู่ที่เดือนละ 2,000 บาท แล้วก็ทำ หน้าที่ในการดูแลพี่น้องประชาชน 20-30 ครัวเรือน นอกจากที่จะออกสำรวจลูกน้ำ ยุงลายแล้วเนี่ย พี่น้อง อสม. ยังจะต้องทำหน้าที่ในการที่จะรายงานสุขภาพประชาชนให้ กับ รพ.สต. ทราบทั้งผ่านระบบสมาร์ท อสม. และรายงานที่เป็นเปเปอร์ ท่านประธานคะ นอกเหนือจากภารกิจนี้แล้วเนี่ย มีภารกิจหนึ่งที่พี่น้อง อสม. รวมทั้งประชาชนในชุมชนรู้สึกหนักใจมาก นั่นก็คือการไปขอพี่น้อง ประชาชนถึงเลขบัตรประจำตัว 13 หลัก ไปขอสถานภาพสมรส โสด ตาย รายได้เท่าไหร่ ทำประกอบ อาชีพอะไร ข้อมูลเหล่านี้ค่ะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูลของพี่น้อง ประชาชนจะไม่ตกไปอยู่ในมือของ สแกมเมอร์ หรือภารกิจนี้จะเป็นภารกิจที่มี วาระทางการเมืองใดที่แอบแฝงให้พี่น้อง อสม. ต้องทำหรือเปล่า ดังนั้นนะคะ นโยบายที่ท่านได้นำเสนอออกมา 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาล อาสา ท่านมีนโยบายจะให้เงินเดือนพยาบาล 15,000 สัญญา 4 ปี Job description นี้ จะมีความซับซ้อนหรือไม่ ท่านอาจจะต้องทบทวน ในทางกลับกันค่ะ ดิฉันขออนุญาตนำเสนอ นะคะ งบประมาณที่ท่านจะมาจ้างพยาบาลเดือนละ 15,000 เนี่ย ท่านไปบรรจุพยาบาลวิชาชีพใน รพ.สต. ให้ครบทุกพื้นที่ก่อน ขณะเดียวกัน ท่านควรที่จะไปเพิ่มค่าตอบแทนให้กับ พยาบาลวิชาชีพก่อน ก่อนที่ตอนนี้จะไม่มี พยาบาลวิชาชีพในระบบนะคะ ความกดดันในภาระงานที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสม ดิฉันถือว่าเป็นการด้อยค่าวิชาชีพ และไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดนะคะ วันนี้ถ้ารัฐบาลเองมีความจริงใจในการที่ จะดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชน เอาใจใส่ในการ แก้ปัญหาระบบสาธารณสุขสุขอย่างจริงจัง ท่านจะต้องกลับมาดูแลคนทำงานค่ะ เพราะคน เหล่านี้คือฟันเฟืองที่สำคัญของระบบ สาธารณสุขที่จะเกิดขึ้นได้พร้อมทั้งเป็น ฟันเฟืองที่สำคัญในการดูแลพี่น้องประชาชน ให้มีความทั่วถึงและมีความยั่งยืนนะคะ สุดท้ายค่ะ สุขภาพของพี่น้องประชาชนจะดีได้ สำคัญขอให้คิดถึงคนทำงานสาธารณสุขนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาชีพพยาบาล ก่อนที่ระบบ สาธารณสุขจะล่มสลายค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
ครับ ว่าที่พันตรี กรพจน์ รุ่งหิรัญวัฒน์ ครับ
กราบ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ กระผม ว่าที่พันตรี กรพจน์ รุ่งหิรัญวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ประธานประธานครับผมขออนุญาตอภิปราย ประเด็นเศรษฐกิจและความมั่นคง ประเด็น ปัญหา เอ่อ การกวาดล้างนอมินีและทุนเทา เพื่อรักษาอธิปไตยทางเศรษฐกิจไทยนะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนและรัฐบาลได้ ตระหนักว่าวันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ ภาวะฉุกเฉินเชิงยุทธศาสตร์นะครับที่ไม่ ได้มาในรูปแบบของกองกำลังติดอาวุธ แต่มาใน คาบของนิติบุคคลนำพางนะครับ ปัญหาการใช้ ตัวแทนนำพาง หรือนอมินีไม่ใช่เป็นเพียงแค่ ความล่าช้าทางธุรการ หรือความผิดพลาดในการ กรอกเอกสาร แต่มันคือมะเร็งร้ายที่กำลัง กัดกินอธิปไตยทางเศรษฐกิจของชาติจากภายใน นะครับ ขบวนการเหล่านี้ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย สัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 51/49 มาเป็นเกาะกำบัง โดยใช้คนไทย เอ่อ บางกลุ่มนะครับที่ยอมขายชาติเพื่อผลประโยชน์ส่วน ตนมาทำหน้าที่เป็นหุ่นเชิดนะครับ แต่ข้อเท็จจริงกลับมีการทำสัญญารับ เพื่อโอน อำนาจในการบริหารและผลประโยชน์ทั้งหมด กลับคืนสู่ทุนต่างชาติผิดกฎหมาย นี่คือ อาชญากรรมซ่อนรูปนะครับที่เชื่อมโยงโดยตรง กับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ นะครับ ความล้มเหลวที่ผ่านมาเกิดจากระบบราชการแบบ ประทับตาตามหน้าที่นะครับที่มุ่งเน้นแต่ ความสะดวกในการจดทะเบียนจนขาดการตรวจสอบ เชิงลึกนะครับ ข้อมูลเชิงประจักษ์พบว่าคนไทย 1 คนนะครับ สามารถถือหุ้นแทนต่างชาติ ได้นับ 100 แห่งนะครับ รวมมูลค่าความเสีย หายกว่า 300 ล้านบาทนะครับ โดยที่เจ้าหน้า ที่ไม่ได้มีโอกาสได้สบตาหรือสัมภาษณ์ เพื่อพิสูจน์ที่มาของแหล่งเงินทุนเลยแม้ แต่น้อยนะครับ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปที่ ยั่งยืนนะครับ เราขอใช้ยุทธศาสตร์การ บังคับใช้กฎหมายที่นำเทคโนโลยี โดยเปลี่ยนหลักการจากการทำงานนะครับ จดก่อนตรวจทีหลัง เป็นคัดกรองให้มั่นใจก่อนนะครับ และอนุญาตให้เริ่มต้นธุรกิจนะครับ ผ่านปราการ ความมั่นคง 3 ระดับ ดังนี้นะครับ อันดับที่ 1 คือมาตรการสกัดที่ต้นน้ำนะครับ โดยเน้นไปที่กรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ และกรม การปกครอง กระทรวงมหาดไทยนะครับ ประเด็นการ ตรวจสอบก็คือการยืนยันตัวตนนะครับ ที่มาของเงินทุนนะครับ กระบวนการจดทะเบียน รวมทั้งการตรวจสอบบุคคลให้เข้มข้นนะครับ เอ่อ อันดับที่ 2 ก็คือมาตรการการตรวจสอบเชิง ลุกนะครับ คือกลางน้ำนะครับ การนำระบบใบ อนุญาตอัจฉริยะนะครับมาใช้เป็นปราการ ดิจิทัลที่ตรวจสอบการซ้ำนะครับภายใน เอ่อ 180 วันนะครับ หลังจากมีการจัดตั้งบริษัท หรือสมาคมมูลนิธินะครับ พร้อมทั้งใช้ปัญญา ประดิษฐ์วิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างรายได้จริงนะครับ ระดับที่ 3 ก็คือมาตรการการ กวาดล้างและการลงโทษซึ่งเป็นปลายน้ำนะครับ การบังคับใช้กฎหมายจะมีความเฉียบขาด ขึ้นนะครับ โดยบรรจุพฤติกรรมตัวแทนอำพราง ให้เป็นความผิดมูลฐานนะครับภายใต้กฎหมาย ฟอกเงิน เพื่อยึดทรัพย์ให้เบ็ดเสร็จนะครับ มีโทษจำคุก 3 ปีนะครับ หรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาทนะครับ ท่านประธานครับ กระผมขอเรียนให้ทราบว่าความเฉยเมยคือต้นทุนที่แพงที่สุด หากเรายังปล่อยให้ระบบการจดทะเบียน เป็นเพียงประตูที่ไม่มีคนเฝ้า นะครับ เรากำลังสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจไปอย่าง ถูกกฎหมาย และทิ้งภาระไว้ให้แก่ลูกหลานที่ ต้องชดใช้นะครับ ท่านประธานครับ เมื่อวาน ท่านรองนายก ศุภจี ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้พูดถึงแนวทางในการแก้ไข แต่ทั้งนี้ผมขออนุญาตเพิ่มเติมเพื่อให้ เข้มข้นกว่าเดิมนะครับ โดยรื้อทั้งระบบนะครับ ตัวปัญหาเกิดจากกรม พัฒนาธุรกิจกำกับดูแลอยู่ ตรวจสอบย้อนหลังไปถึงบริษัททุนต่างชาติ 5-10 ปีนะครับ เอ่อ โดยเน้นไปที่สัญชาติจีน รัสเซีย อินเดีย อิสราเอล เกาหลีนะครับ ท่านจะพบ ปัญหาที่หมักหมมแล้วก็ที่เน่าเฟะนะครับ รวมทั้ง เอ่อ การที่ซุกไว้ใต้พรหมนะครับ ผมอยากเห็นฝีมือของท่านรองนายกนะครับใน ครั้งนี้นะครับ กราบขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ครับ ท่านรัฐมนตรี ประเสริฐ ขอตอบชี้แจงครับ เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมนายประเสริฐ จันทรลงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะขออนุญาตตอบข้อซักถามของท่านสมาชิก และก่อนอื่นต้องถือโอกาสนี้ได้กราบขอบพระคุณ นะครับ ท่านสมาชิกจากสภาผู้แทนราษฎรเอง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ท่านสมาชิกวุฒิสภา นะครับที่ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษาของไทยและเด็กไทยในวันนี้ เป็นเสียงที่พิสูจน์ว่ายังมีสมาชิกคนในสภาแห่งนี้ให้ ความสำคัญ คิดถึงเด็กๆและการศึกษาอย่างต่อเนื่องครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลา 2 วันที่ผ่านมานั้น ผมเองได้นั่งฟังและก็ได้ให้ทีมงานได้สรุปประเด็นที่ทุกท่านได้ อภิปราย ผมได้จดรวบรวมข้อซักถามและข้อคิดเห็นต่างๆ โดยคัดประเด็นและลำดับความสำคัญมา ตามที่ทุกท่านได้อภิปรายและแสดงข้อกังวล มาหลายเรื่องด้วยกัน หลักๆมีอยู่ 5 ด้านด้วยกันครับ เรื่องแรก ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและการจัดสรร ทรัพยากร เรื่องที่ 2 ก็คือปัญหาด้านการหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน เรื่องที่ 3 ปัญหาด้านบุคลากรและภาระงานของครู เรื่องที่ 4 ปัญหาด้านกฎหมายและ พ.ร.บ. เรื่องที่ 5 เรื่องปัญหาด้านคุณภาพและความปลอดภัยในโรงเรียน ท่านสมาชิกครับ สิ่งที่ท่านได้อภิปรายมานั้นจริงๆแล้วตรงกับ วิสัยทัศน์ที่เป็นความมุ่งมั่นที่ผมเองนั้นต้องการที่จะพัฒนาการศึกษาของประเทศนี้และทุนมนุษย์ที่ผมจะทำ เพราะผมมีความเชื่อว่าการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดนั้นเป็นการลงทุนที่การลงทุนกับคน และกระทรวงศึกษาจะเป็นแกนหลักที่สำคัญของการลงทุนในครั้งนี้ ไปที่ เรื่องแรกครับ เรื่องการวางรากฐานของด้านกฎหมาย ผมทราบดีนะครับว่าเรื่องนี้ค้างมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่สภาคราวที่แล้ว เพราะว่าเป็นพันธกิจที่ผมเองนั้นมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่ถ้าได้มีโอกาสมานั่ง ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั้นจะเริ่มทำเป็นลำดับต้นๆนะ ครับแล้วก็ถือว่าเป็นวาระที่มีความสำคัญ โดยผมจะผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ให้เกิดขึ้นภายในรัฐบาลนี้นะครับ นี่เป็นความมุ่งมั่นและความตั้งใจเพื่อเกิดเพื่อก่อให้เกิดผลของการเปลี่ยนแปลงให้อย่างมีผลในเร็ววันได้ อย่างมั่นคง สิ่งที่ผมเป็นห่วงนะครับก็คือวันเวลาที่เสียไป และก็นอกจากเด็กจะขาดโอกาสแล้วนะครับ ความล่าช้าทางนโยบายไป เรื่องขององค์ความรู้ต่างๆในเรื่องการเรียนการสอน เด็กก็ดี ครู ก็ดี ควรได้รับหลักสูตรที่สามารถตอบให้กับโลกในยุคปัจจุบัน ได้นี่เป็นเรื่องสำคัญครับท่านประธาน เพราะว่าเรายังติดอยู่กับโครงสร้างทางการศึกษาที่ยังมีความล้าสมัยอยู่นั่นเป็นเหตุผลนะครับที่กฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญที่ต้องเดินหน้าต่อไป เรื่องที่ 2 ก็คือเรื่องหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ที่เชื่อมโยงกับการศึกษาและตลาดแรงงาน วิสัยทัศน์ของผมในเรื่องนี้เช่นเดียวกันครับ การศึกษาต้องไม่ใช่เป็นระบบที่ผลิตเด็กมาเพื่อให้จบแค่การศึกษาเอาใบวุฒิบัตรหรือปริญญาบัตรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องผลิตคนที่ใช้ได้และเกิดการเรียนรู้เติบโตในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นี่เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญ แต่ท่านสมาชิกครับ ปัญหาที่พวกเราทราบกันดีอยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็คือในเรื่องนี้เนี่ย ในเรื่องของการพัฒนาคน กระทรวงแต่ละกระทรวงนั้นการพัฒนาคนนั้นต่างคนต่างแยกกันทำนะครับ ทำให้ไม่เห็นคนในภาพรวมว่าประเทศไทยนั้นต้องการคนแบบไหนที่จะมาพัฒนาประเทศในอนาคต ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรครับก็คือเกิดช่องว่างในการพัฒนา ระบบที่ต้องการกับ ระบบผลิตที่สิ่งที่ตลาดต้องการนั้นมีความไม่สอดคล้องกัน ทำให้เด็กที่จบขึ้นมานี่มีปัญหาเรื่องการไม่มีงานทำ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่จะเราจะต้องมาเปลี่ยนแปลง เราคิดแนวทางการแก้ปัญหาไว้นะครับในเรื่องนี้ เราจะเปลี่ยนภาพใหม่นี้ทั้งหมดโดยการผลักดันเรื่องของ Productivity Super Board บอร์ดนี้จะเป็นบอร์ดที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง บอร์ดนี้ผมคิดว่าต้องมีนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเกี่ยวกับ Human Capital Super Board หรือล่านทุนมนุษย์นั้น เป็นประธานในการขับเคลื่อนและก็ดึงที่กระทรวงที่มีความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคน โดยมีกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวง พม. และภาคเอกชนนะครับ มานั่งทำงานบนโต๊ะเดียวกันเพื่อให้สัญญาณจากตลาดแรงงานส่งถึงห้องเรียนได้อย่างถูกต้อง และก็ในเรื่องนี้ผมพยายามจะจัดตั้งไพ่อย่างเร็วที่สุด บอร์ดนี้จะเป็นบอร์ดที่มีความสำคัญในอนาคต ท่านสมาชิกครับ จะเป็นการกำหนดทิศทางหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง อ่า ความต้องการของบุคลากรทักษะสูงกว่า 1.08 ล้านคนนั้นในอีก 5 ปีข้างหน้า เป็นเรื่องที่สำคัญจะต้องตอบโจทย์ความต้องการของประเทศให้ได้ ในเรื่องนี้ สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำงานควบคู่กันไปก็คือเรื่องของการรวบรวมแพลตฟอร์มที่มีอยู่ให้เห็นเป็นแพลตฟอร์มทักษะแห่งชาติ เชื่อมโยงระบบธนาคารหน่วยกิตให้เกิดขึ้นจริง ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลักได้แก่ 1. E-portfolio เก็บประวัติการเรียนรู้ตั้งแต่ วันแรกจนถึงวันที่เข้าสู่ระบบการศึกษา เรื่องที่ 2 ก็คือเรื่องของการรับรองทักษะ ประสบการณ์จริงให้เป็นวุฒิการศึกษา นะครับไปทำงานที่ไหนก็สามารถที่จะรับรองเป็นหน่วยกิตได้นะครับ 3. เป็นหลักสูตรที่เรายอมให้เอกชนนั้นสามารถออกแบบและ การันตีรายได้ และในเรื่องของรายได้และตำแหน่งงาน 4. ระบบและแนวทางตลอดชีวิต ตั้งแต่ปฐมวัยถึงวัยทำงาน และสุดท้ายเรื่องที่ 5. ระบบการจับคู่เรื่องของทักษะรายบุคคล กับตำแหน่งงานที่มีความต้องการอยู่จริง เพื่อแก้ปัญหาเรียนจบแล้วไม่มีงานทำ ท่านประธานครับ เรื่องที่ 3 ที่มีความสำคัญไม่แพ้แล้วก็ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดถึงปัญหานี้ไม่น้อยก็คือเรื่องบุคลากรทางการศึกษาและการลดภาระของครู สมาชิกทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล สมาชิกวุฒิสภานี่ได้พูดเรื่องนี้ ผมเองเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัย ผมเคยเห็นครูตื่นตั้งแต่ 5:00 18:00 น. ไปตลาด เพื่อไปซื้อของทำกับข้าวให้เด็กๆ และต้องมาทำการเรียนการสอนประกอบไปด้วย ภาระเหล่านี้เป็นภาระที่หนัก เพราะฉะนั้นผมขอแบ่งกลุ่มภาระงานออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้ครับ เรื่องแรกก็คือภาระโครงการที่ซ้ำซ้อนกับตัวชี้วัด เรื่องที่ 2 คือภาระอาหารกลางวัน ที่เมื่อสักครู่นี้ผมได้กราบเรียนท่านสมาชิกให้ได้รับทราบว่าเป็นภาระหนักของครูอีกเรื่องหนึ่ง สุดท้ายเรื่องภาระงานอื่นนอกเหนือจากการสอนนะครับ ปัญหาโครงการที่ตกลงมาสู่โรงเรียนเป็นจำนวนมากเป็นสิ่งที่ผมตระหนักดี วันนี้ครูต้องแบกรับภาระต่างๆจากหน่วยงานภายนอกเป็นจำนวนมาก ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่มีอยู่ในหลักสูตรอยู่แล้ว และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำเพื่อคะแนนความดีความชอบไม่ใช่เพื่อผู้เรียนนะครับ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น กระทรวงจะลดภาระความซ้ำซ้อนดังกล่าว ลดภาระการทำงาน ทอนภาระของครูอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ จะมีการประกาศรายละเอียดแนวทางในการดำเนิน การอย่างชัดเจนภายในภาคการศึกษานี้นะครับ เราเห็นเรื่องว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญในลำดับต้น โดยจะอยู่บนหลักการให้ทางเลือก ไม่ใช่ออกคำสั่งให้กับโรงเรียน ผมเน้นไปที่เรื่องภาระเรื่องอาหารกลางวันเด็กนักเรียนนะครับ ผมมองเห็นปัญหาเช่นเดียวกับท่านสมาชิก ปัญหานี้ยังไม่ได้แก้ อย่างถูกจุดนะครับ และมีความซับซ้อนเบื้องต้น แนวทางของกระทรวงจะนำร่องด้วยระบบครัวกลาง Cloud Kitchen ในพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา ซึ่งเรื่องนี้เราจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และก็จะดำเนินการแก้ไขปัญหาไปพร้อมกันในการที่จะลดภาระความซ้ำซ้อนในเรื่องการทำงานอย่างหนักของครูสายผู้สอนที่จะได้ทำงานด้านการสอนอย่างเต็มที่นะครับ ในเรื่องนี้เนี่ย ไม่จบแค่นั้นนะครับ ปัญหาเหล่านี้ที่จริงแล้วผมเรียนท่านสมาชิกว่าไม่มีสูตรสำเร็จ ในการแก้ไขปัญหาแต่ละที่นั้นนะครับ ผมเองจะออกรับฟังความต้องการของโรงเรียนแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ผมเองจะฟังปัญหาของชุมชนและเปิดทางเลือกให้โรงเรียนได้มีโอกาสตัดสินใจเองนะครับ ไม่ใช่สั่งจากส่วนกลางและสั่งให้ทำตามนะครับ เราจะไม่ทำตามอะไรต่างๆ เราจะไม่ทำอะไรที่เป็นลักษณะ one size fits all เราจะไม่ทำแบบเดิมอีกแล้วนะครับ สิ่งที่ผมมีความเชื่อมั่นอยู่เสมอ ก็คือภารกิจเรื่องของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนะครับ เรามีความประสงค์ที่จะค่อยๆ ถ่ายโอนแล้วเราจะเพิ่มบทบาทให้กับองค์กรท้องถิ่นในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ขึ้นในการเพิ่ม การเปลี่ยนแปลงกันอย่างมั่นคงแต่ไม่เป็นภาระกับท้องถิ่นนะครับ ในเรื่องนี้คงต้องประสานงานกับหน่วยการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญคือไม่ให้กระทบกับเรื่องของเด็กและภาระการเรียนการสอนในอนาคตนะ ครับ ภาระงานนอกเหนือจากอื่นๆนะครับ กระทรวงมีการวางแผนการจัดสรรเจ้าหน้าที่ ช่วยปฏิบัติการที่จะเข้ามาดูแลงานพัสดุ งานจัดซื้อจัดจ้างอื่นๆ โรงเรียนในโรงเรียน เพื่อครูที่ อ่า เพื่อครูต่างๆนี่จะไม่ต้องแบกภาระงาน ที่ไม่ใช่หน้าที่หลักของตนนะครับ ในเรื่องนี้นี่เรามีแนวการเอาแนวคิดเอาระบบ เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามา เรื่องของ AI และเทคโนโลยีเข้ามาลดขั้นตอนและเอกสารที่ซ้ำ ซ้อน สิ่งเหล่านี้ผมมีความเชื่อว่าจะทำให้ ภาระเรื่องอาหารกลางวันนี่ที่มีอยู่แล้ว ก็เป็นภาระของครูโดยส่วนมากเนี่ยได้เบา บางลงนะครับ เราจะประสานกับท้องถิ่นแล้วก็การใช้เทคโนโลยีเข้ามาด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าครูที่ดีนั้นต้องใช้เวลาอยู่กับเด็ก ไม่ใช่ใช้เวลาอยู่กับเอกสารแล้วก็ทำงาน เอกสารทั้งวันวันนึงหลายชั่วโมง ผมจะต้องผลักดันสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง และยินดีครับที่จะรายงานความคืบหน้าเหล่านี้ อย่างสม่ำเสมอให้กับท่านสมาชิกได้รับทราบ เช่นเดียวกันครับ การเพิ่มและการกระจายอัตรากำลังครูเป็นสิ่งที่ กระทรวงให้ความสำคัญนะครับ ในเรื่องนี้ผมไม่ขอลงในรายละเอียด เรื่องที่ 4 ที่เราให้ความสำคัญ เรื่องความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและการ จัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา ทุกวันนี้ท่านสมาชิกทราบดีนะครับว่าสูตร คำนวณเงินอุดหนุนรายหัวในปัจจุบันมีช่องโหว่ โรงเรียนขนาดเล็กได้เงินอุดหนุนน้อย แต่ต้นทุนทุนต่างๆ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบำรุงต่างๆนั้นไม่ได้ลดลงตามจำนวนเด็กเลย เราจะปรับปรุงสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ให้ สะท้อนกับความเป็นจริงในแต่ละพื้นที่ ในเรื่องนี้นะครับ ผมจะเอาหลายแนวทางจริงๆ แล้วได้ฟังแนวทางของกระทรวงศึกษาเอง ผมเองได้ฟังแนวทางของพรรคการเมืองหลายพรรค นะครับจะได้นำมาบูรณาการร่วมกันแล้วก็นำเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ในการทำงานในพื้นที่จริง เพื่อมาเป็นฐานในการออกแบบสูตรคำนวณที่ไม่เป็นธรรมนะครับ แล้วก็ใช้งานได้จริงนะครับ แล้วก็เห็นว่าการกำหนดเพดานขั้นต่ำสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลนั้นเป็นเรื่องสำคัญ กระทรวงจะทำงานร่วมกับ กสส. นะครับในเรื่องนี้อย่างจริงจังนะครับ เรื่องโรงเรียนขนาดเล็กที่ควบรวมไม่ได้นะครับ ผมขออนุญาตเราจะไม่บังคับเรื่องการยุบควบรวมแบบเหมารวมนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีเรื่องสำคัญ กระทรวงจะสำรวจร่วมกับ กสส. เพื่อหาจุดช่วยเหลือนะครับและกระจายงบประมาณไปอย่าง อ่า อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมนะครับ เจตนารมณ์สูงสุดของผมประการหนึ่งในเรื่องการศึกษา ก็คือ โรงเรียนดีๆจะต้องไม่กระจุกตัวอยู่แต่ในเมืองนะครับ การปรับจัดสรรงบประมาณจะทำให้โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือได้มากที่สุดได้ลบได้รับงบประมาณแบบมากขึ้น เราจะดำเนินการ 2 เรื่องไปพร้อมกันในการยกระดับโรงเรียนเข้าสู่ความเป็นเลิศ โรงเรียนที่มาตรฐานต่ำเราจะใช้ความพยายามในการยกระดับให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นนะครับ เพื่อการไปสู่การบรรลุเป้าหมายเรื่องการเรียนฟรี มี เอ่อ เรียนฟรีมีจริงให้เกิดกับเด็กทุกคนนะครับ สุดท้ายเรื่องที่ 5 นะครับ เรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน ต้องเรียนว่า โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย สำหรับเด็กนักเรียนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเรื่องร่างกายและจิตใจ นี่ไม่ใช่ทางเลือกที่เราทำไม่ได้นะครับ ผมมีแนวทางที่อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกอยู่ 3 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกนะครับ เรื่องสุขภาพจิตนักเรียน ผมจะเร่งพัฒนาดูแลระบบสุขภาพจิตนักเรียนทั้งระบบ ประเด็นนี้ยังมีความท้าทายอยู่นะครับในเรื่องมิติด้านกำลังคน ผมจะขออนุญาตได้หารือกับทางกระทรวง อว. เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบในโอกาสต่อไป เรื่องความปลอดภัยของอาคารและอุปกรณ์ ผมจะประสานงานกับสถาบันอาชีวศึกษา นะครับในพื้นที่เนี่ยให้นักศึกษาได้เข้าไปตรวจ สอบและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าโครงสร้างและอุปกรณ์ เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกปฏิบัติงานจริง เพื่อให้โรงเรียนได้รับความปลอดภัย ท่านสมาชิกคงทราบดีนะครับว่าในแต่ละปีนั้นมีเด็กเป็นจำนวนมากที่เสียชีวิต โดยไม่น่าเกิดขึ้นในเรื่องของไฟช็อต ในเรื่องของไปเล่นตามสถานที่ต่างๆ โดยโดยที่อุปกรณ์นั้นเสื่อมสภาพนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น เรื่องที่ 3 คือ ศูนย์พิทักษ์สิทธิ์และเสรีภาพนักเรียน ต้องเป็นระบบทำงานอย่างถาวรไม่ใช่โครงการระยะสั้น เปิดเว็บแล้วปิดไปนะครับ เร่งจัดตั้งกลไกที่เด็กสามารถร้องเรียนให้อย่างปลอดภัย และพร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับบุคลากรทางการศึกษาที่ใช้ความรุนแรง และละเมิดนักเรียนครับ ในเรื่องนี้ต้องขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ เมื่อคืนนี้ผมได้ฟังท่านสมาชิกได้อภิปรายเรื่องของเว็บที่ท่านได้เข้าไปแล้วแล้วก็ปรากฏว่า ไม่ได้ไม่ได้เป็น เอ่อ เป็นข้อมูลตามที่ท่าน ในเรื่องนี้ต้องเรียนว่ากระทรวงนี่ได้ไม่ ได้ใช้เว็บนั้นแล้วครับแล้วก็กระทรวงจะ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปิดกั้น โดยเร็ว นะครับต้องขอบคุณท่านสมาชิกมากนะครับที่ช่วยกันสอดส่อง ผมจะดำเนินการเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ด้วยความรวดเร็ว นะครับก็ขอบคุณในความห่วงใยต่างๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยืนแถลงต่อท่านสมาชิกในวันนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำในชั่วข้ามคืนได้ เพราะว่า อ่า พูดไปแล้วก็มันก็ไม่ใช่ความจริงนะครับ การศึกษาต้องใช้เวลา ท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนและทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องย่อมทราบดีนะครับ แต่ผมจะ เข้ามาประสานกับทุกฝ่ายหลายความเห็นเพื่อ มาร่วมพลังเป็นพลังในการขับเคลื่อนการศึกษาไทย สุดท้ายนี้ผมเข้าใจระเบียบที่ซับซ้อน และระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการเป็น อย่างดีนะครับ ผมเองมีความมุ่งมั่นและมีความตั้งใจที่จะปรับปรุงและการเปลี่ยนแนวคิดในการทำงานจากระบบแท่งเป็นรูปแบบทีม และมากกว่านั้นนะครับ ผมจะประสานงานกับทุกกระทรวงเพื่อเป้าหมายในการยกระดับทุนมนุษย์ นั่นหมายถึงเด็กๆลูกหลานเราทุกคนไปหมดพร้อมกัน และขอขอบคุณท่านสมาชิกนะครับที่ได้กรุณาตั้งคำถามหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กและการศึกษาไทยนะครับ ผมจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอใช้เวลาอีกเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าการอภิปรายใน 2 วันที่ผ่านมานั้นนอกเหนือจากเรื่องนโยบายแล้ว ผมต้องเรียนท่านประธานว่าผมเองก็มีผู้อภิปรายท่านสมาชิกเนี่ยได้มีข้อสงสัยและพาดพิงผมในบางเรื่องนะครับ ถ้าผมไม่อธิบายเลยเนี่ยก็จะเกิดความเสียหายต่อตัวผมเองนะครับ และก็ผมคิดว่าไม่เป็นผลดีกับท่านใดก็ตามนะครับ เมื่อการนำเสนอข้อมูลที่มีความคลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้องเนี่ย นะครับ ผมเองก็ถือโอกาสดีได้มาชี้แจงใช้เวลาไม่นานนะครับ ผมเรียนว่าการที่ผมเอง ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั้น ผมเองย่อมได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับอย่างรอบคอบแล้วนะครับ ทำให้ผมมีคุณสมบัติพร้อมในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี นะครับ ในเรื่องนี้เมื่อมีสมาชิกหลายคนได้อภิปรายในส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมขอชี้แจงในประเด็นที่เกี่ยวข้องดังนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่คั่งค้างอยู่ ในช่วงที่ผ่านมาเรื่องของ MOU นะครับ MOU ที่ในอดีตสมัยที่ผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ไป อ่า กระทรวงได้ไปลงนามกับบริษัทเอกชน บริษัทหนึ่งนะครับ ในเรื่องนี้เนี่ยผมขอได้กราบเรียนท่านสมาชิกและท่านประธานด้วยความเคารพว่าผู้อภิปรายหลายๆท่านนะครับ ท่านยังได้รับข้อมูลที่มีความคลาดเคลื่อน และไม่ถูกต้องนะครับ ซึ่งผมจะขออนุญาตชี้แจงว่าเรื่องแรกนะครับ เรื่องการสแกนม่านตาเป็นการกระทำที่ไม่เกี่ยวข้องกับ MOU ทั้งสิ้น รายละเอียดใน MOU ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการสแกนม่านตาแต่อย่างใดเลยนะครับ เรื่องการสแกนม่านตาเป็นการกระทำภายหลังจากการลงนาม MOU ซึ่งเราไม่เคยได้รับรายงาน หรือมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องใดๆในการสแกนม่านตา ทั้งสิ้นเลย เรื่อง MOU ที่กระทรวงดีอีได้ทำในสมัย นั้นผ่านการตรวจสอบหลายหน่วยงานทั้งสำนัก งานกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงต่างประเทศ และฝ่ายกฎหมายจากกระทรวงดีอีในขณะนั้นนะครับ ได้มีการตรวจสอบแล้ว การลงนามใน MOU ขณะนั้น เป็นสาระสำคัญกว้างๆเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลนะ ครับเพื่อการขยายตัวเศรษฐกิจดิจิทัลในขณะนั้น เรื่อง MOU ไม่ มีประเด็นใดผูกมัดหรือผูกพันให้ราชการ ต้องเสียหายและยกเลิกได้ ซึ่งผมเองทราบว่า ปัจจุบันมีการยกเลิกแล้วนะครับ ผมเองไม่เคยรู้จักกับกลุ่มบริษัทที่ลงนาม ทั้งสิ้นนะครับ ท่านผู้อภิปรายสามารถตรวจสอบได้นะครับ ไม่เคยมีความสัมพันธ์และก็ไม่รู้จักนะครับ ที่สำคัญไม่เคยรับผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น การเข้าพบ DSI เมื่อช่วงที่ผ่านมาไปให้ข้อมูลในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหานะครับ นะครับผมเองไม่เคยโดนกล่าวหา ไม่เคยถูกดำเนินการชี้มูลต่างทั้งสิ้นนะครับ ในเรื่องนี้ผมต้องออกมาชี้แจงต่อท่านสมาชิก และพี่น้องประชาชนเพื่อให้เข้าใจนะครับ เพื่อเป็นการปกป้องและก็เป็นการทำความเข้าใจต่อสาธารณชนนะครับ ผมขอกราบขอบคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกวุฒิสภา นะครับและท่านประธานสภาที่ให้โอกาสได้ผม ชี้แจงขอกราบขอบคุณมากครับ
ครับ ต่อไป ท่านรองนายกและรัฐมนตรี ท่านประดับ ขออนุญาตสวครับ
เชิญครับ ท่านรังสิมันต์ โรม ครับ
ท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สั้นๆนิดเดียวครับ ต่อเนื่องจากท่านประเสริฐ แค่ต้องการ confirm ในสิ่งที่ท่านประเสริฐชี้แจง เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันนะ ครับ ในประเด็นแรกฮะ ที่ท่านประเสริฐบอกว่า ท่านประเสริฐไม่ได้ถูกดำเนินคดีในชั้น ปปช. เนี่ย เนื่องจากว่ามันมีการดำเนินการ เอ่อ ส่งเรื่องไปที่ ปปช. แล้วตามข่าว ผมอยากให้ท่านประเสริฐชี้แจงสั้นๆนิดเดียวครับ ตกลงว่าท่านไม่ถูกดำเนินคดีในชั้น ปปช. กับอันที่ 2 ครับ ที่ท่านบอกว่า MOU ไม่ เกี่ยวกับสแกนม่านตาแล้ว เพราะเหตุใดนะ ครับ ท่านชัยชนกถึงดำเนินการในเรื่องของ MOU กับเรื่องของสแกนม่านตาไปในคราวเดียวกันครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เ
เชิญท่านประเสริฐครับ เชิญครับ
ประเสริฐ จันทรลงทอง ผมขออนุญาตตอบชี้แจงท่านสมาชิกนะครับ เรื่องแรกนะครับ ผมไม่เคยได้รับข้อกล่าวหาจาก ปปช. เลยนะครับ ไม่เคยเลยนะครับในเรื่องนี้นะครับ เรื่องที่ 2 การที่ท่านรัฐมนตรีปัจจุบันเนี่ย ได้พูดถึงเรื่องนี้ ท่านต้องไปถามท่านเองนะครับ ผมไม่สามารถตอบแทนท่านได้นะครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ
ขอบคุณครับ ครับ ต่อไป ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ท่านศิริศักดิ์ วัวเกียรติแก้ว ครับ เชิญครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพนะครับ เรียนสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผมนาย ศิริศักดิ์ วัวเกียรติแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนะครับ ก่อนอื่นผมจะขอขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะครับ ที่ได้ให้ข้อคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะนะครับ ในประเด็นที่สำคัญต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นประโยชน์นะครับ เอ่อ ผมมีความเชื่อว่าในการดำเนินนโยบายต่างประเทศใน ระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภานั้น เรื่องของการทำงานร่วมกันนะครับกับรัฐสภาเนี่ย เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ รวมทั้งการที่เราจะเปิดกว้างเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสารระหว่างกันนะครับ และที่สำคัญที่สุดคือการตรวจสอบได้ด้วยนะครับ คือช่วงนี้เป็นช่วงที่ท้าทายอย่างมาก สำหรับการต่างประเทศไทยนะครับ เอ่อ ทางการโลกมีสงคราม มีความขัดแย้งนะครับ มีการแข่งขันภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐกิจ ภูมิเทคโนโลยีนะครับ และก็อย่างที่เราพูดกัน โลกไปสู่ความไร้ระเบียบมากขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่เรามีความจำเป็น ที่ต้องดำเนินการต่างประเทศที่เข้มแข็งนะ ครับ ที่เข้มแข็งก็หมายความว่าเราต้องมีเอกภาพในเชิงนโยบาย แล้วก็เอกภาพในการทำงานระหว่างทุกภาคส่วน นะครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมให้ความสำคัญอย่างมากนะครับ วันนี้ก็อยากจะขอชี้แจงนะครับในบางประเด็นที่สำคัญนะครับ ประเด็นแรกคือเรื่องความมั่นคงนะครับ ก็คือสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่ทุกท่านก็ให้ความสำคัญนะครับ คือขณะนี้เรามีการหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้วนะครับ ก็เป็นการหยุดยิงที่ยังเปราะบางอยู่นะครับ เราก็มุ่งมั่นให้เป็นการหยุดยิงที่มีความยั่งยืนนะครับ เพื่อที่เราจะได้ก้าวข้ามความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 ประเทศนะครับ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ต้องเป็นความพยายามของทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ แล้วเท่าที่ผ่านมาเนี่ย การตอบสนองของฝ่ายกัมพูชาเนี่ย มันยังน้อยไปหน่อยนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่าเราถึงจุดที่อยากฝ่ายกัมพูชาเนี่ยต้องตัดสินใจว่าจะเดินเส้นทางไหนนะ ครับ เส้นทางของความร่วมมือสันติภาพ หรือเส้นทางของความขัดแย้งแงนะครับ แล้วก็ความสูญเสียนะครับ จะมีประเด็นเรื่อง MOU C4 นะครับ เรื่องนี้ก็จะเป็นไปตามที่ปรากฏในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลนะครับ ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศจะนำเสนอให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณากระบวนการในการยกเลิก MOU C นะครับ แต่ผมขออนุญาตในรายละเอียดผมอาจจะไม่ขอเปิดเผยในในที่นี้นะครับ แต่จะหาโอกาสที่จะหารือกับทางรัฐสภา เพราะว่าเรื่องของการกระบวนการยกเลิกนั้นมันเกี่ยวข้องกับท่าทีในการเจรจากับฝ่ายกัมพูชาที่เราจะต้องมีขึ้นต่อไปนะครับ ส่วน MU 43 นั้น ผมตระหนักดีถึงข้อกังวลของฝ่ายต่างๆนะ ครับก็เรื่องนี้เราก็คงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ข้อดีข้อเสียนะครับ การหารือก็ต้องเป็นไปอย่างเปิดกว้างนะครับ เพราะเราต้องหาฉันทามติว่าเราจะเดินหน้าในเรื่องของ MU 43 อย่างไรนะครับ อีกประเด็นหนึ่งที่มีการหยิบยกอภิปรายกันมากพอสมควรคือเรื่องวีซ่าฟรี 60 วันนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ขอเรียนว่าทางกระทรวง การต่างประเทศจะเสนอให้มีการลดระยะเวลา ของวีซ่าฟรี 60 วันเป็น 30 วันนะครับ เพราะว่า 30 วันนั้นน่าจะเพียงพอสำหรับวัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยว เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า 60 วันนั้นได้มีการบุคคลนะครับที่ไม่พึงปรารถนาดีเนี่ย ได้ใช้นี้เป็นช่องทางนะครับในการเข้ามาประกอบ กิจกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของไทยนะครับ ส่วนวีซ่าประเภทอื่นๆเนี่ย เรากำลังพิจารณาในภาพรวมนะครับ เพื่อให้การออกวีซ่าแต่ละประเภทนั้นมีความรัดกุมยิ่งขึ้นนะครับ วิกฤตพลังงานก็เป็นเรื่องหลักของการอภิปรายนะครับในครั้งนี้นะครับ เอ่อ ในส่วนของกระทรวงต่างประเทศนั้นก็เราได้พยายามที่จะหาแหล่งพลังงานใหม่ๆนะครับให้กับประเทศไทยโดยการติดต่อผ่านช่องทางรัฐบาล ช่องทางการทูตนะครับไม่ว่าจะเป็นบราซิล ไนจีเรีย คาซัคสถาน จีน และรัสเซียนะครับ ขณะเดียวกันสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุส เราก็มีความเป็นห่วง ครับ วันที่ 15-16 เมษายนนี้ผมจะเดินทางไปที่โอมานนะครับ เพราะโอมานมีความใกล้ชิดกับอิหร่านนะครับ ก็อยากจะเปิดอีกช่องทางหนึ่งในการติดต่อกับทางอิหร่านนะครับ เพื่อขอให้ทางฝ่ายอิหร่านเนี่ยได้ให้เรือที่บรรทุกสินค้า น้ำมัน แก๊ส ปุ๋ยเนี่ยที่จะมาประเทศไทยสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุสได้ด้วยความปลอดภัยนะครับ วันนี้ผมก็เพิ่งเจอกับเอกอัครราชทูตปากีสถานนะครับ เพราะปากีสถานก็เป็นประเทศที่มีความใกล้ชิดกับอิหร่านด้วยก็ขอให้ทางปากีสถานเนี่ยได้ช่วยเหลือในเรื่องนี้อีกทางหนึ่งนะครับ ประเด็นที่ท่านมีการอภิปรายเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของสิทธิมนุษยชนนะครับ ก็มีวุฒิสมาชิกท่านหนึ่งที่แสดงความผิดหวังว่านโยบายรัฐบาลไม่ได้มีการบรรจุเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจนนะครับ โดยเฉพาะผมเคยเป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ครับ เรื่องนี้ผมให้ความสำคัญนะครับ และก็ที่จริงแล้วในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลนั้นเนี่ย ถ้าท่านดูเนี่ยมันก็มีปรากฏอยู่นะครับ เช่น การดำเนินนโยบายให้ไปไกลกว่าประเทศไทย อันนี้ก็หมายความว่าเราไม่ได้เอาแค่ผลประโยชน์ของประเทศไทยนะครับ เรื่องค่านิยมที่เป็นสากลเป็นเรื่องที่สำคัญก็คือค่านิยมประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนนะครับ ในย่อหน้าเดียวกัน คือย่อหน้า 6 ก็มีการพูดถึงหลักการและค่านิยมสากลก็หมายความถึงค่านิยมประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนนะครับ เพราะผมถือว่าการต่างประเทศที่ดีนั้นต้องสะท้อนถึงค่านิยมที่เป็นสากลนะครับก็คือเรื่องของประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนนะครับ สุดท้ายผมก็ขอเรียนยืนยันว่าในการดำเนินการในเรื่องของการต่างประเทศนั้นผมเน้นการทำงานร่วมกับทางรัฐสภานะครับ เพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกันก็คือการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย ขอบคุณครับ
ท่านเอกนัส พร้อมพันครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม เอกนัส พร้อมพัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก่อนอื่นนะครับผมต้องกราบขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ที่ให้ความสำคัญ กับประเด็นการบริหารจัดการสถานการณ์ ต้องบอกว่าวิกฤตก็ว่าได้นะครับที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในประเทศ จริงๆผมเข้าใจว่าสำหรับหลายท่านเนี่ย โดย เอ่อ ปกติเราก็ได้สื่อสารอยู่แล้วนะครับผมไม่เคยที่จะปิดกั้น ความหวังดีจากเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ไม่ใช่มารอฟังอยู่ข้างบนอย่างเดียวแต่แต่ว่าข้างล่างเนี่ยนะครับหลายคนก็ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา ผมก็ต้องเรียนกับทุกท่านตามตรงครับว่า ก่อนที่ผมจะเข้ามา รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเนี่ย เดิมทีก็คิดวางแผนเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างพลังงานนะครับของประเทศ เอ่อ ต้องบอกว่าชนิดที่เรียกว่าพลิกโฉมเลย นะครับเพราะผมตระหนักดีครับว่าการบริหาร จัดการพลังงานของประเทศเนี่ยเป็นต้องบอก ว่าเป็นยุทธศาสตร์เป็นปัจจัยสำคัญนะครับ สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตั้งแต่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเนี่ย ก็เห็นว่าความหวังของประเทศนะครับในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจขยายตัวโตขึ้นเนี่ยก็อยู่ที่เรื่องการลงทุน อยู่ในเรื่องของการดึงเอาเม็ดเงินการลงทุน ที่มีมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมยุคใหม่เนี่ย เข้ามาในประเทศไทยเพื่อสร้างฐานการผลิตใหม่ แล้วก็ส่งออกไปต่างประเทศนำรายได้เข้าประเทศ แล้วผมก็เห็นว่าหลายครั้งแทนที่ปัจจัยในเรื่องของพลังงานเนี่ย แทนที่จะเป็นปัจจัยในการเกื้อหนุน ให้กลุ่มนักลงทุนเนี่ยมีความสนใจในการเข้ามาลงทุนในประเทศก็กลับกลายเป็นอุปสรรค นะครับ แล้วก็เห็นมากกว่านั้นว่าหลายครั้งเองเนี่ย จริงๆแล้วต้องบอกว่าต้นทุนของพลังงานก็เป็นต้นทุนสำคัญนะครับในปัจจัย ในการครองชีพของพี่น้องประชาชน นั่นคือสิ่งแรกที่ผมคิดแล้วก็วางแผนไว้ในใจ แต่ปรากฏว่าพอเข้ามารับตำแหน่ง ก็ต้องมาเผชิญกับสถานะสถานะภาวะวิกฤตในเรื่องของน้ำมันนะครับเกิดขึ้นจากผลกระทบ ของความการปะทะกันในตะวันออกกลาง ปัจจัยนี้ทุกท่านทราบดีครับว่าเป็นปัจจัยที่ อยู่นอกเหนือ การบริหารจัดการขอบเขตอำนาจนะครับของ รัฐบาลไทยแต่ส่งผลกระทบเต็มๆครับ ต่อความเป็นอยู่ต่อสถานะทางเศรษฐกิจของ ประเทศ ผมก็ได้ทำการบ้านแล้วก็พยายามที่จะเข้ามา บริหารจัดการปัญหาทันที ผมเข้าใจ ความรู้สึกความเดือดเนื้อร้อนใจของพี่น้อง ประชาชนที่ถูกสะท้อนผ่านไม่ว่าทาง สื่อมวลชนหรือว่าเพื่อนสมาชิกนะครับมาถึง ตัวผมนะครับก็จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานเนี่ยผมไม่เคยรอครับนะครับ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกก็นำวาระผลการศึกษาของ คตร. ซึ่งเป็นวาระของกระทรวงพลังงานเลยเข้าวาระแรกๆ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วท่านก็เห็นว่าในวันแรกที่ผมเข้ากระทรวงนะครับผมเป็นรัฐมนตรีคนหนึ่งที่เข้าไปถึงเนี่ยไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร เข้าไปถึงก็ทำงานทันทีนะ ครับแล้วก็ได้เรียกกลุ่มผู้ประกอบการมาพูดคุย รวมไปถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ซึ่งผมต้องเรียนแบบนี้ก่อนครับ เรามีอาวุธเรามีกำลังที่จะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น เนี่ย เล็กน้อยมากนะครับ ผลกระทบที่เกิดขึ้นเนี่ย ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นนะครับ น้ำมันที่หายากขึ้นเนี่ยนะครับส่งผลกระทบ หนักครับ สิ่งที่เรามีสำหรับต่อสู้กับเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นก็คือตัวกองทุนน้ำมัน วันนี้ผมได้ฟังความเป็นห่วงจากเพื่อนสมาชิกหลายท่านนะครับ ของการบริหารกองทุนน้ำมัน ทำไมตอนน้ำมันขึ้นก็ไม่ขึ้น ทำไมเวลาขึ้นบางทีก็ขึ้นน้อยไป บางทีก็ขึ้นมากไป ทำไมบางทีราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มลงแล้ว ก็ไม่ยอมลงสักทีนึงนะครับ ผมใช้ความระมัดระวังมากนะครับในการบริหารจัดการกองทุน เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเนี่ย เป็นประธานกองทุนคณะกรรมการกองทุนน้ำมัน นะครับ แล้วผมก็ต้องเรียนตามตรงกับเพื่อนสมาชิกทุกคนว่า ถ้าในยามปกติสิ่งแรกที่ผมจะทำเนี่ยก็คือ ผ่าตัดวิธีการทำงานของกองทุนน้ำมัน เชื่อมั้ยครับว่าผมตกใจ ว่าทำไมกองทุนน้ำมันเนี่ยมีอำนาจมากมาย ขนาดนี้นะครับ การตัดสินใจของกองทุนน้ำมันเนี่ยสามารถที่จะนำเม็ดเงินมหาศาลมาอุดหนุนราคาน้ำมัน เท่าไหร่ก็ได้นะครับ ซึ่งจริงๆแล้วเนี่ย ตามเจตนาของกองทุนน้ำมันเนี่ยมีเงินเพียง กระเป๋าเงินเพียงประมาณ 20,000 ล้านเท่านั้นแหละครับ สำหรับการบริหารจัดการสถานการณ์แบบนี้ แต่วันนี้ก็เห็นแล้วครับว่าที่ผ่านมาทำงาน ตอนนี้ติดลบ 60,000 ในอดีตติดลบไปเป็นแสนล้านก็มี ผมยังจินตนาการเลยครับว่าถ้าวันเนี้ยผม สวมหมวกนักการเมืองแล้วอยากได้คะแนนเสียงเนี่ย ผมจะลดราคาน้ำมันเช่นเบนซินดีเซลลด ลงอีก 10 บาท 20 บาท 30 บาทลงมาให้ถูกที่สุด ถามว่าผมมีอำนาจที่จะทำได้มั้ยก็มีอำนาจ ครับ กองทุนน้ำมันมีอำนาจที่จะทำแบบนี้ แต่ในความคิดเห็นของผมเนี่ยไม่ควรมีองค์กร ไม่ควรมีกองทุนไหนที่มีอำนาจมากมายขนาด นี้ครับ ผมเตรียมพร้อมนะครับหลังจากที่บริหารจัด การสถานการณ์ให้ เอ่อ คงสู่สภาวะปกติแล้วเนี่ย ก็ตั้งใจที่จะปรับเกณฑ์การทำงานของ กองทุนนะครับ ถ้าเจตนาของกองทุนมีเพียง เงินประมาณ 20,000 ล้านใช้ สำหรับชะลอผลกระทบที่เกิดขึ้นนะครับ ในกรณีน้ำมันราคาขึ้นแล้วก็ใช้ชะลอผลกระทบ ไม่ให้สิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ย ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศมากเกิน ไปเนี่ย ก็ควรที่จะต้องมีลิมิตนะครับในการทำงาน มากกว่านี้ไม่ใช่วันนึง อยากจะอุดหนุนเงินเป็นพันล้าน 2,000 ล้าน 3,000 ล้านก็สามารถทำได้ เกณฑ์เหล่านี้ต้องเปลี่ยนไปครับ รวมไปถึงการคำนวณอัตราต่างๆที่ต้องทำให้ โปร่งใสมากยิ่งขึ้นนะครับ จริงๆข้อดีที่ ผ่านมาเนี่ยผมเห็นว่าทุกครั้งที่มีการประชุมนะครับ การเผยแพร่ข้อมูลโดยสำนัก นโยบายเนี่ยก็เปิดเผยต่อสาธารณะทำให้เรา เห็นจุดบกพร่องในการทำงานหลายเรื่องนะครับ ท่านอัถวิทเมื่อสักครู่นะครับก็ได้นำเสนอ ในส่วนของค่าการตลาดที่จะต้องคงจะ ต้องมีการทบทวนและปรับกลไกใหม่นะครับไม่ ให้ค่าการตลาดเนี่ยบางวันก็พุ่งสูงขึ้นไป 10 บาท 20 บาท บางวันก็ติดลบ 5 บาทติดลบ 10 บาทก็มี ถึงแม้ว่าค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 2 บาทนะครับตามผลการศึกษา แต่ว่าเวลาพุ่งขึ้นพุ่งลงแบบนี้เนี่ยมันก็ทำให้ ขาดเสถียรภาพในการบริหารจัดการนะครับ ผมเรียนตรงไปตรงมาว่า เมื่อกลไกเป็นแบบนี้เนี่ยแล้วกลไกให้ อำนาจกองทุนน้ำมันขนาดนี้เนี่ย ผมก็ต้องใช้ความพยายามในการบริหารจัดการ ด้วยความระมัดระวังด้วยความรอบคอบนะครับ ผมก็ปรึกษา ที่ท่านฝ่ายค้านหลายคนพูดบอกเทคโนครตทั้ง หลายแหล่เนี่ยนะครับก็พูดคุยกันอยู่ตลอด แล้วก็ใช้ความระมัดระวังเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกันเวลาที่ต้องตัดสินใจใช้ความกล้า ในการบริหารจัดการนะครับผมก็ทำหน้าที่ของ ผมครับท่านก็จะเห็นว่า รัฐบาลนี้และผมเป็นรัฐมนตรีคนแรกที่ใช้ อำนาจตามพระราชกำหนดปี 2516 ในการแก้ไข และก็ป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันที่ได้มอบ อำนาจให้กับคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เนี่ยสามารถไปกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น ที่ผ่านมานะครับ การใช้กองทุนเงินกองทุนน้ำมันเนี่ยก็ไม่ต่างอะไรจากการเอาเงิน ของผู้ใช้น้ำมันในอนาคตมาชดเชยทำให้ สามารถใช้น้ำมันในราคาถูกลงในเวลา ปัจจุบันนะครับ ผมเห็นว่าในภาวะวิกฤตแบบนี้นะครับ แล้วเราก็หลายคนก็เห็นตรงกันว่ากลไกตลาด ที่เคยทำงานเนี่ยมันไม่ทำงานตามปกติ นะครับ กลไกราคาที่ประเทศไทยไปอ้างอิงเอา ราคาตลาดจากสิงคโปร์มา มันก็ผิดปกติ ราคาน้ำมันสำเร็จนะครับเทียบกับราคาน้ำมันดิบเนี่ยมันถูกถ่างออกไปสูง ขึ้นผิดปกติมากทำให้ ค่าการกลั่นดูแล้วเนี่ย บ่งชี้ว่าโรงกลั่นก็น่าจะมีกำไรไปมากเกิน มาก ในยามวิกฤตแบบนี้นะครับ ถึงแม้ว่าประเทศ ไทยเราโชคดีครับเรามีโรงกลั่นที่สามารถ กลั่นน้ำมันดิบเนี่ยเพียงพอต่อความ ต้องการใช้ แต่กลไกเดิมเราทำเสมือนว่า ประเทศไทยไม่มีโรงกลั่นอยู่เลยครับไปเอา ราคาที่สิงคโปร์มาบวกพรีเมี่ยมแล้วก็มา ตั้งที่หน้าโรงกลั่น ผมก็เห็นว่าแทนที่จะให้กองทุนน้ำมัน ซึ่งเป็นเงินของผู้ใช้น้ำมันนะครับไปแบกรับภาระไว้ทั้งหมดในช่วง เวลาแบบนี้เป็นความรับผิดชอบของโรงกลั่น ที่ประกอบกิจการในประเทศไทยต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันครับก็ควรที่จะแบ่งเบาภาระ
แบกภาระในเวลานี้ไม่ใช่หากำไรมากจนเกินควร ก็เลยมีการเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ครับที่ไม่นำราคาตลาดสิงคโปร์มาตั้งไว้เป็นราคาหน้าโรงกลั่นซะทีเดียว แต่มีส่วนลดจากการคำนวณว่าค่าการกลั่นซึ่งสะท้อนกำไรที่เกิดขึ้นจากการแปลงสภาพน้ำมันดิบหรือวัตถุดิบมาเป็นผลิตภัณฑ์ก็คือน้ำมันสำเร็จรูปเนี่ย มันมากผิดปกติ ก็ดูตัวเลขจริงในช่วงเดือนมีนาคม แล้วก็นำมาเป็นส่วนลดของราคาหน้าโรงกลั่นในเวลานี้ในช่วงเดือนเมษายน
แล้วในช่วงเดือนเมษายนที่ค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นอีก เดี๋ยวก็จะเอาข้อมูลจริงในช่วงต้นเดือนเมษายนไปพิจารณาและกำหนดส่วนลดใหม่ การทำงานในลักษณะนี้ก็คือการให้โรงกลั่นเนี่ยนะครับซึ่งเป็นผู้ประกอบการก็มาช่วยกันแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนของประชาชนในส่วนที่เกิดขึ้นจากราคาน้ำมันซึ่งไม่มีใครเคยทำมาก่อนครับ
แล้วก่อนหน้านี้ถ้าท่านได้ติดตามข่าวสารเนี่ยมีข่าวแม้กระทั่งว่าก็เหมือนจะมีข่าวลือว่าจะมาฟ้องผมอีกแล้วนะครับ ซึ่งผมคดีก็เยอะอยู่แล้วนะครับ แต่ในที่สุดนะครับ ณ เวลานี้นะครับก็ทุกโรงกลั่นก็ให้ความร่วมมือดี แต่จะเห็นว่าในการทำงานของผมเนี่ยผมยืนยันได้เลยว่าไม่เคยมีความเกรงใจใครครับ เรายึดตามกฎหมายเมื่อกฎหมายให้อำนาจเราในเรื่องที่กฎหมายให้อำนาจเราแล้วเป็นความรับผิดชอบของเราและเป็นผลประโยชน์ส่วนรวมให้ความเป็นธรรมกับประชาชนผมทำเต็มที่ครับ
แต่ในบางส่วนที่ผมเห็นว่ากฎหมายก็ให้อำนาจเรามากเกินไปเช่นกลไกของกองทุนน้ำมัน ผมเห็นตรงกันเลยครับว่าควรที่จะต้องถือโอกาสเนี้ยครับหลังจากเกิดวิกฤตนี้แล้วเนี่ยจะต้องผ่าตัดและปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำงานของกองทุนน้ำมันอย่างจริงจังสักทีนึงครับ ให้ชัดเจนให้โปร่งใสให้สามารถ check and balance ได้ครับ ไม่ใช่มอบอำนาจให้สามารถทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าไปทำอะไรมานะครับ ผมตั้งใจที่จะทำแบบนี้แต่ก็ต้องเรียนตรงไปตรงมา
หลายท่านที่นำเสนอว่ามีอีกส่วนนึงครับ นอกจากเอาเงินในกองทุนไปอุดหนุนลดราคาน้ำมัน 2 ลดราคาหน้าโรงกลั่นให้โรงกลั่นมาช่วยแบกภาระของราคาน้ำมันอีกส่วนนึงก็คือภาษีสรรพสามิต ซึ่งผมบอกเลยนะครับการลดภาษีสรรพสามิตไม่ใช่เรื่องยากเลย วันนี้รัฐบาลมีอำนาจเต็มถ้าตัดสินใจที่จะลดภาษีสรรพสามิตวันไหนก็ทำได้ครับ แต่มันไม่ได้ได้มาฟรีๆ ผมถึงขอท่านอธิบดีว่าการลดภาษีสรรพสามิตขอให้เป็นไพ่ใบสุดท้ายที่รัฐบาลจะใช้ในช่วงภาวะวิกฤตที่รัฐบาลก็ต้องการเงินไปช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าให้กับประชาชนที่เดือดร้อนที่ต้องการเงินความช่วยเหลือจริงๆ
ดังนั้นเนี่ยผมก็เลยตัดสินใจการแก้ปัญหาเนี่ยนะครับท่านจะแก้แบบเอาง่ายๆลดภาษีสรรพสามิตลงไปราคาลดลงนะครับก็ทำให้คนสบายใจทำให้คนดีใจแต่ประเทศเนี่ยเงินหายเงินลดลงในเวลาที่เราต้องการเงินมาเยียวยามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผมเลยขอว่าขอใช้กลไกบริหารจัดการกลไกของกองทุนซึ่งวันนี้ก็ดีขึ้นมากนะครับจากเดิมที่ขาดทุนวันละมากสุด 2,500 ล้าน วันนี้ก็ขาดทุนเหลือวันละหลักร้อยสถานภาพเริ่มคงที่ และขอใช้กลไกการลดราคาหน้าโรงกลั่นซึ่งเป็นการลดราคาโดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะของกองทุนเลย ไม่ต้องเอาเงินของผู้ใช้น้ำมันในอนาคตมาแบกมาชดเชยให้ใช้ราคาน้ำมันในราคาถูกในปัจจุบันเลยนะครับ
ดังนั้นก็ขอว่าจะบริหารจัดการโดยใช้กองทุนน้ำมันและราคาหน้าโรงกลั่นก่อน ถ้าท่านไหนเห็นว่าค่าการกลั่นในช่วงเดือนเมษายนเนี่ยมากกว่าช่วงมีนาคมอีกไม่นานก็จะมีการประชุม กบน. อีกรอบนึง นำตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง premium ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในส่วนของการค่าขนส่งค่าประกันทุกอย่างเนี่ยนะครับตัวเลขเหล่านี้ทางผู้ประกอบการต้องมาดีครับ แล้ววันนี้เค้าเข้ามาคุยเข้ามาดีแน่นอน ถึงตอนแรกไม่แน่ใจว่าตกลงรัฐมนตรีที่ชื่อเอกนัสจะเอาจริงหรือไม่เนี่ย ไม่เชื่อว่ารัฐบาลกล้าที่จะใช้กลไกอำนาจตาม พ.ร.ก. ในภาวะแบบนี้ประกาศลดราคาน่ากลั่นลงมาไม่เชื่อวันนี้ก็ต้องเชื่อแล้วครับ ทำแล้วครับแล้วเขาต้องมาเจรจากับเราในเวลาแบบนี้ไม่ปล่อยให้เอกชนผู้ประกอบการมา กำกับการทำงานของรัฐบาลแต่รัฐบาลจะต้อง กำกับการทำงานของผู้ประกอบการไม่ให้ซ้ำเติมสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งเดือดร้อนอยู่แล้ว
ผมยืนยันว่าในช่วงเวลาแบบนี้ครับผมก็จะไม่ใช้ความมั่วมาบริหารสถานการณ์ที่มั่วๆแบบนี้ นะครับก็ต้องใช้ความรอบคอบและใช้สติในการบริหารจัดการ
ในส่วนของภาวะขาดแคลนซึ่งหลายคนเป็นห่วงนะครับตามข้อมูลที่ผมได้เช็คเนี่ยตอนนี้ น้ำมันดิบขาเข้าก็เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วนะครับ เอ่อเท่าที่ผมได้เช็คดูเนี่ยในช่วงเดือนนี้นะครับก็เข้าได้เดือนหน้าก็น่าจะเข้ามาตามปกติ แต่ก็ต้องพูดตรงไปตรงมาครับผมชอบพูดความจริงนะครับแล้วก็ต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาในช่วงสถานการณ์แบบนี้ไม่มีอะไรแน่นอนครับ ก่อนหน้าที่เราคิดว่าสถานการณ์กำลังจะบานปลายท่านประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่าจะยิงให้บรรลัยเป็นจุนเลยอีกไม่นานต่อมาก็ประกาศหยุดยิง แล้วหลังจากประกาศหยุดยิงก็ไม่รู้ว่าจะหยุดยิงจริงๆหรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้นความแน่นอนเนี่ยอยู่บนความไม่แน่นอนเราก็ใช้ความระมัดระวังเตรียมใจแล้วที่สำคัญก็คือต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลาแม้กระทั่งสถานการณ์ในเวลาที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นนะครับ
ผมถึงสื่อสารกับพี่น้องประชาชนทุกวันไงครับว่าวันนี้อยู่บนความไม่แน่นอนราคาน้ำมันจะขึ้นจะลงเราก็ขอให้ทุกคนเนี่ยใช้ความระมัดระวังมากที่สุดนะครับในการใช้ชีวิตแล้วเผื่อเตรียมใจเตรียมความพร้อมไว้หากสถานการณ์ที่ตะวันออกกลางบานปลายแล้วเราอาจจะต้องปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของเรา
ที่สำคัญครับก็คือ ก่อนหน้านี้ที่มีประเด็นเรื่องของน้ำมันนะครับที่ผมได้พูดหลายครั้งสิ่งที่ทางกระทรวงควรจะทำโดยเร็วที่สุดเนี่ยก็คือการนำเสนอข้อมูลนะครับอย่างตรงไปตรงมาให้โปร่งใส ก็คุยกับกรมธุรกิจพลังงานนะครับว่าจากนี้ต่อไปเนี่ยจะต้องเก็บเอาข้อมูลทุกรายการทุกขั้นตอนน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่นไปถึงผู้ค้า ม.7 หรือผู้ค้ารายใหญ่ปริมาณเท่าไหร่ไปถึงผู้ค้า ม.10 หรือที่เราเรียกกันว่า Jobber ปริมาณเท่าไหร่จากผู้ค้า ม.7 ไปที่ปั๊มในปริมาณเท่าไหร่ขายต่อให้กับ Jobber ในราคาเอ้ยในปริมาณเท่าไหร่เผลอๆต้องไปดูถึงที่ปั๊มหลอดปั๊มอิสระตรวจเช็คข้อมูลสถานะนะครับปริมาณน้ำมันซึ่งวันนี้ผมก็ส่งทีมไปตรวจเช็คทุกครั้งน้ำมัน 92 ครั้งทั่วประเทศในเวลานี้ที่เรากำลังคุยกันอยู่ชุดสุดซอยทำงานตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ากระทรวงจนมาถึงวันนี้นะครับเพราะผมก็เลือกที่จะไว้ใจเลือกที่จะฟังเสียงของประชาชนฟังข้อมูลจากพวกท่านว่าเอ๊ะวันนี้ น้ำมันไปอยู่ที่ไหนอยู่ตรงไหนแล้ว
ผมยืนยันครับถ้าพบความผิดปกติ ไม่ใช่ที่เกิดขึ้นในเฉพาะปัจจุบันเท่านั้นนะครับแต่ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในรอบเดือนที่ผ่านมาในช่วงเดือนมีนาคมเนี่ย ซึ่งตอนนี้ได้เรียกทุกข้อมูลมาเปิดดูแล้วนะครับ ถ้าพบความผิดปกติเนี่ย ผมเอาจริงผมเอาตายแน่นอนครับ ผมไม่ชอบที่สุดครับคนที่มาเอาเปรียบประชาชนในเวลาที่พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนแบบนี้แล้วทุกท่านก็เห็นว่าถ้าคนอย่างผมเวลาตัดสินใจที่จะชนกับใครแล้วเนี่ยผมก็สู้สุดซอยผมไม่ถอยไปไหนตั้งแต่สมัยผมอยู่กระทรวงอุตสาหกรรมถ้าปิดต้องปิดต้องปิดถ้าถูกฟ้องก็ต้องฟ้องโดนฟ้องมาแล้วก็สู้คดีแต่ตัวเขาเองก็ต้องสู้คดีเหมือนกันครับ คนที่เคยกระทำความผิดเอาติดเข้าคุกมาแล้วก็มีที่บอกตายในคุกแล้วก็มีนะครับ ถ้าหากำไรในช่วงเวลาแบบนี้ผมก็ต้องบอกตรงไปตรงมาว่าถึงมีเงินก็เตรียมไปใช้ในคุกนะครับก็แค่นั้นเองตรงไปตรงมาครับ ถ้าท่านมีข้อมูลอะไรก็ขออนุญาตมาแลกเปลี่ยนกันได้อยู่ตลอดเวลา
ซึ่งพูดทั้งหมดเนี่ยอันนี้มันเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านะครับในช่วงวิกฤต แต่สิ่งที่เราต้องเข้าใจก็คือว่า วันเนี้ยเราต้องพูดถึงเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานนะครับ ในส่วนของน้ำมันเนี่ยประเทศไทยเรานำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90% เพราะฉะนั้นวันนี้เองเราก็ต้องคิดครับว่าหากเกิดสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ถึงวิกฤตนี้จบแต่วิกฤตในอนาคตข้างหน้าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ในโลกที่มีความผันผวนแปรปรวนแบบนี้เราต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร
เลยเป็นที่มาว่าทำไมวันเนี้ยถ้าท่านสังเกตดูตั้งแต่การทำงานของกองทุนน้ำมันรวมไปถึงรัฐบาลเราก็ส่งเสริมในเรื่องของเชื้อเพลิงชีวภาพ ถ้ากองทุนน้ำมันนะครับไปอุดหนุนน้ำมันดีเซลนะครับที่ไม่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพหรือไบโอดีเซลน้อยก็ได้รับการอุดหนุนน้อย แต่ในส่วนที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพเยอะเช่น B20 E20 เอทานอลไบโอดีเซลนะครับเราก็ส่งเสริมเราก็อุดหนุนเยอะ เพราะทุกหยดที่สามารถผลิตได้เชื้อเพลิงชีวภาพที่สามารถเอามาผลิตและทดแทนได้โดยคนไทยโดยเกษตรกรไทยเนี่ยก็จะนำมาทดแทนการนำเข้าของน้ำมันดิบที่นำเข้ามาใช้ในประเทศ ถึงจะใช้แพง แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราซื้อแพงเนี่ยก็จะถูกส่งต่อเป็นรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไทยนี่คือความยั่งยืนนี่คือความมั่นคงด้านพลังงานที่เราต้องคิดทำนะครับ
รวมไปถึงการสำรองน้ำมันของประเทศก็ต้องคิดครับ ก่อนหน้านี้หลายคนบอกว่าแพงให้เอกชนไปสำรองสำรองด้วยกฎหมายให้ผู้ค้าไปสำรองแต่ในที่สุดไปดูดีๆนะครับวันนี้รัฐบาลก็จ่ายเงินอุดหนุนให้ผู้ค้าเป็นผู้สำรอง ถ้าต้องทำแบบนั้นอยู่แล้วแล้วเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเนี่ยต้องตัดสินใจและต้องมาช่วยกันคิดว่าในวันนี้ประเทศไทยจะต้องมีคลังน้ำมันที่เป็นน้ำมันของประเทศไทยสักทีนึงได้หรือไม่
เป็นเรื่องใหญ่เมื่อสักครู่ผมฟังท่านศุภโชติก็มีกฎหมายนะครับก่อนหน้านี้รัฐมนตรีท่านเดิมเนี่ยได้เคยคิดจะเสนอไว้นะครับแต่บางส่วนซึ่งบางส่วนก็เกี่ยวข้องกันเรื่องของ เอ่อคลังสำรองของประเทศนะครับผมยินดีที่จะนำมาแล้วก็มาพูดคุยกันนะครับสำหรับในในเรื่องนี้แต่สิ่งที่สำคัญก็คือวันนี้ในทั่วโลกเองรวมไปถึงประเทศไทยเนี่ยเพื่อที่จะลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงที่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงเนี่ยเราก็เดินหน้าเข้าสู่ไฟฟ้าแต่ไฟฟ้าเองนะครับที่เราผลิตไฟฟ้าจากแก๊สเนี่ยเป็นจำนวนมากไปประมาณประมาณ 60% ใน 60% นี้ฟังดูน่าจะเป็นข่าวดีมากกว่าน้ำมันก็คือเราผลิตเองได้มากกว่า 50% แล้วก็นำเข้าเป็นแก๊สในราคาที่ไม่แพงจากพม่าอีกประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์แต่ถึงอย่างนั้นเองเราก็นำเข้าแก๊สเหลวหรือ LNG เนี่ยในประมาณ 40% พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ LNG แพงขึ้นก็จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟแล้วจริงครับวันนี้ กกพ.ล่าสุดก็ประกาศค่าไฟเพิ่มขึ้นจาก 3.88 ไปถึง 3.95 ถามว่าสามารถลดค่าไฟจาก 3.95 มาเหลือ 3.88 ได้หรือไม่นะครับทำได้ครับก็ไม่ได้ต่างอะไรจากที่ท่านเสนอก็คือหมายความว่าเราก็ต้องไปดึงเอารายได้นะครับของการไฟฟ้าเนี่ยนะครับนำมาชดเชยส่วนต่างระหว่าง 3.95 กับ 3.88 ซึ่งไม่ใช่อะไรใหม่ครับผมก็พูดตามตรงจริงๆก่อนหน้าผมก็ให้สัมภาษณ์ว่า 3.95 มา 3.88 เนี่ยอันนี้มันเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายนะครับ เอ่อถึงลดได้ 3.95 มา 3.88 ก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ก็เป็นการเอาเงินของรัฐหรือเอาเงินของรัฐบาลไปชดเชยส่วนต่างเท่านั้นเองไม่ได้ยากอะไรครับ
แต่สิ่งที่เราต้องคิดแล้วเป็นนโยบายที่เคยประกาศไว้ก็คือผู้ใช้ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทเนี่ยผมว่าเราต้องช่วยกันคิดนอกกรอบครับผมก็เตรียมพร้อมนะครับที่จะให้ กพช.เนี่ยพิจารณาโครงสร้างไฟใหม่นะ ครับ 3.95 หรือ 3.88 ที่เราพูดกันคือค่าเฉลี่ยของค่าไฟ แต่จริงๆเวลาชาร์จค่าไฟจ่ายค่าไฟจริงเนี่ยมันก็เป็นไปตามอัตราซึ่งผูกกับปริมาณการใช้ไฟขึ้นเป็นขั้นบันไดเหมือนเวลาจ่ายภาษีนะครับ วันนี้ในสถานการณ์แบบนี้นะครับก็ต้องพิจารณาปรับโครงสร้างใหม่ให้ผู้ที่ใช้ไฟน้อยใช้ในอัตราที่ถูกมากว่าผู้ที่ใช้ไฟมากยิ่งใช้น้อยใช้ถูกยิ่งใช้แพงยิ่งใช้มากใช้ในอัตราที่แพงั้นตอนนี้ต้องมีการปรับโครงสร้างขั้นบันไดนะครับในส่วนของเรทค่าไฟ หมายความว่าต่ำกว่า 200 ยูนิตต่ำกว่า 200 หน่วยกดให้ค่าไฟไม่เกิน 3 บาทสามารถทำได้ครับ โดยที่ไม่ได้ส่งผลให้เป็นภาระเพิ่มเติมกับค่าไฟเฉลี่ยผมยืนยันว่าสามารถทำได้แล้วเดินหน้าทำแน่นอนครับ
แต่แค่นี้ก็ไม่พออีกครับเพราะว่าถึงเราจะปรับโครงสร้างนะครับเพื่อที่จะส่งเสริมให้มีการประหยัดไฟสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนที่ใช้ไฟน้อยใช้ไฟในอัตราที่ถูกลงผู้มีรายได้น้อยนะครับได้ใช้ไฟในราคาที่ถูกลงเนี่ยในที่สุดหนีไม่พ้นก็คือการลดการพึ่งพานะครับวัตถุดิบนำเข้าและรวมไปถึงการลดค่าไฟในภาพรวมการปรับโครงสร้างค่าไฟก็คือการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์นะครับ หรือการส่งเสริมการผลิตไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งประเทศไทยเนี่ยถือว่าเป็นประเทศที่โชคดีนะครับสามารถผลิตไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้มีประสิทธิภาพเกือบสูงสุดในภูมิภาค
ในที่สุดผมยืนยันครับว่าทุกขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคสำหรับประชาชนในการติดตั้งแผงโซลาร์เนี่ยนะครับจะต้องลดอุปสรรคเหล่านั้นออกไปให้หมดตั้งแต่การไปขอใบอนุญาต อ.1 ปรับดัดแปลงอาคารแจ้ง กกพ.นะครับขอให้ กฟผ. กฟน.เนี่ยขออนุญาตแล้วก็มาตรวจเนี่ยทุกขั้นตอนจะต้องลดลงทำให้สะดวกที่สุดครับ แต่ติดโซลาร์ผลิตไฟไว้ใช้เองก็จะมีมาตรการในการส่งเสริมลดหย่อนภาษีมีเงินกู้อัตราดอกเบี้ยถูกส่งเสริมให้ประชาชนติดแผงโซลาร์ผลิตไฟไว้ใช้เอง แค่นี้ไม่พอครับในขณะเดียวกันถ้าผลิตไฟมากกว่าที่มีความต้องการจะใช้สามารถขายไฟคืนระบบได้ในอัตราที่เอามาลดหย่อนค่าไฟในรอบบิลหรือที่เราเรียกกันว่า net billing เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าในที่สุดนะครับถ้าทำทุกอย่างควบคู่กันเราปรับโครงสร้างราคาไฟใหม่นะครับผู้ใช้น้อยใช้ในราคาที่ถูกติดโซลาร์ผลิตไฟไว้ใช้เองผลิตเกินสามารถขายคืนให้นำไฟที่ขายคืนมาลดค่าไฟในรอบบิลเนี่ยเอาจริงๆ 200 หน่วยแรกหรือ 300 หน่วยแรกเนี่ยผมว่าถูกกว่า 3 บาทอีกด้วยซ้ำบางทีใช้ฟรีเลยก็ว่าได้นะครับ
แล้วก็ต้องกล้าที่จะตัดสินใจครับในการปรับโครงสร้างเดินหน้าไปสู่การเปิดตลาดรับซื้อขายไฟอย่างเสรีหรือที่เราเรียกกันว่า Direct PPA เพราะนั่นคืออนาคตของประเทศนะครับที่อุตสาหกรรมใหม่จะเป็น Data Center นะครับจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม Semiconductor หรืออุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ที่จะต้องกำลังเจอจาก Cap มเนี่ยนะครับก็ต้องเปิดโอกาสให้มีการรับซื้อไฟตรงให้ตลาดมีการแข่งขันกันมากขึ้นนะครับ
แล้วผมก็เรียนกับเพื่อนสมาชิกที่บอกว่ากังวลว่าคนอย่างผมหรือรัฐบาลจะเกรงใจนายทุนนะครับผมคิดว่าการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรีที่ตัดสินใจตั้งผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนะครับก็เป็นสิ่งยืนยันคำตอบให้กับท่านว่าไม่เกรงใจนายทุนไม่เกรงใจนายทุนที่ไหนมากไปกว่าประชาชนของเราแน่นอนนะครับสุดท้ายนะครับท่านก็บอกไปแล้วในเรื่องของพลังงานมีหลายคนพูดครับพูดมาเป็นปีพูดเยอะแต่ก็ไม่มีใครคิดที่จะทำนะครับผมยืนยันว่าคนอย่างผมเนี่ยพูดแล้วทำท่านก็จะเห็นว่าตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าสู่ตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นการเรียกผู้ประกอบการโรงกลั่นมาคุยหรือว่าการตัดสินใจที่จะประชุม กบน. คณะกรรมการบริหารนโยบายน้ำมันเชื้อเพลิงในวันแรกเนี่ยนะครับผมก็ทำทันทีครับแล้วผมก็เรียนว่าในทุกเรื่องที่ผมพูดเนี่ยผมก็จะเริ่มทันทำทันทีแล้วผมก็จะไม่ยอมจนกว่าผมจะทำได้สำเร็จนะครับก็ขอแค่ว่าให้คำตอบนะครับจากผมไปถึงท่านเนี่ยมันอยู่ที่ผลงานที่ผมจะทำในช่วงระยะเวลาอีกไม่นานในอนาคตอันใกล้นี้ครับ ขอบคุณครับ
>> ท่านประธานครับ >> ครับ >> ครับศุภโชติครับขอใช้สิทธิ์พากเพลงสักครู่ นึงครับเอ่อเมื่อสักครู่ที่ท่านรัฐมนตรีลุกขึ้นมาตอบครับผมก็ต้องขอขอบคุณครับเห็นถึงความจริงใจและเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาและหลายๆข้อครับที่ท่านได้พูดถึงก็เราเห็นตรงกันครับไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งรัฐบาลหรือทางฝั่งฝ่ายค้านเองยินดีเป็นอย่างยิ่งครับแต่ถ้าจะเพิ่มเติมอีกนิดนึงครับผมอยากให้ท่านชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมว่าไอ้ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่ลดลงไปแล้ว 2 บาทเนี่ยแล้วโรงกลั่นยังได้กำไรอยู่เท่าไหร่ถ้ามีข้อมูลตรงนี้ไม่ต้องเปิดเผยตอนนี้ก็ได้ครับแต่เปิดเผยให้กับพี่น้องประชาชนรับทราบก็จะทำให้พวกเขาเนี่ยสามารถมั่นใจได้ยิ่งขึ้นว่าไม่มีใครกำลังหากินบนราคาน้ำมันของพวกเขาอยู่อีกประเด็นนึงครับคือเรื่องของการบ้านครับที่ผมฝากไปไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องของทางน้ำมันหรือทางฝั่งไฟฟ้าก็ตามครับผมก็เข้าใจดีแล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะทำตามในสิ่งที่พวกเราเสนอครับยังไงก็ฝากไว้เท่านี้ครับขอบคุณครับ
>> ท่านประธานครับ >> ครับเชิญ >> ท่านประธานครับขออนุญาตครับ >> ครับเชิญฮะ >> เอ่อเพื่อผมกรจาติกวนิตนะครับเ่อพรรคประชาธิปัตย์เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้มีโอกาสได้เอ่อตอบทีเดียวเลยนะครับก็ขออนุญาตฝากประเด็นที่เราได้ตั้งคำถามไปเมื่อเช้านะครับในการอภิปรายแล้วก็เอ่อท่านรัฐมนตรียังไม่ได้เอ่อมีโอกาสได้ตอบนะครับเมื่อสักครู่ประโยคที่ฟังแล้วชอบมากที่สุดนะครับที่ท่านรัฐมนตรีได้เอ่ออธิบายชี้แจงก็คือประโยคที่บอกว่าท่านไม่เกรงใจนายทุนนะครับเพราะฉะนั้นเอ่อประเด็นคำถามที่ท่านยังไม่ได้ตอบเนี่ย เอ่อพอดีมันก็อาจจะมีผลเกี่ยวข้องและกระทบกับนายทุนอยู่บ้างนะครับก็คือเอ่อประเด็นเรื่องของเอ่อโครงสร้างหลักสูตรการคำนวณการซื้อไฟระหว่าง กฟผ. กับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนนะครับซึ่งได้เอ่อมีการตั้งข้อสังเกตไปนะครับว่าเอ่อสูตรการซื้อขายเนี่ยเอื้อให้ภาคเอกชนสามารถที่จะทำกำไรเพิ่มขึ้นได้ในกรณีที่ค่าแก๊สที่ท่านได้พูดถึงเมื่อสักครู่เนี่ยมีอัตราที่สูงขึ้น นะครับเอ่อถ้าท่านไม่เข้าใจประเด็นคำถามให้ผมขยายความได้แต่ผมไม่อยากที่จะใช้เวลาของสภามากเกิน ส่วนประเด็นที่ 2 ที่ตั้งข้อสังเกตไปนะ ครับก็คือเรื่องของเอ่อระบบการซื้อแก๊ส RNG เข้าสิ่งที่เรียกว่า Pool Gas นะครับ ซึ่งเอ่อมีช่องโหว่ที่จะทำให้่อเอกชนผู้เป็นนำผู้เป็นผู้นำเข้า LNG เนี่ยสามารถที่จะซื้อ LNG ในราคาที่ถูกกว่าราคาที่นำมาขายให้กับ กฟผ. ใน Pool แล้วก็ส่งผลทำให้ค่าไฟของพี่น้องประชาชนต้องสูงเกินไปด้วยนะครับก็ฝากท่านรัฐมนตรีไว้ 2 ประเด็นแล้วก็ฝากกำลังใจให้กับท่านรัฐมนตรีด้วยครับในการที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนขอบคุณครับ
>> ครับ >> ท่านประธานครับผมขอ >> ครับ >> ผมขอสั้นๆนิดเดียวฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ >> ผมนายแพบรงค์ >> อ๋อ >> ไทยภักดีครับ >> บัญชีรายชื่อในฐานะสมาชิกรัฐสภา >> ครับ >> ผมผมฟังท่านรัฐมนตรี ขิงขอขออนุญาตนะฮอาจจะติดปากไปนิดนึงที่ ท่านได้ชี้แจงผมผมโอเโอเคในหลักการนะท่าน ประธานครับโดยเฉพาะที่ท่านพูดว่าท่านไม่ เกรงใจนายทุนมันทำให้ผมอยากจะฝากประเด็น สั้นๆท่านนิดนึงว่าวันนี้ไฟฟ้ามีปัญหาแล้ว ผมเชื่อว่าในแง่รองเทอมแล้วเราคาต้องขึ้น แน่นอนแล้วอยากจะฝากท่านเรื่องพืชพลังงาน >> เพราะผมเชื่อว่าทางเทคโนโลยีแล้วประเทศ ไทยเดี๋ยวขออนุญาตคุณหมอครับแป๊บนึงครับ >> ขออนุญาตท่านประธานครับผมขออนุญาตประท้วง ครับที่อภิปรายครับ >> ประท้วงครับ >> อันนี้มันเป็นการแถลงนโยบายครับถามต่อ ค่อยถามการถามตอบนี่ผมว่าต้องหลังจากการ แถลงนโยบายจะจบสิ้นนะครับ >> ครับ >> ขอท่านประธานควบคุมการประชุมด้วยครับ >> ครับผมขออนุญาตครับขอ >> ผมผมขอฝาก 30 วินาทีครับท่านฝากท่าน รัฐมนตรีขิงเรื่องพืชพลังงานฮะแค่นี้เองครับท่าน ประธานครับเพื่ออนาคตของประเทศครับขอบคุณ ครับ >> เดี๋ยวงั้นมันเดินไปไม่ได้ครับมาประท้วง กันเรื่อยเลยนะครับท่านคุณหมอครับผมขอ อนุญาตนะครับ >> จบแล้ว >> เดี๋ยวๆก็จะมีผู้ลุกขึ้นมาประท้วงไม่หยุด นะครับขอให้แถลงนโยบายจบก่อนนะครับครับ เชิญครับเอ่อท่านรัฐมนตรีจะพูดอะไรไม่ หรือถ้าเกิดไม่นั้นผมจะได้ให้คนอื่นท่าน อื่นพูดต่อเลยครับเชิญท่านศิรภสมผลครับเชิญครับ
>> เรียนท่านประธานสภาที่เคารพผมนายศิรภสมผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 จังหวัดสกลนคร พรรคกล้าธรรมในฐานะสมาชิกรัฐสภาท่าน ประธานที่เคารพครับเมื่อวานนี้ผมได้มี โอกาสได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งนำคณะ รัฐมนตรีเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผมก็มี โอกาสได้นั่งฟังแล้วก็พิจารณาตามถึงถ้อยแถลงนโยบายของท่านนายกนะครับซึ่ง ก็ต้องยอมรับว่ามีส่วนที่ทั้งต้องชื่นชม และมีส่วนที่ทั้งต้องติติงรวมไปถึงมีส่วน ที่ทั้งต้องตั้งคำถามโดยเฉพาะนโยบายด้าน การเกษตร ผมต้องเรียนตรงๆว่าผมรู้สึกผิดหวังครับ ท่านประธานเมื่อนโยบายของรัฐบาลพูดถึง เรื่องของอนาคต แต่พี่น้องเกษตรกรยังติดอยู่กับความเป็นจริงในปัจจุบัน ภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้วางนโยบายด้านการเกษตรที่เต็มไปด้วย คำสวยหรูคำสมัยใหม่นะครับไม่ว่าจะเป็น AI big data Smart Farming และการเชื่อมโยงสู่ตลาดโลกฟังดูดีนะครับท่านประธานฟังดูมีวิสัยทัศน์ฟังดูทันโลกทันเหตุการณ์ แต่สังคมควรตั้งคำถามให้ดังพอในตอนนี้คือ รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาอย่างจริงจังหรือ กำลังสร้างภาพเพื่อกลบปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบันครับนโยบายของรัฐบาลที่ไม่แตะลงไปถึงรากของปัญหาคือการหลีกเลี่ยงปัญหาใช่หรือไม่ครับท่านประธานข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือเกษตรกรรายย่อยจำนวนมากในประเทศนี้นะครับยังไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองยังไม่มีแหล่งน้ำทางการเกษตรที่เพียงพอยังไม่มีหลักทรัพย์ในการเข้าถึงทุนครับท่านประธานทุนในที่นี้ไม่ใช่ทุนที่เอาไว้ตั้งตัวหรอกนะครับท่านประธานผมกำลังพูดถึงทุนที่เอาไว้หล่อเลี้ยงชีวิตทุนเพื่อประทังชีวิตของเขาในแต่ละวันแต่ละวันเท่านั้นครับในนโยบายระดับชาติที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไปผมแทบมองไม่เห็นเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างด้านการเกษตรเลย นี่ไม่ใช่แค่การมองข้ามครับท่านประธานแต่ นี่คือการหลีกเลี่ยงปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่ง มีความสำคัญอย่างมากในภาคการเกษตรในปัจจุบันเพราะการแตะเรื่องที่ดินย่อมต้องกระทบโครงสร้างของอำนาจกระทบโครงสร้างของนายทุนรายใหญ่ท่านประธานครับหากจะพูดถึงเรื่องหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรสิ่งที่ผมมองเห็นผ่านนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี นั่นก็คือวิธีการแก้หนี้ในรูปแบบเดิมๆ เพิ่มเติมก็แค่เปลี่ยนชื่อใหม่ครับท่านประธานรัฐบาลพูดถึงการช่วยเหลือหนี้แต่สิ่งที่ผมได้เห็นยังคงเป็นการเอ่อเป็นมาตรการเพียงระยะสั้นนั่นก็คือการพักหนี้การยืดหนี้แล้วก็การเติมสภาพคล่องลงไปที่ เราได้เห็นที่ผ่านมาในหลายๆรัฐบาลแต่เราไม่เคยเห็นการปลดล็อกหนี้ให้พี่น้องเกษตรกรได้อย่างจริงจังเลยสักทีคำถามก็คือเราจะปล่อยให้พี่น้องเกษตรกรหายใจต่อไปแบบมีหนี้หรือจะทำให้เขาสามารถลุกขึ้นยืนได้โดยไม่ต้องพึ่งหนี้ครับท่านประธาน คำตอบที่สำคัญของคำถามนี้นั่นก็คือรายได้ครัวเรือนของพี่น้องเกษตรกรครับหากคำตอบของรัฐบาลยังไม่ชัดเจน นโยบายต่างๆเหล่านี้ก็แทบไม่ต่างจากการซื้อเวลาทางการเมืองต้นทุนที่รัฐไม่ค่อยจะพูดถึงเพราะว่าแก้ยากนั่นก็คือเรื่องเกี่ยวกับค่าเมล็ดพันธุ์ค่าปุ๋ยเคมีราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันนี้สิ่งต่างๆเหล่านี้นั่นคือหัวใจของต้นทุนการผลิตของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศแต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะพูดถึงราคาขายมากกว่าต้นทุนจริงที่พี่น้องกำลังเผชิญอยู่เพราะว่าการคุมราคาเนี่ยมันทำได้ง่ายแล้วก็เห็นผลเร็วทางการเมืองครับแต่การแก้โครงสร้างของต้นทุนมันต้องเผชิญกับกลุ่มทุนมันต้องใช้เวลามันต้องใช้ความกล้าหาญด้านนโยบายของคณะรัฐมนตรีคำถามจึงไม่ใช่ท่านทำได้หรือไม่แต่คำถามคือท่านกล้าทำหรือไม่ครับ นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญครับท่านประธานอีกแง่มุมนึงที่ผมมองเห็นนะครับคือนโยบายช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรที่เป็นแบบเหมาเข่งไม่ตรงเป้านั่นก็เท่ากับความล้มเหลวที่เราสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้เลยครับท่านประธานท่านประธานอย่าลืมนะครับว่าพี่น้องเกษตรกรในประเทศไทยของเราไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกันทั้งหมดบางคนทำนาซึ่งคนที่ทำนานะครับก็มีทั้งทำได้ปีละครั้งบางพื้นที่ทำได้ปีละ 2 ครั้งหรือบางพื้นที่อยู่ติดกับพื้นที่ชุ่มน้ำนะครับก็สามารถทำนาได้ปีละ 3 ครั้งบางคนเป็นเกษตรกรที่เขาทำไร่ทำสวนปลูกอ้อยปลูกมันกรีดยางพารานะครับแต่ทางรัฐบาลยังใช้นโยบายแบบชุดเดียวกันทั้งประเทศนี่มันจึงไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิคครับแต่นี่คือความล้มเหลวในการออกแบบนโยบายของรัฐบาลผมขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและก็คณะรัฐมนตรีด้วยความห่วงใยนะครับว่าในถ้อยแถลงของท่านนายกท่ามกลางคำว่า AI คำว่าดิจิทัลสิ่งที่หายไปที่ผมได้กล่าวไปแล้วนั่นก็คือหัวใจ ความรักและความเข้าใจเรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับด้านการเกษตรนะครับกลับไม่เคยถูกยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติเพราะหากรัฐบาลเข้าใจจริงครับรัฐบาลจะไม่เริ่มต้นจากคำว่าเทคโนโลยี รัฐบาลจะเริ่มต้นจากคำง่ายๆตั้งคำถามง่ายๆก่อนนั่นก็คือพี่น้องเกษตรกรเขามีที่ดินหรือยังพี่น้องเกษตรกรวันนี้มีน้ำเพียงพอสำหรับทำการเกษตรหรือไม่พี่น้องเกษตรกรวันนี้เขากำลังเป็นหนี้ใครอยู่ไม่แน่ครับท่านประธานครับเจ้าหนี้ของพี่น้องเกษตรกรอาจจะเป็นใครสักคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ทางข้างๆท่านประธานก็ได้ครับ รัฐบาลควรตั้งคำถามว่าพี่น้องเกษตรกรเขาจะสามารถอยู่รอดได้อย่างไรในแต่ละฤดูกาลหรือวันแต่ละวันที่เขากำลังใช้ชีวิตอยู่ ความเข้าใจเหล่านี้ครับท่านประธานที่จะสามารถนำไปตั้งต้นเพื่อเขียนเป็นนโยบายเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเพื่อตอบสนองต่อความเดือดร้อนตอบสนองต่อปัญหาที่พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรกำลังเผชิญอยู่ทั่วประเทศได้อย่างแท้จริงความเข้าใจแบบนี้มันไม่สามารถเขียนได้จากบนโต๊ะในห้องประชุมติดแอร์ครับท่านประธานแต่เราต้องลงไปยืนท่ามกลางท้องไร่ท้องนาเคียงคู่กับพี่น้องเกษตรกรไปยืนกับความเป็นจริงและอยู่ใกล้ชิดพี่น้องเกษตรกรให้ได้มากที่สุดท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายส่วนนึงนะครับซึ่งผมจะขออนุญาตยกข้อ 4.3 3 มีข้อความว่ารัฐบาลจะสร้างเสถียรภาพและยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยให้เป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืนคำถามที่ผมจะถามในวันนี้ก็คือท่านจะสามารถทำให้สำเร็จได้อย่างไรในเมื่อพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศนับแสนยังขาดเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินของของตัวเอง สิ่งที่ตัวผมไม่อยากเห็นเลยจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดใดก็ตามรวมไปถึงชุดนี้ นะครับอาจจะคาดหวังสูงก็คือนโยบายที่สวยงามสวยหรูดูแพงครับซึ่งอาจจะเป็นเพียงแค่ ม่านบังตาของเราเอาไว้เท่านั้นนโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาลชุดนี้อาจจะดูในทันสมัยในสายตาของกลุ่มคนเมืองนะครับแต่สำหรับพี่น้องเกษตรกรจำนวนมากมันยังคงห่างไกลจากชีวิตจริงและความจริงที่เขากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ซึ่งผมเองต้องขอร้องนะครับผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปถึงท่านคณะรัฐมนตรีให้ทุกท่านร่วมกันยอมรับและเผชิญความจริงที่ว่าในวันนี้หากจะเริ่มต้นแก้ไขปัญหาของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรคนรากหญ้าอย่างจริงจังปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรนี่แหละครับต้องมาก่อนไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีต้องมาก่อนหากยังคงเป็นไปตามนโยบายที่ท่านได้แถลงมาก่อนหน้านี้ นั้นทั้งหมดนี้มันก็เป็นเอ่ออาจจะเป็นเพียงแค่การสร้างภาพอนาคตให้สวยหรูอย่างที่ผมได้พูดไปแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงการแก้ปัญหาในปัจจุบันผมจะขออนุญาตนำท่านประธานนะครับเข้าสู่ภาพทัศน์กว้างๆเกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บางส่วน โดยการยกตัวอย่างปัญหาในพื้นที่จังหวัดสกลนครบ้านผมซึ่งจะเป็นภาพสะท้อนความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของพี่น้องเกษตรกรคนรากหญ้าที่ได้เผชิญเชิญมาในพื้นที่จังหวัดสกลนครของผมนะครับพี่น้องเกษตรกรหลายครัวเรือนปัจจุบันไม่มีที่ดินทำกินครับหลายคนไม่มีเอกสารสิทธิ์ของตัวเองในหลายๆพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ในเขตรอบหนองหารจังหวัดสกลนครพื้นที่นี้นะครับท่านประธานเมื่อคนในภาค รัฐได้มองลงไปหนองหารคือศูนย์รวมของปัญหาที่แทบไม่อยากจะไปแตะไม่อยากจะเข้าไปแก้ไขไม่อยากจะเข้าไปรับผิดชอบเพราะว่ามันมีหน่วยงานมีเจ้าภาพรับผิดชอบเยอะแยะไปหมดครับขั้นตอนทุกอย่างมันยุ่งยากวุ่นวายไปหมดจึงไม่ค่อยเห็นใครที่จะสนใจแก้ไขปัญหาในหนองหารอย่างจริงจังปัญหาเรื่องที่ดินรอบๆหนองหารเป็นเพียงปัญหานึงเท่านั้นแต่ที่น่าตลกนั่นก็คือหนองหารซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากบึงบอระเพ็ดนะครับกลับมีพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่นอกโครงการชลประทานพี่น้องเกษตรกรอยากปลูกข้าวแต่ปลูกไม่ได้ครับเพราะว่าขาดแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรทั้งๆที่แหล่งน้ำก็อยู่ข้างๆนั่นแหละนะ ครับท่านประธานทำให้พ่อแม่พี่น้องในบางพื้นที่บางตำบลเช่นตำบลเชียงเครือหรือตำบลท่าแร่นะครับมีรายได้ไม่เท่ากับพี่น้องที่มีพื้นที่อยู่ใกล้เคียงกันที่มีแหล่งน้ำเพียงพอ นอกจากปัญหาเรื่องที่ดินทำกินปัญหาเรื่องแหล่งน้ำยังมีปัญหาเรื่องกฎหมายที่ทับซ้อนในพื้นที่หนองหารสกลนครหลายฉบับครับข้อจำกัดในการพัฒนาหรือแม้กระทั่งการดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยท้องถิ่นเนี่ยมีอยู่มากทั้งๆที่เขาก็อยากทำนะครับแต่มันยากเขาก็เลยเลือกที่จะเลี่ยงยกตัวอย่างเช่นการตราพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตหวงห้ามพื้นที่หนองหารอำเภอเมืองสกลนครเมื่อปี 2484 ทับซ้อนกับพื้นที่ของพี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของแต่เดิมตั้งรกรากทำมาหากินกันอยู่แต่เดิมมีวัตถุประสงค์หลักในการตราพระราชกฤษฎีกานี้นะครับนั่นก็คือเพื่อเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหาที่มันทับซ้อนอยู่ทั้งในและรอบหนองหารไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินทำกินการพิสูจน์สิทธิ์หรือการสงวนพื้นที่รกร้างว่างเปล่าบางส่วนเพื่อใช้ประโยชน์ในการบำรุงพันธุ์สัตว์น้ำและมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่การตราพระราชกฤษฎีกานี้ครับ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนแห่งนั้นต้องเปลี่ยนแปลงสถานะจากเป็นผู้ครอบครองเป็นเจ้าของแต่เดิมสุดท้ายเขากลายเป็นผู้บุกรุกหนองหารญเรื่องสำคัญอยู่ตรงนี้ครับท่านประธานคือนับตั้งแต่ปี 2484 ล่วงเลยมาจนถึงปีปัจจุบันคือปี 2569 นับเวลาคือ 85 ปีครับพระราชกฤษฎีกานี้ปัจจุบันยังคงประกาศใช้อยู่เลยเวลาตามกำหนดการเดิมที่ต้องทำให้เสร็จมาแล้ว 5 ปีคือเลยมาแล้ว 80 ปีครับชาวบ้านที่รอคอยเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อนนี้ตายแล้วเกิดใหม่ 2 รอบแล้วครับท่านประธานและใช่ครับปัญหานี้มันไม่ได้เกิดแค่เพียงรอบหนองหารสกลนครเพียงเท่านั้นแต่มันเกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้หรือคล้ายคลึงกันในหลายพื้นที่ทั่วทั้งประเทศไทยหากท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาผมเรียนท่านว่าอย่าลืมนะครับอาจจะเข้ามาสอดส่องดูแลให้มากขึ้นกว่ารัฐบาลก่อนๆที่ผ่านมาเพราะว่าถึงแม้จะเป็นความท้าทายเป็นงานยากครับหากท่านสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ได้เมื่อข้อจำกัดมีลดลงสามารถพัฒนาได้อีกหลายด้านแล้วก็จะไปสอดคล้องกับนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ท่านได้แถลงต่อสภาอันทรงเกียรติไปเมื่อวานนี้จะส่งผลดีต่อภาคเกษตรกรภาคเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากครับยกตัวอย่างนะครับจากเอกสารที่เราได้ศึกษากันนะครับนั่นก็คือคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีลองเปิดอ่านไปพร้อมๆกันได้นะครับข้อ 1.4 4 ส่งเสริมบทบาทท้องถิ่นในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่เพราะท้องถิ่นจะสามารถบริหารจัดการพื้นที่รอบหนองหารและพื้นที่ของตนสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนแล้วก็ไปสอดคล้องกับข้อ 5.3 3 ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยคนในชุมชนได้รับประโยชน์และมีความพร้อมในการร่วมการดูแลรักษาอย่างยั่งยืนอีกหนึ่งปัญหาในหนองหารที่สำคัญและสอดคล้องกับหนึ่งในนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไปนั่นก็คือเรื่องเกี่ยวกับปัญหาวัชพืชพวกผักตบชวาจอกหูหนูยักษ์หรือแม้กระทั่งสาหร่ายหางกระรอกที่อยู่เต็มหนองหารไปหมดครับพื้นที่ประมาณ 77,000 ไร่ครับเต็มไปด้วยสิ่งเหล่านี้ครับซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีการใช้งบประมาณจากทางรัฐบาลครับเข้าไปแก้ไขปัญหาจัดเก็บผักตบชวาปีๆนึงเสียงบประมาณไปหลายสิบล้านบาทบางปีใช้มากถึงหลักร้อยล้านบาทแต่เราจัดเก็บผักตบชวามาแล้วเสียประโยชน์เปล่าๆครับเพราะว่าไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้เลยซึ่งผมต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อนะครับคนนอกแต่ว่าไม่ได้เสียหายนะครับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครท่านรณิดาเหลืองทิติสกุลนะครับมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาหนองหารเพราะว่าท่านก็เป็นคนสกลนครโดยการอยากจะตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยนะครับเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและนำวัชเหล่านี้ให้เกิดมูลค่าครับไม่ให้เสียประโยชน์เปล่าแต่เริ่มโครงการทำไปทำมาศึกษาดูดีๆกลับทำไม่ได้เนื่องจากพื้นที่รอบหนองหารเป็นพื้นที่สีเขียวถ้าเกิดจะตั้งโรงงานต้องเป็นพื้นที่สีแดงนะครับก็ต้องฝากท่านคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงไปดูแลหรือว่าช่วยส่งเสริมในเรื่องนี้หน่อยเพราะว่าช่วงนี้ราคาปุ๋ยมันแพงเหลือเกินครับท่านประธานถ้าเกิดสมมุติว่าเอาเอ่อวัชพืชหนองหารมาทำปุ๋ยแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนได้เนี่ยก็น่าจะเป็นการลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนรอบหนองหารได้ดีทีเดียวครับเรื่องต่อมาครับท่านประธานเมื่อคืนนี้ช่วงราวๆ 21:00 น.นะครับท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับเมื่อสักครู่นี้ท่านก็ยังอยู่นะครับตอนนี้ท่านน่าจะออกไปพักผ่อนนะครับได้มาตอบข้อสงสัยที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายและมีช่วงหนึ่งได้ขยายความเกี่ยวกับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีว่าหนึ่งในเรื่องที่รัฐบาลตั้งใจจะส่งเสริมคือเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแล้วก็เมื่อเช้านี้ครับผมก็ได้นั่งฟังท่านศาสตราจารย์ เอ่อเชนนะครับขออนุญาตท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.ก็ได้มาออกมาร่วมตอบคำถามซึ่งพูดถึงเรื่องนโยบายนี้ในฝั่งของ อว.ด้วยพอดีเรื่องที่เกี่ยวข้องกันที่ผมกำลังจะพูดถึงนี้นั่นก็คือเรื่องพื้นที่ส่วนหนึ่งของหนองหารที่อยู่ในความดูแลของทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนครจำนวน 700 ไร่เศษซึ่งเราเรียกว่าหนองหารน้อยครับที่ผ่านมามีการพยายามผลักดันโครงการชื่อว่าชีวาสเวทนครตั้งใจจะทำให้เป็น Wellness destination ที่น่าสนใจของภาคอีสานตอนบนคืออยากให้คนมาเที่ยวที่สกลนครบ้างไม่ใช่ว่าพูดถึงเรื่อง Wellness เราจะลงใต้ไปเที่ยวริมทะเลอย่างเดียวเพราะว่าเรามีหนองหารที่พื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาสวยงามไม่แพ้กันนะครับก็จะพัฒนาโดยใช้สมุนไพรไทยแพทย์แผนไทยแพทย์แผนปัจจุบันบวกกับฝีมืองานบริการที่ยอดเยี่ยมของคนไทยนะครับมาดึงดูดตลาดที่มีกำลังทรัพย์ของคนรักสุขภาพสู่พื้นที่จังหวัดสกลนครอีกทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพส่งออกบุคลากรคุณภาพให้ไปทำงานที่สถานประกอบการลักษณะนี้ทั่วประเทศสร้างรายได้ให้กับชาวไทยของเรานะครับโดยทางมหาวิทยาลัยเองก็ทำหลักสูตรไว้รองรับมีสถาบันทางการแพทย์ในพื้นที่นะครับเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทยที่พร้อมบูรณาการความร่วมมือกันโดยโครงการนี้ได้รับอนุมัติงบประมาณก้อนแรก 50 ล้านบาทผ่านมติคณะรัฐมนตรีเมื่อคราวมาสัญจรในพื้นที่จังหวัดสกลนครและจังหวัดนครพนมในสมัยท่านนายกแพทองธารชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรีครับแต่น่าเสียดายครับท่านประธานยังไม่ทันเริ่มโครงการเลยท่านอดีตนายกก็ตกเก้าอี้ซะก่อนทำให้โครงการที่อนุมัติไปในคราวเดียวกันอีกหลายโครงการต้องถูกแช่แข็งเอาไว้และอาจจะตกไปเร็วๆนี้ครับแต่ มันยังไม่สายเกินไปนะครับหากท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีท่านใดที่เกี่ยวข้องเห็นว่าการดำเนินโครงการนี้มีประโยชน์ท่านก็ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ครับเพียงแต่เดินกลับไปที่ข้างๆโต๊ะทำงานของท่านอาจจะมีกรองเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้อยู่ท่านก็ไปหยิบมาแล้วก็ทำต่อได้ทันทีเพราะว่าถ้าเกิดตกไปไม่ต้องใช้ขั้นตอนอีกหลายปีครับกว่าเราจะได้เริ่มโครงการนะครับท่านประธานที่เคารพข้อสุดท้ายครับท้ายสุดและเหลือเวลาอีก 1 นาทีครึ่งที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดในวันนี้หากท่านนายกรัฐมนตรีท่านรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้องเห็นว่ามันมีประโยชน์และอยากร่วมแก้ไขปัญหาหนองหารอยากพัฒนาหนองหารไปกับชาวจังหวัดสกลนครแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนเพราะว่ามันเป็นเรื่องยากมันเป็นเรื่องที่อย่างที่บอกนะครับผ่านมาแล้ว 80 ปียังแก้ไขไม่ได้ผ่านหลายรัฐบาลยังแก้ไขไม่ได้ถ้าท่านแก้ไขได้ท่านหล่อเลยครับไม่รู้ว่าจะทำยังไงผมแนะนำให้มาปรึกษาสส.ท่านนึงในพรรคกล้าธรรมของเราครับสส.ท่านนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะคุ้นชื่อนะครับเพราะว่าท่านชื่อว่าธรรมนัสพรหมเผ่าท่านเคยเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐมนตรีเอ่อนายกรัฐมนตรีคนเก่าที่ชื่อว่าอนุทินชาวีรกูลครับท่านธรรมนัสพรหมเผ่าได้ไปแก้ไขปัญหาสำเร็จแล้วที่กว้านพะเยาซึ่งตอนนี้กว้านพะเยานะครับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญจัดกิจกรรมใหญ่ๆของจังหวัดพะเยาเรียกคนมาเที่ยวงานสงกรานต์ปีที่แล้วนับแสนคนสร้างรายได้สร้างเศรษฐกิจที่ดีให้กับชาวจังหวัดพะเยาครับและทราบมาว่าปีนี้สงกรานต์จังหวัดพะเยาทำถึงกว่าเดิมครับเพราะว่าเพิ่มเติมปีนี้มีแบมๆครับศิลปินระดับโลกมาแสดงคอนเสิร์ตเปิดรายชื่อมาปุ๊บขายบัตรหมดปั๊บที่พักเต็มทั้งจังหวัดพะเยาลามไปถึงจังหวัดข้างเคียงอานิสงส์ส่งไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ที่กำลังจะซบเซาในปีนี้แต่ว่าธรรมนัสช่วยครับท่านสามารถยกเรื่องนี้เป็นกว้านพะเยาโมเดลนำมาแก้ไขปัญหาหนองหารสกลนครรวมถึงแหล่งน้ำหรือพื้นที่ทับซ้อนอื่นๆอีกหลายแห่งในประเทศของเราเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนปัญหาพื้นฐานเรื่องที่ดินปัญหาพื้นฐานเรื่องน้ำปัญหาพื้นฐานเรื่องการพัฒนาท่องเที่ยวเอ่อพื้นที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเนี่ยแหละครับหากท่านทำได้มันจะส่งผลดีต่อรายได้ของพี่น้องประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายอันสวยหรูของคณะรัฐมนตรีที่ได้นำเสนอต่อรัฐสภาสุดท้ายครับท่านประธานผมขอฝากคำไว้สั้นๆพูดแล้วทำจะไม่มีความหมายเลยถ้าเกิดทำแล้วพลาดครับเพราะคนที่ต้องรับผลไม่ใช่รัฐบาลแต่นั่นคือประชาชนประเทศนี้จึงไม่ต้องการแค่คนที่พูดแล้วทำแต่ต้องการคนที่ทำสำเร็จมากกว่าพูดขอกราบพระคุณครับ
>> ครับนางสาวพณิดามงคลสวัสดิ์ครับเชิญครับ
>> เรียนประธานที่เคารพดิฉันพณิดา มงคลสวัสดิ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการเขต 1 อำเภอเมืองตำบลปากน้ำ ท้ายบ้านบางเมืองบางโปรงบางด้วนพรรคประชา ชนสมาชิกรัฐสภาค่ะวันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นต่อการแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทินในประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันลุกขึ้นมาอภิปรายในฐานะของการเป็น 1 ใน 21.6 ล้านเสียงที่กาเห็นชอบเพื่อริเริ่มกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ค่ะท่านประธานที่ประชาชนอย่างเราได้มีโอกาสลงเสียงประชามติพร้อมกันกับการใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั่วไปส่ง ส.ส.เข้าสภา ท่านประธานคะเราพูดถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ 60 มาตลอด 60 มาตลอด 10 ปีที่ผ่านมาค่ะ มีความพยายามในการแก้ไขรายมาตราหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะติดอุปสรรคในรัฐสภา ก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ดิฉันเองก็มีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ประชาชนกาเห็นชอบเพื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ค่ะพูดตรงๆว่าลุ้นเหมือนกันว่าประชาชนจะเห็นด้วยกับพวกเราว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาเข้าใจแค่ไหนกับการที่พวกเรากำลังรณรงกันอยู่ เพราะในขณะนั้นก็มีหลายกระแสค่ะที่ออกมาต่อต้านบ้างก็ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันดีอยู่แล้วบ้างก็ว่าเห็นด้วยว่ามีปัญหาแต่แก้ไขรายมาตราก็ได้ไม่จำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่บ้างก็ว่าเป็นการตีเช็คเปล่าให้กับนักการเมืองบ้างก็บอกว่าเป็นเรื่องของนักการเมืองไม่เกี่ยวกับประชาชนโดยทั้งหมดอ้างว่าเป็นเสียงของประชาชนค่ะ หลังปิดคูหา 8 กุมภาพันธ์ผลประชามติออกมาชัดเจนว่ามีประชาชน 21.6 ล้านคนกาเห็นชอบเพื่อบอกเราทุกคนในที่แห่งนี้ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ว่าประชาชนพอแล้วค่ะไม่เอาแล้วกับรัฐธรรมนูญฉบับ 60 ไม่ไหวแล้วกับกติกาเดิมมองจากสไลด์ด้านบนนี้นะคะท่านก็จะเห็นค่ะว่า 21.6 ล้านเสียงนี้มีมากกว่าคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนถึง 2 เท่าที่สำคัญมีมากกว่าเสียงเห็นชอบรัฐรัฐธรรมนูญปี 60 ถึง 5 ล้านเสียงนะคะ เพราะฉะนั้นมีเสียงของคนที่เลือกพรรค รัฐบาลอย่างภูมิใจไทยเพื่อไทยแน่นอนนี่ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้นนี่คือเสียงของผู้สนับสนุนทุกพรรคทุกกลุ่มความคิดทุกความเชื่อทางการเมืองที่ได้มอบภารกิจในการเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นวาระสำคัญของประเทศที่เป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน ปัญหาคือทำไมเรื่องนี้ถึงไม่สำคัญพอที่จะปรากฏอยู่ในถ้อยแถลงนโยบายของรัฐบาลเลยสักคำคะเพราะตั้งแต่เดินหน้าจัดทำมูลฉบับใหม่นั้นกระบวนการมันมีขั้นตอนต่อจากนี้มากมายค่ะรัฐบาลต้องเตรียมการการตั้งคณะกรรมาธิการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 ออกแบบวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้วก็ต้องไปทำประชามติเห็นชอบจากประชาชนเป็นครั้งที่ 2 ถ้าประชาชนเห็นชอบก็ต้องเริ่มกระบวนการเลือกคู่ร่างจะวิธีการแบบไหนก็อยู่ที่ออกแบบกันมาได้ผู้ร่างแล้วก็ต้องมาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้วต้องมาถามประชาชนเป็นครั้งสุดท้ายว่าเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่กระบวนการนี้ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปีและต้องเปิดคู่หาให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการทำประชามติอีก 2 ครั้งทั้งหมดนี้อาศัยการบริหารจัดการทั้งงบประมาณและการกำหนดทิศทางจากรัฐบาลค่ะแต่จากที่ดิฉันฟังคุณอนุทินแถลงนโยบายค้นทั้งเล่มนโยบายทั้งเล่มเลยนะนะคะไม่มีไม่เห็นไม่เจอเจตจำนงของรัฐบาลที่จะทำตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนแม้สักนิดเดียว หรือการที่คุณอนุทินไม่ทำอะไรเลยแบบนี้มันคือข้อพิสูจน์ให้พวกเราทุกคนเห็นได้ชัดล่ะคะว่าคุณอนุทินและองคาพยพคือส่วนหนึ่งของผู้ที่ได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยตรง หากเรามองจากภาพบนสไลด์ค่ะที่กำลังขึ้นอยู่ตอนนี้จะเห็นได้ว่าไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่มาจากการเลือกตั้งแล้วสามารถมีอำนาจเหนือทุกองค์กรได้แบบนี้มาก่อนจนเขาต้องสวัสดีระบอบสีน้ำเงินกันแล้วรูปธรรมของมันคืออะไรคะท่านประธานการที่ผู้มีอำนาจในการกำหนดทิศทางของประเทศส่วนใหญ่มาจากเครือข่ายการเมืองเดียวกันทั้งคณะรัฐมนตรี ส.ส.โดยเฉพาะ ส.ว.ที่มีอำนาจในการเลือกองค์กรมาตรวจสอบอำนาจรัฐอย่างศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่ปัจจุบันทั้งหมดนี้กลายเป็นกลุ่มคนสีเดียวกันแล้วภาพนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยค่ะหากไม่มีเครื่องมือสำคัญในการเอื้อประโยชน์อำนวยการกินรวบอำนาจอย่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 คนที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีใครอีกคะท่านประธานกลุ่มคนอย่าง กกต.ค่ะที่ดำเนินการจัดการเลือกตั้งแบบค้านสายตาประชาชนโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกสาธารณชนตั้งคำถามอย่างไรดูคำตอบสิคะท่านประธานไม่แคร์เลยว่าประชาชนจะโกรธแค้นขนาดไหนกับการวินิจฉัยเรื่องต่างๆสิ่งเหล่านี้เป็นเพราะรัฐธรรมนูญ 60 ไม่ได้ให้อำนาจการถอดถอนคณะกรรมการ กกต.และองค์กรอิสระอื่นๆไว้ที่เราประชาชน ถัดไปค่ะกลุ่มคนอย่างคณะกรรมการ สตง.ค่ะที่ถืออำนาจเด็ดขาดในการตรวจเงินทุกบาททุกสตางค์ของทุกองค์กรภาครัฐในประเทศแต่กลับไม่เคยต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีตึก สตง.ถล่มคนตายนับร้อยคตง.หายเข้ากลีบเมฆเลยค่ะไม่มีใครถูกดำเนินคดีประชาชนตาดำๆอย่างเราติดตามกันเป็นเดือดเป็นร้อนเศร้าโศกเสียใจกับความสูญเสียกันขนาดไหนแต่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ให้องค์กรอิสระตรวจสอบกันเองก็ไม่สามารถเอาผิดคนเหล่านี้ได้ใครอีกคะกลุ่มคนอย่างตุลาการศาลรัฐธรรมนูญค่ะคนเพียง 9 คนที่สามารถชี้เป็นชี้ตายกดปุ่มสั่งยุบพรรคตัดสิทธิ์นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนนับล้านได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมีดาบอาญาสิทธิ์ที่เรียกว่ามาตรฐานจริยธรรมถอดถอนนายกมาแล้ว 2 คนภายในสภาชุดที่ผ่านมาแต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความชอบธรรมกับการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารและองค์องคาพยพแทบทุกคดีอันนี้เป็นผลพวงจากความไม่แน่นอนชัดเจนในระบบกฎหมายของมาตรฐานจริยธรรมที่เป็นเครื่องมือทรงพลานุภาพของกลุ่มคนที่ถือใบอนุญาตใบที่ 2 มาคัดเลือกว่าใครสมควรจะเป็นนักการเมือง ส.ส. ส.ว.รัฐมนตรีในระบอบนี้ หัวใจสำคัญเลยค่ะอยู่ตรงนี้กลุ่มคนอย่าง ส.ว.ตัวเปลี่ยนเกมที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งเป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญปี 60 เลยก็ว่าได้ใครคุม ส.ว.ได้ก็คือคนที่คุมอำนาจได้ทั้งหมดเปรียบเสมือนด่าน ตม.ค่ะที่คอยอนุมัติส่งคนเข้าไปอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระต่างๆนี่คือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงเลยนะคะจากรัฐธรรมนูญปี 60 อำนาจสูงมากแต่ความชอบธรรมทางประชาธิปไตยกลับส่วนทางนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับธงเขียวปี 40 ค่ะ ส.ว.ถูกดึงให้ห่างออกจากประชาชนไปทุกทีฉบับปี 40 ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดฉบับปี 50 ส.ว.มาจากการเลือกตั้งครึ่งหนึ่งสรรหาครึ่งหนึ่งฉบับปัจจุบันปี 60 ชุดแรกค่ะมาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหารทั้งหมดชุดนี้ที่นั่งอยู่กับพวกเราในตรงนี้มาจากการเลือกกันเองจนทุกวันนี้ค่ะมีข้อหาเรื่องการฮั้ว ส.ว.แต่ก็เป่าจนหลุดคดีได้
และที่สำคัญคนที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ก็คือรัฐบาลนั่นแหละค่ะเพราะการดูแลประชาชนในด้านต่างๆที่เคยถูกระบุไว้ว่าเป็นสิทธิ์ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญปี 4050 กลายเป็นว่าในฉบับ 60 ไปกำหนดไว้ว่าเป็นหน้าที่ของรัฐมันต่างกันยังไงทราบมั้คะท่านประธานดิฉันอธิบายง่ายๆแบบนี้ค่ะ
การกำหนดให้เป็นสิทธิ์ >> ส่งผลให้ประชาชนมีสถานะเป็นผู้ทรงสิทธิ์มีมีผู้ประท้วงครับท่านผู้อภิปรายครับ >> ท่านประธานครับขออนุญาตครับประท้วงท่านประธานมาตรา 5 ครับผู้อภิปรายยังไม่ ได้เข้าถึงประเด็นของการแถลงนโยบายเลยนะครับผมอยากฟังข้อเสนอจากท่านผู้อภิปรายครับว่าท่านอยากมีอะไรแนะนำทางรัฐบาลครับขอบพระคุณครับ >> ท่านผู้อภิปรายได้เข้าประเด็นด้วยนะครับ >> ครับ >> ถ้าไม่งั้นเดี๋ยวประท้วงไม่หยุดเดี๋ไม่ ได้กลับบ้าน >> ได้เลยค่ะประเด็นรอฟังสักนิดดีมั้ยคะ >> ครับเอาเข้าประเด็นเข้าเรื่องเลยค่ะเพราะ การบอกถึงเหตุผลแล้วก็ความจำเป็นและที่มาที่ประชาชนออกเสียประ >> ขอบคุณนะคะขออนุญาตอธิบายต่อให้เห็นภาพชัดๆแบบนี้ว่าที่ประชาชนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาเรามาชี้ให้เห็นชัดๆมันเป็นปัญหาอย่างไรบ้างใช่มั้ยคะ สิทธิ์ค่ะจากที่เคยเป็นสิทธิ์ถูกเปลี่ยนมาเป็นหน้าที่ของรัฐความต่างคือตอนเป็นสิทธิ์ประชาชนเป็นผู้ทรงสิทธิ์เรียกร้องจากรัฐและเอกชนได้ถ้าประชาชนถูกฤทธิ์รอนสิทธิ์ไปรัฐต้องคุ้มครองไม่ให้ประชาชนถูกละเมิดแต่การกำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐประชาชนเป็นผู้รอรับสิทธิ์เท่านั้นรัฐบาลจะเป็นคนบริการจัดทำบริการสาธารณะให้จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ประชาชนเรียกร้องได้ไม่เต็มที่ดิฉันยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆแบบนี้ค่ะสิทธิแรงงาน ฉบับ 40 กำหนดว่าเป็นเป็นสิทธิแรงงานนะคะที่ประชาชนต้องได้รับค่าแรงอย่างเป็นธรรม วันนี้เหลือเพียงเหมาะสมแก่การดำรงชีพเท่านั้นสิทธิการรักษาพยาบาลค่ะฉบับ 4050 กำหนดว่าประชาชนต้องได้รับการบริการทางสาธารณสุขที่เท่าเทียมเสมอกันมีประสิทธิภาพได้มาตรฐานและรวดเร็วในรัฐมูลปี 60 ตัดคีย์เวิร์ดเหล่านี้ออกไปทั้งหมดเลยสิทธิ์ในการเข้าถึงการศึกษาอันนี้สำคัญมากๆค่ะรัฐมนูญปี 40 กำหนดไว้ว่าประชาชนมีสิทธิ์เสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปีผลคือเด็กๆได้เรียนฟรีตั้งแต่ ป.1 ถึง ป.6 รัฐบาลจะจัดให้เรียนฟรีมากกว่านี้ก็ได้แต่ต้องไม่น้อยกว่า 12 ปีรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันค่ะไปกำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปีก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับมันคือการล็อคไว้เลยว่า 12 ปีเท่านั้นและการศึกษาภาคบังคับมันถึงแค่ม. 3 นะคะนี่คะสิทธิ์หายไปพร้อมกับความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อประชาชนที่ลดลงตามรัฐธรรมนูญแน่นอนค่ะคนที่เสียประโยชน์ที่สุดในเรื่องนี้ก็คือประชาชนดังนั้นไม่แปลกใจเลยที่ เราจะได้เห็นรัฐบาลส่อแววปัดตก พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้รับรองสิทธิ์ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เป็นอันตรายต่อประชาชนแม้ค่า AQI ของเชียงใหม่จะสูงติดอันดับโลกก็ตาม สิ่งที่เหมือนกันของคนกลุ่มนี้คืออะไรทราบมั้คะท่านประธานพวกเขามักจะกระทำการขัดต่อหลักการค่ะไม่สนความเห็นสาธารณะและชอบพูดจาไม่แคร์พี่น้องประชาชนนี่หรือเปล่าคะหน้าตาของกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์เต็มๆจากรัฐธรรมนูญ 60 และไม่ต้องการให้เรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริงเพราะแบบนี้หรือเปล่ามันเลยเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณอนุทินไม่ฟังเสียงของประชาชนที่แสดงผ่านประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทั้งๆที่ในคำสัมภาษณ์ 1 วันหลังเลือกตั้งของว่าที่นายกรัฐมนตรีอนุทินในขณะนั้นท่านก็พร่ำบอกว่านี่เป็นเจตจำนงของประชาชนปฏิเสธไม่ได้ต้องเร่งรัฐธรรมแล้วรูปธรรมของมันในวันนี้ล่ะคะ ไม่มีสักคำเลยพูดแล้วคำนี้เชื่อไม่ได้จริงๆที่น่ากังวลกว่านั้นค่ะคือท่าทีของคุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยก่อนอื่นท่านประธานต้องไม่ลืมนะคะว่าสาเหตุที่นำไปสู่การยุบสภาระหว่างการประชุมโหวตวาระ 2 ของการออกแบบวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ต้องหัก MOA กันกลางสภา ก็เพราะว่าพรรคภูมิใจไทยยืนยันที่จะคงไว้ซึ่งอำนาจ 1 ใน 3 ของ ส.ว.ก่อนที่จะผ่านรัฐธรรมนูญไปถึงมือประชาชน
ซึ่งพรรคประชาชนเรายอมไม่ได้อ่ะค่ะเราเห็นชอบไม่ได้จริงๆมันคือการให้อำนาจคน 67 คนมีผู้ประท้วงอีกแล้วครับเข้าประเด็นครับ >> ท่านประธานครับผมสยามเพียงทองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬเขต 1 พรรคชัยไทยไทยครับในฐานะสมาชิกรัฐสภาขอประท้วงท่านประธานข้อ 45 ครับก็ต้องขออนุญาตท่านผู้ที่กำลังอภิปรายด้วยความเคารพนะครับตามจริงท่านก็อภิปรายดีแล้วครับเพียงแต่ว่า อ่าฟังมาเห็นเวลาเหลืออีกไม่มากครับแล้วก็ยังไม่ได้เข้าประเด็นชัดเจนเห็นท่านประธานได้ตักเตือนไปบ้างแล้วก็อยากจะให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยอีกสักครั้งครับด้วยความเคารพท่านประธานครับ >> ครับครับผมก็เห็นเช่นเดียวกันครับเพราะว่ามันเหลือเวลาอีกเล็กน้อยนะครับเข้าประเด็นเลยครับเข้าประเด็นจะได้จบครับ >> มีผู้ประท้วงค่ะ >> จะประท้วงอะไรอีกล่ะครับท่านประธาน >> ถ้างั้นมันก็ไม่จบนะครับถ้าประท้วงบ่อยๆ >> ท่านประธานครับผม >> แล้วเข้าประเด็นแล้วมันก็จบแล้วครับ >> ผมจะต้องชี้แจงและประท้วงท่านประธานด้วย ครับท่านประธานครับ >> ก็ก็ใช่สิครับผม >> ผมท่านประธานให้ผมประท้วงมั้ครับผมยกมือ เหลือ 4 >> ประท้วงอเชิญเชิญฮเชิญฮ >> ครับผมผมปิยรัตน์จงเทพครับพรรคประชาชนในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับท่านประธานท่านประธานผมฝากท่านประธานนะครับประท้วงข้อที่ 142 ท่านประธานต้องดูข้อบังคับให้ดีนะครับท่านประธานท่านประธานจะบอกว่าไม่เข้าเนื้อหาเพราะจะมีผู้ประท้วงไม่ได้เคให้ผู้อภิปรายสามารถคัดค้านหรือสนับสนุนอภิปรายความรู้ความสามารถของรัฐมนตรีนะ ครับว่าจะสามารถทำหน้าที่ตามนโยบายได้หรือไม่ฉะนั้นนั้นจะเห็นด้วยหรือคัดค้านผู้อภิปรายสามารถอภิปรายได้ครับและรัฐมนตรีมีสิทธิ์มาตอบนะครับฉะนั้นขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กำลังอภิปรายอยู่นะครับ ขอบคุณครับ >> ขอบคุณครับพงวินิจฉัยแล้วนะครับขอให้เข้าประเด็นเพราะว่าผมใช้อำนาจตามข้อ 47 นะครับคำวินิจฉัยของประธานถือเป็นเด็ดขาดนะ ครับเข้าประเด็นได้เลยครับเชิญครับเพราะเวลาเหลือน้อยเหลือน้อยแล้วครับมันไม่จบ >> ดิฉันยืนยันที่ที่จะพูดในเรื่องที่เป็นประเด็นมาโดยตลอดนะคะดิฉันกำลังอภิปอภิปรายในประเด็นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ผ่านประชามติมาจากพี่น้องประชาชนนะคะขออนุญาตอภิปรายต่อนะคะท่านประธาน >> อนุญาตครับเชิญครับ >> ค่ะขอบพระคุณค่ะย้อนกลับไปค่ะให้ทุกท่าน ได้ทวนความจำกันสักเล็กน้อยนะคะว่าทำไมเราถึงต้องพูดเรื่องนี้เพราะว่าวันนั้นที่พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจยืนยันคงไว้ซึ่งอำนาจ ส.ว. 1 ใน 3 ก่อนที่จะผ่านรัฐธรรมนูญไปถึงมือประชาชนพรรคประชาชนยอมรับสิ่งนี้ไม่ได้ใช่มั้คะเพราะมันคือการให้อำนาจคน 67 คน ส.ว. 67 คนที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญโดยตรงมามีอำนาจเหนือการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ควรใช้เสียงของพี่น้องประชาชนตัดสินขออนุญาตขึ้นสไลด์อีกสักทีค่ะท่านประธานในคำสัมภาษณ์นี้พิธีกรคุณสรยุทธได้สอบถามคุณอนุทินว่าจะเอายังไงต่อกับเงื่อนไข ส.ว. 1 ใน 3 ซึ่งความเห็นของคุณอนุทินมีหลายถ้อยคำค่ะท่านประธานที่สะท้อนวิธีคิดที่ตรงกันข้ามกับหลักการประชาธิปไตยอย่างชัดเจนท่านบอกว่าจะให้ ส.ว.โหวตตัดอำนาจตัวเองนั้นเป็นไปไม่ได้จะผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มั้ยก็ต้องดูก่อนว่าในร่างมีอะไรบอกว่า ส.ว.หมดอำนาจเลือกนายกแล้วถ้าตัดอำนาจนี้ไปอีก ส.ว.จะไม่มีงานทำบอกว่าประชาชนได้คืบจะเอาศอกในระบบการเมืองไทยทำแบบนั้นไม่ได้ยืนยันหนักแน่นค่ะว่านี่คือประสบการณ์และหลักการบริหารของคุณอนุทินที่มองเกมขาดอย่าง 3 ขุมดิฉันกังวลเหลือเกินค่ะว่ามันจะเป็นการพาประเทศไทยเดินวนแล้วก้าวไปไม่ถึงไหน ได้ยินแบบนี้กังวลใจจริงๆท่านประธานขณะที่ว่าผลประชามติออกมาชัดเจนขนาดนี้แล้วรัฐบาลจะเลือกยืนข้างประชาชนหรือจะกังวลใจแทนผู้มีอำนาจเดิมตกลงรัฐบาลจะพาประเทศออกจากโครงสร้างอำนาจแบบเก่าตามผลประชามติหรือกำลังหาวิธีประคองโครงสร้างที่เอื้อประโยชน์มหาศาลต่อท่านไว้กันแน่ท่านประธานคะการที่มีประชาชน 21.6 ล้านเสียงกาเห็นชอบในคำถามประชามติมันแปลว่าประชาชนเขาต้องการออกจากกติกาแบบเดิมระบบแบบเดิมเขาเห็นแล้วค่ะว่ามันเป็นปัญหาคุณอนุทินเข้าใจเจตนารมณ์ภายใต้ผลประชามตินี้หรือไม่ว่าประชาชนไม่เอาอำนาจ ส.ว.มาเป็นผู้ชี้ขาดค่ะไม่เอาอำนาจที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนกลุ่มคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาเป็นผู้กำหนดชะตาว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ถูกเขียนขึ้นมานั้นจะผ่านหรือไม่ผ่านมันต้องอยู่ภายใต้ใครประชาชนเท่านั้นถูกมั้ยคะไม่เช่นนั้นก็คงการไม่เห็นชอบเพื่อแก้ไขรายมาตรากันไปแล้วดิฉันอยากเตือนรัฐบาลนะคะว่าประชามติไม่ใช่พิธีกรรมไม่ใช่เครื่องมือเอาไว้พูดตอนหาเสียงหรือเอาไว้สร้างภาพว่าเคารพประชาชนแล้วเมื่อเราถามประชาชนก็ต้องพร้อมเดินตามคำตอบของประชาชนดิฉันไม่ได้เสนอว่าต้องทำเรื่องนี้ตอนนี้เดี๋ยวนี้นะคะแต่การไม่มีปรากฏในคำแถลงนโยบายที่เป็นสัญญาประชาคมเลยเป็นสิ่งที่ดิฉันยอมรับไม่ได้เพราะรัฐบาลกำลังทำให้การใช้อำนาจทางตรงของประชาชนเป็นเพียงฉากประกอบทางการเมืองเป็นของประดับความชอบธรรมของรัฐบาลเท่านั้นแต่แน่นอนค่ะดิฉันไม่ได้ฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่รัฐบาลพูดตามตรงหลายๆฝ่ายก็ฝากความกังวลกับดิฉันมาพร้อมกับความไม่เชื่อมั่นว่าหากมีการจัดทำรัฐรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ณ เวลานี้ในระบอบสีน้ำเงินโดยไม่ได้เปิดให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้มากพอเราจะได้ร่างใหม่ที่แย่กว่าเดิมในขณะนี้ค่ะที่อยู่ระหว่างการผลักดันเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างที่กล่าวไปเบื้องต้นถ้านับ 1 กันวันนี้มันใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปีค่ะพวกเราเองพรรคประชาชนไม่ได้นิ่งนอนใจณเวลานี้เพื่อนสมาชิกพฤธก็ได้มีการเสนอร่างแก้ไขรายมาตราในประเด็นที่ว่าด้วยที่มาอำนาจและการถอดถอนองค์กรอิสระเข้ามาในรัฐสภาแล้วเพราะในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเราเป็นเราเห็นปัญหาทั้งการจัดการเลือกตั้งที่เป็นข้อหากันทั่วบ้านทั่วเมืองของ กกต.ดัชนีความโปร่งใสที่ตกต่ำรั้งท้ายโลกจนคุณอนุทินเองก็รับไม่ได้แบบนี้แต่องค์กรอิสระที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงก็ลอยตัวค่ะหวังเป็นอย่างยิ่งนะคะว่าเพื่อนสมาชิกหลายๆท่านที่เคยบอกว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขรายมาตราจะโหวตเห็นชอบให้กับพวกเรา คำถามสำคัญในวันนี้ค่ะรัฐธรรมนูญไทยเอาไงต่อคะรัฐบาลจะเอายังไงกับร่างเดิมที่เราเคยนั่งพิจารณาอยู่ด้วยกันจะดึงกลับมาพิจารณาภายใน 60 วันเพื่อตั้งกรรมาธิการการใหม่มั้ยหรือ ครม.จะเสนอร่างใหม่เข้ามาดิฉันขอความชัดเจนในเรื่องนี้แล้วหวังเป็นอย่างยิ่งนะคะว่าคำตอบที่ให้มาจะเป็นรูปธรรมจับต้องได้ไม่ใช่ตอบแบบขอไปทีและหากท่านยังยืนยันดึงดันเอาไว้ซึ่งเงื่อนไขเดิมของ ส.ว. 1 ใน 3 ในการผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดิฉันขอท้าให้ท่านนายก ลุกขึ้นมาตอบต่อหน้าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่ามาถึงขนาดนี้แล้วผลประชามติชัดขนาดนี้แล้วกล้ายืนยันว่าตกลงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีเนื้อหาอย่างไรสรุปแล้วเรายังต้องมาร้องขอ ส.ว. 1 ใน 3 ก่อนหรือไม่นายกรัฐมนตรีต้องตอบค่ะว่าท่านจะกอดรัฐธรรมนูญที่หมดความชอบธรรมจากประชาชนไปแล้วโดยไม่ทำอะไรเลยอีกกี่วันนี้เป็นวัน ที่ 62 แล้วนะคะหลังจากมีผลประชามติดิฉันจะเฝ้านับวันรอแล้วติดตามความคืบหน้าประเด็นนี้ต่อไปจนกว่าจะเริ่มกระบวนการเดินหน้าการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สุดท้ายแล้วค่ะดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกอนุทินวันนี้พิสูจน์ให้เห็นหน่อยค่ะว่าท่านไม่ได้เป็นไปตามที่เขาหากันทั้งบ้านทั้งเมืองว่าเก้าอี้สีน้ำเงินที่ท่านนั่งคือรัฐบาลอำนาจนิยมที่แค่มีการเลือกตั้งเป็นพิธีกรรมแล้วไม่ยอมรับว่าอำนาจการสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนขอบคุณค่ะ
>> ครับท่านทรงพลสุขสมบูรณ์ครับ
>> ครับกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมทรงพลสุขสบูรณ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 พระนครศรีอยุธยาพรรคภูมิใจไทยครับท่าน ประธานครับวันนี้ผมเป็นปากเสียงแทนพี่ น้องประชาชนคนอยุธยาครับพี่น้องประชาชน อยุธยา ถูกน้ำท่วมทุกปีเป็นเวลาหลายปีมาแล้วครับวันนี้ผมอยากเห็นการแก้ปัญหาที่จริงจังและจริงใจต่อพี่น้องประชาชนของคนอยุธยา เมื่อน้ำท่วมทุกปีพี่น้องประชาชนต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสแถมเรายังได้คนบริหารน้ำผมไม่ทราบว่ามีความรู้เก่งจริงหรือไม่คนอยุธยาเรียกร้องให้ท่านบริหารน้ำแบบก้างปลาแต่ท่านบอกว่าวันนี้ต้องบริหารแบบแนวดิ่งก็ดิ่งจริงของท่านน่ะครับดิ่งจนพี่น้องประชาชนขอภาพสไลด์ครับพี่น้องประชาชนต้องขึ้นไปอยู่บนหลังคาไปนั่งอยู่บนหลังคาครับเป็นเวลา 4 เดือน วันนี้ถึงเวลาหรือยังครับที่พี่น้องประชาชนในเขตอยุธยาที่จะได้มีชีวิตเหมือนคนที่อื่นน้ำต้องท่วมถึง 4 เดือนทำยังไงครับให้คนอยุธยาท่วม้น้อยและน้ำไหลผ่านไปรวดเร็วผมเคยถามครับทำไมไม่แจ้งพี่น้องประชาชนว่าวันนี้ น้ำปล่อยเท่านี้ปล่อยจริงเท่านี้หรือไม่พี่น้องประชาชนก็ได้แต่เฝ้ารอหน่วยงานราชการแจ้งว่าวันนี้น้ำเราจะปล่อยเท่านี้แต่ซึ่งจริงๆแล้วเค้าได้ทำระดับไว้ปี 54 บอกปล่อยน้ำมา 2,800 ลูกบาศก์เมตรแต่ปีนี้ปล่อยน้ำแค่ปี 68 ปล่อยน้ำแค่ 2,700 2,600 ทำไมน้ำมันมากว่าปี 54 ครับเพราะฉะนั้นแล้วการบริหารน้ำที่ผ่านมาเราได้คนที่จริงใจในการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนคนอยุธยาจริงหรือไม่ผมกราบเรียนท่านประธานแบบนี้ครับในปีนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนคนอยุธยาจะถูกแก้ไขด้วยความจริงใจวันนี้ผมไม่ได้มาร้องขอให้ตัวผมเองแต่ผมอยากร้องขอให้เห็นใจคนอยุธยาให้เห็นใจตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่เขาถูกน้ำท่วมเขาประกอบอาชีพไม่ได้บางบ้านเป็นผู้มีรายได้น้อยบางบ้านทำนานาถูกน้ำท่วม 4 เดือนวันนี้ผมกำลังบอกว่าคนอยุธยากำลังเสียสละเพื่อรองรับน้ำไม่ให้ท่วมกรุงเทพมหานครขณะเดียวกันผมเห็นก่อนถึงจังหวัดอยุธยาในทุ่งนาไม่มีน้ำเลยผมอยากเห็นการบริหารที่ปล่อยน้ำก่อนถึงอยุธยาแบ่งไปยังจังหวัดอื่นๆไม่ใช่ปล่อยน้ำถึงเวลาปล่อยเข้าอยุธยามาแนวดิ่งพี่น้องประชาชนได้รับความทุกข์ครับเชื่อมั้ยครับมีอยู่บ้านนึงผมได้เข้าไปดูไปช่วยซึ่งลูกพิการทั้ง 2 คนน้ำมาช่วงกลางคืนถ้าวันนั้นพวกผมไม่เข้าไปดูไม่เข้าไปช่วยลูกซึ่งพิการและคุณแม่อายุ 70 กว่าเขาอาจจะเสียชีวิตนะครับท่านไม่เห็นใจคนอยุธยาเลยหรอครับที่คนอยุธยายอมเสียสละเพื่อพวกท่านแต่วันนี้ผมอยากเห็นการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมและจริงจังและจริงใจทำยังไงครับให้อยุธยาของพวกผมไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานแบบนี้ทำยังไงครับให้คนอยุธยาที่เป็นที่พึ่งและเป็นที่พักน้ำให้ของพวกท่านที่จะต้องมีมาตรการแก้ไขโดยเร็วครับเพราะฉะนั้นแล้วผมกำลังจะบอกว่าคนที่ดูแลเรื่องน้ำฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรนะครับให้ท่านช่วยหาคนที่พร้อมแก้ไขในเรื่องการบริหารน้ำให้คนจังหวัดอยุธยาแบบเป็นรูปธรรมครับนิดนึงครับผมขอกล่าวเรื่องน้ำท่วมของอยุธยากับจังหวัดอื่นไม่เหมือนกันนะครับอยุธยาน้ำท่วมประมาณ 4 เดือนนะครับครั้งที่ผ่านมาท่านบริหารน้ำแบบให้น้ำขึ้นลงถึง 3 ครั้งพี่น้องประชาชนต้องล้างบ้านถึง 3 ครั้งครับครั้งที่ 4 ก็คงท่านก็คงจะเอาจริงอ่ะครับปล่อยน้ำมาจนพี่น้องประชาชนอยู่ไม่ได้ครับบางบ้านต้องไปอยู่บนถนนส่วนบางบ้านต้องไปอยู่บนหลังคาท่านแนะนำให้พี่น้องประชาชนหนุนบ้านหนุนยังไงครับท่านลองดูครับเข้าไปอยู่บนหลังคาแล้วครับถ้าวันนี้ท่านยังพูดกับพี่น้องประชาชนในเขตของผมว่าท่านให้หนุนบ้านอีกแล้วปล่อยน้ำมาให้พี่น้องประชาชนผมได้รับความเดือดร้อนผมก็จะบอกท่านว่าให้ท่านรักษาเก้าอี้ท่านให้ดีๆนะครับในการบริหารน้ำของท่านครับนี่ผมไม่ได้หมายถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับผมหมายถึงอ่อ ผอ.สนช.นะครับให้ท่านช่วยดูแลพี่น้องประชาชนของผมให้ดีกว่านี้ครับขอบคุณครับ
>> ท่านอัครเดชวงศ์พิทักษ์โรจน์ครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผมนายอัครเดชภูมิทักโรจน์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรีพรรคภูมิใจไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับผมขออนุญาตอภิปรายนโยบายของรัฐบาลนะครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านอนุทินชาบิูลได้แถลงต่อรัฐสภาของเราครับ ผมเรียนกับท่านประธานครับว่าคนเรานั้นเลือกเกิดไม่ได้นะครับฉันใดนั้นการเป็นรัฐบาลก็เลือกที่จะเป็นไม่ได้นะครับรัฐบาลทุกรัฐบาลนะครับไม่มีรัฐบาลไหนที่อยากจะมาเป็นรัฐบาลภายใต้วิกฤตใดก็แล้วแต่ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโควิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ ณ ปัจจุบันนี้คือวิกฤตพลังงานนะครับไม่มีรัฐบาลไหนอยากจะเจอหรอกครับทุกรัฐบาลแต่เนื่องจากอย่างที่บอกครับคนเราเลือกเกิดไม่ได้เลือกเป็นรัฐบาลก็เลือกเป็นไม่ได้แต่เมื่อเป็นแล้วนะครับพี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจมาทำแล้วผมคิดว่า ครม.นั้นนะครับนำโดยท่านนายกอนุทินชามีกุลก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดนะครับก็ขอเป็นกำลังใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรีครับผมเองนั้นนะครับมีเอ่อความต้องการที่อยากจะอภิปรายเรื่องของนโยบายรัฐบาลทางด้านเศรษฐกิจซึ่งเมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายนั้นทางด้านเศรษฐกิจนั้นมี 5 นโยบายหลักด้วยกันผมได้อ่านนโยบายของทางรัฐบาลแล้วนะครับ 3 นโยบายหลักนั้นเป็นเรื่องภาพรวมทางด้านเศรษฐกิจนโยบายหลักที่
4 นั้นเป็นเรื่องของเกษตรนโยบายหลัก ที่ 5 นั้นเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว ผมอยากจะฝากถึงท่านคณะรัฐมนตรีครับ ที่วันนี้เนี่ยได้ออกนโยบายทางด้านเศรษฐกิจนั้น ผมฝากถึง ครม. 4 ตรงครับ
4 ตรงคือตรงแรก คือตรงเป้านะครับ ตรงที่ 2 คือตรงจุด ตรงที่ 3 คือตรงเวลา ตรงที่ 4 คือตรงไปตรงมา ทั้ง 4 ตรงนี้เนี่ย ผมฝากทางคณะรัฐมนตรีครับ ที่กำกับควบคุมดูแลการบริหารราชการส่วนแผ่นดินนะครับ ทุกกระทรวงนั้น
ตรงเป้า คือวันนี้เนี่ย พี่น้องประชาชนนะครับ เดือดร้อนจากวิกฤตพลังงานนะครับ ท่านต้องคัดเป้าหมายว่ากลุ่มไหนที่เดือดร้อนที่สุดนะครับ ก็เอากลุ่มนั้นเนี่ยมาเป็นกลุ่มเป้าหมายมาดูแลก่อน อย่างเช่นกลุ่มเกษตรกรนะครับ ซึ่งวันนี้เนี่ยมีความเดือดร้อนจากต้นทุนที่สูงขึ้น ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ต่ำลงนะครับ ผมเชื่อมั่นครับว่ารัฐบาลนั้นมีความตั้งใจที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรของเราอย่างเต็มที่ด้วยนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงมานะครับ กลุ่มผู้ใช้แรงงานคือกลุ่มแรกที่มีรายได้น้อยต่ำนะครับ ฉะนั้นค่าครองชีพที่สูงขึ้นรัฐบาลก็มีนโยบายที่จะดูแล อันนี้ก็ขอฝากนะครับทางรัฐบาลด้วยว่าได้ดูแลให้ตรงเป้านะครับ เป้ากลุ่มไหนที่เดือดร้อนมากที่สุดก็ดูแลก่อนนะครับ เพราะว่าที่ผ่านมานั้นนะครับ เราก็จะเห็นว่ากลุ่มที่มีความเดือดร้อนมากที่สุดนั้นก็จะออกมานะครับ เรียกร้องให้รัฐบาลได้ดูแลนะครับ วันนี้เนี่ยผมคิดว่ารัฐบาลมีเอ่อความรู้ความสามารถอยู่แล้วที่จะกำหนดเป้าหมายได้
ตรงที่ 2 คือตรงจุด ครับ ได้ใช้กลยุทธ์หรือวิธีการนะครับ Solution ที่ตรงจุดนะครับ อย่าให้เกิดหัวร้านได้หวีตาบดได้แว่นนะครับ เพราะว่าเราเองก็เรียนกับที่ผ่านเรียนท่านรัฐมนตรีว่าที่ผ่านมาเนี่ย หลายรัฐบาลก็บางทีก็เจอ นโยบายนะครับ คนจนก็ได้คนรวยก็ได้นะครับ เมื่อมีการช่วยเหลือคนรวยนะครับไม่มีความเดือดร้อนก็ได้ในสิ่งที่รัฐบาลดูแล ฉะนั้นบางคนที่จนนะครับก็ได้รับการดูแลเหมือนกัน ฉะนั้นเราก็ต้องให้ตรงจุดนะครับ ด้วยนโยบายอย่างเช่นเรื่องของการช่วยเหลือเกษตรกร การประกันรายได้ การประกันพืชผล หรือการช่วยเรื่องลดต้นทุนการผลิตต่างๆนะครับ อันนี้เนี่ยก็อยากให้รัฐบาลใช้นะครับ อ่านโยบายให้ตรงจุดนะครับ เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกร พี่น้องผู้ใช้แรงงานดีกว่าเราไปหว่านเงินนะครับ ให้คนจนคนรวยได้เหมือนกันหมดนะครับ ก็อยากให้ช่วยนะครับ ให้ตรงจุด
ตรงที่ 3 คือตรงเวลาครับ อยากให้รัฐบาลได้ช่วยเร่งรัดการช่วยเหลือนะครับ เหล็กก็ต้องตีต่อร้อนนะครับ ก็รัฐบาลนั้นนะครับ ก็จะได้ช่วยนะครับ พี่น้องประชาชนที่ตอนนี้เนี่ยมีความเดือดร้อนแล้ว ผมก็ชื่นชมครับ ท่านนายกฯ ท่านคณะรัฐมนตรีนั้นทำงานไม่มีวันหยุดเลยนะครับ เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ตรงเวลาให้ตรงกับสถานการณ์ที่กำลังรุมเร้านะครับ รัฐบาลอยู่แล้ว ท่านนายกฯ คณะรัฐมนตรีก็ทำงานทุกวันนะครับ อันนี้เนี่ยเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าจะทำให้ตรงที่ 3 เนี่ยก็คือตรงเวลาเนี่ยทันนะครับ ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที
ตรงสุดท้ายครับ ตรงไปตรงมานะครับ ก็คืออย่าให้มีการทุจริตครับ เพราะว่าที่ผ่านมาเนี่ย เวลามีโครงการอะไรช่วยเหลือเ่อ พี่น้องเกษตรกรหรือพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มนะครับ เราก็พยายามที่จะคิดวิธีที่จะทำไงให้เอ่อ กระบวนการในการช่วยเหลือเนี่ยไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน เหมือนไอติมครับ รัฐบาลออกไอติมมาเต็มแท่งกว่าจะผ่านไปถึงพี่น้องประชาชน ไอติมเหลืออยู่ครึ่งแท่งนะครับ ฉะนั้นเนี่ยอยากให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเนี่ยตรงไปตรงมา ไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วผมก็เชื่อมั่นครับว่ารัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นนะครับ จะปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมีนโยบายที่ชัดเจนนะครับ ในการที่จะปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็เป็นนโยบายนะครับหลักของทางรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้นะครับ ก็ขอให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีนะครับ ช่วยรับข้อเสนอของผม 4 ตรงไปพิจารณาดำเนินการครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ >> ครับ ท่านสุภาพร ลับศรี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉันนางสุภาพร ลับศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ดิฉันขอเป็นกระบอกเสียงให้ผู้สูงอายุ และขออภิปรายสนับสนุนนโยบายด้านสังคมของรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มุ่งเน้นการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและดูแลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของครอบครัว
ท่านประธานที่เคารพคะ ประเทศไทยนะคะมีผู้สูงอายุ 13-14 ล้านคนโดยประมาณ เรียกได้ว่าประเทศไทยของเรากำลังก้าวย่างเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบก็ว่าได้ เพราะสัดส่วนผู้สูงอายุในปัจจุบันจากตัวเลขที่ดิฉันสะท้อนข้างต้น คือจำนวนผู้สูงอายุเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศมีมากถึง 20% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดที่สะท้อนจำนวนผู้สูงอายุต่อสัดส่วนของประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจังหวัดหนึ่งนั่นก็คือจังหวัดยโสธร เมืองบั้งไฟโก้บ้านเกิดของดิฉันเอง ข้อมูลปีงบประมาณ 2569 พบว่ามีผู้สูงอายุถึง 113,370 คน คิดเป็นร้อยละ 21.73 ของประชากร ซึ่งหมายความว่าประชากร 1 ใน 5 ของจังหวัดยโสธรเป็นผู้สูงอายุ และที่สำคัญแนวโน้มนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกๆ ปี
ท่านประธานคะ ดิฉันได้ลงพื้นที่ได้พบปะใกล้ชิดพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สิ่งหนึ่งที่ดิฉันเห็นอยู่ตลอดนั่นก็คือภาพของผู้สูงอายุที่ต้องอยู่บ้านตามลำพัง ในระหว่างที่ลูกหลานนะคะออกไปหางานหารายได้มาจุนเจือครอบครัว โจทย์ใหญ่ของเราไม่ใช่แค่การให้เงินเบี้ยยังชีพตามลำดับอายุเท่านั้น แต่คือการทำให้ผู้สูงอายุของเรานั้นเข้าถึงการดูแลได้อย่างไร นโยบายของรัฐบาลโดยการยึดคติที่ว่าพูดแล้วทำ นโยบายที่ดิฉันขอสนับสนุนอย่างยิ่ง คือการยกระดับดูแลผู้สูงอายุผ่านระบบศูนย์พักพิงและดูแลผู้สูงอายุในชุมชน เราจะไม่ปล่อยให้ผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงอย่างโดดเดี่ยว
ท่านประธานคะ คำว่าพูดแล้วทำไม่ใช่เพียงสโลแกน แต่มันคือเข็มทิศในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ดิฉันขอเสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดันโมเดล 1 อำเภอ 1 ศูนย์พักพิง เพื่อเป็นที่พึ่งให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงสูงหรือติดเตียงที่ขาดคนดูแลเมื่อยามเจ็บป่วย และดิฉันมีข้อเสนอแนะ 2 ประเด็นที่สำคัญอยากฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาล
ประเด็นที่ 1 ศูนย์พักพิงต้องอยู่ใกล้บ้าน มีศูนย์พักพิงทุกอำเภอจะช่วยลดช่องว่างการรักษา ผู้สูงอายุจะไม่ต้องส่งตัวไปไกลถึงโรงพยาบาลในตัวเมือง แต่สามารถฟื้นฟูร่างกายในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย โดยมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่มืออาชีพดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะช่วยลดอัตราการครองเตียงและลดความแออัดในโรงพยาบาลได้
ประเด็นที่ 2 ค่ะ ท่านประธาน ขอสนับสนุนให้มีการตั้งศูนย์ Day Care ผู้สูงอายุกลางวันในทุกตำบล พร้อมสนับสนุนงบประมาณและให้อปท.ร่วมดูแลในเรื่องการจัดพื้นที่ตั้งศูนย์ Day Care ในชุมชน เช่น เปลี่ยนศาลาชุมชน หรือเปลี่ยนสถานที่ราชการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้เป็นศูนย์ Day Care ที่มีชีวิต เป็นสถานที่ที่ผู้สูงอายุติดบ้านได้ออกมาพบปะ มีกิจกรรมนันทนาการ ฟื้นฟูสมรรถภาพ การฝึกอาชีพเหมาะสมกับอายุเพื่อสร้างรายได้ มีการตรวจเช็คสุขภาพร่างกาย ซึ่งถือว่าเป็นการดูแลเชิงป้องกัน ทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี
ท่านประธานคะ การลงทุนศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือศูนย์พึ่งพิง ไม่ใช่ภาระงบประมาณ แต่การแต่คือการลงทุนในคุณค่าความเป็นมนุษย์ ถ้าเราดูแลบุพการีของเราได้ดี ลูกหลานในวัยทำงานก็จะออกไปทำงานได้อย่างหมดห่วงไร้กังวล ดิฉันจึงขอสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งนโยบาย 1 อำเภอ 1 ศูนย์พักพิง และศูนย์ Day Care ทุกตำบลให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ และจังหวัดยโสธรยินดีเป็นพื้นที่นำร่อง เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักดิ์ศรี และมีความสุขในช่วงบั้นปลายของชีวิต กราบขอบคุณท่านประธานมากค่ะ
ท่านประธานครับ >> ครับ ท่านพิสุทธิ์ ทรัพย์พิจิตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมพิสุทธิ์ ทรัพย์พิจิตร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี กีฬา ผมอยู่ในอุตสาหกรรมดนตรีมากว่า 30 ปีครับ แต่งเพลง ปั้นศิลปินหลากหลายแนว รวมทั้งเองก็เคยเป็นศิลปินครับ หลายผลงานที่ผมเคยสร้างกับทีมงานทำรายได้ได้อย่างมากมายมหาศาลนะครับ ช่วงนั้นอุตสาหกรรมเพลงเองดีมากๆครับ แต่วันนึงนะครับ หลังจากที่พวกเราแฮปปี้ เราถูก disrupt โดยเทคโนโลยีครับ นั่นก็คือเทคโนโลยีการ copy แผ่นครับ บีบอัดออดิโอให้เป็น MP3 ครับ ช่วงนั้นธุรกิจเพลง อุตสาหกรรมดนตรีล่มสลายครับ แต่แล้ววันนึงนะครับ มันมีแพลตฟอร์ม มีเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้น ชีวิตผมเนี่ย ได้เห็นมาแล้วนะครับ ทั้งในช่วงอนาล็อก ช่วงดิจิตอล แล้วมาถึงช่วง AI ที่สร้างเพลงได้ เกิดแพลตฟอร์มใหม่ๆนะครับ ในการสร้างแอปพลิเคชันให้คนได้ฟังเพลง แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มให้คนได้ดูภาพยนตร์ โดยเฉพาะแอปพลิเคชันในการฟังเพลงนะครับ ท่านทราบมั้ยครับท่านประธาน ปีนึงเนี่ยฮะ สามารถสร้างรายได้ 600,000 ล้าน และก็โกยเงินจากกระเป๋าคนไทยครับ ปีละพันกว่าล้าน ถ้าจะรวมของแพลตฟอร์มหนังก็ปีนึงก็หลักหมื่นล้านนะครับ โกยเงินจากกระเป๋าเงินคนไทยนะครับ
ท่านประธานครับ ในขณะที่เรากำลังพูดถึงความสำเร็จของแพลตฟอร์มต่างประเทศที่โกยเงินจากบ้านเราไปนะครับ แต่ภาพที่ผมเจ็บปวดที่สุดก็คือชะตากรรมของผู้สร้างงาน ครูเพลงเพลงดังระดับตำนานที่คนไทยร้องได้ทั่วประเทศนะครับ สร้างรายได้ให้อย่างมหาศาลให้กับแพลตฟอร์มและค่ายเพลงจนถึงทุกวันนี้ครับ แต่ตัดภาพกลับมาที่ชีวิตจริงครับของผู้สร้างสรรค์งาน ครูเพลงหลายท่านในวัยเกษียณ กลับต้องอยู่อย่างยากลำบาก เพราะในอดีตถูกเอาเปรียบจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และระบบการจัดเก็บลิขสิทธิ์ที่ไม่มีความชัดเจน ไม่มีความโปร่งใสครับ เราเคยได้ยินข่าวนะครับ ที่แต่เดิมเนี่ย นักร้องไม่สามารถร้องเพลงตัวเองได้ ผมจะขอเข้าศูนย์ในเรื่องของนโยบายของรัฐบาลครับ ข้อ 22 ครับ การพัฒนา กฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นครับ หลอกให้คนร้องเพลง จ้างศิลปินไปร้องเพลงก่อนนะครับ สมมุติยกตัวอย่างนะครับ ศิลปินร้องเพลง 10 เพลง เขาจะถ่ายวีดีโอไว้ฮะ แล้วก็จากนั้นก็แจ้งจับแล้วก็ปรับ สุดท้ายเรียกเพลงละ 50,000 ร้องงานนี้ 10 เพลงก็ 500,000 สุดท้ายไปจบที่การเรียกว่าเอากันได้ ก็ผมว่าขอเรียก ว่ามันคือการตบทรัพย์ก็แล้วกันครับผม
เอ่อ สิ่งที่ผมอยากจะเสนอให้รัฐบาลเล่นด่วนจัดการ 2 เรื่องด่วนครับ ก็คือกองทุนสวัสดิการค่าลิขสิทธิ์ จากการเก็บค่าลิขสิทธิ์ส่วนหนึ่งมาเป็นกองทุนรักษาพยาบาลและสวัสดิการให้กับผู้สร้างสรรค์งานอาวุโส ศิลปินอาวุโสครับ 2 สร้างระบบแพลตฟอร์มสัญชาติไทยครับ เพื่อจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ตรวจสอบได้ถึงมือศิลปินโดยตรงครับ แล้วก็ที่สำคัญคือไม่ไหลออกสู่ต่างชาติ นะครับแผ่นดินต่างชาติครับ เราไม่ควรปล่อยคนที่สร้างความสุขให้คนทั้งชาติ ด้วยเสียงเพลง บทกวี งานศิลปะ ต้องจบชีวิตลงด้วยความเศร้า เพียงเพราะเราจัดการสินทรัพย์ของเขาไม่เป็นธรรมครับ เพราะฉะนั้นผมขอเสนอครับ Thailand Creative Asset สินทรัพย์สร้างสรรค์แห่งชาติครับ จะเป็นเครื่องมือคือลมหายใจและศักดิ์ศรีกับคนทำงานศิลปะคนไทยทุกคนครับ สินทรัพย์สร้างสรรค์แห่งชาติจะแปลงวัฒนธรรมให้เป็นทุน เป็นเครื่องมือที่จะสร้างเม็ดเงินมหาศาลกลับสู่ประเทศไทยครับ วัฒนธรรมไทยจะครองโลก จะครองหัวใจคนทั้งโลกด้วยศิลปะไทยจากทุกแขนง จากฝีมือคนไทยครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ >> ครับ ท่านตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานคณะรัฐมนตรี เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน ตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากกลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสงครามค่ะ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันสนับสนุนนโยบายรัฐบาลนะคะ และมีมาตรการข้อ และมีข้อเสนออีก 4 ข้อ ค่ะ
1 เราควรนำเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาเป็นเรือธงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจค่ะ คำว่า Creative Economy คำนี้ใหญ่และกว้างกว่า Soft Power นะคะ หลายท่านทราบว่าประเทศเรามีพหุวัฒนธรรมที่โดดเด่น สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ World Bank ก็มีกล่าวค่ะว่า Creative Economy ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กิจกรรมทางวัฒนธรรม แต่คืออุตสาหกรรมแห่งอนาคตค่ะ รัฐบาลไม่ควร มองข้ามในจุดนี้นะคะ
2 ต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น Norma หรือแรงงานต่างด้าวที่มีรายได้ระหว่างพำนักในแผ่นดินไทย ควรจะมีมาตรการในการเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ค่ะ
3 การบริหารการจัดการน้ำ การป้องกันภัยพิบัติ หรือโครงการใดๆ ที่มีการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Big Data ควรจะมีการเปิดเผยข้อมูลที่เรียกว่า Open Data ด้วยค่ะ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลนั้นไปใช้ในทิศทางที่สอดคล้องกันค่ะ
4 นโยบายรัฐบาลมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล มีการปรับเปลี่ยนบทบาทภาครัฐจากผู้กำกับไปเป็นผู้สนับสนุน มีโครงการราชการทันใจ รวมถึงการมุ่งที่จะเป็นสมาชิก OECD เหล่านี้เป็นเรื่องที่น่า ยินดีค่ะ แต่ทำไม่ได้ง่ายนะคะ เพราะจะต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานราชการที่เป็นข้าราชการประจำนั้นๆ ด้วยค่ะ จึงขอเสนอให้รัฐบาลตั้งเป็น KPI ในการประเมินผลงานนะคะ ในกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรมวุฒิสภามีโครงการนึงที่ชื่อว่า Open Law Data Thailand คิดว่าโครงการนี้ น่าจะเป็นแนวทางในการดำเนินงานให้ท่านบรรลุวัตถุประสงค์ได้โดยเร็วค่ะ
สุดท้ายค่ะ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกคะ ดิฉันมาจากจังหวัดสมุทรสงครามค่ะ ตอนนี้ประมงที่บ้านดิฉันจอดเรือแล้วนะคะ นั่นหมายความว่าระบบซัพพลายเชน ห่วงโซ่อุปทานของที่เกี่ยวกับประมง ไม่ว่าจะเป็นแพปลา โรงงานที่รับแปรรูปจากชาวประมงก็จะต้องหยุดไปด้วยค่ะ ที่ฉันจะต้องบอกท่านประธานและฝากไปยังคณะรัฐมนตรีนะคะ ว่าท่านจะต้องมีแผนที่รองรับสถานการณ์วิกฤตพลังงานนี้อย่างชัดเจนกว่านี้ค่ะ และบอกกับพี่น้องประชาชนอย่างตรงไปตรงมา อย่าให้พวกเราหรือพี่น้องประชาชนตกอยู่ในภาวะต้มกบค่ะ เพราะกว่าจะรู้มันก็สายเกินไปแล้วนะคะ ขอขอบพระคุณค่ะ
ท่านประธานครับ >> ครับ ต่อไปเชิญท่านเอมอร ศรี กงพาน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางเอมอร ศรี กงพาน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันขอชื่นชมนโยบายทางวัฒนธรรมของรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มุ่งเน้นดึงศักยภาพภูมิปัญญาชาวบ้าน ศิลปะวัฒนธรรม และวิถีไทยมาบูรณาการกับการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อมุ่งพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายในการเดินทาง 365 วัน และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ในการอภิปรายวันนี้ ภายใต้ประเด็น "พลังวัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ" ดิฉันขอเสนอแนวทางเพื่อขับเคลื่อนนโยบายใน 3 ประเด็นดังนี้นะคะ
ประเด็นที่ 1 การใช้พลังแห่งการเล่าเรื่องเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย ตามที่รัฐบาลมุ่งสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวให้เขากลับมาเยือนประเทศไทยซ้ำ ดิฉันเห็นว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นของดีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่จะต้องมีเรื่องเล่าเพื่อยกระดับสินค้าให้เป็นคุณค่าทางด้านจิตใจ จึงเสนอให้มีการสร้างทูตวัฒนธรรมผ่าน 3 ช่องทาง
ช่องทางแรกก็คือการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่มีชีวิต โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี QR Code บนสินค้าเพื่อแสดงที่มาและอัตลักษณ์ท้องถิ่น รวมถึงการเสริมเรื่องการใช้ Carbon Footprint ในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม และส่งเสริมการใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ หมายความว่ารัฐจะต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนใช้ข้อมูลออนไลน์สำรวจกระแสนิยมเพื่อนำออกมา เพื่อนำเอ่อแบรนด์สินค้าสู่กลุ่มเป้าหมาย
และการสร้างเชื่อมโยงเครือข่ายการจัดตั้งแพลตฟอร์มกลางเพื่อรวมชุมชน นักสร้างคอนเทนต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล รวมถึงควบคู่กับการส่งเสริมศักยภาพของสภาวัฒนธรรม ปราชญ์ชาวบ้าน ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน ซึ่งบุคคลเหล่านี้ดิฉันขอเรียนท่านประธานว่าท่านเป็นเจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่น มีประสบการณ์ มีผลงานเชิงประจักษ์ทางด้านศิลปะวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม และศาสนาที่เป็นหลักของชุมชน รัฐบาลควรที่จะส่งเสริมสนับสนุนดูแลให้มีพื้นที่แสดงผลงานอย่างสง่างามนะคะ
ประเด็นที่ 3 การสร้างคนไทย 5.0 ศูนย์ที่เก่งเทคโนโลยีควบคู่คุณธรรม จะต้องปรับรูปแบบการศึกษาจากท่องจำสู่การเรียนรู้จากการลงมือทำจริง จัดตั้งห้องเรียนวิถีชุมชน และพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ปลูกฝังอัตลักษณ์ไทย การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง ทั้งในและนอกระบบการศึกษา และใช้คุณธรรมนำความรู้ในภาครัฐ โดยกำหนดตัวชี้วัดด้านคุณธรรมและกิจสาธารณะเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณาความก้าวหน้าของข้าราชการ พร้อมสร้างพลเมืองโลกที่มีรากเหง้าไทย ด้วยการพัฒนายุวทูตวัฒนธรรมดิจิทัล ผ่านกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้จากปราชญ์ท้องถิ่นและศิลปินทั้งหลายนะคะ
ท่านประธานที่เคารพ หากความเจริญทางเศรษฐกิจคือร่างกายที่ทำให้ประเทศก้าว งานด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม และศิลปวัฒนธรรม ก็คือจิตวิญญาณที่ทำให้ประเทศมีชีวิตและลมหายใจ ดิฉันเชื่ออย่างยิ่งว่าหากเราผสมผสานพลังทางวัฒนธรรมที่อย่างรากลึกเข้ากับนโยบายการบริหารงานของรัฐบาลที่ก้าวล้ำได้อย่างแท้จริงแล้ว ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่ตัวเลข แต่คือการสร้างประเทศไทยที่มีเสน่ห์จากเนื้อใน เป็นประเทศที่คนอยากอยู่ คนนอกอยากมาเยือน เป็นมรดกแห่งความภาคภูมิใจ และที่สำคัญก็จะสามารถส่งต่อลูกหลานได้อย่างสง่างามตราบนานเท่านาน ขอบพระคุณค่ะ
ท่านประธานครับ >> ครับ ต่อไปเชิญท่าน สหพันธ์ รุ่งโรจน์พนิช ครับ เชิญครับ
ครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ข้าพเจ้า สหพันธ์ รุ่งโรจน์พนิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะเอ่อ สมาชิกรัฐสภา ข้าพเจ้าขออภิปรายในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างด้านการบริหารงานภาครัฐ ซึ่งรัฐบาลได้แถลงเป็นนโยบายสำคัญต่อรัฐสภา ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประกาศการปราบคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อเท็จจริงครับไม่อาจปฏิเสธได้คือ ดัชนีการรับรู้การทุจริต CPI ของไทยกลับลดลงอย่างต่อเนื่องครับ ในปี 68 เรามีคะแนนเพียง 33 คะแนนเท่านั้น นี่ไม่ใช่เพียงตัวเลขนะครับ แต่นี่คือสัญญาณเตือนว่าระบบรัฐของไทยยังเป็นเปิดช่องให้การทุจริตเกิดขึ้นได้ และที่สำคัญครับ ภาคเอกชน 3 สถาบัน ประกอบไปด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ได้ร่วมกันสะท้อนปัญหาและยื่นหนังสือต่อรัฐบาลอย่างชัดเจนครับว่า คอร์รัปชันที่ซ่อนอยู่ในระบบกำลังบั่นทอนเศรษฐกิจไทย ลดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นครับ
ตัวอย่างนะครับ ใบอนุญาตต่างๆ ในการทำธุรกิจในไทยที่ส่งผลกระทบอย่างเช่น ธุรกิจการก่อสร้างอาคารโรงงานมีใบอนุญาต 5-10 ใบ โรงงานอุตสาหกรรม 8-15 ใบ โรงแรม 6-10 12 ใบ ร้านอาหาร 2-6 ใบ ธุรกิจ SME ค้าปลีก และโลจิสติกส์ 2-6 ใบนะครับ การรวมศูนย์ หรือการอนุญาต ณ จุดเดียว จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ หรือใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาเกี่ยว นะครับ การเรียกรับผลประโยชน์จะซ่อนอยู่ในระบบนะ ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ถ้าไม่จ่ายนะ ครับ ประชาชนหรือนักธุรกิจเนี่ย ต้องรอไปเลยครับ 3-6 เดือน แต่ถ้าจ่ายภายใน 7 วัน ครับ จะแล้วเสร็จนะครับ จ่ายเป็นงวดก็ได้นะ ครับ ร้านอาหาร ผับ โรงงาน เพื่อไม่ต้องตรวจง่ายนะครับ ไม่ต้องมาตรวจบ่อย นะครับ หน่วยงานราชการครับ วิ่งเต้นยกย้ายครับ ซื้อขายตำแหน่งครับ เป็นปัญหาครับที่ซ่อนอยู่อีกอย่างนึงเลย งานจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างภาครัฐครับ นับว่าเป็นมูลค่าความเสียหายที่สูงที่สุดเลยนะครับ เราเรียกว่าค่าต๋ง หรือเงินทอนนะครับ จะซ่อนอยู่ในระบบของโครงการต่างๆ ถ้าเราดู 20-30% ของโครงการต่างๆ ฝ่ายการเมืองครับ ก็ต้องบอกว่ามีความเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้าราชการ คณะกรรมการตรวจรับงาน ผู้ประสานงาน และหัวคิวต่างๆนะครับ ต้องบอกว่ารัฐบาลนั้นได้คิดแนวทางที่ถูกต้องนะ ครับ ไม่ว่าจะเป็น AI การเชื่อมโยง Big Data การเปิดเผยข้อมูลตาม OECD การลดขั้นตอนการอนุญาตเนี้ย เป็นจุดประสงค์หลักที่จะแก้ไข แต่สิ่งสำคัญครับ ความกังวลคือ เหล่านี้เองที่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ประชาชนกังวลครับ หรือจะเป็นเพียงนโยบายในกระดาษที่ท่านวางไว้นะครับ
เราเสนอนะครับ เราเป็นกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้โดยตรงมานะครับ การขับเคลื่อนยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต เพื่อสร้างความโปร่งใส หรือความเชื่อมั่นของประเทศไทย หรือ CPI นั้น เราเอ่อศึกษามามีนโยบาย 5 ด้าน 42 มาตรการนะครับ อย่างเช่น ยกระดับการแก้ไขปัญหาการทุจริตให้เป็นวาระแห่งชาติ เรามีถึง 8 มาตรการนะครับ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการติดสินบน เรามี 9 มาตรการ ทั้งหมดเรามีถึง 42 มาตรการนะครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการศึกษาของเราจะนำไปใช้ประโยชน์นะครับ ในการที่จะศึกษาวิกฤตที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย ต้องบอกว่าคะแนน CVI จะดีขึ้น เศรษฐกิจจะดีขึ้น ต้องอยู่ที่รัฐบาลจะเอาจริงเอาจังเรื่องนี้หรือไม่ วิกฤตของประเทศเกิดขึ้นแล้วครับ ต้องฝากท่านนายกรัฐมนตรีไว้ด้วยนะครับว่า ท่านคือผู้นำ รัฐบาลจะปราบคอร์รัปชันประเทศได้นั้น ท่านต้องเป็นผู้นำการปราบคอร์รัปชันครั้งนี้ด้วยตัวท่านเอง ท่านจะเป็นอัศวินอย่างในรูป ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ >> ครับ ต่อไปเชิญท่าน ชลนัส โกยกุล เชิญครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน ชลนัส โกยกุล ผู้แทนราษฎรชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม จากพรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา หลังจากได้ฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลนะคะ ในฐานะอดีตสื่อมวลชน ดิฉันมีความกังวลเป็นอย่างมากถึงประเด็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพ ภาพในการแสดงออกของประชาชนค่ะ คำถามคือ เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนจะได้รับการคุ้มครองจริงหรือไม่ หรือรัฐจะยังคงปล่อยให้การฟ้องปิดปาก หรือคดี SLAP กลายเป็นเครื่องมือในการทำร้ายประชาชนที่ออกมาตรวจสอบรัฐบาลและกลุ่มทุนใหญ่ ตอนนี้ประชาชนกลัวไปหมดแล้วค่ะ ไม่กล้าพิมพ์ ไม่กล้าพูดอะไรแล้ว กลัวโดนฟ้องจนต้องร้องว่าไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว พอแล้วค่ะ ซวยมากๆเลยนะ ค่ะ ตอนนี้ไม่มีที่เก็บหมายศาลแล้ว คนที่โดนฟ้องเนี่ย ลำบากจริงๆค่ะท่าน มันน่าคิดนะคะ ในสังคมเราคนที่พูดความจริง ต้องเหนื่อย ต้องเสี่ยง แต่คนที่ต้องสงสัยว่าทำความผิดเนี่ย กลับลอยตัวเหนือปัญหา ทำไมรัฐถึงปล่อยให้มีการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม ทำไมปล่อยให้มีการใช้นิติสงครามเป็นอาวุธในการทำลายล้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำไมปล่อยให้มีการเชือดไก่ให้ลิงดู ขัดขวางไม่ให้คนออกมาปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม
ดิฉันได้ยินรัฐบาลพูดถึงคำว่าหลักนิติธรรมนะคะ เป็นคำพูดแฟนซีสวยๆ แต่พอไปดูในรายละเอียดค่ะ มีแค่พูดเล็กน้อย หลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล ความเป็นธรรม แค่นี้ค่ะ ไม่ได้ลงรายละเอียดเลยว่าจะ มีกลไกในการป้องกันการฟ้องปิดปากยังไงบ้าง ซึ่งดิฉันเป็นห่วงมากๆเลยนะคะ เพราะว่าประชาชนเดือดร้อนมากๆ เรื่องนี้ พูดถึงความร้ายกาจของการฟ้องปิดปาก ดิฉันไม่ได้พูดไปเรื่อยนะคะ มีตัวเลขยืนยันค่ะ ประเทศไทยเราเนี่ย เป็นแชมป์อาเซียนเลยค่ะ เรื่องของการฟ้องปิดปากอันดับ 1 เลยนะคะ ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงต้นปี 256 มีคดีลักษณะนี้ราวๆ 600 คดีนะคะ แล้วก็เหยื่อ 78% แล้วค่ะ อันดับ 1 จะเป็นชาวบ้าน แล้วก็เป็นคนที่อยู่ในชุมชนที่ลุกขึ้นมาปกป้องท้องถิ่นของตัวเองนะคะ ในขณะเดียวกัน นักการเมืองและสื่อมวลชนก็โดนฟ้องเล่นงานเช่นกัน เพราะพวกเขาออกมาปกป้องความจริงนะคะ
ดิฉันอยากจะตั้งคำถามกลับไปยังรัฐบาลอนุทินค่ะ ว่าท่านจะยังคงรักษาแชมป์ในแง่ลบแบบนี้ต่อไปหรือไม่คะ แล้วก็เรื่องของการฟ้องปิดปากนี่นะค่ะ มันน่าปวดหัวมากๆ เพราะว่าประชาชนเดือดร้อนมากจริงๆ นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นล่าสุดนะคะ กกต. โอ้โห วีรกรรม ไม่อยากจะพูดเลยค่ะ มันร้ายแรงมากๆเลย สุดท้ายแล้วนะคะ ฟ้องกลับประชาชน 6 คนที่แค่มาวิพากษ์วิจารณ์ถามเรื่อง QR Code และ Barcode ค่ะ กกต. เนี่ยยัดข้อหาร้ายแรงกับประชาชนที่มาตั้งคำถามนะคะ มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น มาตรา 322 เปิดเผยเอกสารลับของผู้อื่น และมาตรา 209 ความผิดฐานอั้งยี่ค่ะ อั้งยี่ในทางกฎหมายเนี่ย หมายถึงว่าคน 2 คนขึ้นไปรวมตัวกันเป็นสมาคมหรือว่าองค์กรไปก่อการร้าย ค้าของผิดกฎหมาย กกต. ยัดข้อหานี้ให้กับคนที่ต้องการเห็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม นอกจากนั้นนะคะ 6 ท่านนี้ยังโดนยัดข้อหา พ.ร.บ.คอมมาตรา 14 และ พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. มาตรา 66 ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ท่านประธานคะ คน 6 คนไปแค่ยืนสังเกตการณ์การเลือกตั้ง หนึ่งในนั้นคือสื่อมวลชนไปทำงานนะคะ ขัดขวางแบบใดคะท่าน นี่คือเคสขององค์กรอิสระฟ้องประชาชนใช่มั้ยคะ แต่ว่าภาคธุรกิจก็ใช้ SLAP เป็นเครื่องมือเช่นเดียวกันค่ะ ในภาคธุรกิจนะคะ ยกตัวอย่าง เลขาธิการมูลนิธิของไบโอไทยนะคะ ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท เพราะเขา ลุกขึ้นมาเปิดโปงความจริงเพื่อปกป้องระบบนิเวศค่ะ โดนกลุ่มทุนใหญ่ฟ้องนะคะ นักวิชาการก็ไม่รอดค่ะ คุณสรณีย์ อาชวานันทกุล และก็เพื่อนสมาชิกของพวกเรานะคะ นักการเมืองโดนฟ้องคนละ 100 ล้านบาท เพราะออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของรัฐบาล แล้วก็เรื่องของสัมปทานโรงไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรมค่ะ คนที่ฟ้องคดีนี้ค่ะ เขาไม่ได้ต้องการที่จะชนะคดีนะคะ แต่ต้องการให้จำเลยเนี่ย รู้สึกเหนื่อย สิ้นเปลือง เสียสุขภาพจิต ไม่ไหว จนหยุดพูดไปเอง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับการฟ้องคดี SLAP ค่ะ
เมื่อคน 1 คนโดนฟ้องปิดปาก สิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ย ไม่ใช่กระทบกับเขาคนเดียว นะคะ แต่ว่าทำให้เกิดภาวะความหวาดกลัวในสังคม คนที่มีเรื่องที่อยากจะพูด เขาเลือกจะเงียบค่ะ ส่วนคนที่เคยพูดไปแล้วไม่พูดต่อดีกว่าค่ะ อันตรายกับตัวเอง สังคมจะมีคนที่กล้าพูดความจริงน้อยลงเรื่อยๆนะคะ และความร้ายกาจของการฟ้องปิดปากอีกอย่างนึงก็คือ ท่านรู้มั้ยคะ ไม่ได้กระทบแค่เรื่องของสิทธิมนุษยชนนะคะ แต่ว่ากระทบเศรษฐกิจด้วย รัฐบาลแถลงว่าอยากจะพาประเทศไทยเข้าไปสู่การเป็นสมาชิก OECD ก็คือเป็นกลุ่มประเทศที่มีการรวมตัวกันเพื่อยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจนะคะ กลุ่มนี้เขาให้ความสำคัญกับเรื่องของความโปร่งใสและหลักนิติธรรม รัฐบาลคิดเหรอคะว่าในประเทศที่มีการฟ้องปิดปากอยู่ เขาจะให้เราเข้าไปเวทีโลกเนี่ย เขาไม่ได้ดูแค่คำประกาศของรัฐบาลนะคะ เขาดูว่ามีการบังคับใช้กฎหมายในประเทศอย่างเป็นธรรมหรือไม่ เราสอบตกตั้งแต่ต้นแล้วค่ะ ไม่ต้องพูดถึงเลย
พอพูดถึงเรื่องกฎหมายนะคะ หลายคนอาจจะพูดว่า เอ๊ะ แล้วก็มีการอัปเดตกฎหมาย SLAP ไปแล้วไม่ใช่หรอ พรรคประชาชนมันตื่นตูมหรือเปล่า มาพูดเรื่องนี้ ดิฉันบอกเลยค่ะว่าทราบดีค่ะว่าเมื่อปี 2562 เรามีการแก้ ป.วิ.อาญา มาตรา 161/1 และ 165/2 นะคะ เพื่อให้ศาลสามารถยกฟ้องคดีที่ไม่สุจริตได้ แต่ว่าความจริงที่เจ็บปวดก็คือ มาตราเหล่านี้แทบไม่เคยได้ใช้จริงเลยค่ะ เพราะว่าอะไรคะ ศาลมักจะรับฟ้องไว้ก่อน แล้วค่อยวินิจฉัยตอนจบ โอ้โห ประชาชนสิ้นเนื้อประดาตัวไปแล้ว หมดแรงไปแล้วค่ะ และอีกปัญหาใหญ่ก็คือดุลยพินิจของศาลที่มันกว้างมากๆเลยนะคะ ไม่มีคำนิยาม SLAP ที่ชัดเจน สุดท้ายกฎหมายกลายเป็นแค่เสือกระดาษค่ะ
แล้วก็ยังมีวาทกรรมที่ซ้ำเติมจำเลยนะ ค่ะ พูดเสมอไม่ได้ทำผิดอ่ะ โดนฟ้องจะกลัวอะไร ดิฉันตอบแทนประชาชนค่ะ คนหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้มีเงิน ไม่ได้มีเวลาเยอะแยะ คิดว่าคนแบบนี้ที่โดนฟ้องเนี่ย เขาต้องเสียต้นทุนอะไรในชีวิตไปบ้างคะ แล้วท่านประธานรู้มั้ยคะ สิ่งที่น่ากลัวกว่าตัวคดีเนี่ย ก็คือพฤติกรรมของผู้มีอำนาจค่ะ เริ่มต้นที่ท่านอนุทินค่ะ ท่านฟ้องสื่อมวลชนและอดีต ส.ส. เพราะว่าไปวิพากษ์วิจารณ์นโยบายโควิด แล้วก็ฟ้องคุณเศรษฐา ทวีสิน ก่อนหน้านี้เพราะว่าคุณเศรษฐาไปปราศรัยเรื่องกัญชาเสรี แต่ทำไมรู้มั้ยคะ พอจะจัดตั้งรัฐบาล ถอนฟ้องกลับมา จบปากกันหวานเจี๊ยบ คำถามคือกฎหมายในประเทศนี้ถูกใช้เพื่อผดุงความยุติธรรม หรือเพื่อเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองกันแน่คะ รัฐมนตรีอีกท่านนึงค่ะ ดิฉันเป็นแฟนคลับเขาเลยนะคะ เขามาแรงแซงทางโค้ง คุณสุชาติ ชมกลิ่น ฟ้องหมดไม่สนหน้าอินหน้าพรหมที่ไหนนะคะ ฟ้องสื่อมวลชน ฟ้องประชาชนด้วย ล่าสุดฟ้องสื่อเดลินิวส์เรคคอร์ดนะคะ 50 ล้านบาท จากการที่บรรณาธิการบริหารออกมาเปิดเผยเรื่องราวเรื่องแรงงานไทยในฟินแลนด์ ไม่จบค่ะ ไปฟ้องบรรณาธิการเนื้อหาอีก หลังจากที่ถอนฟ้องคุณรัตน์ พลทัพไปแล้วนะคะ คือในความวุ่นวายทั้งหมดนี้ ดิฉันรู้ว่าสุดท้ายแล้วเนี่ย ศาลก็จะยกฟ้องคดี SLAP เสมอใช่มั้ยคะ แต่ว่าระหว่างนั้น 3 ปี 5 ปี 7 ปี ประชาชนมีคดีติดตัวค่ะ เป็นตราบาปทางสังคมไปแล้ว และนี่คือความสำเร็จของการฟ้องคดีปิดปากค่ะ ไม่ต้องชนะคดีค่ะ แค่ทำให้คนหยุดพูดก็พอ
แต่ดิฉันจะไม่หยุดพูดเรื่องนี้เด็ดขาดค่ะ วันนี้ดิฉันและพรรคประชาชนมีข้อเสนอมาให้รัฐบาลดังนี้ค่ะ
ข้อ 1 ถ้าไม่เห็นด้วยกับการฟ้องปิดปาก ท่านทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเลยค่ะ องคาพยพของท่าน คนในรัฐบาลฟ้องใช่มั้ยคะ หยุดฟ้อง ถอนฟ้องตอนนี้เลยค่ะ
ข้อที่ 2 รัฐบาลภายใต้การนำของคุณอนุทิน พร้อมหรือไม่ที่จะเซ็ตเป็นมาตรฐานเลยว่า ทั้งหน่วยงานรัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะไม่ฟ้องประชาชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต
ข้อ 3 นะคะ รัฐบาลมีอำนาจในการเร่งรัดกระบวนการเสนอกฎหมาย SLAP ดิฉันแอบบอกนิดนึง เรามีร่างของพรรคประชาชนอยู่ในกระบวนการสภาแล้วนะคะ แต่ถ้าท่านไม่ถูกใจเนี่ย ท่านเร่งรัดไปที่กระทรวงยุติธรรมแล้วบอกเลย ออกร่างของรัฐบาลออกมาเข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็วค่ะ
แล้วก็ในวันนี้นะคะ เราพูดถึงคดีฟ้องปิดปากกัน แต่ก็มีคนอีกจำนวนนึงที่เขาต้องอยู่ในกระบวนการยุติธรรม แค่เพราะแสดงออกทางการเมืองค่ะ นักโทษการเมืองตอนนี้ 2,000 กว่าคนนะคะ ใน 1,300 คดี และมี 600 คดีที่ยังไม่สิ้นสุดนะคะ พูดถึงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่วันนะคะ ท่านประธาน พวกเราทุกคนในที่นี้มีโอกาสกลับไปหาครอบครัว ไปอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาค่ะ แต่ว่ามีแค่คนบางคน คนกลุ่มนึงในสังคม นักโทษการเมืองที่ไม่มีโอกาสแบบนั้นค่ะ อานนท์ นำภาค่ะ โทษสูงเหลือเกิน 31 ปี 9 เดือนนะคะ เกโสภล โทษรวม 4 คดี 10 ปี 6 เดือน ครูใหญ่ อรรถพลนะคะ โทษรวม 5 ปี แล้วก็ ไผ่ ดาวดิน นะคะ โทษ 2 ปี 12 เดือน ล่าสุดวันนี้เพิ่งโดนปฏิเสธการขอประกันตัวไปนะคะ ทุกท่านในที่นี้ถูกเบลอหน้า แต่ว่าเสื้อดิฉัน ท่านเบลอไม่ได้ค่ะ นี่คือความเจ็บปวด เราควรจะต้องมีการลงโทษคนเหล่านี้ มันเป็นการลงโทษที่ได้สัดส่วนและเป็นธรรมหรือไม่คะ
รัฐบาลเนี่ย มีการแถลงนโยบายด้านสังคม วันนี้นะคะ พูดสวยหรูในข้อ 15 บอกว่าเราต้องพัฒนา พัฒนาคนในชาติให้มีเหตุมีผล ให้อยู่ร่วมกันแบบมีความรับผิดชอบ อยู่ด้วยกันอย่างสมาร์ทฉันท์ ดิฉันขอถามกลับไปยังรัฐบาลค่ะว่า ท่านอยากจะให้คนในชาติอยู่ร่วมกันอย่างมีสิทธิเสรีภาพ ท่านสอนคน รัฐบาลท่านก่อน อย่าให้ฟ้องประชาชนซี้ซั้ว ให้เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วยนะคะ อยากอยู่กันอย่างสมาร์ทฉันท์ ดิฉันก็อยากอยู่แบบไม่มีหมายศาลด้วยได้มั้ยคะ เพราะวันนี้ค่ะ ประชาชนไม่ใช่เหนื่อยไม่ไหวแล้ว แต่ว่าไม่โอเคค่ะ ไม่ใช่รวยไม่ไหวแล้วนะคะ เหนื่อยไม่ไหวแล้วค่ะ กับการที่ประชาชนต้องจ่ายราคาที่สูงมากๆ ในการที่จะพูดความจริง รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้ความเหนื่อยนี้ นะคะ กลายเป็นภาระของประชาชน เป็นราคาที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับการพูดความจริง ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน
ท่านประธานครับ >> ครับ ต่อไปเชิญท่าน บุญชัย อินสวัสดิ์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐบุญชัย สวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันเริ่มต้นของรัฐบาลหนู 2 รัฐบาลที่นำโดยนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ในครั้งที่ 2 ต้องขอยอมรับแบบตรงไปตรงมานะ ครับ เมื่อวานนี้ผมนั่งหลับตาฟังท่านนายก ตั้งแต่เริ่มจนจบ พอเห็นเค้าร่างถือว่าเป็นการแถลงนโยบายที่ดีเท่าที่ผมทำหน้าที่มา ฟังการแถลงนโยบายมา 5 ครั้ง ถือว่าครั้งนี้เนี่ย พูดได้ดี เห็นภาพ มองแล้วมีอนาคต หลับตาฟังเพลินๆ แล้วรู้สึกอนาคตจะสดใส แต่พอลืมตาเท่านั้นท่านประธาน เจอหน้าท่านนายกคนเดิม มันหมดความน่าเชื่อถือว่าไอ้ที่ฟังดูดีเมื่อสักครู่เนี่ย มันจะเป็นจริงได้หรือไม่ ถ้าเปรียบเทียบนะครับ การทำงาน ถ้าไปฝึกงานเนี่ย เค้าบอกให้ทดลองงานก่อน 4 เดือน พวกผมรอบที่แล้วพูดได้เพราะว่าเป็นคนเสนอ เป็นคนโหวตท่านให้ทดลองงานก่อน 4 เดือน ถ้าเป็นเด็กฝึกงานแบบนี้ เรียกฝึกได้กลางทางแล้วหนีกลับบ้าน เพราะผ่านไป 2 เดือนท่านไม่ทำอะไรเลย สิ่งที่เรามอบหมายภารกิจไว้ตาม MOA ท่านไม่ทำ อุตส่าห์มอบหมายงานที่ง่ายที่สุด นั่นคือไปควบคุมเสียงในสภา สภาบนทั้งสภาล่าง ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะมีเทคนิควิชาที่จะสามารถทำเรื่องนี้ได้เชี่ยวชาญที่สุด แต่สุดท้ายทำไม่ได้ครับ เอาล่ะ มันอาจจะเป็นเพราะท่านคิดว่าไอ้เรื่องพวกเนี้ย มันเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนต้องการ มันอาจจะไม่ใช่ความต้องการของประชาชนหรือเปล่า แต่สุดท้ายครับ วันนี้เสียงของประชาชนตะโกนดังๆ กู่ก้องทั้งประเทศ 21,621,638 เสียง นี่นี่คือเสียงตะโกนของพี่น้องประชาชนว่า เขาต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ว่าเขาจะไม่ชอบอะไรในรัฐธรรมนูญ เขาบอกว่าต้องปรับเปลี่ยน ต้องแก้ไข และไม่ใช่แค่เสียงของพรรคฝ่ายค้านด้วย เมื่อสักครู่ รัชนก บอกแล้ว มันเป็นเสียงที่มาจากรัฐบาล มันเป็นเสียงที่มาจากพรรคท่าน มันเป็นเสียงที่มาจากพรรคผม มันเป็นเสียงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่เขาต้องการ แต่ท่านไม่ได้ยิน ยินเสียงตะโกนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านได้ยินแต่เสียงกระซิบเบาๆ ของคนบางคนในบุรีรัมย์ แล้วนำพาประเทศนี้ไปในทิศทางที่ท่านต้องการ แล้วเราจะอยู่ยังไงกันครับ ในวันเริ่มต้นแห่งการทำงาน ไม่มีแม้แต่คำเดียวว่าความต้องการของคน 20 กว่าล้านในประเทศนี้ จะทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างไร ให้โอกาสนะครับ ถึงแม้ว่าในเอกสารแถลงนโยบายฉบับนี้ จะไม่มีท่านพูดสักนิด ก่อนจะจบคืนนี้ไป ขอเริ่มต้นบรรยากาศการทำงานที่ดีกว่านี้หน่อย พูดแล้วกันครับว่าจะทำแบบไหนยังไง มาดูกันต่อครับ
ที่ผมบอกว่าคาแรคเตอร์ ท่าทางมันดูไม่น่าเชื่อถือ ในรายงานฉบับนี้ ในคำแถลงนโยบายฉบับนี้ ข้อที่ 4.3 3 ท่านใส่เอาไว้ว่าท่านมีนโยบาย นู่นนี่นั่นมากมาย มีนโยบายหนึ่งครับที่เขียนบอกว่าท่านจะเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร อยากจะให้ประเทศไทยเป็นห้องอาหารโลก มีความมั่นคง มีความหลากหลายในเรื่องของอาหารที่จะเป็นจุดเด่น จนอุตส่าห์ใส่มาในนโยบาย แต่ท่านทราบมั้ยครับ พี่น้องประชาชนรับรู้รับทราบ นโยบายนี้ตกใจครับ วันนี้ปัญหาปลาหมอคางดำกัดกินแม่น้ำลำคลองไปหมดแล้ว ปลาท้องถิ่น ปลาสายพันธุ์ธรรมชาติไม่มีแล้ว ท่านจะนำพานโยบายห้องอาหารโลกไปในทิศทางไหนครับ เพราะในแม่น้ำลำคลองของบ้านเรามีแต่ศัตรูที่กำลังกัดกินชีวิตพี่น้องคนไทยไปดูเรื่องต่อไปครับ
ข้อ 15.3 3 ท่านบอกว่า เปิดปากมาบอกว่าจะทำพยาบาลอาสา เพื่อนสมาชิกในพรรคของผมก็ได้อภิปรายไปแล้วลงรายละเอียดว่าพูดมาเนี่ย ดูดีครับ มันจะไปต่อได้หรือเปล่า เขากลับมองว่าไอ้เรื่องนี้เนี่ย มันอาจจะเป็น Career Path ของคนทำงานสำเร็จในช่วงเลือกตั้งหรือเปล่า กูรูทางการเมือง นักวิเคราะห์ทางการเมืองบอกที่ผ่านมาใช้องคาพยพอาสาสมัคร วันนี้ใส่นโยบายไปก็เลยจะยกระดับเรื่องพวกนี้ให้อาสาสมัครที่อำนวยความสะดวกภารกิจการเมืองของท่านไปทำงาน ทำไมถึงพูดแบบนั้นครับ ไม่ได้ปรามาส เพราะถ้าเกิดท่านมีความตั้งใจที่จะดูแลเรื่องของพยาบาล ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบางๆ ท่านไปดูตัวอย่างผู้บริบาลของกระทรวง พม. เค้าทำไปแล้วครับ ปัจจุบันมีอยู่ 800 กว่าคน ยังไม่เพียงพอ ถ้าเกิดท่านไปดูเรื่องของพยาบาลอาชีพ ปัจจุบันมีอยู่ 198,836 คน ยังไม่เพียงพอ แต่วันนี้ท่านมาคิดชื่อใหม่ เอามาทำในกระทรวงที่ท่านดูแลเอง แล้วก็เปลี่ยนผ่านยกระดับไอ้เขียนนโยบายแบบนี้ครับ มองจากดาวอังคารมาก็รู้ครับว่า หวังประโยชน์อื่นใด มีวังภาระซ่อนเร้นทางการเมืองหรือไม่
พวกผมถึงบอกครับว่าวิธีการเขียนแบบนี้ วิธีการบอกแบบนี้ มันดูเหมือนจะเป็นวิธีการบริหารแบบลวงโลก กินรวบ โยนบาปบนคราบน้ำตาของประชาชน ท่านบรรดาครับ ที่บอกว่าบนคราบน้ำตาของประชาชนก็เพราะว่าคนรอบข้างคนรอบตัว ไม่ใช่แค่ท่านนายกอย่างเดียว มันมักจะมีความสามารถพิเศษที่จะสามารถเห็นวิกฤตเป็นโอกาส สามารถใช้วิกฤตที่พี่น้องประชาชนกำลังอดอยากตาย แต่สามารถเปลี่ยนแปลงให้พวกพ้องรวยจนอ้วก ท่านประธานคิดดูสิครับ ไม่ว่าจะตั้งแต่ วิกฤตโควิดสมัยนั้นเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแมส เรื่องวัคซีน เรื่องอะไรต่างๆ สุดท้ายโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารจัดการ เมื่อท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุขในขณะนั้น พอมาถึงตอนนี้ครับ วิกฤตนี้ตายจริงๆ แต่พอมาวิกฤตนี้ครับ วิกฤตนี้เรียกว่าตายทั้งเป็น เพราะน้ำมันแพง เป็นชนวนเหตุให้เดินหน้าไปในทิศทางอื่นไม่ได้
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องพูดจริงๆ ก็เพราะว่าวิธีการบริหารจัดการของท่าน มันเป็นภาพรวม ภาพลักษณ์ที่ทำให้เราไม่สามารถเชื่อมั่นและเชื่อถือผู้บริหารสูงสุดของประเทศนี้ได้ ท่านประธานคิดดูครับ เค้าจะยิงกันที่ตะวันออกกลางวันเดียว วันรุ่งขึ้นประเทศไทย เอเชียก็ละหล่ะ มันเป็นเพราะอะไรครับ ท่านนายกยังไม่ได้ทำอะไร ผมรู้ครับ เพราะเค้าเพิ่งยิงเมื่อวาน ยังไม่ได้ทำอะไรก็วิกฤตแล้ว เพราะเขาไม่เชื่อมั่น ไม่เชื่อใจว่าคนๆ นี้จะบริหารสถานการณ์วิกฤตอย่างไร ท่านคิดดูครับ พอเริ่มทำงานยิ่งตกใจใหญ่ครับ ประเทศไทยเรามีกระทรวงพลังงาน มีรัฐมนตรีพลังงาน ท่านตกใจครับ วิกฤตพลังงานเกิดขึ้น ตั้งรัฐมนตรีคมนาคมไปดูแลเลย แล้วคนประเทศไทยจะรู้สึกไปทิศทางไหนครับ เขารู้สึกเหมือนท่านกำลังให้เสือไปเฝ้าเขียงเนื้อ ท่านคิดเหรอครับว่าจะอดใจไหว แล้วไม่ใช่เสือธรรมดาด้วย เสือหิวหมดไปเยอะช่วงเลือกตั้ง เสือหิวเดินน้ำลายยืดไปเลย ไปบริหารงานแล้ว มันจะให้พี่น้องประชาชนเชื่อใจว่าจะนำพาวิกฤตนี้ผ่านพ้นไปได้อย่างไรให้ท่านประธาน
แล้วไอ้วิธีการบริหารแบบนี้อครับ เสร็จปุ๊บ ท่านบอกว่าท่านตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันมาดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เสร็จแล้วท่านประกาศตรึงราคาน้ำมันทันที คิดว่าจะเอาอยู่ ผ่านไปแป๊บเดียว ตรึงให้นายทุนกักตุนไว้เอากำไรกับพี่น้องประชาชน เผลอแป๊บเดียวประกาศลอยตัว คนได้ประโยชน์สูงสุดคือใครครับ นายทุนอีกแล้วนี่ มองจากดาวอังคารไม่ไหว มองจากดาวพลูโตมาเลยท่านประธาน เรื่องเนี้ย เพราะไอ้การกระทำแบบนี้ครับ พี่น้องประชาชนบอกว่า ตรึงราคาน้ำมันไม่ไหว งั้นตรึงราคาอาหารพื้นฐานก่อนได้มั้ย ข้าวปลาอาหารอะไรต่างๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนเค้าจำเป็น เค้าต้องการ ท่านนายกประกาศอีกแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีซุปเปอร์จีก็ประกาศว่าสิ่งของจำเป็นต้องยังคงราคาเดิม สุดท้ายเป็นไงท่านประธาน ไปดูครับ ข้าวยากหมากแพง วันนี้จะหากินอะไรแต่ละอย่างไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มันบริหารจัดการแบบวิ่งตามสถานการณ์อย่างเดียว วันนี้ความสามารถของท่านนายกรัฐมนตรี ตรึงราคาน้ำมันก็ไม่ได้ ตรึงราคาอาหารก็ไม่ได้ ตรึงได้อยู่ 2 อย่าง หน้าท่านตึงเวลาตอบคำถามประชาชนไม่ได้ วันนี้ปิดวาจา วันที่ 3 อีกอย่างที่ท่านตึงไม่ได้ก็คืออีกอย่างที่ท่านตึงอีกอย่างก็คือหู หู ตอนนี้หูท่านตึงมากเลย ประชาชนบอกเปล่าๆ ว่าเค้ามีไอ้โม่งไอ้โม่งมันกักตุนน้ำมัน ท่านนายกท่านเถียงคอเป็นเอ็น บอกไม่มี ไม่มี ไม่มีแน่นอน นี่ท่านรัฐมนตรียุติธรรมนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย ต้องขอกราบชื่นชมท่านทำงานตรงไปตรงมามาก วันหนึ่งท่านรัฐมนตรียุติธรรมบอกว่า พบแล้วครับ วันนี้มีการกักตุนน้ำมัน 57 ล้านลิตร ท่านนายกบอกว่าไงครับ อ๋อ ผมรู้ตั้งแต่วันก่อนแล้ว แต่ไม่ไม่บอก ไม่บอกวัน แสดงว่าวันก่อนที่บอกว่าไม่มีไม่มีคืออะไรครับ หรือท่านบริหารงานแบบบอกประชาชนวันนี้โกหกตั้งแต่เมื่อวาน
ท่านประธานครับ แล้วจะไปต่ออย่างไรในเมื่อความน่าเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือของผู้นำประเทศ วันนี้พี่น้องประชาชนต่างตั้งคำถามครับ ว่าวิธีการบริหารแบบนี้จะทำให้ประเทศไทยของเราติดลมไม่สามารถเดินหน้าต่อ นี่เสียงแว่วๆ เขาจะมาไล่กันตั้งแต่วันแรก จะเอายังไงกันต่อ สิ่งต่อมาที่เป็นเรื่องที่ท่านนายกชอบทำมากก็คือพฤติการ พฤติกรรมที่ชอบโยนบาป โยนขี้ โยนให้คนอื่นเขา ถ้าที่เพื่อนสมาชิกพูดกันบ่อยๆ ก็คือสถานการณ์น้ำท่วม น้ำท่วมภาคใต้ เป็นตัวเองเนี่ย เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีความรับผิดชอบ รับผิดชอบในเรื่องของการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยตรง ท่านมอบหมายรัฐมนตรีเกษตร รัฐมนตรีเกษตรไม่ว่าไม่ได้อยู่ที่ภาคใต้อยู่แล้ว บินจากพะเยาไปเดินงงอยู่สักพักนึง แล้วมันจะไปต่อยังไงครับ นี่หลังจากเหตุการณ์นั้นมา เหตุการณ์วิกฤตน้ำมันก็ตั้งคนผิดฝาผิดตัวอีก ไอ้เรื่องราวเหล่านี้แหละครับ ที่มันเป็นที่มาที่ไปว่าวันแรกของการทำงาน เราอยากให้บรรยากาศมันดีขึ้น เลยขอแนะนำท่านนายกครับ 3 เรื่องด้วยกัน
แนะนำให้ท่านนายกปรับคาแรคเตอร์ ด่วน วันนี้ปรับใหม่ ผมเชื่อครับท่านทำได้ ท่านนายกหนูเนี่ย สามารถทำได้แน่นอน ท่านมีหลายคาแรคเตอร์อยู่แล้ว ปรับที่มันตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนสักนิดนึง
อันที่ 2 ครับ เร่งเพิ่มความน่าเชื่อถือ ความน่าเชื่อถือของท่านจะมาจากอะไรบ้างครับ เมื่อสักครู่ รัชนก บอกไปแล้วมียาให้กิน 2 อย่าง 1 ปรับเปลี่ยน ครม. ที่หน้าตาไม่ดี ที่มันจะทำให้ความน่าเชื่อถือของท่านลดลง 2 อย่าหยอดตาให้มันเห็นภาพชัดๆ ว่าใครที่มีความรู้ความสามารถ ใครที่ไม่มีความรู้ความสามารถ และหลังจากนั้นครับ ได้เริ่มต้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่คำสัญญาลอยๆ ที่ท่านชอบพูดบนเวทีหาเสียงว่าท่านพูดแล้วทำ วันนี้เราถึงมาขอเรียกร้องในสิ่งที่ท่านยังไม่ได้พูด ในคำแถลงนโยบาย แต่เราอยากให้ท่านทำ วันนี้ท่านบอกว่าพูดแล้วทำ แต่เมื่อมีอำนาจท่านพูดและทำพังทุกครั้ง เมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนพูดผ่านผู้แทนราษฎรหลายๆคนบอกว่าไอ้วลีที่ท่านพูดบนเวทีนั้น จะนำพามาให้เกิดขึ้นจริงได้ มันต้องอยู่ในคำแถลงนโยบาย บนเวทีหาเสียงท่านโปรยคำหวานครับ พอแล้ว พอแล้ว พอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว พี่น้องประชาชนดีใจครับ วันนั้นกะว่าจะรวยกับเค้าบ้าง แต่มาเริ่มต้นรัฐบาลใหม่ ตั้งแต่วันแรก พี่น้องประชาชนบอก พอแล้ว พอแล้ว ซวยฉิบหายแล้ว มีนายกแบบนี้ เพราะฉะนั้นฝากไว้พิจารณานะครับ ท่านประธานครับ เริ่มต้นการทำงานให้ดี ขอคำตอบชัดๆ จากท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับในวันนี้ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ >> ครับ ต่อไปเชิญท่าน บุญลือ ประเสริฐโสภา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ 5 พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อวานผมนั่งฟังพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีท่านที่ 32 ที่ชื่ออนุทิน ชาญ วีรกูล ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผมเรียนว่าทุกๆ นโยบายทั้ง 5 ด้านเป็นเรื่องที่มีความครอบคลุม ผมเรียนว่าท่านนายกไม่มีฝึกงาน ท่านนายกเป็นมืออาชีพ ท่านนายกเป็นบุคคลที่มากด้วยประสบการณ์ทั้งสิ้น ผมลงรายละเอียดในเรื่องของการบริหารภาครัฐและปฏิรูประบบราชการ การ การผลักดันที่จะให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ในเรื่องกฎหมายที่ค้างเก่าหรือกฎหมายที่จะต้องแก้ไข ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เราสามารถจะทำให้ระบบราชการมีความมั่นใจและทันใจขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงผ่านสู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ รวมถึงการปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยการเงินการคลังอย่างมีระบบ และการพัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือเรียกว่า One Stop Service
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเกิดมาจากชีวิตเกษตร บ้านผมดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ทั้ง 3-4 อำเภอในพื้นที่ ทั้งดำเนินสะดวก ปลูกมะพร้าวเกือบ 100% ในพื้นที่อำเภอบางแพ 85% ในพื้นที่โพธาราม ตำบลบ้านสิงห์ บ้านคลอง ดอนทราย 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ รวมถึงอำเภอเมืองที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคุณวลีได้กล่าวไปเมื่อวานนี้นับว่ามันเป็นความขมขื่นของพี่น้องผู้ปลูกมะพร้าวอย่างใหญ่หลวง ท่านประธานครับ วันนี้กฎหมายบางตัวเป็นอุปสรรคจริงๆ ครับที่เราจำเป็นต้องแก้ ครั้งหนึ่งก่อนเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ของรัฐ 6 หน่วยงาน 1 กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ไปตรวจพื้นที่ มีโรงงานทำน้ำปลอม มีโรงงานผลิตน้ำปลอม มีโรงงานใช้แรงงานเถื่อน แต่ท้ายที่สุดพี่น้องประชาชน หรือเจ้าของโรง หรือผู้ปลูกมะพร้าวเช้าชาวสวนบ้านผมไม่ทราบเลยครับ ว่าผลลัพธ์ของการตรวจสอบ ผลลัพธ์ของการมีการจับกุมหรือไม่ มีไม่มีการบอกกล่าวใดใดทั้งสิ้น นี่คือเหตุผลหนึ่งครับที่จะต้องปรับในเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย
พี่น้องเกษตรกรผมปลูกมะพร้าวเนี่ยนะครับ ต้องใช้เวลา 1 ปีมี 12 เดือน มะพร้าวออกลูกเนี่ยแค่ 8 เดือนนะครับ อีก 4 เดือนเนี่ยออกลูกน้อยมาก ราคาวันนี้ราคาขึ้นสูงมากครับ แต่มะพร้าวไม่มีเก็บหรอกครับ เพราะว่าช่วง 8 เดือนนั้นเนี่ย เรามะพร้าวออกเยอะ ราคาก็ไม่ได้ ลูกละ 2 บาท 3 บาท คนบ้านผมอยู่ไม่ได้ ท่านประธานครับ เป็นไปได้มั้ยครับ วันนี้ประเทศไทยเรามีพืชผลทางการเกษตรนะครับ ข้าว อ้อย ยาง มัน สัปปะหลัง ยางพาราทุกอย่างมีประกันราคาทั้งหมด จะเป็นไปได้มั้ย ถ้าผมจะเรียกร้องท่านประธาน ผ่านไปถึงรัฐบาล ให้ซื้อขายล่วงหน้าช่วง 8 เดือน ให้พี่น้องชาวสวนมะพร้าวผมได้ลืมตาอ้าปากได้บ้าง วันนี้ก็เป็นหนี้เยอะแล้วครับ นี่คืออีกผลหนึ่งที่ผมคิดว่าเราจะต้องเร่งในเรื่องของการปฏิรูปและแก้กฎหมาย
ถัดมาครับ วันนี้พี่น้องผู้เลี้ยงโคนม อำเภอจอมบึง โพธาราม ศูนย์ดำเนินสะดวก ถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ครับ สั่งปิดนะครับ บอกว่าศูนย์นมดำเนินสะดวกมีการผสมน้ำนะครับ มีสิ่งเจือปน สั่งปิด ทั้งๆที่ MOU ฉบับนี้เนี่ย มีผลมา 35 ปี ตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่ แต่ วันนี้พี่น้องเกษตรกรถูกยกเลิก เขาเดือดร้อนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เราอยู่ในสภา นี้กันมายาวนานตั้งแต่ปี 2544 มีการปฏิรูปแบ่งแยกกระทรวงทบวงกรม เรามีการแก้กฎหมายมาหลายฉบับ เราแบ่งงานหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงนึงไปอยู่อีกกระทรวงนึงนะครับ แต่ขณะนี้กฎหมายผมจำได้ว่าเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ประธานโทษ 2547 พณะท่านอนุทิน นายกของผมเนี่ยแหละ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ขณะนี้กฎหมายในกระทรวงพาณิชย์เนี่ย ยังไม่สามารถที่จะจบ ยังมีส่วนที่แยกแยะไม่ออกกับกระทรวงพลังงานอย่างเงี้ยครับ เราต้องเร่งแก้แก้ไข วันนี้ผมเชื่อมั่นครับว่านโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภาครั้งนี้ จะเป็นนโยบายที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี ผมเชื่อมั่นครับว่าการขับเคลื่อนครั้งนี้จะเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก และยอมรับจะทำให้เศรษฐกิจของเมืองไทยนั้นดีขึ้นครับ
ท่านประธานครับ >> ครับ ต่อไปเชิญท่าน อัจฉราพันธ์ หอมรส เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาว อัจฉราพันธ์ หอมรส สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอขอบคุณท่าน สวีรพจน์ นานนท์ ค่ะ ที่ให้เวลาดิฉันได้อภิปรายในครั้งนี้ ขอต่อคำแถลงของนโยบายรัฐมนตรีในประเด็นการสร้างความมั่นคงเศรษฐกิจฐานรากเพื่อรับมือกับความผันผวนของโลก ดิฉันมองว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะดีขึ้น และราคาน้ำมันก็จะคลี่คลายในที่สุดค่ะ ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาลที่ช่วยให้คนไทยฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปได้อย่างโดยวัน เรามักจะกลัวเศรษฐกิจพัง สงครามโลก หรือเทคโนโลยีทำให้คนหลงเชื่อและตัดสินใจพลาด จนชีวิตพัง แต่เราไม่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดจากสถานการณ์ โดยการประชาสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์และให้ประชาชนมีกำลังใจในการผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันค่ะ
ท่านประธานค้า รายงานจาก PBO ซึ่งเป็นรายงานวิเคราะห์งบประมาณและเศรษฐกิจที่จัดทำโดยสำนักงบประมาณประจำรัฐสภา ชี้ชัดว่าเศรษฐกิจไทยเปราะบางเชิงโครงสร้าง เราพึ่งพาภาคบริการสูงถึงร้อยละ 60 ของ GDP ในขณะที่ภาคเกษตร ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมัน ยางพารา รวมทั้งผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งเป็นรายได้ของคนส่วนใหญ่ กลับมีสัดส่วนรายได้เพียงร้อยละ 9 เท่านั้นค่ะ นี่คือสัญญาณอันตรายที่บอกว่า เราไม่สามารถรอให้เงินไหลจากบนลงล่างได้อีกต่อไป แต่เราต้องสร้างรายได้ให้มาจากฐานรากค่ะ ดิฉันขอชื่นชมรัฐบาลที่มองเห็นกลุ่มคนตัวเล็ก กลุ่มที่มีวัตถุดิบ มีผลิตภัณฑ์ แต่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน วิเคราะห์จากนโยบายสิ่งที่ขาดหายไปคือการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้กรอบนโยบายยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ดิฉันมีข้อเสนอเพื่อให้รัฐบาลเปลี่ยนจากนโยบายเชิงสงเคราะห์เป็นนโยบายเชิงโครงสร้างดังนี้ค่ะ
ปรับโฟกัสรายได้ครัวเรือนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รัฐบาลต้องเลิกมองภาพใหญ่จนลืมภาพย่อย หัวใจของเศรษฐกิจฐานรากคือกระเป๋าเงินของคนในชุมชนค่ะ สร้างรายได้จากต้นทุนชุมชน รัฐบาลต้องสนับสนุนให้ทุกชุมชนค้นหาจุดแข็งของตัวเอง พัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น OTOP ให้มีมูลค่าสูงด้วยนวัตกรรมและมีดีไซน์ที่ดูน่าสนใจ ชวนซื้อ ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไข่เค็มจังหวัดสุราษฎร์ธานีค่ะ ทำไมกล่องต้องบรรจุเหมือนกัน เป็นสี่เหลี่ยมเหมือนกันทั่วประเทศ เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ขาดการสนับสนุนการออกแบบดีไซน์ผลิตภัณฑ์ดึงดูดให้ดูดีที่น่าสนใจ จากที่มีอยู่แล้วก็ต้องให้ดีกว่าเดิม และสามารถจำหน่ายสินค้าของตัวเองได้ด้วย ตลาดในมือถือเปลี่ยนมือถือเป็นตลาดมือโปร ไม่ใช่แค่ผลิตเพื่อขายในงานอีเวนต์เท่านั้นค่ะ แต่ต้องผลิตเพื่อป้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับประเทศและระดับโลกได้
ดิจิทัลเป็นเครื่องมือไม่ใช่เป้าหมาย ท่านพูดถึงดิจิทัลไว้มากค่ะ แต่ถ้ารากฐานไม่นิ่ง ดิจิทัลก็จะเป็นเพียงปลายทางที่คนตัวเล็กไปไม่ถึง รัฐบาลต้องใช้ดิจิทัลมาช่วยลดต้นทุนและขยายตลาดให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน ไม่ใช่แค่แจกเงินผ่านระบบดิจิทัลอย่างเดียว บันไดการเติบโต 4 ขั้นเพื่อความยั่งยืน ดิฉันขอเสนอให้รัฐบาลวางแผนให้คนตัวเล็กเดินได้อย่างชัดเจนคือ ขั้นแรก สร้างสภาพคล่องและรายได้เสริมระดับครัวเรือน ขั้นที่ 2 ค่ะ รวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ยกระดับมาตรฐานสินค้าท้องถิ่น ขั้นที่ 3 เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชุมชนค่ะ เข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐและภาคเอกชน ขั้นที่ 4 ต่อยอด SMEs ใช้เทคโนโลยีเต็มรูปแบบค่ะ
การจ่ายงบประมาณที่ตรงจุดและรวดเร็ว น่าเสียดายที่งบประมาณปี 69 เกี่ยวกับชุมชน วิสาหกิจฐานรากรวมกว่า 5,000 ล้านบาท แต่ผ่านไปครึ่งปีเบิกจ่ายจ่ายเพียงแค่ร้อยละ 36 เท่านั้นค่ะ รัฐบาลต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว เพราะความยากจนรอไม่ได้ค่ะ ปฏิรูปกลไกกองทุนและเงินสวัสดิการ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีต้องเปลี่ยนจากเงินสงเคราะห์ให้เป็นทุนสร้างอาชีพ ออกแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษสำหรับสตรีค่ะ และนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ทำเกษตรแปรรูป และเศรษฐกิจสีขาวบอนต่ำ ระบบสวัสดิการเดี่ยว ปฏิรูปฐานข้อมูลสวัสดิการให้เป็นหนึ่งเดียว ลดความซ้ำซ้อน นำเงินงบประมาณที่เหลือมาเพิ่มสวัสดิการที่จำเป็นจริงๆ ในกลุ่มเปราะบาง
ท่านประธานคะ ดิฉันขอฝากถึงรัฐบาลว่า การสร้างชาติที่มั่นคงต้องเริ่มจากการทำให้บ้านทุกหลังมีรายได้ ชุมชนทุกแผ่นมีผลิตภัณฑ์ขายได้ และประชาชนทุกคนมีสวัสดิการที่พึ่งพาได้ค่ะ ดิฉันขอ ดิฉันไม่ใช่สภาแห่งนี้มาพูดเพื่อสร้างคอนเทนต์ แต่ขอเสนอให้รัฐบาลสร้างรายได้เศรษฐกิจฐานรากให้กับประชาชน หากรัฐบาลมุ่งเน้นเพียงปลายทาง โดยละเลยการสร้างรายได้กับครัวเรือนและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เราจะไม่มีวันสร้างเศรษฐกิจยั่งยืนได้เลย เพราะถ้าฐานรากไม่นิ่ง ไม่ว่านโยบายจะสวยหรูเพียงใด ก็เป็นเพียงปราสาททรายที่พร้อมจะพังทลายเมื่อลมพายุแห่งความไม่แน่นอนพัดมาถึงค่ะ และขอให้รัฐบาลปรับน้ำหนักนโยบายมาสร้างเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้คนไทยได้ยั่งยืน และภูมิใจในผลิตภัณฑ์ของคนไทย ขอบพระคุณค่ะ
ท่านประธานครับ >> ครับ ต่อไปเชิญท่าน วิรยุทธ สร้อยทอง เชิญครับ
เรียนประธานรัฐสภา วิรยุทธ สร้อยทอง สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขออนุญาต ร่วมอภิปรายคำแถลงนโยบายของรัฐบาลข้อ 1.4 ว่าด้วยเรื่องจะกระจายอำนาจการคลังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามความพร้อม ผลักดันกฎหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอนและการส่งเสริมภาษีใหม่และค่าธรรมเนียมท้องถิ่น ครับ ฟังดูดีครับท่านประธาน แต่ถ้าดูอย่างละเอียดจะพบว่าเป็นถ้อยคำเชิงประกาศ มากกว่าถ้อยคำเชิงปฏิรูป ผมขอตั้งข้อสังเกตไว้ 4 ประการดังนี้ครับ
1 นโยบายประกาศกระจายอำนาจ แต่ไม่มีแผนในส่วนของการถ่ายโอนเลย รัฐบาลพูดถึงแค่ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน ภาษีสีใหม่ครับ แต่ไม่พูดถึง รพสต. จะดำเนินการอย่างไรต่อ ภารกิจด้านน้ำ ดิน สิ่งแวดล้อม จะยกจากกระทรวงให้ท้องถิ่น หรือเปล่า หากถ้าไม่มีการถ่ายโอน การผลักดันในเรื่องของการกระจายอำนาจการคลัง คงไม่เกิดประโยชน์ครับ มีงบประมาณเพิ่ม แต่ท้องถิ่นไม่สามารถดำเนินการบริการสาธารณะ ให้กับท้องที่ได้ตามที่ประชาชนต้องการ
2 รัฐบาลใช้คำว่า "ตามความพร้อม" ซึ่งเป็นข้ออ้างเดิมเมื่อ 20 ปี คำว่า "ตามความพร้อม" คือคำที่ส่วนกลางมักใช้เพื่อชะลอการถ่ายโอน เป็นคำที่ไม่มีตัวชี้วัด ไม่มีกรอบเวลา ไม่เคยนำไปสู่การยุติการรวมศูนย์
3 นโยบายกระจายอำนาจ แต่ไม่แตะโครงสร้างที่สำคัญ คือภูมิภาค รัฐบาลแถลงว่าบูรณาการส่วนกลาง ภูมิภาค แล้วก็ท้องถิ่น แปลตรงๆ ครับ โครงสร้างรวมศูนย์ยังอยู่เช่นเดิมครับ ผู้ว่าฯ ยังสั่ง อบท. อำเภอยังซ้ำซ้อนกับเทศบาล กรมยังถืองบประมาณในส่วนของท้องถิ่นอยู่นี่ ไม่ใช่การกระจายอำนาจครับ เป็นเพียงแค่การกระจายงาน ใช้ท้องถิ่นเป็นแขนขา ซึ่งท้องถิ่นไม่สามารถตัดสินใจในโครงการใหญ่ๆ ของตนเองได้
4 รัฐบาลไม่พูดถึงธรรมาภิบาล ทั้งที่เป็นเรื่องที่สำคัญ หากรัฐบาลอยากให้ท้องถิ่นมีงบประมาณเพิ่ม ผมคิดว่าต้องทำ 2 อย่าง 1 คือเรื่องของการกระจายอำนาจ 2 คือสร้างระบบการตรวจสอบที่เข้มแข็ง ไม่พบการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่าจะทำในเรื่องของงบประมาณแบบเปิดนะครับ ไม่มีพูดถึงการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย และก็ไม่มีการพูดถึงกลไกป้องกันทุนใหญ่ครอบงำพื้นที่ ขาดสิ่งเหล่านี้ ท้องถิ่นไม่โตครับ ประชาชนไม่เชื่อมั่น
ผมขอเสนอ 4 แนวทางให้รัฐบาลทำเพื่อให้การกระจายอำนาจมีประสิทธิภาพครับ ท่านประธาน
1 Roadmap กระจายอำนาจ 4 ปี มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าท่านจะกระจายอำนาจอะไรบ้าง มีงบประมาณเท่าไหร่
2 ออกกฎหมายกระจายอำนาจใหม่ ลดบทบาทรัฐส่วนภูมิภาค ลบภาระซ้ำซ้อนนะครับ ถ่ายโอนภารกิจ งบประมาณ บุคลากร ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ
3 คือต้องมีกลไก ลดความเหลื่อมล้ำนะครับ คือรัฐบาลต้องจัดทำในส่วนของงบประมาณ หรือภาษีแบบแบ่งปัน หรือกองทุนอุดหนุน เพื่อลดลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อที่จะดึงในส่วนของงบประมาณในส่วนของเมืองที่รวยไปสู่เมืองที่ไม่พร้อม ยกให้พร้อมไม่ให้เกิดการรวยกระจุกจนกระจาย ครับ
4 คือต้องสร้างระบบความโปร่งใสในระดับพื้นที่ครับ ก่อนที่จะให้ภาคเอกชนเข้าไปลงทุนในท้องถิ่นครับ รัฐบาลต้องผลักดันกลไกการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ และก็เอ่อ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับตำบลและเทศบาล เพื่อป้องกันโครงสร้างที่จะทุนในพื้นที่ผูกขาดครับ
ท่านประธานครับ สิ่งที่รัฐบาลแถลงนโยบายตลอดสภา เป็นนโยบายที่ไม่มีตัวเลขครับ ไม่มีกรอบเวลา ไม่มีหลักในส่วนของการที่จะยุติการรวมศูนย์ครับ ประชาชนไม่ต้องการคำว่า "พร้อมเมื่อพร้อม" ครับ แต่ต้องการทราบว่าจะเกิดเมื่อไหร่ และก็ใครเป็นผู้รับผิดชอบครับท่าน
บานสุดท้ายครับ ท่านประธาน ผมขอสื่อสารผ่านท่านประธานถึงรัฐบาล เอ่อ ถึงข้อเสนอวาระของจากภาคประชาชน 10 ด้าน 80 ข้อครับ โดยกรรมาธิการพาทางการเมืองและมีส่วนร่วมของประชาชนวุฒิสภา และไทย PBS กรองจากเวทีเวทีรั่มแห่งจากรัฐสภาแห่งนี้นะครับ โดยมี เอ่อ องค์กรร่วมจัดอยู่ 57 องค์กร มีทั้งสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงอย่างเช่น ม.อ. และก็ สถาบันพระปกเกล้า จากการระดมความคิดจากประชาชน 3,400 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ หากรัฐบาลนำเอกสารชุดนี้ไปประกอบการบริหาร จะเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและเปิดโอกาสให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของนโยบายอย่างแท้จริง และก็ฝากกับผู้ติดตามนะครับ หากท่านใดสนใจเข้าไปดูที่เพจไทย PBS ในส่วนของ Watch นะครับ ซึ่งในส่วนของกรรมการเราเองจะเป็นสะพานเชื่อมเสียงของประชาชนสู่ นโยบายสาธารณะ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ >> ครับ ต่อไปท่าน มยุรี โพธิแสน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มยุรี โพธิแสน สมาชิกวุฒิสภา ขอแสดงความคิดเห็นต่อนโยบายการเกษตรของคณะรัฐมนตรี โดยอาศัยกรอบรัฐธรรมนูญหมวดที่ 6 มาตรา 72 และ 73 ค่ะ ท่านประธานคะ รัฐธรรมนูญมาตรา 73 บัญญัติชัดเจนว่ารัฐพึงจัดให้มีมาตรการ หรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นธรรมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ทุกวันนี้ภาคเกษตรกรไทยกำลังเจอวิกฤต 3 ด้านนะคะ ด้านเกษตรกรสูงวัย ด้านต้นทุนการผลิตสูง และมีฝุ่น PM 2.5 จากการเผาฟางค่ะ ดิฉันเชื่อว่าคำตอบอยู่ที่การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนิน เอ่อ ในการจัดกิจกรรม ทั้งได้ใช้ทรัพยากรร่วมกัน การรวมกลุ่มเพื่อเพิ่ม เอ่อ อำนาจต่อรอง และการฟื้นฟูวัฒนธรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวที่บรรพบุรุษสืบทอดมาช้านาน สำหรับ 6 มาตรการ เอ่อ ที่ต้องการเสนอให้ เอ่อ เป็นกลไกที่รัฐที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรา 73
1 จัดตั้งเขตเกษตรพอเพียงต้นแบบระดับตำบล
2 สนับสนุนเครื่องจักรกลกลางรถไถรถเกี่ยวข้าวผ่านกลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนค่ะ
3 มีการอุดหนุนจุลินทรีย์พดช่วยย่อยสลาย
4 ส่งเสริมเตาชีวมวลเผาฟางแบบควบคุมไม่ปล่อย PM 2.5 ค่ะ
5 สร้างตลาดรับซื้อฟางอย่างเป็นระบบ กระทรวงเกษตรร่วมกับกระทรวงพาณิชย์นะคะ กำหนดราคา
6 บังคับใช้กฎหมายห้ามเผาในที่โล่ง ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจเชิงบวก ลดภาษีที่ดินและคาร์บอนเครดิตสำหรับผู้ที่ไม่เผาฟางค่ะ
สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด จะไม่มีความหมายเลยค่ะ ถ้าไม่มีน้ำ มาตรา 72 กำหนดให้รัฐส่งเสริมแหล่งน้ำเพื่อเกษตร เกษตรกรรม น้ำจะต้องถึงมือเกษตรกรทุกคนค่ะ ดิฉันขอเสนอ 2 กลไกด้านน้ำที่รัฐต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนค่ะ
กลไกที่ 1 ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร รัฐพึงจัดให้มีระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ให้เกษตรกรสูบน้ำโดยไม่มีภาระค่าพลังงาน
กลไกที่ 2 น้ำดื่มสะอาดในชุมชนเกษตรกรรม ในขณะที่พวกพวกเรา เอ่อ ต้องการที่จะส่งออกอาหารสะอาดสู่โลก เกษตรกรผู้ผลิตอาหารเหล่านั้น หลายพื้นที่ในเขตชนบทยังมี ยังต้องใช้น้ำปนเปื้อนสารเคมีทำลายสุขภาพ รัฐต้องจัดทำระบบกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ให้ชุมชนบริหารจัดการเองค่ะ
และในภาวะที่วิกฤตพลังงานและราคาอาหารโลกกำลังพุ่งสูง ประเทศไทยมีโอกาสยืนหยัดในฐานะแหล่งผลิตอาหารสะอาด ปลอดภัยและยั่งยืนของโลก แต่โอกาสนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐปฏิบัติตามพันธะมาตรา 72 และ 73 อย่างจริงจังทันที ขอขอบพระคุณค่ะ
ท่านประธานครับ >> ครับ ต่อไปเชิญท่าน สุทิน แก้วพนา เชิญครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภา สุทิน แก้วพนา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกและสภา ครับผมขออภิปรายนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลข้อ 13 ในประเด็นเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ขอสไลด์ด้วยครับ ผมเห็นด้วยนะครับกับนโยบายของรัฐบาลทางด้านการศึกษาในภาพรวม ถึงแม้จะขาดประเด็นสำคัญบางประเด็นไปบ้าง ผมขอชื่นชมรัฐบาลที่นำเอานโยบายของรัฐบาลก่อนหน้านี้บางเรื่องที่สำคัญมาสานต่อให้เกิดความต่อเนื่อง จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีหลายขั้วอำนาจ มีการแข่งขันสูง ซับซ้อน เชื่อมโยงกันหลายมิติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี ความมั่นคง การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โรบติกและ AI วิกฤตพลังงาน วิกฤตโรงเรียนขนาดเล็ก สถานการณ์ชายแดนในปี 68 และ 69 การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ต้องปิดโรงเรียนในช่วงปี 62-64 จึงจำเป็นที่จะต้องจัดการศึกษาในรูปในรูปแบบอื่นแทน On-site เช่น ออนไลน์ On-demand การสอบ PISA ปี 2029 นอกจากจะวัดความฉลาดรู้ทางด้านภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์แล้ว ยังเพิ่มการวัดความฉลาดรู้ทางด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์ แนวคิดการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือ Anytime เป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาในยุคดิจิทัล ที่มุ่งให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างยืดหยุ่น ไม่จำกัดเวลา สถานที่ และรูปแบบ เชื่อมโยงกับ 3 แนวคิดหลัก ได้แก่
1 การเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยทำงาน ผู้สูงอายุ
2 การเรียนรู้แบบยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
3 และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ AI Mobile Learning รองรับการเรียนผ่านมือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์
รัฐบาลนี้ควรถอดบทเรียนจากโครงการ Anywhere Anytime ของรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนในการขับเคลื่อนนโยบายต่อไป Anytime ถูกขับเคลื่อนตั้งแต่ปี 2567 ถึง
2569 โดยกระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนการบริหารจัดการและการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา ประกอบด้วย 1. แพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้แห่งชาติโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐาน หรือ National Digital Learning Platform (NDLP) มีระบบย่อยอยู่ 8 ระบบ ประกอบไปด้วยระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน, ระบบสนับสนุนผู้เรียน, ระบบสนับสนุนครูผู้สอน, ระบบบริหารจัดการเนื้อหาองค์ความรู้แห่งชาติ, ระบบบริหารจัดการเรียนรู้แห่งชาติ, ระบบจัดการเนื้อหาการเรียนรู้แบบเปิด, ระบบบริหารจัดการวัดและประเมินผล และระบบบริหารจัดการระบบธนาคารเครดิตวิชาการ สำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน, กิจกรรมที่ 2 วิจัยและพัฒนาสื่อระดับ ม.ปลาย, 3. เช่าใช้ระบบประมวลผลคลาวด์, 4. การพัฒนาระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ในการจัดหาซอฟต์แวร์สำเร็จรูป, การฝึกอบรมครู, การจัดหาสื่อการเรียนรู้แบบดิจิทัล (Content) ในชั้น ม.ต้น, 5. การจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา สำหรับนักเรียนจำนวน 547,991 เครื่อง, ครูจำนวน 59,664 เครื่อง, 6. ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผลการดำเนินการแพลตฟอร์ม NDLP พบว่าผู้ใช้งานให้ความสนใจและเห็นว่าเมนูแพลตฟอร์ม NDLP มีประโยชน์ในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการข้อมูลทางการศึกษา อาทิเช่น การเข้าถึงสื่อและแผนการสอน, ระบบการจัดการห้องเรียนออนไลน์, คอร์สการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการอนุมัติสื่อและแผนการสอน รวมถึงหลักสูตร
ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญก็คือ 1. ยังมีประเด็นด้านเสถียรภาพของระบบการจัดการข้อมูลนักเรียน, 2. บางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้เนื่องจากขาดมือถือหรือแท็บเล็ต, มีโรงเรียนคุณภาพเพียง 1,018 โรงที่ได้รับการแจกแท็บเล็ตเพื่อครูและนักเรียน, 3. NDLP ยังมีระบบย่อยที่ไม่สมบูรณ์, ไม่สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้เนื่องจากมีการส่งมอบงานที่ล่าช้ากว่ากำหนด
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: 1. การพัฒนาระบบย่อยในอนาคต เช่น เพิ่ม AI Learning Engine, AI วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล, Digital Portfolio เก็บผลงาน, ระบบเชื่อมตลาดแรงงาน, เชื่อมกับภาคเอกชน, ระบบ AI สำหรับครูสร้างแผนการสอนอัตโนมัติ, 2. ทำ Single Student ID เชื่อมทุกระบบ, 3. บังคับใช้มาตรฐานข้อมูลเดียวกัน, 4. ผลักดันให้ครูใช้จริงไม่ใช่แค่มีระบบ, 5. ใช้ข้อมูล NDLP ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย, และ 6. เปิดโอกาสให้เอกชนร่วมพัฒนา
ข้อที่ 7 ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นสำคัญเป็นการส่งเสริมพัฒนาหลักสูตรระดับสถานศึกษา เพื่อเตรียมสู่อาชีพ เสริมสร้างให้ผู้เรียนได้ค้นหาความสนใจความถนัดทางอาชีพ และเตรียมสู่การศึกษาเพื่อประกอบอาชีพในอนาคต และประเด็นที่สำคัญประเด็นสุดท้ายครับ รัฐบาลควรจัดหาแท็บเล็ตให้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายระดับมัธยมศึกษาที่มีความขาดแคลนยืมเรียนเป็นกลุ่มแรก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
สิ่งที่ท้าทายรัฐบาลก็คือ Anyw จะทำให้คนไทยเข้าถึงสิทธิการศึกษาอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค NDLP คืออนาคตของเด็กไทย สุดท้ายนี้ นโยบายของรัฐบาลจะเป็นเข็มทิศ แต่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติคือรากฐานที่ทำให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นจริง ผมขอสนับสนุนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการที่จะออก พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ผมขอฝากรัฐบาลและสภาแห่งนี้ร่วมกันผลักดันกฎหมายฉบับนี้เพื่อยกระดับคุณภาพของเด็กไทยให้ก้าวไกลไปกว่าที่เป็นอยู่ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
>> ครับต่อไปท่านมาเลียเผ่า ประธานเชิญครับ
>> เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ดิฉันนางสาวมาเลียเผ่า ประธานสมาชิกสภาในกลุ่มเกษตรจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จากคำแถลงแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันขอบคุณที่รัฐบาลให้ความสำคัญของพี่น้องเกษตรกรในการที่จะยกระดับการทำเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรแม่นยำ เพื่อให้มีความมั่นคงและยั่งยืน โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อให้มีรายได้เพิ่มและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีค่ะถ้าทำได้จริง
ดิฉันอยากจะบอกรัฐบาลว่าก่อนที่เราจะเดินไปข้างหน้าไปสู่อนาคตที่ดีของพี่น้องเกษตรกร ดิฉันอยากให้รัฐบาลมองย้อนกลับมาข้างหลังค่ะ มองไปที่อดีตเพื่อที่จะไม่ทำให้เราเกิดความผิดพลาดซ้ำในการทำโครงการที่ตั้งใจออกมาเพื่อหวังจะช่วยแก้ไขปัญหาหรือเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร แต่กลับไปซ้ำเติมหรือสร้างภาระหนี้สิน หนี้สินที่เพิ่มพูนให้ในที่สุด
จากที่ผ่านมาภาครัฐมองความสำเร็จของการทำโครงการจากจำนวนโครงการ ผู้เข้าร่วมหรือการกระจายงบประมาณเป็นหลัก โดยอาจละเลยความจริงไปว่าเกษตรกรมีความพร้อมมีความรู้แค่ไหนในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการนั้นๆ ต่อไป และเมื่อเกษตรกรไม่สามารถทำได้แบกรับต่อไปไม่ไหว จึงก่อให้เกิดผลก็คือหนี้พอกพูน
นอกจากนี้สิ่งที่ดิฉันอยากให้รัฐบาลมองย้อนค่ะก็คือต้นทุน ต้นทุนหรือทุนเดิมที่เรามีอยู่แล้วว่าเพียงพอหรือไม่ อย่างไร และเรามีความจำเป็นหรือไม่ อย่างไรในการทำโครงการใหม่หรือทุ่มเทงบประมาณลงไปแก้ไขในเรื่องเดิมๆ โดยที่เราสามารถแก้ไขจัดการได้เพียงแค่เราจัดระบบการบริหารใหม่
ตัวอย่างเช่น การแก้ไขปัญหานมล้นตลาดค่ะ เราอาจไม่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล แต่ต้องใช้การกระจายบทบาทให้ทั่วถึง เช่น การให้ อบจ. อบต. หรือเทศบาลจัดสรรงบประมาณเพียงบางส่วนต่อปี เพื่อจัดซื้อน้ำนมไปใช้ในโรงเรียน ศูนย์การศึกษา หรือช่วยเหลือในกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยระบายผลผลิตแล้ว ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อีกด้วย และถ้าเราทำพร้อมกันทั่วประเทศค่ะจะสามารถช่วยดูดซับน้ำนมได้หลายหมื่นลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นแนวทางแก้ไขที่ใช้งบประมาณไม่มากแต่เห็นผลได้เห็นผลได้ชัดเจนค่ะ
เรื่องปัญหาผลผลิตมะพร้าวที่ราคายังคงตกต่ำอยู่ในขณะนี้ก็เช่นกันค่ะ ดิฉันอยากให้ภาครัฐมองที่ต้นทุนการผลิต มองผลผลิตมะพร้าวที่เรามีอยู่ ก่อนที่จะอนุญาตนำเข้าหรือพิจารณาราคากลางที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จริงอยู่ที่ราคาของมะพร้าวมีขึ้นลงในรอบปี แต่เมื่ออยู่ในภาวะที่ราคาต่ำมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาปุ๋ยแพงและน้ำมันแพง เกษตรกรอยู่ไม่ได้จนทำให้เกิดปัญหาหนี้พอกพูน
สุดท้ายนี้ ดิฉันอยากจะฝากไปยังรัฐบาลและรัฐมนตรีที่มีอำนาจเกี่ยวข้องว่า ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรไทยไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของผลผลิต แต่มันคือระบบทั้งหมด ความมั่นคงของประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้ค่ะ ถ้าผู้ผลิตอาหารซึ่งก็คือพี่น้องเกษตรกรของประเทศยังไม่มีความมั่นคง การบริหารภาคเกษตรต้องไม่ใช่การใช้งบประมาณไปในการตามแก้ปัญหา แต่ควรจะต้องเป็นการใช้งบประมาณให้คุ้มค่าเพื่อออกแบบอนาคตที่ดีให้พี่น้องเกษตรกร สิ่งเหล่านี้จะสำเร็จได้ค่ะ ถ้าภาครัฐมีความจริงใจ มองเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรเป็นความรับผิดชอบของภาครัฐที่จะต้องทำ
สุดท้ายของท้ายนี้จริงๆค่ะท่านประธาน ถ้าโลกนี้คือละครไปแล้ว ดิฉันไม่อยากเห็นรัฐสภาแห่งนี้เป็นโรงละครค่ะ ที่ท่านสมาชิกผู้แทนของพี่น้องประชาชนเข้ามาแล้วเสียเวลาไปกับการพูดจากัดเซาะกันมากกว่าการเข้ามาเพื่อสะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขร่วมกันค่ะ ดิฉันไม่แปลกใจค่ะท่านประธานที่ผ่านมาทำไมถึงได้ยินคำพูดว่า ส.ว. มีไว้ทำไม เพราะบทบาทอำนาจหน้าที่ของ ส.ว. ไม่ได้ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนเหมือนท่าน ส.ส. ค่ะ ไม่ได้อยู่ใน
>> ขออนุญาตนะคะจะจบแล้วค่ะ
>> แต่ดิฉันจะแปลกใจนะคะถ้าเกิดว่าท่านสมาชิกผู้แทนทั้งหลายที่เข้าที่พี่น้องประชาชนเลือกมา เข้ามาทำหน้าที่ที่ไม่ใช่สิ่งที่พี่น้องประชาชนคาดหวังค่ะ ขอขอบพระคุณทุกท่านค่ะ
>> ครับต่อไปท่านผู้อภิปรายท่านสุดท้ายเชิญ ท่านพฤติวัชรศิลป์ครับ เชิญครับ
>> เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พฤติวัชรศิลป์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ขออนุญาตได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อภิปรายคนสุดท้ายของซีกฝ่ายค้าน ก็จะพยายามเต็มที่ในการสรุปข้อกังวล ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะพวกเรามีต่อรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่
ท่านประธานครับ ท่ามกลางวิกฤตระดับโลกที่กำลังทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยอยู่บนเส้นด้าย ผมเห็นด้วยกับท่านนายกครับว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาของการทดลองงาน แต่เป็นเวลาที่พี่น้องประชาชนเขาคาดหวังให้รัฐบาลใหม่นั้นสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนได้ตั้งแต่วันแรก ความจริงเรื่องนี้ไม่ควรจะเป็นเรื่องยากครับ เพราะรัฐบาลใหม่นี้ว่าจริงแล้วก็ไม่ได้ใหม่ขนาดนั้น นายกรัฐมนตรีก็คนเดิม พรีเซ็นเตอร์ก็ชุดเดิม ปรับเปลี่ยนก็แค่พรรคที่ร่วมรัฐบาลเพียงเท่านั้น
แต่ท่านประธานครับ จากการประเมินผลงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะการรับมือกับวิกฤตพลังงานในช่วงรักษาการ และก็การชี้แจงคำแถลงนโยบายของทุกคนยกเว้นนายกรัฐมนตรีตลอด 2 วันที่ผ่านมานี้ ต้องยอมรับครับว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกว่าเป็นรัฐบาลมืออาชีพที่ประชาชนฝากผีฝากไข้ไว้ได้ แต่กลับเป็นเหมือนรัฐบาลผู้รับเหมาครับ ที่เตรียมขึ้นบัญชีดำ
ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมต้องใช้ถ้อยคำที่รุนแรงแบบนี้ครับ ก็เพราะว่าหากท่านประธานไปเปิดดูหลักเกณฑ์การขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง ท่านประธานจะค้นพบครับว่ามีอย่างน้อย 5 พฤติกรรม ที่เหมือนหรือคล้ายกับสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้กำลังทำกับพี่น้องประชาชน
พฤติกรรมที่ 1 ครับ คือการเบี้ยวสัญญาครับ ตลอดการเลือกตั้งที่ผ่านมาครับ ผมเห็นถึงความพยายามอย่างมากของท่านนายกในการจะรักษาภาพลักษณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยของท่านเป็นพรรคที่พูดแล้วทำ โดยใช้วิธีการไม่พูดอะไรเลยครับว่าจะทำอะไรจะขับเคลื่อนนโยบายอะไร นอกจากโอ้อวดว่ารักชาติกว่าใคร นโยบายที่พรรคท่านชี้แจงไปที่ กกต. ก็มีทั้งหมดแค่ 8 ข้อครับ น้อยกว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทยส่งไปถึง 7 เท่า แต่แม้จะสัญญาน้อยนิดกับพี่น้องประชาชนครับ รัฐบาลภูมิใจไทยก็ดูเหมือนจะเบี้ยวสัญญาพี่น้องประชาชนตั้งแต่วันแรก
ตัวอย่างที่ 1 ครับ ชัดเจนที่สุด ค่าไฟครับ เป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนสนใจแน่นอน ภายใต้ธุรกิจพลังงานแบบนี้ ในเอกสารที่ท่านชี้แจงกับ กกต. ครับ ท่านเขียนชัดท่านจะลดค่าไฟเหลือ 3 บาทต่อหน่วยสำหรับ 200 หน่วยแรกให้กับทุกครัวเรือนทั่วประเทศ แต่มาวันนี้ครับ ตั้งใจฟังท่านรัฐมนตรีพลังงานชี้แจงเมื่อสักครู่ ในที่สุดหลังจากพูดมาหลายนาทีก็ยอมรับครับว่าย้อนสอน เปลี่ยนมาเป็นการลดค่าไฟ 3 บาทต่อหน่วยเฉพาะครัวเรือนประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศที่ใช้ไฟไม่ถึง 200 หน่วย แย่ไปกว่านั้นครับคือการลดค่าไฟ 3 บาทต่อหน่วยไม่ถูกเขียนไว้ในเอกสารคำแถลงนโยบายด้วยซ้ำ ดังนั้นถึงแม้ท่านรัฐมนตรีจะมายืนยันในวันนี้ ผมก็อดสงสัยไม่ได้ครับว่าถ้าสักวันหนึ่งมีการปรับเปลี่ยน ครม. แล้วท่านรัฐมนตรีเอกนัสหลุดออกจาก ครม. นโยบายนี้จะหลุดไป ด้วยหรือไม่
ขยับมาอีกเรื่องครับ เรื่องรัฐธรรมนูญครับ ก่อนการเลือกตั้งครับ ครม. ท่านมีมติครับไปสอบถามพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่าอยากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แต่พอพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ 20 กว่าล้านคนครับตอบกลับมาว่าอยากมี เสียงของพวกเขาครับกลับดูจะไม่มีความหมายเพียงพอสำหรับรัฐบาลชุดนี้ ไม่ยอมแม้กระทั่งใส่แค่บรรทัดเดียวใน 19 หน้าของคำแถลงนโยบาย
หรืออีกตัวอย่างครับ นโยบายเรื่องการแต่งตั้งรัฐมนตรีมืออาชีพ ที่พรรคภูมิใจไทยนิยามไว้เองนะครับ ในเอกสารที่เขียนไปที่ กกต. ว่าหมายถึงรัฐมนตรีที่มีความรู้และประสบการณ์ตรงกับภารกิจ ผมรู้ครับว่าเดี๋ยวท่านนายกอาจจะมาแย้งว่าข้อนี้ไม่ได้เบี้ยวสัญญา เพราะในเอกสารที่ส่งให้ กกต. ระบุแค่ 3 ชื่อ และท่านนายกก็ตั้งทั้ง 3 คนมาเป็นรองนายก แต่ผมไม่อยากให้ท่านนายกเข้าใจผิดครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนไม่ขัดข้องหรอกนะครับ ถ้าท่านจะตั้งรัฐมนตรีมืออาชีพมากกว่า 3 คน สิ่งที่ประชาชนเขาอยากให้รัฐบาลกำหนดเพดานมันคือค่าการกลั่นครับ ค่าน้ำมันครับ ไม่ใช่จำนวนรัฐมนตรีใน ครม. ที่มีความรู้และประสบการณ์ตรงกับภารกิจ
พฤติกรรมที่ 2 ครับ คือการส่งงานล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นการผิดนัดส่งมอบ หรือการเพิกเฉยต่อวิกฤตจนสร้างความเสียหายกับพี่น้องประชาชน ผมสังเกตเห็นครับว่าในคำแถลงนโยบายทางรัฐบาลนั้นมีการย้ำถึง 3 ครั้งนะครับว่าโลกเรามีความไม่แน่นอนสูง ไม่รู้ว่าเป็นความพยายามจะหยิบเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างหรือเปล่า ว่าเพราะธุรกิจต่างๆมันเข้ามาอย่างคาดการณ์ไม่ได้ ก็เลยทำให้รัฐบาลนั้นต้องเบี้ยวสัญญาไปกับบางนโยบาย แต่เรียนตามตรงครับท่านประธาน ข้ออ้างนี้มันพอจะฟังขึ้น ก็ต่อเมื่อเราเห็นนายกนั้นเป็นนายกที่ตอบสนองต่อวิกฤตของพี่น้องประชาชนด้วยความรวดเร็วที่ผ่านมา แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นครับ
ที่ท่านชอบบอกว่าสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน สิ่งที่พี่น้องประชาชนเห็นครับคือ นายกที่มักจะปล่อยให้ประเทศเสียหายตั้งนานโดยไม่สั่งการสักทีครับ ธุรกิจพลังงานครับ ชัดเจนสุดตัวอย่างของการบริหารประเทศที่ตามหลังปัญหาอยู่อย่างน้อย 1 ก้าวเสมอ พอน้ำมันครับเริ่มหมดหน้าปั๊ม ท่านนายกรอเป็นสัปดาห์นะครับ กว่าจะออกคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันนั้นรายงานสต๊อกเข้ามาหาท่านรายวัน พอพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเขาเรียกร้อง ต้องให้รัฐบาลตรวจสอบไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน ท่านนายกครับกลับปฏิเสธเสียงแข็งและหันมากล่าวหาประชาชนว่าเป็นคนกักตุน พอประชาชนเริ่มตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะเดินหน้ามาตรการเรื่องภาษีลาภลอย รัฐบาลก็ชี้แจงว่ากำลังศึกษาอยู่ ทั้งๆที่ความจริงเรื่องนี้กระทรวงการคลังศึกษามาตั้งแต่ปี 2565 แล้วครับ
แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมให้อภัยท่านนายกไม่ได้มากที่สุดก็คือเวลาปัญหามันเกิดกับพี่น้องประชาชนครับ นายกมักจะเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้า แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ปัญหาเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง ท่านกลับทำงานด้วยความรวดเร็วว่องไว ย้อนไปครับตอนที่ท่านนายกตัดสินใจปล่อยให้ราคาน้ำมันขึ้นพรวด 6 บาทในคืนวันที่ 25 มีนาคมคม ท่านประธานสังเกตมั้ยครับว่าสิ่งที่ท่านนายกและรัฐบาลทำเพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนกับปกป้องตนเองมันต่างกันราวฟ้ากับเหว
ในมุมนึงครับ เพื่อปกป้องตนเองจากการถูกซักถามตรวจสอบโดยสภาแห่งนี้ ท่านวางแผนอย่างดิบดีครับ ผมเชื่อว่าวันนั้นท่านตั้งใจครับ รอให้ประชุมสภาแห่งนี้ปิดประชุมก่อน หยุดคุยเรื่องพลังงานก่อน ท่านถึงประกาศว่าจะมีการขึ้นราคาดีเซล 6 บาทในคืนเดียว พอเพื่อนสมาชิกจะกลับมาถามวันรุ่งขึ้นก็มาไม่ได้อีกครับ เพราะบังเอิญท่านประธานดันไม่นัดประชุมสภาๆ ที่ธรรมดาวันพฤหัสบดีก็ต้องมีประชุมสภากันทุกสัปดาห์
แต่ในทางกลับกันครับ เพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนจากความเดือดร้อนของราคาน้ำมันที่มันสูงขึ้น ท่านไม่วางแผนอะไรเลยครับ แผนช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบาง 5-6 กลุ่ม ไม่ว่าจะพี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวประมง กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่ท่านรองนายกเอกนิติออกมาให้สัมภาษณ์ให้ความหวังกับพี่น้องประชาชนไม่กี่ชั่วโมงก่อนขึ้นราคา น้ำมันในค่ำคืนนั้น มาถึงวันนี้ครับ ผ่านไป 2 สัปดาห์ครับ ยังไม่มีเงินสักบาทจากมาตรการเหล่านั้นถึงมือพี่น้องประชาชน แล้วพอมาถึงเมื่อวานครับ ท่านรองนายกคนเดิมครับ ก็เอาสคริปต์เดิมครับ มาอ่านให้สภาฟัง มาเล่าให้สภาฟังว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้จะมีประชุม ครม. นัดพิเศษและจะเคาะมาตรการเหล่านี้ให้ได้
แต่คำถามที่อยู่ในใจผมครับท่านประธาน คือทำไมก่อนหน้านี้ ครม. รักษาการมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 169 วรรค 3 ทำไมไม่ทำครับ ถ้าท่านจะอ้างว่ามันต้องไปขอกกต. เดี๋ยวกกต. จะไม่อนุมัติ เรียนตามตรงฟังไม่ขึ้นครับ ท่านประธาน ขนาดผลการเลือกตั้งเขต 2 สุพรรณบุรีผิดปกติขนาดนี้ กกต. ยังอนุมัติเลยครับ แล้วทำไม กกต. จะไม่อนุมัติเงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชน
แต่ท่านประธานครับ อาการเพิกเฉยต่อวิกฤตของพี่น้องประชาชนนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะวิกฤตที่เข้ามาโดยไม่ได้คาดการณ์นะครับ แต่ยังรวมไปถึงวิกฤตที่รัฐบาลสามารถรู้ล่วงหน้าได้เป็นเดือนเป็นปี ตัวอย่างชัดเจนที่สุดครับ วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่ภาคเหนือครับ ที่รัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าจะหนักในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ทำอะไรล่วงหน้าเพื่อเตรียมการไว้เลย จนสถานการณ์บานปลายมาถึงวันนี้ หน้ากากกันฝุ่นก็ไม่จัดเตรียมไว้ให้ ภาคประชาชนต้องไปดิ้นรนเอง งบประมาณสำหรับอุปกรณ์สวัสดิการทีมดับไฟป่าปีที่แล้วขาดแคลนอย่างไรปีนี้ก็ขาดแคลนเหมือนเดิม
พฤติกรรมที่ 3 ครับ ท่านประธาน คือการลดสเปคครับ ผมรู้ครับท่านนายกชอบมากกับการห้อยท้ายทุกนโยบายด้วยคำว่า plus ครับ แต่ผมคิดว่าเครื่องหมายที่เหมาะสมกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่เครื่องหมายบวกครับ แต่เป็นเครื่องหมายดอกจันครับ เพราะมีหลายนโยบายมากที่ซ่อนรายละเอียดที่ห่างไกลจากเป้าหมายหรือมาตรฐานที่สังคมคาดหวัง หรือที่ท่านโฆษณาไว้ครับ
ตัวอย่างแรกครับ นโยบายเรื่องการเกษตรครับ เมื่อคืนครับ เรามักจะได้ยินรัฐบาลพูดถึงนโยบาย Thailand 10 Plus แต่เมื่อคืนครับ เราได้สูตรคิดเลขใหม่นะครับ นั่นก็คือเมื่อไหร่ก็ตามที่รัฐบาล หรือท่านรองนายกสุภจีชี้แจงเรื่องแนวทางการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร หาร 10 ไว้ก่อนเลยครับท่านประธาน ราคามะพร้าวครับ ท่านบอกว่าเช็คแล้วอยู่ที่ 7-10 บาทต่อลูก แต่เมื่อเช้าครับ พวกผมไปเปิดเว็บไซต์ไม่ว่าจะหน่วยงานในกระทรวงเกษตร ไม่ว่าจะหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ เอกฉันนะครับ ประมาณ 3-5 บาทต่อลูก ถ้าไม่เชื่อให้พี่น้องเกษตรกรพิมพ์เข้ามาก็ได้ครับว่าราคาตอนนี้หน้าสวนอยู่ที่เท่าไหร่ ล้งกลางครับ ที่ตอนแรกๆ รัฐบาลบอกว่าจะจัดทำเพื่อแก้ปัญหา เมื่อคืนนี้ก็ลดสเกลมาเป็นล้งชุมชนครับ ล้งกลางล้งชุมชนจะมีเมื่อไหร่ผมไม่แน่ใจนะครับ แต่ที่รู้แน่ๆว่ายังไม่มีคือลงหน้างานและลงมือทำครับ
ขยับจากมะพร้าวมาปุ๋ยครับ ผมไม่พูดซ้ำครับ ถึงข้อถกเถียงว่าตกลงแล้วปริมาณปุ๋ยยูเรียมีเพียงพอถึงเดือนไหน เพราะตัวเลขปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด แต่เมื่อวานครับ ท่านรองนายกพูดถึงเรื่องราคาครับ ท่านยืนยันว่าในเมื่อเป็นสินค้าควบคุม ราคาปุ๋ยไม่ขึ้น เพราะว่าถ้าขึ้นต้องมีการแจ้งมาขออนุญาตก่อน และไม่มีการแจ้งเข้ามาแม้แต่รายเดียว พี่น้องเกษตรกรมายืนยันกับพวกผมนะครับว่าไม่จริงครับ แต่ถ้าจะจริงครับ ก็คงเป็นเฉพาะกรณีในบางพื้นที่ที่ปุ๋ยมันขาดตลาดจนมันไม่มีของ ต้องขึ้นราคาแล้วครับท่านประธาน และท้ายสุดโครงการอย่างปุ๋ยธงเขียวพลัส ที่ท่านฝากความหวังว่าจะมาแก้ปัญหาพี่น้องเกษตรกร บวก ลบ คูณ หาร แล้วครับ เพียงพอต่อแค่ 1% ของความต้องการในการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรเพียงเท่านั้น
หรืออีกตัวอย่างนึงครับ ของการลดสเปคนโยบายครับ นโยบายกองทุนภัยพิบัติครับ ผมจำได้ครับตอนที่ท่านรัฐมนตรีครับ ในฐานะเลขาธิการพรรค ขึ้นเวทีหาเสียงครับ บอกว่าจะมีนโยบายเรื่องของกองทุนประกันภัยพิบัติ วันนั้นทุกคนได้ยินเต็ม 2 หูครับว่าท่านพูดว่ากองทุนนี้จะทำหน้าที่ในการให้รัฐนั้นจ่ายค่าเบี้ยประกันครัวเรือนละ 1,000 บาททุกครัวเรือนทั่วประเทศ และเมื่อเกิดเหตุ ก็จะเยียวยาให้กับผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 100,000 บาท แต่พอมาวันนี้ครับ ไปเปิดดูเอกสารคำแถลงนโยบายครับ พี่น้องประชาชนกลับค้นพบว่า เป็นนโยบายที่ไร้ตัวเลขเหมือนกับอีกหลายนโยบาย จนเขาไม่เชื่อมั่นไม่มั่นใจครับว่า ตกลงแล้วรัฐบาลจะเยียวยาให้กับพวกเขาหลักแสนได้จริงหรือไม่หากเกิดเหตุ ไม่เชื่อมั่นกว่าเดิมอีกครับ ในเมื่อพี่น้องชาวหาดใหญ่ทำเรื่องของเงินซ่อมบ้านมาหลายเดือน มาถึงวันนี้ยังได้แค่หลักร้อยหลักพันอยู่เลย หลอกพี่น้องประชาชนกันแบบนี้ไม่แปลกใจครับ วันนั้นท่านไปเปิดนโยบายอยู่ที่โรงละคร
พฤติกรรมที่ 4 ครับ ท่านประธาน คือการโยนงานครับ ท่าประจำอย่างหนึ่งของท่านนายกนะครับ คือการโยนงานสำคัญๆ ให้คนอื่นไปรับผิดชอบแทน ทำตัวเสมือนกับพ่อค้าคนกลางครับ ที่พร้อมจะสับงานออกไปลอยตัวเหนือความรับผิดชอบ อาจจะแค่รอหักค่าหัวคิวครับ พอเจอวิกฤตชายแดนครับ ท่านก็โยนให้กองทัพคิดแทนทุกเรื่อง พอเจอเรื่องฝุ่นท่านก็โยนให้ผู้ว่าไปทำแทนทั้งหมด พอเจอน้ำท่วมหาดใหญ่ท่านก็โยนให้คณะกรรมการต่างๆ ที่ท่านเซ็นตั้งใหม่แทบจะรายวัน ผมจะรอดูนะ ว่าสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป รัฐมนตรีท่านใดบนบัลลังก์นี้จะเป็นผู้โชคดีที่ถูกท่านนายกโยนกระทู้ถามสดให้มาตอบแทน
แต่ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่อันตรายมากต่อประเทศ และที่ผมสังเกตเห็นจากการรับฟังคำชี้แจงตลอด 2 วันที่ผ่านมา คือมันดูเหมือนกับว่าท่านนายกนั้นกำลังจะโยนงานเกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์ทั้งหมดให้กับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งก็มีส่วนครับ ทำให้ประเทศเรากำลังจะมีรัฐมนตรีศึกษาธิการคนที่ 3 ติดต่อกันที่ไม่ได้มาจากพรรคแกนนำรัฐบาล ผมเข้าใจดีครับในระบบรัฐสภาเรามีรัฐบาลผสม การแบ่งงานกันทำแบ่งกระทรวงการทำงานเป็นเรื่องปกติ อันนี้เข้าใจได้ครับ แต่ผมยืนยันนะครับว่าวาระเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์ที่ชี้เป็นชี้ตายอนาคตประเทศและอนาคตลูกหลานเรา เป็นวาระที่นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศจะสับงานทั้งหมดไปให้ไปให้คนอื่นทำแทนไม่ได้ครับ เพราะแม้พรรคร่วมรัฐบาลจะทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหนในการพยายามจะปฏิรูปการศึกษา แต่ถ้า นายกเห็นภาพไม่ตรงกันไม่เอาด้วย อนาคตลูกหลานเราก็ไม่ดีขึ้น
แม้วันนี้ผมดีใจนะครับที่รัฐมนตรีศึกษาธิการลุกขึ้นมายืนยันว่าจะพยายามทำให้การเรียนฟรีนั้นฟรีจริง และเห็นด้วยกับการปรับสูตรการคำนวณงบประมาณที่ไม่ใช่อิงกับแค่รายหัวนักเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เรียนตามตรงครับ ถ้าท่านนายกและสำนักงบไม่เอาด้วย ท้ายสุดก็ไม่สำเร็จครับ โรงเรียนขนาดเล็กก็จะต้องทอดผ้าป่าต่อไป ผู้ปกครองก็จะยังต้องเดินเข้าโรงรับจำนำทุกครั้งก่อนการเปิดเทอม
ท่านอาจจะอ้างครับว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่การโยนงาน แต่เป็นตัวอย่างครับของการบริหารแบบใหม่ที่มีการแบ่งพันธกิจออกเป็นสิ่งที่ท่านเรียกว่า cluster หรือว่าระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ โดยมีรองนายกแต่ละคนรับผิดชอบแต่ละคลัสเตอร์ แต่ข้ออ้างนี้มันฟังไม่ค่อยขึ้นครับ เพราะยังไม่ทันเริ่มท่านก็ไปรื้อคลัสเตอร์ของท่านเพื่อแก้โจทย์การเมืองมากกว่าแก้โจทย์ประเทศ โดยการไปดึงเอากระทรวงเกษตรครับ ที่โดยหลักแล้วก็ควรจะอยู่ภายใต้รองนายกที่ดูแลคลัสเตอร์เรื่องของการผลิต การค้าบริการ ย้ายมาอยู่ภายใต้รองนายกที่ดูแลคลัสเตอร์เรื่องสังคมและสวัสดิการ เพียงเพราะว่ามาจากพรรคเดียวกัน
สุดท้ายครับ พฤติกรรมที่ 5 ครับ คือข้อหาเรื่องการทุจริตครับ ผมดีใจครับที่ท่านนายกออกมาพูดอย่างแข็งขันว่าท่านรู้สึกอับอายกับคะแนนความโปร่งใสและสถานการณ์การทุจริตของประเทศเราที่ตกต่ำสุดในรอบ 10 กว่าปี หากใช้ความเป็นธรรมครับ ถ้าจะยึดแค่เพียงคำพูด ข้อความคำพูดในเอกสารคำแถลงนโยบายนี้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการทุจริต ผมว่าใช้ได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยข้อมูลรัฐในรูปแบบที่วิเคราะห์ต่อได้ หรือว่า machine readable ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันเรื่องของ superlic หรือว่า Omnibus Law แต่ท้ายสุดแล้วครับ คำพูดเหล่านี้จะสวยหรูแค่ไหน มันจะขาดความน่าเชื่อถือครับ หากท่านนายกในฐานะผู้นำสูงสุดของประเทศยังไปกระทำการหลายอย่างที่เป็นการเปิดช่อง หรือสุ่มเสี่ยงจะเป็นการไปพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชันเสียเอง
ตัวอย่างแรกครับ การทุจริตประเภทหนึ่งที่เรามักจะไม่ให้ผู้รับเหมาทำกันครับ คือการไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทที่ถูกตั้งขึ้นมาควบคุมงานก่อสร้าง เพราะจะเข้าข่ายปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ท่านนายกครับ ก็เลือกที่จะตั้งรองนายกพิพัฒน์ไปเป็น ผอ. สปก. นั่งหัวโต๊ะดูแลเรื่องการแก้ปัญหาธุรกิจพลังงาน เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ทั้งๆที่รู้ว่ารองนายกพิพัฒน์นั้นถือหุ้นในธุรกิจน้ำมันแทบจะครบวงจร และวันนี้ก็ยิ่งชัดขึ้นไปใหญ่ว่าอาจจะเป็นเจ้าหนี้ของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมันที่อ่างทอง และอาจจะด้วยซ้ำ คิดไม่ได้ตอนตั้งว่าแย่แล้วครับ แต่ที่แย่กว่าครับ คือพอหลายฝ่ายทักท้วงท่าน ไม่ว่าจะเป็นสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะประชาชนทั่วประเทศ หรือไม่ว่าจะผ่านใบลาออกของรองนายกพิพัฒน์เสียเอง ท่านนายกก็ไม่ฟังครับ ดึงดันปล่อยให้ท่านพิพัฒน์ดำรงตำแหน่งต่อไป ปล่อยให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อไป จนในที่สุดครับ ผ่านไปเป็นสัปดาห์ครับ ท่านถึงยอมให้สัมภาษณ์ว่าท่านจะไม่ตั้งรองนายกพิพัฒน์กลับมาเมื่อ สปก. สิ้นสภาพตาม ครม. รักษาการ
ทุจริตอีกประเภทหนึ่งครับ คือการที่ผู้รับเหมานั้นได้งานมาโดยไม่สุจริต ไม่ว่าจะผ่านการจ่ายเงินใต้โต๊ะ หรือการฮั้วประมูลครับ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มีเสียงสนับสนุนจากรัฐสภามากที่สุดยุคหนึ่งครับ แต่ก็เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรมของฐานอำนาจตนเองมากที่สุดครั้งหนึ่งเช่นกัน รัฐสภาของเราทราบดีครับ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ครับ คือสมาชิกวุฒิสภาครับ ยอมรับครับว่าไม่มี ส.ว. ท่านใดครับที่อยู่พรรคเดียวกันกับท่านนายกครับ แต่มี 134 ท่านนะครับที่อยู่ในสำนวนเดียวกันครับ สำนวนที่ถูกจัดทำโดยคณะไต่สวนของ DSI และ กกต. เกี่ยวกับคดีการโกง ส.ว. และล่าสุดมีมติชี้ว่ามีมูลและเสนอให้ กกต. สั่งฟ้องไปที่ศาล
ในฝั่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ จริงอยู่ครับ พวกเรามาจากการเลือกตั้งครั้งเดียวกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยข้อพิรุธครับ ผมไม่ได้สะดวกสรุปนะครับว่าพรรคท่านนายกหรือท่านนายกนั้นไปเกี่ยวข้องกับข้อพิรุธเหล่านี้ แต่ในเมื่อพรรคที่ชนะการเลือกตั้งในสุพรรณบุรีเขต 2 ซึ่งเป็นเขตที่มีการนับคะแนนใหม่ในบางหน่วย และผลมันเปลี่ยนแบบเท่าตัว บังเอิญเป็นพรรค ในเมื่อการเลือกตั้งครั้งนี้ที่พรรคท่านชนะเป็นครั้งแรก ก็บังเอิญเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกที่มีบาร์โค้ดที่สามารถระบุรหัสบัตรและตรวจสอบย้อนกลับไปได้ว่าใครเลือกใคร และในเมื่อข้าราชการกระทรวงมหาดไทยครับ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ บังเอิญถูกโยกย้ายมากที่สุดตั้งแต่ปี 2562 ไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้ง โดยกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ภายใต้รัฐมนตรีที่ชื่อว่าอนุทิน ชาญวีรกูล
ผมเลยย้ำครับว่าถ้าท่านอยากใช้ประชาชนเชื่อมั่นว่าไอ้ความบังเอิญพลเหล่านี้มันเป็นแค่ความบังเอิญจริงๆ ท่านลุกขึ้นมายืนยัน 2 เรื่องครับ เรื่องแรกครับ ท่านลุกขึ้นมายืนยันครับว่าท่านจะสนับสนุนให้สภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อให้ทุกพรรค ร่วมไปตรวจสอบปัญหาการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพื่อทำให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัยและไม่มีใครมากล่าวหาได้ว่ามี ส.ส. คนไหน พรรคไหนที่เข้ามาที่นี้ได้เป็น ส.ส. ได้เพราะโกงการเลือกตั้ง อย่างที่ 2 ครับ ท่านลุกขึ้นมายืนยันครับว่าท่านยินดีให้ กกต. มีมติสั่งฟ้องท่านและพรรคพวก ตามมติของคณะไต่สวนเกี่ยวกับกรณีการโกง ส.ว. เพื่อให้ท่านได้ไปพิสูจน์ในชั้นศาลครับ ว่า ครม. ของท่านไม่มีรัฐมนตรีคนไหนที่ไปปล้นอำนาจมาจากพี่น้องประชาชนครับ
ฉะนั้นโดยสรุปท่านประธาน ผมมีความหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับว่าเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ 5 พฤติกรรม 5 อาการที่ผมได้ตั้งข้อสังเกตและเป็นกังวล และได้นำเสนอต่อท่านประธานเมื่อสักครู่นั้น จะเป็นเพียงอาการชั่วคราวครับ ที่รัฐบาลชุดนี้จะปรับปรุงตัว และพิสูจน์ว่าผมประเมินท่านผิดไปครับ พวกผมในฐานะพรรคฝ่ายค้านครับ จะทำหน้าที่เป็นเงาครับ คอยติดตามเฝ้าดูตรวจสอบทุกย่างก้าวของท่านเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และในเมื่อผู้รับเหมาครับ ยังสามารถถูกนำมาขึ้นบัญชีดำได้ ผมก็ต้องทิ้งท้ายแบบนี้ครับว่า หากพวกเราค้นพบว่ารัฐบาลท่านเดินหน้าโดยการเบี้ยวสัญญาส่งงานช้า ลดสเปคโยนงาน หรือกระทำการทุจริตใดๆ ครับ พวกเราสภาแห่งนี้ครับ ก็ต้องเรียกท่านมาขึ้นบัญชีดำเช่นกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
>> ครับท่านสมาชิกรัฐสภาครับ เป็นอันว่าการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้เสร็จลงแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีจะกล่าวเพิ่มเติมอะไรต่อที่ประชุมหรือไม่ ถ้ามีเรียนเชิญครับ
>> กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นผมในนามของคณะรัฐมนตรีต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกสภาทุกท่านนะครับ ที่ได้ร่วมกันอภิปราย ให้ความเห็น แสดงความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ ข้อห่วงใยต่อการแถลงนโยบายของรัฐบาลของผมนะครับ ผมเข้าใจดีว่าต่างฝ่ายก็ต้องต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ความเห็น ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ คำอภิปรายของท่านทั้งหมดนั้น ผมยืนยันได้เลยนะครับว่าทุกถ้อยคำนะครับ พวกเราทุกคนที่เป็นคณะรัฐมนตรีอยู่นี้ได้รับฟังรับทราบ ในส่วนที่เป็นประโยชน์ เป็นสาระ เป็นความจริง เรายินดีที่จะนำไปประยุกต์ใช้แล้วก็นำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนของพวกเรา
ผมตระหนักดีว่าความท้าทายที่ประเทศของเรากำลังเผชิญอยู่นะครับ ไม่ว่าจะระยะสั้นหรือระยะยาวเนี่ย ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พวกเราทุกคน หมายถึงคณะรัฐมนตรีนะครับ ให้คำยืนยันครับว่าเราจะผลักดันให้ทุกอย่างที่ได้กล่าวไว้ในการแถลงนโยบายเนี่ย ได้ประสบความสำเร็จด้วยความมีประสิทธิภาพ นโยบายทั้ง 23 ข้อ มันคือนโยบายหลักที่พวกเราทุกคนจะต้องดำเนินการภายในเทอมของรัฐบาล ก็หวังว่าจะอยู่ได้ครบ 4 ปีนะครับ เพราะว่าพวกเราทุกคน ได้มีความตั้งใจและคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ผมก็ได้คัดเลือกมาด้วยความรอบคอบระมัดระวัง ทั้งเรื่องของวุฒิ เรื่องประสบการณ์ เรื่องประวัติของทุกคนนะครับ กว่าจะเอ่อตัดสินใจให้แต่ละท่านเนี่ย ไปรับผิดชอบในกระทรวงต่างๆ ผมให้คำยืนยันว่าผมได้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ
ผมก็ขอเรียนนะครับว่า ข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ท่านได้พูดถึงตัวผมว่า ผมไม่ตั้งใจทำงาน โยนงานไม่รับผิดชอบงาน บริหารไม่เป็น อันนี้ก็ มันก็เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่ายเหมือนกัน เพราะว่าฝ่ายนี้ก็บอกผมเก่ง ผมบริหารดี ทำได้ดีนะครับ มีความรับผิดชอบ รักประชาชน ฝ่ายนี้ก็บอกอีกอย่างหนึ่ง ไม่เป็นไร นั่นมันบทบาทของเรา แต่ต้องขอความกรุณาว่าต้องพูดความจริงฮะ แล้วก็ต้องทำการบ้านให้มากกว่านี้นะครับ ท่านสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายผมเมื่อสักครู่เนี่ย ยังต้องต้องบอกว่าท่านไม่ทำการบ้านจริงๆ นะครับ ท่านบอกว่าผมเอาคลัสเตอร์ ที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทยนะ มาดูเอง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตร กระทรวงเกษตรเนี่ย ท่านรองยศชนันท์เป็นท่านเป็นคนดูครับ คลัสเตอร์ คำว่าคลัสเตอร์ เอ่อ ที่พูดเนี่ย ผมอาจจะหมายในส่วนของผมเนี่ย ก็คือว่าเป็นคลัสเตอร์ที่ในส่วนของเป็นพรรคภูมิใจไทย ผมก็ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละท่านได้ดูแลหน่วยงานนะ ครับตามเอ่อที่ผมได้มอบหมายไป ส่วนที่เป็นกระทรวงในการกำกับดูแลรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทยทุกกระทรวง ท่านรองนายกท่านอาจารย์ยศนันท์เป็นผู้ดูแลด้วยอำนาจเต็มนะครับ
ผมบริหารงานก็แบบนี้ฮะ ตั้งแต่อยู่เป็นผู้บริหารภาคเอกชน เพราะว่าผมอาจจะเป็นพรสวรรค์ของผมก็ได้นะ ผมสั่งงานเป็น ผมรู้ว่าคนไหนเก่งตรงไหน ผมรู้ว่าคนไหนมีความสามารถที่จะไปทำอะไร แล้วสามารถนำผลงานกลับมาส่งมอบผมด้วย สิ่งที่ผมต้องการ ผมคิดนะครับ เวลาผมส่งมอบงานมอบหมายงานใครเนี่ย ไม่ใช่ผมคิดถึงใครคิดถึงรัฐมนตรีพราดขึ้นมาคนแรกแล้วก็เลยมอบหมายงานที่ไม่ถนัดไม่เคยครับ ทุกคน ที่ผมมอบหมายงานให้ทำเนี่ยนะครับ ผมต้องมั่นใจว่าเขาทำได้ ด้วยความคิด ด้วยเป้าหมายที่ผมต้องการ แล้วก็ไม่มีใครที่กลับมาด้วยสิ่งที่ทำไม่ได้ สำหรับผม รัฐมนตรีคนไหน รองนายกคนไหน กลับมาด้วยความล้มเหลวนะครับ เขารายงานเสร็จเขาก็รู้ว่าเขาก็ต้องไปเก็บของนะครับ แล้วก็ต้องอ่าอ่าให้คนที่มีความสามารถที่ดีกว่ามาทำ
ตัวผมเอง ผมก็บริหารงาน ทำงานในลักษณะที่ผมทำมาแล้ว ผมก็ประสบความสำเร็จมานะ ในทุกๆด้าน ล้มเหลวมั้ยบ้างมั้ย มีล้มเหลวนะครับ มีล้มเหลวบ้าง แต่ว่าสำเร็จมากกว่านะครับ มันก็เลยทำให้ผมก็สั่งสมประสบการณ์ ในการที่จะเอ่อดูว่าคนนี้ถนัดอย่างนี้ คนนี้ถนัดอย่างนั้น ผมก็มอบงานให้เขาทำไป ผมคิดก่อนครับ ผมรับรองเลยครับว่าผมคิดก่อนนะครับ แล้วก็อย่างที่ท่านบอก ท่านบอกว่าเดี๋ยวผมจะไปมอบหมายให้ใครมาตอบกระทู้ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่ต้องมาตอบกระทู้ครับ ถ้าผมว่างผมก็มาในส่วนที่ผมรับผิดชอบผมก็มา วันนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรีนะ นะครับ ก็ต้องขอบคุณท่านทำให้ผมเป็นครั้งแรก ต้องขอบคุณจริงๆนะครับ แต่ว่าวันนี้ผมมาเป็นนายกมนตรีแล้ว ผมก็ควบที่กระทรวงมหาดไทยด้วย ผมก็ตั้งรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยถึง 3 คนมาช่วยผมทำงาน แล้วก็หน้าที่ที่ผมมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยได้ทำนั้น ก็คือต้องมาช่ต้องมาตอบกระทู้ในสภาหน้า ที่ที่ผมมอบหมายให้คณะรัฐมนตรีของผมทุกคนต้องทำ ก็คือต้องมาตอบกระทู้ในสภาให้ความสัมพันธ์สภา
เมื่อเย็นนี้เห็นรัฐมนตรีเพียง 2-3 ท่านอยู่บนเวที ผมก็ line เข้าไปในกลุ่มรัฐมนตรีของผมแล้วบอกว่าต้องให้เกียรติสภา ขอให้ขึ้นมารับฟังการอภิปรายของสภา ผมทำงานอย่างงี้ครับ อันนี้เรียกว่าโยนหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ มีสมาชิกในช่วงหัวค่ำก็บอกว่าผม เอ่อ ทำงานแต่ส่วนใหญ่ก็ซ้ำๆ นะครับ โยน ใช้คำว่าโยน เอ่อ มอบหมายให้รัฐมนตรีเกษตรไปแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ ท่านรองธรรมนัสตอนนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ แล้วก็ไม่ใช่มอบหมายครับ สั่งการเลยครับ ให้ท่านเป็นประธานในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกษตร เพราะว่าท่านกำกับดูแลกรมชลประทานซึ่งต้องทำเอ่อ ต้องใช้ทรัพยากรอย่างมากในช่วงน้ำท่วมที่หาดใหญ่ไปแก้ไขปัญหา ตัวท่านไปลุยน้ำเห็นว่าท่านทำงานดักพวกผมก็ไปลุยน้ำก็เห็นว่าผมก็ลงไปสัปดาห์นึง 2-3 ครั้งไปแก้ไขปัญหาแล้วก็ภายใน 2 สัปดาห์มันก็พลิกฟื้นกลับมาครับ ผมลุยน้ำจริงนะครับ ผมไม่ใช่ไปที่แบบน้ำแค่หัวเข่าแล้วก็พยายามกดตัวลงไปแล้วก็ถ่ายรูปแล้วก็ให้เห็นว่าเออผมไปลุยน้ำไปว่ายน้ำไม่ใช่ผมไม่ได้ทำงานแบบนั้น ผมลุยก็ลุยจริงๆ ถ้ามันน้ำไม่ท่วมผมก็ไม่พยายามที่จะเอาชูชีพใส่แล้วกดตัวลงไปผมไม่ต้องสร้างภาพแบบนั้นนะครับ แล้วก็ต้องอยากจะต้องเรียนให้ทุกท่านได้ทราบว่าเวลาทำงานผมไม่มีตำแหน่งครับ ผมเป็นผมลงพื้นที่ปุ๊บผมก็ลุยทำงานกับเจ้าหน้าที่ทุกคนนะ ครับเพราะฉะนั้นไอ้เรื่องโยนคนงานเรื่องไม่รับผิดชอบงาน ผมไปร้อย 7 ย่านน้ำครับ ไปรบผมก็ไปครับ ไปตรวจแนวชายแดนนะครับ กลับระเบิดอยู่ข้างๆ 2-3 เมตรก็ไปทำให้ถึงทราบว่าหน้างานมันเป็นยังไง ชายแดนมันเป็นยังไง เวลามีต่างชาติมากดดันมาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เหมือนพวกท่านนั่นแหละ รับรายงานแล้วมาพูดกับผมไง พวกๆ เนี่ย พอทำอย่างนี้ปุ๊บ มาถึงก็ก็ต้องก็ต้องถูกตอกหน้าหงายกลับไปอ่ะ เพราะว่าผมอยู่หน้างานครับนะ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้น การที่จะมากล่าวหาอะไรผมนั้น ถ้าผมไม่ได้ทำผมก็จะยืนตรงนี้แล้วก็บอกกับท่านว่าผมไม่ได้ทำ เออ ขอบคุณนะที่เตือน ผมไม่ได้ไปทำอย่างนั้นจริงๆ ผมจะไม่พยายามมาแก้ตัวว่าผมได้ทำอย่างนั้นนะครับ ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนชี้แจงจริงๆ ผมไม่ควรจะต้องมาตอบแบบนี้ เพราะว่ารัฐมนตรีทั้งหลายของผมเนี่ยก็ได้เอ่อ ชี้แจง นี่ก็นี่ก็คือการบริหารของผมเหมือนกัน รัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละกระทรวงก็ต้องชี้แจงข้อสงสัย ตอบตอบข้อสงสัยนะครับให้กับสมาชิกรัฐสภาที่เคารพทุกท่านว่าเขาเอ่อได้รับฟังท่านแล้วเขามีวิธีการที่จะดำเนินการหรือคลายความกังวลของท่านอย่างไร
พวกเราเข้าใจดี ผมเข้าใจดีว่าความห่วงกังวลของพวกท่าน ความเห็นของพวกท่าน ข้อเสนอของพวกท่านน่ะ ท่านทำเพื่อประชาชนทั้งนั้น ตรงนี้เป็นสิ่งอย่างน้อยมีสิ่งหนึ่งที่เราเห็นตรงกันก็คือเพื่อประชาชน ผมไม่เคยมีความสงสัยเลยว่าท่านทำทุกอย่างเพื่อตนเองนะครับ เรื่องของเอ่อการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละท่านในคณะรัฐบาลของผมก็ขอยืนยันต่อรัฐสภานี้ครั้งว่าผมให้อำนาจอย่างเต็มที่ครับ แล้วก็ทุกคนก็ต้องรับผิดชอบในการทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดีนะครับ ยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมทั้งคุณวุฒิ วุฒิประสบการณ์และความทุ่มเทในการทำงานนะครับ ก็อย่างเดียวก็คือขอให้พวกเราทุกคนเนี่ยเอ่อ นำสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงมาแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ เราเราต้องไม่ปั้นน้ำเป็นตัว เราต้องพูดถึงสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง แล้วถ้ามันเป็นความจริงเมื่อไหร่ ตรงไหนเป็นข้อบกพร่อง ผมยินดีที่จะเอ่อ ยอมรับ แล้วก็นำไปปรับปรุงแก้ไขนะครับ ท่านคงเห็นว่าผมก็ออกมาขอโทษประชาชนหลายครั้งเวลาทำอะไรแล้วมันรู้สึกว่ายังไม่เอ่อเป็นที่พอใจของพี่น้องประชาชน ทั้งที่หลายๆครั้งก็ไม่ได้รู้สึกว่าเอ่อเราทำไม่ถูก แต่ว่าก็เข้าใจแล้วก็ต้องเอ่อเห็นแก่พี่น้องประชาชน ถ้าพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ที่ เป็นผู้เลือกพวกเราเข้ามาบอกยังไม่พอใจ ก็ต้องถือว่าเรายังทำไม่ดีพอก็ออกมาขอโทษ แล้วก็ทำต่อไปให้มันเรียบร้อยให้มันดีนะ ครับ
สุดท้ายนี้ผมก็คิดว่าอย่างไรก็ตาม เราก็ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ทุกคน ผมรับฟังจดบันทึกนะครับ สิ่งที่ท่านได้แนะนำให้รัฐบาลของผมไปปฏิบัติ ผมยืนยันครับว่าสิ่งที่อยู่ในนโยบายนะครับ เราพูดแล้วทำอยู่แล้วครับนะครับ แล้วก็สิ่งที่ท่านได้แนะนำมาให้พวกผมไปปฏิบัติผมก็จะยินดี เพราะว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องเอ่อทำเฉพาะนโยบาย 23 ข้อที่แจ้งไว้นะครับ มีอีก มีจะมีกี่ข้อถ้าเป็นประโยชน์กับประเทศกับประชาชน ผมพร้อมที่จะ แล้วก็ในเรื่องของการสนับสนุนภารกิจของรัฐสภานะครับ ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลผมยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ กระบวนการมันมีอยู่แล้ว ถ้าทำให้มันตามกระบวนการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ผมยินดีอย่างเต็มที่นะครับ แต่เรื่องของการที่ท่านสมาชิก ท่านล่าสุดที่อภิปรายอย่างเช่นบอกว่าผมต้องพร้อมยินดีรับยินดีให้ กกต. เอ่อ ดำเนินคดีหรือสอบอะไรผมเนี่ย อันนี้ต้องแล้วแต่ กกต. ครับ ยินดีไม่ยินดีแน่นอนครับ ใครจะไปยินดีให้ตัวเองถูกดำเนินคดีล่ะครับท่าน ใช่ไหมท่าน หรือว่าท่านยินดีก็เชิญท่านคนเดียว นะฮะ แต่ผมไม่ยินดีแน่นอน ก็อยู่ที่ กกต. บอกเขา มีกรรมการ มีอนุกรรมการ มีอะไรก็แล้วแต่ ถ้าทำผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกดำเนินคดีครับ ไม่มีใครที่จะหลุดพ้นไปได้ ต่อให้มีอิทธิพลขนาดไหนก็ไม่หลุดพ้นตรงนี้ไปได้ ส่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมการวิสามัญในส่วนที่เป็นพรรคภูมิใจไทย ถ้าเรื่องนั้นถูกต้องตามกระบวนการและสภาทุกอย่าง พวกเรายินดีนะครับ ให้การสนับสนุนพวกท่านอยู่แล้ว ไม่เคยลืมพระคุณที่ท่านมีต่อผมนะครับ เพราะฉะนั้นเอ่อ ก็คิดว่าเราก็ยังคงต้องทำงานรับใช้ชาติด้วยกัน ด้วยความสร้างสรรค์นะครับ ท่านทำหน้าที่ของท่าน พวกผมทำหน้าที่ของผม ขออย่างเดียวครับ มีประชาชนเป็นเป้าหมาย เป็นศูนย์กลาง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเรา กราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาที่ให้โอกาสผมมาแถลงนโยบายในวันนี้ และหลังจากวันนี้เป็นต้นไป รัฐบาลนี้ก็จะมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่แล้ว พวกเราทุกคนก็จะทุ่มเททุกสรรพกำลังทุกสิ่งที่เรามีอยู่ ทำงานรับใช้แผ่นดิน รับใช้พี่น้องประชาชน แล้วก็ทำให้ประเทศไทยของเราได้ก้าวหน้า ได้เจริญ ได้มีพลังขับเคลื่อนให้เป็นประเทศที่แข็งแรง มั่นคง เป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
>> ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและท่านสมาชิกทุกท่านครับ วันนี้ท่านขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ เป็นสิทธิ์ของสมาชิก ประธานข้อบังคับข้อที่ 47 วรรค 2
>> มันจบแล้วล่ะครับ
>> ไม่ครับพิงเสียหายครับท่านประธานขออนุญาต ครับ
>> ตั้งใจไม่ขัดจังหวะเพราะยังต้องการให้เกียรติท่านนายกท่านสมาชิกครับ
>> ท่านหาว่าผมไม่ทำการบ้านผิดครับ ไม่ใช่ครับ ถ้างั้นอ่าผมผมเรียนผมอนุญาตไม่ได้ เพราะมันจบแล้วครับ
>> ไม่เปิดประเด็นใหม่ครับท่านประธานยังไม่ปิดก็ขอปิดประชุมครับ แม่ก็ไปหยิบเองผมก็บอกว่าก็เพราะว่ายให้ให้เทนไง
22:13 น. มาสรุปการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้นะคะ ที่มีการพิจารณาเรื่องด่วนทางคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาค่ะ โดยทางสมาชิกรัฐสภามีการตั้งข้อสังเกตถึงการแก้ไขปัญหาแก๊งสแกมเมอร์นะคะ พร้อมกับมีการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งคิดสูตรคำนวณราคาน้ำมันด้วยค่ะ ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ขอบคุณสมาชิกรัฐสภานะคะ ที่มีข้อห่วงใย มีข้อเสนอแนะต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ พร้อมนำไปปฏิบัติค่ะ ตระหนักถึงความท้าทายที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้นะคะ ขอให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกัน แล้วก็เห็นความสำคัญของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมที่จะเข้ามาตอบกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรด้วยค่ะ การประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลา 8:00 น. นะคะ มีนายมงคล สุรสัจจะ รองประธานรัฐสภาทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นการอภิปรายต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 และเป็นวันสุดท้ายของการอภิปราย โดยนายรังสิมัน โรม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภากล่าวถึงนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดการเครือข่ายสแกมเมอร์และกลุ่มทุนสีเทา โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจและจริงจังในการแก้ปัญหา ทั้งที่มีผู้ได้รับผลกระทบและมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก แต่กลับไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ ในขณะที่ต่างประเทศเช่นสิงคโปร์ จีน กลับสามารถจับกุมและดำเนินคดีได้ ซึ่งเป็นกลุ่มคนในเครือข่ายสแกมเมอร์เดียวกับกลุ่มที่ก่อคดีในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการออกหมายจับคนในเครือข่ายสแกมเมอร์ แต่ก็เป็นเพียงหมายจับภายในประเทศ ไม่ใช่การออกหมายแดงของตำรวจสากล เมื่อมีการหนีออกนอกประเทศจึงไม่สามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้ พร้อมกับชี้ว่าการที่รัฐบาลไม่ดำเนินการให้ตำรวจออกหมายแดงแบบนี้ ทำให้เกิดความสงสัยว่าแท้จริงแล้วรัฐบาลเอาจริงต่อการแก้ปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์หรือไม่ นอกจากนี้ก็ยังได้กล่าวถึงคดีการกักตุนน้ำมันในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง โดยตำรวจได้สืบทราบแล้วว่าตัวการในคดีกักตุนน้ำมันเป็นใคร แต่ก็ยังไม่มีการขยายผลจับกุม ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าบุคคลดังกล่าวอาจมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับนักการเมือง ดังนั้นจึงอยากจะเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเลิกเกรงใจและใช้โอกาสนี้ดำเนินการอย่างจริงจัง รวมถึงต้องตรวจสอบนักการเมืองว่ามีความเกี่ยวข้องกับทุนสีเทาหรือไม่ เพราะนี่คือไทยเทาที่คอยเคลียร์ทางให้อำนาจมืดสามารถเข้าซื้ออำนาจรัฐในประเทศไทยได้ค่ะ
>> วันนี้เราต้องยอมรับว่าปัญหาทุนสีเทา ทำลายบ้านเมืองของเราเป็นปัญหาที่หนักหนาจริงๆ ค่ะ การขยายอาณาจักรและสร้างเครือข่ายด้านมืดกว้างใหญ่ไพศาลกว่าที่เราเคยมองเห็นจากสแกมเมอร์และน้ำมันเถื่อนไปเครือข่ายเหล่านี้กลับกลายเป็นเครือข่ายเดียวกัน พวกเขาทำหน้าที่คล้ายๆ กันค่ะ คือหาเงินจากธุรกิจผิดกฎหมาย สร้างเครือข่ายราชการ มีพวกพ้องในการเมือง เงินที่ได้จากธุรกิจผิดกฎหมายก็นำมาใช้ในการเลือกตั้ง เมื่อได้รัฐบาลที่ตัวเองหนุนก็เอาอำนาจรัฐนั้นไปปกป้องธุรกิจของตัวเองแล้วถอนทุนกลับคืนมาเป็นวัฏจักรอุบาทว์ที่กัดกินทำลายสังคมไทย
ด้านนายกร จาติกวณิช ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท้วงติงนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องปัญหาราคาน้ำมัน ปัญหาค่าไฟฟ้าสูงขึ้น เพราะรัฐบาลไม่มีนโยบายที่ชัดเจนที่จะแก้ปัญหานี้ เป็นเพียงการใช้ยุทธศาสตร์ซื้อเวลาเท่านั้น ซึ่งการแก้ปัญหาที่ผ่านมา รัฐบาลตัดสินใจแก้ปัญหาบนความเกรงใจนายทุนมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้นจึงอยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งกำหนดสูตรการคำนวณราคาน้ำมัน รวมถึงการปรับเปลี่ยนสูตรการซื้อแก๊สหรือการนำเข้าแก๊สของเอกชนใหม่ เพราะสูตรเดิมที่ใช้อยู่มีช่องโหว่ให้เอกชนที่นำเข้าสามารถขายแก๊สให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในราคาที่แพงกว่าต้นทุน ซึ่งทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นและมีผลต่อค่าครองชีพของประชาชน
พร้อมกันนี้ มีการตั้งข้อสังเกตกรณีที่มีกลุ่มทุนเทา หรือกลุ่มสแกมเมอร์เข้าซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของไทย แม้ต่อมาจะมีการตรวจสอบและนำไปสู่การยึดทรัพย์ได้ แต่ว่าการทำงานของหน่วยงานในกำกับของรัฐที่เกี่ยวข้อง กลับล่าช้าจนทำให้สูญเสียโอกาสที่จะยึดทรัพย์ที่มาจากการหลอกลวงประชาชน เพราะมีการถ่ายโอนทรัพย์สินไปก่อนที่จะยึดทรัพย์ นอกจากนี้ปัญหาเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นหากไม่ได้รับความร่วมมือจากคนในประเทศ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่จะพิสูจน์รัฐบาลว่าจะมีความจริงใจในการจัดการเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน และจะมีความกล้าที่จะตรวจสอบคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เกิดจากคนต่างชาติเท่านั้น แต่มีคนไทยเกี่ยวข้องด้วยค่ะ
>> สูตรการซื้อแก๊ส LNG ซึ่งต้องนำเข้าและวันนี้ราคาสูงขึ้นมาก ก็เป็นสูตรที่เปิดช่องโหว่ให้เอกชนผู้นำเข้าสามารถที่จะขายแก๊สที่สั่งซื้อมาให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในราคาที่แพงกว่าต้นทุนของเอกชนผู้นำเข้า เรื่องเหล่านี้ช่องโหว่แบบนี้ไม่ควรมีครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก รัฐบาลควรที่จะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนนะครับว่า จะเข้ามาปรับโครงสร้างการกำหนดไม่ว่าจะ เป็นราคาน้ำมันไม่ว่าจะเป็นราคาการคำนวณค่าไฟอย่างไร เพื่อลดประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
>> ท่านประธานครับ นอกเหนือจากเรื่องของต้นทุนพลังงานที่มีผลต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนแล้ว วันนี้อีกเรื่องสำคัญที่ผมอยากที่จะนำเสนอต่อรัฐบาลผ่านท่านประธานนะครับ ก็คือเรื่องของประเด็นปัญหาทุนเทา ทุจริต สแกมเมอร์ เรื่องนี้ก่อนเลือกตั้งถือเป็นเรื่องใหญ่มากครับ ทุกพรรคการเมืองต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน แต่หลังการเลือกตั้งผ่านไปแล้วปรากฏว่าความเข้มข้น ความจริงจังในเรื่องนี้ลดหายไปในนโยบายที่ท่านรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวานนี้นะครับ ท่านได้พูดถึงเรื่องนี้เสมือนกับเป็นหนึ่งใน quick win ของท่าน พูดเพียงว่าการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างเข้มข้นถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จของรัฐบาลอนุทิน 1 พูดเสมือนกับภารกิจเรื่องนี้จบไปแล้วแทบจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลยนะครับในนโยบายในส่วนที่เหลือ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการอภิปรายของสมาชิก คณะรัฐมนตรีต่างสลับสับเปลี่ยนลุกขึ้นชี้แจง โดยมีศาสตราจารย์ ยศชนันท์ วงษ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ได้ชี้แจงถึงความสำคัญในการยกระดับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจมูลค่าสูง ประชาชนมีรายได้ที่สูงขึ้น โดยการเชื่อมโยงนโยบายด้านการต่างประเทศ นโยบายสังคม สิ่งแวดล้อม การจัดการภัยพิบัติ รวมถึงนโยบายการจัดสวัสดิการสังคมเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ในส่วนการส่งเสริมเรื่องนี้ต้องบูรณาการหน่วยงานของรัฐ ทั้งสถาบันการศึกษา กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยต้องพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หากมีนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านใดที่เกี่ยวกับภาคการเกษตร ก็ต้องให้มหาวิทยาลัยในระดับภูมิภาคและพื้นที่ได้ส่งเสริมองค์ความรู้ไปยังเกษตรกรควบคู่กัน พร้อมกับเน้นย้ำนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ โดยจะนำศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี และวิทยาศาสตร์สังคม รวมถึงการบริการทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์สมุนไพรมาปรับใช้ในธุรกิจด้านนี้ หากขับเคลื่อนเรื่องนี้สำเร็จเชื่อว่าจะเพิ่ม GDP ให้กับประเทศและสร้างงานรองรับสังคมสูงวัยในอนาคตด้วยค่ะ
>> นวัตกรรมจะไปสู่ภาคเศรษฐกิจได้ยังไงบ้าง เรามีแนวทางที่ว่าวันนี้ประเทศไทยผมให้ความสำคัญกับพี่น้องรากหญ้า ในขณะเดียวกันเราต้องไม่สูญเสียเอกราชทางด้านเทคโนโลยีให้กับประเทศใด สิ่งที่เราจะพยายามนำเป็นตัวชูโรงก็คือเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ Wellness นะครับ เศรษฐกิจสุขภาพ ตรงนี้หลายคนให้ความมั่นใจว่าถ้าวันนี้เราจะพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ Wellness เศรษฐกิจสุขภาพ ประเทศไทยสามารถขึ้นเป็นอันดับ 1 ได้ และแน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่มีใครที่จะเถียงเราได้ นั่นหมายถึงเรื่องของศิลปะ วัฒนธรรม เรื่องเกี่ยวกับดนตรีต่างๆ เรื่องเกี่ยวกับโซเชียล Sci สายสังคมนะครับ แน่นอนว่าเรื่องเกี่ยวกับทางด้านของการบริการทางการแพทย์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญ การที่เรามีความหลากหลายทางชีวภาพ เราสามารถที่จะชูลงในเรื่องเกี่ยวกับอ่าผลิตภัณฑ์ เรื่องของสมุนไพรนะครับ ตรงนี้ได้เช่นกัน
ส่วนนายกร จาติกวณิช ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ เนื่องจากอาจมีกลุ่มที่มีผลประโยชน์พร้อมที่จะให้นโยบายนี้กลายเป็นเพียงกระดาษอีกทั้งรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับนโยบายการยกเลิก MOU 44 เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างประเทศและอาจจะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางทะเลเชื่อมโยงไปถึงน้ำมันและก๊าซจำนวนมาก ถือเป็นชนวนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์การปะทะระหว่างไทย กัมพูชา พร้อมเสนอให้รัฐบาลทบทวนยกเลิกฟรีวีซ่า เพราะอาจจะเป็นช่องว่างให้อาชญากรจากต่างประเทศเข้าออกไทยได้ง่าย อีกทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหรือ ตม. ก็ไม่สามารถตรวจสอบตั๋วเดินทางได้ จึงทำให้มีแก๊งมาเฟียจำนวนมากในหลายพื้นที่ท่องเที่ยวของไทย หากยกเลิกฟรีวีซ่าได้เชื่อว่าประเทศไทยจะกลับมามีความปลอดภัยมากขึ้นค่ะ
>> เรื่องที่ 1 ครับ คือเรื่องของ MOU 44 MOU 44 เนี่ยเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ เพราะมันเป็นสัญญาที่ได้จะต้องแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา เรื่องใหญ่เนี่ยคือทรัพยากรใต้ทะเลเนี่ย ที่อาจจะพูดถึงน้ำมันและแก๊สธรรมชาติจำนวนมากเนี่ย มันเป็นชนวนครับ เป็นชนวนที่ทำให้เกิดเหตุของการปะทะระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาในรอบที่ผ่านมา ซึ่งผมเห็นครับว่าในเล่มนี้เขียนชัดครับว่าต้องยกเลิกครับ เรื่องที่ 2 ครับ คือเรื่องของการยกเลิกฟรีวีซ่าการทบทวนครับ เพราะว่าปัจจุบันนี้ครับท่านประธานอาชยากรณ์จำนวนมากครับจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาที่ประเทศของเราครับ เพราะว่าประตูบ้านของพวกเราเนี่ยมันเปิดอ้าซ่าครับ ตม. ในปัจจุบันเนี่ยไม่มีการตรวจนะครับว่าต้องมีตั๋วเครื่องบินกลับ ไม่ได้สามารถที่จะดูว่าเขามีเงินมาเที่ยวเมืองไทยหรือเปล่า ปรากฏว่าทำให้เราเกิดมาเฟียจำนวนมาก ทั้งมาเฟียในสมุย ในภูเก็ต ตอนนี้อยู่เชียงใหม่ อยู่ปาย อยู่เกาะพะงัน เพราะฉะนั้นหากเราเลิกยกเลิกฟรีวีซ่าได้ แล้วรัฐบาลทำสำเร็จครับ ประเทศไทยจะกลับมาปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง
จากนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ลุกขึ้นชี้แจงในบางช่วงบางตอนระหว่างการอภิปรายของสมาชิก กรณีที่ต้องการให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เรื่องนี้กระทรวงแรงงานไม่ได้ละเลยและมีเป้าหมายในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ เพราะหากปฏิบัติไม่ได้จะเกิดปัญหา เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันยังมีวิกฤตด้านพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ก็ยืนยันถึงเป้าหมายก็คือการปรับปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแน่นอน โดยจะมีการประเมินถึงอัตราเงินเฟ้อและตัวเลขทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลิตภาพของแรงงาน ควบคู่กันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการบริหารงานสำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรม โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบทุจริต ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็จะติดตามอย่างใกล้ชิด เช่นกรณีการซื้ออาคาร Sky ที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยให้ปลัดกระทรวงการปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานไปแล้ว และเมื่อกระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้น จะมีการเปิดเผยให้กับทางสังคมทราบอย่างแน่นอนค่ะ
>> ในที่สุดแล้วกระบวนการในการปรับค่าแรงเนี่ยจะเป็นธรรมกับพี่น้องแรงงาน โดยที่ไม่ต้องมีกลไกหรือองคาพายอื่นใดที่จะต้องมาใช้เรื่องของการตัดสินใจของบุคคลหรือ Human Judgment เนี่ยเข้ามาเป็นส่วนร่วม ซึ่งจะทำให้กระบวนการในการปรับค่าแรงในอนาคตเนี่ยเกิดความเป็นธรรมมากขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งซึ่งเราวาดหวัง ในส่วนของสำนักงานประกันสังคมครับ ผมก็ตอบอย่างนี้นะครับ โปร่งใส เป็นธรรม เปิดเผย การติดตามเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ผมเรียนนะครับว่าไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตามนะครับ เราจะติดตามอย่างเข้มงวด ท่านถามถึงกรณีอย่างเช่นตึก Sky นะครับ ผมเรียนว่าตั้งแต่ผมเข้ามาแล้วนะครับ ไม่ใช่ผมเป็นคนตั้งนะครับ กระบวนการได้เดินหน้าไป มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเข้ามานั่งเป็นประธาน มีการประชุมไปแล้วนะครับ ผมเองถามว่าติดตามไหม จะติดตามครับ แต่ผมจะไม่แทรกแซงนะครับ ต้องเป็นไปตามกระบวนการในการตรวจสอบ แต่เราจะติดตามว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ และเมื่อมีผลลัพธ์ที่เป็นที่ประจักษ์จะต้องมีการเปิดเผยต่อสังคมอย่างชัดเจน
ด้านนายจาตุรน ฉายแสง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาสามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาประเทศได้ค่อนข้างชัด ไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลดขั้นตอนทางกฎหมาย ขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันของประเทศโดยรวม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ในระยะยาวยังไม่มีความชัดเจนทั้งด้านเป้าหมายและเครื่องมือการดำเนินงาน รวมถึงการตั้งเป้าหมายให้ประเทศเป็นศูนย์ความมั่นคงทางอาหารและสร้างรายได้จากธุรกิจบริการด้านสุขภาพ จำเป็นต้องมีการวางแผนและเจรจากับภาคเอกชนและต่างประเทศ เพราะต้องใช้งบประมาณ แต่เมื่อดูตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศขณะนี้สูงเกือบ 70% ของ GDP จึงอยากเสนอให้รัฐบาลเร่งพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการโครงการงบประมาณของปีนี้ในทันที เพื่อให้มีงบประมาณส่งเสริมการลงทุน การทำมาหากินที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ พร้อมฝากให้รัฐบาลเคารพเสียงของประชาชนในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ประชาชนได้ลงประชามติให้มีการแก้ไขค่ะ
>> เราบอกว่าจะเพิ่ม อาหาร วางตัวเป็นศูนย์ ศูนย์ความมั่นคงทางอาหาร แต่ว่าไปเจรจากับประเทศในตะวันออกกลางแล้วหรือยัง ไปเจรจากับประเทศที่จะขาดแคลนอาหารแล้วหรือยัง ถ้าไม่เจรจาเกษตรกรเราผู้ผลิตเราจะไม่กล้าลงทุน เพราะราคามันต่ำ ต้นทุนมันสูง แต่ถ้าเจรจาได้แล้วรู้ว่าต้องการเท่าไหร่ เขาจะต้องการสินค้าเมื่อไหร่ ทั้งสำเร็จรูปและสินค้าเป็นเอ่อวัตถุดิบ ถ้าทำอย่างนั้นได้ก็จะเกิดการลงทุน การวางแผนล่วงหน้า การเจรจากับประเทศต่างๆนะครับ นอกนั้นเรื่องที่จะสร้างรายได้ เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสคือเรื่องสุขภาพ ทั้ง Health ทั้ง Medical ทั้ง Wellness ทั้ง Long State เรื่องเหล่านี้ต้องเจรจาทั้งนั้นครับ ถ้าไม่เจรจามันก็ไม่เกิด เจรจากับภาคเอกชน เจรจากับต่างประเทศ และต้องมาส่งเสริมอย่างจริงจังก็ไปสุด ก่อนสุดท้ายแล้วครับก็คือว่าทั้งหมดนี้ใช้เงินทั้งนั้น ใช้งบประมาณทั้งนั้น แต่เรามีหนี้ติดจะติดเพดาน 70% แล้ว ที่ผมจะเสนอ ก็คือว่า ประชุมแถลงนโยบายเสร็จ ครม. ควรจะไปพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการโครงการงบประมาณของปีนี้ ซึ่งเหลืออีก 6 เดือน 6-7 เดือนเนี่ย ในทันที และไปแก้กฎหมายงบประมาณสำหรับปีหน้า เพื่อเอางบประมาณมาจ่ายใช้จ่ายในเรื่องที่จำเป็น
ทั้งนี้ หลังการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาเสร็จสิ้นแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวขอบคุณต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะประโยชน์ต่อการแถลงนโยบายรัฐบาล พร้อมยืนยันว่าจะบริหารประเทศให้ดีที่สุด และจะนำข้อเสนอแนะของสมาชิกรัฐสภาไปปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของประชาชน ทั้งนี้ ตนและคณะรัฐมนตรียืนยันจะผลักดันให้ทุกอย่างที่กล่าวไว้ในนโยบายทั้ง 23 ข้อให้สำเร็จ ย้ำด้วยว่าการคัดเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีนั้น ได้มีการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมและใช้ความละเอียดรอบคอบเพื่อให้ได้คนที่มีความสามารถมาปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นจึงยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้จะทำหน้าที่ได้อย่างแน่นอนค่ะ
>> ผมรับฟังจดบันทึกนะครับ สิ่งที่ท่านได้แนะนำให้รัฐบาลของผมไปปฏิบัติ ผมยืนยันครับว่าสิ่งที่อยู่ในนโยบายนะครับ เราพูดแล้วทำอยู่แล้วครับนะครับ แล้วก็สิ่งที่ท่านได้แนะนำมาให้พวกผมไปปฏิบัติผมก็จะยินดี เพราะว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องเอ่อทำเฉพาะนโยบาย 23 ข้อที่แจ้งไว้นะครับ มีอีก มีจะมีกี่ข้อถ้าเป็นประโยชน์กับประเทศกับประชาชน ผมพร้อมที่จะทำ แล้วก็ในเรื่องของการสนับสนุนภารกิจของรัฐสภานะครับ ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลผมยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ กระบวนการมันมีอยู่แล้ว ถ้าทำให้มันตามกระบวนการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ผมยินดีอย่างเต็มที่นะครับ
เป็นทั้งหมดของการประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่วันนี้สรุปรวบรวมมาให้คุณผู้ชมได้ติดตามกันกับทางรายการเกาะติดสภานะคะ ติดตามรายการนี้ได้ทุกครั้งกับการประชุมทั้งการประชุมวุฒิสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่การประชุมร่วมกันของรัฐสภาทุกช่องทางของสื่อรัฐสภาค่ะ วันนี้หมดเวลาลงแล้วนะคะ ดิฉันอัญชิตฐา บุญพรวงศ์ พร้อมกับทีมงานรายการเกาะติดสภา ลาคุณผู้ชมไปก่อน สวัสดีค่ะ