📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

SPU RT#222 | การจัดการความปลอดภัยการขนส่งสินค้าทางถนน | EP.2/3

Logistics SPU37:01

Transcription

โรคอะไรครับ? อ่า เบาหวาน หัวใจนะครับ อ้า มีคนตอบถูกด้วย บริบูรณ์อบรมนะฮะ นี่ชื่อนี่ คนนี้ตอบถูกนะครับ 1 คนนะครับ โอเค ขอบคุณมากนะครับ สำหรับนักศึกษานะฮะ แสดงว่ามีความรู้ อันนี้เป็น อ่า โรคต้องห้ามนะครับ เป็นโรคต้องห้าม ถ้าเป็นโรคลมชัก ไม่อนุญาตให้มาขับรถนะครับ ส่วนโลกอื่นๆ เบาหวานยังขับได้นะ เบาหวานยังขับได้ ส่วนโรคหัวใจนะ ต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์ แล้วก็แพทย์ยังอนุญาตให้มาขับรถอยู่ได้นะครับ อ่า ส่วนคนพิการทางหู ทางอะไร ไม่มีกฎหมายกำหนด แต่ว่าปกติแล้ว คนเหล่านี้ก็จะไม่มี อ่า คุณสมบัติในการสอบใบอนุญาตอยู่แล้ว เลยไม่จัดให้อยู่เป็นโรคที่ต้องห้าม แต่เป็นบุคคลที่ต้องห้ามไปเลยนะครับ โอเค ขอบคุณมากครับ อาจารย์เดช เชิญต่อได้เลยครับ

ครับ แล้วก็อีกอันนึงนะครับ ถ้าพูดถึงเรื่องแอลกอฮอล์เนี่ย เอ่อ มันจะมีเรื่องความพร้อมอีกอันนึงของพนักงานขับรถนะครับ ที่ว่า เอ่อ ยาบางตัวเนี่ย อาจจะทำให้เกิด เอ่อ มีผลต่อสมรรถนะการขับขี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็น เอ่อ ยาที่ทำให้ง่วงนะครับ ผมว่าทุกๆ ท่าน น้องๆ ที่เนี้ย อย่างน้อยในชีวิตที่ผ่านมาเนี่ย ผมว่าคงจะต้องกินยาพวกนี้ไว้บ้างนะครับ เคยเคยกินแหละนะครับ เช่นยาแก้แพ้ หรือยาต่างๆ เนี่ย ซึ่งยาเหล่านี้เนี่ย จะมีผลต่อการขับรถนะครับ แล้วเค้าส่วนใหญ่จะเขียนนะครับ สมัยนี้ถ้าเกิดคุณไปซื้อยา เอ่อ อย่าเรียกซื้อยาสิ ต้องไปที่โรงพยาบาลเนี่ย เค้าก็จะเขียนอย่างชัดเจนว่ายาเนี้ย ทำให้ง่วง ไอ้พวกนี้เนี่ย เป็นยาที่สำคัญ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่า เอ่อ น้องๆ เอง อาจจะนึกภาพไม่ออกนะครับ ถ้าเกิดเราบอก โอ้ อาจารย์ เราขับรถแป๊บเดียวเนี่ย ไม่เป็นปัญหา ง่วงกันนิดหน่อย อ่า โอเค นี่ก็ไม่พร้อมแล้ว ถ้าจะพูดตามจริงแล้วเนี่ย แต่พนักงานขับรถนะครับ บางคนต้องขับรถในทางระยะยาวเนี่ย ในแต่ละวันขับรถ 8 ชม. บ้าง 10 ชม. บ้าง อย่างเงี้ยนะครับ เมื่อไหร่ที่เขาขับรถไปกลางทางแล้วเกิดอาการง่วง แล้วก็พนักงานขับรถคนนั้นดื้อ เฮ้ย ง่วงนิดเดียวนะครับ ง่วงนิดเดียว นะครับ อีกแป๊บนึงก็ถึงแล้วนะครับ ไอ้ประโยคเหล่านี้แหละ จากการที่การที่กินยาเหล่านี้ หรือแม้กระทั่งสภาพความพร้อมของร่างกาย ที่อาจจะเมื่อคืนนอนไม่เพียงพอ หรือแม้กระทั่ง เอ่อ เมื่อกี้ที่พูดถึงว่าดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปเนี่ย อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ เอ่อ ระหว่างทางก็ได้ เช่นกันนะครับ

เออ โอเค เดี๋ยวจะอีกอีกอันนึงนะ อีก 2 อันนนี่ที่ที่ผมว่าผมตกไปในข้อแรกนะครับ ก็คืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยต่างๆนะครับ อุปกรณ์เหล่านี้เนี่ย สมควรที่จะมีสระมีไว้ในการใช้งานนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสะท้อนแสง กรวยจราจรต่างๆนะครับครับ รวมถึงป้ายแสดงสัญลักษณ์ต่างๆ ว่าในกรณีที่จอดรถข้างทางนะครับ จะต้องมีกรวยหรือมีอุปกรณ์เหล่านี้เนี่ย วางไว้ด้วย เพื่อให้รถที่มาจากข้างหลังเนี่ย เห็นเรานะครับ

เอิ่ม โดยปกติแล้วเนี่ย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินใๆ พนักงานขับรถควรจะต้องจอดรถข้างทาง อันนี้เป็นเรื่องปกติ แต่ว่าหลังจากนั้นเองเนี่ย พนักงานขับรถจะต้องมีการวางสัญลักษณ์ หรือสัญญาณ หรือจราจร หรือป้ายเตือนต่างๆ เนี่ย เพื่อให้ เอ่อ คนข้างนอก หรือคนที่มาข้างหลังรับทราบว่าตรงเนี้ย มีรถบรรทุกจอดอยู่ 1 คันนะครับ โดยที่จริงๆ แล้วเนี่ย มีกฎหมายวางไว้ด้วยว่าป้ายหรือกรวยจราจรนั้น ต้องวางระยะห่าง 50 เมตร กับ 5 เมตรนะครับ เพื่อที่จะทำให้คนที่ใช้สัญจรรถเนี่ยนะครับ เห็นสัญลักษณ์เหล่านี้ และจะได้ไม่ขับรถเข้ามาใกล้ๆ นะครับ เพราะว่าผมไม่มั่นใจว่าน้องๆ ถ้าในกรุงเทพฯ อาจจะไม่ค่อยได้เจอนะครับ แต่ถ้าเป็นต่างจังหวัดเนี่ยเนี่ย เอ่อมักจะเจออยู่เรื่อยๆ นะครับ ที่มีรถจอดอยู่ข้างทางแล้วก็ไม่มีอุปกรณ์ต่างๆ อะไรมาคอยให้สัญญาณนะครับ ผมผมตัวผมเองเนี่ย เคยเจอเลยชัดเจน มีอยู่ครั้งนึง เนี่ย เคสนึงก็คือ เอ่อ รถบรรทุกจอดอยู่ข้างทาง และสิ่งที่เขาทำนะครับก็คือเอากิ่งไม้ใหญ่ๆ มาวางไว้ข้างหลัง แน่นอนตอนที่เราขับรถไปเนี่ย เราไปเห็นเนี่ย เราเห็นกิ่งไม้ แล้วดีที่จังหวะนั้นเนี่ย ผมหักหลบทัน ถ้าเกิดผมหักหลบไม่ทันเนี่ย หรือว่าผมเผลอ หรือว่าผมเกิดอะไรก็ตามแล้วไม่ได้มองทางข้างหน้า ตอนนั้นเนี่ย ผมว่าผมก็ต้องชนกิ่งไม้ แล้วก็อาจจะรวมไปถึงว่าชนเข้ากับท้ายรถคันนั้นด้วยซ้ำนะครับ ในช่วงระยะเวลากลางคืนเนาะ

แล้วก็จะมีพวกเครื่องดับเพลิงนะครับ เอ่อ ที่จะต้องมีการพกติดรถตามกฎหมายที่กำหนดนะครับ เอ๊ อาจารย์ต้น ผมผมอาจจะอ่อนเรื่องเครื่องดับเพลิงสักเล็กน้อยนะครับ เท่าที่ผมเข้าใจ ผมไม่รู้ว่าผมเข้าใจถูกหรปกนะครับว่าตัวอย่างพณะอ่ารถรถขนส่งวัตถุอันตรายเนี่ย เท่าที่ผมทราบอันเนี้ย วันนี้โดยตรงเลยมันต้องมีเครื่องดับเพลิงทั้งหมดอยู่ 3 อันนะครับ ถ้าเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่คือมีมีถังอยู่ 2 ถัง ถ้าเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่นะครับ มีรถ เอ่อ มีถังดับเพลิงอยู่ 2 ถังอยู่ด้านหลัง แล้วก็มี เอ่อ มีถังดับเพลิงขนาดเล็กอยู่ในหัวเก๋ง แต่ผมไม่มั่นใจว่ารถบรรทุกอื่นๆ นะครับ เป็น 6 ล้อเส่งขนส่งสินค้าทั่วๆ ไปอ่ะ 6 ล้อ 10 ล้อ 12 ล้อ หรือรถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่เนี่ย จะต้องมีถังดับเพลิงมั้ย แต่ที่แน่ๆ ถังดับเพลิงในรถโดยสารก็ต้องมี

หลังจากที่เราคุยกันเรื่องการจัดการรถนะครับ การจัดการผู้ขับรถไปแล้วนะครับ สิ่งที่เราต้องมาพูดต่อคือเรื่องการจัดการการเดินรถต่างๆ นะครับ ในในแต่ละครั้งที่เรามีการเดินทางนะครับ จากจุด A ไปจุด B หรืออาจจะเป็น A ไป B ไป C ไป D เอ่อ หรือแบบ Mu Run หรืออะไรต่างๆ นะครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราควรจะต้องมีแผนการเดินทางที่ชัดเจนว่าทาง tsm นั้นอยาก เอ่อ ไม่ไม่ใช่อยากสิต้องกำหนดเส้นทางการขนส่งอย่างชัดเจนว่าเราในแต่ละวันนั้นจะต้องมีการขนส่งเดินทางจากไหนไปไหนนะครับ ใช้เส้นทางอะไรนะครับ ตั้งแต่เวลาคร่าวๆ ประมาณกี่โมงถึงกี่โมงนั้น เพื่อที่จะควบคุมไม่ให้มันเกิดเหตุ หรือเค้าเรียกว่าควบคุมความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนะครับ โดยปกติแล้วเนี่ย บริษัทนะครับ ที่มีการขนส่งนั้นควรจะต้องมีการสำรวจเส้นทางอยู่แล้วว่าเส้นทางที่ทำการในการทำการขนส่งเหล่านั้นเนี่ย มีความเสี่ยงตรงไหนบ้างนะครับ อยู่ตรงไหนอยู่จุดใดนะครับ เพื่อที่ทางบริษัทนะครับจะได้ เอ่อ กำหนดความเสี่ยงไว้ก่อนนะครับ เอ๊ ทำไมสไลด์ผมหายไปหน้านึงเนี่ย จริงๆ มันจะมีหน้าที่มันเป็นอ้าหายไปแล้ว โทษทีนะครับ เดี๋ยวไว้เดี๋ยวไว้ค่อยทำให้ดู มันจะ เอ่อ มีการกำหนดว่านะครับ เส้นทางเหล่านั้นมีความเสี่ยงตรงระหว่างทางตรงไหนบ้างนะครับ ไม่ว่าจะเป็น เอ่อ เส้นทางตรงนี้มีโค้งหักส่องนะครับ พนักงานขับรถควรจะต้องระวัง เอ่อ เส้นทางนี้มีการก่อสร้าง พนักงานขับรถต้องระวัง หรือเส้นทางนี้มีการจราจรที่แอร์อัดใน ช่วงเวลาที่พนักงานขับรถจะต้องทำการขนส่งไปนั้นเนี่ย อันนี้พนักงานจะต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน เอ้ย พนักงานขับรถจะต้องรู้นะครับ มีความรู้แล้วก็มีการใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่ในขณะที่ใช้เส้นทางเหล่านั้น หรือจุดเหล่านั้นนะครับ

มากไปกว่านั้น ทาง tsm มีหน้าที่ตรวจสอบสภาวะ สถานะการใช้ความเร็ว สถานะการใช้เดินทาง รวมมาถึงสถานะในการขับรถต่างๆ นะครับ ปัจจุบันเองเนี่ย การใช้ GPS นะครับ หรือระบบระบุตำแหน่งนะครับ ที่ เอ่อ กอบ เอ่อ เดี๋ยวนะ GPS Global positioning System นะครับ เอ่อ พนักงาน เอ่อ ตัว tsa เนี่ยจะมีจะเราจะดูได้จากระบบอยู่แล้วว่า ตอนนี้พนักงานขับรถกำลังขับรถอยู่ที่ไหน ในสพะในสถานะใด ใช้ความเร็วอยู่ที่เท่าไหร่นะครับ อันนี้อยากจะเสริมน้องๆ อย่างนึงว่าโดยปกติแล้วนะครับ พนักงานขับรถนะครับ สามารถใช้ความเร็วได้ตามกำหนดของประเภทรถต่างๆ ที่มีความแตกต่างกันนะครับ โดยที่นะครับ รถขนาดเล็ก 4 ล้อก็อาจใช้ความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนะครับ ไม่เกิน พูดผิด ไม่เกิน 90 กม. ต่อชม. 6 ล้อ 10 ล้อ 12 ล้อ ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 80 กม. ต่อชม. ส่วนถ้าเป็นรถหัวลาก รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่นะครับ 18 เอ่อ 18-22 ล้อนั้นจะใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 60 กม. ต่อชม. นะครับ แน่นอนเค้าไปจับทุกที่ไม่ได้ แต่ระบบ GPS นั้นสามารถส่งความเร็วอันเนี้ย ให้กรมการขนส่งทางบกได้แล้ว กรมการงขนส่งทางบกจะตรวจสอบจากความเร็วที่เาใช้หลเหล่านั้นว่ามันเกินตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่นะครับ

แล้วก็ในปัจจุบันนั้น GPS เองก็มีความสามารถในการเอ่อ ตรวจสอบต่างๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในภายนอกนะครับ ที่อย่างรูปด้านขวามือเนี่ย ก็จะเห็นว่า เอ่อ มีการดูว่าพฤติกรรมพนักงานขับรถเป็นอย่างไรนะครับ ขับรถได้ความระมัดระวังหรือไม่ แล้วก็ที่จะเห็นกล้องด้านซ้ายด้านขวานั้นจะสามารถตรวจสอบได้ว่าโอเค พนักงานขับรถคนนี้นั้นมีพฤติกรรมในการขับรถอย่างไร การเปลี่ยนเลนเป็นอย่างไรนะครับ ก็มีมีความสามารถในการตรวจสอบได้รวมไปถึงนะ ในปัจจุบันนั้นนะครับ จะมีกล้องพวกกล้อง AI ที่คอยจับเอ่อ หน้าพนักงานขับรถเนี่ย ถามว่าเขาจะดูหน้าพนักงานขับรถอยู่ด้านซ้ายมือนะ ด้านบนนะ จะดูไปทำไมนะ ครับ ก็คือถามว่าดูไปทำไมนะ 1 คือเราจะได้ดูชัดเจนว่าพฤติกรรมพนักงานขับรถคนเนี้ยนะครับ มีความพร้อมหรือมีความความเอ่อ มีความพึงระวังหรือมีการใช้จิตสำนึกความปลอดภัยในการขับรถได้เต็มที่หรือไม่นะครับ เช่น การใช้โทรศัพท์มือถืออันเนี้ย เอ่อ ผมไม่รู้ว่าน้องๆ หรือว่าใครก็ตามเนี่ย เคยใช้มั้ย แน่นอนส่วนใหญ่บอกว่าโอ แน่นอนตอนที่ขับรถมีการใช้โทรศัพท์มือถือแหละนะครับ แต่ว่าในขณะที่เราใช้อยู่นั้นเนี่ย ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเนี่ย ใช้เนี่ยเป็นแบบนึง ถ้าเกิดวางไว้แล้วใช้เป็นสเกอร์ หรือว่าใช้เป็นหูฟังก็จะเป็นอีกแบบนึงนะครับ ใส่ข้างนึงเนี่ย แล้วก็ฟังเอา แล้วก็สามารถพูดแบบเนี้ย ก็จะเป็นอีกแบบนึง ความระแวดระหว่างสิ่งสำคัญสุดคือมือที่ใช้เนี่ยนะครับ ถ้าเกิดเอามือถือขึ้นมาวางบนหูเนี่ย อันนี้ชัดเจนว่ามือเราหายไปมือนึงแล้วที่จะต้องเอาจับมือถืออยู่แล้วกำลังขับรถไปด้วย มากไปกว่านั้นเนี่ย ถ้าเกิดถืออยู่นะขณะกำลังถืออยู่แล้วมือถือตก อันนี้ไม่ต้องพูดถึงนะครับ

มีเคสนึงนะครับ ของบริษัทใหญ่นะครับ เมื่อเมื่อน่าจะประมาณ 5 ปีที่แล้ว ถ้าอาจารย์จำไม่ผิดนะครับ ซึ่งอาจารย์ก็วิ่งรถให้ให้กับบริษัทนี้ด้วย บริษัทนั้นเนี่ย เอาเคสหนึ่งมาให้ดูเลยนี่ชัดเจนมากนะครับ เป็นกล้องวงจรปิดดูภายในนะครับ พนักงานขับรถคนเนี้ยนะครับ ใช้ เอ่อ มือถือนะครับ ในการวางไว้อยู่ตรงเค้าเรียกว่าเป็นที่ยึดมือถือนะ ตามปกติเลยนะ ครับ อันนี้ทำตามปกติเลยนะ ครับ แล้วขับรถแล้วก็ตอนนั้นโทรศัพท์มา เค้าก็ใช้มือถือเหมือนเดิมแหละนะครับ แต่ว่าเค้าก็กดสเกอร์ไว้ เค้าก็พูดตามปกติ ซึ่งถ้าดูแบบเนี้ย มันก็โอเคนะครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ พนักงานขับรถคนเนี้ยหยิบมือถือขึ้นมา ไม่มั่นใจว่าจะเอาไว้โทรหรือเอาไว้ทำอะไรตก็หรือเปล่านะ อันนี้ไม่มั่นใจนะ ครับ แต่ที่แน่ๆ คือมือถือหลุดมือแล้วก็ร่วงลงไป คราวนี้เนี่ยต่อมาคือพนักงานขับรถมีความพยายามที่จะลงไปเก็บมือถือโดยที่ไม่หยุดรถไอ้เอามือเอื้อมไปนะครับ ขณะขับรถอยู่เนี่ย ผมไม่รู้ดูว่าทุกท่านน่าจะพอเห็นภาพผมบ้างนะ กำลังขับรถตามปกติแต่พยายามเอาามือเอื้อมเข้าไปอยู่ด้านล่างตัวเองก็จะเอี้ยวๆไปนะครับ แล้วก็เอื้อมไม่ถึงครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 นะครับ ครั้งที่ 3 เนี่ยเขาบอกครับมั่นใจว่าจะเอาให้ได้ คราวนี้เนี่ยตัวลงไปแล้วเนี่ยแต่มือเนี่ยนะครับที่จับพวงมาลัยอยู่เนี่ยลงไปด้วยกันพร้อมกันนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ รถคันนี้ก็ลงไปด้วยกันนะครับ ลงไปข้างทางเลย การที่ไม่มีกล้องนะครับ ทำให้เราไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมพนักงานเนี่ย เกิดอะไรขึ้น จากเคสั้นนะนะครับ เอ่อ เอ่อ เลยสั่งเลยว่า พนักงานขับรถทุกคนนะครับ ต้องถ้าเกิดจะใช้มือถืออะไรแต่อย่างใดนะ ต้องใช้ที่จับเนนี้เท่านั้น และออกกฎไว้ด้วยว่านะครับว่าหากหลุดจากมือต้องมีจอดรถเท่านั้นในการเก็บมือถือนะครับ แล้วเขาก็บังคับให้รถในเครือทุกทุกคันนั้นจะต้องติดตั้งกล้องวงจรปิดภายใน อันนี้เป็นเรื่องใหญ่เลยนะครับ เพราะมันเกิดอุบัติเหตุครั้งนึงเนี่ย มันไม่ได้เสียหายแค่ 10 บาทหรือ 20 บาทนะ ครับ มันเสียหายกันันทีเป็นแสนหรือเป็นล้านนะครับ

โอเค ต่อมาเป็นเรื่องกล้องเนี่ยนะครับ ระบบ GPS นั้นสามารถไอ้กล้องสมัยใหม่เนี่ยสามารถจับได้ด้วยว่าเราหาวนอนหรือไม่หาวนอนนี่ก็ชัดเจนว่าอาจจะนอนไม่เพียงพอนะครับ อย่างเคสก่อนหน้านี้ได้พูดได้พูดไปนะครับ รวมมาถึงเรื่องการสูบบุหรี่ในขณะขับรถ การสูบบุหรี่ในขณะขับรถไม่มีสมาธิเนี่ย มีสมาธิส่วนหนึ่งที่จะต้องแบ่งไปเพื่อทำการสูบบุหรี่แล้วนี่ก็แย่ในระดับนึงแล้วนะครับ มากไปกว่านั้นมืออีกข้างนึงก็หายไปแล้วเพราะเราต้องขี้บุหรี่เนี่ยนะครับ และสิ่งสิ่งที่ 3 ที่สุดเอ้ยสิ่งที่แย่ไปกว่านั้นก็คือในตอนที่ท่านสูบบุหรี่จะหมดแล้วท่านจะทำยังไง ท่านเปิดกระจกท่านเขวี้ยงเอาไป้ข้างนอกมั้ย อันนี้ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุคนภายนอก หรือถ้าท่านเอ่ออะไรนะเขวี้ยงไปแล้วติดกระจกท่านเอง หรือติดรถหรืออะไรต่างๆเนี่ย ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเยอะแยะมากมายนะครับ รวมไปถึงนะครับเรื่อง distraction ก็คือสายตาที่ไม่ได้มองทางไปข้างหน้า นะครับ เอ่อ ผมว่าทุกๆ ท่านน่าจะเคยเกิดเหตุมา เอ่อ อย่าเรียกเกิดเหตุสิเรียกว่าเหม่อในขณะขับยานมหานะของท่านเหมบมองทางซ้ายแทนที่จะมองไปข้างหน้ามองไปทางขวาบ้างนานๆมองไปทางซ้ายนานๆไม่ได้มองไปข้างหน้าไม่มีสมาธิที่ในการขับรถที่อย่างจริงจังรวมไปถึงตอนที่ง่วงนอนนอกจากจะหาวแล้วบางทีอาจจะหรี่ตาลงนะครับ

เออ เสียงอาจารย์เดดหายไปมั้ย ครับ ใช่ค่ะ สัญญาณอาจารย์เดชน่าจะไม่ดีออ โอเคครับก็ระหว่างรออาจารย์เดชนะครับ อาจารย์ก็ขออนุญาตเสริมของท่านอาจารย์เดช นิดนึงเมื่อสักครู่เนี้ยอาจารย์เดชได้พูดถึงเรื่องของ เอ่อ โทรศัพท์ซึ่งโทรศัพท์ที่อาจารย์อาจารย์เดชพูดถึงเนี่ยในกฎหมายของ tsm เนี่ยระบุเลยนะว่า tsm เนี่ยจะต้องไปสอนพนักงานขับรถทุกคนว่านะครับ ไปสอนหัวหน้าแล้วก็สอนพนักงานขับรถด้วยว่าไม่ อนุญาตให้ LINE ในระหว่างที่ทำการขับรถ หรือตอบลนหัวหน้าทุกๆ 1 ชั่วโมงอย่าง เงี้ยไม่ได้นะครับ แต่อนุญาตให้โทรได้นะ โทรได้รับสายได้ แต่ว่าเป็นอย่างที่ท่านจะเด็ดว่าพอเราขับรถมือเดียวอีกมือนึงเรา รับโทรศัพท์เนี่ยสมรรถนะในการขับรถของเราเนี่ยเนี่ยมันลดลง การมองการตั้งสติต่างๆ เนี่ยมันลดลง ฉะนั้นจึงเป็นปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ นี่คือสิ่งที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องโทรศัพท์ซึ่งตัวนักศึกษาเองเนี่ยเรียนจบนักศึกษาต้องไปเป็นหัวหน้างานขนส่งบางคนชอบขนส่งใช่มั้ยไปเป็นหัวหน้างานขนส่งในธุรกิจโลจิสติกส์อย่างเงี้ยจำไว้เลยนะว่าอันนี้คือข้อต้องปฏิบัติคือต้องไปอบรมพนักงานขับรถและอบรมหัวหน้างานทุกคนว่าไม่อนุญาตให้ลนหานะครับคนขับรถแล้วให้คนขับรถตอบทุกๆ 1 ชั่วโมงว่าถึงไหนแล้วอะไรอย่างเงี้ยเพราะว่าบางบริษัทเค้าก็ไม่ อนุญาตให้โทรไง แต่จริงๆแล้วโทรโทรได้นะ ครับ เพราะว่าการโทรเนี่ยมันทำให้สะดวกกว่าการที่จะต้องมานั่งตอบ LINE ด้วยซ้ำไปนะครับ แต่เคสที่ท่านอาจารย์เดชพูดถึงเมื่อสักครู่นี้เรื่องของโทรศัพท์หล่นลงไปข้างล่างอันนี้เป็นเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดต้องต้องบอกก่อนเลยว่า 1 ทะเลาะกับแฟนอ่าแล้วโมโหเฟี้ยงโทรศัพท์ลงแบบหรือวางหรือวางแบบโมโหหมั่นไส้อะไรอย่างเงี้ยนะครับว่านะอันอันนี้อันนี้จากการอ่าเก็บข้อมูลนะอ่ามีการทิ้งโทรศัพท์วางไว้บนเบาะอีกข้างนึงใกล้ๆเบาะคนขับแล้วมันกระเด้งลงข้างล่างอ่ะทีนี้พอ กระเด้งลงข้างล่างก็กลัวว่าอ่าหัวหน้างานจะโทรมาแล้วเดี๋ยวรับสายไม่ทันนู่นนี่นั่นก็เอามือไปเอื้อมอย่างที่ท่านอาจารย์เดดพูดเมื่อสักครู่เลยทุกอย่างเลยซึ่งต้องบอกไว้ก่อนเลยนะครับอันนี้เป็นสิ่งที่คนทุกคนต้องไปทำความเข้าใจแล้วก็ไปอบรมพนักงานขับรถอีกประเด็นนึงที่ท่านจะเด็ดทิ้งท้ายไว้คืออาการเหม่ออ่าขับรถมีอาการเหม่อ นักศึกษาครับตอนนักศึกษาเรียนนักศึกษาก็เหม่อลอยระหว่างเรียนเนี่ย เพราะว่าจิตของคนเราเนี่ยมันเปรียบเสมือนลิงเนาะมันก็จะไปนู่นไปนี่ได้ตลอดเวลา เวลาที่เราตั้งสติไม่ดีเหมือนกันครับกับการขับรถอ่าถ้ามีสิ่งหรือมีปัจจัยล่อที่ทำให้เราคิดไปรอบข้างส่วนใหญ่แล้วคนขับรถจะชอบสาวขายพวงมาลัยอันนี้เป็นสิ่งที่ตลอดเวลาเลยว่าอบรมเนี่ยต้องมีการทักทายคือแน่นอนแหละขับรถผ่านสาพข่านข่าผ่านสาวขายพวงมาลัยเนี่ยก็จะเริ่มเหยียบคลาดละช้าๆนะฮะหรือบีบแตรทักทายอย่างเงี้ยนะ ครับอันนี้ต้องต้องไปอบรมนะว่าพนักงานขับรถไม่ควรทำนะนี่ต้องบอกไว้ก่อนอ่ะโอเคท่านจันทร์เดชเข้ามาแล้วเชิญท่านจันทร์เดชต่อครับ

เมื่อกี้ผมหลุดไปตอนไหนล่ะเนี่ย หลุดไปถึงตอนเหม่อเลยครับ พอดีเหม่อผมเหม่อแล้วก็หลุหลุดออกไปเลย โอเค นะครับ เท่าที่ได้ยินได้ฟังจากอาจารย์ต้นเนี่ย อันนี้ชัดเจนมากนะครับ เพราะว่าพฤติกรรมพนักงานขับรถเนี่ย คือเราตอบแทบเราพูดตามจริงว่าเราตอบแทบจะไม่ได้เลยนะ ครับว่าจังหวะไหนนะครับที่จะเกิดอุบัติเหตุ มีใครรู้บ้างมั้ยว่าแบบเออวันเนี้ย เดี๋ยวต้องเกิดอุบัติเหตุตอนเอ่อ 2:55:37 น. เนี่ย เดี๋ยวเดี๋ยวสักพัก เดี๋ยวตอน 2:50 เดี๋ยวเราต้องขับรถนะ เดี๋ยวตอน 2:55:37 น. เนี่ย เดี๋ยวเราจะหลีกเลี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ มีใครรู้แบบนี้มั้ย แน่นอนไม่มีใครรู้มาก่อนนะครับ ว่าในแต่ละวันเนี่ยไ้ในในการเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นจะเกิดเมื่อไหร่และจะเกิดยังไงนะครับ แต่สิ่งสำคัญสุดคือนะครับ พฤติกรรมโดยรวมของเรานะครับ ในการขับรถนะครับ ไม่ว่าไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถที่ในอนาคตเราอาจจะเป็นผู้ไปอบรมหรือคอยตักเตือนหรืออะไรก็ตามนะครับ หรือแม้กระทั่งตัวท่านเองนะครับ เอ่อ ที่ใช้ยานมหานะอยู่ครับ ในอนาคตหรือในปัจจุบันที่กำลังใช้อยู่เนี่ย ไอ้สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยว่าจะทำอย่างไรนะครับ ไม่ให้มันเกิดอุบัติเหตุได้นะครับ อนี้เน้นย้ำเนน้อง

ก็อาจารย์เดชครับ เดี๋ยวขออนุญาตเสริมนิดนึงเรื่องกล้องที่ท่านอาจารย์เดชพูดเมื่อสักครู่นี้ กล้องที่ติดรถกับคนขับรถเป็นเรื่องขัดแย้งกันเสมอ เพราะอะไรฮะ บริษัทต้องการให้ติดกล้องเพราะตามตามที่ท่านอาจารย์เดชในฐานะที่ท่านอาจารย์เดชเนี่ย เป็นทั้งผู้ประกอบการ อ่า เป็นเจ้าของบริษัทเองแลก็เป็นรองนายกสมาคมด้วยก็มีนโยบายต่างๆให้กับสมาคมว่าต้อง อ่า ดูแลนะ เอ่อ คนขับรถนู่นนี่นั่น แต่เดี๋ยวนี้บริษัทใหญ่ๆ เขาเริ่มมีก่อนที่จะจ้างเถามเลยว่าคุณต้องอ่าน T ให้เข้าใจรถเราที่จะมารับงานเราต่อไปนี้ต้องมีการติดกล้องเห็นมั้ยครับ บริษัทใหญ่ๆเริ่มมีแล้ว อย่างอาจารย์ต้นเนี่ยก็ไปขนให้ SCG ขนให้คอโตอย่างเงี้ยนะครับ มันบอกเลยว่าว่านะฮะ เอ่อ ไม่ให้่มันนะฮะ ขอโทษนะฮะ บริษัทเนี่ยเบอกเลยนะฮะว่า เอ่อ ถ้าไม่มีกล้องนี่คือรถขาดคุณสมบัติ พอเราติดกล้องปึ๊บคนขับรถไม่สมัครไม่สนใจขอไปรับงานอื่นแล้วก็หามากยากมากเพราะว่าคนขับรถเป็นคนที่กลัวมากกับกล้องที่กลัวมากกับกล้องเนี่ยเราต้องทำการใช้จิตติยาคุยกับเขาดีๆนะ เพราะว่าอะไรเพราะว่าเขากลัวว่าเราติดตั้งกล้องเนี่ยเราจะไปจับผิดเขาแต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เขาต้องการลดนะฮะเกี่ยวกับปัจจัยนะฮะ เรื่องของการที่ 1 อุบัติเหตุเนี่ยมีกล้องอย่างเช่นเกิดอาการ อ่า เมื่อยล้าเนี่ยนะฮะ ต้องมีการ Alert หรือการเตือนไปที่คนขับรถว่าบางบางยี่ห้อนะสามารถ อ่า พูดหรือโฟนเข้าไปได้เลยว่าตอนนี้ อ่า อาการของท่านมีอาการเมื่อยล้าขอให้มองหาจุดที่พักดิมทางด่วนอะไรเงี้ยต้องเข้าพัก เพราะตามกฎหมายเนี่ยประกาศเลยนะว่าคุณวิ่ง 4 ชั่วโมงติดกันต้องพักอย่างน้อย 30 นาที หรือนะฮะ วิ่งติดต่อกันนะครับเป็นระยะทาง 400 กม. อันนี้ต้องพัก 30 นาที แต่ถ้า 8 เอ่อ 8 ชม. เนี่ยอันนี้ต้องพัก 1 ชม. ฉะนั้นกล้องเนี่ยมันจะช่วยด้วยว่าบางครั้งเนี่ยยังไม่ถึง 8 ชม. เลยเพราะอาการคนเงื่อยร้ายอย่างบางคนเนี่ยต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรทำอย่างยิ่งเลย คือก่อนที่จะมีการขับรถให้คนขับรถไปช่วยยกของก่อนไปช่วยทำนู่นทำนี่ก่อนก็เกิดอาการแบบออกแรงมากผิดปกติจนทำให้เกิดอาการเหนื่อยพอมาเจอแอร์เย็นๆมันก็เกิดอาการแบบ อ่า สบายนะเหมือนก็จะ อ่า ง่วงนอนอะไรประมาณเงี้ยเปิดแทำงานหนักๆ เหงื่อออกแล้วมาเจอแอร์เย็นๆอย่างนี้เป็นต้นนะครับ ก็ขออนุญาตเสริมท่านอาจารย์เดชเท่านี้ว่ากล้องกับคนขับรถเนี่ยมันค่อนข้างที่จะคนขับรถไม่อยากให้ติดแต่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดอะไรอย่างเงี้เป็นต้น เดี๋ยวนี้เริ่มมีแล้วนะหลายบริษัทที่ต้องติดกล้องไม่งั้นเข้าไปรับงานไม่ได้อย่างเช่นอ่างานีนเนี่ยต้องติดหมดนะ อ่า อย่างงี้เป็นต้นนะครับ ขอบคุณครับจันท์เดช ขออนุญาตเชิญต่อเลย ครับ

เอ่อ โอเค นะครับ อาจารย์อยากให้ เอ่อ ทุกๆ ท่านนะครับ เข้าใจอันนึงไว้เสมอนะ ครับว่าทำไมเราต้องมีการจัดการรถ การจัดการเส้นทางต่างๆ รวมไปถึงการจัดการพนักงานขับรถนะครับ เพราะว่าอันเนี้ย หลังจากที่ได้มีการทำวิจัยมาแล้วนะครับ เมื่อนานมาแล้วนะครับ ของท่าน sander and mmit ในปี 1992 กับดรเส 19 1977 นะครับ โห ภาพ 9 เก่านะครับ โอเค นะครับครับ อันเนี้ยเป็นสถิติที่เชื่อถือได้นะครับว่า อุบัติเหตุนะครับ เอ่อ สาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุนั้นเนี่ย คนที่เป็นปัด เอ่อ ปัจจัยหลักสำคัญที่สุดนะครับ ก็คือตัวพนักงานขับรถนี่เองนะครับ ที่ที่จะทำให้มันเกิดอุบัติเหตุได้หรือไม่ได้นะครับ เพราะว่าอะไร พนักงานขับรถอย่างที่ เอ่อ ตอนต้นคาบอาจารย์ต้นครับ ตอนต้นนั้นอาจารย์ได้พูดถึงว่าพนักงานขับรถเนี่ย มีอำนาจในการตัดสินใจ หรือพนักงานขับรถสามารถตรวจสอบรถก่อนได้ พนักงานขับรถเนี่ยแทบจะรู้เกือบทุกอย่างนะครับ ว่าตอนนั้นเนี่ย เกิดอะไรขึ้นมาบ้าง และรวมไปถึงจิตสำนึกความปลอดภัย รวมไปถึงลักษณะในการตัดสินใจต่างๆ หลายๆ ครั้งที่ เอ่อ อะไรน่ะ อาจารย์ก็ต้องพูดตรงๆ แล้วกันนะครับ บ้านเราเนี่ย ชอบพูดเอาแต่ว่าเออ เนี่ยที่ปันอุบเอ่อ ที่เกิดอุบัติเหตุในการขับรถเนี่ย ก็เพราะโชคร้ายดวงซวย อ่า เนี่ยอยู่ดีๆ ก็อะไรนะ ขับรถไปเนี่ย เบรคไม่ทัน หรืออะไรก็ตามเนี่ย ที่พูดมาทั้งหมดนั้นเนี่ย มันมันมีสาเหตุสำคัญที่สุดคือตัวรถอก็ไปโยนก่อนเลยรถมันผิด แต่จะดูได้จากสถิติเนี่ย จะเห็นชัดเจนว่าเอ้ย ทำไมตัวรถมันเป็นแค่ 5% เอง สถิติมันเป็นแค่เป็นเป็นสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุแค่ 5% เอง เพราะอะไรรู้ครับ เพราะว่าพนักงานขับรถเนี่ย สามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว อย่างที่อาจารย์ได้พูดถึงนะว่าพนักงานขับรถสามารถตรวจสอบได้ก่อนอยู่แล้วว่ารถคันเนี้ยพร้อมในการใช้งานมั้ย รถคันเนี้ยเหยียบเบรกแล้วเอ๊ะ รู้สึกแปลกๆ นะ ต้องทำการซ่อมก่อนนะ ถึงจะไปได้ แต่ถ้าเกิดพนักงานขับรถคนนั้นไม่ใส่ใจ หรือเฮ้ย เดี๋ยวค่อยซ่อมก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก อีกแค่ นิดเดียว เดี๋ยวขอขับรถอีกครั้งนึงอีกเที่ยวนึงนะ เดี๋ยวค่อยกลับมาซ่อมก็ได้ ไอ้สิ่งเหล่านี้เนี่ยแหละนะครับเนี่ยจะวนกลับไปเลยว่าสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นจริงๆ แล้วเนี่ย ไม่ได้เกิดที่ตัวรถนะครับ แต่มันเกิดจากพนักงานขับรถที่ตัดสินใจที่จะไม่ซ่อม หรือเพิกเฉยต่ออาการของรถบางประการที่ เอ่อ ไม่เป็นไร รถไม่พร้อมสักนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร หรือตัวเราเองเฮ้ย เมื่อคืนกินเบียร์ไปสัก 10 เอ่อ ประมาณ 5-6 ขวด เออ ตอนนี้ยังปวดหัวอยู่เลย ยังแฮงค์อยู่เลยเนี่ย ถ้าตรวจแอลกอฮอล์ก็ขึ้น เออ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวแอบไม่ตรวจแล้วกัน แล้วไปขนส่งก่อน ไม่น่าจะมีอะไรหรอก เพราะเดี๋ยวเราก็หายแล้วนะครับ ไอ้ความคิดเหล่านี้เนี่ยแหละนะครับ ซึ่งมาจากตัวพนักงานขับรถเองเนี่ย สังเกตได้ชัดเจนเลยว่ามันเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างชัดเจนนะครับ อยากให้น้องๆ นักศึกษา หรือทุกๆ ท่านนะครับ จำไว้เสมอเลยว่าไอ้อ่า ตัวบุคคลเนี่ยแหละนะครับ เป็นสาเหตุสำคัญนะครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องของโชคและดวงชะตา

อีกอันหนึ่งที่อยากจะเสริม ถ้าเกิดฝนตกหนัก ฟังดีๆ นะครับ ถ้าเกิดฝนตกหนักแล้วรถเกิดอุบัติเหตุ เ่อน้องๆ คิดว่า เอ่อ อุบัติเหตุครั้งนั้นเกิดจากอะไร อือ อยากขอสัก 3 คำตอบนะครับว่า อุบัติเหตุครั้งนั้นมันเกิดจากอะไร เกิดเพราะดวงซวยฝนตกหนักๆ หรือเปล่า หรือว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นเกิดจากรถไม่พร้อม หรือเปล่านะครับ ดูคำตอบมีใครตอบมาบ้างมั้ย อ๋อ มีการขับเร็ว ถนนลื่น อ่า โอเค เป็นถนนลื่นนะครับ มีอีกมั้ย ขอสักนิดนึง ขออีกสักนิดนึงที่แตกต่างจาก 2 2 คำตอบนี้ มีคนขับ โอเคนะครับ ส่วนนึงเกิดจากพนักงานขับรถไม่พร้อม โอเคนะครับ แน่นอน บางคนอาอ่ะโอเค มีเรื่องความประมาทด้วย โอเค แต่จะเห็นได้ว่า อทัศนวิสัยด้วยนะ อ่า โอเค แต่จะเห็นได้ว่าหลายๆ อันนะครับ หลายๆ อันจะลิงก์กลับมาที่พนักงานขับรถหมดนะครับ เดี๋ยวอาจารย์ขอสรุปนะ เช่น ใช้คำว่าอะไร ใช้คำว่าขับรถขับเร็ว ขับเร็วอ่ะ โอเค พนักงานขับรถคนนั้นขับเร็ว อันนี้เกิดจากการตัดสินใจของพนักงานขับรถเลยว่าสถานการณ์เนี้ย ฝนตกหนักยังจะขับเร็วอีก อันเนี้ยชัดเจนนะครับ โอเค เดี๋ยวยังไงอาจารย์อาจารย์เดี๋ยวอาจจะต้อง อย่าลืมต้องให้รางวัลกับน้องๆ ที่ช่วยตอบคำถามด้วยนะครับ หรือแม้กระทั่งถนนลื่น โอเค ถนนลื่นไง อาจารย์เนี่ย ก็เป็นคำว่า environment 15% นี่ไง สาเหตุเนี่ย มันเกิดจากสภาพแวดล้อมใช่มั้ย ในคำตอบนึงก็ตอบว่าใช่ แต่ในอีกคำตอบนึงก็คือ พนักงานขับรถเมื่อเจอสภาวะแวดล้อมเหล่า นั้นแล้ว พนักงานขับรถตัดสินใจว่าจะทำอะไร ล่ะ ถ้ารู้อยู่แล้วว่าฝนตกหนัก ถ้ารู้อยู่แล้วว่าถนนจะลื่น พนักงานขับรถจะทำอะไร พนักงานขับรถจะขับรถให้เร็วขึ้นมั้ย หรือพนักงานขับรถจะชะลอความเร็วให้เหมาะสม หรือน้อยมากๆเนี่ย แล้วก็ทำทำสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำไม่ว่าจะเปิดไฟฉุกเฉินหรืออะไรก็ต่างๆ เนี่ย เพื่อให้รถภายนอกได้เห็นว่ารถตอนฝนตกหนักมากและเราใช้ความเร็วที่ช้าลง เพื่อให้คนอื่นไม่มาชนเราอย่างนี้เป็นต้นนะครับ

หรือแม้กระทั่งนะครับ พนักงานขับรถไม่พร้อม โอเค อาจจะทัศนวิสัยไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นยางปัดน้ำฝนที่เมื่อกี้เห็นมีพูดถึงนะ ยางปัดน้ำฝนที่อาจจะไม่ดี หรือแม้กระทั่ง เอ่อ สายตาของพนักงานขับรถที่อาจจะ ไม่พร้อมในการมองไปข้างหน้า หรือแม้กระทั่งการตัดสินใจในบางส่วนที่เมื่อกี้อาจารย์ได้พูดถึง ว่าทั้งๆ ที่สภาพแวดล้อมไม่พร้อมแล้วเนี่ย ยังจะทำงานอย่างไรนะ ยังจะยังจะปฏิบัติอย่างไร ยังจะขับรถเร็วเหมือนเดิมหรือไม่นะครับ หรือแม้กระทั่งปัดประมาทนะครับ ออก แล้วก็เมื่อกี้ที่พูดถึงยังมีคำว่ายางปัดน้ำฝนที่ไม่ดีเนี่ย ก็วนกลับมาเรื่องว่าพนักงานขับรถนั้นไม่ได้ตรวจสอบรถให้ดีเพียงพอ หรือตรวจต่อให้ตรวจสอบรถแล้วแล้วรู้ด้วยว่ายางปัดน้ำฝนไม่ดีแล้วเนี่ย ยังจะใช้งานรถคันนี้อีก แทนที่จะไปเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนให้เรียบร้อยเพื่อจะเอามาใช้งาน แต่ว่ากลับขับรถออกมาทั้งอย่างงั้นนะครับ

โอเค นะครับ นอกจากนั้นเนี่ย จะมีเรื่องการจัดการการบรรทุกและการโดยสารต่างๆ จัดทำคู่มือที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความปลอดภัยต่างๆ ในการแพ็คสินค้า มีการออกอเอ่อ มีการออกคู่มือในการปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานขับรถเนี่ย ได้ขับรถ เอ่อ เค้าเรียกว่า ได้ได้ปฏิบัติงานต้องได้ปฏิบัติงานในการแพ็คสินค้าในการจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับันบรรทุกด้านหลังนะครับ อันนี้ในพูดถึงในกรณีที่เป็นสินค้านะครับ ในกรณีที่เป็นผู้โดยสารนะครับ ในกรณีที่เป็นผู้โดยสารนะครับ ปัจจุบันเนี่ย เอ่อ การเดินทางด้วยรถโดยสารเนี่ย ผมว่าผมไม่มั่นใจว่าน้องๆ เคยเดินทางโดยรถโดยสารหรือเปล่านะครับ อย่างอาจารย์เนี่ย ในช่วงที่ผ่านมาในปีที่ผ่านมาอาจารย์ก็ได้ใช้อยู่บ้างนะครับ พนักงานเหล่านั้นนะครับครับ พนักงานที่อยู่บนรถเนี่ย เาจะพูดตั้งแต่แรกเลยว่าโอเค นะครับ ถ้าเกิดท่านใดไม่ได้จะเดินไป เอ่อ เข้าห้องน้ำเนี่ย รบกวนนั่งที่ที่นะครับ และใช้คาดเบลให้เรียบร้อย เพราะเมื่อเกิดเหตุใดๆ เนี่ย ตัวของท่านเองจะไม่กระเด็นออกไป อันนี้เนี่ยเป็นหนึ่งในการจัดการเรื่องการการโดยสารของพนักงาน เอ่อ ของผู้โดยสารของรถบัสด้วยนะครับ แบบนี้เป็นต้นนะครับ

สิ่งเหล่านี้เนี่ย พอเรา เอ่อ ทาง tsm เนี่ย ออกกฎเกณฑ์ออกมาค่อนข้างชัดเจน หรือออกในรายละเอียดเนี่ย แล้วก็วนกลับไปเรื่องการอบรมพนักงานขับรถที่ชัดเจน รวมไปถึงพนักงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากว่าพนักงานขับรถขนส่งสินค้านะ ครับ อาจจะมีการทำงานเรื่องการแพะ เอ่อ อะไรนะ บรรทุกสินค้า หรือการแบกรัด หรือมีผู้ช่วยในการจัดการเนี่ย ต้องมีการอบรมให้ชัดเจนว่าโอเค คุณจะแพ็คสินค้าอย่างไรให้แน่น ไม่ให้สินค้ามันคลอนเครนไปมา หรือมันกลิ้งไปกลิ้งมาได้ มันอาจจะเกิดกระแทกและเกิดความเสียหายได้ และถ้าเกิดสิ่งเหล่านั้นเป็นวัตถุอันตรายเนี่ย อาจจะทำให้เกิดไฟไหม้ได้ หรืออะไรก็ตามนะครับ หรือแต่ถ้าจะเป็นของทางรถโดยสารเนี่ย จะต้องมีการประกาศ มีกฎระเบียบต่างๆ มีขั้นตอนการทำงานต่างๆ อย่างเช่นอย่างเมื่อกี้ที่อาจารย์ได้พูดให้ฟังว่าต้องมีการประกาศให้ผู้โดยสารเนี่ยนะครับ ในขณะที่ไม่ได้ทำอะไรนะ ครับ รบกวนนั่งอยู่กับที่นะครับ ใช้ เอ่อ เบลคาดให้เรียบร้อย เพื่อการเดินทางที่มีความปลอดภัยนะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญนะ ครับ

และอันสุดท้ายนะครับ ก็คือการบริหารจัดการการวิเคราะห์และประเมินผลต่างๆ นะครับ การจัดทำแผนรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน การบริหารจัดการติดต่อประสานงาน และรายงานอุบัติเหตุ วิเคราะห์ข้อมูลที่ ไม่ให้เกิดซ้ำนะครับ อันนี้อาจารย์ขออธิบายเลยแล้วกันนะครับว่า เช่นนะครับ อันเนี้ย อย่างเคสล่าสุดที่เมื่อกี้ อาจารย์ต้นได้เอารูปมาเปิดให้ดูนะครับ ก็คือเป็นพวกเอ่อ เป็นรูปรถบัสนักเรียนนะครับ ที่เท่าที่อาจารย์ได้ยินมานะครับว่า พนักงานขับรถคนนั้นเนี่ยนะครับ เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้แล้วพนักงานขับรถคนนั้นเนี่ย ลงมาแล้วพยายามจะไปเปิดประตูด้านหลังประตูฉุกเฉินเนี่ย แล้วเปิดไม่ได้ หลังจากนั้นเขาก็คิดอะไรไม่ออกเก็เลยวิ่งหนีไปนะครับ แน่นอนถ้าถ้าโดยปกติแล้วเนี่ย ถ้าเท่าที่อาจารย์เข้าใจนะครับ รถบัสเนี่ย คันนั้นเนี่ย จะมีถังดับเพลิงอยู่ด้านหน้าอยู่ 1 ใบนะครับ อยู่ข้างคนขับรถนะครับ ถ้าเกิดพนักงานขับรถคนนั้นเนี่ย สามารถใช้งานถังดับเพลิงอันนั้นได้เนี่ย ก็อาจจะช่วยได้อีกหลายชีวิตเองเนี่ย เป็นแผนหนึ่งในแผนรับมือ นะครับ มากไปกว่านั้น พนักงานขับรถคนนั้นต้องมีการรายงานขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือสถานการณ์โดยละเอียดว่าตอนนี้รถผมกำลังเกิดเหตุที่นั่นที่นี่นะครับ เพื่อให้คนที่เกี่ยวข้องรีบเข้ามาช่วยโดยวัยให้เร็วที่สุดนะครับ หลังจากนั้นเองเนี่ย ต้องมีเนี่ย ต้องไปประสานงานกับหน่วยฉุกเฉินต่างๆ นะครับ เอ่อ เอ่อ หลายๆ บริษัทเนี่ย บริษัทขนาดใหญ่ บริษัทขนาดกลาง หรือบริษัทหลายๆ บริษัทเองที่เป็นบริษัทขนส่งนะครับ มักจะมีในคู่มือการปฏิบัติงานนะ จะมีเบอร์ฉุกเฉินของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ เพื่อให้พนักงานขับรถสามารถติดต่อประสานงานได้โดยตรง เพื่อความรวดเร็วในการจัดการนะครับ เช่น โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ เอ่อ สำนักงาน เอ่อ เอ่อ สถานีตำรวจ เช่น 191 หรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้มาช่วยในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิ เเหล่านั้นนะครับ

หลังจากนั้นเนี่ย อุบัติเหตุที่เราเกิดขึ้นนั้นควรจะต้องมีการสอบสวน มีการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องว่าอะไรทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนั้นๆ เป็นเรื่องพนักงานขับรถมั้ย เป็นเรื่องตัวรถมั้ย เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมมั้ย พนักงานขับรถเกิดจากอะไร เอ้ย เอ่อ การสอบสวนนี้พนักงานขับรถทำอะไร ทำไมถึงจะต้องเกิดเหตุเหล่านี้ ทำไมพนักงานขับรถถึงทำแบบนั้นแบบนี้นะครับ ผมว่าน้องๆ หลายๆ คน หรือบางคนนั้นเคยเรียนคำว่า 5 Y ไปแล้วนะครับ ผมอยากให้นำหลักการอันนี้มาใช้ นะครับ ในการทำงานหรือในการใช้ชีวิตต่างๆ นะครับ เพราะอันนี้มีความสำคัญมาก เพราะการที่วนกลับไปเรื่องอุบัติเหตุนะ การที่เราทำการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ นะครับว่าทำไมมันถึงเกิดอุบัติเหตุนี้เกิดขึ้นนั้นมีเอาไว้เพื่อจัดการนะครับ เพื่อไม่ให้มันเกิดซ้ำขึ้นมาอีกนะครับ เพื่อไม่ให้มันเกิดซ้ำขึ้นมาอีกนะครับ ผมว่าน้องน้องๆ ที่เมื่อกี้น่าจะได้ยินของอาจารย์ต้นมาบ้างแล้วนะครับ รถครั้งที่เกิดเหตุนั้นโอเค มีการติดตั้งถัง NGV ที่ไม่ถูกต้องนะครับ พอถัง NGV นะครับ ที่ไม่ถูกต้องนั้นเนี่ย เกิดการรั่วข้างในภายในห้องเครื่องต่างๆ เนี่ย พอมันจุดไฟติดับเปี๊ยะนึงเนี่ย ก็เกิดไฟไหม้เกิดขึ้น หลังจากนั้นเนี่ย ตัวเบาะก็จะเป็นเชื้อเพลิงต่างๆ ทำให้ไฟมันลามได้ค่อนข้างเร็ว รวมไปถึงผ้าม่าน รวมไปถึงอุปกรณ์บุต่างๆ ของตัวรถเนี่ย ทำให้เกิดไฟไหม้ได้เร็วนะครับ ถ้าเกิดเราฟังตอนแรกเนี่ย ออโอเค ก็รถมันติดตั้งก๊าซไม่ถูกต้องไง ไม่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเนี่ย ก่อนหน้านี้ติดตั้งแค่ 4 ใบเอง แล้วก็ไปติดตั้งเพิ่มเอาเองน่ะเนี่ย ผิด โอเค ใช่แล้วไง ต่อถ้าเกิดเราหยุดแค่ตรงนี้มันก็จะไม่เกิดอะไรต่อเลย แต่หลังจากนั้นเราต้องมีคำถามว่าทำไมมันถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น อ๋อ เพราะว่าตัวเจ้าของรถนั้นไม่อยากไปเสียตังค์เพิ่มในการที่จะไปขออนุมัติเพิ่มเติมตัวถัง เสียเวลาในการทำงาน เสียโน่นเสียนี่เสียค่าใช้จ่ายต่างๆ เขาเลยทำเองแล้วก็ไม่ไปให้โครงการขนส่งทางบกตรวจอีกรอบนึงแล้ว ทำไมต้องถาม อ๋อ เป็นเรื่องค่าใช้จ่าย เป็นเรื่องการจัดการต่างๆ อ่อ ค่าใช้จ่ายเกิดจากอะไร อ๋อ เพราะว่าไปรับงานมาในราคาที่ถูก ก็เลยไม่ได้สนใจหรอก ทำอะไรก็ทำได้ก็ทำไปนะครับ ท้ายที่สุดเนี่ย มันอาจจะวนกลับไปว่าอุบัติเหตุที่เคยเกิด ขึ้นครั้งนั้นเนี่ย มันมาจากองค์กรที่โดนกฎระเบียบต่างๆ หรือต้นทุนต่างๆ หรืออะไร วิธีในการจัดการที่ไม่ดี ทำให้เกิดคนตายเยอะแยะมากมายนะครับ ในฐานะที่ เอ่อ น้องๆ ในอนาคตอาจจะไปเป็น tsm ขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเนาะ น้องๆ เองมีหน้าที่สอบสวนนะครับ ให้ชัดเจนนะครับว่าสาเหตุที่มันเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นเกิดจากอะไร เพื่อที่ เราจะออกมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดซ้ำขึ้นมาอีกนะครับ โดยเฉพาะตัวพนักงานขับรถเราจะจัดการยังไง อ๋อ ถ้าเกิดเขาหลับในแล้วเกิดอุบัติเหตุ แล้วทำไมพนักงานขับรถต้องหลับใน อ๋อ ก็เค้าขับรถควบกะ ทำไมเต้องขับรถควบกะล่ะ เกิดอะไรขึ้น พนักงานขับรถคนก่อนพอดีเอ่อ มันต้องเดินทางแล้ว แต่พนักงานขับรถคนก่อนท้องเสียพอดีแล้วไม่ได้มีการแจ้งแล้วก็มีพนักงานขับรถเหลือคนเดียว เอ่อ คนโดยสารรออยู่ต้องเดินทาง พนักงานขับรถคนนั้นก็เลยต้องขับรถไปทั้งๆ ที่อย่างงั้นทั้งๆ ที่ยังนอนไม่พอ ต้องทำการควบกะ หรือมากไปกว่านั้นที่แย่ไปกว่านั้นอีกั้ง บางครั้งพนักงานขับรถคนนี้ก็เลยกินยาม้าเพื่อให้ขับรถผ่านสภาวะตรงนั้นไปได้ หรืออะไรก็ ตาม สิ่งเหล่านี้เนี่ย มาออกการที่เราสอบสวนต่างๆ เนี่ย เพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดเหตุซ้ำอีกครั้งนะ [เพลง] ครับ y