📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

(ต่อ)เลือกตั้ง69 โมฆะ/ไม่โมฆะ? 7เม.ย.69

Friends Talk 1:52:24

Transcription

นะครับ แน่นอนครับ มันมีปัญหาครับ ทุกวันนี้ เทคโนโลยีแบบ Open Data API เปิดขึ้นมา เนี่ยนะฮะ

1. ควรจะปรับให้เป็นระบบ Real Time ได้แล้ว เร่งเวลาจริงนะ แล้วก็เปิดให้ประชาชน ฝ่ายวิชาการ สื่อมวลชนครับ เข้าไป connect ได้นะฮะ เทคโนโลยีทุกวันนี้มันไปถึงแล้ว ปี 62 ผมจำได้ว่าตอนที่เอาระบบมาเนี่ย ก็ก็ด้วยข้อจำกัดตอนนั้นมันจะแบบ เปิดให้เป็นเจ้าเดียว สื่อเจ้าเดียว แล้วที่เหลือมาเชื่อมต่อ แต่วันนี้มันมันไปไกลแล้วครับ เปิดให้ทุกคนเข้าไปดู แบบเนี้ยนะฮะ เราจะได้ช่วยกัน จะได้มีคนเก่งๆ กันมาช่วยกันนะครับ

แล้วก็ 3 เนี่ย ก็คือว่าเวลาบันทึกคะแนนเ่ะ ควรจะใช้ระบบมาตรฐานบัญชีมาได้แล้ว ทำไมอ่ะครับ ทุกบริษัทเอกชน หรือบัตรมหาชนในประเทศไทย เขาทำได้ตามมาตรฐานบัญชี ทีคะแนนเสียงที่สำคัญที่สุดของประชาชนทุกวันเนี้ย ทำไม่ได้ ต้องมี audit trail ฮะ Audit trail นะครับ ทุก transaction น่ะ ทำให้เหมือนธุรกรรมธนาคารได้มั้ย ไม่ทำได้ นับคะแนนเสียงแค่วันเดียวทำไม่ได้ มี Time Stamp มี User ID ล็อกอินว่าใครคีย์ถูกมั้ยฮะ มีบันทึกยอดก่อน ยอดหลังเนี่ย พอยอดมันลดลงอ่ะ มันต้องแฟก ลดลงได้ยังไงนะครับ มีการจะ คุณจะ reverse transaction หรือ cancel transaction audit trail ครบนะฮะ ถ้าไม่รู้จะทำยังไง กกต. ไปปรึกษาแบงค์ชาติก็ได้ฮะนะฮะ เอา audit หลักมาตรฐานบัญชีเนี่ยเข้ามานะครับ

แล้วก็แน่นอน ถ้าข้อ 1 กับข้อ 2 เนี่ยนะครับ ข้อ 3 เนี่ย รวมกันนะ ภาพถ่ายกับข้อ 1 อ่ะ คุณก็เปิดเป็น Open Data ได้ครับ ถ่ายทุกใบแล้วเปิด Open Data เลย แต่แต่ต้องเอาบาร์โค้ด QR Code ออกก่อนนะ อาจารย์ [เสียงหัวเราะ] หมายความว่า บัตรที่ถ่ายเนี่ย จะต้องไม่มีสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละใบนะฮะ

ข้อที่ นะครับ ก็พวกปัญหาต่างๆ ที่บัตรเขย่งเนี่ย เลิกคิดไว้เป็นปกติได้แล้วนะฮะ มันไม่ใช่ อ่ะนะ อยู่ๆ แวบโผล่มาใน ECT Report แล้ว จำนวนคะแนนเกินผู้ใช้สิทธิ์ เป็นไปได้เหรอ ถามนักบัญชีทั่วประเทศซิ ถามอาจารย์บัญชีทั่วประเทศซินะฮะ ต้องแฟกครับ มาตรฐานบัญชี คุณเจอแบบนี้ คุณต้องแฟกแล้วก็เข้าไปออดิตนะฮะ คุณต้อง ถ้าเจอบัตรเขย่ง ก็ก็คือชมพูกับเขียวไม่เท่ากันนะ ก็ต้องแฟชแล้วก็เข้าไปออดิตนะฮะ

แล้วข้อสุดท้ายนะครับ ก็อย่างที่พี่ 2 วอว่าเนาะ ว่าแบบเนี่ย ไอ้เ่อต้องแยกแยกคนนี้เป็นเชิงกฎหมายเนาะ ที่บอกว่าแยกการคนที่จัดกับคนที่ตรวจสอบตัดสิน เนี่ยออกจากกัน เพราะไม่งั้นถ้าเมื่อไหร่ คนตรวจกับคนตัดสินน่ะ สำนักงานบัญชีเป็นอันเดียวกันน่ะ บริษัทเขายังห้ามเลยฮะ อันนี้มันทำได้ยังไง มันใครจะไปตรวจสอบตัวเองตัดสินตัวเอง มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วถูกมั้ย เพียงแต่ว่า ในทุกๆ การตรวจสอบเนี่ย ถ้าจะปรับกระบวนการ ปรับเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาเนี่ย เออ ทำไมเวลาที่ตรวจสอบร้องเรียน ทำไมคุณไม่ทำให้โปร่งใสนะ ทุกวันนี้หน่วยราชการหลายหน่วยครับ เขาใช้ trusty for ดูครับ ถูกมั้ยฮะ ใช้กันกับทุกหน่วย มีเรื่องร้องเรียน กระบวนการอยู่ที่ไหน ใครรับผิดชอบ ใช้เวลานานเกินไปไหม ส้มเขียวแดงนะฮะ ของ กกต. ควรทำระบบนี้ได้แล้ว เพราะคุณกำลังเอ่อ กำการร้องเรียนทั่วประเทศอยู่นะครับ อันนี้ก็จากที่ฟังกับน้องๆ นะครับ คุณกิฟ คุณมาย ผมก็เห็นว่านี่คือ solution ที่ทำได้ไม่ยาก แล้วอยากจะเป็นคนนึงที่ผลักดันสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วยครับ

>> ขอบคุณ ดร.บินมากครับ ขอเสนอเป็นนะครับ ดร.ธรรมีสุภชติรักษ์นะครับ ก็เป็นข้อเสนอในเชิงเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้แล้ว ไม่แพงและถูกกว่านะครับ วิธีการที่ กกต. ทำอยู่ด้วยซ้ำไปนะครับ สำหรับข้อเสนอในเชิงกฎหมายเนี่ย ผมจะพูดท้ายสุดนะครับ หลังจากทุกท่านเสร็จได้มาดูว่ามันมีข้อกฎหมายเกี่ยวข้องต้องปรับต้องแก้อะไรบ้างนะครับ เรียนเชิญอาจารย์สมชัยครับ

>> ครับ ขอบคุณครับ เอ่อ จริงๆนะฮะว่าวันนี้ เนี่ยพอได้เชิญมารับเชิญมาพูดเนี่ย ผมไม่ได้เตรียมอะไรเลย แล้วผมก็มาฟังจากการนำเสนอของแต่ละท่าน แต่ละท่านนะครับ แล้วก็สิ่งที่ผมสรุปได้ขณะนี้เนี่ย ผมสรุปได้ 10 เรื่องนะครับ 10 เรื่อง เอ่อ กกต. เราจะฟังไม่ฟังไม่รู้ นะฮะ แต่ว่านี่คือ 10 เรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึงการจัดการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นนะครับ ในครั้งที่ผ่านมานะครับ

ข้อที่ 1 เนี่ย ผมมองว่าการจัดการเลือกตั้งคราวนี้เนี่ย เป็นการจัดเลือกตั้ง เป็นการจัดการเลือกตั้งซึ่งมีปัญหาทั้งในเชิงประ สิทธิผลแล้วก็ประสิทธิภาพ ในการจัดการความ [เสียงหัวเราะ] ล้มเลยเหรอ นะครับ เอ่อ ความไม่เป็นมืออาชีพนะครับ ไม่รู้จักในการที่จะปรับปรุงพัฒนางานต่างๆ ให้ดีขึ้น นี่คือข้อที่ 1 คำว่าประสิทธิผล คืออะไรฮะ คือทำให้มันเสร็จให้มันดีก็ยังทำไม่ได้ คำว่าประสิทธิภาพ คืออะไร คือทำให้มันถูกต้อง ทำให้มันรวดเร็ว ทำให้มันเป็นการใช้จ่ายที่ประหยัดนะ ที่น้อย เอ่อ กว่าที่ควรจะต้องเป็นนะครับ ก็ทำได้เช่นกัน ความเป็นมืออาชีพก็เป็นปัญหานะครับว่า ประสบการณ์ของการเป็น กกต. เอ่อ ซึ่งจัดการเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 40 41 นะครับ ประมาณนั้นนะครับ ก็ปาเข้าไปประมาณสักเกือบ 30 ปีแล้ว ซึ่งก็จะต้องสั่งสมประสบการณ์ เป็นมืออาชีพได้แล้ว ก็กลับกลายเป็นว่า เรื่องความผิดพลาดต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เอ่อ ผมยกตัวอย่างเช่นนะ ที่บอกว่าไม่รู้จักปรับปรุงบทเรียน ยกตัวอย่างเช่นอะไร ครับ ยกตัวอย่างเช่นการเลือกตั้งล่วงหน้า นะครับ มีอย่างที่ไหนนะครับ ที่เปิดให้เวลาในการออกเสียงประชาม เอ่อ ลงทะเบียน เอ่อ ใช้สิทธิ์ประชามติ เพียงแค่ 3 วันอย่างนี้เป็นต้นนะฮะ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกนะ ครับ ทำให้ไม่สามารถที่จะใช้สิทธิ์ในการ ที่จะออกประชามตินอกเขตได้ ออกเสียงประชามตินอกเขตได้ หรือการส่งบัตรเลือกตั้งกลับ ไปยังเขตของตัวเองก็เคยเกิดปัญหามาตลอด เวลาครับว่า เมื่อก่อนจดซองด้วยมือใช่มั้ย ก็เกิดปัญหา การอ่านไม่ออกนะจ๊ะ 2 ผิด ลงรหัสเขต ลงรหัสเขตเลือกตั้งผิด คราวนี้ เอ่อ เมื่อปี 66 ก็รู้อยู่นะครับว่ามีถึง 300,000 ซองที่มีปัญหา ที่ไปรษณีย์เนี่ยไม่สามารถอ่านออกได้นะครับ ว่าจะต้องส่งไปที่ไหนนะฮะ ซึ่งเอาง่ายๆ นะครับว่าถ้าอ่านไม่ออกแล้วมันไม่ตรงกันระหว่างเลขของเขตกับระหว่างรหัสเขต มันก็ต้องเดาอย่างใดอย่างหนึ่ง มันก็แปลว่าอย่างน้อยที่สุดเนี่ย อาจจะเดาผิดครึ่งนึงก็ได้นะครับ เช่น เขตอาจจะเป็นเขต 5 แต่รหัสเขตเป็นรหัสเขต 4 อย่างนี้เป็นต้น มันก็ต้องเดาอย่างใดอย่างหนึ่ง เอ่อ บทเรียนแบบนี้เนี่ย ไม่รู้จักปรับปรุง ก็ยังทำงานแบบเดิมอยู่นะครับ แล้วก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้นอีกนะครับว่า เกิดความวุ่นวาย แล้วก็ กกต. พูดอย่างเดียวว่าส่งไปถูกต้องแน่นอน แต่ถูกต้องแน่นอนของคุณน่ะ คือถูกได้ครึ่งเดียว ถ้าเดาถูกมั้ยครับ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น เอ่อ เสียงตาเหล่านี้เนี่ยนะครับ ผมจึงบอกว่ามันเป็นการสะท้อนถึงการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะยังรับไม่ได้ในเชิงของประสิทธิภาพ ประสิทธิผล แล้วก็ความเป็นมืออาชีพในการทำงาน นี่คือข้อที่ 1

ข้อที่ 2 ก็คือว่า เรายังไม่เห็นทัศนคติของ กกต. ในการที่จะจัดการเลือกตั้งแล้วเพื่อที่จะมองประโยชน์ของประชาชน มองการอำนวยความสะดวกของประชาชนเป็นหลักนะครับ แต่สนใจเพียงแค่การที่จะอำนวยความสุขให้กับตัวเองในการทำงานนะ ให้ตัวเองสบายเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้คิดว่าประชาชนจะลำบาก อ่า ตัวอย่างเมื่อสักครู่ก็ได้ฮะ ที่บอกว่าให้ลงทะเบียนประชามตินอกเขตก็ 3 วันก่อนจะขยายได้ ก็กลับไม่ขยายนะครับ เพื่อให้คนได้สะดวกมากกว่านี้ ด้วยการจัดหน่วยเลือกตั้งเนี่ย แทนที่จะออกระเบียบของตัวเองใช่มั้ครับ ที่แสดงตนรับบัตร แสดงตนมาใช้สิทธิ์ แล้วก็รับบัตร 3 ใบไปทีเดียว อ่า จำได้ใช่มั้ย เราต้องทำไงครับ เราต้องทำ 2 รอบ รอบที่ 1 ก็คือว่า แสดงตนรับบัตร 2 ใบก่อน แล้วก็เข้าหาไปกาบัตร แล้วก็มาหย่อนหีบ เสร็จแล้วต้องเข้าคิวอีกรอบนึง เพื่อที่จะไปรับบัตรอีกใบนึง สีเหลืองแล้วเาไปกาอีกรอบนึง อย่างบัตรอีกรอบนึง วิธีการคิดง่ายๆ คือทำไมคุณไม่ทำเพียงครั้งเดียวล่ะครับ แสดงตนรับบัตร 3 ใบ แล้วก็เอาไปกาในคูหา เสร็จแล้วก็มาหย่อนหยีบทีเดียว ซึ่งอันนี้เนี่ย มันอยู่ในระดับของระเบียบเท่านั้นนะ ไม่ได้เป็นกฎหมายเลยนะฮะ ระดับที่เป็นระเบียบ แปลว่าอะไรฮะ กกต. เราสามารถประชุมกัน เราสามารถออกระเบียบได้เอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนนะครับ ไม่ใช่ทำให้เกิดความเสียเวลาต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นไปเป็นเท่าตัวอย่างนี้เป็นต้นนะครับ อันนี้ก็คือวิธีการคิด ว่า กกต. ไม่ได้คิดถึงการที่จะอำนวยความสะดวกประชาชนเป็นหลัก คิดแต่เพียงว่าตัวเองทำงาน มีกฎหมาย 2 ฉบับ ก็แยกเป็นกรรมการ 2 ชุด กปน. ก็มี 9 คนนะครับ แล้วก็ กปส. กรรมการประชามติเนี่ย ออกเสียงประชามติก็มีอีก 4 คนอะไรงี้เป็นต้นนะครับ มันก็เหมือนกับต้องเป็น 2 ขั้นตอน มันคือ 2 เต็นท์น่ะนะ เพียงแต่ว่าคุณอยู่ในเต็นท์เดียวกันแค่นั้นเองนะครับ นี่คือวิธีการคิดของเขา

อย่างที่ 3 เนี่ย ผมเห็นสิ่งที่เรียกว่า เอ่อ ในทางศัพท์วิชาการเรียกว่าเป็น accountability ภาระรับผิด หรือความกล้าที่จะบอกว่าตัวเองผิดแล้วก็รับผิดชอบนะครับ ว่า เอ่อ เอาล่ะ ขออภัยในความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่ว่าเราไม่เห็นสิ่งนี้ เราเห็นเพียงแต่ว่าเราถูกหมด กกต. ถูกหมดนะครับ เอ่อ บัตร เอ่อ ไว้ในหีบ หีบไม่มีสายรัดจำได้มั้ยฮะ กกต. พูดว่าไงครับ ก็มันก็ระยะห่างเพียงแค่ 500 เมตรเองนะครับ เดี๋ยวก็ขนไปก็ไม่เป็นปัญหา ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เนี่ย มันเป็นการทำผิดระเบียบครับ เมื่อคุณจะยุบรวมหีบ คุณจะทำอะไรก็แล้วแต่เนี่ย คุณก็ต้องรัดสาย มีกรรมการเซ็นนะครับ เอ่อ ที่จะ เอ่อ ให้รู้ว่าใครรับผิดชอบในเรื่องราวต่างๆ เหล่านั้น แต่คุณก็อธิบายเพียงแค่ว่า คุณไม่ได้ผิดระเบียบ มันใกล้ๆ มันไม่มีระเบียบหรอกครับ ว่าใกล้ๆ ไม่ต้องรัดสายใช่มั้ยฮะ ไม่ใช่ว่าประเภทว่าต้อง เอ่อ สามารถที่จะเป็นแบบนี้ได้ อันนี้ กกต. ไม่เคยอธิบายในมุมของความรับผิดชอบของตัวเอง แต่จะอธิบายเพื่อแก้ตัวเองตลอดเวลานะครับ เจอ เอ่อ แบบขีดคะแนนอยู่ในกองขยะแทนที่นะครับ แทนที่จะบอกว่า เออ มันอาจจะมีของอีกชิ้นนึงอยู่ในหีบเลือกตั้ง ซึ่งเท่ากับว่าอันนึงจริงอันนึงปลอม แต่ กกต. ก็บอกเพียงแค่ว่า เอ่อ มันคือของที่เสีย ไม่ใช้แล้ว ก็เข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่มีติดประเด็นอะไรต่างๆ อะไรไม่ได้แสดงถึงความรับผิดอะไรเลย ว่าเอาล่ะ มาเปิดเผยดูนะ ดูในหีบมีชุดนึงหรือเปล่า ถ้ามีอีกชุดนึง แล้วไม่ตรงกัน แล้วอันไหนจริงอันไหนปลอมนะ ครับ อาจจะต้องเปิดหีบออกมานับคะแนนดูว่า เป็นอย่างไร อย่างนี้เป็นต้นนะครับ นี่นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในแง่ของการมอง เอ่อ สิ่งที่เป็นปัญหาแล้วก็ไม่ไม่ได้แสดงเป็นความรับผิดรอบ หรือกรณีของสุพรรณบุรีเขต เท่าไหร่ เขต 2 ใช่มั้ย เขต 2 นะครับ มีการนับคะแนนใหม่แล้วคะแนนมันคนละเรื่องเลยนะฮะ จากฝ่ายชนะเป็นฝ่ายแพ้ ฝ่ายแพ้เป็นฝ่ายชนะ และห่างกันเป็น 100 คะแนนนะ เปลี่ยนแปลงเป็น 100 คะแนน ไม่มีคำอธิบายครับว่า เป็นปัญหาจากอะไร ซึ่งจริงๆ ภาพปรากฏแบบนี้เนี่ย มันจะต้องคิดต่อเนื่องต่อไปครับว่า มันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่หน่วยเดียว มันอาจจะเกิดขึ้นหลายๆ หน่วย หรืออาจจะเกิดขึ้นทั้งเขตเลือกตั้ง หรืออาจจะเกิดขึ้นทั้งจังหวัดก็ได้ หรืออาจจะเกิดขึ้นในอีกหลายๆ จังหวัดก็ได้ เพราะฉะนั้น ปรากฏการณ์ทำนองแบบนี้เนี่ย กกต. ไม่แสดงถึงความรับผิดชอบอะไร ไม่แสดงถึง accountability อะไร ว่า เอ่อ คุณจะต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขต่างๆ ยังไงบ้าง ณ วันนี้ก็รอให้เรื่องมันเงียบ ณ วันนี้ก็รอให้คนลืม แล้วก็เดี๋ก็จะประกาศผลออกมาแล้ว บอกว่าเป็นไปได้เรียบร้อยนะครับ ภาพปรากฏการณ์แบบนี้เนี่ย มันย้อนหลังกลับไปเป็น 30 ปีนะฮะ เพราะว่าคือการโกงโดยการประจำหน่วยนะครับนะ คุณก็ไม่ได้คิดจะทำอะไร นี่คือข้อที่ 3

ข้อที่ 4 คือการจัดการเลือกตั้งคราวนี้เนี่ย วิธีการคิดของ กกต. คือหันกลับไปพึ่งกลไกของรัฐนะครับ แทนที่จะหันกลับไปพึ่งพาประชาชน นั่นก็คือสิ่งที่ทางไมสุมออกมานะครับ พูดถึงว่าการใช้กลไกของมหาดไทยในการที่จะมาเป็นหัวโหแดงหัวเราหัวหแรงในการจัดการเลือกตั้งระดับเขต มาเป็นกรรมการเขตนะฮะ มี 3 คนก็เอาทั้ง 3 คนเป็นมหาดไทยนะฮะ มาเป็น ผอ.เขต ผอ.เขตก็ก็ 1 คนก็เป็นคนของมหาดไทย ก็คือใช้กลไกของมหาดไทยเกือบทั้งหมดในการจัดการเลือกตั้ง แล้วผลที่เกิดขึ้นเนี่ย อย่างที่ผมวิจารณ์ไปบอกว่าไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการรวมคะแนนนะ แต่มันตั้งแต่การสรรหากรรมการประจำหน่วยต่างๆ คือถ้าคุณสรรหากรรมการประจำหน่วยแล้วคน เหล่านี้เป็นคนของพรรคการเมือง คนเหล่านี้เป็นคนของผู้ปฏิในพื้นที่นะครับ เขาก็ทำทุกๆ อย่างได้นะครับ เพื่อทำให้ผลการเลือกตั้งมันเปลี่ยนแปลงไปคนละเรื่องนะครับ จังหวะที่ไม่มีคนก็หย่อนปัจจีบได้นะครับ ทำไงให้คะแนนมันประเภทเท่ากันออกมา คนมาเซ็นชื่อแล้วกับไอ้ใบที่หย่อนบัตรลงหีบ แล้วมันเท่ากัน ก็คือก็ดูสิใครไม่มาก็เซ็นว่ามาก็เช็คว่ามา เช็คว่ามาไป หรือถ้าเช็คว่ามาแล้วเนี่ย ปรากฏประชาชนมาถึงอ่ะ ทำไมมีคนมาเช็คสิทธิ์แทนฉัน การจะข่มขู่คุกคามให้กลับบ้านไปเฉยๆ อย่างนี้เป็นต้น มันก็เป็นไปได้ หรือกระบวนการการนับคะแนนที่หน่วยนะ ก็อาจจะเกิดขึ้นอย่างไม่โปร่งใส นะครับ เราไม่รู้หรอกครับว่าสิ่งที่ทำผิดระเบียบ ทั้งหลายทั้งปวงเนี่ย มาจากความตั้งใจหรือมาจากความอ่อนหัดในการฝึกอบรม ไอ้ที่ประเภทมุดเข้าไปกา มุดเข้าไปขีด นึกออกเห็นมั้ยฮะ ไอ้ที่ประเภทว่านับคะแนนบัตรโดยที่ประเภทว่าไม่ได้โชว์ให้แก่ประชาชนดู เอ่อ ดูเอง นับเอง ขีดเอง เป็นต้น ซึ่งตาเหล่านี้เนี่ย เราไม่มีทางรู้เลยว่ามันมาจาก การอ่อนประสบการณ์ อ่อนหัด อ่อนอบรม หรือตั้งใจที่จะโกง เออ ตั้งใจที่จะโกงนะ สิ่งนี้ก็คือเป็นเรื่องของการที่ กกต. เองเนี่ย ไปพึ่งพาอาศัยกลไกของรัฐ แล้วก็เพิกเฉยต่อการที่จะใช้ประชาชนมามีส่วนร่วมในการที่จะเฝ้าสังเกตการการเลือกตั้ง หรือมาเป็นกรรมการก็คอยตรวจสอบถ่วงดุลกัน

ข้อที่ 5 ครับ อันนี้พูดไปแล้วอาย กกต. พยายามจะใช้เทคโนโลยีนะ ครับ เพื่อทำให้การเลือกตั้งดูดี แต่ใช้ไม่เป็น ไม่เข้าใจ ไม่รู้ลึกซึ้งนะครับ เอ่อ นะฮะ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องอะไร เอ่อ ECT Report นะครับ คือคุณพยายามจะบอกว่านี่คือการรายงานแบบ real time นะครับ ทันที แต่คุณก็เจอ หยุดนิ่งไปประมาณ 2 ชั่วโมงนะ 3 ชั่วโมงนะฮะ นะฮะ ซึ่งเราไม่รู้ไม่รู้นะครับว่า คือลักษณะของการที่ทำเป็นหรือทำไม่เป็นนะ ครับ คือถ้าทำไม่เป็นก็แปลว่าอ่อนเทคโนโลยี แต่ถ้าทำเป็นก็คือตั้งใจใช้เทคโนเพื่อการโกงนะครับ นี่คือสิ่งต่างๆ ที่เราไม่รู้ แทนที่จะทำให้เกิดความรวดเร็ว ความเชื่อมั่นประชาชน ทำให้รู้คะแนนที่น่าเชื่อถือ เอ่อ ก่อนที่จะรู้คะแนนจริง ก็กลับกลายเป็นเครื่องหมายคำถามว่า คะแนนดังกล่าวเนี่ย เชื่อเชื่อได้หรือเชื่อไม่ได้ แล้วพอคะแนนมันดูเชื่อไม่ได้ คุณก็มาบอกว่าไม่ต้องเชื่อ ท่านเข้าใจมั้ย คุณก็มาบอกว่าไม่ต้องเชื่อ ซึ่งมันของคุณเองนะครับ แล้วคุณก็ค้างมันไว้นะ ตั้ง 10 วันโดยไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรเลย แล้วพอถึงวันที่ 10 คุณก็ประกาศคะแนนจริงออกมา แล้วคุณก็บอกว่า ไอ้ที่ประกาศมาก่อนนั้นไม่ต้องเชื่อนะ ครับ แล้วจะให้แปลว่าอะไร เอ่อ ถ้าถ้าผมแปลแบบเจตนาดีคืออ่อนหัก นะครับ แต่ถ้าหากว่าปลายเจตนาร้ายก็จะบอกว่า อาจจะมีการจัดการอะไรบางอย่างเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนะครับ ในทางที่เป็นประโยชน์ต่อใครต่อใครนะครับ

ข้อที่ 6 ครับ 60 ข้อนี้ 5 ข้อก็หนักแล้วนะ ข้อที่ 6 เนี่ย ผมมองถึงวิธีการทำงานของ กกต. นั้นเนี่ย มีความล้มเหลวในการที่จะประชาสัมพันธ์ สื่อสารกับประชาชน เรายกตัวอย่างนะครับว่า แต่ละครั้งที่ กกต. ออกมาแถลงข่าวเนี้ย ไม่ได้มีฟีดแบคในเชิงบวก แต่กลายเป็นฟีดแบคในเชิงลบตลอด แรกๆ เอาท่านเลขามา คุณแสวงมานะ ครับ แสวงออกหน้าตลอดเวลานะ เอ่อ ก็รบมาตลอดนะ โดนโจมตี โดน เอ่อ ว่ามาโดยตลอด จนทำให้คุณแสวงไม่ออกมาพบประชาชน ส่งรองเลขามา ส่ง ผอ. สนับสนุนการเลือกตั้งมา ปรากฏก็ส่งแม่ทัพมากี่คน กี่ระดับก็แล้วแต่ ตายเรียบนะ ครับ คือไม่ว่าใครออกมาก็ตายเรียบ ออกมารบก็ตายเรียบ ตาย >> ก็น่าตายแล้วนะครับ

แต่วิธีการคิดของ กกต. ผมว่าล้มเหลวตรงไหนครับ คือเมื่อคุณส่งคนออกมาแล้ว คนดังกล่าวอาจจะเตรียมพร้อมไม่ดีพอ ไม่สามารถให้ข้อมูลได้เพียงพอ ไม่สามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน แก่ประชาชนได้เพียงพอ สิ่งที่คุณต้องทำคือ การหาคนใหม่ที่ดีกว่า หรือการปรับปรุงวิธีการในการแถลงข่าวให้สื่อสาร 2 ทางได้ดีขึ้นมากขึ้นกว่าเดิม เอาข้อมูลข้อเท็จจริงมาพูดต่อประชาชนให้มากขึ้น และประชาชนจะเชื่อถือ แต่คุณกลับเปลี่ยนวิธีการในการสื่อสาร คืออะไรฮะ ไม่ต้องสื่อสารหมดครับ นั่นก็คืองดแถลงข่าวตลอดเวลา และต่อไปก็เป็น PR release อย่างเดียว นะครับ เป็นการสื่อสารทางเดียว นี่คือความล้มเหลวในการสื่อสารสัมพันธ์ของ กกต. นะครับ ข้อที่ 6 นะครับ

ข้อที่ 7 ครับ เอ่อ มีการทำผิดระเบียบแล้วก็การทำผิดกฎหมายโดย กกต. เองนะครับ แล้วก็ไม่มีคำอธิบายใดๆ จาก กกต. แล้วก็เป็นการที่พยายามที่จะหาคำตอบในเชิงเหมือนกับว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาใส่ใจ ตัวอย่างที่ยกตัวอย่างว่ามีการรายงานคะแนนมาตั้งแต่ก่อน 17:00 น. ก่อนปิดหีบ นี่คือการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งชัดเจน ไม่มีคำอธิบาย ตัวอย่างของการที่ประเภทว่า เอ่อ หีบนะครับ อาจจะไม่มีการรัดหีบนะ ไม่มีการใช้ เอ่อ สายรัดต่างๆ นะ ให้เก็บให้เรียบร้อย ทั้งๆ ที่คุณก็บอกว่าทุกอย่างอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถไปเปิดได้ มันก็คือการทำผิดระเบียบนะครับ เรื่องของการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยต่างๆ ก็เป็นปัญหานะครับ ก็ไม่มีการที่จะอธิบายนะครับว่า สิ่งตาเหล่านี้เนี่ย มัน เอ่อ เป็นเรื่องของการดำเนินการที่ผิด แล้วก็จะปรับปรุงแก้ไขต่างๆ อย่างไรนะครับ

ข้อที่ 8 ครับ ความไม่โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่นะครับ เอ่อ ยกตัวอย่างเช่นการหยุดการรายงานผลนะครับ อยู่ๆ ก็หยุดไป 2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมง แล้วกลับมากลายเป็นอีกก้อนนึง คะแนนเปลี่ยนแปลงไป ไอ้ตัวเลขต่างๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการที่ว่า เอ่อ วันนึงบอกว่าบัตรเขย่งเป็นเป็นแสนนะครับ เอ่อ กระทบกันเป็นแสนใช่มั้ย ทั้งไปและกลับ กระทบเป็นแสน หลังจากนั้นพอประกาศผลเลือกตั้งจริงๆ บอกเขย่งแค่ 4 ใบ ใครเชื่อล่ะครับ มีใครเชื่อมั้ย เอ่อ กระบวนการต่างๆ เหล่านี้เนี่ย มันไม่ได้มีสิ่งที่ให้เห็น เอ่อ สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง แต่กลายเป็นว่าพอมาโผล่อีกทีนึง ก็บอกว่าไม่มีปัญหาแล้ว นี่คือความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้นนะครับ กกต. ไม่ได้พิสูจน์สิ่งนี้ได้ดีพอ นะครับ อ้า เกือบหมดแล้วนะครับ

ข้อที่ 9 ครับ ผมบอกว่ามีความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. นะครับ ซึ่งทำให้เรานึกถึงว่า นี่คือการดึง คือ กกต. ประสบความสำเร็จนะ คือดึงการเลือกตั้งย้อนหลังกลับไป 30 ปี [เสียงกระแอม] นะครับ ถามว่าทำไมผมใช้ 30 ปีนะครับ เอ่อ คำตอบอย่างนี้ครับ ก่อนหน้ามี กกต. เนี้ย ก็จัดการเลือกตั้งอยู่ในมือของมหาดไทย แล้วก็เราก็จะเห็นภาพของการที่ว่า เอ่อ คนที่เกิดทันก็จะรู้นะครับ 30 ปีที่แล้ว เราเกิดภาพอะไรเกิดขึ้นในการเลือกตั้งบางจังหวัดที่มีเจ้าพ่อทั้งหลายนะ ที่มีผู้ติดอิคนทั้งหลายนะครับ บางจังหวัดที่อยู่ใกล้ๆ กรุงเทพมหานคร กรรมการประจำหน่วยโกงยังไง เอาบัตรที่กาไว้ใส่เข้าไปในหีบนะ ครับ >> ถึงขนาดว่ายังมีมัดเชือกอยู่ในนั้นเลย นะนี้คือเรื่องจริงนะฮะ >> นะฮะ คือพี่แกทุ่มไปทั้งก้อนน่ะทั้งปึกอ่ะ โดยลืมแกะเชือกออกอ่ะนะ แล้วหีบก็ยังปิดเรียบร้อย ที่ไหนรู้นะฮะ ที่ไหนนะฮะ บางพื้นที่นะครับ ใช้รถตู้ 1 คันนะฮะ มีคนอยู่ในรถตู้สู้สักประมาณ 10 คน ตระเวนใช้สิทธิ์ตามหน่วยต่างๆ โดยกำกรู้เห็นเป็นใจ มาถึงปั๊บ มองหน้า ยื่นบัตรประชาชน พอเป็นพิธี บัตรตรงไม่ตรงไม่รู้ ขีดชื่อชาวบ้านทิ้งให้เข้าไปใช้สิทธิ์ นี่คือภาพที่มันเกิดขึ้น บางหน่วยนะ ครับ บางพื้นที่นะครับ มีอาสาสมัคร เอ่อ ของ เอ่อ นักศึกษาอะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นสังเกตการณ์ก็การขู่นะครับ บอกว่าผ่านหนังไป ไม่ต้องดู ไม่ต้องเห็นอะไรทั้งสิ้นนะครับ นี่คือภาพที่เกิดขึ้น นี่คือการเลือกตั้งที่ย้อนหลังไป 30 ปีนะฮะ ที่เป็นการโกงยกหน่วยนะครับ บางหน่วยนับคะแนนนะครับ ผมเป็นอาสาสมัคร ผมไปสังเกตการณ์ ผมก็จะเห็นนะครับ ตั้งกระดานไว้ไกลมาก ไฟมืด ขานเสียงค่อย บางแห่งบนศาลานะครับ แล้วก็ศาลาก็มีบันไดขึ้นสูง คนมองต้องไปยืนเฝ้าข้างล่าง มองไม่เห็นอะไรอย่างี้เป็นต้น นี่คือการย้อนหลังไป 30 ปี กกต. กำลังทำให้การเลือกตั้งของไทยย้อนหลังไป 30 ปีครับ ท่านประสบความสำเร็จมากเลย

ข้อที่ 10 ข้อสุดท้ายครับ อาจารย์ครับ ข้อสุดท้ายนะครับนะฮะ ข้อสุดท้ายซึ่งจะมีคำถามที่จะต่อไปในภาคที่ 2 อีกทีนะฮะ คือผมใช้คำว่ามีความผิดพลาดอย่างรุนแรงที่สุด ในเรื่อง เอ่อ ที่อาจจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ นั่นก็คือการใส่บาร์โค้ด นะครับ เพื่อทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเลือกใครเลือกใคร ซึ่งสิ่งนี้เนี่ย อาจจะเป็นไปได้ 2 อย่างคือ 1 ประมาทเลินเล่อ พร่องนะครับ คิดไม่ถึง รู้เท่าไม่ถึงการใส่เข้าไป นึกนึกว่าดี และท้ายสุดเป็นปัญหา >> หรือ 2 เจตนา >> เจตนา >> นะครับ นี่คือสิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตว่า นี่คือความผิดพลาด 10 อย่างของ กกต. ส่วน เดี๋ยวในรอบถัดไปผมจะถามตอบคำถามหัวข้อการอภิปรายวันนี้นะครับ เพราะว่าหัวข้ออภิปรายวันนี้พูดถึงคำว่าสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส เอ่อ เป็นความลับ โมฆะ ผมค่อยตอบในรอบหลังครับว่า สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ โปร่งใสหรือไม่นะครับ เป็นความลับหรือไม่ โมฆะหรือไม่ครับ

>> ครับ [ปรบมือ] ขอให้อาจารย์ อาจารย์สมชัยนะครับ อาจารย์สรุปเป็น 10 ข้อทีนี้ผม ซึ่งเอ่อ เป็นผู้อำนวยการรายการแล้วก็เป็นคนสุดท้ายเนี่ยนะ ครับ ก็จะได้ในรอบแรกนะครับ คือจากปัญหาที่เกิดเนี่ย นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างไรนะ ครับ ในเรื่องซึ่งควรไม่ควรเนี่ย ก็เป็นเรื่องเรื่องหนึ่ง ก็จะเป็นคำแนะนำการปรับปรุงระเบียบหรือกฎหมาย แต่ก็มีเรื่องที่มันผิดนะครับ ทั้งระดับขัดรัฐธรรมนูญ หรือว่าขัด พรป. หรือว่าขัดระเบียบนะครับ มันมี 2 ส่วนนะครับ ในการดำเนินการเนี่ยนะครับ มันก็เป็นเรื่องถ้าหากถึงขนาดผิดกฎหมายขึ้นมา ก็นิ่งเฉยไม่ได้ ก็ดำเนินการบางอย่างกับศาลที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจหน้าที่ ส่วนในข้อที่เพื่อในเชิงป้องกันแล้วก็ข้อที่ควรไม่ควรด้วย คือกกต. ทำดีกว่านี้ได้ แต่ไม่ทำนะ ครับ แล้วมาตรการเชิงป้องกันบางอย่าง เช่น บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเนี่ย มันควรต้องมีชื่อผู้สมัครและชื่อพรรค เพื่อจะป้องกันการใช้บัตรข้ามเขต เครื่องมือในการป้องกันการใช้บัตรข้ามเขต คือให้มีชื่อผู้สมัคร ชื่อพรรค ลงในบัตรเลือกตั้งครับ ไม่ใช่ QR Code อันนี้ก็จะเป็นข้อที่ จะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายกันต่อไปนะครับ

ทีนี้ผมก็ขออนุญาตนะครับ นำเสนอในเชิงสรุปด้วยนะครับ จากวิทยากรทั้ง 5 ท่านนะครับ ที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายนะ ครับ เอ่อ เรื่องแรกเลยนะครับ ก็คือว่าเอ๊ะ มันไม่ขึ้นแฮะ เดี๋ยวนะอ่ะ โอเค รัฐธรรมนูญนะครับ เอ่อ ฉบับปัจจุบันเนี่ยนะครับ ปัจจุบันเราพูดว่าจะเป็นโมฆะหรือไม่ คือว่ามันขัดกับหลักเลือกตั้งโดยไหม แต่ความจริงแล้วนะครับ นอกจากหลักเลือกตั้งโดยตามมาตรา 85 ที่ว่าการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งเนี่ย ให้เป็นไปโดยตรงและโดยลับเนี่ยนะครับ มันยังมีแปลกให้คลิกแล้วไม่ไป ต้องกดตัวไหนเนี่ย โทษให้มันแฮง มันต้องกดพอยเตอร์ป่ะ ไม่ไปไม่ฮะ ใครจะช่วยผมได้บ้าง เอาใหม่นะ คล้ายๆ กับมันใช้คอมตัวนี้แล้วมันไม่รับกัน โทษนะครับ คำเสียจังหวะหน่อยนึง มันหน่วงแต่ว่ามันน่าจะได้ละ >> พอดีคอมเครื่องโน้ตมันไม่มี อ่ะโอเคนะครับ ไม่ได้ มันไม่ไปมั้ >> คือมาตรา 85 นะครับ การเลือกตั้งต้องเป็นไป เอ่อ โดยลับ อันนี้ก็มีปัญหาที่อาจารย์สมชัยพูดในข้อสุดท้ายเรื่องบาร์โค้ด QR Code นะครับ ขอเพียงรู้ลำดับนะครับว่าการใช้สิทธิ์เนี่ย ลำดับเท่าไหร่นะครับ พอบัตรเลือกตั้งมันรัน มันรันตัวเลขตามลำดับ ก็รู้ได้เลยนะครับว่า เอ่อ ใครได้บัตรใบไหน นั่นแปลว่าก็ย้อมรู้ได้เลยว่าใคร เอ่อ เลือกไม่เลือกใครนะครับ โอเคมาแล้ว >> โอเค ขอบคุณครับ อันนี้คือมาตรา 85 นะครับ พูดกันเยอะแล้ว ผมก็มาอีกมาไอ้ข้อที่ผมจะพูดถึงเนี่ย คือตรงนี้ฮะ คือการเลือกตั้งเนี่ยนะครับ มาตรา 224 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเนี่ย องค์ 2 นะครับ คือกกต.เนี่ย มีหน้าที่อำนาจนะครับ ในการควบคุมดูแลการเลือกตั้งและการเลือก ไอ้การเลือกนี่คือ สว. นะครับ ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมนะครับ นั่นหมายถึงว่าการเลือกตั้งต้องสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ใช่แค่โดนลับเท่านั้น ก็หมายความว่าถ้าหากการเลือกตั้งไม่สุจิเที่ยงธรรม มันก็ขัดรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกันครับ กับไม่ลับนะครับ ทีนี้เนี่ย ในระบอบประชาธิปไตยนะครับ เราเป็นประชาธิปไตยโดยตัวแทนนะครับ คะแนนเสียงทุกคะแนนเนี่ย มันต้องถูกนับอย่างเท่าเทียม และเที่ยงธรรม ข้อที่เกิดความสงสัยเป็นอย่างยิ่งคือ คะแนนทุกคะแนนเนี่ย มันถูกนับอย่างเท่าเทียมและเที่ยงธรรมหรือไม่นะครับ ว่าง่ายๆ คือปัญหาความชอบรัฐธรรมนูญเนี่ย ไม่ได้มีแค่โดยลับเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาเรื่องเรื่อง เอ่อ อื่นด้วยนะครับ นั่นคือสุจริตและเที่ยงธรรม แล้วก็ เอ่อ การนับคะแนนเป็นไปอย่างเท่าเทียมเที่ยงธรรมหรือเปล่านะครับ ทีนี้ นี่คือกรอบนะครับ ในการพิจารณา นะครับ ในระดับรัฐธรรมนูญ แล้วจะมาดู พรป. กับไอ้ระเบียบต่อไปนะครับ ทีนี้มาดูในปัญหาที่พบที่เป็นข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำอะไรเกิดขึ้นที่ทำให้เราชี้ชวนไปในทางที่ว่ามันมีปัญหาเรื่องสุจริตกับเที่ยงธรรมเกิดขึ้นหรือเปล่านะครับ เอาตั้งแต่ก่อนก่อนเลือกตั้งนะครับ ก่อนเลือกตั้งนะครับ สิ่งที่น่าประหลาดที่สุดนะครับ ก็คือเราพบว่ามันมีอุปกรณ์เลือกตั้ง หีบบัตร ทั้งฉากกั้น แม้กระทั่งสายรัด มีขายในอินเทอร์เน็ตครับ ใน Shopee นะครับ เมื่อเรื่องนี้เป็นข่าวขึ้นมา เพราะมีสื่อมวลชนไปไปสั่งซื้อมานะครับ ผมก็ไปสั่งซื้อมานะครับ ทั้งหีบบัตรกับสายรัด เมื่อข่าวขึ้นมาเนี่ย ไอ้รายการสินค้าดังกล่าวก็ถูกเอาออกไป ไม่มีอีกต่อไป แต่คำถามคือกกต. ไปทำไมไม่ตรวจสอบครับ ว่ามันไม่ออกไปสู่ตลาดได้ไง แปลว่าบริษัทที่รับงานเอาไปทำเนี่ย มีการปล่อยขายถูกมั้ยครับ >> ทำไม กกต. ถึงไม่ดำเนินการครับ ถ้าหากว่าคนไปซื้อเคเบิลไทร์ไปซื้อหีบบัตรเลือกตั้งมาได้เนี่ย มันจะป้องกันยังไงครับว่ามันจะไม่ปลอม >> กกต. ไม่ไม่ทำอะไรเรื่องนี้เลยนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องสงสัยนะครับ

แล้วข้อต่อมาเนี่ย นะครับ อันนี้ผมพูดเพื่อให้เข้าใจง่ายนะ ผมลำดับไปตามห้วงเวลาแล้วกันนะ ตามไทม์ไลน์ ถ้าเข้าใจง่ายอีกเรื่องนึงนะครับ ที่คนยังพูดถึงน้อยมากนะครับ คือ เอ่อ เหตุการณ์แบ่งเขตเลือกตั้งนะครับ ในคราวเนี้ยนะครับ มี 4 จังหวัดนะครับ ที่ต้องมีการแบ่งเขตใหม่ เพราะหลักตาม พรป. เอ่อ เลือกตั้ง สส. นะครับ ถ้าหากว่าไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวน สส. ของแต่ละจังหวัดก็ใช้เขตเลือกตั้งเดิม แต่ถ้าหากจังหวัดใดนะครับ มีเพิ่มมีลด คือจำนวนมัน 400 คนน่ะเขตอ่ะ ก็จะมีประชากรเพิ่มลดนะครับ จังหวัดใดมีการเพิ่มหรือลดลง ต้องแบ่งเขตใหม่นะครับ ซึ่งตาม พรป. นะครับว่าด้วย กกต. นะครับ เรื่องการแบ่งเขตเนี่ยนะครับ ก็มีระเบียบการเลือกตั้งที่เขียนเอามาล้อกันนะครับ ผมก็ข้าม พรป. ไปเลยนะครับ เพราะมันอยู่ในระเบียบที่เขียนเหมือนกัน โดยหลักแล้วเนี่ยนะครับ เอ่อ เค้าจะต้องให้ คือเค้าให้ผ่าอำเภอได้ ไปถึงตำบล อย่างกรุงเทพฯ เราจึงเห็นได้ว่า เขตหนึ่งเนี่ย มันก็ผ่าเป็นแขวง ทำให้เกิดความงุนงอยู่มากนะครับ ทีนี้พอผ่าได้ขนาดนั้นเนี่ย รูปแบบนะครับ ในการจะเลือกเนี่ย มันก็มีได้หลากหลายมากเลย ทีนี้ผมพูดสั้นๆ นิดนึงว่า คำศัพท์เนี่ย เขาเรียกว่า gerrymandering นะครับ เพราะไอ้คนที่ทำเป็นคนแรกเนี่ย มันชื่อ Gerry คือทำแล้วดัง ทำกันมานานแหละ เพราะการแบ่งเขตเนี่ย มันให้ผลให้โทษต่อผู้สมัครคนหนึ่งคนใดได้นะ ครับ แล้วนาย Gerrymandering ก็ไปแบ่งเขตในอเมริกา นะครับ ไปตีเส้นจนกระทั่งว่าเหมือนลูกตุ๊กแกนะครับ คือมันเป็นรูปร่างประหลาด คือทำให้แบ่งเขตเลือกตั้งที่ตัวเองมีฐานเสียงอยู่แล้ว ทำให้ชนะการเลือกตั้ง เกิดเป็นศัพท์วิชาการว่าเรียกว่า gerrymandering คือไอ้คนที่ไอ้คนที่ทำเนี่ยชื่อ Gerry นะครับ ทีนี้ เอ่อ ตามระเบียบเนี่ยนะครับ เลือกตั้งนะครับ ข้อที่ 44 เนี่ยบอกว่า เอ่อ ต้อง กกต. นะครับ สำนักงานเนี่ย ต้องจัดทำมา 3 รูปแบบ แล้วมารับฟังความเห็นของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง แล้วก็พรรคการเมืองกับผู้สมัคร โดย common sense นะครับ โดยหลักแล้วเมื่อไปรับฟังความเห็นเนี่ยนะครับ ก็ควรเอาแบบที่คนเขาเลือกมากสุด มีข้อถกเถียงน้อยสุด เห็นพร้อมต้องกันมากสุด เอามาใช้ใช่มั้ยครับ แต่ปรากฏว่าในทางปฏิบัติเนี่ยนะครับ กกต. มักจะเลือกคนละอันกันกับแบบที่ผู้สมัครเขาเลือกอ่ะ นะครับ แล้วที่ร้ายหนักกว่านั้นคือไปเลือกแบบที่ 4 นะครับ เหตุการณ์เกิดขึ้นในคราวนี้อย่างที่บอกไปนะครับว่ามี มี 4 จังหวัดคือ ปทุมธานี สมุทรสาครนะครับ ลพบุรี นครศรีธรรมราช นะครับ ที่มีการแบ่งเขตใหม่ที่เหลือเนื่องจากว่า ประชาสส. ไม่เพิ่มไม่ลด จึงไม่ได้แบ่ง ทีนี้ผม เอ่อ มี 2 จังหวัด นะครับ อันนี้ก็เป็นข้อมูลจากอาจารย์อีกท่านนึง อาจารย์ธเนศรนะครับ ได้ได้ไปค้นคว้ามานะครับ เอ่อ ผมก็เอามาเล่าให้ท่านฟัง ต่อมาดูต่อนะครับ อันนี้คือจังหวัด เอ่อ ลพบุรี นี่คือ 3 รูปแบบครับ ที่ใช้ฟังความคิดเห็น โดยหลักแล้วก็ควรจะเลือกเอารูปแบบที่คนเห็นพ้องต้องการมากสุดนะครับ แต่ กกต. ไปเลือกแบบที่ 4 ครับ ซึ่งเป็นแบบที่ไม่ได้รับฟังความเห็น เป็นแบบที่ กกต. เอามาทำเอง แล้วท่านดูสิครับ เขต 3 อ่ะ หน้าตามันประหลาดมั้ยล่ะ นะครับ มันมีมันมีความที่อธิบายไม่ได้ว่า ทำไมรูปร่างรูปทรงมันถึงเป็นแบบนี้ คำถามคือ กกต. ใช้เกณฑ์อะไรครับ ถ้าถ้าเกิดเราไปทำข้อมูลนะครับ วิเคราะห์ร่วมกับเรื่องของผู้สมัครว่าของพรรคไหน ได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไร ไปเชื่อมโยงกับเรื่อง กกต. เขตเป็นใครบ้าง จะเห็นความชัดเจนตรงนี้มากขึ้นว่า การแบ่งเขตมันมีผลต่อการแพ้ชนะมากน้อยแค่ไหน ประเด็นของเรื่องคืออย่างนี้ครับ ในระเบียบเนี้ยไม่ได้เขียนครับ ว่ามีแบบที่ 4 ได้ ในระเบียบเนี่ยมีแค่ 3 แบบ แล้ว กกต. เราต้องเลือก 3 แบบนี้ การที่ กกต. มาเลือกแบบ 4 ของตัวเองเนี่ย ไม่ใช่ปัญหาแค่ว่าไปรับฟังทำไมความเห็นประชาชน แต่เพียงอย่างเดียวครับ คำถามคือ กกต. ทำผิดระเบียบตัวเองด้วย เพราะระเบียบไม่เปิดให้คิดแบบที่ 4 ขึ้นมา นี่คือปัญหาครับ อธิบายไม่ได้ว่ามีแบบที่ 4 ที่ไม่รับฟังความเห็นได้ไง เพราะต้องมีการรับฟังความเห็นของประชาชนก่อนนะ ครับ แล้วอยู่ดีก็กลายเป็นแบบที่ 4 แบบที่ไม่มีปีขุย เช่นเดียวกับปทุมธานีนะครับ เมื่อกี้เนี่ยจาก 5 คนเหลือเหลือ 4 คน อันนี้จาก 6 คนเพิ่มเป็น 7 ก็ต้องแบ่ง นะครับ อันนี้คือ 3 แบบนะครับ ที่เขาไปรับฟังคำเห็น ถ้าสังเกตนะครับ ที่มันต่างกันเยอะคือ เขต 7 กับ เขต 8 ทางขวามือนะครับ กกต. ไปรับฟังเห็นมาแล้วก็ไม่เลือกแบบที่คนเขาเลือก กกต. เราก็ไปเลือกแบบที่ 4 ของตัวเองนะครับ ซึ่งรูปร่างก็ท่านเห็นมั้ยครับ มันก็มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ อย่างที่บอกนะครับ เมื่ออำเภอผ่าเป็นตำบลได้ ก็เกิดการผ่าแบบที่เรียกว่าไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงว่ามันให้คุณให้โทษกับผู้สมัครของแต่ละเขตในการแพ้ชนะกันขนาดไหน อันนี้ผมเรียนว่า เอ่อ มีปัญหาเรื่องความชอบด้วยระเบียบแล้วนะครับ ว่าเกิดแบบที่ 4 ขึ้นมาได้ยังไงนะครับ

ทีเรื่องพอถึงวันเลือกตั้งล่วงหน้า คือ 1 สัปดาห์นะครับ 1 สัปดาห์ก่อนนะครับ ในการเลือกตั้งปี 66 เนี่ยนะครับ เอ่อ ไปรษณีย์ไทยเนี่ยเขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า มีอยู่ 3 ซองอ่ะ ที่เขาอ่านลายมือไม่ออก 300,000 ซองนะ ครับ ที่อ่านลายมือไม่ออก คำถามคือเรื่องนี้มันก็จบลงไปดื้อๆ นะฮะ คือไปรษณีย์ไทยก็ระดมคนมาจนอ่านออกหมดทั้ง 300,000 ซอง ถามว่าจากอ่านไม่ออกกลายเป็นอ่านออกได้ไงครับ 400 เขตต้องส่งมาให้ตรง ทำได้ยังไงครับ ก็บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตมันมีแต่เบอร์ ไม่มีชื่อผู้สมัคร ไม่มีชื่อพรรค ส่งไปนับที่เขตไหนก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าผิดเขตหรือไม่ เพราะทั้ง 400 เขตมันหน้าตาเหมือนกันหมด มันมีแต่เบอร์พร้อมกับกากบาทที่กาไว้แล้ว >> คำถามคือจะมีวิธีการป้องกันอย่างไรครับ ให้เรามั่นใจว่าจะไม่เกิดการเลือกใช้ คือวิธีการก็ง่ายมาก ผมเองได้พูดเรื่องนี้ไปในคราวที่แล้วนะครับ แต่ว่า เอ่อ ก็รู้สึกเสียใจอยู่เหมือนกันนะครับ ที่ไม่ได้ไม่ได้ตามเรื่องต่อให้ถึงที่สุดนะครับ ปล่อยให้มันผ่านมาแล้วมันก็เกิดซ้ำแล้วเป็นบทเรียนว่าคราวนี้เราต้องไม่ปล่อยให้ผ่านไปอีกนะครับ ว่าง่ายๆ นะครับ ทุกเขตเนี่ยก็จะมี การรู้จำนวนไว้แล้วว่าแต่ละเขตเนี่ยนะครับ มีบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมดกี่คน วิธีการคือก็ทำให้ทุกเขตเนี่ยมันตรงกัน ได้บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปครบตามจำนวนที่มีการลงทะเบียนไว้ ส่วนมันตรงจริงหรือไม่มีทางทราบได้เลย เพราะทุกเขตมันเหมือนกันหมดนะครับ แล้วในคราวนี้คราวที่แล้วเนี่ย ปัญหาใหญ่เนี่ยนอกจากลายมืออ่านไม่ออกแล้วเนี่ย เขาใช้รหัสเขตนะครับ เป็นเลข 5 หน่วย คนเจ้าหน้าที่ กกต. ก็สับสนว่าเป็นรหัสไปรษณีย์ จำได้มั้ยฮะ คราวนี้เขาแก้ปัญหาไงครับ ทำ 4 หน่วย [เสียงสูดหายใจ] เพื่อไม่ให้ตรงกับรหัสไปรษณีย์ อันนี้ก็ต้องขอบคุณข้อมูลจาก เอ่อ ไลออนนะครับ ที่ที่ทำให้เห็น อันนี้คือจังหวัด กาฬสินธุ์นะครับ เขามีสิทธิ์ที่เขต 5 แต่จ่าหน้าไปเขต 4 ครับ ก็ใบนี้ก็ไปนับ เอ่อ ที่เขต 4 ทั้งที่ตัวเขาอยู่เขต 5 นะครับ หรือนี้นะครับ เอ่อ ชุมพร ชุมพรมีแค่ 3 เขตครับ เอ้ย ขอโทษที นครสวรรค์นะครับ เขาอยู่เขต 6 แต่จ่าหน้าให้เขาเป็นเขต 5 >> มันก็ไปนับที่เขต 5 สิครับ หนักกว่านั้นครับ >> ชุมพรฮะ ชุมพรมีแค่ 3 เขตครับ จ่าหน้าไปเขต 4 มันไปไหนเนี่ย ไอ้ใบเนี้ย >> ไปไหนครับ ซึ่ง กกต. ไม่เคยตอบคำถามนี้แล้วเรื่องนี้ก็เงียบไปเฉยๆ >> นี่คือปัญหาไงครับ ผมผมถามว่าทำไมบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตท่านไม่ใส่ชื่อผู้สมัคร ชื่อพรรค ถ้าใส่ไปปัญหาก็จบ มันไม่มีทางผิด เพราะว่ามันมีชื่อเขตอยู่ หรืออย่างน้อยมีมีชื่อสมัครผู้พรรค ชื่อพรรคอยู่นะครับ นะครับ หรืออันนี้นะครับ ที่ยโสธรนะครับ มีแค่ 3 เขต จ่าหน้าเป็นเขต 5 ครับ ก้นหมีแค่ 3 เขตอ่ะ มันไปไหนอ่ะ นะครับ กาฬสินธุ์นะครับ มี 6 เขตนะครับ ตัวหนังสือนี่เขตส่งไปเขต 4 นะครับ แต่ว่าจ่าเนี่ยส่งไปเขตไม่ส่งไปเขตไหนนะครับ 1157 ไม่รู้ที่ไหน 1157 เพราะถาดเขต 4 คือ 4604 อย่างงี้ นะครับ เออ หรืออันนี้นะครับ เอ่อ กรุงเทพมหานครนะครับ ตัวเขาเนี่ยอยู่เขต 7 นะครับ ดูจ่าหน้าสิครับ ในเลข 4 ช่องเขียนว่า 120 ไม่รู้ไปไหนนะ เพราะเขต 7 มันคือ 17 คือมันมีอย่างเงี้ยเกิดขึ้นเยอะแยะไปหมด แล้วมันก็จบลงไปดื้อๆ โดยที่เราไม่รู้เลยว่า กกต. เขาแก้ปัญหายังไง เพราะในเมื่อตัวบัตรแบบแบ่งเขตมันเหมือนกันหมด มันก็เกิดการส่งไปให้ตรงกันว่าแต่ละเขตมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้เท่าไหร่ คำถามคือถ้าทำอย่างนั้นได้เนี่ย จะเกิดการทำถึงขนาดที่ว่าสามารถบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าประมาณ 2 ล้านใบ ได้ตามที่ต้องการจะทำหรือไม่ นี่คือร้ายแรงสุด ซึ่งผมไม่ได้บอก กกต. ทำนะครับ แต่ชวนสงสัยว่าบัตรเลือกตั้งที่เราพูดแล้วพูดอีกว่า ขอให้ใส่ชื่อผู้สมัคร ชื่อพรรคลงไปเนี่ย ไม่ยอมใส่เนี่ย เป็นเพราะเหตุ >> อะไร เหตุนี้หรือไม่ ผมเรียนว่าต้องมีคำว่า หรือไม่เอาไว้นะครับ เอ่อ เพราะว่าเรายังไม่มีหลักฐานว่าทำจริง แต่ว่ามันทำได้อ่ะ แล้วก็เชื่อว่า >> ทำด้วยค่ะ >> หรือเปล่าใช่มั้ย เออ เพราะ วันนี้ก็มีอั้งยี่อยู่แล้ว 2 ท่านนะครับ ผมกำลังจะกลายเป็นคนที่ 7 หรือเปล่านะฮะ แต่ 6 คน ทีนี้ไอ้นี้ผมสรุปนะฮะ สรุปเป็นประเด็นไปนะฮะ ทีนี้ไอ้การทำงานที่ไม่โปร่งใสของ กปน. ทั่วประเทศนะครับ แล้วไม่พบ กกต. เอาจริงเอาจังนะครับ ในการดำเนินการนะครับ เรื่องแบบนี้นะครับ จะการมุด การนับคะแนนนะครับ เรื่องของการช่องนึงมันต้องมีแค่ 5 คะแนนนะ นี่ ยัดเข้าไปนะ ช่องนึงสัก 10 กว่าคะแนนได้นะครับ หรือตอนรวมคะแนนก็รวมผิดนะครับ เอ่อ หรือว่า เอ่อ วงกลมคือคะแนนที่ 6 ก็วงกลม จะนับทั้งหมดเป็น 5 อย่างเงี้ยนะฮะ หรือสิ่งที่สำคัญมากนะครับ ตามอันนี้ผิดเลยนะ ครับ ตาม เอ่อ พรป. เลือกตั้ง สส. การนับคะแนนต้องเป็นไปโดยเปิดเผย เปิดเผยคือกันเลย ครับ ประชาชนต้องต่อหน้าประชาชนนะครับ แต่ว่าในทางปฏิบัติคือ เยังเไม่ให้เไม่ให้เข้าไป ตัวกระดานตัวหีบอยู่ข้างใน ห่างประมาณซักต้องมี 10 เมตรอ่ะ มันก็มองไม่เห็น พอจะถ่ายกล้อง เจ้าหน้าที่หลายหน่วยก็ไม่ให้ถ่ายนะครับ แต่ว่าหลายที่เขา ก็ดีนะครับ หลายที่เขาก็เลื่อนมาข้างหน้า นะครับ ให้คนเห็นนะครับ แต่หลายที่ก็เงี้ย ห้ามถ่าย ห้ามถ่าย ห้ามถ่ายนะครับ แล้วพอนี่คือตอนนับ ซึ่งมีบัตรเสียเยอะมากในขั้นตอนนี้ แล้วกาผิดกาไม่ถูกโดยจงใจหรือไม่นะ ชวนสงสัย แต่ตอนรวมคะแนนก็รวมผิดอีกเยอะมากนะครับ 230 รวมเป็น 130 นะครับ 2011 เขียนแค่ 101 179 เขียนแค่ 279 เขียนแค่ 179 ทำหายไป 100 นอย่างเงี้ย มันเกิดขึ้นทั่วไปหมดนะฮะ ถ้าหาก กกต. ใช้หลักความโปร่งใส ประชาชนมีส่วนร่วม เรื่องแบบนี้จะไม่เกิด ที่ประชาชนไม่ใช่หลักความโปร่งใส ไม่ยอมให้ประชาชนมีส่วนร่วม กปน. ก็ไม่ใช่ กปน. ภาคประชาชน เป็น กปน. ที่กระทรวงมหาดไทยเขาช่วยอำนวยความสะดวกให้ กกต. เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะว่าอะไร นี่คือเราก็สงสัยหนักเข้าไปอีก เพราะถ้าหากมีกล้องมีประชาชน เรื่องแบบนี้จะเกิดมั้ย >> ไม่เกิด >> ไม่เกิด >> เราไม่สนใจนะครับ ผลเลือกตั้งจะเป็นยังไงนะครับ >> เพราะนั่นคือเรื่องของประชาชนตัดสินใจกันเอง >> ผลรวมมันเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้นแหละ รัฐบาลเรามาจากตรงนั้น แต่ว่าเนี่ย ผมกลับไปสู่จุดเริ่มต้นนะครับ สุจริตเที่ยงธรรม >> อ >> แล้วคะแนนทุกคะแนนถูกนับอย่างเท่าเทียม หรือไม่เนี่ย เราสงสัยมาก ซึ่ง กกต. ไม่ควรนะ ครับ ให้ประชาชนต้องมาตั้งคำถามหรือสงสัย อะไรแบบนี้นะครับ

แล้วมาถึงเรื่องของบาร์โค้ด QR Code นะครับ ซึ่งเราได้ฟังกันมาเยอะแล้ว และพิสูจน์แล้วนะครับว่าเรื่องเนี้ย มันกระทบกับหลักเลือกตั้งโดยอย่างแน่นอน และก็เป็นเรื่องที่อยู่ในการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องติดตามคนต่อไป กระทบหลักโดยลับแน่นอนนะครับ ถามว่าศาลจะตัดสินโมฆะหรือไม่ ให้รองฟังกันต่อไปนะครับ เอ่อ คำถามที่ กกต. ไม่เคยตอบ คือ กกต. อธิบายแค่ว่าป้องกันการการปลอม ป้องกันการทุจริต แต่ กกต. ไม่เคยตอบนะครับว่าใน TOR มันไม่มีสัญญาการจ้าง เงื่อนไขการทำสัญญานะจ้างเหมานะครับ การจ้างเหมาทำบัตรนะครับ เอ่อ ก็เป็นสัญญาแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ได้แข่งขันนะครับ เอ่อ แบบแบ่งเขตเนี่ย ราคาใบนึง 1 สตางค์นะครับ แบบบัญชีรายชื่อใบนึง 1.45 45 สตางค์ ถ้าไม่มีบาร์โค้ด QR Code แบบ running number คือรันตัวเลขเนี่ย ราคามันน่าจะถูกกว่านี้ นะครับ ถูกกว่านี้ ไม่น่าจ่ายหรอก ถูกกว่านี้แหละ เพราะการมีบาร์โค้ดแบบ Running number เนี่ย มันต้องอิงอีกตัวนึง run number ไปทั้ง 56 ล้าน 100,000 ใบไม่เหมือนกันเลยนะครับ ทีนี้ถ้าเกิดไม่มีแล้ว มันมีมาได้ยังไง แล้วงบประมาณถ้าเกิดมันเท่ากับไม่มีเนี่ย บริษัทเขาก็ใส่ให้ไม่ได้หรอก คำถามคือกรรมการตั้งราคากลางท่านตั้งทำไม ตั้งเหมือนกับเผื่อไว้หรือไม่ แล้วตอนคัดเลือกเนี่ย ถามว่าไม่มีคัดเลือกเพราะเจาะจง คำถามคือบาร์โค้ด QR Code เนี่ยมาตอนไหน >> คณะกรรมการตรวจรับเนี่ยตอบได้มั้ย >> ทั้งคัดเลือกกับตรวจรับตอบได้มั้ยว่ามัน ใครคือคนที่ให้ใส่เข้าไปไม่มีคำตอบ ผมเข้า เข้าใจว่า เอ่อ เผลอๆ ท่านรองเลขาธิการคนแรกที่มาพูดเนี่ย ท่านก็ไม่รู้ด้วยนะว่ามันรันนิ่งนัมเบอร์ เพราะมันรันตัวเลข เพราะท่านตอบดูแล้วหน้าตาท่านเหมือนกับไม่รู้จริงๆ ว่ามันว่ามันเป็นมีอะไรแบบนี้นะครับ ถึงได้ตอบว่ามันป้องกันการทุจริต ทีนี้พอถึงตอนที่เราพิสูจน์ว่าพอสแกนบาร์โค้ดปุ๊บรู้ต้นขั้ว กกต. ตอบว่าอะไรครับ ตัวบัตรตัวต้นขั้วอยู่คนละที่ รายชื่อผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งคือลำดับเนี่ย ก็อยู่คนละที่กันหมด ดังนั้นต่อให้สแกนดูรู้ได้ว่าบัตรอะไรก็ไม่รู้ใครเลือกใคร แต่เมื่อกี้แต่ผมได้เล่าให้ฟังไปแล้ว อาจารย์สมชัยกับ ดร. บิพิสูจน์แล้ว ขอเพียงรู้ลำดับในการเข้าไปใช้สิทธิ์ก็รู้ได้แล้ว ไม่ต้องมีต้นขั้ว ไม่ได้มีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ด้วยซ้ำไปนะครับ ทีนี้ที่บอกว่าหีบเลือกตั้งผนึกอย่างดี ไม่มีใครเปิดได้นะครับ ผมก็พอดีมีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนะครับ 2 หน่วยเนี่ย เขาหลังไมค์มาบอกผม อาจารย์ปิญญาครับ เปิดกันได้ครับ ด้วยการใช้ไขควงเล็กๆ เนี่ย แทงส่วนเข้าไปก็เปิดไอ้ไอเคเบิลไทร์ได้เลย ไตรักไลเซ็น กกต. ประจำหน่วยเลือกตั้ง 5 ท่านเนี่ย ไม่มีความหมายนะครับ เพราะสามารถเปิดได้แล้วก็รัดใหม่ ครับ อันนี้ก็ทำสาธิตในทางรายการทีวีไปแล้วนะครับ แล้วก็ ที่บอกว่าอยู่คนละที่เนี่ย ท่านทราบมั้ยครับว่าระเบียบ กกต. เนี่ย เขาให้มาเก็บไว้ที่เดียวกัน นะครับ คือที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต กำหนด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต คือใครได้ฟังนะครับ คุณสรวลีได้วิเคราะห์ให้เราฟังไปแล้ว >> นะครับ แล้วทีนี้คำถามคือ ที่ชลบุรีเขต 1 เนี่ยนะครับ ถ้าหากมีการปิดผนึกจัดเก็บอย่างดีเนี่ย มันมันมีสภาพแบบนี้ได้ไง มันเป็นแบบเปิดอย่างนี้ได้ไง ทีนี้มันมีระเบียบนะครับ เรื่องของการยุบรวมหีบ กกต. มีระเบียบครับว่าให้ยุบรวมหีบบัตรเลือกตั้งได้ คำถามคือ ไอ้การยุบรวมหีบเนี่ย มันต้องไม่มีข้อสงสัยแล้วถึงจะเปิดได้ถูกมั้ย เมื่อนับคะแนนเสร็จ มันต้องผนึก ความจริงความจริงคือประชาชนใช้สิทธิ์อย่างไรอยู่ในหีบแล้วไม่มีใครเปิดได้เลย ยกเว้นคำสั่งศาล หรือ กกต. สั่งให้นับใหม่ แต่ กกต. กับเอาระเบียบว่าเย็นวันนั้นเนี่ย นะครับ เมื่อส่งไปที่โกดังหรือที่ใดก็แล้วแต่ ของกรรมการเขตกำหนดเนี่ย เขาสามารถยึด 3 หีบ 4 หีบ 5 หีบให้เหลือหีบเดียวได้เพื่อประหยัดที่ คำถามคือ ไอ้ตอนขนย้ายเนี่ย ไม่ไม่มีหลักความโปร่งใสใดๆ จะมีหลักประกันไง ครับ ว่าจะไม่มีหน่วยใดหรือเขตใดเกิดการเปลี่ยนไอ้ของที่อยู่ในหีบ ไม่มีหลักประกันใดๆ เลยครับ ที่ท่านบอกว่าไม่มีใครสแกนดูได้ก็เปิดแล้วเนี่ย ตอนเย็นวันนั้นเลยอ่ะ เปิดออกมาเพื่อยุบรวมอ่ะ อันนี้คือปัญหาที่ที่ กกต. ไม่มีมาตรการป้องกันนะครับ ว่าถ้าหากมีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยใดหรือเขตใด ถ้าจะทุจริตขึ้นมาก กกต. จะป้องกันยังไง ไม่มีทางป้องกันครับ เพราะว่าระเบียบ กกต. เปิดให้ทุจริตได้ครับ นี่คือปัญหา ทีนี้มาถึงเรื่องประเด็นผิดปกติของคะแนน 94% กับ เอ่อ 100% นะครับ ผมเรียนว่า เอ่อ ในการวิเคราะห์ผลคะแนน 94% เนี่ยนะครับ คุณกยากรวิเคราะห์ให้ชัดเจนแล้วนี้ผมจะเปรียบเทียบเลยว่าตอน 94.33 33 กับ 100% เนี่ย มันมีข้อสังเกตผิดสังเกตผิดปกติยังไงนะ เพื่อเสริมนะครับ ผมอธิบายท่านเพิ่มเติมงี้ก่อนนะครับ เอ่อ ถามว่าไอ้ 94% เนี่ยจริงๆ มันคือ 94.33% 33% นะครับ ที่เป็นคะแนนที่อยู่ในเว็บไซต์จนถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เป็นเวลา 10 วันเต็ม ที่มีข้อผิดพลาดมากมาย แล้วก็เขาตอบคำเดียวว่าไม่เป็นทางการ ห้ามอ้างอิง นะฮะ มันคือจำนวนหน่วยเลือกตั้ง จากทั้งหมด 11331 หน่วยนะครับ ไอ้รูปภาคทางขวามือนะครับ อันข้างล่างนะครับ คือหน่วยเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กับนอกเขตนะ มีทั้งหมด 1131 หน่วยนะครับ เอามานับเนี่ย เป็น 94.33% 33% คือ 95,583 หน่วย ก็แปลว่าเอามาหักลบกันนะครับ ก็มีอีก 5,784 หน่วยที่ยังไม่เอามารวม นึกออกมั้ยครับ นี่ตัวเลขเป็นอย่างงั้นนะครับ ถ้าจะมีผิดว่าผิดก็คือ ไอ้ 50,000 ไอ้ 95,000 กว่าหน่วยเนี่ย มันอาจจะกรอกผิดอะไรก็แล้วแต่ จะมีการทำอะไรกับตัวเลขก็อยู่ใน 5 95,000 เนี้ย แต่ที่ยังไม่นับเข้ามานะครับ อีก 5.67% 67% ก็คืออีก 5,784 หน่วยถูกมั้ยครับ ทีนี้ตอนนับรวมกันแล้วเนี่ย ผลเป็นยังไง ระหว่างทางมีข้อสงสัยมากมาย แต่รวมแล้วเกิดอะไรขึ้นครับ ปรากฏว่าตัวคะแนนผู้ใช้สิทธิ์นะครับ ก็เพิ่มเป็น 71.42% จากเมื่อกี้ 65.03 นะครับ นับ 94% 65.03 03 พอนับครบ 100% ขึ้นไปเป็น 71 ทีนี้ข้อที่ผิดสังเกตที่สุดแล้ว ผมคิดว่านี่คือถึงขนาด เอ่อ เป็นปัญหาในทางกฎหมายแล้วนะครับ ท่านฟังนะครับ ตอนแรกนะ ตอนประกาศ เอ่อ ตอนแรกเนี่ยนะครับ มีผู้ใช้สิทธิ์เนี่ย 34 ล้านคนนะครับ พอประกาศครบ 100 นะครับ ผู้ใช้สิทธิ์เนี่ย เพิ่มขึ้นมา 3,1775,000 คน ทีนี้ถ้าหากเอา 3 ล้าน 175,000 คนเนี่ย แล้วหน่วยเลือกตั้งที่ยังไม่นับคือ 5,784 หน่วย เอามาหาร ก็แปลว่าค่าเฉลี่ยเนี่ย ผลลัพธ์ก็คือว่าในหน่วยเลือกตั้ง 5,784 หน่วยเนี่ย มีคนไปใช้สิทธิ์ 549 คนต่อหน่วย ซึ่งถือว่าสูง เพราะหน่วยหนึ่งๆ เนี่ยนะครับ ถ้าคนเลือกตั้งแค่ 71% เนี่ย หน่วยนึงก็ประมาณ 300 เท่านั้น นี่ถือว่าสูงมาก ทีนี้สูงมากเนี่ย มาดูทางแบบแบ่งเขตบ้าง สีชมพูนะครับ เป็นแบบบัญชีแบบแบ่งเขต นะครับ จากเดิมเนี่ยนะครับ มีความต่าง 66,000 6,939 ใบ บัตรสีชมพูกับบัตรสีเขียว พอนับครบ 100 เนี่ย ความต่างเหลือแค่ 3 ใบ ของคงจาก 66,000 เหลือแค่ 3 นะครับ ตัวเลขตอนนับคะแนน เอ่อ 94.33% ขออภัยนะครับ ตัวเลขสีชมพูขบวน 65.4 ผมผมพิมพ์ผิดนะฮะ นับคะแนน 64 โทษที 94.33% 33% เนี่ยนะครับ มีผู้ใช้สิทธิ์ 34 ล้าน 500,000 คน ประกาศครบ 100% ก็เพิ่มขึ้นอีก 3242,139 คน ถ้าเอา 3 ล้านหารด้วยหน่วยที่ยังไม่มานับคือ 5,784 เนี่ย เท่ากับใช้สิทธิ์เนี่ย 561 คนต่อ 1 หน่วย ทีนี้ท่านทราบไหมครับ ว่าผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งหน่วยนึงมีค่าเฉลี่ยกี่คน 532 คนเท่านั้นครับ คือค่าเฉลี่ยของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเนี่ย เอา 1 แสน เอาเอาเฉพาะหน่วยในประเทศนะ ตัดนอกราช ตัดล่วงหน้าทิ้งไป 99,000 กว่าหน่วยเนี่ย เอาตัวเลข เอ่อ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 52 ล้าน 900,000 คนนะครับ เอาจำนวนหน่วย 99,000 มาหารเนี่ย ค่าเฉลี่ยคือหน่วยนึงมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 532 คน นี่ผู้มีสิทธิ์สิทธิ์นะ แต่ 5,700 หน่วยนี้ประหลาดมาก มีการใช้สิทธิ์เกินจำนวนผู้มีสิทธิ์ เป็นไปได้ยังไง >> มันคือตอนที่ผมเห็นตัวเลขครั้งแรกว่า 65% ตอน 94 นับ 94% แล้วคนนิสิต 95 เนี่ย ผมก็คำนวณแล้วว่าถ้าเกิดครบ 100% เนี่ย ตัวเลขจะไปที่ 69% เท่า 69 กว่าๆ ใกล้ๆ 7 อาจจะใกล้ๆ 70 ไม่มีทางขึ้นมา 71 ได้ครับ คือว่าง่ายๆ คือในหน่วย 5,700 หน่วยมีความประหลาดคือมีการไปเลือกตั้งมากกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง อันนี้มันคืออะไรนะครับ กกต. ตอบว่าอะไรรู้มั้ยครับ อย่าไปเอาไอ้ตอนเว็บไซต์อันนั้นน่ะผิด อ้างอิงไม่ได้ ตอบแค่เนี้ยนะครับ แต่ว่ามันอยู่ในเว็บไซต์เมื่อ 10 วันนะครับ ผมก็เห็นด้วยกับอาจารย์สมชัยนะครับ มันอยู่มาทั้ง 10 วันเนี่ย ยังไงจะบอกไม่เอามาอ้างอิงไม่ได้ไม่ได้ครับ ทีนี้เรื่องบัตรเขย่งนะครับ พูดกันเยอะแล้ว ผมสรุปแค่ว่าบัตรเขย่งเนี่ย ความเขย่งที่มันหายไปเนี่ย ผมเล่าให้ฟังงี้นะครับ เอ่อ มันมีแค่เพียง 9 หน่วยเท่านั้นนะครับ ที่บัตรสีชมพูกับบัตรสีเขียวเนี่ย ใช้สิทธิ์เท่ากัน ที่เหลือเนี่ย มันมีทั้งแบ่งเขตมากกว่า มีทั้งบัญชีมากกว่า แล้วรวมความต่างนะครับ มันถึงมีมากถึง 324,000 ใบ แต่ถ้าเกิดเอาความต่างของผู้ใช้สิทธิ์แบ่งเขตมากกว่าบัญชีนะครับ กับผู้ใช้สิทธิ์แบบบัญชีมากกว่าเขตรวมเป็น 300,000 กว่าใบ แทนที่จะบวกกันมาลบกันสุทธิเลยลบกันเนี่ย มันก็เขย่งอยู่ 66,000 6 นะครับ ทีนี้การที่พอนับครบ 100% นะครับ ความเข้าเ่ง 66,000 เนี่ย มันเหลือแค่ 3 ใบ ก็แปลว่าไอ้ 5,784 หน่วยที่มานับเพิ่มเนี่ย มีคนเลือกแบบบัญชีในชื่อโดยไม่เลือก สส. เขตมากถึง 66,942 คน ลองคิดดูนะครับ มีคน 66,000 942 คนครับ ที่กากบาทบัตรสีชมพูอย่างเดียว ไม่กาบัตรสีเขียวเฉพาะในไอ้ 5,700 หน่วยเนี่ย คืออันนี้ก็ไม่มีคำอธิบาย นอกจากบอกอย่างเหมือนเดิมฮะว่าไอ้ไอ้ข้อมูลตอนเว็บไซต์อย่าไปอย่าไปอ้างอิง นะครับ เอาล่ะ แล้วนอกจากนี้นะครับ อ่ะ เอาไม่อ้างอิงก็ได้ เอาดูเฉพาะไอ้ที่ประกาศวันที่ 18 โทษที ประกาศอันนี้มัน 26 นะครับ เพราะว่าประกาศผลรับรอง สส. เขตมัน 25 ผมจำได้แม่น เพราะอยู่กับอาจารย์สมชัยกับ ดร. บิน ที่โรงแรมวทลนะครับ เย็นวันนั้นเขาก็ประกาศพร้อมกับแจ้งข้อหา 2 ท่านนี้นะครับ ว่าเป็นอั้งยี่นะฮะ >> เอ่อ >> เอาที่เขาประกาศมาปรากฏว่ามันก็มีบัตรเลือกตั้งหายไปนะครับ แบบสีชมพูนะครับ เอ่อ มีบัตรหายไป 123 ใบ คือน้อยกว่าคนไปใช้สิทธิ์อ่ะ มันหายไปได้ไงไม่บัตรเสียไม่ ออกเสียง แล้วมันหายไปไหน ส่วนในแบบสีเขียวนะครับ บัตรก็หายไป 30 ใบ นะครับ คือน้อยกว่าจำนวนคนไปใช้สิทธิ์ ตรงบัตรเสียก็ไม่อยู่ บัตรดีก็ไม่มีแล้ว มันมันเต็มไปด้วยข้อข้อสงสัย ซึ่งอันเนี้ย กกต. เราก็ไม่ยอมชี้แจงใดๆ นะครับ แล้วชัวร์ค่ะ >> ข้อสำคัญข้อสำคัญนะครับ คือรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเนี่ย เรามาพูดในเชิงระบบนะครับ ซึ่งข้อนี้ก็ต้องพิจารณาปรับปรุงหรือยกเลิกเปลี่ยนแปลงนะครับ รัฐธรรมนูญให้เวลากกต. 60 วันในการตรวจสอบว่าการเลือกตั้งเนี่ย เป็นประโยชน์สุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่นะครับ ถ้าตรวจสอบในเบื้องต้นมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมก็ให้ประกาศรับรอง สส. คือปี 2566 เนี่ย ใช้เวลา 37 วันเป็นประกาศจากที่ให้ 60 วัน คราวนี้ให้ 60 วัน มีข้อสงสัยมากมายหลายเท่าเมื่อเทียบกับปี 66 ความจริงต้องใช้เวลามากกว่า 37 วัน ถูกมั้ย >> แต่กลับใช้น้อยกว่า 20 วัน >> คล้ายกับว่ายิ่งปัญหามากยิ่งต้องประกาศเลย >> ทีนี้ทำไมต้องประกาศครับ ก็เพราะระบบของเราเป็นแบบนี้นะครับ พูดให้กระชับขึ้น เพราะพอประกาศรับรองแล้วเนี่ยเนี่ย อำนาจในการสั่งเลือกตั้งใหม่จะไปอยู่ที่ศาลฎีกาทันที >> แล้วมีเฉพาะ กกต. เท่านั้นที่จะยื่นคำร้องให้ศาลฎีกาได้ ถ้า กกต. ไม่ส่งเรื่องก็ไม่มีวันถึงศาลฎีกาเลย ปิดจบก็จะเหมือนกับเรื่องของ สว.ฮะ >> แบบเดียวกัน อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ พรป. ที่ต้องแก้ไขนะครับ คือคือหลักนี้นะครับ หลักเนี่ยผมเรียนว่า เอ่อ อันนี้ผมไปเร็วๆ นะครับ คือคือในในทั้ง ส.ส. กับ สว. เนี่ย หลักเดียวกันหมดนะฮะ คือหลังประกาศผลแล้วเนี่ย มีเฉพาะแต่ กกต. เท่านั้นที่จะส่งคำร้องได้ เรื่องนี้ต้องแก้ตรงไหนครับ ต้องทำแบบเดียวกับหลักกฎหมายอาญา ถ้าตำรวจไม่ดำเนินคดี อัยการสั่งไม่ฟ้อง ผู้เสียหายไปฟ้องตรงที่ศาลได้ ใช่ครับ เราไม่มีหลักนี้ฮะ ต้องผ่าน กกต. เท่านั้น แล้วปัญหาคือถ้า กกต. ผิดเองล่ะ ถ้า กกต. ผิดเอง >> แล้วใครจะส่งไปล่ะ ถ้าเกิดความผิดมันเกิด กกต. เอง นี่คือปัญหา นะครับ เนี่ยคือต้องแก้ไขนะครับ แล้วผมคิดว่า เอ่อ ลำพังเพียงให้แก้กฎหมายเนี่ย ผมคิดว่าไม่พอ เพราะแก้ก็ไม่ง่าย >> นะครับ ก็ต้องทำนั่นแหละครับ เอ่อ แต่ว่าถ้าเขตไหนมีหลักฐาน ว่าเชื่อได้ว่าไม่สิไม่เที่ยงธรรม ประมวลผลทุกอย่างเข้ามาเนี่ย ก็ก็เราต้องส่งศาลฎีกาครับ >> ไม่ส่งไม่ได้ แต่ผมเรียนมันก็เหมือนกับเรื่อง สว. >> มีโพยมีอะไรก็ก็ยังไม่ส่งนะครับ ก็ตั้งอนุขึ้นมา 2 ชุดสุดท้ายก็บัดนี้ก็ยังไม่ไม่ส่งนะครับ ผมแต่ผมคิดว่าเรื่องนี้เราต้องเราต้องจริงจังนะครับว่า ถ้าหลักฐานมีจริง กกต. ต้องส่งครับ ไม่ส่งไม่ได้ เท่าไหร่คะ เอ่อ อันนี้นี่เวทีวิชาการนะฮะ อ่ะ ทีนี้ผมมาถึงเรื่องบัตรเลือกตั้งนะ ครับ ที่เบอกว่า เอ่อ คือบัตรเลือกตั้งกับหีบบัตรเนี่ย ให้เป็นไปตามที่ กกต. กำหนดนะ ครับ ผมเรียนว่านี่เป็นเรื่องต้องแก้ไข เพราะกฎหมายเลือกตั้งเราให้อำนาจ กกต. มากเกินไปนะครับ โดยในเรื่องของไอ้รหัสหรือเครื่องหมายเนี่ย มันอยู่ในระเบียบ กกต. นะครับ ข้อ 129 นะครับ วรรค 2 นะครับ ก็บอกว่า เอ่อ คณะคือ กกต. เราอาจให้มีรหัสหรือเครื่องหมายนะ ครับ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร เขาอ้างตรงนี้ว่ามี QR Code บาร์โค้ดไว้ตรงนี้ นะครับ แต่ว่าเรื่องนี้ก็พูดกันหมดแล้วว่า บาร์โค้ด QR Code ที่มีอยู่มันไม่ได้ป้องกันการปลอมแปลง >> ไม่ได้ป้องกันเลย ทำให้รู้ได้ต่างหากว่าใคร เอ่อ ใครเลือกใคร มันไม่ได้ป้องกันการปลอมนะครับ อันนี้ก็เป็นข้อที่ เอ่อ เป็นปัญหาที่ กกต. เองเนี่ย มีบาร์โค้ดโดยไม่ชอบด้วยระเบียบของตัวเอง เพราะระเบียบมีเครื่องหมายได้เพียงเพื่อป้องกันการปลอมแปลงนะครับ แล้วบัตรนะครับ ที่เรียนไปนะครับ เอ่อ ผมคิดว่าบัตรที่มีแต่หมายเลข มีความเสี่ยงต่อการทุจริตเป็นอย่างยิ่งนะครับ ทำไม กกต. ไม่ยอมให้มีชื่อผู้สมัคร ชื่อพรรค แม้กระทั่ง 400 เขตก็ไม่มีการเขียนว่าเขตใดเป็นเขตใด อันนี้คืออะไรครับ เราพูดกันมาหลายต่อหลายปีตั้งแต่เลือกตั้งปี 66 ก่อนหน้านั้นๆ แล้ว กกต. ก็ยังไม่แก้ไขจนปัจจุบันนะครับ ทำให้ยิ่งชวนสงสัย ผมคิดว่าตรงเนี้ย เอ่อ เราผลักดัน กกต. กกต. ก็บอกว่ากฎหมายไม่ได้บังคับ เพราะกฎหมายให้มีแค่หมายเลข ผมว่าสงสัยเราต้องหา เราคงต้องบังคับ กกต. ถ้า กกต. ไม่ยอมใส่เข้าไปนี่จะเป็นมาตรการที่ป้องกันเรื่องการใช้บัตรข้ามเขต >> แล้วก็เลือกปัญหาเรื่องโงนานได้จบเลยนะ

ครับถ้ามีชื่อผู้สมัครชื่อพรรคลงไปนะครับ เอ่อ เรื่องการยุบรวมผิบัติเลือกตั้งนะครับผม เรียนว่าไอ้ไอ้การยุบรวมเนี่ยนะครับมัน อยู่ในระเบียบ เอ่อ 183 นะครับว่าให้ยุบรวมเนี่ยให้บุคคลหรือคณะ บุคคลที่กกต.แต่งประจำเขตแต่งตั้งดำเนิน การยุบรวมหีบบัตรเลือกตั้ง คือพอส่งไปที่ทำการเขตโกดังหรือที่ไหนที่ เเลือกเนี่ยเค้าก็ยุบเลยอ้างว่าให้ลดพื้น ที่ในการจัดเก็บแต่เราไม่มีหลักประกันนะ ครับว่าตอนยุบรวมเนี่ยมันเกิดการเปลี่ยน ไซส์ในหรือเปล่า แล้วกกต.เขตเป็นใครครับนั่นสิมันก็เลย กลายเป็นปัญหากันไปหมดอันเนี้ผมว่าต้อง ไม่ยอม

ถ้าปิดผนึกแล้วเนี่ยต้องไม่มีใครเปิดได้ ยกเว้นมีคำสั่งให้นับใหม่ไม่ใช่มาทำแบบ นี้นะครับอันนี้ต้องแก้นะครับ แล้วก็ผมว่าข้อนี้ก็เป็นปัญหานะครับว่า กกต.ท่านก็ไม่ปฏิบัติตามระเบียบตัวเองอีก ข้อนึงนะครับคือระเบียบข้อ 214 นะครับแล้วก็เขียนประหลาดนะครับระเบียบ ข้อนี้มันเหมือนกับมี 2 ข้ออาจารย์สมชัย เห็นมั้ครับปกติวงเล็บเนี่ยมันจะ 1 2 3 รันตัวเลขไปไงมันมาขึ้นย่อหน้าใหม่แล้ว รันตัวเลข 1 2 3 ใหม่อีกทีนึงไอ้แบบนี้ จริงๆต้องเขียนเป็น 2 ข้อนะกฎหมายจะทราบ ดีอันนี้ก็พิลึกนะครับแล้วเรียกไม่ถูก ด้วยเรียกแล้วมันงงนะครับแต่สรุปคือครับ ท่านอ่านย้อหน้าสุดท้ายนะครับภายใน 5 วัน นะครับผอ. ประจำจังหวัดต้องเผยแพร่ข้อมูลรายงานผล นับคะแนนในเว็บไซต์ของกกต.ประจำจังหวัด 5 วันนับแต่วันเลือกตั้งขอโทษครับนี่มัน 2 เดือนแล้วนะครับอีก 1 วันครบ 2 เดือน เนี่ยไอ้ที่เขาประกาศที่ว่าเป็นรายหน่วย ส.ส.ส. 5/18 เนี่ยก็ยังไม่ครบทุกหน่วยนะ ครับหลายที่ก็หลายเขตก็ยังไม่มี นะครับแล้วไม่นพูดถึงอ่ะว่าเว็บไซต์ก. จังหวัดจะมีหรือเปล่าเว็บไซต์กลาง คือ 5 วันต้องประกาศนี่ 2 เดือนแล้วยัง ไม่ครบนะครับแล้วผมเรียนว่า มันมีความถ้าคำเบาสุดนะครับมีความไม่ เรียบร้อยท่านได้เปรียบเทียบดูนะครับแล้ว มันยุ่งยากมากสำหรับประชาชนในการตรวจสอบ แพทเทิร์นปกติเนี่ยท่านคลิกไปที่จังหวัด มีกี่เขตก็มีเขต 3 เขตใช่แต่ละเขตคลิกไป ต่อไปจะเป็นอำเภอตำบล แล้วค่อยเป็นหน่วยใช่มฮะแล้วจะมีแยกแบบ บัญชีแบบแบ่งเขตก็จะไล่ไปแล้วสุดท้ายท่าน จะได้ลายมือออกมา ใบ 5/18 แบบเป็นลายมือนะครับแต่บางเขต ท่านทราบครับเช่นชลบุรีเขต 1 ท่านคิด ชลบุรีเขต 1 ปั๊บเนี่ยโหใช้เวลาดาวน์โหลด นานมากเพราะไฟล์มันทั้งก้อนเลยทุกหน่วย เลือกตั้งในชริขเขต 1 เนี่ยจะจับอยู่ใน ไฟล์เดียวกันจากที่อื่นเนี่ยจะแยกเป็น อำเภอแยกเป็นตำบลแยกเป็นหน่วยเคสนึงแปลก มากทุกอย่างเอยู่ใน ไฟลเดียวกันเอามาต่อๆๆๆกันคือคำถามคือถ้า เกิดอันนี้เป็นทางการแล้วทำไมกกต.ไม่ทำ ให้มีแพทเทิร์นให้มัน แล้วเงินเดือนอาจารย์สมชัยก็บอกแล้วนะ ครับว่าเงินเดือนเนี่ยก็มากกว่าเดิมด้วย

ในเรื่องของกกต.ประจำเขต นะครับเอ่อซึ่งมีเขตละ 3 คนนะครับโดยมี ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอีก 2 คน ที่เป็น 4 คนเพราะมีผอ.เขตเป็นคนที่ 4 อย่างที่มายบอกนะครับก็มาจากกกต.แต่งตั้ง อันนี้ก็ได้ฟังมายก็พูดแล้วนะครับว่าส่วน ใหญ่เนี่ย ก็คือนายอำเภอกรรมการจำหน่วยส่วนใหญ่ก็มา จากอำเภอส่งชื่อให้ผมไม่ได้บอกว่านายอำเภอ หรือกระทรวงมหาดไทยทุจริตการ เลือกตั้งนะครับแต่มันโยงใยไปทำให้เกิด ข้อคหา ที่ทุจริตได้แล้วไม่รู้เกิดขึ้นที่ไหน บ้างหรือต่อให้ไม่เกิดการทุจริตก็ถูกคหา อยู่ดีนะครับว่าเอ่อเกิดการโยกย้ายต่างๆ แล้วกลายเป็นประธานกกต.เค อันเนี้ยมันเป็นเรื่องที่มันไม่ควรจะเกิด นะครับแล้วผมเรียนว่าถ้าหากเป็น กระทรวงมหาดไทยจัดเรื่องแบบนี้ไม่เกิดนะ ถ้าเป็นมหาดไทยจัดอย่างตรงๆไปเลยเนี่ยไม่ เกิดถ้ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนักขนาดนี้ มหาดไทยก็ต้องปรับต้องแก้อะไรพอสมควรแล้ว แต่กกต.คือองค์กรอิสระมั้ครับไม่ตอบก็ได้ ว่าง่ายๆคือเป็นการจัดการเลือกตั้งโดย มหาดไทยที่เอาความเป็นองค์กรอิสระที่ตรวจ สอบไม่ได้มาครอบเอาไว้ปัญหาเนี่ยผมเรียน อาจารย์สมชัยว่าหนักกว่า 30 ปีก่อนนะครับ 30 ปีก่อนคือเลือกตั้งปี 2539 ก่อนจะมี กกต. 30 ปีพอดีเลยตอนนี้หนักกว่าครับ เพราะมีความอิสระมาครอบเอาไว้ แล้วก็ตรวจสอบอะไรกันไม่ได้จะขอดูอะไร ก่อน เจอแต่ PDF แล้วยากมากในการจะตรวจเช็คอะไรต่าง ๆนี่มันเป็นเรื่องที่ มันไม่ควรจะเกิดขึ้นมานะครับแล้วก็ตัว ละครลับนอกจากประธานกกต.เขียนแล้วเนี่ย คือผู้ตรวจการเลือกตั้งครับที่เมื่อกี้ คุณ 2 ได้พูดไปในตอนต้นผู้ตรวจการเลือก ตั้งมีขึ้นมาเพื่อตรวจการเลือกตั้งในปี 62 กับปี 66 เนี่ยเรายังได้ยินบ้างปี 69 เรา ไม่ได้ยินข่าวผู้ตรวจการเลือกตั้งเลยนะ ครับจังหวัดนึงมี 5 คนถึง 8 คนทั้งหมดมี 500 คน ไม่ได้ยินข่าวเลยนะครับเป็นใคร นะครับคือนี้เรื่องของเรื่องคือเมื่อเรา เป็นปัญหาว่าเอ๊ะกกต.จัดการเลือกตั้ง เนี่ยสุจริตและเที่ยงทำมั้ย ผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นคนที่กกต.เลือก แล้วจ่ายเงินเขาจึงย่อมไม่ตรวจ เอ่อในทางที่จะเป็นปัญหา ใช่มั้ครับ ไม่รู้สิครับผมคิดว่าสิ่งที่ควรจะเป็น เนี่ยในเรื่องนี้เนี่ยผมเห็นด้วยกับมันก็ เป็นข้อสรุปนะครับตรงกันหมดว่าเรากลับมา มี กกต.จังหวัดใหม่ดีกว่าที่เป็นภาคประชาชน ไม่ใช่ไม่ใช่ข้าราชการมหาไทยสมัยก่อนจะ ต้องเป็นเกษียณแล้วเป็นปัชญของประชาชน เป็นผู้นำท้องถิ่นแต่จังหวัดอาสามาเป็น กกต.แล้วมาคุมกกต.จังหวัดอีกทีนึงนะครับ เขาเนี่เลิกไปนะครับแล้วก็ตั้งผู้ตรวจการ ขึ้นมาแทนสิ่งที่ควรจะเป็นคือเลิกผู้ตรวจ การนะครับแล้วกลับไปหากกต.จังหวัดที่เป็น ภาคประชาชนอีกครั้งหนึ่งนะครับนี่คือสิ่ง ที่เอ่อเราจะทำนะครับทีนี้สุดท้ายนะครับ เรื่องการเลือกตั้ง เรื่องโมฆะหรือไม่เนี่ยก็อยู่ในมือสนะ ครับเอ่อที่จะพิจารณาแต่ว่าเรื่องเนี้ยนะ ครับมันไม่ได้มีแค่ศาลเอ่อรัฐธรรมนูญเท่า นั้น นะครับในประเด็นเรื่องสรธรรมนูญจะตัดสิน อโมฆะหรือไม่ยังไงก็เป็นประเด็นที่จะพูด กันต่อแต่ทั้งหมดที่ผมพูดไปในข้อใดที่มัน ผิดระเบียบ ผิดไม่ตรงต่อกฎหมายไม่ตรงพรป.หรือขัด รัฐธรรมนูญ มันมีประเด็นไปถึงศาลที่มากกว่าแค่ขัดกับ หลักตั้งโดยรับแล้วเรื่องนี้ก็ควรจะไปถึง ผู้มีอำนาจหน้าที่จะเป็นผู้ตรวจการแผ่น ดินหรือศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลใดที่อีกผม คิดว่าต้องทำครับถ้าหากว่าผิดระเบียบต้อง เช่นการแบ่งเขตไปเลือกรูปแบบที่ 4 ได้ยัง ไงใช่มั้ครับหรือว่าที่ใดก็แล้วแต่มีเอ่อ ปัญหาชัดเจนเกิดขึ้นนะครับควรต้องดำเนิน การแล้วทำพร้อมกันนะครับกับเราควรต้อง ปรับปรุงระบบระเบียบอย่างไรที่เกี่ยวข้อง การเลือกตั้งเพื่อให้คราวหน้าไม่เกิดอีก ผมก็ต้องทำควบคู่กันไปนะครับคดีก็ต้องสู้ ไป นะครับแล้วก็มันไม่ควรหรอกครับที่ประชาชน เอ่อจะมาฟ้อง กกต.หรือกกต.เราจะมาฟ้องปิดปากประชาชนแบบ นี้ นะครับคือมันชัดเจนว่ากกต.ไม่ได้คิดเอา ประชาชนเป็นพวกในการช่วยตรวจสอบถึงทำ แบบ นี้กับประชาชนนะครับ

อันนี้คือภาพโดยรวมนะครับที่โยงมาถึง เรื่องของกฎหมายนะครับทีนี้ท่านวิทยากรนะ ครับท่านใดจะเพิ่มเติมในประเด็นใดครับ อาจารย์สมชัยเชิญครับเดี๋ยวจะเปิดให้ท่าน ได้ร่วมทางอื่นเห็นนะครับ

ก็แก้ของอาจารย์นิดนึง เรื่องที่ว่าทางระเบียบกกต.ที่บอกว่าจะ ต้องมีการประกาศคะแนนรายหน่วยภายใน 5 วัน นะฮะหลังจากวันเลือกตั้งอันนั้นคือ ระเบียบเก่าซึ่งกกต.เน่ารักมากเเปลี่ยน ระเบียบใหม่เมื่อเดือนธันวาคมปี 68 ไม่ กี่เดือนเก่า ใช่ครับโอห เปลี่ยนใหม่นะครับธันวาคมปี 68 โดยใช้คำ ว่าโดยเร็ว โดยเร็วคือ 5 วันเนี่ยเปลี่ยนเป็นเร็วนะ โดยเร็วแต่โดยเร็วคือ 2 เดือนยังไม่ ประกาศก็ช้าแล้ว นะครับนี่คือวิธีการแก้ของเขาคือเขาแก้ ให้เหมือนกับว่าตัวเองไม่มีกรอบในเชิงของ เวลาที่เป็นตัวเลขมากำกับนะครับก็ถือว่า เก๊งเก่งนะฮะเก้งเก่งนะครับคือรู้จักใน การที่จะไม่ทำให้ตัวเองผิดระเบียบนะครับ ตอนนี้เท่าที่ฟังอาจารย์ปริญญาพูดทั้งหมด เนี่ยผมคิดว่าเราต้องเอ่อทำการแยกนะครับ คืออาจจะฝากฝ่ายวิชาการทำการแยกว่าอะไร คือสิ่งที่กกต.ทำผิดเพราะว่าการทำผิดดัง กล่าวเนี่ยมันมีระดับที่แตกต่างกันเช่น 1 ผิดรัฐธรรมนูญ 2 ผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ผิด ระเบียบของกกต.เองนะครับซึ่งการผิดในแต่ ละระดับนั้นเนี่ยก็จะมีผลที่แตกต่างกันยก ตัวอย่างเช่นการเลือกตั้งโดยรับเนี่ยคือ ผิดรัฐธรรมนูญนะครับคือถ้าคุณจัดการเลือก ตั้งโดยไม่เป็นความลับเมื่อไหร่เนี่ยนี่ คือผิดรัฐธรรมนูญเลยนั่นเรื่องใหญ่นะฮะไป นำไปสู่การเลือกตั้งที่อาจจะเป็นโมฆะได้ นะครับหรือการที่ทำผิดในระดับที่เป็นกฎ หมายประกอบรัฐธรรมนูญนะครับเอ่อยกตัว อย่างเช่นนะครับอาจจะเป็นเรื่องของการที่ ว่าเอ่อเป็นเอ่อการปิดหีบก่อนเวลานี้เป็น ต้นนะครับอันนี้คือผิดกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญนะครับคือคุณไปปิดเวลา 16 48 น.ไม่ใช่อ่ะรายงานก็มา 164 18 แต่ว่า ต้องปิดหีบก่อนอันนั้นอีกเป็นชั่วโมงทำ ได้อย่างไรอันนี้คือการผิดกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ หรือแม้กระทั่งเรื่องราวที่เราไม่ค่อยได้ พูดกันก็คือว่าการซื้อเสียงเกิดขึ้นทั่ว พันทั่วเมืองแล้วกกต.ไม่ทำอะไรเลยนะครับ แล้วก็เร่งรีบในการประกาศผลนั่นก็คือคุณ ก็ทำผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนะฮะไว้ ด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 73 ทั้งมาตรา นะฮะที่ประเภทว่าเหตุของการที่ว่ามีการ ให้สัญญาว่าจะให้มีการจัดเลี้ยงมีการเอ่อ หลอกลวงใส่ร้ายมีการที่จะให้แก่ชุมชนอะไร ก็แล้วแต่สิ่งต่าเหล่านี้เนี่ยก็คือการทำ ผิดสิ่งที่เป็นกฎหมายขอบรัฐธรรมนูญหรือใน เลเวลที่ 3 เนี่ยก็คือระดับของการผิด ระเบียบนะครับเช่นอะไรบ้างที่อาจารย์พูด การแบ่งเขตอันนี้ก็ผิดระเบียบเพราะว่าการ แบ่งเขตนั้นไม่อยู่ในกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญแต่อยู่ในระเบียบนะครับว่าเอ่อ ถ้าหากว่าจะมีการแบ่งเขตต้องจัดทำ 3 รูป แบบรับฟังมาเป็นประชาชนไอ้นี้กกต.มาฟัง เสร็จเอารูปแบบที่ 4 อย่างเงี้ยก็ผิด ระเบียบนะครับหรือเรื่องของการนับคะแนนก็ ดีการจัดเก็บก็ดีที่ว่ามีสายรัฐไม่มีสาย รัฐก็ดีหรือแม้กระทั่งการรายงานผลต่างๆก็ ดีเนี่ยมันเป็นการทำผิดในแง่ของระเบียบ เพราะฉะนั้นสิ่งนึงซึ่งจะต้องแยกแยะก็คือ ว่ามันมีเลเวลของการกระทำความผิดในแต่ละ เลเวลในเรื่องอะไรบ้างนะครับแล้วก็ใครจะ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาต่อกกต.นะครับในแต่ละ เรื่องแต่ละเรื่องไปทนายชามาแล้วเนี่ยมือ ฟ้องอยู่ตรงนี้[เสียงหัวเราะ]นะครับที่ ที่จะดำเนินการนะครับโอเคนะครับก็เอ่อคง จะเสริมของอาจารย์ปริญญาธนิครับ ดร.บินเชิญครับ

ครับก็อยากเสริมประมาณสัก 3 อันนะฮะก็คือ อันที่ 1 เนี่ยจริงๆจากที่ฟังอาจารย์กฎ หมายนะครับท่านอาจารย์กฎหมายแล้วก็เมื่อ กี้ที่ผมก็พูดถึงเรื่องเชิงเทคโนโลยี เนี่ยคือผมมีความรู้สึกส่วนตัวนะว่า เรื่องพวกเนี้ยไม่ใช่ว่าทำไม่ได้นะฮะแล้ว ก็ไม่ได้ทำยากนะอ่ะผมจะพูดในส่วน เทคโนโลยีก็ได้เนาะแต่ว่ามันต้องถามเ้า มากกว่าว่าทำไมไม่ทำ นะทำไมไม่ทำนะฮะจริงๆที่ที่เราพูดว่าอาจ จะอาจจะเนี่ยผมก็ใช้คำว่าอาจจะมีไอ้โม่ง แล้วกันนะสมมุตินะสมมุติอาจจะมีไอ้โม่งนะ ฮะต้องมันต้องคิดแล้วว่าเออถ้าเป็นไอ้ โม่งเนี่ยเาหาเหตุผลอะไรที่ว่าทำไมไม่ทำ นะฮะล่าสุดเนี่ยเอ่อมีที่อาจารย์ปริญญา พูดถึงในเชิงเอ่อผีบกระดาษเนาะเก็บอย่าง ดีนะอาจารย์ล่าสุดอ่ะ database เทคโนโลยี อ่ะข้อมูลส่วนบุคคลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 50 คนล้านคนหลุดแล้วนะครับหลุดออกมา แล้วะนะฮะซึ่งอันนี้เป็นอันนึงประเด็นอัน นึงที่ตอนนี้กำลังวิเคราะห์และเตรียมข้อ มูลส่งเพิ่มแล้วอาจารย์สมชัยก็ได้ก็ได้ ประกาศแล้วเดี๋ยวคิดว่าอีกวัน 2 วันเนาะ น่าจะครบถ้วนนะครับเดี๋ยวไปละเอียดตรง นั้นเนาแต่แค่กำลังจะบอกแบบนี้ฮะวันนี้ ถามว่าการเลือกตั้งรับไม่รับนะจากที่เอ่อ คุณมายนะครับบอกมาว่าการคัดเลือกกกต.เขต นะหรือลงไปถึงชั้นกปน.เนี่ยมันมี conflict of interest อาจจะมีอาจจะมีนะผลประโยชน์ทับซ้อนกับเ่อ กระทรวงมหาดไทยนักการเมืองเหมือนกับว่าคน ที่มาตัดสินเนี่ยกับคนที่ลงแข่งขันเนี่ย contทestกันถ้านะหากนะผม assign ให้เอ่อ กปน.หรือเขตก็ได้ไปถ่ายเอกสารนึงที่หลาย คนอาจจะคิดไม่ถึงอาจารย์จำได้มว่าตอนเรา ไปเลือกตั้งทุกคนนะครับเราได้บัตรคิว แล้วบัตรคิวนั้นน่ะเขียนเลขลำดับทะเบียน ของเราไว้แล้วเขาเอาไปเสียบเรียงไว้ ถ้าผมบวกบัตรคิวนี้นะกับข้อมูลที่หลุดนะ ผมเช็คทะเบียนได้เรียบร้อยแล้วว่าใครชื่อ อะไรเรียกลำดับที่เท่าไหร่ถ้านะถ้านะถ้า ผมเป็นไอ้ม่งและถ้ามันมีผมเนี่ยทุกวัน เนี้ยผมก็เลยบอกว่าบัตรแต่ละใบอ่ะคุณไม่ ต้องมานั่งถ่ายแบบสแกนหรอกครับมือถือทุก วันเนี้ยละเอียดมากอยู่แล้วทำเป็นวีดีโอ ปึ๊ดเดียวนะนึกภาพมั้เอกสารเนี่ยปื๊ดถ่าย ผมรู้หมดะว่าใครเลือกใครนะฮะทีนี้ผมเลย มองว่าปัญหาเนี่ยมันเลยเป็นปันที่ 3 ครับ ที่อยากเสริมก็คือว่าปัญหามันไม่ใช่ process technology แล้วมันคือ people มันคือคนนะฮะมันถึงเวลาแล้วหรือยังที่ว่า เอ่อคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการตรวจและ จัดการเลือกตั้งทั้งหมดอ่ะต้อง declare conflict interest ก็คือต้อง [เสียงกระแอม]เปิดเผยการมีส่วนได้ส่วน เสียมันถึงเวลาแล้วหรือยังที่ว่าทุก กรรมการน่ะคุณต้องเขียนนะชื่ออะไรตำแหน่ง อะไรเคยมีความสัมพันธ์อะไรบ้างนะฮะเพื่อ ที่จะตอนคัดเลือกครั้งหน้าเนี่ยแรนomได้ มย แรนomออกมาจับมาชนกันเพื่อไม่ให้มันไป ถ่วงน้ำหนักในคนที่อาจจะมีส่วนได้ส่วน เสียกับผู้ที่สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นชนะ การเลือกตั้ง นะครับก็จะเพิ่มอีก 3 ประเด็นครับจริงๆ แล้วเนี่ยเอ่อผมเรียนว่า ไอ้เรื่องรับเนี่ย กรรมการการประจำหน่วยเนี่ยถ้าหน่วยไหนถูก ซื้อจบเลย นะครับถ้าหน่วยไหนซื้อนะรู้หมดเพราะว่า มันมีบัตรคิวที่รู้ในลำดับว่าใครก่อนใคร หลังตรงเกกต.ไม่มีทางป้องกันทั้งหมด 99,000 หน่วยจะป้องกันยังไงในเมื่อมัน โกงได้อันนี้คือข้อที่กกต.บอกว่าคะแนนทุก คะแนนถูกนับอย่างเที่ยงทำเนี่ยแต่ถามว่า ถ้ามีหน่วยอะไรโกงขึ้นมาท่านจะป้องกันยัง ไงพูดไม่อ้อมค้อมนะครับข้าราชการทุก กระทรวงก็มีคนทุจริต ใช่มั้ครับกกต.มั่นใจเหรอครับต่อให้ 7 ท่านบริสุทธิ์ผุดผ่องเนี่ยแต่ท่านมั่นใจ มั้ยว่าทั้ง 99,000 หน่วยแล้วก็ 400 เขต ไม่มีใครทุจริตอ่ะหรือเมื่อระบบท่านเปิด ให้ให้ทุจริตได้ เคเบิลก็งัดออกได้ ตอนเย็นก็ยุบรวมหีบปัดได้เปลี่ยนไส้ในได้ นึกออกมครับมันคือเรื่องที่ ทำได้หมดนะครับในเมื่อบาร์โคดมันรู้เอ่อ ว่าใครเลือกใบไหนแล้วแต่ละเขตก็รู้ลำดับ การใช้สิทธิ์ของทั้ง 300 กว่าคนพูดโดย เฉลี่ยแต่ละเขต มันเป็นสิ่งที่มันปกต.ไม่ได้ป้องกัน เรื่องพวกนี้ให้กับพวกเราเลยนะครับแล้ว มันกระทบต่อปัญหานะซึ่งต้องไปต่างกันต่อ ต้องดูว่า 3 หน่วยจะตั้งประเด็นในการไต่ สวนเนี่ย แค่ไหนนะครับก็อยากขอ 3 นูนนะครับว่าทำ ให้ เรื่องพวกนี้นะมันเป็นบทเรียนให้ไม่เกิด ขึ้นมาอีกอย่าให้กลายเป็นว่านูญตกเป็น เอ่อตกเป็นจะใช้คำว่าอะไรดีนะครับหมายถึง ว่ากกต.เส่งมายังไงก็หมายถึงว่าก็จบตาม เหมือนกับเป็นเออเป็นอันที่เรียกว่าเห็น ท้องไปในทางเดียวกันพยายามใช้คำให้นุ่ม นวลที่สุด ต้องเปิดให้มีการไต่สวนเพราะถ้าหากมันไม่ กระทบจริงให้มันจบที่ศาลรัฐธรรมนูญให้คน หายสงสัยก็เป็นการช่วยกกต.ด้วยแต่ถ้าเกิด มันมีปัญหาจริงก็ต้องช่วยประชาชนถูกมั้ ครับ เพื่อป้องกันคราวหน้าไม่เกิดอีกเอาล่ะ ครับไม่ทราบมีท่านใดก็มาเชิญครับ

ไม่อาจจะมีข้อเสนอสั้นๆค่ะจะเอ่อประมาณ 2 เรื่องนะคะแต่ก็เป็นข้อเสนอที่ถือว่าเป็น เรื่องโครงใหญ่อยู่ประมาณนึงนะคะเอ่อจาก สิ่งที่มายหาและสิ่งที่ไมค์เจอเนี่ยไมค์ คิดว่าเอ่อเราจะเรายังฟันไม่ได้จะเดียว หรอกว่าเค้าโกงว่าเค้าตั้งใจโกงใช่มั้ยคะ แต่ว่าเราเห็นความผิดปกติที่มันส่งผลต่อ ความเชื่อมั่นของพวกเราเนาะเราไม่สามารถ ที่จะไไว้วางใจกกต.ได้ให้จัดการเลือกตั้ง เราไม่สามารถที่จะไว้วางใจข้าราชการ มหาดไทยได้อีกนะคะซึ่งไมเลยมีข้อเสนออยู่ 2 เรื่องค่ะเรื่องแรกก็คือโดยโครงสร้าง ของคนที่มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งอ่ะ ค่ะโครงสร้างตอนนี้มันดูทุกอย่างจะถูกกิน รวบถ้าหากว่ามันถูกตั้งจากส่วนกลางลงไป ทั้งหมดนะคะข้อเสนอในเชิงโครงทราบว่าจะ ปรับเปลี่ยนเป็นยังไงเนี่ยอันเนี้ยไมค์คง ไม่สามารถลงในรายละเอียดดีเทลได้นะคะไมค์ ก็ยังไม่มีโมเดลเหมือนกันแต่ว่าไมค์รู้ สึกว่าการที่กกต. 7 คนมีที่มาจากการที่ สว.เห็นชอบและกกต. 7 คนนั้นมีอำนาจในการ เลือกกกต.จังหวัดและกกต.จังหวัดก็มีอำนาจ ในการเลือกคนในระดับเขตที่มีอำนาจเต็มที่ ในการวางคนไว้ในการจัดการเลือกตั้งหน้า หน่วยมาคิดว่าด้วยเส้นทางแบบนี้ก็ชัดเจน แล้วค่ะว่าเราไม่สามารถไว้ใจโครงสร้างของ กรรมการในการจัดการการเลือกตั้งนี้ได้เลย นะคะไม่มีจังหวะไหนเลยที่เราจะสอดตัวเข้า ไปตรวจสอบคนเหล่านี้ได้นะคะข้อเสนอเรื่อง แรกก็คือที่มาโครงสร้างนี้ถึงเวลาแล้วม ที่ต้องปรับเปลี่ยนใหม่นะคะอย่างน้อยกกต. 7 คนที่ควรต้องเป็นองค์กรอิสระขอให้ได้ เรามั่นใจถึงความอิสระจริงๆหน่อยได้ไหม ไอ้การที่มาจากสว.เนี่ยเป็นปัญหามากค่ะ เรื่องที่ 2 ก็คือการเลือกตั้งเป็น เหตุการณ์สำคัญที่ประชาชนจะได้ออกไปใช้ สิทธิ์ใ้เสียงในฐานะสคนที่อยู่ในสังคม ประชาธิปไตยแต่ว่าณปัจจุบันตอนนี้เราไม่ สามารถที่จะไว้วางใจการเลือกตั้งได้เลย เราไม่รู้เลยว่าความโปร่งใสอยู่ตรงไหน หลังจากนี้ถ้าหากเราจะยังต้องอยู่กันใน สังคมแบบเนี้ยและแน่นอนว่าเราต้องอยู่กัน ในระบอบประชาธิปไตยกันต่อไปเนี่ยการเลือก ตั้งเป็นกลไกใที่ต้องรีบทำให้มันโปร่งใส เพื่อเลือกเพื่อเรียกเคืองความมั่นใจของ พี่น้องประชาชนกลับมาให้ได้ก่อนที่การ เมืองมันจะเดินหน้าต่อไปการเลือกตั้งรอบ หน้าไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็ตามอย่างน้อย มันต้องมีการแก้ไขเรื่องความโปร่งใสนี้ ออกมาค่ะให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมใน การตรวจสอบขั้นตอนกระบวนการหน่อยว่ามันจะ เป็นอย่างไรนะคะเอ่อค่อนข้างเชื่อมั่นว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นในการเลือกตั้งรอบนี้ 70% แล้วกันมคิดว่ามันไม่ใช่การบังเอิญ มันไม่ใช่การบังเอิญที่ในระเบียบกกต.ปี 69 ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการประจำเขตและผอ. ประจำเขตลดจาก 5 หน้าเหลือ 5 ข้อหมายคิด ว่ามันไม่ใช่บังเอิญหมายคิดว่ามันไม่ได้ บังเอิญที่เอ่อข้าราชการระดับสูงของ กระทรวงมหาดไทยออกมาแถลงข่าวแล้วบอกว่า โอเคในรอบนี้เนี่ยขอความร่วมมือให้ข้า ราชการของมหาดไทยให้ความร่วมมือคณะ กรรมการการเลือกตั้งในการอำนวยความสะดวก เรื่องการจัดการการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่อง บังเอิญแล้วการที่เห็นรายชื่อคณะกรรมการ ประจำเขตที่ปรากฏอยู่ในข้าราชการมหาดไทย ที่อยู่ในคำสั่งแตกตั้งโยกย้ายเป็นสัด ส่วน 40 กว่าเปอ์ที่ได้เห็นไปตามสไลด์นี้ มาคิดว่ามันก็พิสูจน์ได้ประมาณนึงค่ะว่า ไม่บังเอิญแน่ๆแต่ตั้งใจจงใจแค่ไหนตั้งใจ หวังผลเพื่ออะไรเนี่ยคิดว่าสิ่งนี้ก็เรา ก็ต้องพิสูจน์กันต่อไปแต่ในเบื้องต้นการ เลือกตั้งควรจะต้องโปร่งใสตรวจสอบได้โดย ประชาชนค่ะขอบคุณค่ะ

ขอบคุณครับเรามีเวลาถึงเอ่อไม่เกิน 16:30 น.ไม่ทราบจะมีท่านใดสัก 2-3 ท่านอาจารย์ โงศักดิ์เชิญฮะ

ครับ ก็มีคำถามอยู่ 2 คำถามกับ 1 ข้อสงสัยนะ ครับแต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นคือผมกำลัง ทำวิจัยเรื่องเลือกตั้งสกปรกปี 2500 นะ ครับซึ่งเราเราจะรู้สึกว่ามันสกปรกมากใน ประวัติศาสตร์เราแต่พอมาถึงช่วงชีวิตของ เราเรารู้สึกว่าสกปรกฉิบหายเลยอื คือเป็นความรู้สึกนะครับ ในครั้งนั้นภาวะของความสกปรกปี 2500 เนี่ยมันเป็นการเลือกตั้งวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 4 มีนาคม 2500 นะครับ เลือกตั้งกรุงเทพฯสกปรกที่สุด แต่ไม่ใช่หมายความว่ามีข่าวการเลือกตั้ง สกปรกทั้งประเทศนะเฉพาะกรุงเทพฯ ในปี 2500 แต่คราวนี้พอเราฟังครั้งนี้นะ มันสกปรกเอ่อไม่ใช่ใช่มมันรู้สึกนะครับ ว่ากลิ่นมันไม่ดีทั้งประเทศ

แต่สิ่งที่ไม่ไม่ใช่กลิ่นมันไม่ดีครับ คราวนี้สิ่งที่ผมอยากถามนะครับในฐานะที่ ไม่รู้จากข้อกฎหมายนะครับก็คือ 1 เรื่อง ของ QR Code และบาร์โคด คือเมื่อผมเข้าไปดูว่าเอ๊ะบัตรตัวอย่าง ที่กกต.ให้แก่สื่อมวลชนเนี่ยวันที่ 26 ธันวาคมปี 68 บัตรตัวอย่างนั้นไม่มี QR coดและไม่มี บาร์โคด คำถามก็คือ อย่างงี้ มันเป็นสิ่งที่ เจตนาอะไรหรือเปล่าเพราะว่าถ้าเราไปดูนะ ครับตัวอย่างซึ่งเผยแพร่บอกว่าคุณจะต้อง ทำอะไรบ้าง และสื่อมวลชนก็จะไปอธิบายว่าในตัวอย่าง นี้คืออะไรคืออะไรคืออะไรแต่มันไม่มี บาร์โคดและ QR Cดสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผิด ปกติหรือเปล่านี่นี่เป็นคำถามที่ 1 นะ ครับถามที่ 2 ครับ

คำถามที่ 2 ก็คือ การเลือกตั้งของเราเนี่ยถึงถึงวันนี้เรา ประกาศรับเอ่อประกาศให้มีสส.เขตแล้วแต่ ถึงวันนี้ในฐานะเอ่อผู้ศึกษาทางการเมือง แบบผมอยากรู้คะแนนทุกคนของเขตเลือกตั้งคำ ถามก็คือคุณประกาศชัยชนะแล้วแต่คุณไม่ให้ เรารู้จักคะแนนของทุกคนของเขตเลือกตั้ง คุณเจตนาทำอะไรอ่ะไม่เคยมีการเลือกตั้ง ครั้งไหนของประเทศนี้เป็นอย่างนี้มาก่อน แม้แต่การเลือกตั้งปี 2500 นะครับ กรุงเทพฯสกปรกอีก 2 วันเขายังประกาศทุกคน เลย อือื คำถามก็คือเกิดอะไรขึ้นกับยุคที่เอ่อมีคน บอกว่าเรากำลังอยู่ในยุคไอทีขั้นสูงสุด รู้สึกเหม็นมาก ข้อที่ 3 นะครับสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกก็ คือเฮ้ย เมื่อก่อนเราไม่เคยรู้สึกเลยนะครับว่า จำนวนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนี่มีความ สำคัญหรือว่าผู้ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สำคัญ จนกระทั่งการเลือกตั้งครั้งนี้เราอยากรู้ มากๆเลยคือผมไปที่หน่วยเลือกตั้งบ้านผมนะ คนเ้าแถวอึดยาวเหยียดมากเลยนะผมรู้สึกว่า เอ้ยมันจะต้องมากกว่าครั้งที่แล้วแน่ๆเลย แต่พอผลออกมาเฮ้ย มันเรื่องมันเป็นอย่างี้ได้ไงวะอะไรเงี้ย คือผมในในฐานะของคนคนที่ใช้สัมผัสที่ 5 นะ ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผมผิดพลาดเข้าใจ อะไรผิดพลาดได้นะครับคราวนี้ผมคิดว่าสิ่ง หนึ่งที่สังคมไทยจะต้องเรียกร้องนะครับก็ คือหากมีการเลือกตั้งเราจะต้องทำให้เป็น หลักทางปฏิบัติว่าทุกๆ 3 ชั่วโมงหลังจาก เปิดหีบบัตรเลือกตั้งจะต้องมีการรายงาน จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ในยุคที่เทคโนโลยี นะใช้มือถือมันก็รวมได้แล้วนะครับ จนกระทั่งปิดหีบแม้ว่าคะแนนมันจะยังไม่ เอ่อสมบูรณ์เราก็ยอมรับได้แต่ขนาดที่เรา รู้สึกว่ามาใช้สิทธิ์น้อยได้ไงเนี่ยนะ ครับผมคิดว่าเหม็นครับขอบคุณครับผมขอ อนุญาตตอบโดยสั้นๆนะครับอันที่ 1 เนี่ย เอ่อถ้าเป็นเรื่องการป้องกัน การป้องกันการปลอมบัตรเลือกตั้งเนี่ย ระเบียบเเขียนที่มาตรา 129 ข้อ 129 วรรค 2 บอกว่าเมื่อต้องแจ้งล่วงหน้า เขียนอย่างงี้เลยเมื่อต้องแจ้งล่วงหน้า ถ้าจะเอาเรื่องกับเรื่องบาร์โคด QR Code มันต้องไปเอาเรื่องทางอื่นที่ผิดเช่นเอ่อ อยู่ใน TO แล้วมาได้ไงแล้วไปตั้งงบรอได้ ไงเพราะงบไม่มีไม่มีบาร์โคดมันถูกกว่านี้ ไอ้ตรงนี้อันเนี้ยนะครับเอ่ออันที่ 2 นะ ครับเอ่อเอ่อ ในเรื่องของ คนไปเลือกตั้ง เอ่อนะครับว่าใช้สิทธิ์น้อยลงเนี่ยผมก็ ติดตามเรื่องนี้มาตลอดเราไม่เคยมีการ เลือกตั้งน้อยลงเลยนะครับมีแต่ขึ้นมี ครั้งเดียวปี 62 นะครับลดลงไป 0.34% ครั้งเดียวปี 62 ลดลงแค่ 0.34% 3-4% แต่คราวนี้ลดลงไปถึง 4% คือ 2 ล้านคนแบบ ไม่มีปีมีคุยอันเนี้ยไม่มีคำอธิบายนะครับ แต่ถ้าหากว่าท่านเห็นความผิดปกติทุกอย่าง มันจะพอนึกออกไงว่ามันเกิดอะไรขึ้นว่าตัว เลขที่ออกมาเนี่ยมันไม่ปกติ มันมีการดำเนินการบางอย่างเพียงแต่ว่าการ ดำเนินการให้เกิดขึ้นณ อำเภอใดเขตใดอื โดยที่กกต.กรุงเทพฯรับรู้แค่ไหน อันนี้เป็นเรื่องอีกเรื่องหนึ่งแต่มัน เกิดขึ้นคือผมหมายถึงว่ามันเกิดขึ้นใน ระดับหลายพื้นที่ ที่มีการทำอะไรกับตัวเลขอันเนี้ยอันเนี้ย อันเนี้ยค่อนข้างจะบ่งชี้ได้เลยเพียงแต่ ว่าระดับทั้งประเทศเนี่ยมันถึงขนาดไหน กกต. 7 ท่านท่านเอ่อรู้เห็นเป็นใจหรือ ท่านอะไรขนาดไหนเนี่ยนะหรือท่านท่านก็ไม่ รู้ไม่รู้ท่านก็เพียงแค่เอ่ออนุมัติไป เห็นชอบไปตามที่คนที่เทำชงขึ้นมาอันนี้ก็ เป็นข้อที่เราไม่มีหลักฐานอะไรที่จะไป กล่าวหากต. 7 ท่านแต่ว่าที่แน่ๆคือ ระเบียบของท่านวิธีการทำงานของท่านเนี่ย เปิดให้คนทำแบบนี้ได้อันนี้คือปัญหาที่ ต้องมาสัมมนากันเพื่อหาทางแก้ไม่ให้เกิด อีกนะครับเรามีเวลาอีกนิดหน่อยครับกำเอ่อ พนราชาเชิญฮะ

ครับสวัสดีครับเอ่อเบื้องต้นนะฮะเพื่อให้ การเลือกตั้งเนี่ยให้คนอาสาผู้ที่เฝ้าติด ตามการเลือกตั้งอย่างพวกเราอ่ะได้โฟกัส อย่างมีประสิทธิภาพเนี่ยผมมีข้อเสนอ เบื้องต้นนะการเลือกตั้งทุกวันนี้เราให้ ประชาชนเอาปากกามากากบาทกันเองแล้วมันก็ สามารถทำให้เกิดบัตรเสียซึ่งอาจจะเกิดจาก การตีความที่ไม่ถูกต้องหรือเกิดจากประชา ชนที่กาไม่ถูกต้องจริงๆจริงๆผมเห็นใน อินเทอร์เน็ตเแชร์กันแล้วว่าต่างประเทศอ่ะประชาชนในบางประเทศเไม่จำเป็นต้องกา เองมันมีตาปั๊มเป็นรูปกากบาทให้เลย อันเนี้ลดบัตรเสียได้แต่การใช้ตาปั๊มอ่ะ มันนำไปสู่ข้อเสนอที่ 2 ก็คือญี่ปุ่นน่ะ เขาไม่ได้เอาคนมานั่งนับบัตรทีละใบทีละใบ นะเเอาบัตรกระดาษไปให้เครื่องนับ เนี่ยมันทำให้การนับเร็วแล้วสามารถประกาศ ผลได้เร็วแล้วถ้าในหน่วยไหนอ่ะที่มันมี ข้อสงสัยว่าเฮ้ยมีปัญหาอะไรหรือเปล่าเรา ค่อยไปนับด้วยกระดาษด้วยคนเฉพาะหน่วยที่ มันมีข้อสงสัยตรงเมันช่วยลดลดอ่าพละงาน ของผู้สังเกตการการเลือกตั้งได้เยอะเลย อ่ะส่วนที่ 2 ทีเนี้ยผมพูดถึงผู้สังกัด สังเกตการเลือกตั้ง 2 บ่อยขนาดนี้เพราะ อะไรเพราะว่าการเลือกตั้งครั้งเนี้ยเรามี เป็นแสนหน่วยแต่เรามีอาสาไปสังเกตการ เลือกตั้งอ่ะแค่ประมาณอ่าไม่ถึง 20,000 หน่วยมันทำให้ปัญหาที่พุทธพิรุธที่เราพูด กันมาทั้งหมดอ่ะจริงๆมันเป็นแค่ยอดของภู เขาน้ำแข็งจริงๆมันมีอย่างอื่นซ่อนอยู่ ใต้นั้นอีกเยอะแล้วถามว่าทำไมผู้สังเกต การเลือกตั้งมันมีน้อยขนาดนี้เพราะว่า กกต.เนี่ยเค้าไปเขียนในระเบียบของเค้าว่า ถ้าพรรคการเมืองจะส่งคนไปสังเกตการ เลือกตั้งคุณต้องเอาค่าใช้จ่ายตรงเนี้ยไปรวม อยู่ในงบหาเสียงซึ่งงบหาเสียงเขากำหนด เพดานไว้ที่ 44 ล้านมันทำให้ พรรคการเมืองไม่สามารถส่งผู้สังเกตการ เลือกตั้งอย่างทั่วถึงได้แล้วถ้าจะอาศัย เพียงแรงอาสาของประชาชนพวกเรากันเองมันก็ ทำได้เท่าที่เราทำทุกวันเนี้ยเพราะฉะนั้น ตรงเนี้ยผมก็คาดหวังว่าจะมีพรรคการเมือง คุณมี 2 อย่างอ่ะคุณไปฟ้องเพิกถอนระเบียบ ต่อศาลปกครองก็ได้หรือคุณใช้ส.ส.ในสภา เนี่ยไปแก้ไขกฎหมายเพื่อข้ามทัพระเบียบ ตัวนี้ไปก็ได้

ก็มีข้อเสนอเท่านี้ครับก็หวังว่ามันจะ เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะไอ้ตัวเรื่องการใช้ เทคโนโลยีเนี่ยออกฝากอีกนิดนึงถ้าไอ้ ประเด็นเรื่องการนับคะแนนน่ะเราทำให้มัน เร็วขึ้นแล้วมีประสิทธิภาพขึ้นได้เนี่ย ต่อไปอาสาเราอ่ะจะมาโฟกัสที่ขั้นตอนการลง คะแนนละเราอาจจะถ่ายวีดีโอความละเอียดสูง หน้าหน่วยเลยตั้งแต่ 8:00 น.เช้าถึง 16:00 น.เพื่อที่ว่า 1 ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์ เนี่ยอันเนี้ยกกต.รายงานตรงไม่ตรงเดี๋เรา เช็คในวีดีโอได้เอ่อแล้วถ้ามันมีความผิด ปกติมีกปน.เอาคนไหนไปยืนชะง้อชะโงดูหรือ ว่าไปแนะนำอะไรผิดผิดๆแปลกๆให้กับประชาชน เนี่ยวีดีโอเก็บทุกอย่างไว้หมด

ครับ ขอบคุณครับท่านสุดท้ายครับคุณพงศักดิ์มี อะไรจะเพิ่มเติม

ครับผมคิดว่าทนายชาเอาจจะลองเช็คดู ครับเพราะว่ามันน่าจะเป็นกฎหมายเรื่อง อาสาสมัครพรรคการเมืองถ้าจะไปแก้นะครับ โอเคคือจริงๆผมเตรียมไอ้ตัวชี้วัด 12 ตัว เผมคงไม่พูดแล้วนะครับว่ามันถูกทำลายสิ้น ซากไปแล้วนะครับแล้วก็ฟังเส้นสุดท้าย เรื่องอ่าการลงคะแนนต้องเป็นความลับซึ่ง ก็เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของระดับสากล เหมือนกันก็เพิ่งถูกทำลายไปโอเคเอ่อผมมี เอ่อประเด็นอยู่ประมาณ 2-3 ประเด็นนะครับ คือผมเคยตั้งคำถามว่าถ้าหากภาคประชาชนไม่ เพียงพอเนี่ยในการจะสังเกตการหรือจะถ่าย รูปมาเปรียบเทียบผลคะแนนด้วย 5/18 เนี่ย ฟอร์มเนี่ยคือมันมีตำรวจในทุกการเลือก ตั้งเนี่ยตำรวจน่ะจะต้องถ่ายรูป 5/18 ใน ทุกการเลือกตั้งแต่ที่ผมสังเกตการมาเพราะ ฉะนั้นน่ะฐานข้อมูลทุกครั้งเลยและ 5/18 ทุกหน่วยเลือกตั้งเนี่ยอยู่กับตำรวจ แต่ไม่มีใครเคยที่จะขอหรือแม้กระทั่งการ บูรณาการในที่พูดกันเนี่ยผมก็ไม่เห็นว่า มันจะทำได้จริงหรือตั้งใจจะทำจริงมยแต่ใน ต่างประเทศต้องยอมรับว่าเขากลัวเรื่องการ โกงคะแนนในระบบการส่งผลคะแนนหรือการราย งานผลคะแนนนี่แหละครับโดยเฉพาะที่ ฟิลิปปินส์เนี่ยที่เขามีเครื่องนับคะแนน อัตโนมัติเพราะว่าเโกงคะแนนกันแบบเนี้ย คราวนี้คำถามคือมันจะเปลี่ยนได้ยังไงเนาะ มันจะคอเช็คกันได้ยังไงมันจะนับคะแนนคู่ ขนานกันได้ยังไงโอเคอันนี้อันนี้ผมฝากไว้ เนาะแต่ว่าผมกำลังคิดว่าไอ้เรื่องที่เรา พูดกันเนี่ยครับ คือมันเป็นเรื่องความภัยความมั่นคงะคือ มันไม่มั่นคงภายในะคือเ่อทุกครั้งเลยเรา พูดกันว่าเอ๊ะมันมันไม่สะท้อน 7 จำนงของ ประชาชนมันกลายเป็นเครื่องมือของผู้มี อำนาจเนาะที่ไม่เปลี่ยนผ่านอำนาจอย่าง สันติคราวนี้คำถามผมคือถ้าเราปล่อยอย่าง เงี้ยเราปล่อยผ่านแบบเนี้ยแล้วมันจะเกิด ขึ้นอีกครั้งต่อไปในครั้งหน้าเนี่ยที่เขา จะเอามาใช้เมื่อไหร่ก็ได้สมมุติว่ามันมัน เกิดมันเกิดการงงงี้อย่างจริงจังอ่ะนะ ครับอันนี้ยังไม่ได้ฟันธงว่ามันโกงนะครับ แต่ว่าผมกำลังจะบอกว่า ถ้าเราถ้าเราเจอวิกฤตแบบเนี้ยไม่เชื่อ มั่นขนาดนี้นะครับแล้วก็มันเป็นวิกฤตความ ไม่มั่นคงและประชาธิปไตยที่ไม่มั่นคงถ้า เราไม่เชื่อมั่นผมคิดว่าคนต่างประเทศก็คง จะไม่เชื่อมั่นกับการเมืองที่ไม่มั่นคง กว่าประเทศไทยเหมือนกันคนที่จะมาลงทุนจะ มาทำธุรกิจหรือแม้กระทั่งองค์กรต่าง ประเทศที่ทำงานร่วมกับพวกเราผมคิดว่าอาจ จะอาจจะถูกตั้งคำถามได้ขอบคุณมากครับ

ความจริงเนื่องจากเวลาหมดะอาจารย์นิด เดียวนะครับอาจารย์

คือผมติดหนี้พวกเราไงฮะที่บอกว่าจะสรุป ตอนท้ายว่าโปร่งใสสุจิริเที่ยงธรรมเป็นไป เดินรับโมฆะหรือไม่นะครับผมไม่ตอบละผมถาม พวกเราโปร่งใสมั้ย ไม่ใสค่ะ สุจริตเที่ยงธรรมมั้ย ไม่ค่ะ เป็นไปได้รับมั้ย ไม่ค่ะ โมฆะมั้ย โมฆะค่ะ ครับถูกต้องครับ

ครับอาจารย์สมชัยก็สรุปหัวข้อของเราที่ ตั้งเป็นคำถามไว้ ให้ท่านสรุปนะครับแต่ว่าเอ่อทั้งหมดเนี่ย มันคือสิ่งที่เอ่อมันกระทบแน่นอนต่อ รัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับในสถานการณ์ที่ ท่านนายกเองก็เห็นว่าคะแนนความโปร่งใสของ ไทยเนี่ยต่ำที่สุดนะครับตั้งแต่มีการตั้ง ดัชนีวัดความโปร่งใสกับทุริตประเทศไทยได้ น้อยที่สุดตั้งแต่มีดัชนีนี้มาแล้วท่านก็ เห็นเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมีการแก้ไขผม เกรงว่าปีหน้าเนี่ยคะแนนเราต่ำออกมาอีกนะ เมื่อเอาข้อมูลของปีนี้เอาไปนับผมคิดว่า เรื่องนี้สำคัญนะครับเอ่อความจริงแล้วเรา ไม่ได้กล่าวหาพรรคการเมืองพรรคใดพรรค หนึ่งนะครับหรือกล่าวหาผู้สมัครคนใดนะ ครับแต่ระบบที่มันเกิดขึ้นเป็นการตั้งคำ ถามนะครับต่อการจัดการเลือกตั้งนะครับที่ พรรครัฐบาล นะที่เป็นคนดูแลกระทรวงมหาดไทยจะมีความ ได้เปรียบหรือไม่ซึ่งสิ่งนี้ไม่ควรจะเกิด นะครับเพราะถ้าทำจริงก็ผิดกฎหมายเลยเป็น โทษอาญาแต่ถ้าไม่ทำมันก็เป็นข้อคอหาอยู่ แล้วว่ามันจะเกิดข้อคำถามถึงความเชื่อ มั่นที่มีต่อรัฐบาลด้วยต่อผู้จัดการเลือก ตั้งด้วยว่าง่ายๆคือเรื่องนี้ยังไงก็ต้อง แก้นะครับโครงสร้างในการจัดการเลือกตั้ง เนี่ยเราต้องให้ 1 เอาหลักความโปร่งใส กลับคืนมา 2 เอาประชาชนมีส่วนร่วมกลับคืน มาและ 3 โครงสร้างของผู้จัดการเลือกตั้ง ต้องยึดโยงกับประชาชนนะครับสำหรับการ เสวนาในวันนี้นะครับเดี๋ยวทีมงานคณะ นิติศาสตร์นะครับก็ต้องขออภัยเวลาขอ มาถึงแค่ 16:30 น.ผมต้องขออภัยจริงๆนะครับเอ่อ เราจะรบรวมนักศึกษานะครับกับอาจารย์นะ ครับก็จะรวบรวมข้อมูลและจะดำเนินการเอ่อ ในทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปในเรื่องใด นะครับที่เป็นเรื่องที่เอ้ยมันผิดกฎหมาย ในครั้งที่ผ่านมามีหลักฐานเพียงพอก็ต้อง ดำเนินการในเรื่องใดเป็นเรื่องการแก้ ระเบียบแก้พรป.ของแก๊มธรรมนูญก็ดำเนินการ ไปตามช่องทางเหล่านั้นนะครับนะครับในวัน นี้คณะนิติศาสตร์และธรรมศาสตร์นะครับก็ ต้องขอบพระคุณท่านวิทยากรทุกท่านนะครับ ขอบคุณสื่อมวลชนทุกคนนะครับขอบคุณเอ่อทุก ท่านนะครับที่มาร่วมกันในวันนี้แล้วผมก็ ขอเสียงปรบมือให้กับนักศึกษานะครับที่ เป็นเอ่อคนนะครับที่จัดงานในวันนี้นะครับ แล้ว ตรบมือให้กับทุกท่านนะครับที่มาร่วมกัน สัมมนาวันนี้ครับเราช่วยกันทำการเลือก ตั้งให้สุจริตโปร่งใสเที่ยงธรรและเป็นไป ได้รับอย่างแท้จริงครับ

ขอบคุณมากครับ่ะ คะอย่าเพิ่งกลับกันนะคะเพราะว่าเดี๋น้อง มายจะรับปริญญาขนาดนี้ว่าวันนี้ได้อะไรคะ ปริญญาอีกหรือเปล่าคะในลำดับถัดไปเดี๋ยว จะขอให้อาจารย์ปริญญานะคะมอบของที่ระลึก ให้กับวิทยากรแล้วก็ร่วมถ่ายรูปด้วย

โอเคครับผมก็จบไปแล้วนะฮะสำหรับวันนี้นะ ครับวงเสวนานะฮะเลือกตั้ง 69 โมฆะไม่โมฆะ สุจริตเที่ยงทำโป่งใสเป็นไปโดยรับนะครับ ผมก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านนะฮะที่อยู่กันมา ตั้งแต่ 13:00 น.จนถึงตอนนี้นะครับผมแล้ว ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่กดไลก์กดแชร์นะฮะ แล้วก็ทุกท่านที่โดนสับหนุนกันเรากันเข้า มานะครับจนถึงวันนี้จะไม่ได้ค่อยได้โฆษณา รายการกันเลยนะครับก็ ขอบคุณมากครับส่วนใครที่ยังไม่ได้ donate สนับสนุนนะฮะก็อย่าลืมนะฮะโateสนับสนุน เราด้วยนะครับเพราะเราจะได้ มาตาม ถ่ายงานแล้วก็ตามติดตามข่าวแบบนี้ต่อไป ได้นะครับผม กรอกแบบประเมินความพึงพอใจเพื่อที่เราจะ ได้นำความพัฒนา สำหรับวันนี้นะครับกิจกรรมครั้งต่อไปค่ะ ก็จบไปแล้วนะ แล้วเดี๋เราเจอกันใหม่ในไลฟ์หน้านะครับผม ขอบคุณครับขอบคุณทุกท่านนะครับ

เป็นยังไงกันบ้างดูวันนี้นะฮะก็มีวิทยากร หลายท่านนะฮะสำหรับใครที่ไม่ได้มาไม่ทัน ไลฟ์แรกนะครับสำหรับครึ่งแรกก็ย้อนกลับไป ดูได้นะครับผมก็วงเสวนานี้ก็ประกอบด้วย หลายอย่างนะทั้งนักวิชาการเองทั้งนัก เคลื่อนไหวทางการเมืองนะฮะแล้วก็ ผู้ที่ไปสังเกตการนะฮะเหมือนจิ๊บไอรอย่าง งี้ก็คือไปสังเกตการกันมานะฮะเราก็เจอกัน ตั้งแต่ตามกันตั้งแต่ชลบุรีอย่างงี้เราก็ เจอนะครับแล้วก็ทางฝั่งของคอที่ทำข้อมูล นะครับหรือว่าวที่ทำอาสาจับตาเลือกตั้งนะ ครับแล้วก็นักวิชาการอีกหลายๆท่านนะครับ โอเคครับผม ก็จะจบลงเพียงเท่านี้นะครับผมแล้วเดี๋เรา เจอกันใหม่ในไลฟ์ต่อไปนะครับก็อย่าลืม นะฮะกด Subscribe ช่องเอาไว้แล้วก็เปิด กระดิ่งติดตามนะฮะจะได้ไม่พลาดอีเวน์ต่าง ๆนะครับผมแล้วเดี๋เราเจอกันใหม่ครับ ขอบคุณทุกท่านครับผม

เฮ้ยเดี๋ยวผมถ่าย ถ่ายรูปเข้ามาเลยเข้ามา นะครับ