Transcription
สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่น่าสนใจมากๆ ตัวหนึ่งกันนะคะ คือเครื่อง PMS หรือ Peripheral Magnetic Stimulation ค่ะ ซึ่งเราได้ข้อมูลดีๆ มาจากวิดีโอของบริษัทประพัสร Engineering Supply จำกัดค่ะ
ครับ สวัสดีครับ วิดีโอตัวนี้เขาทำมาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่อง PMS โดยเฉพาะเลยนะครับ เอ่อ ตั้งใจให้เป็น Educational Purpose เพื่อประกอบการนำเสนอสินค้าด้วย
อ๋อ เยี่ยมเลยค่ะ งั้นเรามาเริ่มแกะข้อมูลกันเลยดีกว่าค่ะ PMS เนี่ย เอิ่ม มันคืออะไรกันแน่คะ ช่วยอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ หน่อยค่ะ
ได้ครับ PMS เนี่ยชื่อเต็มๆ ก็ Peripheral Magnetic Stimulation นะครับ เอ่อ คือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความเข้มข้นสูงๆ อ่ะนะครับ ไปกระตุ้นเส้นประสาทส่วนปลาย หลักการก็คล้ายๆ Physical Stimulation เลยครับ คือปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวดแล้วมันก็จะสร้างสนามแม่เหล็กรอบๆ ขึ้นมา
อ๋อ ค่ะ
ครับ แต่ตัวนี้คือทำให้มันเข้มข้นพอที่จะไปกระตุ้นเซลล์ประสาทที่อยู่ลึกลงไปได้
ที่น่าทึ่งคือเห็นว่ามันทะลุผ่านเสื้อผ้า หรือแม้แต่กระดูกได้เลย อันนี้คือเหมือนส่งพลังงานไปเคาะที่เส้นประสาทโดยตรงเลยใช่มั้ยคะ แบบไม่ต้องสัมผัสผิวหนังเลย
ใช่เลยครับ ถูกต้องเลย สนามแม่เหล็กเนี่ยมันจะไปเหนี่ยวนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้าที่เยื่อหุ้มเซลล์ประสาท หรือที่เรียกว่า Action Potential นะครับ โดยตรงเลย
ค่ะ
ทำให้เกิดการส่งสัญญาณประสาท หรือจะไปยับยั้งสัญญาณก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าที่เราต้องการ นี่คือหัวใจสำคัญของการเอาไปใช้งานเลยครับ
อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ แล้วพอเรากระตุ้นเส้นประสาทโดยตรงแบบนี้ได้เนี่ย เอ่อ เราเอาไปใช้ประโยชน์ด้านไหนได้บ้างคะ
หลักๆ เลยนะครับ มีอยู่ 2 ด้านใหญ่ๆ ครับผม
ค่ะ
1 คือการรักษาอาการปวด หรืออาการชา อันนี้เราจะไปกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึก หรือ Sensory Nerve นะครับ มันก็จะมีทฤษฎีมารองรับ อย่างเช่นใช้ความถี่สูงๆ หน่อยประมาณ 30-100 Hz ตามหลัก Gate Control Theory
Gate Control
ครับ คล้ายๆ กับว่าเราไปเบี่ยงเบนความสนใจของระบบประสาทให้มันไม่รับรู้ความปวด หรืออีกแบบคือใช้ความถี่ต่ำประมาณ 1-30 Hz อันนี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารลดปวดตามธรรมชาติออกมาเอง
อื้ม
ครับ ก็มีงานวิจัยรองรับเยอะนะครับในกลุ่มคนปวดหลัง ปวดเข่าเสื่อม หรือพวก Fibromyalgia
แล้วอีกด้านล่ะคะ
อีกด้านคือการกระตุ้นเส้นประสาทสั่งการ หรือ Motor Nerve ครับ อันนี้จะเน้นไปที่การฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวคลายตัวตามจังหวะความถี่ที่เราตั้งไว้เลย ช่วยฝึกการทำงาน เพิ่มความแข็งแรง ลดอาการเกร็ง อย่างในผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง หรืออัมพฤกษ์อัมพาตอ่ะครับ
ค่ะ
แล้วก็ยังช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดเฉพาะที่ได้ด้วย
ในวิดีโอมีการพูดถึง TMS ด้วย อันนี้มันต่างกับ PMS ยังไงคะ แล้วทำไมเหมือน PMS จะนิยมกว่าในแง่กายภาพบำบัดสำหรับโรคกระดูกและกล้ามเนื้อคะ
อ๋อ ครับ TMS กับ PMS เนี่ยต่างกันที่เป้าหมายหลักเลยครับ TMS หรือ Transcranial Magnetic Stimulation เนี่ย คำว่า Transcranial ก็บอกอยู่แล้วว่าผ่านกะโหลกศีรษะ คือเน้นกระตุ้นที่สมองโดยตรง ซึ่งเป็นระบบประสาทส่วนกลาง
อ๋อ ค่ะ
แต่ PMS เนี่ยเราเน้นที่เส้นประสาทส่วนปลาย แล้วก็กล้ามเนื้อตามแขนขา ลำตัว ทีนี้ถ้าพูดถึงการรักษาอาการปวดทางกายภาพบำบัด จากข้อมูลในวิดีโอเนี่ยเขาก็ชี้ว่า PMS ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างชัดเจนแล้วก็อยู่นานกว่า มีการศึกษาหนึ่งเขาบอกว่าลดปวดได้ถึง 40% หลังทำแค่ 5 ครั้ง แล้วพอตามผลไป 1 เดือนเนี่ยลดได้ถึง 90% เลยนะครับ
โห เยอะมาก
ครับ ในขณะที่ TMS เนี่ยผลอาจจะสั้นกว่า แล้วก็อาจจะมีประเด็นเรื่องผลข้างเคียงบ้าง เช่น ปวดหัว มึนงง หรือความยากในการหาตำแหน่งบนสมองที่จะกระตุ้นให้แม่นยำนะครับ
เข้าใจแล้วค่ะ
เพราะฉะนั้นถ้าเป็นโรคทางกระดูก กล้ามเนื้อ หรือเส้นประสาทส่วนปลายเนี่ย PMS ก็เลยอาจจะใช้งานง่ายกว่า กำหนดจุดรักษาก็ง่ายชัดเจนกว่า พลังงานก็ลงได้ลึกกว่าด้วย และผลข้างเคียงก็น้อยกว่าครับ นอกจากนี้เดี๋ยวนี้เขาก็เริ่มเอาไปใช้ในด้าน Wellness ด้วยนะ อย่างรักษาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในผู้สูงอายุ หรือผู้หญิงหลังคลอด ก็ไปกระตุ้นกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานได้เลย ไม่ต้องสอดใส่อะไรก็ไป
น่าสนใจจังค่ะ แล้วในวิดีโอที่เน้นเครื่อง Max Scout ของ K1 เนี่ยค่ะ การที่เขาเน้นเรื่องพลังงานสูงถึง 6 Tesla หรือหัวจ่ายแบบ Double Coil แล้วก็มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ อันนี้มันบอกอะไรเราเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีนี้บ้างคะ
ครับ การพัฒนาพวกนี้มันสะท้อนเลยครับว่าเขามุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการใช้งานจริง หัวจ่ายแบบ Double Coil ที่ชื่อว่าเป็นขดลวด 2 ชั้นเนี่ยมันทำให้ได้พลังงานสูงสม่ำเสมอ แต่ความรู้สึกตอนทำเนี่ยจะสบายกว่า ไม่กระแทกแรงเท่าหัวแบบเดิมๆ แล้วก็ลดความร้อนสะสมที่หัวจ่ายด้วย
อ๋อ ค่ะ
ส่วนระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบปิด หรือ Water Cooling เนี่ยก็สำคัญมาก ทำให้เครื่องทำงานต่อเนื่องได้นานขึ้นเยอะเลยครับ เขาบอกว่าอาจจะทำได้ถึง 30 เคสต่อวันเลยนะ ขึ้นกับอุณหภูมิห้องด้วย
โห 30 เคส
ครับ ซึ่งอันนี้ตอบโจทย์คลินิก หรือโรงพยาบาลที่มีคนไข้เยอะๆ เลย คือไม่ต้องพักเครื่องบ่อยๆ เครื่องไม่ร้อนจัด ทำให้รักษาคนไข้ได้มากขึ้น
ดีจังเลยค่ะ พอเข้าใจหลักการกับการใช้งานแล้วเนี่ย การตั้งค่าเครื่องให้เหมาะกับแต่ละคนก็น่าจะสำคัญมากๆ เลย มีพารามิเตอร์หลักๆ อะไรบ้างคะที่เราต้องดู
ใช่ครับ หลักๆ เลยมี 3 อย่างที่ต้องตั้งค่าครับผม อย่างแรกคือ Intensity หรือความเข้มเป็นเปอร์เซ็นต์ อันนี้เราจะปรับตามความรู้สึกของคนไข้เป็นหลักครับ อาจจะหาจุดที่คนไข้เริ่มรู้สึกหน่วงตึงที่เรียกว่า Sensory Threshold หรือจุดที่เริ่มเห็นกล้ามเนื้อกระตุกเบาๆ ที่เรียกว่า Motor Threshold
ค่ะ
ยิ่งตั้งค่าความเข้มสูง คลื่นแม่เหล็กก็จะลงไปได้ลึกมากขึ้น ทดสอบในอากาศนี้ได้เกิน 10 ซม.เลยนะ แต่ในร่างกายจริงๆ คาดว่าน่าจะถึง 5-6 ซม. สำหรับกล้ามเนื้อหลังลึกๆ คือ Frequency หรือความถี่ หน่วยเป็น Hertz อันเนี้ยเลือกตามเป้าหมายการรักษาเลยครับ อย่างที่บอกไปตอนต้น ถ้ารักษาปวดเรื้อรังก็ใช้ความถี่ต่ำๆ 1-30 Hz ถ้ารักษาปวดเฉียบพลันก็ใช้ความถี่สูงหน่อย 30-100 Hz หรือถ้าจะกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัวเป็นครั้งๆ Single Twitch ก็ใช้ 5-10 Hz ถ้าอยากให้หดเกร็งค้าง Tetanic Contraction ก็ต้อง 15-50 Hz ประมาณนี้ครับ
ค่ะ
ส่วนอย่างที่ 3 คือจำนวน หรือจำนวนคลื่นที่ปล่อย หรือบางทีก็ดูเป็นเวลา (Time) นะครับ โดยทั่วไปแนะนำว่าควรจะมีจำนวนครั้งที่กระตุ้นต่อจุดนะครับ อย่างน้อยก็ 2,000-5,000 Pulses เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดี ซึ่งมันก็คำนวณจากความถี่คูณกับเวลาที่เราเปิดเครื่องกระตุ้นนั่นแหละครับ
ละเอียดเหมือนกันนะคะเนี่ย แล้วแน่นอนว่าเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงขนาดนี้มันก็ต้องมีข้อควรระวัง หรือข้อห้ามใช้บ้างใช่มั้ยคะ มีกรณีไหนบ้างคะที่ต้องระวังเป็นพิเศษเลย
ถูกต้องครับ ต้องระวังเลยนะครับ หลักๆ ก็คือห้ามใช้ในบริเวณที่มีโลหะฝังอยู่ใต้ผิวหนัง เพราะมันอาจจะร้อนขึ้น หรือเกิดการเคลื่อนที่ได้
อ๋อ อันนี้สำคัญ
ครับ แล้วก็ใกล้ๆ กับแผ่นการเจริญเติบโตของกระดูกในเด็ก อันนี้ก็ไม่ควร บริเวณศีรษะโดยตรงเลยเนี่ยก็ไม่แนะนำนะครับ เพราะอาจจะทำให้สมองล้า หรือ Brain Fatigue ได้ บริเวณที่เป็นก้อนเนื้องอก หรือสงสัยว่าอาจจะเป็นมะเร็งก็ห้ามนะครับ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ก็ห้ามทำบริเวณท้อง หรือหลัง คนที่มีปัญหาเรื่องหัวใจรุนแรง หรือใส่เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ (Pacemaker) อันนี้ห้ามทำบริเวณหน้าอกเด็ดขาดเลย
ค่ะ
และอีกอย่างที่สำคัญมากๆ คือต้องเอาพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อย่างโทรศัพท์มือถือ Smartwatch บัตรเครดิต คีย์การ์ด อะไรพวกนี้ ออกห่างจากหัวปล่อยคลื่นอย่างน้อยๆ ก็ 10 ซม. แต่ทางที่ดีคือสัก 1 เมตรไปเลยครับ เพื่อความปลอดภัย
ค่ะ ต้องระวังจริงๆ ด้วย สรุปแล้วนะคะ เครื่อง PMS โดยเฉพาะรุ่นที่พัฒนามาดีๆ อย่าง Max เนี่ย ถือเป็นเครื่องมือการรักษาที่มีศักยภาพสูงมากๆ เลยนะคะ ปลอดภัยพอสมควรเลยถ้าใช้อย่างถูกวิธี แล้วก็ใช้ได้หลากหลายจริงๆ ทั้งลดปวด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ หรือแม้แต่ด้าน Wellness
ใช่เลยครับ ด้วยเทคโนโลยีอย่าง Double Coil หรือ Water Cooling ที่เข้ามาช่วยเสริมเนี่ย มันทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำได้ต่อเนื่องมากขึ้น แล้วก็คนไข้รู้สึกสบายขึ้นด้วย ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ ครับ สำหรับนักกายภาพบำบัด แล้วก็คุณหมอด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูในยุคนี้
ฟังแล้วก็น่าคิดต่อนะคะว่า เอ่อ ในเมื่อเราสามารถกระตุ้นเส้นประสาทได้ตรงจุดแล้วก็ปลอดภัยประมาณนี้แล้วเนี่ย ในอนาคตเทคโนโลยีแบบนี้มันจะพัฒนาไปได้ถึงขั้นไหนกันนะ จะสามารถฟื้นฟูความสามารถที่ซับซ้อนกว่าแค่การเคลื่อนไหว หรือการรับรู้พื้นฐาน หรืออาจจะไปถึงขั้นช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายในแบบที่เราอาจจะยังนึกไม่ถึงเลยก็ได้ ใครจะรู้เนาะ