Transcription
เฮ เราไม่ได้ต้องการเห็นกระบวนการนิติสงคราม เพื่อรักษาระบอบการเมืองที่เป็นมรดกตกทอด ของคณะรัฐประหาร เราเองก็ไม่ได้ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นก็จะพร้อมที่ใช้อำนาจทุกอย่าง ที่เรามีในฐานะ สส.ในสภานี้ครับ ในการขับเคลื่อนทุกอย่างต่อไป
สิ่งที่พวกเราโดนคดีมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในประเด็นนี้ในวันนี้เนี่ย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหากฎหมายที่เราเสนอแก้ไข หรือว่าในเรื่องของการที่เราใช้อำนาจในกระบวนการนิติบัญญัติแต่อย่างใด
ศาลฎีกาพี่พิจารณารับคำร้องคดี 44 ส.ส.นะ ครับ เรื่องนี้ผมเชื่อว่าในมุมของคนที่ตามข่าวไม่ได้แปลกใจอะไร แต่ถ้าเทียบกับคำสั่งท้ายของศาลที่ให้ผู้แทนทั้ง 10 คนทำหน้าที่ต่อไป เรื่องนี้ต่างหากที่ถือว่าหักปากกาเซียนนะครับ เพราะว่าผิดไปจากที่หลายคนคาดการณ์กันไว้
นี่ถือเป็นชัยชนะในทางหลักการที่พรรคประชาชนพยายามเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่อง หรือเปล่า หรือเป็นแค่ความพยายามลดทอนแรงเสียดทานทางสังคมของศาล ตอบโจทย์ค่ำคืนนี้ครับ เราพูดคุยกับแขกรับเชิญ 2 ท่านนะครับ อดีตผู้แทนราษฎรนะครับ มาในฐานะแกนนำคณะก้าวหน้า คุณพรณิกา วิชยนะครับ และนักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบูรพาครับ รองศาสตราจารย์ ดร. โอฬาร ถิ่นบางเตียว นะครับ สวัสดีทั้ง 2 ท่านนะครับ
>> สวัสดีค่ะ สวัสดีอาจารย์ค่ะ
>> คุณช่อครับ ต่อจากคำถามที่ผมเกริ่นไปในช่วงต้นรายการ เป็นชัยชนะของพรรคประชาชนที่เรียกร้องหลักการเหล่านี้ หรือเป็นแค่ความพยายามของศาลที่จะลดแรงต้านของสังคม
>> ดิฉันตอบคำถามนี้ด้วยการตั้งคำถามกลับว่า การไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่มาพร้อมเงื่อนไข ซึ่งดิฉันเทียบให้เห็นภาพชัดก็คือเหมือนเงื่อนไขประกันตัวศาล เงื่อนไขประกันตัวศาลเวลาเป็นคดี 112 เนี่ย เอ่อเป็นที่ทราบกันดีว่าหลายปีที่ผ่านมาถ้าได้ประกันนะคะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ประกัน
>> ถ้าได้ประกันจะบอกว่าห้ามกระทำผิดซ้ำเดิม
>> ซึ่งเรื่องเนี้ยไม่ใช่ดิฉันนะคะที่ตั้งคำถาม นักกฎหมายทั่วประเทศเค้าก็ตั้งคำถาม ว่าไอ้การตั้งเงื่อนไขแบบนี้เนี่ย มันขัดต่อหลักที่สันนิษฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อนหรือไม่ครับ เพราะว่าอันนี้คือการบอกไปแล้วว่าการกระทำของเขาเนี่ยมันผิด ห้ามทำซ้ำในระหว่างที่อยู่ใน เอ่อรอการพิจารณาคดีรอการไต่สวนนะคะ อันนี้เนี่ยเหมือนกันเลยคือถ้ามองเผินๆ ก็เหมือนกับว่าก็เงื่อนไขปกติบอกว่าอย่าไปกระทำซ้ำแล้วก็อย่าไปแสดงความเห็นต่อเรื่องที่ถูกฟ้องนะคะ มันก็เหมือนกับบอกว่าเอ้ยเรื่องมันอยู่ในสำนวนคดีเนี่ยไปพูดถึงมัน ฟังดูเหมือนปกติ แต่ดิฉันเทียบให้เห็นแบบเนี้ยว่ามันไม่ต่างอะไรกับเวลาที่ผู้ต้องหาคดี 112 อยู่ระหว่างต่อสู้คดี มันไม่ใช่ว่าไม่เคยมีนะคะที่ศาลยกฟ้องมีอาจจะน้อยแต่ก็มี แต่ระหว่างที่เขาได้รับการประกันตัวเงื่อนไขประกันกลับบอกว่าอย่ากระทำซ้ำเดิม อยากจะทำผิดซ้ำเดิมก็คือตัดสินไปก่อนว่าผิด แม้ว่าสุดท้ายเนี่ยคำวินิจฉัยคำพิพากษาศาลอาจจะไม่ผิดก็ได้
>> กรณีนี้เป็นทั้งปัญหาในเรื่องเดียวกันนี้ ว่าอันนี้หมายความว่าตัดสินไปแล้วว่าผิด หรือไม่นะคะ และที่ลึกไปกว่านั้นอีกคือ
>> ไม่ได้ห้ามกระทำผิดซ้ำอย่างเดียวแต่ห้ามแสดงความเห็น
>> อ
>> การห้ามแสดงความเห็นเนี่ยก็ต้องถูกตั้งคำถามกลับว่า ห้ามแสดงความเห็นในเรื่องที่ถูกร้องเนี่ย แปลว่าเกิดมีประเด็นแหลมคม ที่ผู้นำฝ่ายค้านที่กำลังจะเดี๋ยวก็จะต้องมีการโปรดเกล้าแต่ตอนนี้ยังใช่มั้คะ เอ่อประธานเองก็รอศาลอยู่เหมือนกันนะคะ ประธานสภาเองก็รอศาลอยู่เหมือนกันว่าถ้ามันมีประเด็นที่ต้องอภิปรายซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน เรื่องการถูกฟ้องสAP อะไรต่างๆเหล่านี้ซึ่งมันเป็นประเด็นสังคมเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เรื่องสิทธิพื้นฐานที่ได้รับการปกป้องตามรัฐธรรมนูญ มันไม่ใช่สิทธิเสรีภาพ สส.ที่จะอภิปรายด้วยซ้ำมันคือหน้าที่มันคือหน้าที่ของผู้แทนราษฎรที่ต้องอภิปราย แต่มันจะติดเงื่อนไขนี้ของศาลที่ทำให้ผู้แทนราษฎรไม่สามารถใช้อำนาจของผู้แทนราษฎรได้หรือ ไม่
>> ครับ
>> นี่ดิฉันพูดลึกไปถึงขั้นว่าอันนี้มันเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายระบบรัฐสภาไทยหรือไม่อันนี้เป็นการก้ำเกินอำนาจระหว่างนิติบัญญัติกับตุลาการหรือไม่
>> ผมถามแทนคนที่อาจจะมองตรงข้ามกับคุณช่อแล้วกันว่าคำสั่งศาลช่วงท้ายเนี่ยนะครับ ที่ห้ามแสดงความเห็นห้ามกระทำเหล่านี้ เป็นเพราะศาลมองว่าถ้าไปแตะเรื่องเหล่านี้เดี๋ยวกเกิดความปั่นป่วนในสังคมหรือเปล่า ถ้า 10 ท่านนี้ไม่พูด ส.ส.ท่านอื่นในพรรคการเมืองพรรคประชาชนพูดได้หรือเปล่า
>> ตอบในตัวเลยค่ะว่าถ้ากลัวความปั่นป่วนเนี่ย ลำพัง 10 คนนี้พูดไม่ได้คนอื่นก็พูดได้แล้วมันแก้ไขความปั่นป่วนไม่ป้องกันไม่ให้เกิดความปั่นป่วนอย่างไร
>> อือฮึ
>> ถูกมั้ยคะถ้าคิดว่าการอภิปรายเรื่องเหล่านี้จะทำให้เกิดความปั่นป่วน
>> ครับ
>> นะคะข้อที่ 2 ตกลงศาลมีหน้าที่รักษาบ้านเมืองไม่ให้ปั่นป่วนหรือมีหน้าที่ประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรม
>> ครับ
>> ความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในคดีความต่างๆ ดิฉันคิดว่าดิฉันคงไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ไปสั่งสอนศาลแน่ๆ ศาลท่านย่อมรู้ดีว่าอำนาจหน้าที่ของศาลนั้นคือการประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรมให้กับประเทศนี้ถูกมั้คะ
>> ครับแสดงว่าคำสั่งศาลให้ สส.ทำหน้าที่ต่อไปได้อาจารย์โอฬครับแต่พ่วงท้ายมาด้วย
>> อย่าทำในแบบที่ถูกกล่าวหาครับ
>> จะบอกว่าพรรคประชาชนได้กำไรก็คงไม่ได้
>> ถูกต้องครับก็คือถ้าเรานะครับดูจากข้อพิจารณาของศาลเอาล่ะศาลอาจจะมีเหตุผลของศาลนะ
>> ถ้ามาดูนะครับหลายคนบอกว่านะครับตอนนี้โอเคสิ่งเนี้ยเป็นสิ่งที่นะครับทางพรรคประชาชนก็ต้องการที่ไม่ต้องการให้มีการหยุดพรรคปฏิบัติหน้าที่แต่การสั่งแบบเนี้ยผมก็เห็นด้วยนะครับว่ามันมีนัยยะสำคัญมากๆนะครับที่ทำให้ สส.ทั้ง 10 ท่านเนี่ยครับไม่สามารถที่จะพูดในประเด็นเหล่านี้ได้มันมีความหมายที่มากไปกว่านั้นก็โดยเฉพาะนะครับเรื่องของอ่าการต่อสู้ของพรรคประชาชนกับเรื่องของมันจะสร้างความหวาดกลัว
>> ครับ
>> ความกังวลใจจากกรณี 10 คนเนี่ยมันจะไปสู่คนอื่นด้วยซึ่งมันทำให้พรรคเนี่ยจะอาจจะถูกมองนะครับไปในเรื่องของการลดทอนการต่อสู้ซึ่งเป็นจุดแข็งของพรรคในประเด็นเหล่านี้โดยเฉพาะการพูดถึงสิทธิเสรีภาพภาพบทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะเข้าไปแก้ปัญหาสาธารณะผ่านกระบวนการสภา แล้วพอไม่แตะเรื่องเนี้ยมันก็จะกลายเป็นทำให้พรรคเนี่ยอาจจะถูกมองว่าเอ๊ะนะครับลดทอนเงื่อนไขการต่อสู้ลดทอนหลักการที่เคยต่อสู้หรือไม่ซึ่งอันนี้ก็ทำให้นะครับถูกตั้งคำถามค่อนข้างแน่นอน
>> หลักการต่อมานะครับมันก็ถูกมองได้เหมือนกันนะครับว่ากรณีแบบเนี้ยมันเป็นการลดทอนกระแสสังคมหรือไม่เพราะก่อนหน้านี้มันมีคดีหนึ่งนะครับที่มันถูกเปรียบเทียบในแง่ 2 มาตรฐานถ้าเกิดว่าวันนี้
>> ศาลวินิจฉัยให้ 10 ท่านเนี่ยหยุดพรรคปฏิบัติหน้าที่แรงความกดดันข้อวิพากษ์วิจารณ์เนี่ยจะหนักขนาดไหนคือเรื่องเนะ ครับถ้ามองยาวๆนะผมคิดว่านะครับโดยภาพรวมเนี่ยอย่าเพิ่งประมาทนะครับว่าโอ้ได้โอกาสกลับไปทำหน้าที่ต่อคือดีในการทำหน้าที่ต่อนะครับในฐานะผู้แทนราษฎรแต่ระยะยาวเนี่ยพรรคนะครับหรือว่าสมาชิกพรรคหรือว่าแกนนำพรรคจะต้องประเมินว่าพรรคเอง สส.เองก็ดีจะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง
>> ครับจริงๆสิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ยคุณชอบทำงานการเมืองมาหลายปีมันจะทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติ สส.ในสภาเค้ากลัวที่จะพูดเรื่องมาตรา 112 จริงๆเหรอ
>> ดิฉันคิดว่าไม่ใช่แค่เรื่องมาตรา 112
>> อย่าลืมนะคะว่าเวลาเราพูดเรื่องมาตรฐานจริยธรรมมาตรฐานจริยธรรมเนี่ยมาตรฐานจริยธรรมที่ถูกบัญญัติว่าถ้าละเมิดข้อเหล่านี้ถือว่าร้ายแรงอันนำไปสู่การถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดไปเนี่ย
>> ข้อ 5-10 พูดโดยย่นย่อเนี่ยข้อที่ถูกพูดกันเยอะๆคือ 5 กับ 6 5 กับ 6 เนี่ยเกี่ยวข้องกับเรื่องของการพิทักษ์รักษาประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขแล้วก็การทำไว้ซึ่งอธิปไตยบูรณภาพแห่งดินแดนแต่มันไม่ใช่แค่นั้น จากบรรทัดที่ว่าด้วยอธิปไตยบูรณภาพแห่งดินแดนมันไปถึงเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของประเทศมันไปถึงความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของสังคม
>> คำถามคืออันนี้มันกว้างขึ้นเรื่อยๆเลยนะ คะลำพังเพียงแค่พิทักษ์พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์อันนี้ก็กว้างแล้วว่าอันไหนถึงเรียกว่าเทิดทูลอันไหนถึงเรียกว่าไม่เทิดทูลพอมันมาถึงระดับว่าต้องมีการปกปักรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของสังคมด้วยดิฉันยกตัวอย่าง จะมีใครสักคนไปร้องมว่า พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าเนี่ยขัดต่อความสงบเรียบร้อยสังคมสมรสเท่าเทียมมีทำลายสถาบันครอบครัวอันสั่งสมมานับเนื่อง 100 ปี
>> พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าที่ตอนนี้กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงบวกมากนะคะว่าเป็นเรื่องที่ก้าวหน้าในสังคมอันนี้ขัดต่อหลักศาสนาศีลธรรมอันดีและทำให้เกิดความปั่นป่วนในสังคมหรือไม่
>> ครับ
>> คือมันจะอย่างที่ดิฉันบอกปัญหาตั้งต้นของเรื่องนี้ก็คือเมื่อคุณไปใช้อำนาจของฝ่ายตุลาการเนี่ยมาตัดสินอำนาจของนิติบัญญัติในการเสนอกฎหมายหรือแก้ไขกฎหมายโดยอิงอยู่กับเรื่องมาตรฐานจริยธรรม
>> ครับ
>> ซึ่งมาตรฐานจริยธรรมเนี่ยว่าไว้กว้างกว้างขนาดเนี้ยว่าแล้วตกลงอะไรมันก็ถูกตีความได้หรือเปล่าว่ามันขัดต่อความมั่นคงและ ความสงบเรียบร้อยถูกมั้คะอันนี้ดิฉันยกตัวอย่างว่า
>> อ่าคนอาจจะบอกว่าโอ๊ยมันใครจะไปร้องเรื่อง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมก็เห็นด้วยกันหมด ใช่ในทางปฏิบัติแต่ว่าอันต้องบอกว่าในทางทฤษฎีแต่ในทางปฏิบัติเนี่ยถ้าเขาไม่ได้จะทำลาย พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมหรอก
>> ครับ
>> แต่เขาต้องการทำลายคนที่เสนออ่ะ
>> เค้าก็ทำได้ถูกมั้คะ
>> นี่คุณไปชี้โพงไม่ใช่ว่า 3 ฉบับนั้นโดนหมดเลย
>> อ๋อดิฉันคงไม่ใช่คนเดียวที่คิดได้ในประเทศไทยนะคะเรื่องแบบนี้
>> ครับอาจารย์เรื่องราวเหล่านี้ที่คุณช่อได้พูดมาถ้าในทางรัฐศาสตร์
>> มันทำให้ระบอบประชาธิปไตยเรามีช่องโหว่หรือว่าอ่อนแอไม่เข้มแข็งยังไงบ้าง
>> มีมากเลยครับ
>> ครับ
>> เพราะว่าหลักการง่ายๆก็คือ ส.ส.นะครับเวลาหาเสียงเลือกตั้งก่อนนะครับก็ต้องมีนโยบายคือเราต่อสู้กันมาที่จะเปลี่ยนผ่านจากการเลือกคนนำสกุลเงินมาเป็นนโยบายในเมื่อเขาต่อสู้ผ่านนโยบายนโยบายเป็นสัญญาประชาคม
>> เพื่อรักษาสัญญาประชาคมก็ต้องนำหลักการเหล่านั้นไปผลักดันเป็นกฎหมายออกมาเป็นกฎหมายจะผ่านไม่ผ่านก็อยู่ในกระบวนการทางสภาหลักการมีแค่เนี้ยครับแต่ปรากฏว่าไอ้หลักการที่มันเป็นประชานะครับสัญญาประชาคมที่เป็นนโยบายยังไม่ได้ดำเนินการผ่านกระบวนการตามหลักการปรากฏว่าผู้ที่รักษาสัญญาประชาคมนะครับในความสัมพันธ์ระหว่างตัวแทนกับผลที่ประชาชนเลือกมาโดนตัดสิทธิ์แบบเนี้ยอันนี้หลักการมันเสีย
>> คือต่อไปเนี่ยเท่ากับว่าทุกคนเนี่ยทุกพรรคถ้าใช้บรรทัดฐานนี้นะออกนโยบายหาเสียงนโยบายไม่ได้
>> ครับ
>> นะครับแล้วถ้ามันมีเรื่องที่มีผลสำคัญที่สามารถตีความในเรื่องของบรรทัดฐานฐานยธรรมที่มันกว้างขวางแบบเนี้ยโดนหมดนะครับครับ
>> โดนหมดมีสิทธิ์มีสิทธิ์นะครับถ้าเป็นบรรทัดฐานแบบนี้นะแต่เข้าใจว่าตอนเนี้ยนะครับนอกจากการทำลายหลักการแล้วเนี่ยผมว่ามันมันอาจจะมองในทางการเมืองอีกเช่นเดียวกันว่าเค้าต้องการใช้นะครับระบบจักรวาลในการพิพาในการใช้ดุลแบบเนี้ย กำจัดเฉพาะพรรคประชาชนหรือเปล่า
>> เพราะผมยังเชื่อว่าพรรคส้มพรรคประชาชนเนี่ยยังมีฐานะเป็นภัยคุกคามของกลุ่มชนชั้นนำในสังคมไทยที่ครัวตัวว่านะครับกระแสของพรรคส้มก็ดีความนิยมก็ดีแล้วถ้าได้รับการเลือกตั้งอย่างทะลทลายเนี่ยจะไปกระทบกับสถานะผลประโยชน์ของกลุ่มเหล่านี้ผมว่านี่คือเงื่อนไขหลักที่เขาต้องยอมทำลายหลักการทุกอย่างของระบบการเมืองการปกครองซึ่งมันกลายเป็นต้นทุนสำคัญนะฮะ
>> แต่มันจะคุ้มมั้ครับเพราะว่าหลายคนทีเดียวที่มองว่าพรรคการเมืองค่ายสีส้มตั้งแต่อนาคตใหม่เป็นต้นมาถูกตัดตอนก็ตาย 10 เกิดแสนก็เห็นโตขึ้นตลอดไม่เห็นโดนบอลไซเลย
>> มันก็มี 2 ส่วนนะครับสำหรับคนที่เป็นผู้เล่นเองก็คงจะเหนื่อยพ้อถอยก็มี
>> แต่พรรคลักษณะเนี้ยมันมีความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆนะครับที่ผมคิดว่าพรรคส้มเองนะต้องเจอแบบนี้อีกหลายครั้งระยะเวลานะครับจะต้องเจอแบบนี้อีกหลายรอบมาก แต่มันสะสมประชาชนมันสะสมความศรัทธาครับ
>> อาจารย์หมายถึงโดนตัดสิทธิ์โดนยุบพรรคแบบเนี้ย
>> มีโอกาสสำหรับผมนะในสาการแบบเนี้ยเาจะต้องใช้กระบวนการนิติสงครามเหล่าเนี้ย กำจัดหรือว่าทำลายให้พักส้มอ่อนแอลงไปเรื่อยๆหรือลดระดับให้พรรคส้มไม่ให้มีสถานะเหมือนกับพรรคการเมืองอื่นๆในระบบแบบนี้
>> เพื่อที่จะไม่ให้พรรคส้มเนี่ยมีโอกาสได้มีอำนาจรัฐเท่ากับว่าส้มเองก็ต้องต่อสู้ยืนหยัดบนหลักการแบบนี้มีผู้คนมีเข้ามามีถอยออกมีลาออกไปมีนะครับเปลี่ยนพรรคไปแต่พรรคก็ต้องยืนเป็นแบบเนี้ย
>> ประสบการณ์หลายๆประเทศนะครับพรรคลักษณะนี้กว่าจะสำเร็จใช้เวลาเป็น 10 ปีก็มีครับ
>> ผมว่าพรรคค่ายสีส้มนี่โดนหนักแทบจะอันดับ 1 ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยแบบอยู่ในแถวหน้าแล้วนะถามจริงๆนะครับทั้งในทางบวกและทางลบมันกระทบอะไรกับภายในพรรคบ้างมั้ครับเรื่องของการปั้นคนเรื่องของขวัญกำลังใจคือดิฉันอาจจะอยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์แล้วนะคะเพราะว่าโดนตัดสิทธิ์ไปตั้งแต่รุ่น 1 แล้วเป็นคนที่โดนตัดสิทธิ์ลำหน้าไปแบบตลอดไปเป็นคนแรกนะคะแต่ว่าเราก็ทำงานกับพวกเขาอย่างใกล้ชิดในทุกการเลือกตั้งในฐานะผู้ช่วยหาเสียงเนี่ยดิฉันคิดว่าเอ่อการที่เรามีชัยชนะเล็กๆระหว่างทางมันมองเห็นการเปลี่ยนแปลงมันมองเห็นว่าสิ่งที่ตอนเริ่มต้นอนาคตใหม่มันเป็นเรื่องที่ใหม่มากเราก็ไม่รู้จะทำให้คนในสังคมเชื่อได้ไงว่ามันจะสำเร็จเนี่ย
>> เดินทางมาถึงวันเนี้ยมันมีหลายเรื่องที่เรื่องที่วันนั้นพูดไม่มีใครสนใจวันนี้กลายเป็นเรื่องกระแสหลักในสังคมยกตัวอย่างง่ายที่สุดนะเมื่อกี้เราพูดถึงสมรสเท่าเทียมสุราก้าวหน้าเราพูดถึงเรื่องประกันสังคม
>> อ
>> ถูกมั้ยคะประกันสังคมทุกวันนี้ก็กลายเป็นเรื่องที่แมสนะใช้ภาษาวัยรุ่นก็บอกว่าแมสแล้วจ้านะเป็นเรื่องที่แมสแล้วในสังคมทุกคนก็กระตือรือร้นเดี๋ยวนะต้องไปเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมกันอีกนะคะเรื่องเอ่อยุติรัฐราชการรวมศูนย์เรื่องเลือกตั้งผู้ว่านะคะนี่หันมาเจอหน้าอาจารย์โบราณดิฉันก็ยังคิดอยู่เลยว่านี่ถ้าต่อไปมีใครเสนอกฎหมายเกี่ยวกับกระจเดี๋ยวเดี๋ยวดโดนจริยธรรมเพราะว่าจะทำลายความมั่นคงของรัฐนะคะที่เป็นรัฐรวมศูนย์ได้นะคะเดี๋ยวต่อๆไปใครเสนอกฎหมายเลือกตั้งผู้ว่านี่โดนแล้วนะคะมาตรฐานจริยธรรมแต่ว่าไอ้เรื่องแบบเนี้ยดิฉันคิดว่ามันเป็นชัยชนะทางการเมืองไม่ใช่ของพรรคประชาชนหรือพรรคอนาคตใหม่ก้าวไกลแต่เป็นชัยชนะทางการเมืองของกลุ่มคน ที่อยากเปลี่ยนแปลง
>> ครับ
>> ชัยชนะล่าสุดก็คือชัยชนะในการประชามติดิฉันเนี่ยเสียใจมากคือมันมีหลากหลายเรื่องราวนะคะหลังเลือกตั้งที่ผ่านมาจนคนเนี่ยไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดถึงผลประชามติอ
>> ซึ่งมันคือ 65% นะคะ 21 ล้านเสียงมันมากกว่าตอนที่เราไปลงประชามติเอ่อโหวตเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งตอนนั้นต้องยอมรับว่าคนส่วนใหญ่เห็นชอบเพราะว่าอยากจะเลือกตั้งใช่มั้ยคะอันนี้มันชนะท่วมขึ้นไปอีกเพราะฉะนั้นเนี่ยเราไม่ต้องพูดถึงการเชียร์พรรคการเมืองไหนทั้งสิ้นแต่ผลประชามติบอกแล้วว่าประชาชนในประเทศนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลงอันนี้ชัวร์ไม่มีใครเถียงนะคะโดยไม่ต้องพูดว่าเชียร์พรรคไหนเพราะฉะนั้นอันเนี้ยดิฉันคิดว่ามันเป็นชัยชนะที่สะสะท้อนให้เห็นว่าพวกเราเดินมาถูกทางไม่ใช่เพราะว่าประชาชนชอบเราไม่ใช่เพราะว่าเรามี สส.เพิ่มขึ้นแต่เป็นเพราะว่าagน้าคือการเปลี่ยนแปลงเนี่ยมันเป็นวาระหลักที่คนส่วนใหญ่ของประเทศครับ
>> เห็นตรงกันแล้วพิสูจน์โดยผลการประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพียงแต่ว่าตอนเนี้ยมันเป็นการยื้อแย่งอาจจะเป็นวาระสุดท้ายก็ได้ของกลุ่มคนที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลงแล้วก็ใช้กระบวนการที่มันดิฉันขอพูดตรงๆ ว่ามันอุจาดตาขึ้นเรื่อยๆ
>> อื
>> ใช่มั้ยคะเวลาที่คุณบอกว่าใช้ดุลพินิจจัดการพักส้มเนี่ยอย่าลืมนะมันไม่ใช่ใช้ดุลพินิจจัดการพักส้มอย่างเดียวแต่มันเป็นการใช้ดุลพินิจทำให้พวกตัวเองรอดด้วยแล้วดันเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันซะอย่างนั้นนะคะเหมือนกับเกิดการจัดวางไว้ว่าคิวโบ๊ะบะมากนะคะคือกรณีของคุณศักดิ์สยามกรณีของคุณศักดิ์สยามเนี่ยใครไปอ่านเอกสารชี้แจงของ ปปช.ก็ต้องหัวเราะขำทั้งนั้นว่าโอ้โห มันสุดยอดไปเลยนะคะคือนี่คือการใช้ดุลพินิจเพื่อช่วยให้รอดในระดับที่กล้าที่จะบอกว่าเป็นข้อเท็จจริงคนละข้อเท็จจริงกับศาลรัฐธรรมนูญทั้งที่มันคือข้อเท็จจริงกันนะคะแต่ก็พูดออกมาได้หน้าตาเฉยว่ามันเป็นคนละข้อเท็จจริง
>> นี่คือการใช้ดุลพินิจเพื่อช่วยให้รอดในขณะที่อ่ะเทียบกับกรณีของดิฉันก็ได้เรื่องของความเชื่อดิฉันบอกว่าประเด็นใหญ่ของคดีดิฉันเนี่ยเนื่องจากว่ามันเป็นการใช้กฎหมายย้อนหลังเนื่องจากว่าโพสต์ Facebook ภาพนั้นเนี่ยมันเกิดขึ้นก่อนที่ดิฉันเป็น สส.และก่อนจะมีมาตรฐานจริยธรรมด้วย
>> อือ
>> ศาลก็เลยไปตั้งแง่ว่าตั้งตั้งอยู่บนสวนวิหารว่าเหตุที่ไม่ลบเนี่ยแสดงเจตนา
>> อือ
>> แล้วก็ให้ดิฉันอธิบายว่าทำไมถึงไม่ลบดิฉันก็ชี้แจงว่าไม่ลบเพราะว่าดิฉันก็ไม่ได้คิดว่ามันผิดจนกระทั่งมีคนบอกว่ามันผิดพอมีคนบอกว่ามันผิดมันเกิดขึ้นตอนที่ดิฉันเป็นนักการเมืองดิฉันก็ไม่อยากลบหนีความผิดเพราะดิฉันเป็นบุคคลสาธารณะ
>> ก็เลยต้องปล่อยเอาไว้เพื่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตามปกติของระบอบประชาธิปไตยต่อมาอีกสักพักมันเป็นคดีก็ยิ่งไม่กล้ารบเพราะว่ามันเป็นคดีไปแล้วเราจะไปลบได้ยังไงเดี๋ยวถูกหาว่ายุ่งเหยพยานหลักฐาน
>> ครับ
>> แต่ศาลก็ไม่เชื่อเป็นดุลพินิจของศาลที่จะระบุว่าการไม่ลบนี่แหละเป็นการบ่งชี้ว่าดิฉันมีเจตนาที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์นี่ก็คือการเปิดโอกาสให้มีการใช้ดุลพินิจคือความเชื่อเหมือนกับที่ ปปช.เชื่อว่าคุณศักดิ์สยามไม่ได้เจตนาปกปิดบัญชีทรัพย์สิน
>> สุดท้ายคุณช่อโดนตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต
>> ถูกต้อง
>> ซึ่งเป็นปลายทางที่ 10 สส.นี้ก็เสี่ยงอยู่
>> ถูกต้อง
>> ว่าจะไปในทิศทางเดียวกันกลับมาที่คำถามว่าโดนแบบเนี้ยโดนมาตั้งแต่สมัยคุณชอบพรรคอนาคตใหม่เรื่อยมาพรรคก้าวไกลตอนนี้พรรคประชาชนมันมีปัญหาในเรื่องการปั้นคนมั้ยที่ผมต้องถามย้ำเพราะว่ามีมุมมองจากบางฝ่ายที่มองว่าศักยภาพอาจจะลดลงเพราะว่าโดนทีเป็นแผงนะครับ
>> จริงๆดิฉันคิดว่าจะเรียกว่าเป็นแผงก็ไม่เชิง สส.มีหลายสิบคนกรรมการบริหารที่โดนแต่ละครั้งก็หลัก 10 รอบนี้อาจจะมากที่สุดแต่ว่า สส.ปัจจุบันก็คือ 10 คน 10 คนก็คงไม่ได้สามารถพูดได้ว่าน้อยนะคะทุกเสียงของ สส.ก็มีค่าเพราะว่าเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนเป็นผู้แทนราษฎรไม่มีหรอกค่ะคำว่าบิ๊กเนมทุกคนเป็นผู้แทนราษฎรก็คือเป็นผู้แทนราษฎรมีศักดิ์และ 4 เท่ากันเพราะประชาชนเลือกมานะคะเพราะฉะนั้น 10 คนนี้เป็นบุคลากรที่มีค่าเท่ากับอีก 110 คนที่เหลือในสภา
>> ถามว่ามันผลิตบุคลากรไม่ทันมั้ยดิฉันคิดว่าในทางหนึ่งเนี่ยมันก็เป็นการสะเอ่อเค้าเรียกว่าอะไรอ่ะเหมือนเวลาเราตัดต้นไม้ อ่ะเพื่อให้มันออกลูก
>> อือ
>> คือตัดปุ๊บให้มันโตแล้วเร่งให้มันออกลูกเพราะมันรู้ว่าไอ้ต้นไม้ต้นนี้มันถูกตัดอยู่เสมอเมื่อมันถูกตัดอยู่เสมอมันจึงต้องยิ่งมี productivity นะคะมีผลิตภาพสูง
>> ครับ
>> เพื่อที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่าต้นไม้ต้นนี้เนี่ยมันยังออกดอกผลรับใช้ประชาชนได้อยู่ดิฉันคิดว่าพรรคประชาชนก็เป็นแบบนั้นถามว่าไม่มีปัญหาเลยตัดได้ตัดไปเราก็จะออกใหม่มันก็ไม่ใช่หรอกค่ะ
>> เพราะว่าทุกครั้งที่คุณตัดสิทธิ์คนหนึ่งไปเนี่ยไม่เกี่ยวกับว่าเขาเป็นบุคลากรมีค่ามากมีค่าน้อยเราประเมินค่าคนไม่ได้หรอกทุกคนมีค่าเหมือนกันแต่มันคือข้อแรกมันคือการทำลายหลักการที่ว่าคนเหล่านี้ราษฎรเลือกมานะคะเป็นผู้แทนราษฎรผ่านการเลือกตั้งแต่กลับถูกกระบวนการที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนเนี่ยตัดสิทธิ์คือถ้าดิฉันจะแพ้เลือกตั้งดิฉันจะไปเถียงกับใครได้
>> อือ
>> แต่ดิฉันไม่ได้แพ้เลือกตั้งค่ะที่ไม่ได้เป็น สส.ดิฉันไม่สามารถเป็น สส.ได้เพราะมีผู้ที่บอกว่าดิฉันไม่มีสิทธิ์
>> ครับ
>> ลงสมัครรับเลือกตั้งนี่จึงเป็นเรื่องของการพรากสิทธิ์พื้นฐานของพลเมืองไทยไปไม่ใช่เฉพาะพรากสิทธิ์ดิฉันที่จะลงสมัครนะพรากสิทธิ์ของประชาชนที่เขาจะเลือกดิฉัน
>> ครับ
>> พรากสิทธิ์ของประชาชนที่เขาจะเลือกพิธาที่เขาจะเลือกธนาธรนี่คือสิทธิ์ของประชาชนที่ถูกพรากแต่ไม่มีใครมองเห็นนะคะดิฉันคิดว่าการผลิตบุคลากรนี่เป็นโจทย์ที่เล็กมากเมื่อเทียบกับสิทธิ์ของประชาชนที่ถูกพรากเขาอยากเลือกคนเนี้ย
>> แต่เขาเลือกไม่ได้ค่ะเพราะศาลบอกว่าคนๆ นี้เป็นคนไม่ดีห้ามเลือกให้ดิฉันพูดย้อนกลับไปอีกนิดนึงนะรัฐบูรัฐธรรมนูญฉบับนี้และกลไกนี้เนี่ยถูกเรียกว่ารัฐธรรมนูญปราบโกงคำถามของดิฉันคือทุกวันเนี้ยมีนักการเมืองโกงสักคนหรือยังที่โดนปราบ
>> อื
>> ส่วนนักการเมืองที่โดนปราบคือนักการเมืองที่ถูกตราหน้าว่าไม่จงรักภักดีแต่คนที่โกงเป็นไอ้โม่งกักตุนน้ำมันกักเอ่อหยิบยอกเกาะกินประชาชนโกงเอ่อซุกหุ้นหุ้นหรือทำอะไรต่างๆมากมายที่เมันคือเข้าข่ายโกง 100% เนี่ย
>> ครับ
>> ก็กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาดิฉันคิดว่าต่อให้คุณเกลียดพรรคประชาชนพรรคก้าวไกลพรรคอนาคตใหม่มากแค่ไหนแต่ถ้าคุณต้องการการเมืองที่สุจริตเนี่ยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตอบโจทย์คุณจริงๆเหรอคุณเห็นนักการเมืองทุจริต
>> ที่ถูกกลไกปราบโกงของรัฐธรรมนูญนี้จัดการหรือยัง
>> มันชัดเจนว่ามีประชาชนบางกลุ่มบางฝ่ายที่มองว่าพฤติการหรือความพยายามผลักดันอะไรที่แตะต้องกับเรื่องของความจงรักภักดีของพรรคการเมืองค่ายสีส้มเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้มีคนบางกลุ่มบางฝ่ายคิดแบบนี้แต่ถ้าเกิดว่าเรื่องราวเหล่านี้ถูกนำมาใช้เอ่อที่ศาลจะต้องพิจารณาในเรื่องจริยธรรมแล้วมีผู้แทนถึง 10 คนรวมถึงประชาชนอีกรวมแล้ว 44 คนตามข้อกล่าวหาบางคนถูกตัดสิทธิ์ไปแล้วด้วยนะครับถ้าศาลตัดสิทธิ์รวดเดียวเลย 44 คนอาจารย์ยกแผงในทางประชาธิปไตยได้โอกาสและเสียโอกาสอะไรบ้าง
>> คือในเสียมันเป็นการเสียโอกาสอ่ะนะเป็นเสียโอกาสแน่เนี่ยเพราะว่ามันทำให้นะครับตัวแทนประชาชนนะครับอย่างน้อยก็ 10 คนแล้วล่ะนะครับที่เป็น สส.อยู่เนี่ยนะครับ
>> ต้องนะครับศูนย์ศูนยเสียสิทธิ์อันนี้ไปครับต้องมีการเลื่อนนะครับ สส.บัญชีรายชื่อขึ้นมาใหม่นะครับใน สส.คือจะต้องเลือกตั้งใหม่
>> ครับ
>> นะครับก็เสียสิทธิ์อันนี้เสียโอกาสไปนะ ครับสำคัญเลยก็คือในการสร้างคนขึ้นมาเนี่ยมันก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าพรรคประชาชนเองก็ต้องทำเรื่องนี้นะครับผมเชื่อว่านะครับส่วนหนึ่งในระยะระยะหลังเนี่ยพรรคประชาชนมีข้อวิพากษ์วิจารณ์เมื่อเปรียบเทียบการทำงานนะครับของ สส.รุ่นแรก รุ่น 2 รุ่น 3 เนี่ยรุ่นเนี้ยนะครับจะคือเอาล่ะถือเป็นการเริ่มต้นนะแต่การเริ่มต้น ณ วันเนี้ยมันการเริ่มต้นที่มันมีคู่เปรียบเทียบอ่ะครับอย่างเช่นพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ดีมีการแบ่งงานพื้นที่งานเขตงานภาพรวมแล้วก็พยายามสร้างนะครับผลงานออกมาเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นนะครับว่า สส.พรรคฝ่ายค้านเวลาเนี้ยไม่ใช่จะมีเฉพาะพรรคส้มนะยังมีพรรคอื่นๆอีกซึ่งอันเนี้ยมันก็ทำให้นะครับส่วนหนึ่งคะแนนนิยมหรือว่าทำให้ประชาชนนะครับที่เคยศรัทธาพรรคส้มเนี่ยอาจจะมีตัวเลือกมากขึ้นแล้วถ้าส้มเองไม่สามารถพูดในเชิงหลักการได้มากเนี่ยมันก็จะทำให้พรรคส้มเนี่ยกลายเป็นนะครับไม่แตกต่างกับพรรคการเมืองอื่นๆนี้คือการลดทอนนะครับจุดยืนของพรรคโดยกระบวนการกลไกเหล่าเนี้ยคือเท่ากับว่าตอนเนี้ยสำหรับพรรคซ่อมเองสำหรับผมนะต้องทำอย่างไรให้ สส.ที่มีอยู่เนี่ยกลับมามีบทบาทบทบาทใน ณที่นี้นะฮะก็คือการจับมาสู่ประเด็นสำคัญก็คือพรรคส้มไม่ได้มีเงินมีทองไม่ได้เป็นลูกหลานบ้านใหญ่จะต้องอยู่ในประเด็นสาธารณะเราจำได้มั้ฮะเมื่อก่อน สส.พรรคท่วมนะครับรุ่น 1 รุ่น 2 เนี่ยเวลาพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมหน้าของเขาจะลอยมาว่าเป็นใครพูดถึงปัญหาเพศภาพพูดปัญหาเรื่องเด็กการศึกษาซึ่งตอนเนี้ยนะครับมันขาดหายไปส้มจะต้องทำนะครับลักษณะแบบเนี้ยเพื่อที่จะไม่ให้นะครับตัวบุคลากรเนี่ยไหลไปตามกระแสจนมีข้อวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ซึ่งอันเนี้ยมันก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าจะต้องทำประการต่อมาเลยก็คือการฝึกให้คนเหล่าเนี้ยมีโอกาสนะครับแสดงความสามารถการอภิปรายให้มากขึ้นเรื่องนี้ผมคิดว่าฮะอภิปรายหลายคนบอกว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์แต่ผมมองว่าเป็นพรแสวง
>> ผมเคยอ่านนะครับหลายๆเล่มนะบอกว่าผู้นำบางคนนะก็พูดไม่ได้เป็นมาก่อนแต่ใช้การฝึกการฝึกจากรุ่นพี่การฝึกจากคนที่เขารู้สึกว่าเป็นไอดอลเได้เนี่ยเพื่อให้เขาได้มีตัวตนอันเนี้ยครับมันเป็นช่องทางเดียวครับแต่ถ้าเกิดว่าไหลกันไปตามปกตินะครับหวังเพียงแค่แสดงนะบทบาทผ่านสื่ออย่างเดียวต้องการเพียงแค่การแสดงเป็นเหมือนกับ influencer อันเนี้จะทำให้ผลของพรรคท่วมระยะยาวจะไม่แตกต่างกับพรรคการเมืองอื่นๆซึ่งจะกระทบกับพรรคด้วยครับ
>> อาจารย์อยู่วงนอกยิ่งกว่าคุณชอบ
>> มองในฐานะผู้สังเกตการณ์มองเข้าไปที่ค่ายสีส้มเอ่อด้วยสิ่งที่เขาถูกกระทำมาตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่มันบีบให้ความเข้มข้นลดลงบ้างมั้ย
>> ความเข้มข้นผมรู้สึกว่าลดลงนะมันไม่เหมือนกับสมัยรุ่น 1 รุ่น 2 จุดยืนหลักการต่างๆการต่อสู้การทำงานกับมวลชนเนี่ยมันรู้สึกว่ามันลดลงถามว่ามีมีอยู่มั้ยมีแต่มันมีเฉพาะคนหลักๆอ่ะครับ
>> ครับ
>> แต่สัดส่วนจำนวนเนี่ยนะครับมันมีคนมีเยอะมากกว่านี้นะครับแต่ไม่สามารถยกระดับตัวเองหรือว่าการสะสมทุนทางสังคมเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าตัวเองนะครับนอกจากเป็น สส.แล้วยังจับประเด็นอะไรหลักๆที่จะสามารถเป็นหลักให้กับสังคมได้เมื่อเปรียบเทียบกันนะครับรุ่นเนี้ยนะครับก็อาจจะเกิดปัญหาหลายๆอย่างนะในวิกฤตที่เขาเกิดเนี่ยมันก็เลยอาจจะนะครับไม่สามารถที่จะทำในสิ่งนั้นได้แต่ความรู้สึกประชาชนสำหรับผมในฐานะคนมองมาจากข้างนอกอ่ะเขาเปรียบเทียบใหม่ถึงความต่างนะครับวิธีการในการปั้นคุณชอบช่วงท้ายเรามองไปข้างหน้าเนี่ยเหมือนที่ช่วงต้นรายการผมบอกปากกาเซียนหักไปเพราะว่านึกว่าจะต้องหยุดทำหน้าที่ตอนนี้ได้ไปต่อนะครับแต่ว่าเซียนมาแล้วบอกปลายทางรอดยากเหมือนกันมองดูเข้าไปที่พรรคประชาชนเค้าจะเตรียมการรับมือปรับตัวในเรื่องนี้ยังไง
>> คือการเตรียมการไม่ใช่แค่กรณีของ 44 สส.แต่รวมถึงพรรคซึ่งเริ่มเข้ารงอีกแล้วนะคะเหมือนกับเทศกาลกฐินผ้าป่าเลือกตั้งเสร็จจะต้องมีคดียุบพรรคตัดสินะคะเอ่อคดียุบพรรคเนี่ยล่าสุดก็คือเรื่องสปอร์ซนะคะซึ่งจะบอกว่าฟังดูขี้หมูขี้หมาแห้งมากนะ คะแบบเลอะเทอะมากแต่ก็เข้ากระบวนการะเข้ากระบวนการมีผู้ไปร้องมีการรับเรื่องแล้วนะค่ะโดย กกต.อเพราะฉะนั้นเอ่อทุกครั้งที่มีการตั้งคดียุบพรเนี่ยก็ดูดูขี้หมูขี้หมาแห้งแบบนี้แหละค่ะคดีดูสำนวนแล้วก็รู้สึกว่าอะไรกันนี้แบบมันจะนำไปสู่การยุบพรรคได้อย่างไรก็ยุบมาแล้ว 2 ครั้งนะคะเพราะฉะนั้นครั้งนี้เนี่ยก็ต้องมีการเตรียมการดิฉันคิดว่าพรรคเคงไม่ได้ประมาทที่จะต้องเตรียมการทั้งเรื่องของ 44 สส.แล้วก็เรื่องของคดียุบพรรคด้วยแต่คำถามคือว่าแล้วจะเตรียมการอย่างไรอ๋อโดนยุบพรรคมาแล้วตั้ง 2 ครั้งครั้งที่ 3 ก็คล่องแล้วมั้งคงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นคือ
>> ดิฉันคิดว่าถ้าคิดแบบนี้เนี่ยมันก็เหมือนกับคุณคิดว่าก็ทำไมอ่ะคดีค่าข่มขืนก็เกิดขึ้นทุกวันในประเทศไทยก็ปล่อยให้มันเกิดแล้วกันวันนึงก็เกิดกับลูกสาวคุณน่ะถูกมั้ยมันก็คงไม่ได้คิดแบบนั้นใช่มั้ยคะในเมื่อสิ่งนั้นมันผิดมันเป็นอาชญากรรมต่อสิทธิเสรีภาพของพลเมืองนะไม่ใช่ต่อพรรคการเมืองอย่างเดียวเวลาคุณยุบพรรคคุณตัดสิทธิ์คนเนี่ยเพราะฉะนั้นก็อย่าไปทำให้มันเป็นเรื่องปกติ
>> แต่ถามว่าเรื่องนี้จะขัดขวางการทำงานการเมืองของพวกเรามั้ยมันก็พิสูจน์มาแล้วนะค่ะ 3 ครั้งว่าไม่สามารถแล้วดิฉันคิดว่าอาจารย์โอฬเนี่ยพูดถูกนี่คือสิ่งที่เป็นโจทย์เสมอมาของพรรคไม่ว่าจะกี่รุ่นไม่นับการยุบพรรคด้วยนะคะหมายถึงว่าลำพังการเติบโตตามธรรมชาติของพรรคการเมืองเนี่ยมันต้องมีโจทย์นี้อยู่แล้ว
>> เราตั้งต้นสมัยอนาคตใหม่
>> ในฐานะพรรคการเมืองที่ชูอุดมทำการเพราะตอนนั้นเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลเผด็จการทหารของพลเอกประยุทธ์มาสู่การเลือกตั้งครั้งแรกในรอบหลายปีแล้วผู้คนรู้สึกถึงความกระตือรือร้นที่อยากจะเป็นการเมืองอุดมการณ์ประชาธิปไตยทำให้รัฐประหารกลายเป็นอดีตพรรคอนาคตใหม่ ณ วันนั้นก็ตอบโจทย์นั้น
>> จึงประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งแรก
>> แต่วันเวลาผ่านไปเนี่ยมันไม่หมายความว่าโจทย์เดิมจะใช้ได้ตลอด 10 ปีประชาชนก็มีความต้องการที่แตกต่างไปวันนี้เนี่ยดิฉันคิดว่าพรรคก็เติบโตเพื่อสอดรับความต้องการเพราะว่าเราไม่ได้ต้องเป็นต้องการเป็นพรรค 70 เสียง 80 เสียงตลอดไปเหมือนวันที่เราสำเร็จตอนเป็นอนาคตใหม่
>> เราต้องการ 250 ขึ้นไปในเมื่อต้องการ 250 ขึ้นไปเนี่ยก็ต้องตอบโจทย์ที่กว้างขึ้นพอตอบโจทย์กว้างขึ้นก็ไม่แปลกที่เอ่อผู้สังเกตการณ์อย่างอาจารย์อุราจะมองว่าเอ๊ะมันดูไม่เข้มข้นเหมือนตอนแรกนะมีไม่ใช่รถต้นตำรับเข้มข้นแล้วเริ่มเป็นรถกลมกล่อมจนคนติดต้นตำรับบอกจืดนะคะอ่าแต่คนที่เมาชิมชิมใหม่ก็อุ๊ยอันนี้อร่อยอันแรกเค็มไปอะไรแบบเนี้ยนะคะหรืออันแรกเผ็ดไปรับไม่ได้นะคะมันเกินไปนิดนึงเอ่อดิฉันคิดว่าอันเนี้ยเป็นโจทย์ปกติแล้วก็เป็นความท้าทายของพรรคการเมืองว่าพอคุณทำรถกลมกลืนแล้วทำไงไม่ให้ลูกค้าที่เขาติดใจคุณจากรถต้นตำรับอ่ะหนีไป
>> ถูกมั้ยคะไม่อย่างงั้นคุณก็ไม่ขยายซะทีคุณได้คนนี้มาคุณเสียคนนั้นไปเป็นโจทย์ปกติของพรรคการเมืองแล้วการมีบุคลากรที่หลากหลายดิฉันคิดว่าที่ผ่านมาสร้างบุคลากรตลอดดิฉันยกตัวอย่างคุณตีตีพรพล สส.เชียงใหม่เนี่ยก็สร้างตัวมาตลอด 3 ปี
>> ขออนุญาตต้องสรุปแล้วฮะคุณชอบ
>> จากเดิมที่ไม่มีใครรู้จักตอนนี้ถ้าพูดถึงฝุ่นภัยพิบัติก็คือคุณตี๋แล้วก็มี สส.ลักษณะเนี้ยคุณเนมสหสวัฒนพูดเรื่องประกันสังคม
>> ก็จะมี สส.แบบเนี้ยเพิ่มขึ้นดิฉันก็คิดว่าแนวทางที่พรรคต้องพัฒนาต่อไป
>> ครับวันนี้ขอบคุณทั้ง 2 ท่านที่มาร่วมรายการนะครับ
>> เรื่องนี้จะว่าเป็นหนังม้วนยาวก็เริ่มนับถอยหลังแล้วครับคุณผู้ชมเพราะว่าเป็นปลายทางแล้วแต่อีกโจทย์นึงที่คุณช่อได้ทิ้งท้ายไว้ น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิดนะครับคดียุบพรรคจะกลับมาอีกแล้วใช้คำว่าเข้ารางเรื่องนี้รอติดตามต่อได้นะครับวันนี้หมดเวลาของตอบโจทย์นะครับเราพบกันใหม่วันจันทร์หน้าครับสวัสดีเฮ