Transcription
เล่ากันว่าในอดีตกาลสมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านมาตังคบุตรเถระได้เกิดเป็นพญานาคผู้มีอานุภาพมาก อาศัยอยู่ในนาคพิภพใหญ่ใต้สระใหญ่ใกล้ป่าหิมพานต์ วันหนึ่งท่านออกจากนาคพิภพไปเที่ยว ได้เห็นพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จไปทางอากาศ จึงเกิดความเลื่อมใสอย่างยิ่ง เมื่อไม่มีดอกไม้จะบูชา ท่านจึงนำแก้วมณีที่อยู่บนหงอนของตนขึ้นถวายเป็นพุทธบูชา ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจึงท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลกเสมอมา
ในพุทธกาลนี้ ท่านได้มาเกิดเป็นบุตรของกระดุมพีชื่อมาตังคะในแคว้นโกศล จึงได้ชื่อว่ามาตังคบุตร เมื่อเติบโตขึ้น ท่านกลับเป็นคนเกียจคร้าน ไม่ทำงานใดๆ ถูกญาติและคนอื่นตำหนิอยู่เสมอ
ต่อมาท่านคิดว่าสมณศักยบุตรทั้งหลายมีชีวิตความเป็นอยู่เรียบง่าย จึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าฟังธรรมแล้วเกิดศรัทธา จึงออกบวช เมื่อบวชแล้วเห็นภิกษุอื่นมีฤทธิ์ ท่านก็ปรารถนาอยากได้ฤทธิ์เช่นนั้น จึงเรียนกรรมฐานในสำนักพระศาสดา และตั้งใจปฏิบัติอย่างจริงจัง จนได้อภิญญา 6
ท่านได้กล่าวถึงอดีตของตนไว้ในคัมภีร์อัปทานว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จผ่านมาทางอากาศ ขณะที่ท่านเป็นพญานาคอยู่ ท่านได้บูชาด้วยแก้วมณี และพระพุทธเจ้าทรงรับบูชานั้น พร้อมตรัสอวยพรว่าความปรารถนาของท่านจะสำเร็จ จะได้เสวยสุขและยศใหญ่ ด้วยผลบุญนั้น ท่านได้เสวยสมบัติเป็นท้าวสักกะถึง 60 กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิอีกหลายร้อยชาติ แม้เมื่อเกิดเป็นเทวดา แก้วมณีก็ยังปรากฏส่องแสงอยู่เสมอ มีนางฟ้ามากมายแวดล้อม เครื่องประดับและวิมานต่างๆ ก็เกิดขึ้นตามใจปรารถนา ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการบูชาด้วยแก้วมณี
ท่านกล่าวว่า การได้เห็นพระพุทธเจ้าเป็นลาภอันยิ่งใหญ่ เพราะเป็นบุญเขตของโลก และด้วยกรรมดีนั้น ท่านไม่เคยไปสู่ทุคติเลยตลอดกาลยาวนาน ในที่สุดท่านได้บรรลุพระนิพพานอันไม่หวั่นไหว
ต่อมาเมื่อท่านเป็นพระอรหันต์แล้ว ท่านได้แสดงธรรมตำหนิความเกียจคร้านและสรรเสริญความเพียรว่า คนทั้งหลายมักปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยอ้างเหตุว่าหนาวเกินไป ร้อนเกินไป เย็นเกินไป แล้วทอดทิ้งการงาน แต่ผู้ใดไม่เห็นว่าหนาวหรือร้อนเป็นเรื่องสำคัญไปกว่าหญ้า คืออดทนได้ ผู้นั้นย่อมทำหน้าที่ของตนอย่างลูกผู้ชาย และไม่พลาดจากความสุข
ท่านยังกล่าวอีกว่า ตนจะเพียรแสวงหาความสงบ จะฝ่าฟันหญ้าต่างๆ ด้วยความเพียรเพื่อเพิ่มพูนวิเวก อธิบายว่าคนเกียจคร้านมักอ้างฤดูอ้างเวลา เช่น หนาวเกินไป ร้อนเกินไป หรือสายเกินไป จึงไม่ทำความดี ทั้งที่โอกาสในการประพฤติธรรมมีค่าอย่างยิ่ง แต่ผู้มีปัญญาจะไม่ยกข้ออ้างเหล่านี้ขึ้นมา จะตั้งใจทำสิ่งที่ควรทำเพื่อประโยชน์ทั้งตนเองและผู้อื่น และไม่พลาดจากความสุข คือพระนิพพาน