Transcription
ประเด็นเรื่องการตัดงบประมาณอาหารกลางวัน ของสว.และสส.เนี่ยเป็นที่ผูกพูดถึงมากในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานะคะ
ปกติค่าอาหาร เนี่ยสูงถึงวันละ 1,000 บาทต่อคน ยอดรวมต่อปีก็ 72 ล้านบาทค่ะ อันนี้ยังไม่รวมค่าอาหารของกรรมาธิการอื่นๆอีกราวๆ 34.8 ล้านบาท
หลายคนก็เห็นด้วยกับการตัดงบประมาณส่วนนี้ทิ้งค่ะ สส.หลายคนก็เลิกกินอาหารกลางวันที่สภาจัดไว้ให้แล้วไปหาซื้ออาหารกลางวันกินเอง พรรคภูมิใจไทยประกาศว่าส.ส.ของพรรคเราเนี่ยจะซื้ออาหารกลางวันทานเองทั้งหมด ส่วนด้านพรรคเพื่อไทยและสส.ภูมิใจไทยบางคนก็นำปิ่นโตมาเองค่ะ
เป็นภาพที่สวยงามแต่จริงๆมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรอ่ะนะ เพราะว่างบประมาณอาหารกลางวันปีเนี้มันอนุมัติไปแล้วจริงๆ การที่ส.ส.ไม่มากินข้าวกลางวันที่จะพาจัดไว้ให้มันก็ไม่ได้ช่วยประหยัดอะไรค่ะ นอกเหนือจากนั้นมันก็ทำให้ข้าวเหลือทิ้งเยอะด้วย เพราะว่าเขาจัดเตรียมไว้แล้ว ข่าวจากแนวหน้าเนี่ยเรียกการกระทำนี้ว่าการสร้างภาพเลยนะ
ไวรนี้ก็มาแรงมากๆค่ะแต่มันมีคนสวนว่ะ วันที่ 20 เมษายนในการประชุมวุฒิสภามีสว.คนนึงลุกขึ้นแสดงความไม่เห็นด้วยกับเรื่องการตัดงบอาหารกลางวันของสว.และสส. โดยเธอบอกว่าการมีอาหารกลางวันและเครื่องดื่มดูแลสมาชิกไม่ใช่แค่เรื่องของเงินอย่างเดียว แต่มันคือเรื่องของเกียรติยศและศักดิ์ศรีของสถาบันนิติบัญญัติ หากจะประหยัดจริงๆก็ควรใช้วิธีการลดปริมาณหรือลดจำนวนมื้อลงแทนการตัดงบทิ้งไปทั้งหมด
สว.คนนั้นคือสว.ปทุม วงษ์สวัสดิ์ สว.จากกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวค่ะ แน่นอนว่าโดนพี่น้องประชาชนถล่มยับ เกียรติของสว.ควรมาจากการทำประโยชน์เพื่อพี่น้องประชาชนไม่ใช่การได้กินอาหารกลางวันฟรี ซึ่งนี่ก็งงเหมือนกันว่าการได้กินข้าวกลางวันฟรีมันจะเป็นเกียรติยังไงวะ
แต่สิ่งที่น่าสนใจของเรื่องนี้ค่ะ ตอนแรกที่ฟังอ่ะหลายๆคนอาจจะรู้สึกว่าสว.คนนี้จะต้องเป็นสว.แบบเป็นสลิ่มเป็นฝ่ายขวาเป็นหัวโบราณค่ำคแน่ ๆเลย แต่พอไปดูประวัติแล้วมันแปลกมาก เพราะว่าสว.คนเนี้ยแสดงจุดยืนในการเห็นด้วยกับการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับและให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญจากการเลือกตั้ง 100% ค่ะ นอกจากนี้ยังเห็นด้วยเรื่องการนิรโทษกรรมการเมืองทุกคดี การแก้ไขมาตรา 112 การยกเลิกการเกณฑ์ทหารแบบบังคับ การยกเลิกการปราบปรามการค้าประเวณีหรือแม้แต่การยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญก็เห็นด้วยนะ ก็คือดูเป็นฝ่ายซ้ายเต็มตัวมากก็เลยงงว่า เออเรื่องนี้ก็แปลกดีเหมือนกันนะ