📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

เสวนาเลือกตั้ง 69 รุมชี้ช่องปัญหา สับประสิทธิภาพ กกต. : Matichon TV

matichon tv3:01:38

Transcription

อันนี้คือข้อที่ กกต. บอกว่าคะแนนทุกคะแนน ถูกนับอย่างเที่ยงธรรมเนี่ย แต่ถามว่าถ้ามีหน่วยใดโกงขึ้นมา ท่านจะป้องกันยังไง พูดไม่อ้อมค้อมนะครับ ข้าราชการทุกกระทรวงก็มีคนทุจริต ใช่มั้ยครับ กกต. มั่นใจเหรอครับ ต่อให้ 7 ท่านบริสุทธิ์ผุดผ่องเนี่ย แต่ท่านมั่นใจมั้ยว่าทั้ง 99,000 หน่วย แล้วก็ 400 เขต ไม่มีใครทุจริตอ่ะ หรือเมื่อระบบท่านเปิดให้ให้ทุจริตได้ >> อ >> เคเบิลทายก็งัดออกได้ ตอนเย็นก็ยุบรวมหีบบัตรได้ เปลี่ยนไส้ในได้ นึกออกมั้ยครับ มันคือเรื่องที่ >> ทำได้หมดนะครับ ในเมื่อบาร์โค้ดมันรู้เอ่อ ว่าใครเลือกใบไหน แล้วแต่ละเขตก็รู้ลำดับการใช้สิทธิ์ของทั้ง 300 กว่าคน พูดโดยเฉลี่ยแต่ละเขต มันเป็นสิ่งที่มันปกต.ไม่ได้ป้องกันเรื่องพวกนี้ให้กับพวกเราเลยนะครับ แล้วมันกระทบต่อปัญหานะ ซึ่งต้องไปต่างกันต่อ ต้องดูว่า 3 หน่วยจะตั้งประเด็นในการไต่สวนเนี่ย แค่ไหนนะครับ ก็อยากขอสามนนูนนะครับว่าทำให้เรื่องพวกนี้นะ มันเป็นบทเรียนให้ไม่เกิดขึ้นมาอีก อย่าให้กลายเป็นว่านตกเป็น >> เอ่อตกเป็นจะใช้คำว่าอะไรดีนะครับ หมายถึงว่า กกต.เส่งมายังไงก็หมายถึงว่าก็จบตาม เหมือนกับเป็น >> เออเป็นอันที่เรียกว่าเห็นท้องไปในทางเดียวกัน พยายามใช้คำให้นุ่มนวลที่สุด ต้องเปิดให้มีการไต่สวน เพราะถ้าหากมันไม่กระทบจริงก็ให้มันจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ให้คนหายสงสัยก็เป็นการช่วย กกต. ด้วย แต่ถ้าเกิดมันมีปัญหาจริงก็ต้องช่วยประชาชน ถูกมั้ยครับ >> เพื่อป้องกันคราวหน้าไม่เกิดอีก

ในช่วง 2 ชั่วโมงแรกมันมีสัดส่วนการรายงานคะแนนที่เหมือนกับว่าเลือกรายงานบางเขตรายงานบางพื้นที่ที่บางพรรคชนะนะคะ ในช่วง 2 ชั่วโมงแรกเนี่ยพื้นที่ที่เป็นเขต เอ่อในโซนภาคอีสาน ภาคอีสานใต้เนี่ยมีแนวโน้มที่จะมีการรายงานคะแนนเข้ามาก่อน เอ่อเขตอื่นๆนะคะไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือหรือภาคกลางเนี่ยก็จะรายงานช้ากว่าภาคอีสานนะคะ ซึ่งภาคอีสานส่วนใหญ่ก็จะเป็นฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทย ทำให้เราได้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยนี่มีคะแนนไหลมาก่อนเร็วมากๆนะ คะในขณะที่ฟากพรรคประชาชนเนี่ยในเขตพื้นที่ที่เป็นฐานเสียงหลักอย่างกรุงเทพฯ เนี่ยในช่วงเวลา 19:30 น. บางเขตไม่มีการรายงานคะแนนเข้ามาเลยแม้แต่คะแนนเดียวนะคะ ไม่ใช่แค่ของพรรคประชาชนแต่ว่าไม่มีคะแนนออกมาจากหน่วยไหนเลยแม้แต่คะแนนเดียวค่ะ

>> เรื่องใหญ่ที่สุดที่นำเสนอไปนะครับคือ เรื่องอื่นๆมันอาจจะยังเป็นเทาๆไม่ชัดเจน แต่เรื่องใหญ่สุดและชัดเจนคือคะแนนที่ส่งมาถึงส่วนกลางก่อนเวลา 17:00 น. ทำได้อย่างไร อันนี้เรื่องใหญ่สุดเลยครับ เวลาเท่าไหร่นะที่ส่งเข้ามา >> 1648 1648 ยังไม่ปิดหีบ ปิดหีบเวลา 17:00 น. ถูกมั้ยครับ >> ใช่ >> อยู่ในพระบัญญัติเอ่อการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ใช่ระดับระเบียบนะ เป็นระดับของพระบัญญัติการเลือกตั้ง ส.ส. คุณรายงานผลบอกว่าหน่วยนี้นับคะแนนเสร็จแล้วเวลา 16:48 น. แปลว่าอะไร ต้องย้อนกลับไปอีกนะ การนับคะแนนอย่างน้อยต้องครึ่งชั่วโมง หรืออย่างน้อยต้อง 1 ชั่วโมง แปลว่าคุณอาจจะปิดหีบตั้งแต่สักประมาณ 16:00 น. หรือก่อน 16:00 น. ด้วยซ้ำนะฮะ เพราะฉะนั้นนี่คือโจทย์ที่สำคัญที่สุดว่า กกต. เองกำลังทำผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

เราได้ฟังเรื่องการเลือกตั้งนะครับมาตั้ง แต่ถึงวันนี้เนี่ยก็อีก 1 วันก็ครบ 2 เดือนนะครับ ที่เลือกตั้งกันเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 259 ที่ผ่านมานะครับ ซึ่งในคราวนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ ข้อสงสัย คำถาม และก็ปัญหาต่างๆมากมาย ที่ส่วนใหญ่ กกต. ก็ไม่ได้ตอบ หรือชี้แจง หรือเปิดเผยข้อมูลให้คนหายสงสัยนะครับ ดังนั้นเนี่ยมันจำเป็นนะครับ ที่เราต้องมาหาข้อสรุปนะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันมีเรื่องอะไรบ้าง เพื่อจะหาทางป้องกันให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่เป็นปัญหาแบบนี้อีก บางเรื่องก็เป็นเรื่องวิธีปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องนะครับ หรือบางเรื่องก็เป็นเรื่องระเบียบ กกต. ที่อาจจะไม่ถูกต้อง หรือบางเรื่องก็อาจจะเป็นความผิดพลาดที่ระดับ เอ่อพรป. นะครับ หรือพระจัดประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ เราก็จะได้วิเคราะห์ และก็ดูแนวทางนะครับว่าในการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะแก้ไขเยียวยาอย่างไร ขณะนี้ก็อยู่ในมือศาลต่างๆทั้งหมดแล้วนะครับ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลอาญา ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับเรื่องอาญานะครับ และต่อไปก็จะมีศาลฎีกาด้วยนะครับ ถ้าจะมีการสั่งเลือกตั้งใหม่เป็นเขตๆไปนะครับ ดังนั้นสิ่งที่ เราทำในวันนี้นะครับ เอ่อ นอกจากจะเป็นการสรุปรวบรวมข้อมูลปัญหาจากที่อาจจะพูดกันในหลายประเด็น หลายเวทีนะครับ วันนี้จะได้รวบรวมนะครับ มาในคราวเดียวทั้งหมดปัญหาการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นนะครับ เพื่อนำไปสู่การได้ข้อยุติ นะครับ ทั้งต่อเรื่องการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่าจะแก้ไขเยียวยาอย่างไร และเพื่อการเตรียมการให้การเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ว่าจะมีขึ้นในเวลาอีกกี่ปี จะครบวาระหรือไม่ จะต้องไม่มีปัญหามากเหมือนในคราวนี้นี่คือวัตถุประสงค์นะครับ ของการจัดเสวนาวิชาการในวันนี้นะครับ เชิญคุณพงษ์ศักดิ์ครับ ผู้อำนวยการ ว >> ผมอาจจะเน้นเป็นประเด็นที่เราค้นพบนะครับ ว่ามันสำคัญ และเราจะเสนอ เอ่อการรวบรวมข้อเสนอแนะนะครับ จากการที่เราทำงาน การสังเกตการณ์ และช่วงสุดท้ายหากมีเวลาเหลือพอ ผมจะชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งไทยเนี่ย มันไม่ผ่านอินดิเคเตอร์ หรือตัวชี้วัดอะไรบ้างในทางสากลนะครับผม อ่าตั้งชื่อสไลด์ว่า ไม่โปร่งใสไร้ประสิทธิภาพนะครับ คือเราเรามองว่า การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสเนี่ย มันเป็นเรื่องสำคัญมากๆ และประเด็นเรื่องเนี้ย มิติเรื่องเนี้ยมันสะท้อนในหลากหลายปัญหาที่เกิดขึ้นนะครับ และต้องยอมรับว่าในระดับสากล คนเนี่ยเรื่องเปิดเผยและโปร่งใสเนี่ย ตรวจสอบได้เนี่ยเป็นอินดิเคเตอร์ หรือตัวชี้วัดที่สำคัญมากๆ เอ่อเนื่องจากว่ามันจะทำให้ กกต. หรือว่าหน่วยงานที่จัดการเลือกตั้งเนี่ย ไม่น่าเชื่อถือนะครับ หรือไม่สุจริต หากไม่มีการเปิดเผยหรือไม่ มีความโปร่งใสในกระบวนการ อย่าลืมว่าในการเลือกตั้งนะครับ เอ่อเราจะเปิดเผยและโปร่งใสทุกขั้นตอน ยกเว้นแค่ตอนกาบัตรเลือกตั้งนะครับ ถ้ามีใครถามผมว่าปัญหาใหญ่ที่สุดในการเลือกตั้งของประเทศไทยคืออะไร ตอบได้ครับว่า เป็นปัญหาเชิงเป็นโครงสร้างนะครับ และโครงสร้างนั้นเนี่ยมันไล่ตั้งแต่ รัฐธรรมนูญนะครับ กฎหมายที่เป็นระดับ พรบ. หรือแม้กระทั่งระเบียบขององค์กรจัดการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต. นะครับ คือเรื่องเนี้ย มันเป็นเรื่องใหญ่และครอบคลุมในหลายมิติ ผมมาส่วนแรกนะครับ เรื่องปัญหาที่มาที่ไปของ กกต. ภายใต้รัฐธรรมนูญ 60 ในเชิงหลักการแล้วมันผิดอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าอ่าองค์กรจัดการเลือกตั้งไม่ควรที่จะถืออำนาจทั้ง 3 เสาหลักไว้ด้วยแค่องค์กรเดียว โดยเฉพาะองค์กรที่เป็นองค์กรจัดการเลือกตั้งก็คือ เอ่อมีทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการในองค์กรเดียว โดยปกติแล้วเนี่ย เอ่อถ้าคุณจัดการเลือกตั้งเนี่ย คุณไม่ควรมีอำนาจที่จะตรวจสอบตัวเองนะครับ และการตัดสินอะไรทุกอย่างเนี่ยเนี่ย หรือการออก เอ่อการที่เรามีมีอำนาจบริหารอย่างเดียวเนี่ย มันควรจะเป็นคนอื่นที่ตรวจสอบเรานะครับ ไม่งั้นมันจะ conflict of interest หรือผลประโยชน์ อ่าทับซ้อนน่ะนะครับ อันเนี้ยสังคมไทยพูดถึงกันน้อยมากครับ เอ่อปัญหาเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุล ผมคิดว่าทุกท่านก็คงจะทราบแล้ว และนักวิชาการหลายท่านรวมทั้งอาจารย์ปริญญา อาจารย์สมชัยเนี่ยก็พูดตลอดนะครับว่ามันกระทบความน่าเชื่อถือนะครับ ไม่มีอำนาจถอน คือประชาชนไม่มีอำนาจถอน กกต. นะครับ ไอ้ตรงเนี้ยผมเห็นว่ามันด้อยลงนะครับ มันแย่ลงในถ้าเราพูดถึงมิติของ อ่าอำนาจขององค์กรจัดการเลือกตั้ง หรืออำนาจของประชาชนที่มีต่อองค์กรอิสระทั้งหลายนะครับ เอ่อแถมยังมีปัญหาเรื่องการฟ้องผิดปากประชาชน ซึ่งเดี๋ยว เอ่อหลังจากนี้ผมคิดว่าวิทยากรก็คงจะลงรายละเอียดนะครับ ผมจะไม่ ผมจะไม่พูด อ่าอธิบายในรายละเอียด บทบาทของกระทรวงมหาดไทยกับการเลือกตั้ง อันนี้ผมคิดว่าทางคุณมายนะครับ จากคอเนี่ยจะพูดเรื่องนี้ลึกซึ้ง แต่ผมเชี้ให้เห็นว่ากระทรวงมหาดไทยกับการเลือกตั้งของประเทศไทยอ่ะมันผิดหลักการตั้งแต่แรกแล้ว ที่เรามี กกต. เพราะเราไม่อยากให้มหาดไทยเป็นคนจัดนะครับ และกลายเป็นว่าตอนนั้นเนี่ย มันเป็นความความล้มเหลวของประเทศไทย ที่เอามหาดไทยยูนิตของมหาดไทยเนี่ย หรือส่วนที่จัดการเลือกตั้งของมหาดไทยเนี่ย เข้ามาเป็นองค์กรจัดการเลือกตั้งก็คือ กกต. ก็คือย้ายเข้ามาเป็น เอ่อผู้ปฏิบัติงานใน กกต. เลยนะครับ ไอ้ตรงเนี้ยผมคิดว่า อ่ามันทำให้ กกต. มีวัฒนธรรมที่ที่มันแข็งตัว และเป็นข้าราชการ ทั้งๆที่ประชาชนเนี่ยตอนปี 40 เนี่ยต้องการ กกต. ที่เข้าใจประชาชน ที่รับใช้ประชาชน และเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง แต่วัฒนธรรมของมหาดไทยเนี่ยที่ยกกันมาทั้งกบิเนี่ย แล้วมาเป็น กกต. เนี่ยตอนตอนตอนนี้ก็ยังเป็นเจ้าหน้าที่ เป็นอะไรกันอยู่ นะครับ คือเราก็สังเกตแล้วว่าเอ๊ะ อ่าวัฒนธรรมองค์กรแบบเนี้ย มันไม่ได้เอื้อที่เขาจะเห็นประชาชน หรือบริการประชาชนอย่างแท้จริงนะครับ อันนี้ไม่นับรวมกับโครงสร้างอื่นๆ ที่ผมจะพูดดังต่อไปนี้นะครับ เอ่อการโยกย้ายเชิงยุทธศาสตร์เนี่ย ทุกท่านก็คงจะทราบแล้วนะครับว่ามีการเปลี่ยนแปลง จาก 50 จังหวัดนะครับ อ่าหมายถึงว่า 50 จังหวัดจากที่เรามี 77 จังหวัดเนี่ย มีการ อ่าย้ายผู้ว่านะครับ 50 จังหวัด มีการย้ายในอำเภอ 203 อำเภอ จาก 878 อำเภอนะครับ อันนี้แค่เป็นตัวอย่างนะครับ และก็เรื่องฐานอำนาจนะครับ เรื่องการการที่เราเราถ้าเราเจาะลงไปลึกๆแล้วเนี่ย ความสัมพันธ์ในการในการเปลี่ยนแปลงฐานของฐานของพรรคการเมือง หรือว่า เอ่อบทบาทขององค์กรท้องถิ่นเนี่ยเนี่ย มันมันมากกว่าครึ่งเนี่ยนะครับ ที่มันมีผลกระทบ และเราเราตั้งคำถามเรื่องนี้ว่าสังคมไทยยอมรับเรื่องนี้ได้หรือไม่นะครับ และโดยเฉพาะปลัดอำเภอซึ่งแม้อ่าปลัดอำเภอและนายอำเภอเนี่ยนะครับ อ่าบางท่านเนี่ยมีบทบาทนะครับ ที่เป็น ผอ. เขตนะครับ และจริงๆแล้วเนี่ย เอ่อการทาบทาม เอ่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองระดับสูงเนี่ย มาเป็น ผอ. เขตแบบเนี้ยครับ มันส่งผลกระทบกับความน่าเชื่อถือ หรือความเป็นกลางอย่างไรนะครับ เอ่อต่อไปครับเป็น เอ่อข้อบกพร่องในการจัดการนะครับ และก็มีการละเมิดสิทธิ์ คือการเข้าไม่ถึงสิทธิ์เนี่ย การที่ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรจัดการเลือกตั้งเนี่ย ทำให้คนผู้มีสิทธิ์เนี่ยเข้าไม่ถึงสิทธิ์เนี่ย อ่า VV ถือว่านี่คือมิติของการละเมิดสิทธิ์นะ ครับไม่ว่าที่เป็นกรณีที่ อ่าท่านอาจารย์จากธรรมศาสตร์นะครับ ที่ที่ฟ้องศาลแล้วก็ อ่าแม้กระทั่งเรื่องบัตรที่มันแทกแมกกลับไปก็คือสามารถระบุว่าใครมาเลือกตั้งเบอร์ไหนได้นะครับ หรือแม้กระทั่งการย้ายสถานที่หน่วยเลือกตั้งโดยที่ไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้ผู้มีสิทธิ์เนี่ยไปแล้วไม่เจอเกิด เอ่อหน่วยที่เขาจะมีสิทธิ์เลือกตั้งที่นั่นนะครับ แล้วก็เกิดการโต้เถียง เกิดปัญหา และบางคนก็ยอมแพ้ นะครับ กลับบ้านโดยที่ไม่ได้ใช้สิทธิ์ อ่าการบริหารจัดการที่ผิดพลาดนี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะครับ จากประสบการณ์ที่ต้องบอกว่าเลวร้ายเนี่ย มันเกิดขึ้นในหลายครั้ง และโดยเฉพาะที่เราที่เราเคยพูดเรื่องนี้กับ กกต. ตอนปี 62 เราก็พูดนะครับ 66 เราก็พูดนะครับ ไม่ว่าจะเป็น อ่าในการที่หลายหน่วยเนี่ยยังใช้ข้อมูลเก่าอยู่แล้วก็ อ่ามีปัญหาเรื่องบัตรเลือกตั้ง มีปัญหาเรื่องการสร้างความเข้าใจผิดให้ผู้มาใช้สิทธิ์ อะไรอย่างเงี้ยนะครับ มีเอ่อมีเรื่องการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า มีเรื่องพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ กปน. ซึ่งใช้วาจาหยาบคายข่มขู่นะครับ หรือข่มขู่แม้กระทั่งอาสาสมัครสังเกตการณ์เลือกตั้งนะครับ ห้ามบันทึกภาพ ขู่ว่าจะแจ้งความ หรือแม้กระทั่งการทำผิดพลาดเรื่องการจ่าหน้าซองตอนช่วง เอ่อเลือกตั้งล่วงหน้านะครับ เหล่านี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นนะครับ เกิดขึ้นหลายครั้งที่ผ่านมา และเรากังวลว่ามันจะไม่ได้รับการแก้ไข และอย่าลืมว่าทุกครั้งครับที่มีผัดขยิ่ง หรือมีปัญหาเรื่องเรื่องจำนวนอะไรเนี่ย ที่มันไม่เท่ากัน ที่มันถูกตั้งคำถาม กกต. เนี่ยมักจะใช้คำว่า อ๋อ เรายังไม่ได้รวมบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าเข้าไปนะครับ ไม่ว่าจะอยู่ในเขตนอกเขต หรือนอกรากต่างๆ เหล่าเนี้ย เราไม่ได้รับการอธิบายอย่างชัดเจนจาก กกต. นะครับ มันยังดำมืดตั้งแต่ตอนที่มีปัญหายันมาการเลือกตั้งปี 69 ครั้งนี้ก็ยังดำมืดนะครับ คือไม่บอกว่ามันมีกี่ใบกันแน่ที่เป็นปัญหา และกระบวนการแก้ไขทำอย่างไรนะครับ แล้วต่อไปเนี่ยเขาจะแก้ยังไง อันเนี้ยมันมันไม่เคยได้รับคำตอบที่ทำให้เราชัดเจนในความรู้สึกของผู้ที่มาสังเกตการณ์อย่างพวกเรานะครับ มันมันถือเป็นความผิดพลาดซ้ำซ้อนทุกครั้ง ต่อไปครับเป็นเรื่องข้อกังวลเรื่องบัตรเลือกตั้งและเป็นความลับ ผมขออนุญาต เอ่อไม่พูดรายละเอียด เพราะผมเชื่อว่าวิทยากรในที่เนี้ยหลายคนจะพูดเรื่องนี้นะครับ แต่ เอ่อVวเนี่ยให้ความสำคัญกับเรื่อง อ่าเลือกตั้งต้องเป็นความลับด้วยนะครับ เพราะว่าตัวชี้วัดหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญของมาตรฐานสากลเนี่ย ในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งคือการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยลับนะครับ ไอ้ตรงนี้นี่คือพลาดไปเลยครับ ต่อไปครับ อ่าอันนี้ผมจะสิปไปเลยนะครับ ความไม่โปร่งใสของระบบ เอ่อรายงานผลคะแนน อันนี้ผมก็จะไม่ลงรายละเอียด แต่ต้องยอมรับว่า VVOS ให้ความสำคัญกับเรื่องความไม่โปร่งใสของระบบผลคะแนนตั้งแต่ปี 62 แล้วนะครับ คือVวกับไLaw่อช่วยกันตั้งแต่ปี 62 เอ่ออาสาสมัครของเราทุกคนไม่ว่าจะ เป็นปีตั้งแต่ปี 62 ปี 66 แล้วก็มาปีนี้ เอ่อ VOS เอ่อมีอาสาสมัครประมาณ 16,000 กว่าคนเราตในเทรนนingเนี่ยเราจะบอกว่าให้มาช่วยว 12 นะครับในการถ่ายรูปแล้วก็ส่ง เพื่อที่จะเปรียบเทียบผลคะแนนทีนี้ เอ่อเรายังคงเจอปัญหาเดิมครับที่มันมาเป็นก้อน แล้วก็มันไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน และเรื่องเนี้ยเรากังวลว่าถ้าไม่ได้ข้อสรุป หรือ กกต. ไม่เปิดเผยว่ามันมาได้อย่างไรนะครับ หรือมันมีการเปลี่ยนแปลงผลคะแนนหรือไม่ ตอนไหนอย่างไร สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นครั้งเนี้ยมันจะเกิดขึ้นต่อไปหรือไม่ มันจะถูกใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายมีอำนาจในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่นะครับ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากๆ เอ่อต่อไปเป็นประเด็นที่บางองค์กรอาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่วอให้ความสำคัญมากนะครับ คือประเด็นเรื่องบัตรเสีย ต้องยอมรับว่าบัตรเสียเนี่ยสำหรับเราเนี่ย เราถือว่ามันคือการละเมิดสิทธิ์นะครับ เนื่องจาก เอ่อหน้าที่ขององค์กรจัดการเลือกตั้งโดยหลักๆแล้วเนี่ย อย่างน้อยมี 3 ประเด็นครับ 1 ก็คือทำให้ผู้มีสิทธิ์รู้สิทธิ์ก็คือมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจนะครับ อ่าไอ้ข้อมูลเพียงพอเนี่ย เอ่อมันจะรวมถึงว่าคุณกายยังไงให้เป็นบัตรดีบัตรเสียด้วยนะครับ แต่ว่าตรงเนี้ยคือมันเป็นตัวชี้วัดหนึ่งนะครับ ในระดับสากลว่าเอ๊ะทำไมมันถึงได้มีบัตรเสียเยอะมาก ปี 62 มีบัตรเสีย 2100,000 กว่าใบ ปี 66 มีบัตรเสีย เอ่อ 2,900,000 กว่าใบ ปี 69 มีบัตรเสียถ้ารวมประชามติแล้วเนี่ย 3,900,000 กว่าใบ คือมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันไม่มีอะไรดีขึ้นเลยนะครับ ในการเลือกตั้งของประเทศไทยเนี่ย มันมีแต่แย่ลงแล้ว คือผมกำลังจะบอกว่า กกต. ไม่มีแม้แม้แต่คำพูด หรือแม้แต่กระบวนการที่จะพยายามพัฒนา หรือแก้ไขเรื่องเนี้ย คือต้องยอมรับว่าที่ผมบอกไปว่า เอ่อมีหน้าที่ที่ทำให้ประชาชนรู้สิทธิ์ อันที่ 2 คือให้เขาเข้าถึงสิทธิ์ และอันที่ 3 สำคัญสำหรับบัตรเสียก็คือสิทธิ์เขาต้องถูกนับ อันนี้สำคัญมากเลย ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณจะรู้ไม่รู้ภาษาไทย แต่ถ้าคุณเป็นพลเมืองไทยเนี่ย คุณจะต้องนับเสียงของเขา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามนะครับ ถ้ามีปัญหาคุณจะต้องแก้ไข และทำให้เสียงเขาถูกนับให้ได้ เหมือนอย่างบางประเทศที่ผมเคยยกตัวอย่างกับหลายๆสื่อนะครับ อย่างอินโดนีเซียเนี่ย ทำไมเขาถึงได้ใช้จ๊อบหล่อ ทำไมเขาถึงได้ใช้ตะปูแทงเข้าไปที่บัตรเลือกตั้ง เพราะไม่ว่าเขาจะอยู่บนภูเขา จะอยู่ในหมู่เกาะ ถ้าเขาเป็นพลเมืองของอินโดนีเซียเนี่ย เขาแค่เอาตะปัวแทงทะลุลงไป เพราะว่าบางคนเนี่ยไม่เคยจับปากกาเลยทั้งชีวิตครับ จับจอบจับเสียมอยู่บนภูเขา อาจจะพูดคนละภาษาด้วยซ้ำไป แต่เขาแค่ใช้ตะปูแทงทะลุบัตรเลือกตั้งลงไปเนี่ย นั่นหมายถึงว่าเขาเลือกคนๆนั้น คือมันไม่จำเป็นจะต้องกลัวว่าจะการเลยสี่เหลี่ยมอะไรเงี้ยครับ ก็มันต้องดูที่เจตนา แต่กลับกลายเป็นว่า กกต. เราเอาทางเทคนิคมาอยู่เหนือเจตนารมณ์ของผู้มีสิทธิ์ ตรงเนี้ยมีคนพูดถึงน้อยมาก สำหรับเราเนี่ยบัตรเสีย 3,900,000 กว่าใบเนี่ย คือมันรวมประชามติด้วยเนี่ย ถือว่าเยอะมากแล้วเลวร้ายลงเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้มีความเข้าใจของตอนเลยว่าคนจะต้องแก้ไขมันนะครับ เอ่อผมอธิบายไปแล้วเนาะว่าจริงๆ เอ่อปกติแล้วเนี่ยถ้าประเทศใดก็ตามนะครับ มีบัตรเสียมากกว่า 3.2% ประเทศนั้นเนี่ยถือว่าไม่ผ่านตัวชี้วัดของนานาชาติ นะครับ ถ้ามีบัตรเสียเยอะขนาดนั้น เพราะมันแสดงให้เห็นให้เห็นว่าเอ่อการให้ข้อมูล หรือการทำให้คนเนี่ย เอ่อสิทธิ์เขาได้ถูกนับเนี่ย มันถูกทำลายลง หรือมันมีปัญหา >> นะครับเกณฑ์นานาชาติคือ 3.2% >> ครับ 3.2 >> เราคราวนี้ 3.51 51 >> ใช่ครับคือจริงๆแล้ว เอ่อถามว่า 3.2 เนี่ย นั่นหมายถึงว่ามันแย่แล้วนะครับ มันแย่แล้วจะต้องจะเอ่อองค์กรจัดการเลือกตั้งเนี่ยจะต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้บัตรเสียเนี่ย มันมันเกิดจากอะไร แต่ผมไม่เคยเห็นว่า กกต. เค้าเจะมีท่าที หรือว่าความคิดที่จะที่จะค้นหาว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร และจะทำยังไงถึงจะแก้ไข อันนี้มันสำคัญมากเลยคือต้องบอกว่า 3 ล้านล้า900,000 กว่าใบ หรือหรือถ้าเป็นแบ่งเขตกับบัญชีรายชื่อเนี่ยมัน 3 ล้านกว่าใบนะครับ ถ้าไปดูเนี่ย 3 ล้านกว่าใบนี่มันมันทำให้การเลือกตั้งเนี่ยมันมันพลิกได้นะครับ มันมันส่งผลต่อคะแนนนะ ครับแล้วก็ส่งผลต่อที่นั่งในสภาด้วย แต่พูดกับเรื่องเนี้ยน้อยมากครับ มันแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยเนี่ยไม่ได้เน้นเรื่องสิทธิ์ คือเข้าใจว่าเป็นแค่หน้าที่ แต่จริงๆน่ะประเด็นเรื่องสิทธิ์มันอยู่เหนืออยู่เหนือคำว่าหน้าที่นะครับ อันนี้หลักการเนี้ยผมคิดว่ามันต้องถกเถียงกัน สถานการณ์ทุจริต อ่าอันนี้ผมเอาใหม่ครับ อ่ามีการอ่ามีการรายงานถึงสถานการณ์ทุจริตและการใช้อิทธิพล อ่าอย่างที่กล่าวมาข้างต้นนะครับ และก็เป็นที่รับรู้กันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสทางสื่อโซเชียลมีเดีย การแชร์กัน หรือแม้กระทั่งเ่า MEDIA ต่างๆนะครับ ต่างก็รายงานเรื่องการทุจริต ไม่มีใครปฏิเสธว่าในการเลือกตั้งครั้งเนี้ยมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือไม่นะครับ แต่นั่นแหละครับเ่อคำถามก็คือว่ามีกี่เคส มีกี่คดีที่ กกต. รับ อ่าเท่าที่เราไปตรวจสอบเนี่ย 400 อ่า 246 เรื่องนะครับ อ่ามีประเด็นซื้อเสียง เอ่อซื้อสิทธิ์ขายเสียงมากที่สุดนะครับ มีการยื่นเรื่องเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ มีจำนวน 6 เรื่อง เรื่องเนี้ยเราก็พยายามจะตามต่อกับ กกต. รายงานของ V และเคสที่ส่งมาทางVวเนี่ยเราก็ส่งให้ กกต. นะครับ แล้วเราก็ไปผิดห่องคุยกับ กกต. หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมานะครับ เราเอาข้อเสนอให้ทุกอย่างของของ V เนี่ยไปพูดคุยกับ กต. นะครับ อเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงผมคิดว่ามันเยอะมากพอที่เราไม่ต้องลงรายละเอียดนะครับ แต่ผมถามหาเอ่อการดำเนินการ หรือการตัดสินของ กกต. และที่สำคัญก็คือประสิทธิภาพการทำงานของผู้ตรวจการการเลือกตั้งที่เราต้องเสียงบประมาณ เอ่อให้ผู้ตรวจการการเลือกตั้งเนี่ยนะครับ เอ่อมาตรวจสอบการเลือกตั้งครั้งเนี้ย มันไม่ได้ มันไม่ได้ส่งผลอะไร หรือแม้กระทั่งเราไม่เห็นบทบาทเรื่องนี้อย่างแท้จริงนะครับ อันนี้ก็เป็นเป็นคำถามเหมือนกันว่าเรายังควรจะมีอยู่หรือไม่นะครับ แล้วมันมีแล้วมีประโยชน์อะไรยังไงนะครับ มากกว่าที่จะให้ทางมหาดไทยเนี่ยเข้ามาสมัครแล้วมาเป็น เอ่อผู้ตรวจการการเลือกตั้งนะครับ การคุกคามในพื้นที่มีการรายงานนะครับ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รัฐ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่มาเป็น กปน. หรือแม้กระทั่ง เอ่อผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อะไรที่ที่ถูกร้องเรียนว่าไม่เป็นกลางในพื้นที่เหล่า นี้นะครับ แม้แม้กระทั่งประเด็นการร้องเรียนทางเพศนะครับ ซึ่งมีการอ่าบูี่กัน มีการลดทอนคุณค่ากัน แม้กระทั่งในโซเชียลมีเดีย ความรุนแรงในประเด็นทุกคันทางเพศเนี่ยมันลมไปที่โซเชียลมีเดียมากกว่านะครับ แล้วก็ตอนเนี้ยอ่าเราก็รู้มาว่าผู้สมัครหญิง 19% เนี่ย คือมันแทบมันจะไม่เพิ่มขึ้นจากปี 66 เลยนะครับ อันนี้ก็ก็อยากจะให้ตามกันต่อนะว่าเอ๊ะของเราเนี่ย หมายถึงการเลือกตั้งของประเทศไทยเนี่ย เรื่องประเด็นทางเพศเนี่ยมันอาจจะเป็นข้อถกเถียงกันว่าจะพัฒนา หรือจะ mobiliz หรือ หรือจะทำให้เกิด empow กันยังไงนะครับในสังคมไทย อ่าผมว่าช่วงสุดท้ายเรื่องข้อเสนอเนี่ยนะ ครับแบ่งเป็น 2 ช่วงก็คือช่วงระยะสั้นกับระยะยาวนะครับ ก็คืออันนี้คือข้อเสนอแนะถึงนโยบายที่มันทำได้เลยภายใน 1-2 ปีนี้ นะครับคิดว่าเอ่อทางทุกภาคส่วนเนี่ย stakeholder ที่มันมีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันเนี่ยก็อาจจะอาจจะพูดเรื่องนี้บ้างนะ ครับตอนที่จะมีการเสนอ หรือเอ่อพยายามจะแก้ไขปรับปรุงกัน อันที่ 1 ครับปรับปรุงเรื่องกระบวนการสรรหาและการอบรม กพน ผมคิดว่าทุกคนคงจะเห็นด้วย อันที่ 2 เนี่ยเรื่องลดบัตรเสียนะครับ และปรับปรุงกระบวนการออกเสียงล่วงหน้านอกเขตแล้วก็นอกราชอาณาจักร ซึ่งมันก็มีประเด็นนะครับ แม้กระทั่งประเด็นเรื่อง เอ่อกฎหมายเรื่องออกเสียงประชามตินอกราชนะครับ เอ่อประเด็นที่ 3 คือ เอ่อควรต้องเพิ่มความโปร่งใสด้วยการติดกล้องวงจรปิดนะครับในหน่วยเลือกตั้ง แล้วก็เอ่อผมคิดว่าการที่ กกต. เอาระเบียบองค์กรเอกชนช่วยตรวจสอบการเลือกตั้งออกไปเนี่ย ควรจะนำกลับมาได้แล้วนะครับ และควรที่จะส่งเสริมสนับสนุนองค์กรพรรคประชาชนในการตรวจสอบการเลือกตั้ง ช่วยกันสังเกตการณ์เลือกตั้งเนี่ย อาจจะใช้มาแทนกับผู้ตรวจการการเลือกตั้งเลย ซึ่งเราก็พิสูจน์แล้วว่าบทบาทเนี้ยมันอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนะครับ และเรามองว่ามันเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยซ้ำไป เนื่องจาก กกต. เป็นคนถือ งบประมาณ และเป็นคนเอ่อมีมีความเชื่อมโยงในการแต่งตั้งผู้ตรวจการการเลือกตั้ง แถมยังให้เงินผู้ตรวจการการเลือกตั้ง ถ้าเขาตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของของ กกต. เองเนี่ย แล้วกลายเป็นว่าแล้วกลายเป็นว่า เอ่อเขาจะตรวจสอบยังไงนะครับ ก็คือตรวจสอบตัวเองนั่นแหละครับ เอ่อข้อที่ 4 พัฒนาเรื่องอิเล็กทรอนิกส์นะครับ แล้วก็ระบบการรายงานซึ่งมันต้องตรวจสอบได้นะ ครับไอ้ตรงเนี้ยผมคิดว่ามันควรที่จะมีการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนนะครับ เอ่อประเด็นต่อไปเรื่องการนำคู่มือการจัดการเลือกตั้งเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิ์ของคนไทยทุกคน ซึ่ง กกต. เนี่ยก็มีอยู่แล้วนะครับ แต่ไม่ประกาศใช้สักทีนึง อันนี้พัฒนา ร่วมกับร่วมกับคนพิการด้วยนะครับ แต่ก็ไม่ประกาศใช้ เอ่อประเด็นที่ 6 เนี่ยเรื่องการสร้างความเป็นกลางในการปฏิบัติงานในการจัดการเลือกตั้งนะครับ คือควรที่จะลด อ่าการการใช้มหาดไทยนะครับ แล้วก็ กพน ก็ควรที่จะรีูตจากประชาชน หรือรับสมัครนะครับ อ่านี้ผมเป็นสไลด์สุดท้ายนะครับ >> 20 นาทีแล้วครับอีกยาวมั้ยฮะ >> อ่าไม่ครับเป็นสไลด์สุดท้ายเลยครับ >> โอเค >> มีการเอ่อเ่อมีการเสนอเรื่องการฟื้นฟูบทบาท กกต. นะครับระดับจังหวัด ปฏิรูปโครงสร้างของกเอ่อของ กกต. นะครับให้มันมีความยึดโยงกับประชาชน และรวมไปทั้งคณะกรรมการสรรหาด้วยนะครับที่จะมาที่จะได้คุณสมบัติของผู้มาเป็น กกต. เนี่ย แล้วเราก็เสนอให้มีการปฏิรูปอำนาจ กกต. นะครับล้นอ่าลดอำนาจล้วนเกิน และมีคนมีองค์กรตรวจสอบ กต. นะครับ อันที่ 4 เนี่ย อ่าเสนอให้มีการปรับปรุง อ่ากฎหมายเลือกตั้งนะครับในระดับรัฐธรรมนูญ หรือ พรบ. หรือแม้กระทั่ง อ่าระเบียบของ กกต. เองนะครับ แล้วก็ส่งเสริมเรื่องการศึกษาพลเมือง อ่ากับการมีส่วนทางการเมืองแบบที่ไม่ใช่มีอยู่ในปัจจุบันก็มันไม่มันไม่เป็นเชิงก้าวหน้าเพียงพอครับผม ขอบคุณมากครับ >> ขอเสียบมือให้คุณพงษ์ศักดิ์นะครับผู้ อำนวยการวนะครับได้ฉายให้เราเห็นถึงภาพรวมนะครับตั้งแต่ปัญหาที่การจัดการโครงสร้างอกต.ของประชาชนนะครับ ทำให้เกิดปัญหาหลายประการ โดยเฉพาะยิ่งอีกข้อนึงคือการไม่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางนะครับในการทำงานนะครับ เช่นแทนที่จะมุ่งเอาเจตจำนงของประชาชนเป็นหลัก ก็เอาบัตรเสีย เอาระเบียบเป็นหลักไว้ก่อน ถ้าหากกากบาทไปไม่ถูกระเบียบ แม้จะรู้ว่าการเลือกใครแต่ก็ผิด อันนี้แปลว่าเอาระเบียบตัวเองกว่าประชาชนนะ ครับนี่เป็นปัญหาที่เอ่อมีมันเกิดตั้งแต่โครงสร้างแล้วที่มาของ กกต. นะครับทีนี้เรามาฟังลงรายละเอียดนะครับที่เป็นปัญหาชนิดที่ว่ามันถึงขนาดผิดไม่ถูกต้องนะครับ อาจจะถึงขนาดขัดระเบียบหรือต่อกฎหมายด้วยซ้ำไปนะครับ มาฟังไอlawอนะครับคุณกยชากร สุนทรพฤกษ์ครับ >> อันนี้คือกราฟที่เอ่อเป็นการ flow เข้ามาของคะแนนในการเลือกตั้งที่ผ่านมานะคะ คือโดยปกติแล้วเนี่ยการรายงานคะแนนการเลือกตั้งหลังจากปิดหีบตอน 17:00 น. นะคะ ก็จะมีการรายงานคะแนนค่อยๆ เข้ามา ช่วง 17:30 น. เป็นต้นไป ช่วง 19 20:00 น. 21:00 น. เนี่ยประมาณ 2-3 ชั่วโมงแรกเนี่ยคะแนนก็ค่อนข้างที่จะเต็มละ ค่อนข้างที่จะแน่นนะคะ มันควรจะเป็นแบบนั้น เหมือนกับการเลือกตั้งตอนปี 66 ถ้าทุกคนจำกันได้นะคะ ช่วง 20:00-21:00 น. เนี่ยก็เราก็พอจะรู้แล้วว่าใครได้พักอันดับ 1 อันดับ 2 ใครได้ที่นั่งจำนวนเท่าไหร่นะคะ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้เนี่ยมันไม่เป็นอย่างนั้นเลยใช่มั้ยคะ ถ้าจำกันได้ช่วง 19 20:00 น. เนี่ยคะแนนยังดูเหมือนกับว่ามีอยู่แค่ไม่กี่คะแนนเท่านั้นเอง 10% บางทีไม่ถึง 10 ด้วยซ้ำนะคะ เราก็เลยเอาข้อมูล Time Stamp เอ่อที่ทาง ECP ทาง ECT Report รายงานเนี่ยมาลองเจาะดูว่ามันเป็นแบบที่เรารู้สึกจริง หรือเปล่าก็จริงค่ะ การเลือกตั้งครั้งนี้เนี่ยหีบปิดตอน 17:00 น. ใช่มั้ยคะ แต่คะแนนชุดแรกที่มันโผล่ขึ้นมาใน ECT Report เนี่ยมันโผล่มาตั้งแต่ 1648 ก็คือก่อนปิดหีบนะ ไม่แน่ใจว่าถ้ามันรายงานได้ตอน 16:00 น. กว่าเนี่ย แสดงว่ามันต้องปิดหีบก่อนหน้านั้น ซึ่งก็แปลว่าปิดก่อนระเบียบแน่นอนนะคะ เข้าใจว่าผิดกฎหมายทางตรงเลยนะคะ ทีนี้เนี่ยในช่วง 2 ชั่วโมงแรกตั้งแต่ 1648 เนี่ยมาจนถึงช่วงประมาณ 19:30 น. เนี่ยจะเห็นได้ว่าจากกราฟอ่ะค่ะ มันดูต่ำเตี้ยเลียดินมากๆเลยในช่วงนั้นเนี่ย คะแนนเข้ามาน้อยมากๆนะคะ มีการรายงานคะแนนเข้ามาประมาณ 2 ล้านกว่าคะแนนเท่านั้นเอง ทั้งๆที่ตามปกติแล้วเนี่ยช่วง prim time แบบนี้ 2 ชั่วโมงแรกเนี่ยหลายหีบคงจะนับเสร็จกันแล้ว คะแนนก็ควรจะโผล่เข้ามาในปริมาณที่เยอะมากๆถูกมั้ยคะ ก็ควรจะเกือบครบ 94% ตามระเบียบและ 70-80 เนี่ยพอจะได้เห็นกันบ้าง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ค่ะ มีแค่ 6% เท่านั้นเองในช่วง Time 2 ชั่วโมงแรกหลังจากปิดหีบนะ ทีนี้เกิดปรากฏการณ์ต่อไปค่ะ คือในช่องกล่องสีส้มนั้นเนี่ย คือช่วงเวลาที่ไม่มีการรายงานคะแนนอะไรเข้ามาเลย เป็นระยะเวลา 55 นาที คือเป็นช่วงที่คะแนนหายไปเลยนะครับ หยุดการรายงาน ไม่มีคะแนนเข้ามาแม้แต่คะแนนเดียว หายไปประมาณเกือบชั่วโมง แล้วก็กลับมาใหม่รายงานใหม่นะคะ โดยที่พอมันกลับมาเนี่ยก็มีคะแนนชุดใหม่เข้ามาทีเดียวประมาณ 5 ล้านกว่าคะแนน ก็คือเข้ามาค่อนข้างเยอะนะคะ แล้วก็รายงานต่อได้ไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้นเอง พอผ่านไปถึงช่วง 20:00 น. เกือบ 21:00 น. เนี่ยคะแนนหายไปอีกและ อยู่ๆคะแนนก็หยุดรายงานไปอีกครั้งนะคะ รอบนี้หายไปนานมากๆเลย คือเกือบ 2 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 40 กว่านาทีที่ไม่มีอะไรรายงานโผล่เข้ามาเลยนะคะ เสร็จแล้วพอผ่านไปปุ๊บครบ 2 ชั่วโมง ครบเกือบ 2 ชั่วโมงเนี่ย ช่วง 22:30 น. เนี่ยคะแนนถึงกลับเข้ามารายงานต่อ ซึ่งรอบนี้เนี่ยคะแนนมันมาเลยทีเดียวก้อนใหญ่ 17 กว่าล้านคะแนนนะคะ ซึ่งตั้งแต่ 22:30 น. เป็นต้นไปหลังจากที่คะแนนกลับมารายงานเนี่ย เราก็พบกับความผิดปกติจำนวนมากเต็มไปหมดตลอดการรายงานค่ะ ซึ่งย้อนกลับไปว่าการเลือกตั้งเนี่ยเราก็นับคะแนนกันหน้าหน่วยถูกมั้ยคะ มันก็ควรจะเสร็จภายใน 2-3 ชั่วโมงแรกแล้วก็รายงานอาจใช้เวลา take time นิดหน่อยในการเอาขึ้นระบบอะไรอย่างนี้ 22-500 น. เนี่ยคะแนนก็ควรที่จะมาค่อนข้างเกือบครบและ แต่ว่า ECT Report 69 นี้นะครับ มีคะแนนเข้ามาจนถึงวันที่ 9 ช่วง 16:00 น. เห็นเลยก็ไม่รู้ว่ามีที่ไหนมันนับกันข้ามวันข้ามคืนมาจนถึงวันที่ 9 ก็ยังแอดคะแนนเข้ามาเรื่อยๆนะคะ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดจากอะไรค่ะ อ่าเดี๋ยงลองเลื่อนลงไปข้างล่างนะคะ อ่ากราฟนี้ถ้าทุกคนจำกันได้ค่ะ ช่วง 2 ชั่วโมงแรกก่อนที่จะมีการหยุดการรายงาน คะแนนหายไปดื้อๆเนี่ยเราจะเหมือนกับว่าคุ้นๆว่าเอ๊ะ ทำไมพรรคภูมิใจไทยดูได้คะแนนเยอะจังเลย ดูเหมือนกับว่าโหแลนสไลด์ทั้งประเทศ ในขณะที่พรรคประชาชนเนี่ยเอ๊ะมันดูคะแนนน้อยจัง ครั้งก่อนก็ดูได้เยอะ ครั้งนี้มันก็ไม่น่าจะน้อยลงกว่าเดิมสักเท่าไหร่ใช่มั้ยคะ เอ่อถ้าเรามีความทรงจำแบบนี้ในช่วง 2 ชั่วโมงแรกเนี่ย บอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเข้าใจอย่างนั้นค่ะ เพราะว่าในช่วง 2 ชั่วโมงแรกมันมีสัดส่วนการรายงานคะแนนที่เหมือนกับว่าเลือกรายงานบางเขตรายงานบางพื้นที่ที่บางพรรคชนะนะคะ ในช่วง 2 ชั่วโมงแรกเนี่ยพื้นที่ที่เป็นเขต เอ่อในโซนภาคอีสาน ภาคอีสานใต้เนี่ยมีแนวโน้มที่จะมีการรายงานคะแนนเข้ามาก่อน เอ่อเขตอื่นๆนะคะไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือหรือภาคกลางเนี่ยก็จะรายงานช้ากว่าภาคอีสานนะคะ ซึ่งภาคอีสานส่วนเนี่ยก็จะเป็นฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทย ทำให้เราได้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยนี่มีคะแนนไหลมาก่อนเร็วมากๆนะ คะในขณะที่ฟากพรรคประชาชนเนี่ยในเขตพื้นที่ที่เป็นฐานเสียงหลักอย่างกรุงเทพฯ เนี่ยในช่วงเวลา 19:30 น. บางเขตไม่มีการรายงานคะแนนเข้ามาเลยแม้แต่คะแนนเดียวนะคะ ไม่ใช่แค่ของพรรคประชาชนแต่ว่าไม่มีคะแนนออกมาจากหน่วยไหนเลยแม้แต่คะแนนเดียวค่ะ ถ้าลองเลื่อนลงไปข้างล่างอีกนิดนึงเราจะเห็นว่า เอ่อไอ้จุดสีส้มๆ อ่ะค่ะ คือพรรคประชาชนเนี่ยเอ่อชนะในทั้งหมดประมาณ 80 กว่าเขตนะคะ แล้วก็พรรคภูมิใจไทยเนี่ยชนะใน 170 กว่าเขตในช่วง 2 ชั่วโมงแรกจนถึง 19:00 น. เนี่ย พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนของทุกเขตที่เขาชนะในตอนท้ายถูกรายงานมาหมดแล้ว แล้วก็คะแนนค่อยๆเข้ามาในแต่ละหน่วยนะคะ แต่ฝั่งพรรคประชาชนเองเนี่ยมันไม่เป็นอย่างนั้นเลยค่ะ เพราะว่า เอ่อในช่วง 2 ชั่วโมงแรกมีถึง 21 เขตนะคะ ที่ไม่มีคะแนนไหลเข้ามาเลยแม้แต่คะแนนเดียว เหมือนกับว่ามันมีการโฮไว้ หรือเจ้าหน้าที่ยังไม่รายงานไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร แต่ว่ามันเลยทำให้ภาพที่เห็นเนี่ยก็คือพรรคภูมิใจไทยเนี่ยดูแลสไลด์เป็นพิเศษเลย แล้วก็พรรคประชาชนดูได้คะแนนน้อยนะคะ ทั้งที่ความจริงแล้วเนี่ยสัดส่วนคะแนนมันก็ไม่ได้มากขนาดนั้น และก็พรรคประชาชนก็ไม่ได้น้อยขนาดนั้นนะคะ ทีนี้เลิลงมาอีกอันนึงค่ะ อันนี้เป็นภาพให้เห็นเลยนะคะว่าเปรียบเทียบกันระหว่างการรายงานคะแนนหน่วยที่ชนะของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนค่ะ เอ่อพรรคภูมิใจไทยเนี่ยมีคะแนนของหน่วยที่ตัวเองชนะรายงานครบตั้งแต่ช่วง 1943 เลย แล้วก็มีช่วงก่อนที่จะคะแนนจะหายไปรอบ 2 รอบเนี่ยมีเขตที่ชนะเกินไว้ด้วยซ้ำนะ คือรายงานเยอะกว่าที่มันมีจริงๆไปตั้งหลายเขตนะคะ ในขณะที่พรรคประชาชนเนี่ยกว่าจะรายงานมีคะแนนครบทุกเขตที่เขาชนะในตอนท้ายเนี่ยก็ปาไปเที่ยงคืนแล้วนะคะ มันเห็นแพทเทิร์นของการที่ว่าเหมือนกับมีการโฮคะแนนไว้อยู่หรือเปล่าค่ะ อ่ะเราไปกันที่ภาพต่อไปเลยค่ะ อันนี้ขอกระโดดข้ามเรื่องต่อไปนะคะ เอ่อในการเลือกตั้งครั้งนี้เนี่ยถ้าเอ่อไม่ใช่ขออภัยค่ะ ในการเลือกตั้งครั้งนี้เนี่ยทุกคนก็จะได้บัตร 2 ใบใช่มั้ยคะ บัตรสีเขียวเลือกเขต บัตรสีชมพูเลือกพรรค ทุกคนเข้าหาได้บัตร 2 ใบพร้อมกัน เดินไปกาพร้อมกัน หย่อนลงกล่องพร้อมกัน แต่ว่าผลบัตรที่รายงานอยู่ใน ECT Report เนี่ยปรากฏว่าบัตร 2 ใบนี้มีจำนวนไม่เท่ากันนะคะ คือรวมบัตรเสียบัตรดีทั้งหมดแล้วเนี่ยนับยังไงก็ไม่เท่ากันอยู่ดี ซึ่งความแตกต่างนี้เนี่ยมันเกิดขึ้นตั้งแต่คะแนนชุดแรกไปจนถึงชุดสุดท้ายช่วงเย็นของวันที่ 9 เลยนะคะ ช่วงแรกคะแนนชุดแรกที่มันเข้ามาตอน 16:00 น. กว่า ที่เป็นของ เอ่อจังหวัดปัตตานีนะคะ อันนั้นก็มีแค่คะแนนของบัตรสีเขียว ไม่มีคะแนนบัตรสีชมพูเข้ามาด้วย เอ่อพอผ่านไปจนถึงช่วงหลังจากแกป 1 ระหว่างแกป 1 แกป 2 ที่มันอยู่รายงานค่ะ ก็มีส่วนต่างคันเอ่อบัตรที่สูงมากนะคะ คือมีส่วนต่างบัตรสีเขียวสีชมพูเนี่ยอยู่ที่ 900,000 ใบ อันนี้คือจุดพีคสูงสุดนะคะ พอพ้นกับพอพ้นช่วงแกป 2 ไปแล้วที่รายงานที่คะแนนเริ่มกลับมารายงานตามปกติแล้วเนี่ย ไอ้ส่วนต่างพวกเมันถึงค่อยๆลดลง แต่ว่าในช่วงท้ายของวันที่ 9 เนี่ยก็คือวัน 16:00 น. ที่ 9 เนี่ยส่วนต่างก็ยังคงอยู่นะคะ อยู่ที่ราวๆ 37,000 ใบที่แตกต่างกัน ซึ่งน่าแปลกมากค่ะ เพราะว่าเราได้รับบัตร 2 ใบพร้อมกัน หย่อนลงกล่องพร้อมกัน แต่ว่ามีแค่ 9 เขตเท่านั้น จาก 400 เขตที่มีจำนวนบัตร 2 ใบเนี้ยเท่ากัน อีก 391 เขตเนี่ยไม่เท่ากันเลยนะคะ แตกต่างกันตลอดวัน จนแม้กระทั่งวันนี้เอง คะแนน 100% เนี่ยก็ยังไม่เท่ากันอยู่ดีนะ คะ ทีนี้เริ่มไปอันต่อไปได้เลยค่ะ หลังจากที่เราเจอแกป 1 ที่หยุดรายงานคะแนนไป 55 นาทีใช่มั้ยคะ แล้วก็แกป 2 หยุดรายงานไปราวๆเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วคะแนนชุดใหญ่กลับเข้ามาเนี่ย ในคะแนนชุดนั้นเองเนี่ยมีความผิดปกติอีกอย่างนึงคือเราพบ บัตรเขย่งที่โผล่มาแค่ 10 นาทีแล้วก็หายไป เอ่อช่วงหลัง 22:30 น. ค่ะ อยู่ๆคะแนนเนี่ยเราพบว่ามันมีจำนวนบัตรมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์จริงถึง 80,000 กว่าใบในช่วงเวลา 22:30 น. ถึงราวๆ 22:45 แต่อยู่ๆมันก็หายไปเองด้วยตัวมันเอง คือมันโผล่มาเองแล้วมันก็หายไปเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดการตกแต่งตัวเลข หรือว่ามีใครทำอะไรผิดคีย์ตัวเลขผิดอะไรหรือเปล่านะคะ ถ้าเลื่อนลงไปก็จะเห็นว่าอันนี้คือสถิติของจำนวนบัตรที่มันเกินมานะคะ ในแต่ละพื้นที่ จังหวัดสุราษฎรเนี่ยเกินมามากสุดเลยก็คือ 5,000 กว่าใบนะคะ แต่สุดท้ายแล้วเนี่ยหลังจาก 22:45 เนี่ยไอ้บัตรตัวนี้ก็หายไปเองนะ อ่าอันต่อไปได้เลยค่ะ อีกปรากฏการณ์นึงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลังจากแกป 2 ก็คือ 22:30 น. เป็นต้นไปเนี่ย เมื่อกี้เราพบกับบัตรเขย่งใช่มั้ยคะ ก็อาจจะมีการปรับรถกันทำให้บัตรเขย่งเนี่ยมันหายไป แต่ทีนี้ในการปรับรถมันไม่จบแค่นั้นค่ะ เพราะว่าเราพบกับ เอ่อแพทเทิร์นของการปรับลดคะแนนตั้งแต่ 22:30 น. มาจนถึงวันที่ 9 ช่วง 8:00 น. นะคะต่อเนื่องกันมาเลย ซึ่งคะแนนที่ถูกลดทั้งหมดเนี่ยรวมๆแล้วอยู่ที่ 253,000 กว่าคะแนนที่ถูกลบหายไปรวมทั้งบัตรสีเขียวและบัตรสีชมพูด้วยกันค่ะ โดยที่ช่วงเวลาที่มีการลดมากที่สุดเลยเนี่ยก็คือช่วง 23:30 น. ถึงเที่ยงคืนนะคะ หายไปก็รวมๆแล้วประมาณเกือบ 100,000 ใบด้วยกันค่ะ ถ้าเลื่อนลงมาคลิกตรงรายละเอียดคะแนนลดลงนะคะ ก็จะเห็นว่ามันมีข้อมูลว่าพรรคไหนเนี่ยโดนลดมากที่สุด พรรคอันดับ 1 เลยค่ะ ที่ถูกลดคะแนนมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้คือพรรคประชาชนนะคะ ถูกลดไปทั้งหมด 100,000 กว่าคะแนนรวมบัตรบัญชีรายชื่อแล้วก็บัตรเลือก ส.ส. เขตค่ะ 100,000 กว่าใบนะคะ ลองลงมาอันดับ 2 จริงๆในกราฟมันผิดนะคะ ต้องขออภัยทุกท่านด้วยอื่นๆนี่ไม่ใช่ นะคะจริงๆอันดับ 2 นี่คือพรรคภูมิใจไทยที่ถูกลดคะแนนไปนะคะเป็นอันดับ 2 แต่ว่าทิ้งหางเพื่อนเลยค่ะ ถูกลดคะแนนไปอยู่ที่ 30,000 กว่าคะแนนในภาพรวมนะคะ แล้วก็ตามมาด้วยพันอื่นคือเรียกได้ว่าทุกพรรคเนี่ยจริงๆก็โดนลดคะแนนกันหมด แต่ว่าพรรคที่โดนมากที่สุดก็คือพรรคประชาชนนะคะ สูงกว่าเพื่อนอยู่ที่แสนกว่าใบที่โดนลดหายไปค่ะ ทีนี้ถ้าลงมาในรายละเอียดก็จะมีรายละเอียดของผู้สมัคร ส.ส. เขตที่โดนลดคะแนนนะคะ ซึ่ง 7 อันดับแรกเนี่ยเป็นผู้สมัครจากพรรคประชาชนทั้งนั้นค่ะ เอ่อลองลงมาก็จะมีผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยก็โดนลดคะแนนสูงเหมือนกันนะคะ มี 3 คน เอ่อในท็อป 20 ตรงนี้นะคะ มีพรรคกล้าทำก็โดนลดเหมือนกัน แต่ว่าส่วนใหญ่ยังคงเป็นสถิติที่พรรคประชาชนค่ะ อ่าทีนี้เลื่อนลงมาล่างสุดเลยค่ะ อ่าโอเค ทีนี้ค่ะเมื่อกี้ เอ่อสักครู่นะคะ เลื่อนลงมาอีกอันนึงค่ะ อันนี้เป็นภาพรวมว่าพรรคไหนได้ที่นั่งเท่าไหร่นะคะ ส่วนอันนี้คือในช่วงการรายงานคะแนนเนี่ยหลังจากเมื่อกี้ได้บอกว่าอ่ะมันเหมือนกับการมีการโฮคะแนนใช่มั้ยคะ พอคะแนนกลับมาเนี่ยคะแนนพรรคประชาชนมันถึงค่อยๆเพิ่มตามสัดส่วนที่มันควรจะเป็นนะคะ เราเลยได้เห็นภาพของการเปลี่ยนตัวผู้ชนะหลังจากคะแนนชุดใหญ่ไหลเข้ามาใน 24 เขตนะคะ คือทีแรกเนี่ยพรรคที่นำอยู่เนี่ยก็เป็นพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าทำนะคะ แต่ว่าพอคะแนนชุดใหญ่กลับเข้ามาเนี่ย กลายเป็นว่าพรรคประชาชนพลิกกลับมาชนะในหลายเขตนะคะ รวมๆแล้วก็ 16 เขตที่พรรคประชาชนตีกลับมาชนะได้ในคะแนนชุดใหญ่ครั้งที่ 2 ค่ะ ขอเลื่อนลงไปอีกนิดนึง เอ่อทีนี้อันนี้จะเป็นคะแนนสุดท้ายจากวันที่ 9 กุมภาพันธ์นะคะ เทียบกับคะแนนในเอกสาร 6/1 เอ่อของ กกต. ที่ให้มาเป็น PDF เราก็ไปนั่งแกะกันค่ะว่าไอ้คะแนน 100% แบบกึ่งทางการ ใช้คำนี้แล้วกันว่ามันแตกต่างกับคะแนน 94 ที่ถูกรายงานไปใน ECT Report มากน้อยแค่ไหนนะคะ โดยปกติคะแนน 100% เนี่ยมันก็ควรจะเพิ่มขึ้นใช่มั้ยคะ แล้วก็ความแตกต่างด้านคะแนนคนพลิกชนะนี่ก็คงจะไม่ได้เยอะมาก หรือจริงๆมันก็ไม่ควรมีนะคะ แต่ว่าก็ยังคงมีค่ะ เอ่อความแตกต่างระหว่างคะแนน 94% กับคะแนน 100% เนี่ยยังคงมีการพลิกชนะอีกเหมือนเดิมค่ะ ซึ่งก็เป็นพรรคประชาชนที่พลิกกลับมาชนะได้ใน 3 จาก 5 เขตที่มีการเปลี่ยนตัวผู้ชนะในคะแนนจาก 94 ไป 100 นะคะ ซึ่งเมื่อ เอ่อเลื่อนลงมาค่ะ จริงๆจัดวางหน้าฟีเจอร์ไม่ค่อยดีขออภัยทุกคนด้วยนะคะ อ่าทีนี้ขอลงไปอันล่างสุดเลยค่ะ ซึ่งคะแนนระหว่าง 94 ไป 100 เนี่ยอย่างที่บอกว่ามันไม่ควรจะมีการลดถูกมั้ยคะ มันต้องเพิ่ม แต่ว่าการลดคะแนนก็ยังเกิดขึ้นอยู่ครับ ไม่ใช่แค่เกิดขึ้นในการรายงานช่วง ECT พอเท่านั้น พอมาคะแนน paperr เป็น PDF ออกมาแล้วเนี่ย ก็ยังมีคะแนนที่ลดหายไปเหมือนกันนะคะ เอ่อมีการลดคะแนนของบัตรแบบ ส.ส. แบ่งเขตลดไป 9,000 กว่าคะแนน เอ่อคะแนนจากบัญชีรายชื่อก็ลดไป 500 กว่าคะแนน รวมทั้งหมด 10,000 คะแนนนะคะ และแน่นอนว่าพรรคที่รับผลกระทบและถูกลดมากที่สุดก็ยังคงเป็นของพรรคประชาชนเหมือนเดิมค่ะ 4,000 กว่าคะแนนถูกลดไปในช่วงท้ายนี้ นะคะ เอ่อทีนี้กลับขึ้นไป เอ่ออันก่อนหน้าค่ะ อ่าโอเค ขอบคุณค่ะ เมื่อกี้ทาง Watch ได้พูดถึงเรื่องบัตรเสียที่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เนี่ยเป็นการเลือกตั้งที่มีบัตรเสียมากที่สุดนะคะ จากการเลือกตั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมาภายใต้ได้รัฐธรรมนูญ 60 ก็คือ 3 ล้านกว่าใบ ทีนี้เราก็เลยมานั่งดูว่าเอ๊ะ เวลาที่มันบอกว่าบัตรเสียมากเนี่ย เราจะจับได้ยังไงว่ามันผิดปกติมากแค่ไหน เราก็เลยเอาจำนวนบัตรเสียมาเทียบกับส่วนต่างคะแนนของพรรคอันดับ 1 อันดับ 2 ในแต่ละเขตดูค่ะว่าบัตรเสียเนี่ยมันมากพอที่จะเปลี่ยนผลแพ้ชนะในแต่ละเขตได้บ้างหรือเปล่า ทีนี้พอเรามาลองดูค่ะก็ปรากฏว่าจริง ๆด้วยมีทั้งหมด 37 เขตนะคะ ที่บัตรเสียเนี่ยมีจำนวนมากกว่าส่วนต่างคะแนนระหว่างพรรคอันดับ 1 อันดับ 2 คือถ้าบัตรเสียมันไม่เสียเนี่ย หรือมันไม่เสียสักครึ่งนึงเนี่ย ก็แปลว่าเป็นไปได้ที่จะพลิกตัวผู้ชนะในเขตนั้นๆได้นะคะ ก็บังเอิญอีกค่ะ ครั้งนี้เนี่ยมีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่หลายตำแหน่งก่อนการเลือกตั้งใช่มั้ยคะ ใครก็บอกว่าเอ๊ะอาจจะเป็นการใช้อำนาจหรือเปล่า ทั้ง 37 เขตนี้ที่มีบัตรเสียมากกว่าส่วนต่างคะแนนของพรรคอันดับ 1 อันดับ 2 เป็นเขตที่มีการโยกย้ายทั้งหมดค่ะ ก็อื้อหือบังเอิญอาจจะบังเอิญไม่แน่ใจว่าทำไมนะคะ ก็เห็นได้ว่าจำนวนส่วนบัตรส่วนต่างที่มากที่สุดเนี่ย มันอยู่ที่ 12 เท่า นะคะ จากส่วนต่างของคะแนน เอ่อส่วนต่างของพรรคอันดับ 1 อันดับ 2 อย่างจังหวัดศรีสะเกษเขต 6 ค่ะ เป็นคู่แข่งกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยนะคะ มีส่วนต่างคะแนน 2 พรรคนี้เนี่ยอยู่ที่ 273 คะแนน แต่ว่ามีบัตรเสียเนี่ยอยู่ 3,400 กว่าใบเลยนะคะ ถือว่าเป็นส่วนต่างที่ค่อนข้างสูงและน่ากังวลและน่าสงสัยด้วยเหมือนกันว่าบัตรเสียมันมากขนาดนี้เป็นเพราะอะไร และยิ่งบวกกับว่าในทั้ง 37 เขตเนี้ยเป็นเขตที่มีการโยกย้ายทั้งสิ้น ก็ชวนตั้งคำถามค่ะว่าทำไมมันถึงเกิดเฉพาะในเขตที่มีการโยกย้ายข้าราชการในช่วงก่อนการเลือกตั้งค่ะ ประมาณนี้ค่ะ >> ทีนี้เรามาฟังในส่วนของอาจารย์สมชัยเชิญ ครับมีข้อสังเกต >> ครับ เอ่อถ้าฟังเพลินๆก็ไม่มีอะไรนะครับ แต่ถ้าฟังวิเคราะห์เจาะลึกสักนิดนึงเราจะรู้สึกว่ามีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยกรรมการการเลือกตั้งและไม่ใส่ใจที่จะดำเนินการ เอ่อตอบคำถามประชาชน หรือดำเนินการแก้ไขใดๆ เรื่องใหญ่ที่สุดที่นำเสนอไปนะครับคือ เรื่องอื่นๆมันอาจจะยังเป็นเทาๆไม่ชัดเจน แต่เรื่องใหญ่สุดและชัดเจนคือคะแนนที่ส่งมาถึงส่วนกลางก่อนเวลา 17:00 น. ทำได้อย่างไร อันนี้เรื่องใหญ่สุดเลยครับ เวลาเท่าไหร่นะที่ส่งเข้ามา >> 1648 1648 ยังไม่ปิดหีบ ปิดหีบเวลา 17:00 น. ถูกมั้ยครับ >> ใช่ >> อยู่ในพระบัญญัติเอ่อการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ใช่ระดับระเบียบนะ เป็นระดับของพระบัญญัติการเลือกตั้ง ส.ส. คุณรายงานผลบอกว่าหน่วยนี้นับคะแนนเสร็จแล้วเวลา 16:48 น. แปลว่าอะไร ต้องย้อนกลับไปอีกนะ การนับคะแนนอย่างน้อยต้องครึ่งชั่วโมง หรืออย่างน้อยต้อง 1 ชั่วโมง แปลว่าคุณอาจจะปิดหีบตั้งแต่สักประมาณ 16:00 น. หรือก่อน 16:00 น. ด้วยซ้ำนะฮะ เพราะฉะนั้นนี่คือโจทย์ที่สำคัญที่สุดว่า กกต. เองกำลังทำผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และต้องมีคำตอบ ต้องมีคำอธิบายในเรื่องนี้ครับ เอ่อผมคิดว่าอาจารย์ปริญญาจะช่วยตอบได้นะครับว่า ถ้า กกต. ทำผิด พรป. ของตัวเองเนี่ย จริงๆแล้วเส้นทางสุดท้ายของ กกต. คืออะไรครับผมผมถามนิดนึง คุณกยากรนะครับ ให้ชัดเจนขึ้น เอ่อขอบคุณสมชัยนะครับ มีข้อมูลเนี่ยทั้งหมดจากกี่เขตที่เข้ามาก่อนเวลาปิดหีบอ่ะ >> มีเขตเดียวค่ะ คือปัตตานีเขต 3 เท่านั้นเลย แล้วก็คะแนนชุดปกติเข้ามา >> ต้องไปเจาะไปเลยนะครับ มันเป็นไปไม่ได้นะ ปิดทีม 17:00 น. >> ออ 17:00 น. แล้วคะแนนเข้ามาก่อน 17:00 น. คือยังไม่ปิดหีบเลย แล้วแล้วเรานับเสร็จก่อนได้ยังไงนะครับ อันเนี้ย ในข้อมูลส่วนของเว็บไซต์เนี่ย กกต. อธิบายประโยคเดียว นะฮะเไม่เคยชี้แจง น่าจะบอกว่า เอ่อมันไม่เป็นทางการ เชื่อถืออย่าไปอ้างอิง เนี่ยพูดแค่ประโยคเดียว อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เดี๋ยวจะไปดูต่อนะครับว่า อำนาจหน้าที่ กกต. นะครับ ถ้าไม่ทำตาม พรป. เลือกตั้ง ส.ส. หรือระเบียบเลือกตั้งของตัวเองที่ออกมาในปี 256 เนี่ย ผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงนะครับ เอาล่ะ เอ่อเดี๋ยวเรามาฟังในส่วนของการวิเคราะห์ของของ คอนะฮะของคุณพัศราวดี หรือมายนะครับ ว่ามีข้อสังเกต โดยเฉพาะยิ่งในเรื่องโครงสร้าง และการบริหารจัดการนะครับ โดยที่มันเชื่อมโยงเรื่องการแต่งตั้งยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยนะครับในช่วงก่อนเลือกตั้งอย่างไร เชิญพสวรีครับ >> ค่ะอย่างที่อาจารย์ปริญญาว่าเลยนะคะว่า เอ่อเราไม่ได้ตั้งใจจงใจพุ่งเป้าไปแค่ที่พรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นแค่พรรคการเมืองหนึ่งนะคะ แต่ว่าเราตั้งใจจงใจพุ่งเป้าไป เพราะว่าเขาเคยเป็นรัฐบาลนะคะ ทำไมต้องภูมิใจไทยนะคะ ก็เอ่อหลายๆท่านนะคะก็ตั้งข้อสังเกตคล้ายๆกันกับมายอยู่แหละว่า ในการเลือกตั้งรอบนี้เนี่ยมันมีความผิดปกติที่เราไม่สามารถที่จะไปหาข้อเท็จจริงอะไรในส่วนจังหวะนึงได้เลยนะคะ อย่างห้องแข่งความลับที่หลายคนตั้งคำถามในระดับอำเภอ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในอำเภอ มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือว่ามีบทบาทอะไรในการเลือกตั้งรอบนี้แค่ไหนนะคะ ซึ่งอย่าง เอ่อรองศาสตราจารย์ ดร.นรุมนเนี่ยเาก็ได้ตั้งข้อสังเกตอยู่เหมือนกันเนาะว่าบทบาทของนายอำเภอในการเลือกตั้งของปี 69 เนี้ย มันทำให้ชวนนึกถึงที่มาของตัว กกต. และตัว สว. ด้วยว่ามันเป็นการตรงใจวางกันเป็นลำดับชั้นลงมาหรือเปล่า เพื่อวางคนนะคะ ทีนี้ อย่างที่อาจารย์ปริญญาว่าตะกี้เลยค่ะ เราไม่ได้อคติกับภูมิใจไทย แต่พรรคภูมิใจไทยก่อนจะเกิดการเลือกตั้งเนี่ย คุณอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และคุณอนุทินก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นคนใหญ่ในกระทรวงตัวมหาดไทยที่มีอำนาจในการโอเคจะได้รู้ว่าใครจะย้ายไปไหน หรืออยากให้ใครย้ายไปไหน หรือไม่อยากให้ใครย้ายไปไหนนะคะ ข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยจะย้ายหรือไม่ย้ายขึ้นอยู่กับพวกเขานะคะว่า จะเอายังไง เราก็เลยจำเป็นอย่างยิ่งค่ะที่อยากจะขอพุ่งเป้าไปที่บุคคลเหล่านี้ ในมุมนึงเขาก็มีอำนาจในการจัดการวางคน และในมุมนึงเขาก็ดูเหมือนจะเป็นผู้ได้เปรียบมากๆ ในการเลือกตั้งรอบนี้ เพราะฉะนั้นเราขอพุ่งเป้าไปที่พรรคภูมิใจไทยนะคะ ทีนี้เมื่อเรามาดู เอ่อเอ่อเมื่อกี้เนี่ยอย่างที่จิ๊บได้เล่าให้ฟังเนาะเรื่องของความผิดปกติของการรายงานผลคะแนนนะคะ ที่มันมีการขาดหายขาดช่วงไป มันมี เอ่อจำนวนบัตรเขย่งในหลายพื้นที่นะคะ มีการปรับลดคะแนนที่ผิดปกติเนี่ย ต้องขอเท้าความกับทุกท่านอย่างนี้ก่อนว่าในการเลือกตั้งรอบนี้นะคะ เอ่อ กกต. เนี่ยได้กลับไปใช้ระบบการรายงานคะแนนแบบปี 62 ที่เขาบอกว่าเรทไทม์ เขาบอกว่านะคะ แต่ในความเป็นจริงเราก็เห็นกันอยู่ว่ามันไม่ได้เรทไทม์ เพราะสุดท้ายเนี่ย เอ่อการรายงานคะแนนก็มีการขาดช่วงไปในหลายจังหวะอยู่ดีนะคะ ซึ่ง เอ่อการรายงานผลคะแนนแบบปี 62 นี้นะคะ ช่องว่างของมันก็คือว่า มันเมื่อเมื่อปิดหีบแล้ว กปน. หน้าหน่วยเขาจะรวบรวมคะแนนใช่มั้ยคะ แล้วมันจะมีการส่งคะแนนตรงเนี้ยไปที่กลุ่มคนกลุ่มนึงก่อนที่จะมีการนำขึ้นเว็บไซต์เผยแพร่สู่สายตาประชาชน มันจะมีศูนย์รวมอยู่ตรงที่นึงอ่ะเอาคะแนนไปรวมกัน แล้วก็มีคนคอยจัดการกรอกๆๆขึ้นเว็บไซต์นะคะ ซึ่งเราก็เลยตั้งข้อสงสัยว่า เอ่อแล้วการรายงานคะแนนรอบนี้ ช่วงจังหวะที่มันมีช่วงขาดหายของการรายงานคะแนนไป มันมีการจัดจัดการคะแนนระหว่างที่รวบรวมมาหน้าหน่วยแล้ว เอ่อจัดการคะแนนก่อนที่จะนำขึ้นเว็บไซต์หรือไม่นะคะ อันนี้คือข้อตั้งสงสัยของเรา เอ่อข้อสงสัยของเรานะคะ ซึ่งทีนี้เราก็เลยไปดูก่อนว่าโอเคในประในประเด็นจังหวัดที่มีความผิดปกติเรื่องคะแนนบัตรเขย่งเนี่ย เรื่องบัตรเขย่งต่างๆเนี่ย มันมีจังหวัดประมาณไหนบ้างเนาะ เอ่อทางอาจารย์นัทกับอาจารย์ยุ้ยนะคะ ก็ได้ไปเอาเอ่อจังหวัดที่มีบัตรเขย่งมีความผิดปกติเรื่องบัตรเขย่งเนี่ย เอามาพลอตกราฟดูเนาะว่ามันมีลักษณะเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันขนาดไหนนะคะ คือจังหวัดที่ปัดเขย่งเขตที่ปัดเขย่งเนี่ยเมื่อนำมาพอตแล้วเนี่ย ถ้าหากว่ามันไม่ผิดปกติจนเกินไป มันจะต้องเรียงเป็นเส้นเดียวกันตามแนวเส้น 45 องศา ที่ท่านเห็นบนจอทีวีนะคะ มันจะเรียงตามนั้นน่ะเรียงเรียงตามกราฟเรียงตามเส้นไป ไม่ได้แตกแถวสักเท่าไหร่นะคะ ถ้าไม่ได้มี ความจงใจให้มันเกิดเขย่งนะคะ ทีนี้พอเรามาพอพอดูจากกราฟตัวนี้แล้วใช่มั้ยคะ แล้วพอเรามาดูตารางในส่วนที่ มาหาค่า P value Value คือค่าความผิดปกติที่จะเป็นตัวบอกว่าไอ้บัตรเขย่งที่มันเกิดขึ้นในแต่ละเขตนั้นเนี่ย มันเป็นไปอย่างผิดปกติแบบตั้งใจเปล่า หรือผิดปกติแบบ Human error แบบมนุษย์จริงๆนะคะ ซึ่งค่า P value เนี่ย เอ่อจากที่ทางอาจารย์เขไปคำนวณกันมานะคะ ก็ได้มาว่าถ้าหากว่ามันจะไม่ผิดปกตินะคะ ถ้าหากว่ามันเกิดการบัดเขย่ง เกิดภาวะบัตรเขย่งแบบไม่ผิดปกติเนี่ย ค่า P value จะต้องไม่ต่ำกว่า 0.05 ถ้าบัตรเขย่งแบบไม่ผิดปกติ บัตรเขย่งแบบเฉยๆแบบ Error แบบ Human Error ค่า P value จะต้องไม่ต่ำกว่า 0.05 นะคะ แต่พอเรามาดูนะคะ ปรากฏว่ามีแค่เฉพาะเขตที่พรรคภูมิใจไทยชนะเพียงเท่านั้นที่มีค่า P value Value ที่ต่ำกว่า 0.05 05 คือบัตรเขย่งของเขตอื่นๆน่ะเขาก็ดูเข้าใจได้ ดูสมเหตุสมผล ดูไม่ได้จงใจดูไม่ได้ตั้งใจนะคะ ถ้ามาเทียบกับค่า P value แล้ว แต่ว่าพอมาดูเขตที่ภูมิใจไทยชนะก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าในเขตที่ภูมิใจไทยชนะค่า P value ของเขาต่ำกว่า 0.05 05 ซึ่งสามารถอนุมานได้ว่าการที่บัตรเขย่งในเขตนั้นๆ อาจจะไม่ได้เป็นไปอย่าง Human Error แต่อาจจะเป็นไปอย่างตั้งใจ หรือจงใจ หรือเปล่านะคะ ซึ่งค่าตัวนี้โอในมุมนึงมันก็จะบอกได้อย่างนึงนะคะว่าโอเคในเชิงสถิติเนี่ย อย่างน้อยมันมีตัวเลขบอกมาแบบนี้แล้วนะ คือในเขตที่มันมีบัตรเขย่งเนี่ยเราเข้าใจได้ถ้าจะบอก P error ก็เข้าใจได้ แต่ทำไมค่า P value ค่าต่างค่าสมเหตุสมผลมันเนี่ย มันถึงไม่ต่ำกว่า เอ่อมันถึงไม่เกิน 0.05 05 นะคะ อันนี้ก็เป็นข้อสงสัยที่เราก็ตั้งข้อสงสัยกัน ทีนี้ ส่วนสำคัญก็คือถ้าหากเราจะดูความเชื่อมโยงของความผิดปกติในการเลือกตั้ง การจัดการการเลือกตั้งอ่ะค่ะ กับ เอ่อข้าราชการ อย่างที่เราตั้งสมมุติฐานว่ามันมีการตั้งใจวางคนเอาไว้ในการจัดการการเลือกตั้งรอบนี้หรือไม่เนี่ย ก็ต้องไปดูเทียบกับคำสั่งโยกย้ายข้าราชการมหาดไทยนะคะ ในการเลือกตั้งรอบนี้เรามีทั้งหมด 400 เขตนะคะ ซึ่ง กกต. กลางเนี่ย เอ่อเขาจะมีการแต่งตั้ง กกต. เขตขึ้นมาเขตละ 4 คนนะคะ ประกอบด้วยประธาน 1 คน แล้วก็กรรมการอีก 3 คน จะเป็นเขตละ 1,600 คนนะคะ ทีนี้มก็เลยพยายามจะไปดูว่าคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายที่ เอ่อมันเกิดขึ้นจากกระทรวงมหาไทยก่อนการเลือกตั้งเนี่ย มันมีกี่คำสั่งบ้างนะ ที่มีรายชื่อ กกต. เขตเหล่านั้นอยู่ในคำสั่งโยกย้ายของมหาไทยด้วยนะคะ มายก็ไปพบว่ามีทั้งหมด 8 คำสั่งโยกย้ายค่ะ ที่มีรายชื่อ กกต. เขตอยู่ในนั้นนะคะ คำสั่งยกย้ายทั้งหมดนี้รวมเป็น 537 รายชื่อนะคะ แต่ว่า 537 รายชื่อนี้ไม่ใช่ กกต. ทั้งหมด อ่าเอาอย่างงี้ก่อนไม่ใช่ กกต. ทั้งหมดนะคะ ก็คือเป็นข้าราชการมหาดไทยนั่นแหละ ทีนี้พอมายเอามาเทียบกันนะคะ ก่อนที่จะไปเทียบตัวเลขเนี่ย มายพยายามไปดูความแตกต่างของตัวระเบียบ ของตัวโครงสร้าง กกต. เขตรอบนี้ก่อนว่า กกต. เขตในรอบเนี้ยอำนาจหน้าที่เค้าคืออะไรนะ คะ และไอ้คำว่าเขตกับไอ้คำว่าอำเภอเนี่ย มันคืออะไรกันแน่ นะคะ พอเราไปดูใน กกต. เอ้ย พอเราไปดูในระเบียบ กกต. นะคะ เราจะเห็นว่าเค้าเขียนไว้ค่ะว่าให้หมายความว่าคำว่า เขตกับอำเภออ่ะมันคือความหมายเดียวกัน หมายความว่าอำเภอหมายถึงเขตด้วย เอ่ออำเภอหมายถึงเขตด้วยนะคะ ซึ่งเราก็เลย อ่าไล่ลงมาดูต่อว่าแล้วในขั้นตอน หรือว่าในการวางคนเพื่อมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานแต่ละระดับชั้นเนี่ย มันเป็นใครบ้างนะคะ ก็ กกต. 7 คนนะคะ คณะกรรมการ 7 คนเาจะแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมาจังหวัดละคน แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนั้นเนี่ย ก็จะเป็นคนคัดเลือกคณะกรรมการประจำเขต แต่ว่าสุดท้ายแล้ว กกต. การก็จะเป็นคนแต่งตั้งนะคะ อย่างที่มีประกาศมาประกาศรายชื่อ 400 เขต 1,600 คนนะคะ ตอน เอ่อพอมาย้อนกลับไปดูระเบียบนะคะ ระเบียบของตอนเลือกตั้งปี 66 เนี่ย เขาได้เขียนอธิบายไว้ชัดเจนเลยค่ะว่าตำแหน่งผู้อำนวยการประจำเขตและก็คณะกรรมการประจำเขตเนี่ย จะมีที่มายังไง มีอำนาจหน้าที่แค่ไหน ใครเป็นคนเคาะเลือก และจะพ้นจากตำแหน่งอย่างไร แต่พอมาดูระเบียบของปี 69 ค่ะ เขาได้ตัดส่วนสำคัญพวกนี้ออกไปหมดเลย รวบรัดจากการอธิบาย 5 หน้าเหลือเพียงแค่ 5 ข้อ ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าคนเหล่านี้ตำแหน่ง 2 ตำแหน่งนี้ที่สำคัญในการจัดการระดับเขตเนี่ย จะมีที่มาจากไหน บอกแค่ว่าเา้ามีอำนาจหน้าที่ในการอำนวย หรือดำเนินการเลือกตั้งแบบกว้างๆ นะคะ บอกแบบกว้างๆ ซึ่งหมายคิดว่าอันเนี้ยคือส่วนหนึ่งที่สวร ให้เห็นว่า เอ่อการเลือกตั้งรอบนี้ กกต. จงใจ หรือตั้งใจในการที่จะไม่บอกทั้งหมด หรือเปล่า ไม่จำเป็นจะต้องมีอะไรรัดตัวไว้ก่อน หรือเปล่า หรือตั้งใจที่จะหมกเม็ดทำอะไรเกี่ยวกับคนในตำแหน่งเหล่านี้หรือไม่นะคะ รายละเอียดเล็กน้อยนอกเหนือจากตัวโครงสร้างนะคะ ก็มีอีกนิดหน่อยที่เป็นข้อแตกต่างกันของระเบียบ 2 ฉบับนี้นะคะ ก็คือค่าตอบแทนค่ะ ค่าตอบแทนของผู้อำนวยการประจำเขตและคณะกรรมการประจำเขตในปี 69 เพิ่มขึ้นจากตอนปี 66 ถึง 10,000 ถ้าหากเราลองทำความเข้าใจเค้าเราก็อาจจะคิดว่าเฮ้ยก็มีการจัดการทำประชามติด้วยไง ถึงต้องมีการเพิ่ม หรือเปล่านะคะ แต่พอเราไปดู เอ่อค่าตอบแทนของคณะกรรมการประจำหน่วย หรือว่าคนที่เป็นคนจัดการเลือกตั้งหน้าหน่วยเนี่ย ค่าแรงเขาไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยค่ะ เท่าเดิมกับตอนปี 66 เลย คนที่ได้เพิ่มมีเพียงคนที่นั่งอยู่ในห้องแล้วก็จิ้มเลือกคนเหล่านั้นเฉยๆนะคะ ซึ่งอันนี้ก็เป็นข้อ เอ่อข้อน่าสังเกตอีกนิดหน่อยค่ะ แต่ว่าเป็นอินดีทลีลที่อยากให้ทุกคนทุกคนรับทราบกันไว้นะคะ ทีนี้เมื่อกี้เราว่าไปในเรื่องของความแตกต่างของระเบียบแล้วเนาะ อย่างที่มายบอกค่ะว่าโครงสร้าง กกต. เนี่ยลำดับชั้นมันจะมาอย่างนี้เลยนะคะ กกต. 7 คนนะคะ ที่มีอำนาจหน้าที่ในการวางนโยบายต่างๆ มีหน้าที่ในการออกระเบียบและควบคุมการจัดการการเลือกตั้งทั้งหมดเนี่ย ทุกท่านจำได้ใช่มั้ยคะว่าเขามีที่มาจากไหน สว. นะคะเมีที่มาจากการเห็นชอบของ สว. นะคะ ซึ่ง เอ่อ สว. ณ ตอนนี้เสียงส่วนมากเนี่ยเขาเป็นอย่างไร เราก็โอเค น่าจะพอเข้าใจกันอยู่ สภาวะของการกินรวบของของภาษีน้ำเงินนะคะ แต่ว่าโอเค พอมาดูโครงสร้างเนี่ย กกต. 7 คน อย่างที่มายบอกค่ะ เขาจะตั้ง กกต. ประจำจังหวัดมานะคะ และ กกต. ประจำจังหวัดเนี่ยจะมีหน้าที่ในการ เอ่อคัดเลือกดูรับสมัคร ตรวจทานคนที่จะมาเป็น กกต. เขต แล้วก็ส่งชื่อกลับไปให้ กกต. ใหญ่ 7 คนน่ะแต่งตั้งคนเหล่านั้นออกมานะคะ ซึ่งพอมาเป็นคณะกรรมการประจำเขตเนี่ย กกต. เขตทำอะไรได้บ้าง กกต. เขตมีหน้าที่ในการทำทุกอย่างค่ะ จัดการดูโอเคหน่วยเป็นยังไง การเลือกตั้งจะต้องจัดยังไง ตรงไหนยังไงนะคะ และรวมถึงมีหน้าที่ในการแต่งตั้ง อนุกรรมการประจำเขต แต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหน้าหน่วยด้วย เท่ากับว่าเขาจะมีอำนาจในการวางคนเข้าไปจัดการหน้าหน่วยทุกคนเลยค่ะ จะต้องผ่าน กกต. เขตก่อนนะคะ เราจึงอยากที่จะพุ่งเป้าเป็นที่นี่ กกต. เขต กต. เขตคือใคร มาจากไหน ห้องแห่งความลับนี้ถูกจัดการยังไง เราไม่มีทางรู้เลย แต่ว่าตอนนี้สิ่งที่เราทำได้ก็คือเราไปดูค่ะ ว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร แล้วมายก็พยายามไปดูเทียบว่าคนเหล่านั้นเนี่ย มีความเชื่อมโยงกับ เอ่อข้าราชการในกับมหาไทยอย่างไรนะคะ คือเป็นข้าราชการในมหาดไทยหรือไม่นะคะ มันก็พยายามไปดูเชื่อมโยง ทีนี้ อันนี้เป็นตัวเลขสำคัญค่ะ ที่ทุกท่านดูคร่าวๆก่อนนะคะว่าโอเค ตัวเลขแต่ละแต่ละก้อนเนี่ยมันมีประมาณไหนบ้างนะคะ โอเค มเอาเขตที่ภูมิใจไทยชนะ 172 เขตเนาะมาตั้งเนาะ แล้วก็ใน 172 เขตเนี่ย ถ้าตามโครงสร้างปกติแล้วก็จะมี ผอ. และ กกต. เขตรวมกันอยู่ 688 คนนะคะ มายพบว่าโอเคในเอ่อเขตที่ภูมิภูมิใจชัยชนะนะคะ 172 เขต เมื่อเอามาเทียบกับเขตที่พบรายชื่อ กกต. อยู่ในคำสั่งโยกย้ายของมหาไทยด้วยเนี่ย อยู่อีก 152 เขตเนี่ยจะพบว่าเป็นเขตที่ภูมิจะชัยชนะอยู่ 68 เขตนะคะ อันนี้มาจะพูดตัวเลขเร็วๆ ไปทุกท่านอ่ะน่าจะงงกันอยู่ประมาณนึงไปเลยดีกว่า งงนะคะ 8 คำสั่งค่ะที่มายยกมาเทียบนะคะ 8 คำสั่งโยกย้ายของกระทรวงมหาดไทยที่มายยกมาเทียบเนี่ย มายไม่ได้ดูแค่ล็อตใหญ่ 2 ล็อต ที่เป็นข่าวในช่วงก่อนการเลือกตั้งนะคะ คือช่วงก่อนการเลือกตั้งอ่ะมันก็จะมีล็อตใหญ่ที่ เอ่ออย่างคำสั่ง 3660/68 นะคะ ที่มีการโยกย้าย 196 คนเนี่ย อันเนี้ยก็พบรายชื่อ กกต. เขตอยู่เยอะอยู่เหมือนกันนะคะ อยู่สูงสุดเลย 111

คนนะคะ แต่ว่ามายไม่ได้ดูแค่นั้น มายเชื่อว่าถ้าเขาจะย้ายสัก 10 คนน่ะ มันต้องย้ายคนอื่นต่อไปเรื่อยๆ ด้วย ถูกไหม มันมันจะเป็นอย่างนั้นนะคะ

ฉะนั้น มันอาจจะมีการตั้งใจหรือจงใจวางไว้ก่อนแล้วหรือเปล่า บางคนแล้วหรือเปล่า ก็เลยพยายามไปย้อนดู ก็ไปพบว่ามีอีกประมาณ 4 คำสั่งค่ะ ที่แม้ว่าจะเอ่อ พบรายชื่อ กกต. ที่อยู่ในคำสั่งโยกย้ายน้อยนะคะ แต่ก็ถือว่าพบอยู่ดีนะคะ อย่างคำสั่งเอ่อ 2681 เนี่ย มีย้ายทั้งหมด 46 คนนะคะ แต่ว่าพบรายชื่อ กกต. 2 คน ก็โอเค ก็ยังคงนับมายกมาคิดด้วยนะคะ แต่อย่าง 3031 เนี่ย คือเป็นการย้ายเอ่อ ข้าราชการระดับสูงเนาะ ย้ายแค่ 4 คน แต่ก็ปรากฏชื่อตั้ง 2 คนเนี่ย ที่อยู่ในนั้นนะคะ แล้วก็พบเป็นคณะกรรมการประจำเขตการเลือกตั้ง

ทีนี้ ถ้ามาดูในรายละเอียดเชิงลึกนะคะ เราจะเห็นว่าเอ่อ ในก้อนคำสั่งใหญ่สูงสุดนะคะ ก็คือคำสั่ง 3660/68 เนี่ย เอ่อ ทั้งหมดของคำสั่งมีการโยกย้ายในอำเภอ ปลัดอำเภออยู่ 196 คน ในนั้นเราพบว่าคนเหล่านั้นเป็น กกต. เขต เป็นคณะกรรมการประจำเขตอยู่ถึง 111 คน ถ้าหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์สัดส่วนก็คือ มี กกต. เขต อยู่ในรายชื่อคำสั่งยกย้ายนั้น 56 เปอร์เซ็นต์เลย

เยอะอยู่ เยอะอยู่นะคะ เยอะจนน่าตกใจ สล็อตนี้เป็นเอ่อ ล็อตนี้เป็นข่าวใหญ่ด้วย ก็เข้าใจได้ว่าทำไมถึงเป็นข่าวใหญ่ มันอยู่ในช่วงจังหวะนั้นพอดีนะคะ และจริงๆ อีกล็อตนึงที่น่าสนใจค่ะ ก็คือล็อตของตั้งแต่เอ่อ ในช่วง 19 มกราคมนะคะ ก็คือเป็นล็อตสุดท้าย ล็อตท้ายๆ นะคะ คำสั่ง 54 55 56/69 อันนี้จะเห็นได้ชัดเลยว่าเค้าย้ายถังก้อน คือ 3 คำสั่งนี้ออกพร้อมกัน 54 55 56/69 เนี่ย ออกพร้อมกันนะคะ แต่แต่ละคำสั่ง เอ่อ เป็นการระบุการย้ายข้าราชการคนละระดับกัน อย่าง 54 เนี่ย ก็คือเป็นข้าราชการระดับสูงเนาะ 55 ก็โอเค เป็นระดับ เอ่อ รองลงมานะคะ การจัดการ และก็ 56 เนี่ย ก็เป็นจะเป็นระดับแบบปลัดนั่นนี่นู่น ว่ากันไป แต่ว่าก็มีนะคะ ซึ่ง 2 คำสั่งที่น่าสนใจอย่าง 55 และ 56 เนี่ย ย้ายข้าราชการไปทั้งหมดรวมๆ กัน 200 กว่ารายชื่อเนาะ 220 กว่ารายชื่อ แต่ทั้ง 2 คำสั่งค่ะ ก็พบว่ามีรายชื่อ กกต. เขต ปรากฏอยู่ในนั้นถึง 30-40 กว่าคน 30-40 กว่าคน และทุกท่านลองนึกภาพนะคะ 30-40 กว่าคนนี้ไม่ได้กระจุกอยู่แค่เขตเดียว แต่เขากระจายไปหลายๆ เขต ละ 1 บ้าง เขตละ 2 บ้าง และส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ค่ะ

การโยกย้ายนายอำเภอนะคะ การโยกย้ายนายอำเภอ ข้าราชการมหาดไทยนะคะ เท่าที่มายดูในคำสั่งทั้ง 8 คำสั่งนี้ ไม่ใช่ว่าเขาย้ายข้ามจังหวัด อันนี้ต้องเรียนกันตามตรง ไม่ใช่ว่าเค้าย้ายจากที่นึงไกลๆ ไปอีกที่นึงไกลๆ นะคะ แต่ว่ามันเป็นการย้ายวนกันในอำเภอ ซึ่งมายก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันถึง การเกิดลักษณะการย้ายวนกันในอำเภอ ในมุมนึงมันอาจจะเป็นการขยับตำแหน่งของ พวกเขากันอยู่แล้วหรือเปล่า อันนี้มายก็ไม่มั่นใจได้นะคะ แต่คำสั่งโยกย้ายที่มันเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง ล็อตใหญ่ๆ แบบนี้เนี่ย มันย่อมทำให้เกิดข้อคหาอยู่แล้วค่ะ ว่าทำไมถึงเลือกย้ายก่อนที่จะไปจัดการเลือกตั้ง แล้วทำไมในรอบนี้คนที่เป็นนายอำเภอ คนที่เป็นปลัดอำเภอถึงมีบทบาทอย่างมากในการ จัดการการเลือกตั้ง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสุดท้ายหลายๆคนก็ตั้งข้อสงสัยว่า ไอ้ระดับอำเภอที่ว่าจริงๆแล้วเขาทำอะไร เขา มีอำนาจในการจัดการแค่ไหนนะคะ ซึ่งถ้าคนเหล่านี้มีอำนาจแค่ตั้งคนเข้าไปจัดการ การเลือกตั้งคิดว่าเราก็คงไม่ได้กังวลกัน ถึงจนขณะนี้เนาะ แต่ว่าส่วนที่สำคัญอีกอย่างนึงที่เราปฏิเสธไม่ได้ก็คือ มันเป็นสูตรรวมในการจัดการคะแนนค่ะ ชั้นในการจัดการระดับเขต ชั้นจัดการในระดับอำเภอนี้เป็นศูนย์รวมในการจัดการคะแนน ก่อนที่คะแนนจะไปปรากฏสูตรสายตาประชาชนบนเว็บไซต์ มันเป็นศูนย์รวมคะแนนที่ทุกคะแนนจากหน้าหน่วยจะต้องมารวมที่พวกเขา แล้วพวกเขานี่แหละจะต้องให้ใครสักคนหรือไม่รู้ว่าเป็นพวกเขาเองหรือเปล่า ที่เป็นคนกรอกคะแนนตรวจสรุปคะแนนแล้วขี่เลขที่เราเห็นกันได้อย่างที่ กกต. พยายามยืนยันว่านั่นคือเลข official แล้ว ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าอันนั้นจริงหรือไม่จริงนะคะ แต่โอเค พอเรามาดูเชิงลึกค่ะ เมื่อเทียบกับเขตที่ภูมิใจไทยชนะนะคะ ทั้งหมดเขตการเลือกตั้งมีทั้งหมด 400 เขต ใช่มั้ยคะ จากเขตการเลือกตั้งทั้งหมด 400 เขต พอมายเอาคำสั่งโยกย้ายของข้าราชการมหาดไทยไปเทียบ มายพบว่ามี 152 เขตค่ะ ที่ปรากฏว่ามีรายชื่อ กกต. อยู่ในชื่อของคำสั่งยกย้ายในมหาไทยด้วยนะคะ ถ้าหากนับเป็นรายชื่อก็เท่ากับว่ามี กกต. เขต 191 คนค่ะ ที่ปรากฏชื่ออยู่ในคำสั่งยกย้ายมหาไทยด้วย หรือก็จะบอกง่ายๆ คือพบ 191 คนที่เป็นข้าราชการมหาไทยมาเป็น กกต. ด้วย

อ่า แล้วเมื่อไปเทียบกับเขตที่ภูมิใจไทยชนะนะคะ ภูมิใจไทยชนะ 172 เขต พอเอาไปเทียบกันนะคะ เท่ากับว่าเราพบข้าราชการมหาดไทย ที่เป็น กกต. เขต อยู่ในเขตที่ภูมิใจไทยชนะอยู่ทั้งหมด 68 เขต คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็คือจำนวน 44.7% 7% และถ้าหากนับเป็นคนเราจะพบข้าราชการมหาดไทย 85 คนจาก 111 คน ปรากฏอยู่เป็น กกต. เขต คิดเป็น 44.5% 5% นะคะ ถ้าหากเราบอกว่ามันมีคนบางกลุ่มตั้งใจจงใจวางคนเข้าไปจัดการการเลือกตั้งมา คิดว่า 40 กว่าเปอร์เซ็นต์นี้ก็เป็นผลที่เขาได้ค่ะ แน่นอน

อันนี้ก็คือผลที่เขาได้นะคะ ซึ่งก้อนเมื่อกี้ที่เราบอกว่าก้อนคำสั่งย้าย ก้อนใหญ่คำสั่ง 3660/2568 นะคะ ย้ายทั้งหมด 196 คน เราพบรายชื่อ กก.กต. อยู่ในนั้น 111 คน แต่พอมาแมตกับคำสั่ง เอ้ย พอมาแมตกับเขตที่ภูมิใจไทยชนะค่ะ เราพบเพิ่มอีกว่า โอ้ ในเขตที่ภูมิใจไทยชนะนี้พอไปเทียบกับคำสั่งก้อนใหญ่แล้วเนี่ย เราพบว่าข้าราชการมหาดไทยถึง 57 คนที่อยู่ในคำสั่งนี้ก็เป็น กกต. อยู่ในเขตที่ผู้ชัยชนะด้วยนั่นแหละ จาก 111 คนนะคะ 57 คนจาก 111 คน คิดเป็น 51% ค่ะ ถ้าเขาหวังผลในการย้ายในรอบนี้ เขาได้ผล 51% ค่ะ สมมุติสมมุติ นะ สมมุติ ยังไม่ได้กล่าวหาสมมุติ ถ้าเค้าหวังผลในการย้ายได้ 51% ค่ะ แล้วหมายถึงการวางคนนะคะ แต่ว่าโอเค ถ้านับเป็นเขต ถ้านับเป็นเขตก็อาจจะดูไม่เยอะนะคะ ถ้าหวังผลเป็นเขตเนี่ย เขาก็ได้ไป 36 กว่าเปอร์เซ็นต์นะคะ ก็ถือว่าได้อยู่ ได้อยู่อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่เราได้เห็นกัน ทีนี้ 20 นาทีละ

ค่ะ โอเค

อีกหน่อยนึง

ได้ค่ะ ทีนี้ถ้าเรามาเจาะที่เอ่อเชิงจังหวัดนะคะ แล้วดูเป็นตัวบุคคลนะคะ ชลบุรี เขต 1 เป็นเขตที่หลายคนตั้งข้อคาหารเรื่องการควรจะต้องนับใหม่หรือไม่อย่างไรเนาะ หลายคนเพ่งเป้าไปที่คุณประยูลค่ะ ที่เป็นตัว ผอ. กกต. เขตเนาะ เอ่อ ตำแหน่งปัจจุบันเค้าดำรงตำแหน่งเป็นปลัดอำเภอเมืองชลบุรี แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วมายอยากให้ทุกท่านโฟกัสที่ตัวคณะกรรมการเขตอีก 3 คนด้วยนะคะ อย่างคนแรกเนี่ย คุณวรจักรเนี่ย เค้าเป็นนายอำเภอเมืองชลบุรี และข่าวท้องถิ่นอย่างชลบุรีออนไลน์นะคะ หรือว่าข่าวคนชนออนไลน์เนี่ย เขาก็ได้ลงเอาไว้เหมือนกันว่าคุณวรจักรเนี่ยเป็นคนสนิทของคุณสุชาติ ชมกลิ่นเลย ประเด็นคือเขต 1 ของชลบุรีนี้คือเขตที่คุณสุชาติ ชมกลิ่นชนะค่ะ คุณวรจักรเป็นคนสนิทของเสี่ยเฮ้ง ของรัฐมนตรีเฮ้งนะคะ ในในข่าวเขียนแบบนี้ ของรัฐมนตรีเฮ้ง คุณสุชาติ ชมกลิ่นนะคะ แล้วก็พอมาดูคณะกรรมการคนที่ 3 นะคะ เราจะเห็นว่าคณะกรรมการคนที่ 3 คุณสุพิชชา ปิยาพุธิชัยเนี่ย เขาเป็นอดีตหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสระแก้ว ซึ่งก็ดูเหมือนเป็นข้าราชการปกติใช่มั้ยคะ ที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ แต่ว่าถ้าหากไปดูอีกตำแหน่งนึงก็คือ ณ ขณะนี้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของ สว. กฤษนุ เหลืองพิบูลกิจค่ะ ซึ่งเป็น สว. เสียงข้างมากและเป็นหนึ่งใน สว. ที่ได้นั่งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติให้กับองค์กรอิสระนะคะ เพื่อคัดเลือกองค์กรอิสระ อย่างผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย เรียกได้ว่าเขาก็เป็นหนึ่งในคนสำคัญของฝั่ง สว. เสียงข้างมากเช่นเดียวกันนะคะ แล้วก็ย้ำอีกครั้งนึงว่าในทั้งหมด 8 เขตนะคะ ในทั้งหมด 8 เขตนะ คะ ภูมิใจไทยชนะ ชนะไปหลายเขตเลยนะคะ เอ่อ ใน 3 เขตใน 5 เขตนี้นะคะ ไม่ใช่สิ ใน 8 เขตนะคะ ภูมิใจไทยชนะไป 5 เขตนะคะ และใน 5 เขตนี้ มี 3 เขตค่ะ ที่เราพบรายชื่อ กกต. อยู่ในรายชื่อข้าราชการคำสั่งยะมหาไทยด้วย ซึ่งนี่คือจังหวัดที่เขามั่นใจนะคะ มาคิดว่าอันนี้คือจังหวัดที่เขามั่นใจ อันอื่นก็จะมีอย่างเช่น กาญจนบุรีค่ะ ที่เราได้เห็นว่าอย่างเขต 2 เนี่ย มีคณะกรรมการในการจัดการเลือกตั้งอย่างคุณวาทิพย์ มาไพศาลสินป์ ซึ่งเป็นนายอำเภอด่านมะขามเตี้ยเนาะ แต่ว่าหลายๆคนก็จะทราบดีค่ะว่าคุณวาทิตเนี่ย เป็นน้องชายของคุณเอ่อ สส. กุ๊กนะคะ หรือคุณยศวัฒน ที่เป็น สส. อยู่กาญจนบุรี เขต 3 ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นของพรรคภูมิใจไทยนะ คะ ซึ่งคุณวาทิต มาสาสินก็อยู่ในรายชื่อคำสั่งยกย้ายมหาไทยด้วยค่ะ

แล้วก็เป็นรายชื่อที่นี่แหละค่ะ ปรากฏอยู่เป็น กกต. นะคะ นอกเหนือจากนั้นอีกนิดหน่อย ก็จะมีเอ่อ รายละเอียดอย่างจังหวัดลพบุรี ค่ะ เขต 1 เขต 2 นะคะ ลพบุรีเนี่ยมี 4 เขต ค่ะ ภูมิใจไทยชนะไปแล้ว 3 และก็ปรากฏชื่อ กกต. เขต ที่อยู่ในคำสั่งยกย้ายไทยอยู่ 2 เขตเลยด้วยซ้ำนะคะ ครึ่งนึง ครึ่งนึง ครึ่งนึงของ 4 เขตไปเลยนะคะ ซึ่งไปสัมพันธ์กันกับตัวคะแนนความผิดปกติค่ะ ที่ทางเอ่อ พิธา ได้ไปดูมาเพิ่มนะคะ กับทางเว็บโว 62 ด้วย ว่าอย่างลพบุรี เขต 2 เนี่ย เอ่อ ถ้าเราไปดูเรื่องความต่างของบัตรแบ่งแบ่งเขตนะคะ กับบัตรปาร์ตี้ เราจะเห็นว่าลพบุรีเป็นจังหวัดที่อันดับ 1 เลยที่มีความต่างของบัตรเยอะมากนะคะ เราโพสต์ส่วนต่างของบัตรอยู่ที่ 30,000 กว่าใบ คือมันเป็นไปได้ยังไง มันเป็นไปได้ยังไงก่อนนะคะ นอกเหนือจากนั้นนะคะ ถ้าหากว่าเราไปดูการรายงานผลคะแนนเข้าอย่างที่จิ๊บได้พูดไปก่อนหน้านี้คือนั่นคือวันรายงานผลคะแนนจนถึงวันที่ 8 เนาะ แต่ กกต. บอกประกาศผลวันที่ 18 ถูกมั้ยคะ ประเด็นคือว่าในทีมงานของโว 62 อ่ะค่ะ เขาได้แท็กการไหลเข้าของคะแนนเอาไว้ด้วยนะคะ ทีนี้เราเลยได้พบว่ามันมีการไหลเข้าของคะแนน เมื่อไปตรวจพบวันที่ 10 และวันที่ 14 เนี่ย มันมีความเปลี่ยนแปลงไป มันเปลี่ยนแปลงไปได้ยังไง งงมากนะคะ ประเด็นก็คือว่า สมมุติถ้าเราไปดูอย่างลพบุรี เขต 1 เนี่ย เราจะเห็นว่าจำนวนบัตรดีนะคะ ในวันที่ 10 เนี่ย มันจะมีอยู่แค่ประมาณ 72,000 ใบ แต่พอเป็นวันที่ 14 เนี่ย มันกลายเป็นมีจำนวนบัตรดีอยู่ที่ 102,000 ใบ ซึ่งตรงนี้คือเราไม่เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เช่นเดียวกันนะคะ อันนี้คือความผิดปกติของคะแนนที่เอ่อ มันเกิดขึ้นในช่วงที่เราคาดการณ์ว่ามันจะมีการจัดการจัดการคะแนนก่อนที่จะมีการรับรองผล 100% นะคะ ซึ่งเราไม่ได้กล่าวหาลอยๆค่ะว่า คะแนนทั้งหมดนี้สามารถเกิดการจัดการได้ในระดับเขต เพราะว่านี่คือขั้นตอนที่ กกต. เองก็ได้โพสต์เอาไว้เองว่าเมื่อมีการนับคะแนนเสร็จแล้ว คณะกรรมการประจำหน่วยจะต้องถ่ายรูปคะแนนนะคะ แล้วก็อัปโหลดนะคะ แล้วก็เอาข้อมูลคะแนนทั้งหมดส่งเข้าไปให้ศูนย์รวมคะแนนระดับอำเภอ โดยที่เขาได้วงเล็บไว้ข้างหลังว่าอนุกต.เขต ซึ่งมายเข้าใจว่านั่นคือการระบุว่าผู้รับผิดชอบคืออนุกต.เขต ก็อนุกแล้วอนุกต.เขตนี้เขามายังไง ก็มาจากการแต่งตั้งของคณะกรรมการประจำเขตนั่นแหละค่ะ เท่ากับว่าอะไรจะเกิดขึ้น มีการจัดการคะแนน มีการปับลด มีการเพิ่ม มีการเกลี่ยคะแนนใหม่ มันจะเกิดขึ้นจากในห้องนี้ก่อนจะไปสู่เว็บ EC Report และมันอาจจะเกิดอีกรอบนึงในการตกแต่งคะแนนในช่วงระหว่างวันที่หลังวันที่ 8 จนถึงวันที่ 18 ก่อนคะแนนจะออกมา 100% นะคะ ซึ่งก็ยืนยันอีกครั้งนึงว่าคะแนน 100% ที่ กกต. พูดออกมาในตอนนี้ก็ยังไม่ 100% จริง เพราะเราไปดู 518 ที่ กกต. พยายามบอกแล้วแต่มันไม่ครบนะคะ ไม่รู้หรือยังว่าตอนนี้ท่านรู้หรือเปล่าว่ามันไม่ครบนะคะ ไม่รู้จะตรวจสอบยังไงเหมือนกัน แต่ว่าก็นี่คือความผิดปกติที่เราเห็นเป็นก้อนใหญ่มาก และถ้าเราขุดลึกเข้าไปอีก มายเชื่อว่าเราจะขุดได้อีกเยอะกว่านี้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณครับในที่เป็นผู้ดำเนินรายการนะครับ แล้วก็เป็นเป็นอาจารย์นะครับที่ปรึกษาของนักศึกษาที่เป็นผู้จัดการเสวนาในวันนี้นะครับ ก็เรียนว่าจริงๆ เอ่อ ไม่ได้ ทางคุณพัศรวดีก็ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่พรรคพรรคหนึ่งพรรคใด แต่พุ่งเป้าไปที่พรรคที่เป็นรัฐบาลอยู่ ณ ขณะที่มีการเลือกตั้งและดูแลกระทรวงมหาดไทย หมายความว่าการแต่งตั้งโยกย้ายที่เกิดขึ้นรวมถึงการแต่งตั้ง กกต. เขต ก็มีคณะกรรมการ กกต. เขตนะครับที่ มายบอกมี 4 คนเนี่ยนะครับตามกฎหมายคือมี 3 คน ประธาน 1 กรรมการอีก 2 เลข 1 คือ ผอ. เขตรวมเป็น 4 นะครับ ก็พบสิ่งที่เอ่อ เป็นข้อมูลสำคัญคือเป็นคนของกระทรวงมหาดไทยเป็นส่วนใหญ่เป็นส่วนใหญ่นะครับ ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าตกลงแล้วเนี่ย เรามี กกต. เพื่อที่จะทำให้รัฐบาลขณะที่มีการเลือกตั้งจะมีส่วนในการให้คุณให้โทษ

กับ การชนะไม่ได้ถึงมี กกต. ขึ้นมาแต่ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่เกิดคำถามใหญ่นะครับ ไม่ว่า 2 เรื่องนี้นะครับจะเกี่ยวข้องกันจริงหรือไม่ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายที่เกิดขึ้นนะครับจะเกี่ยวข้องกับการแพ้ชนะจริงหรือไม่ดังที่คุณพระรีตั้งข้อสังเกต แต่ มันไม่ดีแน่นอนครับ 1 ถ้ามันจริงอันนี้มันผิดรัฐธรรมนูญนะครับผิดกฎหมายนะครับ หรือถ้ามันไม่จริงมันก็เสียหายต่อคุณอนุทินเองนะครับและพรรคภูมิใจไทยเพราะทำให้เกิดข้อคหาว่ามันใช่หรือเปล่ามันเกิดขึ้นมั้ย คือมันไม่ดีไม่ถูกต้องนะครับแล้วก็ นี่คือบทเรียนของเรานะครับว่าที่ต้องมาพูดกันคือเอ้ยคราวหน้าต้องไม่เป็นแบบนี้ คราวหน้าเนี่ยต้องทำให้รัฐบาลรักษาการเนี่ยไม่มีส่วนนะครับในการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรที่มีผลต่อการเป็นบุคลากรกกต.

อีกต่อไป อันนี้คือเรื่องใหญ่ของประเด็นนะครับ ทั้งนี้ เอ่อ มีความเกี่ยวข้องจริงถึงขนาดที่ว่าผลการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่นั่นเป็นเรื่องศาลที่ต้องว่ากันต่อไป แต่ว่าที่พูดกันคือเลือกตั้งครั้งต่อไปในเหตุการณ์แบบนี้มัน มันต้องไม่เกิดแล้วนี่เป็นหน้าที่ของพวกเรานะครับที่ต้องมาพูดกันนะครับ แม้ว่าช่วงนี้จะมีสถานการณ์เรื่องน้ำมันวิกฤตเศรษฐกิจแต่ไม่พูดก็ไม่ได้ไม่สรุปก็ไม่ได้เพราะรู้ตัวอีกทีเลือกตั้งใหม่ก็อีหลอกเดิมอีก

ใช่

นี่จึงจำเป็นนะครับที่ต้องพูดกันในเชิงเพื่อหาทางมาตรการในเชิงรุกต่อไปจะเป็นอาจารย์บินสัยมีอะไรก่อนมั้ยครับเชิญครับ

ก็เสริมแล้วก็แก้ไขนิดนึงนะครับ การประจำหน่วย กปน. หรือ กปส. ตอนนี้ไม่ได้ค่าตอบแทนเพิ่ม ความจริงได้เพิ่มนะครับเพราะว่าเอ่อเดิมเนี่ยเขาจะได้รวมแล้วเนี่ยในวันเลือกตั้ง 650 บาท เพิ่มเป็น 800 บาท นะครับ ซึ่งจริงๆ เอ่อ ไม่ควรจะเพิ่มนะครับ เพราะว่างานเท่าเดิมคือเดิมเนี่ยคิดว่าถ้าหากว่าต้องทำงาน 2 อย่างพร้อมกันทั้งการเลือกตั้งปกติแล้วก็ประชามติด้วยมันก็มีเหตุผลในการเพิ่มค่าแรงแต่ตอนนี้คุณมี เอ่อ กรรมการ กปน. ที่ดูแลเรื่องการเลือกตั้งและมี กปส. ที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของการออกเสียงประชามติดังนั้นมันก็คือทำงานเท่าเดิมนั่นแหละนะ แต่คุณเพิ่มขึ้นมา อันนี้คืออย่างที่ 1 ที่แก้

นี้อย่างที่ 2 เนี่ย เอ่อ อันนี้ผมว่าเป็นตรรกะที่สำคัญแล้วอาจจะทำให้การวิเคราะห์เราน่าสนใจเพิ่มขึ้นก็คือเราคิดเพียงแค่ว่าโยกย้ายแล้วมีปัญหา คำถามคือไม่โยกย้าย เอ่อ ไม่ได้แปลว่าไม่มีปัญหา การไม่โยกย้ายแปลว่าอะไร เขาอาจจะมีคนของเขาอยู่ในตำแหน่งนั้นแล้วไม่โยกย้ายนะครับก็ทำงานได้ทำงานตามที่ต้องการได้ ดังนั้นเอ่อ ถ้าเราโฟกัสเพียงแค่โยกย้ายอย่างเดียวเราเห็นภาพกลุ่มเดียวแต่ที่ไม่โยกย้ายล่ะอ่ะ ไม่โยกย้ายก็อาจจะกลายเป็นกลไกของทางภูมิใจไทยหรือว่าของทางพรรครัฐบาลก็ได้นะครับ ดังนั้นที่สำคัญที่จะต้องวิเคราะห์ก็คือว่าในบรรดา เอ่อ กรรมการการระดับเขตนะครับซึ่งเอ่อทางไมค์บอกว่าเพิ่มค่าแรงขึ้นมาจาก 15,000 เป็น 25,000 เนี่ยนะครับ มีคนของหดไทยที่อยู่ในโครงสร้างทั้งหมดเท่าไหร่โดยไม่ต้องสนใจการยกย้ายเลยครับ ถ้าวิเคราะห์ว่าได้ 100% ของ 400 เขตเป็นมหาดไทยทั้ง 4 ทั้ง 400 เขตทั้งหมดอันนั้นแปลว่าอะไร คุณกำลังใช้กลไกมหาดไทยในการจัดการการเลือกตั้งโดยแทบจะไม่ได้ใช้กลไกอะไรจากประชาชนก็มาไม่เกี่ยวข้องเลย เพราะฉะนั้นฝากวิเคราะห์เพราะว่าถ้าไม่สนใจการยกย้ายนะเอาเป็นภาพรวมทั้งหมดเลยนะ มีมหาดไทยทั้งเอ่อ กรรมการเขต 3 คนทั้งผิด คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าตอบว่า 100% หรือเกือบ 100% เนี่ยมันคือสิ่งที่อาจจะทำให้ผลของการเลือกตั้งมันเป็นไปตามที่ฝ่ายไเพต้องการก็ได้ และบทบาทของ กปน. ขอโทษ กรรมการเขตเนี่ยเอ่อมายวิเคราะห์เพียงแค่การ report การกั๊ก report การแก้ไข report แต่ความจริงบทบาทของกรรมการเขตเนี่ยมันมีบทบาทก่อนหน้านี้เรื่องของการที่จะสรรหากปน.ด้วยถูกมั้ย และถ้าคุณสรรหากปน. ที่ไม่เป็นกลางตั้งแต่เริ่มต้นการโกงการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในระดับของหน่วยมันก็จะเกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศนี่คืออีกพาร์ทนึงที่สำคัญที่ต้องสนใจด้วยครับ

จะตอบมั้ยครับ

ไม่อ่ะ งั้นให้ให้ กับ เอ่อ ต้องขอบคุณเอ่อคุณสมชัยมากเลยค่ะแม คิดว่า เอ่อ อย่างจังหวัดบุรีรัมย์เนี่ยแทบไม่มีคำสั่งยกย้ายเลยนะคะ

อ่า อ่า อันนั้นเนี่ยแทบไม่มีคำสั่งยกย้าย แต่อย่างโคราชเนี่ยคำสั่งยกย้ายเยอะมากเลยค่ะ อ่า ซึ่งๆ มาคิดว่าในรหัสจากข้อมูลมันไปดูต่อได้อีกแล้วก็เอ่อเอ่อ มันมี มันมีสัดส่วนของข้าราชการมหาดไทยอยู่ปรากฏเป็นคนจัดการการเลือกตั้งเนี่ยเท่าที่เห็นด้วยสายตาเนี่ยส่วนใหญ่แน่ๆ แต่ถามว่า เป็นทุกเขตหรือเปล่าที่มีอย่างน้อย 1 คนที่เป็นข้าราชการมหาดไทยเนี่ยอันเนี้ มาคิดว่าเป็นไปได้สูงมากค่ะที่จะเป็นอย่างนั้นค่ะ

ครับ ความจริงแล้วเรื่องนี้เอ่อ ถ้าพูดโดยสั้นๆที่สุดก่อนนะครับ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเขตเลือกตั้ง นะครับก็มีแต่ชื่อ ไม่ได้บอกว่าคนเนี้ยมีตำแหน่งอะไร อันนี้คือปัญหา ถ้าเราไปดูคำสั่งนะครับ แยกเป็น 4 4 ภาค มีภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ เราจะเห็นนะครับว่าจะมีแต่รายชื่อนามสกุลเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นใครนะครับ งั้นในขั้นตอนของการที่จะอยากรู้เขาเป็นใครต้องไปหาข้อมูลอีกอันนึงแล้วมาเทียบกันนะครับ ทำให้เกิดคำถามนะครับว่า เอ๊ะ ถ้าหากว่าคนที่แต่งตั้งมาเนี่ย เป็นข้าราชการกินเงินเดือนประจำอยู่แล้วเนี่ย ความจริงควรจะต้องใส่ตำแหน่งเข้ามาใช่มั้ย เพราะเป็นการแต่งตั้งกันภายในราชการ นะครับ อันนี้ก็เป็นคำถามว่าทำไมถึงมีแต่ชื่อนามสกุลนะครับ แล้วก็เป็นความยากด้วยว่าในการตรวจสอบว่ามีการแต่งตั้งเอาคนที่ เป็นข้าราชการเข้ามาโดยเฉพาะยิ่งจากกระทรวงมหาดไทยเนี่ยที่เป็นฝ่ายปกครองเนี่ยกี่คนเนี่ยมันทำให้ตรวจสอบข้อมูลได้ไม่ง่าย ดร.รบินเชิญครับเป็นท่านต่อไปครับ

ครับ ฐานะที่ว่าสอนเรื่อง data และเรียนเรื่อง data มานะผมว่าเอางี้ไม่ใช่แค่ว่าเกรด A อ่ะ คือถ้าอยู่ในคลาสปริญญาเอกอ่ะ อาจารย์ผมว่านี่คือใบวิทยานิพนธ์ที่ไปตีพิมพ์นะ ออกไปรักษาวิชาการระดับโลกได้เลยนะฮะ ไม่รู้สิครับผมเทียบกับวิชาชีพที่ผมทำเน

คือคือแล้ว

คือเอ่อเอ่อสไลด์แหละครับก็ไม่ไม่แน่ใจนะครับว่าจะมีการเผยแพร่เป็นไฟมนะถ้ามีนะผมผมอยากจะให้เอาไปแปะไว้บนโซเชียลมีเดีย และผมอยากเชิญชวนนะครับอาจารย์นะฮะนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลนะสายวิเคราะห์สายสถิติเนี่ยเอาข้อมูลเนี้ยไปประมวลผลหน่อยนะ ทุกวันนี้ใช้ AI ช่วยได้ระดับนึงอยู่แล้วนะ ครับเร็วแล้วก็แน่นอนแต่ว่าอาจารย์อะไร เงี้ยหรือว่าคนที่มีทักษะเรื่องนี้ต้องต้องตรวจนะครับดูให้เรียบร้อย 100% ได้ค่า P value อ่ะนะฮะเอาประมวลทั้งหมดเลยนะแล้วหาค่า P value ว่าความน่าจะเป็นที่การเลือกตั้งครั้งเนี้ยจะมีไอ้โม่งนะฮะขอใช้อะฮัมดลิลละเหมือนวงการน้ำมันเนี่ยความน่าจะเป็นนะครับผมไม่ได้บอกว่ามีนะอยากรู้ P value ของไอ้โม่งเลือกตั้งเนี่ยเป็นเท่าไหร่ นะฮะเนาะผมอ่าจากข้อมูลที่ยังไม่ได้อัปเดตแล้วผมก็ติดตามเพจของทุกท่านมานะ ครับผมเอาข้อมูลทั้งหมดเนี่ยใส่ให้เขา้าไปวิเคราะห์แต่ผมไม่ได้วิเคราะห์ P ตรงนี้้นะผมไปวิเคราะห์ว่าถ้ารวมแล้วเนี่ยถ้าถ้ามีการโกงเลือกตั้งเนี่ยถ้ามีนะฮะโกงไปได้กี่ที่นั่งอ่ะ แต่นี้ขอขอยอมรับว่ายังไม่ได้ตรวจนะ เดี๋ยวตรวจก่อนแล้วเดี๋ยวมาแงะออกเป็นสมการให้ดูนะครับเขาบอกประมาณ 20 25-51 ที่นั่งครับนะเป็นกรอบกว้างๆแต่ยังไม่ยืนยันนะครับต้องเอา P value เหล่าๆเนี้ยมาเช็คอีกทีนึงทีนี้ผมกำลังบอกว่าเออถ้าเราเทียบกับจำนวน ส.ส.ว่าทั้งสภา 500 เนี่ยมันอาจจะดูไม่เยอะนะเพราะมันคือ 10% แต่มันพลิกครับพลิกรัฐบาลได้เลยใครจะเป็นรัฐบาลนะฮะผมฟังมาเนี่ยแล้วก็เกิดคำถามขึ้นมาจริงๆว่าเนี่ยแหละนะฮะข้อที่ 1 ก็คือว่าคิดว่ามีตัวเลข data ผิดโปรตรีขนาดเนี้ยมันมีอะไรแปลกๆหรือเปล่าแล้วเรากำลังได้เอ่อ ส.ส. หรือรัฐบาลเนี่ยตรงปกหรือเปล่านะครับอันนี้เป็นไฮโปเทสิสเนาะที่ฝากถึงเอ่อนักวิชาการนะฮะสายนี้เนาะหรือถ้ากระทรวง อว.จะกรุณานะฮะวิจัยนะต่อจาก data เนี้ยผมว่าน่าสนใจมากๆมากๆแล้วถามว่ามีแล้วเป็นยังไงอ่ะแน่นอนครับเอ่อสิ่งนึงคือบางคนน่ะฟังแล้วอาจจะแบบเฮ้ยโกรธนะกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเสียงของเราเนี่ยมันโดนบิดเบือนไปมั้ยนะฮะแต่ถ้าผมขอคิดมองไปข้างหน้ามองไปข้างหน้าว่าวิธีการแก้ไขสิ่งเหล่าเนี้ยให้มันไม่เกิดอีกอ่ะควรจะเป็นยังไงนะครับก็เอาจากอันนี้ก็เอามาจากไอเดียนะครับที่ลองคิดคร่าวๆแล้วจะโยนเอ่อมาหาสังคมว่าช่วยๆกันคิดกันต่อหน่อยนะฮะผมก็ดูในมุมมองของสักเทคโนโลยีแล้วกันนะฮะนะครับที่ทำมาเนี่ยก็มองว่าข้อที่ 1 เนี่ยใช้กล้องอันเนี้ยเอามาจากการที่ว่าผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ไปทดสอบนะแนวคิดในวันเลือกตั้งซ่อมนะครับกล้องโอ้ยนี่มันเครื่องมือชั้นดีเลยไม่แพงด้วยหาซื้อได้ง่ายนะครับแล้วก็อ่ามีหลายรูปแบบอ่ะจะเป็นเอ่อมือถือหรือว่าจะเป็นอะไรก็ได้นะแต่ว่าจะดีที่สุดเลยนะถ้าต่อไปอ่ะภาครัฐอ่ะจัดซื้อนะอันนี้เป็นเรื่องที่ง่ายสุดนะครับแล้วก็ตรงกับวแล้วก็ทุกภาคส่วนคือขอเพียงเอาหลักความโปร่งใสที่ กต.เราตัดออกไปไม่ได้ตัดออกไปจากคำขวัญอย่างเดียวนะฮะตัดออกไปจากการทำงานให้เอากลับเข้ามาก็ง่ายๆติดกล้องเข้าไป

นะครับยกเว้นประชาชนกากบาทเลือกใครเท่านั้นนะครับที่ดูไม่ได้เรื่องอื่นต้องเห็นได้หมดนะครับถ้ามีกล้องอยู่เนี่ยก็เหมือนกับการป้องกันการลักขโมยหรืออาชญกรรมนะฮะถ้าหากมีกล้องเปิดอยู่เนี่ยเขาต้องเอาถุงดำไปคลุมถึงจะลงมือประกอบอาชญากรรมดังนั้นเนี่ยก็ถ้ามีกล้องปุ๊บมันก็จะเป็นการป้องกันให้ไม่เกิดต่อครับอันนี้ตรงกันหมดเชิญต่อฮะครับถ้าคือถ้าถ้าสมมติว่าเกิดเอ่อมีงบอ่ะนะฮะก็ช่วงเลือกตั้งอ่ะ 8:00 น.มันก็ถ่ายความเรียบร้อยมา

ใช่มั้ยครับแต่ถ้าเอ่องบประมาณน้อยเนอเอาแค่ช่วงเย็นก็ได้ครับตอนเลือกตั้งเนี่ยตอนนับบัตรเนี่ยพี่อาจารย์ถ่ายทุกใบงบงบมีฮะใช้ไป 8,900 ล้านที่ผ่านอันนี้คาดว่าประมาณอสมมุติ 100,000 หน่วยตีกลมๆนะฮะก็ก็น่าจะแบบหลักรองนะครับแต่ถามว่าถ่ายแล้วไงถ้าพอถ่ายทุกใบมันแก้ไขปัญหานี้ได้ครับบัตรเขย่งเอ่อโทษทีครับมาบัตรเสียเมื่อกี้ที่คุณมายบอกฮะบัตรเสียเนี่ยนะฮะตอนเนี้ยเราเห็นว่ามันเป็นการใช้วิจารณญาณที่ไม่ได้ลิงก์กับไม่ได้เชื่อมโยงกับเจตจำนงของประชาชนถูกมั้ยฮะมันทำให้เจตจำนงของประชาชนเนี่ยบัตรเนี่ยเสียไปกว่า 3 ล้านกว่าใบใช่มั้ย 3 ล้านกว่าใบ 3 ล้านคน นะครับถ้าวันเนี้เรามีกล้องข้อที่ 1 นะครับที่ผมอยากเสนอคือมีกล้องเนี่ยถ่ายไปทุกใบเนี่ยตอนนับคะแนนเนี่ยสมมุติว่าเกิดมีข้อร้องเรียนขึ้นมาไม่ต้องเปิดหีบนับใหม่ฮะเสียเวลาทุกวันนี้เป็นไฟล์มาปั๊บเนี่ยคุณจะใช้คนมาดูไฟล์เปิดก็ได้นะฮะหรือไม่จะโมเดิร์นหน่อยก็ AI ครับช่วยได้นะไปรื้อมาให้หมดเลยทุกใบตกลงใบเนี้ย Judgment ของคนเนี่ย P value เนี่ยนะมันตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือเปล่าประชาชนจะได้เห็นกันจะเลยอันนี้คือข้อที่ 1 นะครับข้อที่ 2 นะฮะผมว่าระบบเลือกตั้งระบบรายงานคะแนนเนี่ยอย่างที่คุณกิฟไปรื้อมาเนี่ยนะครับแน่นอนครับมันมีปัญหาครับทุกวันนี้เทคโนโลยีแบบ Open Data API เปิดขึ้นมาเนี่ยนะฮะ 1 ควรจะปรับให้เป็นระบบเรทไทม์ได้แล้ว Real Time จริงนะแล้วก็เปิดให้ประชาชนฝ่ายวิชาการสื่อมวลชนครับเข้าไป Connect ได้

นะครับเทคโนโลยีทุกวันนี้มันไปถึงแล้วปี 62 ผมจำได้ว่าตอนที่เอาระบบมาเนี่ยก็ด้วยข้อจำกัดตอนนั้นจะแบบเปิดให้เป็นเจ้าเดียวสื่อเจ้าเดียวแล้วที่เหลือมาเชื่อมต่อแต่ วันนี้มันมันไปไกลแล้วครับเปิดให้ทุกคนเข้าไปดูแบบเนี้ยนะฮะเราจะได้ช่วยกันจะได้มีคนเก่งๆมาช่วยกันนะครับแล้วก็ 3 เนี่ยก็คือว่าเวลาบันทึกคะแนนน่ะควรจะใช้ระบบมาตรฐานบัญชีมาได้แล้วทำไมอ่ะครับทุกบริษัทเอกชนหรือบัตรมหาชนในประเทศไทยเขาทำได้ตามมาตรฐานบัญชี ทีคะแนนเสียงที่สำคัญที่สุดของประชาชนทุกวันนี้ทำไม่ได้ต้องมี Audit trail ฮะ Audit trail นะครับทุก transaction น่ะทำเหมือนธุรกรรมธนาคารได้มั้ยทำไมทำได้นับคะแนนเสียงแค่วันเดียวทำไม่ได้มี Time Stamp มี User ID ล็อกอินว่าใครคีย์ถูกมั้ยฮะมีบันทึกยอดก่อนยอดหลังเนี่ยพอยอดมันลดลงอ่ะมันต้องแฟก ลดลงได้ยังไงนะครับมีการจะคุณจะ reverse transaction หรือ cancel transaction ต้องมี audit trail ครบนะฮะถ้าไม่รู้จะทำยังไง กกต.ไปปรึกษาแบงค์ชาติก็ได้ฮะนะฮะเอา AUDIT trail มาตรฐานบัญชีเนี่ยเข้ามานะครับแล้วก็แน่นอนถ้าข้อ 1 กับข้อ 2 เนี่ยนะครับข้อ 3 เนี่ยรวมกันนะภาพถ่ายกับข้อ 1 อ่ะคุณก็เปิดเป็น Open Data ได้ครับถ่ายทุกใบแล้วเปิด Open Data เลยแต่แต่ต้องเอาบาร์โคด QR Code ออกก่อนนะอาจารย์หมายความว่าบัตรที่ถ่ายเนี่ยจะต้องไม่มีสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละใบนะฮะ ข้อที่ 4 นะครับก็พวกปัญหาต่างๆที่บัตรเขย่งเนี่ยเลิกคิดว่าเป็นปกติได้แล้วนะฮะมันไม่ใช่อ่ะนะอยู่ๆแวบโผล่มาใน ECT Report แล้วจำนวนคะแนนเกินผู้ไปใช้สิทธิ์เป็นไปได้เหรอถามนักบัญชีทั่วประเทศซิถามอาจารย์บัญชีทั่วประเทศซินะฮะต้องแฟกครับมาตรฐานบัญชีคุณเจอแบบนี้คุณต้องแฟกแล้วก็เข้าไป audit นะฮะคุณต้องถ้าเจอบัตรเขย่งก็ก็คือชมพูกับเขียวไม่เท่ากันนะก็ต้องแชแล้วก็เข้าไป audit นะฮะแล้วข้อสุดท้ายนะครับก็อย่างที่พี่ 2 วอว่า เนาะว่าแบบเนี่ยไอ้เอ่อต้องแยกแยกคนที่ เป็นเชิงกฎหมายเนาะที่บอกว่าแยกการคนที่จัดกับคนที่ตรวจสอบกับตัดสินเนี่ยออกจากกันเพราะไม่งั้นถ้าเมื่อไหร่คนตรวจกับคนตัดสินน่ะสำนักงานบัญชีเป็นอันเดียวกันน่ะบริษัทเขายังห้ามเลยฮะอันนี้มันทำได้ยังไง มันใครจะไปตรวจสอบตัวเองตัดสินตัวเองมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วถูกมั้ยเพียงแต่ว่าในทุกๆการตรวจสอบเนี่ยถ้าจะปรับกระบวนการนะปรับเทคโนลยีต่างๆเข้ามาเนี่ยเออทำไมเวลาที่ตรวจสอบร้องเรียนทำไมคุณไม่ทำให้โปร่งใสนะทุกวันนี้หน่วยราชการหลายหน่วยครับเขาใช้ trusty for ครับถูกมั้ยฮะใช้กันกับทุกหน่วยมีเรื่องร้องเรียนกระบวนการอยู่ที่ไหนใครรับผิดชอบใช้เวลานานเกินไปไหมส้มเขียวแดงนะฮะของ กกต.อ่ะควรทำระบบนี้ได้แล้วเพราะคุณกำลังเอ่อกำการร้องเรียนทั่วประเทศอยู่นะครับอันนี้ก็จากที่ฟังกับน้องๆนะครับคุณคุณกิฟคุณมายผมก็เห็นว่านี่คือ solution ที่ทำได้ไม่ยากแล้วอยากจะเป็นคนนึงที่ผลักดันสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วยครับ

ขอบคุณ ดร.บินมากครับขอเสียงประเมินนะครับ ดร.ธรรมีสุภชติรัตน์นะครับก็เป็นข้อเสนอในเชิงเทคโนโลยีครับเอ่อจริงๆนะฮะว่าวันนี้นะครับพอได้เชิญมารับเชิญมาพูดเนี่ยผมไม่ได้เตรียมอะไรเลยแล้วผมก็มาฟังจากการนำเสนอของแต่ละท่านแต่ละท่านนะครับแล้วก็สิ่งที่ผมสรุปได้ขณะนี้เนี่ยคือผมสรุปได้ 10 เรื่องนะครับ 10 เรื่องเอ่อ กกต.จะฟังไม่ฟังไม่รู้ นะฮะแต่ว่านี่คือ 10 เรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึงการจัดการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นนะครับในครั้งที่ผ่านมานะครับข้อที่ 1 เนี่ยผมมองว่าการจัดการเลือกตั้งคราวนี้เนี่ยเป็นการจัดเลือกตั้งเป็นการจัดการเลือกตั้งซึ่งมีปัญหาทั้งในเชิงประสิทธิผลแล้วก็ประสิทธิภาพในการจัดการความล้มเหลวเหรอนะฮะเอ่อความไม่เป็นมืออาชีพนะครับไม่รู้จักในการที่จะปรับปรุงพัฒนา งานต่างๆให้ดีขึ้นนี่คือข้อที่ 1 คำว่าประสิทธิผลคืออะไรฮะคือทำให้มันเสร็จให้มันดีก็ยังทำไม่ได้คำว่าประสิทธิภาพคืออะไรคือทำให้มันถูกต้องทำให้มันรวดเร็วทำให้มันเป็นการใช้จ่ายที่ประหยัดนะที่น้อยเอ่อกว่าที่ควรจะต้องเป็นนะครับก็ทำได้เช่นกันความเป็นมืออาชีพก็เป็นปัญหานะครับว่าประสบการณ์ของการเป็น กกต.เอ่อซึ่งจัดการเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 40 41 นะฮะประมาณนั้นนะครับก็ปาเข้าไปประมาณสักเกือบ 30 ปีแล้วซึ่งก็ควรจะต้องสั่งสมประสบการณ์เป็นมืออาชีพได้แล้วก็กลับกลายว่าเรื่องความผิดพลาดต่างๆเกิดขึ้นมากมายเอ่อผมยกตัวอย่างเช่นนะที่บอกว่าไม่รู้จักมาปรุงบทเรียนยกตัวอย่างเช่นอะไรครับยกตัวอย่างเช่นการเลือกตั้งล่วงหน้านะครับมีอย่างที่ไหนนะครับที่เปิดให้เวลาในการออกเสียงประชามเอ่อลงทะเบียนเอ่อใช้สิทธิ์ประชามติเพียงแค่ 3 วันอย่างนี้เป็นต้นนะครับทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก

นะครับทำให้ไม่สามารถที่จะใช้สิทธิ์ในการที่จะออกประชามตินอกเขตได้ออกเสียงประชามตินอกเขตได้หรือการส่งบัตรเลือกตั้งกลับไปยังเขตของตัวเองก็เคยเกิดปัญหามาตลอดเวลาครับว่า เมื่อก่อนจ่าหน้าซองด้วยมือใช่มั้ยก็เกิดปัญหาการอ่านไม่ออกนะจ่าหน้าซองผิดลงรหัสเขตลงรหัสเขตเลือกตั้งผิดคราวนี้เอ่อเมื่อปี 66 ก็รู้อยู่นะครับว่ามีถึง 300,000 ซองที่มีปัญหาที่ไปรษณีย์เนี่ยไม่สามารถอ่านออกได้นะครับว่าจะต้องส่งไปที่ไหนนะฮะซึ่งเอาง่ายๆนะครับว่าถ้าอ่านไม่ออกแล้วมันไม่ตรงกันระหว่างเลขของเขตกับระหว่างรหัสเขตมันก็ต้องเดาอย่างใดอย่างหนึ่งมันก็แปลว่าอย่างน้อยที่สุดเนี่ยอาจจะเดาผิดครึ่งนึงก็ได้นะครับเช่น เขตอาจจะเป็นเขต 5 แต่รหัสเขตเป็นรหัสเขต 4 อย่างนี้เป็นต้นมันก็ต้องเดาอย่างใดอย่างหนึ่งเอ่อบทเรียนแบบนี้เนี่ยไม่รู้จักปรับปรุงก็ยังทำงานแบบเดิมอยู่นะครับแล้วก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้นอีกนะครับว่าเกิดความวุ่นวายแล้วก็ กกต.พูดอย่างเดียวว่าส่งไปถูกต้องแน่นอนแต่ถูกต้องแน่นอนของคุณน่ะคือถูกได้ครึ่งเดียวถ้าเดาถูกมั้ยครับนี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นเอ่อเสียงตาเหล่านี้นะครับผมจึงบอกว่ามันเป็นการสะท้อนถึงการจัดการเลือกตั้งซึ่งอาจจะยังรับไม่ได้ในเชิงของประสิทธิภาพประสิทธิผลแล้วก็ความเป็นมืออาชีพในการทำงานนี่คือข้อที่ 1 ข้อที่ 2 ก็คือว่าเรายังไม่เห็นทัศนคติของ กกต.ในการที่จะจัดการเลือกตั้งแล้วเพื่อที่จะมองประโยชน์ของประชาชนมองการอำนวยความสุขของประชาชนเป็นหลักนะครับแต่สนใจเพียงแค่การที่จะอำนวยความสุขให้กับตัวเองในการทำงานนะให้ตัวเองสบายเท่านั้นเองแต่ไม่ได้คิดว่าประชาชนจะลำบากอ่าตัวอย่างเมื่อสักครู่ก็ได้ฮะที่บอกว่าให้ลงทะเบียนประชามตินอกเขต 7 แค่ 3 วันจะขยายได้ก็กลับไม่ขยายนะครับเพื่อให้คนได้สะดวกมากกว่านี้ด้วยการจัดหน่วยเลือกตั้งเนี่ยแทนที่จะออกระเบียบของตัวเองใช่มั้ยครับที่แสดงตนรับบัตรแสดงตนมาใช้สิทธิ์แล้วก็รับบัตร 3 ใบไปทีเดียวอ่าจำได้ใช่มั้ยเราต้องทำไงครับเราต้องทำ 2 รอบรอบที่ 1 ก็คือว่าแสดงตนรับบัตร 2 ใบก่อนแล้วก็เข้าหา นะไปกาบัตรแล้วก็มาหย่อนหีบเสร็จแล้วต้องเข้าคิวอีกรอบนึงเพื่อที่จะไปรับบัตรอีกใบนึงสีเหลืองแล้วเอาไปกาอีกรอบนึงหย่อนบัตรอีกรอบนึงวิธีการคิดง่ายๆคือ ทำไมคุณไม่ทำเพียงครั้งเดียวล่ะครับแสดงตนรับบัตร 3 ใบแล้วก็เอาไปกาในคูหาเสร็จแล้วก็มาหย่อนหีบทีเดียวซึ่งอันนี้เนี่ยมันอยู่ในระดับของระเบียบเท่านั้นนะไม่เป็นกฎหมายเลยนะฮะระดับที่เป็นระเบียบแปลว่าอะไรฮะ กกต.สามารถประชุมกันแล้วสามารถออกระเบียบได้เองเพื่ออำนวยความสุขให้กับประชาชนนะครับไม่ใช่ทำให้เกิดความเสียเวลาต่างๆที่เพิ่มขึ้นไปเป็นเท่าตัวอย่างนี้เป็นต้นนะครับอันนี้ก็คือวิธีการคิดว่า กกต.ไม่ได้คิดถึงการที่จะอำนวยความสุขของประชาชนประชาชนเป็นหลักคิดแต่เพียงว่าตัวเองทำงานมีกฎหมาย 2 ฉบับก็แยกเป็นกรรมการ 2 ชุด กปน.ก็มี 9 คนนะแล้วก็ กปส. กรรมการประชามติออกเสียงประชามติก็มีอีก 4 คนอะไรงี้เป็นต้นนะครับมันก็เหมือนกับต้องเป็น 2 ขั้นตอนมันคือ 2 เต็นท์น่ะนะครับเพียงแต่ว่าคุณอยู่ในเต็นท์เดียวกันแค่นั้นเองนะครับนี่คือวิธีการคิดของเขาอย่างที่ 3 เนี่ยผมเห็นสิ่งที่เรียกว่าเอ่อในทางศัพท์วิชาการเรียกว่าเป็น accountability ภาระรับผิดหรือความกล้าที่จะบอกว่าตัวเองผิดแล้วก็รับผิดชอบนะครับว่าเอ่อเอาล่ะขออภัยในความผิดพลาดต่างๆที่เกิดขึ้นแต่ว่าเราไม่เห็นสิ่งนี้เราเห็นเพียงแต่ว่าเราถูกหมด กกต.ถูกหมดนะครับเอ่อบัตรเอ่อไว้ในหีบหีบไม่มีสายรัดจำได้ใช่มั้ยครับ กกต.พูดว่าไงครับก็มันก็ระยะห่างเพียงแค่ 500 เมตรเองนะครับเดี๋ยวก็ขนไปก็ไม่เป็นปัญหาซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เนี่ยมันเป็นการทำผิดระเบียบครับเมื่อคุณจะยุบรวมหีบคุณจะทำอะไรก็แล้วแต่เนี่ยคุณก็ต้องรัดสายมีกรรมการเซ็นนะครับเอ่อที่จะเอ่อให้รู้ว่าใครรับผิดชอบในเรื่องราวต่างๆเหล่านั้นแต่คุณก็อธิบายเพียงแค่ว่าคุณไม่ได้ผิดระเบียบมันใกล้ๆมันไม่มีระเบียบหรอกครับว่าใกล้ๆไม่ต้องรัดสายใช่มั้ยฮะไม่ใช่ว่าประเภทว่าต้องเอ่อสามารถที่จะเป็นแบบนี้ได้อันเนี้ยกกต.ไม่เคยอธิบายในมุมของความรับผิดชอบของตัวเองแต่จะอธิบายเพื่อแก้ตัวเองตลอดเวลานะครับเจอเอ่อแบบขีดคะแนนอยู่ในกองขยะแทนที่นะครับแทนที่จะบอกว่าเออ มันอาจจะมีของอีกชิ้นนึงอยู่ในหีบเลือกตั้งซึ่งเท่ากับว่าอันนึงจริงอันนึงปลอมแต่ กกต.ก็บอกเพียงแค่ว่าเอ่อมันคือของที่เสียไม่ใช้แล้วก็เข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่มีติดประเด็นอะไรต่างๆอะไรไม่ได้แสดงถึงความรับผิดอะไรเลยว่าเอาล่ะมาเปิดเผยดูนะดูในหีบมีชุดนึงหรือเปล่าถ้ามีอีกชุดนึงแล้วไม่ตรงกันแล้วอันไหนจริงอันไหนปลอมนะครับอาจจะต้องเปิดหีบออกมานับคะแนนดูว่า เป็นอย่างไรอย่างนี้เป็นต้นนะครับนี่นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในแง่ของการมองเอ่อสิ่งที่เป็นปัญหาแล้วก็ไม่ไม่ได้แสดงถึงความรับผิด หรือกรณีของสุพรรณบุรีเขตเท่าไหร่เขต 2 ใช่มั้ยเขต 2 นะครับมีการนับคะแนนใหม่แล้วคะแนนมันคนละเรื่องเลยนะฮะจากฝ่ายชนะเป็นฝ่ายแพ้ฝ่ายแพ้เป็นฝ่ายชนะและห่างกันเป็น 100 คะแนนนะเปลี่ยนแปลงเป็น 100 คะแนนไม่มีคำอธิบายครับว่า เป็นปัญหาจากอะไรซึ่งจริงๆภาพปรากฏแบบนี้เนี่ยมันจะต้องคิดต่อเนื่องต่อไปครับว่ามันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่หน่วยเดียวมันอาจจะเกิดขึ้นหลายๆหน่วยหรืออาจจะเกิดขึ้นทั้งเขตเลือกตั้งหรือว่าอาจจะเกิดขึ้นทั้งจังหวัดก็ได้หรืออาจจะเกิดขึ้นในอีกหลายๆจังหวัดก็ได้เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ทำนองแบบนี้เนี่ย กกต.ไม่แสดงถึงความรับผิดชอบอะไรไม่แสดงถึง accountability อะไรว่าคุณจะต้องดำเนิน การปรับปรุงแก้ไขต่างๆยังไงบ้าง ณวันนี้ก็รอให้เรื่องมันเงียบณวันนี้ก็รอให้คนลืมแล้วก็เดี๋ยวเขาจะประกาศผลออกมาแล้วบอกว่าเป็นการเรียบร้อยนะครับถ้าปรากฏการณ์แบบนี้เนี่ยมันย้อนหลังกลับไปเป็น 30 ปีนะฮะเพราะว่าคือการโกงโดยการประจำหน่วยนะครับนะคุณก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรนี่คือข้อที่ 3 ข้อที่ 4 คือการจัดการเลือกตั้งคราวนี้เนี่ยวิธีการคิดของ กกต.คือหันกลับไปพึ่งกลไกของรัฐนะครับแทนที่จะหันกลับไปพึ่งพาประชาชน นั่นก็คือสิ่งที่ทางมาสรุปออกมานะครับพูดถึงว่าการใช้กลไกของมหาดไทยในการที่จะมาเป็นหัวโหแรงโหหัวเราหัวหแรงในการจัดการเลือกตั้งระดับเขตมาเป็นกรรมการเขตนะฮะมี 3 คนก็เอาทั้ง 3 คนเป็นมหาดไทยนะฮะมาเป็นผอ.เขตผอ.เขตก็ 1 คนก็เป็นคนของมหาดไทยก็คือใช้กลไกของมหาดไทยเกือบทั้งหมดในการจัดการเลือกตั้งแล้วผลที่เกิดขึ้นเนี่ยอย่างที่ผมวิจารณ์ไปบอกว่าไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการรวมคะแนนนะแต่มันตั้งแต่การสรรหากรรมการประจำหน่วยต่างๆคือถ้าคุณสรรหากรรมการประจำหน่วยแล้วคนเหล่านี้เป็นคนของพรรคการเมืองคนเหล่านี้เป็นคนของผู้ในในพื้นที่นะครับเขาก็ทำทุกๆอย่างได้นะครับเพื่อทำให้ผลการเลือกตั้งมันเปลี่ยนแปลงไปคนละเรื่องนะครับจังหวะที่ไม่มีคนก็หย่อนปัจจีบได้นะครับทำไงให้คะแนนมันประเภทเท่ากันออกมาคนมาเซ็นชื่อแล้วกับไอ้ใบที่หย่อนผัดลงหีบแล้วมันเท่ากันก็คือก็ดูสิใครไม่มาก็เซ็นว่ามาก็เช็คว่ามาเช็คว่ามาไปหรือถ้าเช็คว่ามาแล้วเนี่ยปรากฏประชาชนมาถึงอ้าทำไมมีคนมาเช็คแทนฉันการจะข่มขู่คุกคามให้กลับบ้านไปเฉยๆอย่างนี้เป็นต้นมันก็เป็นไปได้หรือกระบวนการการนำคะแนนที่หน่วยนะก็อาจจะเกิดขึ้นอย่างไม่โปร่งใสนะครับเราไม่รู้หรอกครับว่าสิ่งที่ทำผิดระเบียบทั้งหลายทั้งปวงเนี่ยมาจากความตั้งใจหรือมาจากความอ่อนหัดในการฝึกอบรมไอ้ที่ประเภทมุดเข้าไปกามุดเข้าไปขีดนึกออกเห็นมั้ยฮะไอ้ที่ประเภทว่านับคะแนนบัตรโดยที่ประเภทว่าไม่ได้โชว์ให้แก่ประชาชนดูเอ่อดูเองนับเองขีดเองงี้เป็นต้นสิ่งตาเหล่านี้เนี่ยเราไม่มีทางรู้เลยครับว่ามันมาจากการอ่อนประสบการณ์อ่อนหัดอ่อนอบรมหรือตั้งใจที่จะโกงเออตั้งใจที่จะโกงนะสิ่งนี้ก็คือเป็นเรื่องของการที่ กกต.เองเนี่ยไปพึ่งพาอาศัยกลไกของรัฐแล้วก็เพิกเฉยต่อการที่จะใช้ประชาชนมามีส่วนร่วมในการที่จะเฝ้าสังเกตการการเลือกตั้งหรือมาเป็นกรรมการเพื่อคอยตรวจสอบถ่วงดุลกันข้อที่ 5 ครับ อันนี้พูดไปแล้วอายกกต.พยายามจะใช้เทคโนโลยีนะเพื่อทำให้การเลือกตั้งดูดีแต่ใช้ไม่เป็น ไม่เข้าใจไม่รู้ลึกซึ้งนะครับเอ่อนะครับยกตัวอย่างเช่นเรื่องอะไรเอ่อ ECT Report นะครับคือคุณพยายามจะบอกว่านี่คือการรายงานแบบ real time นะครับทันทีแต่คุณก็เจอหยุดนิ่งไปประมาณ 2 ชั่วโมงนะ 3 ชั่วโมงนะฮะนะฮะซึ่งเราไม่รู้ไม่รู้นะครับว่าคือลักษณะของการที่ทำเป็นหรือทำไม่เป็นนะครับคือถ้าทำไม่เป็นก็แปลว่าอ่อนเทคโนโลยีแต่ถ้าทำเป็นก็คือตั้งใจใช้เทคโนโลยีเพื่อการโกงนะครับนี่คือสิ่งต่างๆที่เราไม่รู้แทนที่ จะทำให้เกิดความรวดเร็วความเชื่อมั่นประชาชนทำให้รู้คะแนนที่น่าเชื่อถือเอ่อก่อนที่จะรู้คะแนนจริงก็กลับกลายเป็นเครื่องหมายคำถามว่าคะแนนดังกล่าวเนี่ยเชื่อเชื่อได้หรือเชื่อไม่ได้แล้วพอคะแนนมันดูเชื่อไม่ได้คุณก็มาบอกว่าไม่ต้องเชื่อท่านเข้าใจมั้ยคุณก็มาบอกว่าไม่ต้องเชื่อซึ่งเป็นของคุณเองนะครับแล้วคุณก็ค้างมันไว้นะตั้ง 10 วันโดยไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรเลยแล้วพอถึงวันที่ 10 คุณก็ประกาศคะแนนจริงออกมาแล้วคุณก็บอกว่าไอ้ที่ประกาศมาก่อนนั้นไม่ต้องเชื่อนะ ครับแล้วจะให้แปลว่าอะไรเอ่อถ้าถ้าผมแปลแบบเจตนาดีคืออ่อนหักนะแต่ถ้าหากว่าแปลเจตนาร้ายก็จะบอกว่าอาจจะมีการจัดการอะไรบางอย่างเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนะครับในทางที่เป็นประโยชน์ต่อใครต่อใครนะครับข้อที่ 6 ครับ 60 ข้อนี้ 5 ข้อก็หนักแล้วนะข้อที่ 6 เนี่ยผมมองถึงวิธีการทำงานของ กกต.นั้นเนี่ยมีความล้มเหลวในการที่จะประชาสัมพันธ์สื่อสารกับประชาชนเรายกตัวอย่างนะครับว่าแต่ละครั้งที่ กกต.ออกมาแถลงข่าวเนี้ยไม่ได้มีฟีดแบคในเชิงบวกแต่กลายเป็นฟีดแบคในเชิงลบตลอดแรกๆเอาท่านเลขามาคุณแสวงมานะครับแสวงออกหน้าตลอดเวลานะฮะเอ่อก็รบมาตลอดนะโดนโจมตีโดนเอ่อว่ามาโดยตลอดจนทำให้คุณแสวงไม่ออกมาพบประชาชนส่งรองเลขามาส่งผอ.สนับสนุนการเลือกตั้งมาปรากฏก็ส่งแม่ทัพมากี่คนกี่ระดับก็แล้วแต่ตายเรียบนะครับคือไม่ว่าใครออกมาก็ตายเรียบออกมารบก็ตายเรียบตาย

ก็น่าตายนะครับแต่วิธีการคิดของ กกต.ผมว่าล้มเหลือตรงไหนครับคือเมื่อคุณส่งคนออกมาแล้วคนดังกล่าวอาจจะเตรียมพร้อมไม่ดีพอไม่สามารถให้ข้อมูลได้เพียงพอไม่สามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนแก่ประชาชนได้เพียงพอสิ่งที่คุณต้องทำคือการหาคนใหม่ที่ดีกว่าหรือการปรับปรุงวิธีการในการแถลงข่าวให้สื่อสาร 2 ทางได้ดีขึ้นมากขึ้นกว่าเดิมเอาข้อมูลข้อเท็จจริงมาพูดต่อประชาชนให้มากขึ้นและประชาชนจะเชื่อถือแต่คุณกลับเปลี่ยนวิธีการในการสื่อสารคืออะไรฮะไม่ต้องสื่อสารหมดนะฮะนั่นก็คืองดแถลงข่าวตลอดเวลาแล้วต่อไปก็เป็น PR release อย่างเดียว นะฮะเป็นการสื่อสารทางเดียวนี่คือความล้มเหลวในการสื่อสารสัมพันธ์ของ กกต.นะครับข้อที่ 6 นะครับข้อที่ 7 ครับ เอ่อมีการทำผิดระเบียบแล้วก็การทำผิดกฎหมายโดย กกต.เองนะครับแล้วก็ไม่มีคำอธิบายใดๆจาก กกต.แล้วก็เป็นการที่พยายามที่จะหาคำตอบในเชิงเหมือนกับว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาใส่ใจตัวอย่างที่ยกตัวอย่างว่ามีการรายงานคะแนนมาตั้งแต่ก่อน 17:00 น.ก่อนปิดหีบนี่คือการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งชัดเจนไม่มีคำอธิบายตัวอย่างของการที่ประเภทว่าเอ่อหีบนะครับอาจจะไม่มีการรัดหีบนะไม่มีการใช้เอ่อสายรัดต่างๆนะฮะให้เก็บให้เรียบร้อยทั้งๆที่คุณก็บอกว่าทุกอย่างอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถไปเปิดได้มันก็คือการทำผิดระเบียบนะครับเรื่องของการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยต่างๆก็เป็นปัญหานะครับก็ไม่มีการที่ที่จะอธิบายนะครับว่าสิ่งตาเหล่านี้เนี่ยมันเอ่อเป็นเรื่องของการดำเนินการที่ผิดแล้วก็จะปรับปรุงแก้ไขต่างๆอย่างไรนะครับข้อที่ 8 ครับความไม่โปร่งใสในการประดับหน้าที่นะครับเอ่อยกตัวอย่างเช่นการหยุดการรายงานผลนะครับอยู่นี้ก็หยุดไป 2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมงแล้วกลับมากลายเป็นอีกก้อนนึงคะแนนเปลี่ยนแปลงไปไอ้ตัวเลขต่างๆหรือแม้กระทั่งเรื่องของการที่ว่าเอ่อวันนึงบอกว่าบัตรเขย่งเป็นเป็นแสนนะครับเอ่อกระทบกันเป็นแสนใช่มั้ยทั้งกลับกระทบเป็นแสนหลังจากนั้นพอประกาศผลเลือกตั้งจริงบอกเขย่งแค่ 4 ใบใครเชื่อแล้วครับมีใครเชื่อมั้ยเอ่อกระบวนการต่างๆเหล่านี้เนี่ยมันไม่ได้มีสิ่งที่ให้เห็นเอ่อสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางแต่กลายเป็นว่าพอมาโผล่อีกทีนึงก็บอกว่าไม่มีปัญหาแล้วนี่คือความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้นนะครับ กกต.ไม่ได้พิสูจน์สิ่งนี้ได้ดีพอนะครับอ้าเกือบหมดแล้วนะครับข้อที่ 9 นะครับผมบอกว่ามีความผิดพลาดในการประดับหน้าที่ของ กปน.นะครับซึ่งทำให้เรานึกถึงว่านี่คือการดึงคือ กกต.ประสบความสำเร็จนะคือดึงการเลือกตั้งย้อนหลังกลับไป 30 ปี นะครับถามว่าทำไมผมใช้ 30 ปีนะครับเอ่อคำตอบอย่างนี้ครับก่อนหน้ามี กกต.ตอนเนี้ยการจัดการเลือกตั้งอยู่ในมือของมหาดไทยแล้วก็เราก็จะเห็นภาพของการที่ว่าเอ่อคน ที่เกิดทันก็จะรู้นะครับ 30 ปีที่แล้วเราเกิดภาพอะไรเกิดขึ้นในการเลือกตั้งบางจังหวัดที่มีเจ้าพ่อทั้งหลายนะที่มีผู้อิคนทั้งหลายนะครับบางจังหวัดที่อยู่ใกล้ๆกรุงเทพมหานครกรรมการประจำหน่วยโกงยังไงเอาบัตริกาไว้ใส่เข้าไปในหีบนะครับ

ถึงขนาดว่ายังมีมัดเชือกอยู่ในนั้นเลย

นะนี้คือเรื่องจริงนะฮะ

นะฮะคือพี่แกทุ่มไปทั้งก้อนน่ะทั้งปึกอ่ะโดยลืมแกะเชือกออกอ่ะนะแล้วหีบก็ยังปิดเรียบร้อยที่ไหนรู้นะรู้ที่ไหนนะฮะบางพื้นที่นะครับใช้รถตู้ 1 คันนะฮะมีคนอยู่ในรถตู้สักประมาณ 10 คนตระเวนใช้สิทธิ์ตามหน่วยต่างๆโดยกำกหน่วยรู้เห็นเป็นใจมาถึงปั๊บมองหน้ายื่นบัตรประชาชนพอเป็นพิธีบัตรตรงไม่ตรงไม่รู้ขีดชื่อชาวบ้านทิ้งให้เข้าไปใช้สิทธิ์นี่คือภาพที่มันเกิดขึ้นบางหน่วยนะครับบางพื้นที่นะครับมีอาสาสมัครเอ่อของเอ่อนักศึกษาอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นสังเกตการก็การขู่นะครับบอกว่าหันหลังไปไม่ต้องดูไม่ต้องเห็นอะไรทั้งสิ้นนะครับนี่คือภาพที่เกิดขึ้น นี่คือการเลือกตั้งที่ย้อนหลังไป 30 ปีนะฮะที่เป็นการโกงยกหน่วยนะครับบางหน่วยนับคะแนนนะครับผมเป็นอาสาสมัครผมไปสังเกตการผมก็จะเห็นนะครับตั้งกระดานไว้ไกลมากไฟมืดขานเสียงค่อยบางแห่งตั้งบนศาลานะครับแล้วก็ศาลาก็มีบันไดขึ้นสูงคนมองต้องไปยืนเฝ้าข้างล่างมองไม่เห็นอะไรอย่างี้เป็นต้นนี่คือการย้อนหลังไป 30 ปี กกต.กำลังทำให้การเลือกตั้งของไทยย้อนหลังไป 30 ปีครับท่านประสบความสำเร็จมากเลยข้อ 10 ข้อสุดท้ายครับอาจารย์ครับข้อสุดท้ายนะครับนะฮะข้อสุดท้ายซึ่งจะมีคำถามที่จะต่อไปในภาคที่ 2 อีกทีนะฮะคือผมใช้คำว่ามีความผิดพลาดอย่างรุนแรงที่สุดในเรื่องเอ่อที่อาจจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่เป็นโมฆะนั่นก็คือการใส่บาร์โคดนะเพื่อทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเลือกใครเลือกใครซึ่งสิ่งนี้เนี่ยอาจจะเป็นไปได้ 2 อย่างขึ้น 1 ประมาทเลินเล่อบกพร่องนะครับคิดไม่ถึงรู้เท่าไม่ถึงการใส่เข้าไปนึกนึกว่าดีและท้ายสุดเป็นปัญหา

หรือ 2

เจตนาเจตนา

นะครับนี่คือสิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตว่านี่คือความผิดพลาด 10 อย่างของ กกต.ส่วน เดี๋ยวในรอบถัดไปผมจะถามตอบคำถามหัวข้อการอภิปรายวันนี้นะครับเพราะว่าหัวข้ออภิปรายวันนี้พูดถึงคำว่าสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใสเอ่อเป็นความลับโมฆะผมค่อยตอบในรอบหลังครับว่าสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่โปร่งใสหรือไม่นะครับเป็นความลับหรือไม่โมฆะหรือไม่ครับ ทีนี้ผมซึ่งเอ่อเป็นผู้อำนวยรายการแล้วก็เป็นคนสุดท้ายเนี่ยนะครับก็จะได้ในรอบแรกนะครับคือจากปัญหาที่เกิดเนี่ยนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างไรนะครับในเรื่องซึ่งควรไม่ควรเนี่ยก็เป็นเรื่องเรื่องหนึ่งก็จะเป็นคำแนะนำการปรับปรุงระเบียบหรือกฎหมายแต่ก็มีเรื่องที่มันผิดนะครับทั้งระดับขัดรัฐธรรมนูญหรือว่าขัด พรป.หรือว่าขัดระเบียบนะครับมันมี 2 ส่วนนะครับในการดำเนินการเนี่ยนะครับมันก็เป็นเรื่องถ้าหากถึงขนาดผิดกฎหมายขึ้นมา ก็นิ่งเฉยไม่ได้ก็ต้องดำเนินการบางอย่างกับศาลที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจหน้าที่ ส่วนในข้อที่เพื่อในเชิงป้องกันแล้วก็ข้อที่ควรไม่ควรด้วยคือกกต.ทำดีกว่านี้ได้แต่ไม่ทำนะครับและมาตรการเชิงป้องกันบางอย่างเช่นบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเนี่ยมันควรต้องมีชื่อผู้สมัครและชื่อพรรคเพื่อจะป้องกันการใช้บัตรข้ามเขตเครื่องมือในการป้องกันการใช้บัตรข้ามเขตคือให้มีชื่อผู้สมัครชื่อพรรคลงในบัตรเลือกตั้งครับ

ไม่ใช่ QR Code นะฮะอันนี้ก็จะเป็นข้อที่จะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายกันต่อไปนะครับทีนี้ผมก็ขออนุญาตนะครับเอ่อนำเสนอในเชิงสรุปด้วยนะครับจากวิทยากรทั้ง 5 ท่านนะครับที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายคือมาตรา 85 นะครับการเลือกตั้งต้องเป็นไปเอ่อโดยลับอันนี้ก็มีปัญหาที่อาจารย์สมชัยพูดในข้อสุดท้ายเรื่องบาร์โค้ด QR Code นะครับขอเพียงรู้ลำดับนะครับว่าการใช้สิทธิ์เนี่ยลำดับเท่าไหร่นะครับพอบัตรเลือกตั้งมันรันมันรันตัวเลขตามลำดับก็รู้ได้เลยนะครับว่าเอ่อใครได้บัตรใบไหนนั่นแปลว่าก็ย้อมรู้ได้เลยว่าใครเอ่อเลือกใครนะครับโอเคมาแล้ว

โอเค ขอบคุณครับอันนี้คือมาตรา 85 นะครับ พูดกันเยอะแล้วผมก็มาอีกมาไอ้ข้อที่ผมจะพูดถึงเนี่ยคือตรงนี้ฮะคือการเลือกตั้งเนี่ยนะครับมาตรา 224 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเนี่ยองค์ 2 นะครับคือกกต.เนี่ยมีหน้าที่อำนาจนะครับในการควบคุมดูแลการเลือกตั้งและการเลือกไอ้การเลือกนี่คือ สว.นะครับให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมนะครับนั่นหมายถึงว่าการเลือกตั้งต้องสุจริตและเที่ยงธรรมไม่ใช่แค่โดนลับเท่านั้นก็หมายความว่าถ้าหากการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมมันก็ขัดรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกันครับกับไม่ลับนะครับทีนี้เนี่ยในระบอบประชาธิปไตยนะครับเราเป็นประชาธิปไตยโดยตัวแทนนะครับคะแนนเสียงทุกคะแนนเนี่ยมันต้องถูกนับอย่างเท่าเทียมและเที่ยงธรรมข้อที่เกิดความสงสัยเป็นอย่างยิ่งคือคะแนนทุกคะแนนเนี่ยมันถูกนับอย่างเท่าเทียมและเที่ยงธรรมหรือไม่นะครับว่า ง่ายๆคือปัญหาความชอบรัฐธรรมนูญเนี่ยไม่ได้มีแค่โดนลับเท่านั้นแต่ยังมีปัญหาเรื่องเรื่องเอ่ออื่นด้วยนะครับนั่นคือสุจริตเที่ยงธรรมแล้วก็เอ่อการนับคะแนนเป็นไปอย่างเท่าเทียมเที่ยงธรรมหรือเปล่านะครับทีนี้เนี่ยนี่คือกรอบนะครับในการพิจารณานะคำระดับรัฐธรรมนูญแล้วจะมาดู พรป.กับไอ้ระเบียบต่อไปนะครับทีนี้มาดูในปัญหาที่พบที่เป็นข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำอะไรเกิดขึ้นที่ทำให้เราชี้ชวนไปในทางที่ว่ามันมีปัญหาเรื่องสุจริตกับเที่ยงธรรมเกิดขึ้นหรือเปล่านะครับเอาตั้งแต่ก่อนก่อนเลือกตั้งนะครับก่อนเลือกตั้งนะครับสิ่งที่น่าประหลาดที่สุดนะครับก็คือเราพบว่ามันมีอุปกรณ์เลือกตั้งหีบบัตรทั้งฉากกั้นแม้กระทั่งสายรัดมีขายในอินเทอร์เน็ตครับ

ใน Shopee

นะครับเมื่อเรื่องนี้เป็นข่าวขึ้นมาเพราะมีสื่อมวลชนไปไปสั่งซื้อมานะครับผมก็ไปสั่งซื้อมานะครับทั้งหีบบัตรกับสายรัดเมื่อเป็นข่าวขึ้นมาเนี่ยไอ้รายการสินค้าดังกล่าวก็ถูกเอาไปไม่มีการซื้อได้อีกต่อไปแต่คำถามคือกกต.ไปทำไมไม่ตรวจสอบครับว่ามันออกไปสู่ตลาดได้ไงแปลว่าบริษัทที่รับงานเอาไปทำเนี่ยมีการปล่อยขายถูกมั้ยครับ

ทำไม กกต.ถึงไม่ดำเนินการครับถ้าหากว่าคนไปซื้อเคเบิลไทร์ไปซื้อหีบบัตรเลือกตั้งมาได้เนี่ยมันจะป้องกันยังไงครับว่ามันจะไม่ปลอม

กกต.ไม่ไม่ทำอะไรเรื่องนี้เลยนะครับอันนี้เป็นเรื่องที่ต้องสงสัยนะครับแล้วข้อต่อมาเนี่ยนะครับอันนี้ผมพูดเพื่อให้เข้าใจง่ายนะผมลำดับไปตามห้วงเวลาแล้วกันนะครับตามไทม์ไลน์ถ้าเข้าใจง่ายอีกเรื่องนึงนะครับที่คนยังพูดถึงน้อยมากนะครับคือเอ่อเหตุการแบ่งเขตเลือกตั้งนะครับในคราวเนี้ยนะครับมี 4 จังหวัดนะครับที่ต้องมีการแบ่งเขตใหม่เพราะหลักตาม พรป.เอ่อเลือกตั้ง สส.นะครับถ้าหากว่าไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวน สส.ของแต่ละจังหวัดก็ใช้เขตเลือกตั้งเดิมแต่ถ้าหากจังหวัดใดนะครับมีเพิ่มมีลดคือจำนวนมัน 400 คนอ่ะเขตอ่ะก็จะมีประชากรเพิ่มลดนะครับจังหวัดใดมีการเพิ่มหรือลดลงต้องแบ่งเขตใหม่นะครับซึ่งตาม พรป.นะครับว่าด้วย กกต.นะครับเรื่องการแบ่งเขตเนี่ยนะครับก็มีมีระเบียบการเลือกตั้งที่เขียนเอามาล้อกันนะครับผมก็ข้าม พรป.ไปเลยนะครับเพราะมันอยู่ในระเบียบที่เขียนเหมือนกันโดยหลักแล้วเนี่ยนะครับเอ่อเค้าจะต้องให้คือเค้าให้ผ่าอำเภอได้ไปถึงตำบลอย่างกรุงเทพฯเราจึงเห็นได้ว่าเขตนึงเนี่ยมันก็ผ่าเป็นแขวงทำให้เกิดความงุนงอยู่มากนะครับทีนี้พอผ่าได้ขนาดนั้นเนี่ยรูปแบบนะครับในการจะเลือกเนี่ยมันก็มีได้หลากหลายมากเลยทีนี้ผมพูดสั้นๆนิดนึงว่าคำศัพท์เนี่ยเขาเรียกว่า Gerrymandering นะครับเพราะไอ้คนที่ทำเป็นคนแรกเนี่ยมันชื่อ Gerry คือทำแล้วดังอ่ะทำกันมานานแล้วแหละเพราะการแบ่งเขตเนี่ยมันให้ผลให้คุณให้โทษต่อผู้สมัครคนหนึ่งคนใดได้นะฮะแล้วนาย Gerrymandering ก็ไปแบ่งเขตในอเมริกานะครับไปตีเส้นจนกระทั่งว่าเหมือนลูกตุ๊กแกนะครับคือมันเป็นรูปร่างประหลาดคือทำให้แบ่งเขตเลือกตั้งที่ตัวเองมีฐานเสียงอยู่แล้วทำให้ชนะการเลือกตั้งเลยเกิดเป็นศัพท์วิชาการเรียกว่า Gerrymandering คือไอ้คนที่ไอ้คนที่ทำเนี่ยชื่อ Gerry นะครับทีนี้เอ่อตามระเบียบเนี้ยนะครับเลือกตั้งนะครับข้อที่ 44 เนี่ยบอกว่าเอ่อต้อง กกต.นะครับสำนักงานเนี่ยต้องจัดทำมา 3 รูปแบบแล้วมารับฟังความเห็นของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแล้วก็พรรคการเมืองกับผู้สมัครนั้นโดย common sense นะครับโดยหลักแล้วเมื่อไปรับฟังความเห็นเนี่ยนะครับก็ควรเอาแบบที่คนเขาเลือกมากสุดมีข้อถกเถียงน้อยสุดเห็นพร้อมต้องกันมากสุดเอามาใช้ใช่มั้ยครับแต่ปรากฏว่าในทางปฏิบัติเนี่ยนะครับ กกต.มักจะเลือกคนละอันกันกับแบบที่ผู้สมัครเขาเลือกอ่ะนะครับแล้วที่ร้ายหนักกว่านั้นคือไปเลือกแบบที่ 4 นะครับเหตุการณ์เกิดขึ้นในคราวนี้อย่างที่บอกไปนะครับว่ามีมี 4 จังหวัดคือปทุมธานี สมุทรสาครนะครับลพบุรี นครศรีธรรมราชนะครับที่ มีการแบ่งเขตใหม่ที่เหลือเนี่ยเนื่องจากว่าประชากร สส.ไม่เพิ่มไม่ลดจึงไม่ได้แบ่งทีนี้ผมเอ่อมี 2 จังหวัดนะครับอันนี้ก็เป็นข้อมูลจากอาจารย์อีกท่านนึงอาจารย์ธันยธรนะครับได้ได้ไปค้นคว้ามานะครับเอ่อผมก็เอามาเล่าให้ท่านฟังต่อมาดูต่อนะครับอันนี้คือจังหวัดเอ่อลพบุรี นี่คือ 3 รูปแบบครับที่ใช้ฟังความคิดเห็นโดยหลักแล้วก็ควรจะเลือกเอารูปแบบที่คนเห็นพร่องต้องการมากสุดนะครับแต่ กกต.ไปเลือกแบบที่ 4 ครับซึ่งเป็นแบบที่ไม่ได้รับฟังความเห็นเป็นแบบที่ กกต.เอามาทำเองแล้วท่านดูสิครับเขต 3 อ่ะหน้าตามันประหลาดมั้ยล่ะนะครับมันมีมันมีความที่อธิบายไม่ได้ว่าทำไมรูปร่างรูปทรงมันถึงเป็นแบบนี้คำถามคือ กกต.ใช้เกณฑ์อะไรครับถ้าเกิดเราไปทำข้อมูลนะครับวิเคราะห์ร่วมกับเรื่องของผู้สมัครว่าของพรรคไหนได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไรไปเชื่อมโยงกับเรื่อง กกต.เขตเป็นใครบ้างจะเห็นความชัดเจนตรงนี้มากขึ้นว่าการแบ่งเขตมันมีผลต่อการแพ้ชนะ

มากน้อยแค่ไหนประเด็นของเรื่องคืองี้ครับในระเบียบเนี้ยไม่ได้เขียนครับว่ามีแบบที่ 4 ได้ในระเบียบเนี่ยมีแค่ 3 แบบแล้ว กกต.เราต้องเลือกอยู่ 3 แบบนี้การที่ กกต.มาเลือกแบบ 4 ของตัวเองเนี่ยไม่ใช่ปัญหาแค่ว่าไปรับฟังทำไมความเห็นประชาชนแต่เพียงอย่างเดียวครับคำถามคือกกต.ทำผิดระเบียบตัวเองด้วยเพราะระเบียบไม่เปิดให้คิดแบบที่ 4 ขึ้นมานี่คือปัญหานะครับอธิบายไม่ได้ว่ามีแบบที่ 4 ที่ไม่รับฟังความเห็นได้ไงเพราะต้องมีการรับฟังคำเห็นของประชาชนก่อนนะ ครับแล้วอยู่ดีก็กลายเป็นแบบที่ 4 แบบที่ไม่มีปีมีขุ่ยเช่นเดียวกับปทุมธานีนะครับเมื่อกี้เนี่ยจาก 5 คนเหลือเหลือ 4 คนอันนี้จาก 6 คนเพิ่มเป็น 7 ก็ต้องแบ่งใหม่นะ ครับอันนี้คือ 3 แบบนะครับที่เค้าไปรับฟังคำเห็นท่านสังเกตนะครับที่มันต่างกันเยอะคือเขต 7 กับเขต 8 ทางขวามือนะครับ กกต.ไปรับฟังเห็นมาแล้วก็ไม่เลือกแบบที่คนเขาเลือก กกต.ก็ไปเลือกแบบที่ 4 ของตัวเองนะครับซึ่งรูปร่างก็ท่านเห็นมั้ยครับมันก็มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ อย่างที่บอกนะ ครับเมื่ออำเภอผ่าเป็นตำบลได้ก็เกิดการผ่าแบบที่เรียกว่าเอ่อไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงว่ามันให้คุณให้โทษกับผู้สมัครของแต่ละเขตในการแพ้ชนะกันขนาดไหนอันนี้ผมเรียนว่าเอ่อมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยระเบียบแล้วนะครับว่าเกิดแบบที่ 4 ขึ้นมาได้ยังไงนะครับที เรื่องพอถึงวันเลือกตั้งล่วงหน้าคือ 1 สัปดาห์นะครับ 1 สัปดาห์ก่อนนะครับในการเลือกตั้งปี 66 เนี่ยนะครับไปรษณีย์ไทยเนี่ยเขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่ามีอยู่ 3 ซองอ่ะที่เขาอ่านลายมือไม่ออก 300,000 ซองนะ ครับที่อ่านลายมือไม่ออกคำถามคือเรื่องนี้มันก็จบลงไปดื้อๆนะฮะคือไปรษณีย์ไทยก็ระดมคนมาจนอ่านออกหมดทั้ง 3,000 ถามว่าจากอ่านไม่ออกกลายเป็นอ่านออกได้ไงครับ 400 เขตต้องส่งมาให้ตรงทำได้ไงครับก็บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตมันมีแต่เบอร์ไม่มีชื่อผู้สมัครไม่มีชื่อพรรคส่งไปนับที่เขตไหนก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าผิดเขตหรือไม่เพราะทั้ง

400 เขตมันหน้าตาเหมือนกันหมด มันมีแต่เบอร์พร้อมกับกากบาทที่กาไว้แล้ว คำถามคือจะมีวิธีการป้องกันอย่างไรครับ ให้เรามั่นใจว่าจะไม่เกิดการเลือกใช้ คือวิธีการก็ง่ายมาก ผมเองได้พูดเรื่องนี้ไปในคราวที่แล้วนะครับ แต่ว่า เอ่อก็รู้สึกเสียใจอยู่เหมือนกันนะครับ ที่ไม่ได้ไม่ได้ตามเรื่องต่อให้ถึงที่สุดนะครับ ปล่อยให้มันผ่านมาแล้วมันก็เกิดซ้ำแล้วเป็นบทเรียนว่าคราวนี้เราต้องไม่ปล่อยให้ผ่านไปอีกนะครับ ว่าง่ายๆนะครับ ทุกเขตเนี่ยก็จะมี การรู้จำนวนไว้แล้วว่าแต่ละเขตเนี่ยนะ ครับมีขอเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมดกี่คน วิธีการคือก็ทำให้ทุกเขตเนี่ยมันตรงกัน ได้บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปครบตามจำนวน ที่มีการลงทะเบียนไว้ ส่วนมันตรงจริงหรือไม่ไม่มีทางทราบได้เลย เพราะทุกเขตมันเหมือนกันหมดนะครับ

แล้วในคราวนี้คราวที่แล้วเนี่ยปัญหาใหญ่เนี่ยนอกจากลายมืออ่านไม่ออกแล้วเนี่ย เขาใช้รหัสเขตเี่นะครับ เป็นเลข 5 หน่วย คนเจ้าหน้าที่ กกต. ก็สับสนว่าเป็นรหัสไปรษณีย์ จำได้มั้ฮะ คราวนี้เขาแก้ปัญหาไงครับ ทำเหลือ 4 หน่วย เพื่อไม่ให้ตรงกับรหัสไปรษณีย์ อันนี้ก็ต้องขอบคุณข้อมูลจาก เอ่อไอlawอนะครับ ที่ที่ทำให้เห็น อันนี้คือจังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ เขามีสิทธิ์ที่เขต 5 แต่จ่าหน้าไปเขต 4 ครับ ก็ใบนี้ก็ไปนับเอ่อที่เขต 4 ทั้งที่ตัวอยู่เขต 5 นะครับ หรือนี้นะครับ เอ่อชุมพร ชุมพรมีแค่ 3 เขตครับ เอ้ขอโทษที นครสวรรค์นะครับ อยู่เขต 6 แต่จ่าหน้าให้เขาเป็นเขต 5 >> มันก็ไปนับที่ >> เขต 5 สิครับ หนักกว่านั้นครับ >> ชุมพรฮะ ชุมพรมีแค่ 3 เขตครับ จ่าหน้าไปเขต 4 มันไปไหนเนี่ย ไอ้ใบเนี้ยไปไหนครับ ซึ่ง กกต. ไม่เคยตอบคำถามนี้แล้วเรื่องนี้ก็เงียบไปเฉยๆ >> นี่คือปัญหาไงครับ ผมผมถามว่าทำไมบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตท่านไม่ใส่ชื่อผู้สมัครชื่อพรรค ถ้าใส่ไปปัญหาก็จบ มันไม่มีทางผิด เพราะว่ามันมีชื่อเขตอยู่ หรืออย่างน้อยมี สมัครผู้พรรคชื่อพรรคอยู่นะครับ นะครับ หรืออันนี้นะครับ ที่ยโสธรนะครับ มีแค่ 3 เขต จ่าหน้าเป็นเขต 5 ครับ >> ก้นมีแค่ 3 เขตอ่ะ มันไปไหนอ่ะ นะครับ กาฬสินธุ์นะครับมี 6 เขตนะครับ ตัวหนังสือในเขตส่งไปเขต 4 นะครับ แต่ว่าจ่าหน้าเนี่ยส่งไปเขตไม่ส่งไปเขตไหนนะครับ 1157 ไม่รู้ที่ไหน 1157 เพราะถาดเขต 4 คือ 4604 อย่างงี้ครับ เออ หรืออันนี้นะครับ เอ่อกรุงเทพมหานครนะครับ ตัวเค้านี่อยู่เขต 7 นะครับ ดูหน้าสิครับ ในเลข 4 ช่องเขียนว่า 120 ไม่รู้ไปไหนนะ เพราะเขต 7 มันคือ 107 คือมันมีอย่างเงี้ยเกิดขึ้นเยอะแยะไปหมด แล้วมันก็จบลงไปดื้อๆ โดยที่เราไม่รู้เลยว่า กกต. เขาแก้ปัญหายังไง

>> เพราะในเมื่อตัวบัตรแบบแบ่งเขตมันเหมือนกันหมด มันก็เกิดการส่งไปให้ตรงกันว่าแต่ละเขตมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้เท่าไหร่ คำถามคือถ้าทำอย่างนั้นได้เนี่ย จะเกิดการทำถึงขนาดที่ว่าสามารถบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าประมาณ 2 ล้านใบ ได้ตามที่ต้องการจะทำหรือไม่ นี่คือร้ายแรงสุด ซึ่งผมไม่ได้บอก กกต. ทำนะครับ แต่ชวนสงสัยว่าบัตรเลือกตั้งที่เราพูดแล้วพูดอีกว่าขอให้ใส่ชื่อผู้สมัครชื่อพรรคลงไปเนี่ย ไม่ยอมใส่เนี่ย เป็นเพราะเหตุ >> อะไร เหตุนี้หรือไม่ ผมเรียนว่าต้องมีคำว่า หรือไม่เอาไว้นะครับ เอ่อเพราะว่าเรายังไม่มีหลักฐานว่าทำจริง แต่ว่ามันทำได้อ่ะ >> แล้วก็เชื่อว่า >> ทำด้วย >> หรือเปล่า ใช่มั้ยเออ เพราะว่าวันนี้ก็มีอังยี้อยู่แล้ว 2 ท่านนะครับ ผมกำลังจะกลายเป็นคนที่ 7 หรือเปล่านะฮะ 6 คน ทีนี้ไอ้นี่ผมสรุปนะฮะ สรุปเป็นประเด็นไปนะฮะ ทีนี้ไอ้การทำงานที่ไม่โปร่งใสของ กปน. ทั่วประเทศเนี่ยนะครับ เราไม่พบ กกต. เอาจริงเอาจังนะครับในการดำเนินการนะครับ เรื่องแบบนี้นะครับ จะการมุดการนับคะแนนนะครับ เรื่องของการช่องนึงมันต้องมีแค่ 5 คะแนน น่ะนี่ยัดเข้าไปนะช่องนึงสัก 10 กว่าคะแนนได้นะครับ หรือตอนรวมคะแนนก็รวมผิดนะครับ เอ่อ หรือว่าเอ่อ >> วงกลมคือพอคะแนนที่ 6 ก็วงกลม >> แต่นับทั้งหมดเป็น 5 อย่างเงี้ยนะฮะ >> หรือสิ่งที่สำคัญมากนะครับ ตามอันนี้ผิดเลยนะครับ ตามเอ่อ พรป. เลือกตั้ง สส. การนับคะแนนต้องเป็นไปโดยเปิดเผย เปิดเผยคืออะไรครับ ประชาชนต้องต่อหน้าประชาชนนะครับ แต่ว่าในทางปฏิบัติคือ เขา ยังไม่ให้ เม่ให้เข้าไป ตัวกระดานตัวหีบอยู่ข้างใน ห่างประมาณสักต้องมี 10 เมตรอ่ะ มันก็มองไม่เห็น พอจะถ่ายกล้องเจ้าหน้าที่หลายหน่วยก็ไม่ให้ถ่ายนะครับ แต่ว่าหลายที่เขาก็ดีนะครับ หลายที่เขาก็เลื่อนมาข้างหน้า นะครับให้คนเห็นนะครับ แต่หลายที่ก็เงี้ย ห้ามถ่าย ห้ามถ่าย ห้ามถ่ายนะครับ แล้วพอนี่คือตอนนับ ซึ่งมีบัตรเสียเยอะมากในขั้นตอนนี้ แล้วกาผิดกาไม่ถูกโดยจงใจหรือไม่นะ ชวนสงสัย แต่ตอนรวมคะแนนก็รวมผิดอีกเยอะมากนะครับ 230 รวมเป็น 130 นะครับ >> 2011 เขียนแค่ 101 1 179 เขียนแค่ 279 เขียนแค่ 179 ทำหายไป 100 นอย่างเงี้ย มันเกิดขึ้นทั่วไปหมดนะครับ ถ้าหาก กกต. ใช้หลักความโปร่งใส ประชาชนมีส่วนร่วม เรื่องแบบนี้จะไม่เกิด ที่ประชาชนไม่ใช่หลักความโปร่งใสไม่ยอมให้ประชาชนมีส่วนร่วม กปน. ก็ไม่ใช่ กปน. ภาคประชาชน เป็น กปน. ที่กระทรวงมหาดไทยเขาช่วยอำนวยความสะดวกให้ กกต. เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะว่าอะไร นี่คือเราก็สงสัยหนักเข้าไปอีก เพราะถ้าหากมีกล้องมีประชาชน เรื่องแบบนี้จะเกิดมั้ย >> ไม่เกิด >> ไม่เกิดน้อยมาก >> เราไม่สนใจนะครับ ผลเลือกตั้งจะเป็นยังไงนะครับ >> เพราะนั่นคือเรื่องของประชาชนเขาตัดสินใจกันเอง >> ผลรวมมันเป็นยังไงก็เป็นอย่างงั้นแหละ รัฐบาลเรามาจากตรงนั้น แต่ว่าเนี่ยผมกลับไปสู่จุดเริ่มต้นนะครับ สุจริตเที่ยงธรรม >> อ >> แล้วคะแนนทุกคะแนนถูกนับอย่างเท่าเทียม หรือไม่เนี่ยเราสงสัยมาก ซึ่ง กกต. ไม่ควรนะครับ ให้ประชาชนต้องมาตั้งคำถามหรือสงสัยอะไรแบบนี้นะครับ แล้วก็มาถึงเรื่องของบาร์โค้ด Q โค้ดนะครับ ซึ่งเราได้ฟังกันมาเยอะแล้วก็พิสูจน์แล้วนะครับว่าเรื่องเนี้ย มันกระทบกับหลักเลือกตั้งโดยอย่างแน่นอน แล้วก็เป็นเรื่องที่อยู่ในการวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญต้องติดตามคนต่อไป กระทบหลักโดยลับแน่นอนนะครับ ถามว่าศาลจะตัดสินโมฆะหรือไม่ ให้เราฟังกันต่อไปนะครับ เอ่อคำถามที่ กกต. ไม่เคยตอบ คือ กกต. อธิบายแค่ว่าป้องกันการการปลอม ป้องกันการทุจริต แต่ กกต. เราไม่เคยตอบนะครับว่าใน TOR มันไม่มีสัญญาการจ้าง เงื่อนไขการทำสัญญาจ้างเหมานะครับ การจ้างเหมาทำบัตรนะครับ เอ่อก็เป็นสัญญาแบบเฉพาะเจาะจงไม่ได้แข่งขันนะครับ เอ่อแบบแบ่งเขตเนี่ยราคาใบนึง 1. สตางค์นะครับ แบบบัญชีรายชื่อใบนึง 1.45 45 สตางค์ ถ้าไม่มีบาร์โค้ดหรือ QR โค้ดแบบ running number คือรันตัวเลขเนี่ย ราคามันน่าจะถูกกว่านี้ นะครับ ถูกกว่าเนี้ยไม่น่าจดหรอกถูกกว่านี้แหละ เพราะการมีบาร์โค้ดแบบ running number เนี่ยมันเริ่ม inet อีกตัวนึง run number ไปทั้ง 56 ล้าน 100,000 ใบไม่เหมือนกันเลยนะครับ ทีนี้ถ้าเกิดไม่มีแล้วมันมีมาได้ยังไง แล้วงบประมาณถ้าเกิดมันเท่ากับไม่มีเนี่ย บริษัทเขาก็ใส่ให้ไม่ได้หรอก คำถามคือกรรมการตั้งราคากลางท่านตั้งทำไม ตั้งเหมือนกับเผื่อไว้หรือไม่ >> แล้วตอนคัดเลือกเนี่ยถามว่าไม่มีคัดเลือก เพราะเจาะจง คำถามคือบาร์โค้ด Q โค้ดเนี่ยมาตอนไหน >> คณะกรรมการตรวจรับเนี่ยตอบได้มั้ย >> ทั้งคัดเลือกกับตรวจรับตอบได้มั้ยว่ามัน ใครคือคนที่ให้ใส่เข้าไปไม่มีคำตอบ ผมเข้า เข้าใจว่าเอ่อเผลอๆท่านรองเลขาธิการคนแรก ที่มาพูดเนี่ยท่านก็ไม่รู้ด้วยว่ามัน รันing number เพราะมันรันตัวเลข เพราะท่านตอบดูแล้วหน้าตาท่านเหมือนกับไม่รู้ จริงๆว่ามันว่ามันเป็นมีอะไรแบบนี้นะครับ ถึงได้ตอบว่ามันป้องกันการทุจริต ทีนี้พอถึงตอนที่เราพิสูจน์ว่าพอสแกนบาร์โค้ด ปุ๊บรู้ต้นขั้ว กกต. ตอบว่าอะไรครับ ตัวบัตรตัวต้นขั้ว >> อยู่คนละที่ รายชื่อผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งคือลำดับเนี่ยก็ อยู่คนละที่กันหมด ดังนั้นต่อให้สแกนดูรู้ได้ว่าบัตรอะไรก็ไม่รู้ใครเลือกใคร >> แต่เมื่อกี้แต่ผมได้เล่าให้ฟังไปแล้ว อาจารย์สมชัยกับ ดร. บิ พิสูจน์แล้ว ขอเพียงรู้ลำดับในการเข้าไปใช้สิทธิ์ก็รู้ได้ แล้ว >> ไม่ต้องมีต้นขั้ว ไม่ได้มีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ด้วยซ้ำไปนะ ครับ ทีนี้ที่บอกว่าหีบปัดเลือกตั้งผนึกอย่างดี ไม่มีใครเปิดได้นะครับ ผมก็พอดีมีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนะครับ 2 หน่วยเนี่ย เขาหลังไมค์มาบอกผม อาจารย์ปิญญาครับ เปิดกันได้ครับ >> ด้วยการใช้ไขควงเล็กๆเนี่ย แทกส่วนเข้าไปก็เปิดไอ้ไอ้ได้เลย สายรัฐ ไลเซ็น กกต. ประจำหน่วยเลือกตั้ง 5 ท่านเนี่ยไม่มีความหมายนะครับ เพราะสามารถเปิดได้แล้วก็รัดใหม่ ครับ อันนี้ก็ทำสาธิตในทางรายการทีวีไปแล้วนะครับ แล้วก็ ที่บอกว่าอยู่คนละที่เนี่ยท่านทราบมั้ ครับว่าระเบียบ กกต. เนี่ยเขาให้มาเก็บไว้ที่เดียวกัน นะครับ คือที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต กำหนด ซึ่งคณะกรรมการการตั้งประจำเขต คือใครได้ฟังนะครับ คุณสรวลีได้วิเคราะห์ให้เราฟังไปแล้วนะครับ แล้วทีนี้คำถามคือ ที่ชลบุรีเขต 1 เนี่ยนะครับ ถ้าหากมีการปิดผนึกจัดเก็บอย่างดีเนี่ย มันมันมีสภาพแบบนี้ได้ไง มันเป็นแบบเปิดอย่างนี้ได้ไง ทีนี้มันมีระเบียบนะครับเรื่องของการยุบรวมหีบ กกต. มีระเบียบครับว่าให้ยุบรวมหีบ บัตรเลือกตั้งได้ คำถามคือ ไอ้การยุบรวมหีบเนี่ย มันต้องไม่มีข้อสงสัยแล้วถึงจะเปิดได้ถูกมั้ย เมื่อนับคะแนนเสร็จมันต้องผนึก ความจริงความจริงคือประชาชนใช้สิทธิ์อย่างไร อยู่ในหีบแล้วไม่มีใครเปิดได้เลย ยกเว้นคำสั่งศาลหรือ กกต. สั่งให้นับใหม่ แต่ กกต. กับเอาระเบียบว่าเย็นวันนั้นเนี่ยนะครับ เมื่อส่งไปที่โกดังหรือที่ใดก็แล้วแต่ของกรรมการเขตกำหนดเนี่ย เขาสามารถยึด 3 หีบ 4 หีบ 5 หีบให้เหลือหีบเดียวได้เพื่อประหยัดที่ คำถามคือ ไอ้ตอนขนย้ายเนี่ยไม่มีหลักความโปร่งใสใดๆ จะมีหลักประกันไงครับว่าจะไม่มีหน่วยใดหรือเขตใดเกิดการเปลี่ยนไอ้ของที่อยู่ในหีบไม่มีหลักประกันใดๆเลยครับ ที่ท่านบอกว่าไม่มีใครสแกนดูได้ก็เปิดแล้วเนี่ย ตอนเย็นวันนั้นเลยอ่ะเปิดออกมาเพื่อยุบรวมอ่ะ อันนี้คือปัญหานะครับที่ กกต. ไม่มีมาตรการป้องกันนะครับว่าถ้าหากมีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยใด หรือเขตใดถ้าจะทุจริตขึ้นมาก กกต. จะป้องกันยังไง ไม่มีทางป้องกันครับ เพราะระเบียบ กกต. เปิดให้ทุจริตได้ครับ นี่คือปัญหา ทีนี้มาถึงเรื่องประเด็นผิดปกติของคะแนน 94% กับ เอ่อ 100% นะครับ ผมเรียนว่า เอ่อในการวิเคราะห์ผลคะแนน 94% เนี่ยนะ ครับคุณกยากรวิเคราะห์ให้ชัดเจนแล้วนี้ ผมจะเปรียบเทียบเลยว่าตอน 94.33 33 กับ 100% เนี่ยมันมีข้อสังเกตผิดสังเกตผิดปกติยังไงนะ เพื่อเสริมนะครับผมอธิบายท่านเพิ่มเติมงี้ก่อนนะครับ เอ่อถามว่าไอ้ 94% เนี่ยจริงๆมันคือ 94.33% 33% นะครับ ที่เป็นคะแนนที่อยู่ในเว็บไซต์จนถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์เป็นเวลา 10 วันเต็ม ที่มีข้อผิดพลาดมากมายแล้วก็เขาก็ตอบคำเดียวว่าไม่เป็นทางการห้ามอ้างอิง นะฮะ มันคือจำนวนหน่วยเลือกตั้งจากทั้งหมด 1131 หน่วยนะครับ ไอ้รูปภาคทางขวามือนะครับอันข้างล่างนะครับคือหน่วยเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กับนอกเขตนะมีทั้งหมด 1131 หน่วยนะครับ เอามานับเนี่ยเป็น 94.33% 33% คือ 95,583 หน่วยก็แปลว่าเอามาหักลบกันนะครับก็มีอีก 5,784 หน่วยที่ยังไม่เอามารวม นึกออกมั้ครับนี่ตัวเลขเป็นอย่างงั้นนะครับ ถ้าจะมีผิดว่าผิดก็คือไอ้ 50,000 ไอ้ 95,000 กว่าหน่วยเนี่ยมันอาจจะกรอกผิดอะไรก็แล้วแต่จะมี การทำอะไรกับตัวเลขก็อยู่ใน 5 95,000 เนี้ย แต่ที่ยังไม่นับเข้ามานะครับอีก 5.67% 6-7% ก็คืออีก 5,784 หน่วยถูกมั้ครับ ทีนี้ตอนนับรวมกันแล้วเนี่ย ผลเป็นยังไงระหว่างทางมีข้อสงสัยมากมาย แต่รวมแล้วเกิดอะไรขึ้นครับ ปรากฏว่าตัวคะแนนผู้ใช้สิทธิ์นะครับก็เพิ่มเป็น 71 จ4 2% จากเมื่อกี้ 65.03 นะครับ นับ 94% 65.03 03 พอนับครบ 100% ขึ้นไปเป็น 71 ทีนี้ข้อที่ผิดสังเกตที่สุดแล้วผมคิดว่านี่คือถึงขนาด เอ่อเป็นปัญหาในทางกฎหมายแล้วนะครับท่านฟังนะครับ ตอนแรกนะตอนประกาศเอ่อตอนแรกเนี่ยนะครับมี ผู้ใช้สิทธิ์เนี่ย 34 ล้านคนนะครับ พอประกาศครบ 100 นะครับผู้สิทธิ์เนี่ยเพิ่มขึ้นมา 3,17 75,000 คน ทีนี้ถ้าหากเอา 3 ล้าน 175,000 คนเนี่ยแล้วหน่วยเลือกตั้งที่ยังไม่นับคือ 5,784 หน่วย เอามาหารก็แปลว่าค่าเฉลี่ยเนี่ยผลลัพธ์ก็คือว่าในหน่วยเลือกตั้ง 5,74 หน่วยเนี่ยมีคนไปใช้สิทธิ์ 549 คนต่อหน่วยซึ่งถือว่าสูง เพราะหน่วยหนึๆเนี่ยนะครับถ้าคนเลือกตั้งแค่ 71% เนี่ยหน่วยนึงก็ประมาณ 300 เท่านั้น นี่ถือว่าสูงมาก ทีนี้สูงมากเนี่ยมาดูทางแบบแบ่งเขตบ้าง สีชมพูนะครับเป็นแบบบัญชีแบบแบ่งเขต นะครับ จากเดิมเนี่ยนะครับมีความต่าง 66,000 6,939 ใบบัตรสีภูกับบัตรเขียว พอนับครบ 100 เนี่ยความต่างเหลือแค่ 3 ใบของคนเยงจาก 66,000 เหลือแค่ 3 นะครับ ตัวเลขตอนนับคะแนน เอ่อ 94 จ.33% ขออภัยนะครับตัวเลขสีชมพูขบวน 65.44 ผมผมพิมพ์ผิดนะฮะ นับคะแนน 64 โทษอีกที 94.33% 33% เนี่ยนะครับมีผู้ใช้สิทธิ์ 34 ล้าน 500,000 คน ประกาศครบ 100% ก็เพิ่มขึ้นอีก 3242,139 คน ถ้าเอา 3 ล้านหารด้วยหน่วยที่ยังไม่มานับคือ 5,784 เนี่ยเท่ากับใช้สิทธิ์เนี่ย 561 คนต่อ 1 หน่วย ทีนี้ท่านทราบไหครับว่าผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งหน่วยนึงมีค่าเฉลี่ยกี่คน >> 532 คนเท่านั้นครับ คือค่าเฉลี่ยของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเนี่ย เอา 1 แสเอาเอาเฉพาะหน่วยในประเทศนะ ตัดนอกราชย์ตัดล่วงหน้าทิ้งไป 99,000 กว่าหน่วยเนี่ย เอาตัวเลขเอ่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 52 ล้าน 900,000 คนนะครับ เอาจำนวนหน่วย 99,000 มาหารเนี่ยค่าเฉลี่ยคือหน่วยนึงมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 532 คน นี่ผู้มีสิทธิ์สิทธิ์นะ แต่ 5,700 หน่วยนี้ประหลาดมากมีการใช้สิทธิ์เกินจำนวนผู้มีสิทธิ์ เป็นไปได้ยังไง >> มันคือตอนที่ผมเห็นตัวเลขครั้งแรกว่า 65% ตอน 94 นับ 94% แล้วคนที่ 10 สิทธิ์ 95 เนี่ยผมก็คำนวณแล้วว่าถ้าเกิดครบ 100% เนี่ยตัวเลขจะไปที่ 69% เท่า 69 กว่าๆใกล้ๆ 7 อาจจะใกล้ๆ 70 ไม่มีทางขึ้นมา 71 ได้ครับ คือว่าง่ายๆคือในหน่วย 5,700 หน่วยมีความประหลาดคือมีการไปเลือกตั้งมากกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง อันนี้มันคืออะไรนะครับ กกต. ก็จะตอบว่าอะไรรู้มั้ครับ อย่าไปเอาไอ้ตอนเว็บไซต์อันนั้นน่ะผิดอ้างอิงไม่ได้ ตอบแค่เนี้ยนะครับ แต่ว่ามันอยู่ในเว็บไซต์มา 10 วันนะครับ ผมก็เห็นด้วยกับอาจารย์สมชัยนะครับ มันอยู่มาทั้ง 10 วันเนี่ยยังไงจะบอกไม่เอามาอ้างอิงไม่ได้ไม่ได้ครับ ทีนี้เรื่องบัตรเขย่งนะครับ พูดกันเยอะแล้ว ผมสรุปแค่ว่าบัตรเขย่งเนี่ยความเขย่งที่มันหายไปเนี่ย ผมเล่าให้ฟังงี้นะครับ เอ่อมันมีแค่เพียง 9 หน่วยเท่านั้นนะครับที่ บัตรสีชมพูกับบัตรสีเขียวเนี่ยใช้สิทธิ์เท่ากัน ที่เหลือเนี่ยมันมีทั้งแบ่งเขตมากกว่ามีทั้งบัญชีมากกว่าแล้วรวมความต่างนะ ครับมันถึงมีมากถึง 324,000 ใบ แต่ถ้าเกิดเอาความต่างของผู้ใช้สิทธิ์แบ่งเขตมากกว่าบัญชีนะครับ กับผู้ใช้สิทธิ์แบบบัญชีมากกว่าเขตเป็น 300,000 กว่าใบ แทนที่จะบวกกันมาลบกันสุทธิเลยลบกันเนี่ยมันก็เขย่งอยู่ 66,000 6 นะครับ ทีนี้การที่พอนับครบ 100% นะครับ ความเข้า 66,000 เนี่ยมันเหลือแค่ 3 ใบ ก็แปลว่าไอ้ 5,784 หน่วยที่มานับเพิ่มเนี่ยมีคนเลือกแบบบัญชีโดยชื่อโดยไม่เลือก สส. เขตมากถึง 66,942 คน ถ้าท่านลองคิดดูนะครับมีคน 66,000 942 คนครับที่กากบาทบัตรสีอย่างเดียวไม่กาบัตรสีเขียวเฉพาะในไอ้ 5,700 หน่วยเนี่ย คืออันนี้ก็ไม่มีคำอธิบาย นอกจากบอกเหมือนเดิมฮะว่าไอ้ไอ้ข้อมูลตอนเว็บไซต์อย่าไปอย่าไปอ้างอิง นะครับ เอาล่ะแล้วนอกจากนี้นะครับอ่ะไม่ อ้างอิงก็ได้เอาดูเฉพาะไอ้ที่ประกาศวันที่ 18 โทษทีประกาศอันนี้มัน 26 นะครับ เพราะว่าประกาศผลรับรอง สส. เขตมัน 25 ผมจำได้แม่นเพราะอยู่กับอาจารย์สมชัยกับ ดร. ศิลปินที่โรงแรมวtลนะครับ เย็นวันนั้นเขา ก็ประกาศพร้อมกับแจ้งข้อหา 2 ท่านนี้นะครับว่าเป็นอั้งี่นะฮะ >> เอ่อ >> เอาที่เขาประกาศมาปรากฏว่ามันก็มีบัตรเลือกตั้งหายไปนะครับ แบบสีชมพูนะครับ เอ่อมีบัตรหายไป 123 ใบ คือน้อยกว่าคนไปใช้สิทธิ์อ่ะมันหายไปได้ไงไม่บัตรเสียออกเสียง แล้วมันหายไป ส่วนในแบบสีเขียวนะครับ บัตรก็หายไป 30 ใบ นะครับ คือน้อยกว่าจำนวนคนที่ใช้ 10 ตรง บัตรเสียก็ไม่อยู่ บัตรดีก็ไม่มีแล้วมัน มันเต็มไปด้วยข้อข้อสงสัยซึ่งอันเนี้ย กกต. เราก็ไม่ยอมชี้แจงใดๆนะครับแล้ว >> สรุปแล้วชัวร์ >> ข้อสำคัญข้อสำคัญนะครับคือรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเนี่ย เรามาพูดในเชิงระบบนะครับ ซึ่งข้อนี้ก็ต้องพิจารณาปรับปรุงหรือยกเลิกเปลี่ยนแปลงนะครับ รัฐธรรมนูญให้เวลากกต. 60 วันในการตรวจสอบว่าการเลือกตั้งเนี่ยเป็นไปโดยสุจริตไม่เที่ยงธรรมหรือไม่นะครับ ถ้าตรวจสอบในเบื้องต้นมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมก็ให้ประกาศรับรอง สส. คือปี 2566 เนี่ยใช้เวลา 37 วันถึงประกาศ จากที่ให้ 60 วัน คราวนี้ให้ 60 วันมีข้อสงสัยมากมายหลายเท่าเมื่อเทียบกับปี 66 ความจริงต้องใช้เวลามากกว่า 37 วันถูกมั้ย >> แต่กลับใช้น้อยกว่า 20 วัน >> คล้ายกับว่ายิ่งปัญหามากยิ่งต้องประกาศเลย >> ใช่รีบ >> ทีนี้ทำไมต้องประกาศครับก็เพราะระบบของเราเป็นแบบนี้นะครับ พูดให้กระชับขึ้น เพราะพอประกาศรับรองแล้วเนี่ย อำนาจในการสั่งเลือกตั้งใหม่จะไปอยู่ที่ศาลฎีกาทันที >> แล้วมีเฉพาะ กกต. เท่านั้น >> ที่จะยื่นคำร้องให้ศาลฎีกาได้ >> ถ้า กกต. ไม่ส่งเรื่องก็ไม่มีวันถึงศาลฎีกาเลย ปิดจบก็จะเหมือนกับเรื่องของ สว. ฮะ >> ใช่ >> แบบเดียวกัน อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ พรป. ที่ต้องแก้ไขนะครับ คือหลักนี้นะครับ หลักเนี่ยผมเรียนว่า เอ่ออันนี้ผมไปเร็วๆนะครับ คือในทั้ง สส. กับ สว. เนี่ย หลักเดียวกันหมดนะครับ คือหลังประกาศผลแล้วเนี่ยมีเฉพาะแต่ กกต. เท่านั้นที่จะส่งคำร้องได้ เรื่องนี้ต้องแก้ตรงไหนครับ ต้องทำแบบเดียวกับหลักกฎหมายอาญา ถ้าตำรวจไม่ดำเนินคดีอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้เสียหายไปฟ้องตรงที่ศาลได้ >> ใช่ครับ เราไม่มีหลักนี้ฮะ ต้องผ่าน กกต. เท่านั้น แล้วปัญหาคือถ้า กกต. ผิดเองล่ะ ถ้า กกต. ผิดเองใหญ่มากเลย >> แล้วใครจะส่งไปล่ะ ถ้าเกิดความผิดมันเกิดจาก กกต. เอง >> นี่คือปัญหา นะครับเนี่ยคือต้องแก้ไขนะครับ แล้วผมคิดว่า เอ่อลำพังเพียงให้แก้กฎหมายเนี่ยผมคิด ว่าไม่ไม่พออ่ะ เพราะแก้ก็ไม่ง่ายใช่ใช่ แก้ก็ยาก >> นะครับก็ต้องทำนั่นแหละครับ เอ่อแต่ว่าถ้าเขตไหนมีหลักฐานว่าเชื่อได้ว่าไม่สิไม่เที่ยงธรรม ประมวลผลทุกอย่างเข้ามาเนี่ย ก็ก็ตอเราต้องส่งศาลฎีกาครับ >> ไม่ส่งไม่ได้ แต่ผมเรียนมันก็เหมือนกับเรื่องฮ้วสว >> มีโพยมีอะไรก็ก็ยังไม่ส่งนะครับ ก็ตั้งอนุขึ้นมา 2 ชุดสุดท้ายก็บัดนี้ก็ยังไม่ไม่ ได้ส่งนะครับผม แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้เราต้องเราต้องจริงจังนะครับว่าถ้าหลักฐานมีจริง กกต. ต้องส่งครับไม่ส่งไม่ได้ แล้วในหมวดเมื่อไหร่คะเอ่ออันนี้เอ่อนี่เวทีวิชาการนะครับ อ่ะทีนี้ผมมาถึงเรื่องบัตรเลือกตั้งนะ ครับที่เขาบอกว่าเอ่อคือบัตรเลือกตั้งกับหีบบัตรเนี่ยให้เป็นไปตามที่ กกต. กำหนดนะ ครับผมเรียนว่านี่เป็นเรื่องต้องแก้ไข เพราะกฎหมายเลือกตั้งเราให้อำนาจ กกต. มากเกินไปนะครับ โดยในเรื่องของไอ้รหัสหรือเครื่องหมายเนี่ยมันอยู่ในระเบียบ กกต. นะครับ เอ่อข้อ 129 นะครับวรรค 2 นะครับก็บอกว่าเอ่อคณะคือ กกต. เราอาจให้มีรหัสหรือเครื่องหมายนะ ครับเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร เขาอ้างตรงเนี้ยว่ามี QR Code บารCคดเพื่อตรงนี้นะครับ แต่ว่าเรื่องนี้ก็พูดกันหมดแล้วว่าบาร์โค้ด QR CE ที่มีอยู่มันไม่ได้ป้องกันการปลอมแปลง ป้องกัน >> ไม่ได้ป้องกันเลย มันทำให้รู้ได้ต่างหากว่าใครเอ่อใครเลือกใคร มันไม่ได้ป้องกันการปลอมนะครับ อันนี้ก็เป็นข้อที่เอ่อเป็นปัญหาที่ กกต. เองเนี่ยมีบาร์โค้ดโดยไม่ชอบด้วยระเบียบของตัวเอง เพราะระเบียบมีเครื่องหมายได้เพียงเพื่อป้องกันการปลอมแปลงนะครับ แล้วบัตรนะครับดังที่เรียนไปนะ ครับเอ่อผมคิดว่าบัตรที่มีแต่หมายเลขมีความเสี่ยงต่อการทุจริตเป็นอย่างยิ่งนะครับ ทำไม กกต. ไม่ยอมให้มีชื่อผู้สมัครชื่อพรรค แม้กระทั่ง 400 เขตก็ไม่มีการเขียนว่าเขตใดเป็นเขตใด >> อันนี้คืออะไรครับ เราพูดกันมาหลายต่อหลายปีตั้งแต่เลือกตั้งปี 66 ก่อนหน้านั้นแล้ว กกต. ก็ยังไม่แก้ไขจนปัจจุบันนะครับ ทำให้ยิ่งชวนสงสัย ผมคิดว่าตรงเนี้ย เอ่อเราผลักดัน กกต. กกต. ก็บอกว่ากฎหมายไม่ ได้บังคับ เพราะกฎหมายให้มีแค่หมายเลข ผมว่าสงสัยเราต้องหาเราคงต้องบังคับ กกต. ด้วย >> ถ้า กกต. เไม่ยอมใส่เข้าไปนี่จะเป็นมาตรการที่ป้องกันเรื่องการใช้บัตรข้ามเขต >> แล้วก็เลือกปัญหาเรื่องล่วงหน้าได้จบเลย นะครับ ถ้ามีชื่อผู้สมัครชื่อพรรคลงไปนะ ครับเอ่อ เรื่องการยุบรวมผิบัติเลือกตั้งนะครับ ผมเรียนว่าไอ้ไอ้การยุบรวมเนี่ยนะครับ มันอยู่ในระเบียบ เอ่อ 183 นะครับว่าให้ยุบรวมเนี่ยให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่ กกต. แต่งประจำเขตแต่งตั้งดำเนิน การยุบรวมผีปัเลือกตั้ง คือพอส่งไปที่ทำการเขตโกดังหรือที่ไหนที่เขาเลือกเนี่ย เขาก็ยุบเลยอ้างว่าให้ลดพื้นที่ในการจัดเก็บ แต่เราไม่มีหลักประกันนะครับว่าตอนยุบรวมเนี่ยมันเกิดการเปลี่ยนไซส์ในหรือเปล่า >> แล้ว กกต. เขตเป็นใครครับ นั่นสิมันก็เลยกลายเป็นปัญหากันไปหมด อันเนี้ยผมว่าต้องไม่ยอม >> ถ้าปิดผนึกแล้วเนี่ยต้องไม่มีใครเปิดได้ >> ยกเว้นมีคำสั่งให้นับใหม่ไม่ใช่มาทำแบบนี้นะครับ อันนี้ต้องแก้นะครับ แล้วก็ผมว่าข้อนี้ก็เป็นปัญหานะครับว่า กกต. ท่านก็ไม่ปฏิบัติตามระเบียบตัวเองอีกข้อหนึ่งนะครับ คือระเบียบข้อ 214 นะครับ แล้วก็เขียนประหลาดนะครับ ระเบียบข้อนี้มันเหมือนกับมี 2 ข้อ อาจารย์สมชัยเห็นมั้ครับ ปกติวงเล็บเนี่ยมันจะ 1 2 3 รันตัวเลขไปไง มันมาขึ้นย่อหน้าใหม่แล้วรันตัวเลข 1 2 3 ใหม่อีกทีนึง ไอ้แบบนี้จริงๆต้องเขียนเป็น 2 ข้อนะ นักกฎหมายจะทราบดี อันนี้ก็พิลึกนะครับ แล้วเรียกไม่ถูกด้วย เรียกแล้วมันงงนะครับ แต่สรุปคือ งี้ครับ ท่านอ่านยาสุดท้ายนะครับ ภายใน 5 วันนะครับ ผออประจำจังหวัดต้องเผยแพร่ข้อมูลรายงานผลนับคะแนนในเว็บไซต์ของ กกต. ประจำจังหวัด 5 วันนับแต่วันเลือกตั้งขอโทษครับ นี่มัน 2 เดือนแล้วนะครับ อีก 1 วันครบ 2 เดือนเนี่ย ไอ้ที่เขาประกาศที่ว่าเป็นรายหน่วย ส.สส. 5/18 เนี่ยก็ยังไม่ครบทุกหน่วยนะครับ หลายที่ก็หลายเขตก็ยังไม่มีนะครับ แล้วไม่นัพูดถึงอ่ะว่าเว็บไซต์ กก. จังหวัดจะมีหรือเปล่า เว็บไซต์กลางคือ 5 วันต้องประกาศนี่ 2 เดือนแล้วยังไม่ครบนะครับ แล้วผมเรียนว่า มันมีความถ้าคำเบาสุดนะครับ มีความไม่เรียบร้อย ท่านได้เปรียบเทียบดูนะครับ แล้วมันยุ่งยากมากสำหรับประชาชนในการตรวจสอบ แพทเทิร์นปกติเนี่ยท่านคลิกไปที่จังหวัดมีกี่เขตก็มีเขต 3 เขตใช่มั้ย แต่ละเขตคลิกไปต่อไปจะเป็นอำเภอตำบล แล้วค่อยเป็นหน่วยใช่มั้ฮะ แล้วจะมีแยกแบบบัญชีแบบแบ่งเขตก็จะไล่ไป แล้วสุดท้ายท่านจะได้ลายมือออกมา ใบ 5/18 แบบเป็นลายมืออ่ะนะครับ แต่บางเขตท่านทราบมครับ เช่น ชลบุรีเขต 1 ท่านคลิก ชลบุรีเขต 1 ปั๊บเนี่ยโหใช้เวลาดาวน์โหลดนานมาก เพราะไฟล์มันทั้งก้อนเลย >> ทุกหน่วยเลือกตั้งในเขต 1 เนี่ยจะจับอยู่ ในไฟล์เดียวกัน จากที่อื่นเนี่ยจะแยกเป็นอำเภอแยกเป็นตำบลแยกเป็นหน่วย ชบเคสนึงแปลกมากทุกอย่างนะอยู่ในไฟล์เดียวกันเอามาต่อๆๆๆกันคือคำถามคือ ถ้าเกิดอันนี้เป็นทางการแล้วทำไม กกต. ไม่ทำให้มีแพทเทิร์นให้มัน แล้วเงินเดือนอาจารย์สมชัยก็บอกแล้วนะ ครับว่าเงินเดือนเนี่ยก็มากกว่าเดิมด้วยนะครับ เอาล่ะเอ่อในเรื่องของ กกต. ประจำเขตนะครับ เอ่อซึ่งมีเขตละ 3 คนนะครับ โดยมีประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการ 2 คน ที่เป็น 4 คนเพราะมี ผอ. เขตเป็นคนที่ 4 อย่างที่มายบอกนะครับก็มาจาก กกต. แต่งตั้ง อันนี้ก็ได้ฟังมายเขาพูดแล้วนะครับว่าส่วนใหญ่เนี่ยก็คือนายอำเภอกรรมการจำหน่วยส่วนใหญ่ก็มาจากอำเภอส่งชื่อให้ผมไม่ได้บอกว่านายอำเภอหรือกระทรวงมหาดไทยทุจริตการเลือกตั้งนะครับ แต่มันโยงใยไปทำให้เกิดข้อหาที่ทุจริตได้แล้วไม่รู้เกิดขึ้นที่ไหนบ้าง หรือต่อให้ไม่เกิดการทุจริตก็ถูกข้อหาอยู่ดีนะครับว่า เอ่อเกิดการโยกย้ายต่างๆ แล้วกลายเป็นประธาน กกต. อันเนี้ยมันเป็นเรื่องที่มันไม่ควรจะเกิด แล้วผมเรียนว่าถ้าหากเป็นกระทรวงมหาดไทยจัดเรื่องแบบนี้ไม่เกิด ถ้าเป็นมหาดไทยจัดอย่างตรงๆไปเลยเนี่ยไม่เกิด ถ้ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนักขนาดนี้ มหาดไทยก็ต้องปรับต้องแก้อะไรพอสมควรแล้ว แต่ กกต. คือองค์กรอิสระไงครับไม่ตอบก็ได้ ว่าง่ายๆคือเป็นการจัดการเลือกตั้งโดยมหาดไทยที่เอาความเป็นองค์กรอิสระที่ตรวจสอบไม่ได้มาครอบเอาไว้ ปัญหาเนี่ยผมเรียนอาจารย์สมชัยว่าหนักกว่า 30 ปีก่อนนะครับ 30 ปีก่อนคือเลือกตั้งปี 2539 ก่อนจะมี กกต. 30 ปีพอดีเลยตอนนี้หนักกว่าครับ อาจารย์มี กกต. เพราะมีความองค์กรอิสระมาครอบเอาไว้ แล้วก็ตรวจสอบอะไรก็ไม่ได้จะขอดูอะไรก่อน >> เจอแต่ PDF >> นะครับแล้วยากมากในการจะตรวจเช็คอะไรต่างๆ นี่มันเป็นเรื่องที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นมานะครับ แล้วก็ตัวละครลับนอกจากประธาน กกต. เขตแล้วเนี่ยคือผู้ตรวจการเลือกตั้งครับ ที่เมื่อกี้คุณ 2 ได้พูดไปในตอนต้น ผู้ตรวจการเลือกตั้งมีขึ้นมาเพื่อตรวจการเลือกตั้งในปี 62 กับปี 66 เนี่ยเรายังได้ยินบ้าง ปี 69 เราไม่ได้ยินข่าวผู้ตรวจการเลือกตั้งเลยนะครับ จังหวัดนึงมี 5 คนถึง 8 คนทั้งหมดมี 500 คน >> ไม่ได้ยินข่าวเลยครับเป็นใครนะครับ คือนี้เรื่องของเรื่องคือเมื่อเราเป็นปัญหาว่าเอ๊ะ กกต. จัดการเลือกตั้งเนี่ยสุจริตและเที่ยงธรรมมั้ย ผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นคนที่ กกต. เลือก แล้วจ่ายเงินเขาจึงย่อมไม่ตรวจ เอ่อในทางที่จะเป็นปัญหา >> ใช่มั้ยครับ >> ไม่รู้สิครับผมคิดว่าสิ่งที่ควรจะเป็นเนี่ยในเรื่องนี้เนี่ยผมเห็นด้วยกับมันก็เป็นข้อสรุปนะครับ ตรงกันหมดว่าเรากลับมามี กกต. จังหวัดใหม่ดีกว่าที่เป็นภาคประชาชน ไม่ใช่ไม่ใช่ข้าราชการมหาดไทยสมัยก่อนจะ ต้องเป็นเกษียณแล้วเป็นปาดของประชาชนเป็นผู้นำท้องถิ่นแต่จังหวัดอาสามาเป็น กกต. แล้วมาคุม กกต. จังหวัดอีกทีนึง >> นะครับเขาเนี่ยเลิกไปนะครับแล้วก็ตั้งผู้ตรวจการขึ้นมาแทน สิ่งที่ควรจะเป็นคือเลิกผู้ตรวจการนะครับ แล้วกลับไปหากกต. จังหวัดที่เป็นภาคประชาชนอีกครั้งหนึ่งนะครับ นี่คือสิ่งที่เอ่อเราจะทำนะครับ ทีนี้สุดท้ายนะครับเรื่องการเลือกตั้ง เรื่องโมฆะหรือไม่เนี่ยอยู่ในมือสารนะ ครับเอ่อที่จะพิจารณา แต่ว่าเรื่องเนี้ยนะ ครับมันไม่ได้มีแค่ศาล เอ่อรัฐธรรมนูญเท่านั้น นะครับในประเด็นเรื่องรามนูญจะตัดสินโมฆะ หรือไม่ยังไงก็เป็นประเด็นที่จะพูดกันต่อ แต่ทั้งหมดที่ผมพูดไปในข้อใดที่มันผิดระเบียบ ผิดไม่ตรงต่อกฎหมายไม่ตรง พรป. หรือขัดรัฐธรรมนูญ มันมีประเด็นไปถึงศาลที่มากกว่าแค่ขัดกับหลักเลือกตั้งโดยแล้วเรื่องนี้ก็ควรจะไปถึงผู้มีอำนาจหน้าที่จะเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินหรือศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลใดที่อีก ผมคิดว่าต้องทำครับถ้าหากว่าผิดระเบียบโต้งๆเช่นการแบ่งเขตไปเลือกรูปแบบที่ 4 ได้ยังไงใช่มั้ยครับ หรือว่าที่ใดก็แล้วแต่มีเอ่อล้านปัญหาชัดเจนเกิดขึ้นนะครับ ควรต้องดำเนินการแล้วทำพร้อมกันนะครับ กับเราควรต้องปรับปรุงระบบระเบียบอย่างไรที่เกี่ยวข้องกันเลือกตั้งเพื่อให้คราวหน้าไม่เกิดอีก ผมก็ต้องทำควบคู่กันไปนะครับ คดีก็ต้องสู้ไปนะครับ แล้วก็มันไม่ควรหรอกครับที่ประชาชน เอ่อจะมาฟ้อง กกต. หรือ กกต. จะมาฟ้องปิดปากประชาชนแบบนี้ >> ใช่ค่ะ >> คือมันชัดเจนว่า กกต. ไม่ได้คิดเอาประชาชนเป็นพวกในการช่วยตรวจสอบถึงทำแบบนี้กับประชาชนนะครับ >> เอาล่ะ >> อันนี้คือภาพโดยรวมนะครับที่โยงมาถึงเรื่องของกฎหมายนะครับ ทีนี้ท่านวิทยากรนะ ครับท่านใดจะเพิ่มเติมในประเด็นใดมั้ครับ อาจารย์สมชัยเชิญครับเดี๋จะเปิดให้ท่าน ได้ร่วมทางคเห็นนะครับ >> เอ่อก็แก้ของอาจารย์นิดนึง >> ครับ >> เรื่องที่ว่าทางระเบียบ กกต. ที่บอกว่าจะต้องมีการประกาศคะแนนรายหน่วยภายใน 5 วันนะฮะหลังจากวันเลือกตั้งอันนั้นคือระเบียบเก่าซึ่ง กกต. เน่ารักมากเเปลี่ยนระเบียบใหม่เมื่อเดือนธันวาคมปี 68 ไม่กี่ >> เดีวเก่านะ >> ใช่ครับ >> โอห >> เปลี่ยนเปลี่ยนใหม่นะครับ ธันวาคมปี 68 โดยใช้คำว่าโดยเร็ว >> โดยเร็วคือ 5 วันเนี่ยเปลี่ยนเป็นเร็วนะ โดยเร็วแต่โดยเร็วคือ 2 เดือนยังไม่ประกาศก็ช้าแล้ว >> นะครับนี่คือวิธีการแก้ของเขาคือเขาแก้ให้เหมือนกับว่าตัวเองไม่มีกรอบ >> ในเชิงของเวลาที่เป็นตัวเลขมากำกับนะครับ ก็ถือว่าเก๊งเก่งนะฮะเก้งเก่งนะครับคือรู้จักในการที่จะไม่ทำให้ตัวเองผิดระเบียบนะครับ ตอนนี้เท่าที่ฟังอาจารย์ปริญญาพูดทั้งหมดเนี่ย ผมคิดว่าเราต้อง เอ่อทำการแยกนะครับคืออาจจะฝากฝ่ายวิชาการทำการแยกว่าอะไรคือสิ่งที่ กกต. ทำผิด เพราะว่าการทำผิดดังกล่าวเนี่ยมันมีระดับที่แตกต่างกันเช่น 1 ผิดรัฐธรรมนูญ 2 ผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ผิดระเบียบของ กกต. เองนะครับ ซึ่งการผิดในแต่ละระดับนั้นเนี่ยก็จะมีผลที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น การเลือกตั้งโดยรับเนี่ยคือผิดรัฐธรรมนูญนะฮะ คือถ้าคุณจัดการเลือกตั้งโดยไม่เป็นความลับเมื่อไหร่เนี่ย นั่นคือผิดรัฐธรรมนูญเลย นั่นเรื่องใหญ่นะฮะไปนำไปสู่การเลือกตั้งที่อาจจะเป็นโมฆะได้นะ ครับหรือการที่ทำผิดในระดับที่เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ เอ่อยกตัวอย่างเช่นนะครับอาจจะเป็นเรื่องของการที่ว่าเอ่อเป็นเอ่อการปิดหีบก่อนเวลานี้เป็นต้นนะครับ อันนี้คือผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ คือคุณไปปิดเวลา 1648 น. ไม่ใช่อ่ะรายงานก็มา 1648 แล้วว่าต้องปิดหีบก่อนนั้นอีกเป็นชั่วโมงทำได้อย่างไร อันนี้คือการผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือแม้กระทั่งเรื่องราวที่เราไม่ค่อยได้พูดกันก็คือว่าการซื้อเสียงเกิดขึ้นทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว กกต. ไม่ทำอะไรเลยนะครับ แล้วก็เร่งรีบในการประกาศผล นั่นก็คือคุณก็ทำผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนะฮะไว้ ด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 ทั้งมาตรา นะฮะที่ประเภทว่าเหตุของการที่ว่ามีการให้สัญญาว่าจะให้มีการจัดเลี้ยงมีการเอ่อหลอกลวงใส่ร้ายมีการที่จะให้แก่ชุมชนอะไรก็แล้วแต่สิ่งต่าเหล่านี้เนี่ยก็คือการทำผิดสิ่งที่เป็นกฎหมายขอบรัฐธรรมนูญ หรือในเลเวลที่ 3 เนี่ยก็คือระดับของการผิดระเบียบนะครับ เช่นอะไรบ้างที่อาจารย์พูด การแบ่งเขตอันนี้ก็ผิดระเบียบ เพราะว่าการแบ่งเขตนั้นไม่อยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญแต่อยู่ในระเบียบนะครับว่า เอ่อถ้าหากว่าจะมีการแบ่งอังเกตต้องจัดทำ 3 รูปแบบรับฟังความเป็นประชาชนไอ้นี้ กกต. มาฟังเสร็จเอารูปแบบที่ 4 อย่างเงี้ยก็ผิดระเบียบนะครับ หรือเรื่องของการนับคะแนนก็ดี การจัดเก็บก็ดี ที่ว่ามีสายรัฐไม่มีสายรัฐก็ดี หรือแม้ทั้งการรายงานผลต่างๆก็ดีเนี่ย มันเป็นการทำผิดในแง่ของระเบียบ เพราะฉะนั้นสิ่งนึงซึ่งจะต้องแยกแยะก็คือว่ามันมีเลเวลของการกระทำความผิดในแต่ละเลเวลในเรื่องอะไรบ้างนะครับ แล้วก็ใครจะพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาต่อ กกต. นะครับในแต่ละเรื่องแต่ละเรื่องไป ทนายชามาแล้วเมือฟ้องอยู่ตรงนี้นะครับที่ที่จะดำเนินการนะครับ โอเคนะครับก็ เอ่อคงจะเสริมของอาจารย์ปริญญาธนิครับ >> ดร.บินเชิญครับ >> คือผมมีความรู้สึกส่วนตัวนะว่าเรื่องพวกเนี้ยไม่ใช่ว่าทำไม่ได้นะฮะแล้วก็ไม่ได้ทำยากนะอ่ะถ้าผมจะพูดในสวนเทคโนโลยีก็ได้ เนาะแต่ว่ามันต้องถามเค้ามากกว่าว่าทำไมไม่ทำ >> นะทำไมไม่ทำนะฮะจริงๆที่ที่เราพูดว่าอาจ จะอาจจะเนี่ยผมก็ใช้คำว่าอาจจะมีไอ้โม่งแล้วกันนะสมมุตินะสมมุติอาจจะมีไอ้โม่งนะฮะต้องมันต้องคิดแล้วว่าเออถ้าเป็นไอ้โม่งเนี่ยเขาหาเหตุผลอะไรที่ว่าทำไมไม่ทำนะฮะล่า สุดเนี่ยเอ่อมีที่อาจารย์ปริญญาพูดถึงในเชิงเอ่อถีบกระดาษเนาะเก็บอย่างดีนะ อาจารย์ล่าสุดอ่ะ database เทคโนโลยีอ่ะข้อมูลส่วนบุคคลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 50 กว่าล้านคนหลุดแล้วนะครับหลุดออกมาแล้วะซึ่งอันนี้เป็นอันนึงประเด็นอันนึงที่ตอนนี้กำลังวิเคราะห์และเตรียมข้อมูลส่งเพิ่มแล้วอาจารย์สมชัยก็ได้ก็ได้ประกาศแล้วเดี๋ยวคิดว่าอีกวัน 2 วันเนาะน่าจะครบถ้วนนะครับเดี๋ยวไปละอีกตรงนั้นนะแต่แค่กำลังจะบอกแบบนี้ฮะวันนี้ถามว่าการเลือกตั้งรับไม่หลับนะจากที่เอ่อคุณมายนะครับบอกมาว่าการคัดเลือก กกต. เขตนะ หรือลงไปถึงชั้น กปน. เนี่ยมันมี conflict of interest อาจจะมีอาจจะมีนะผลประโยชน์ทับซ้อนกับ เอ่อเอ่อกระทรวงมหาดไทยนักการเมืองเหมือนกับว่าคนที่มาตัดสินเนี่ยกับคนที่ลงแข่งเนี่ยคทestกันถ้านะหากผม assign ให้ เอ่อกปน. หรือเขตก็ได้ไปถ่ายเอกสารนึงที่หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงอาจารย์จำได้มว่าตอนเราไปเลือกตั้งทุกคนนะครับเราได้บัตรคิวแล้วบัตรคิวนั้นน่ะเขียนเลขลำดับทะเบียนของเราไว้แล้วเค้าเอาไปเสียบเรียงไว้ ถ้าผมบวกบัตรคิวนี้นะกับข้อมูลที่หลุดนะผมเช็คทะเบียนได้เรียบร้อยแล้วว่าใครชื่ออะไรเรียกลำดับพี่เท่าไหร่ถ้านะถ้านะถ้าผมเป็นไอ้ม่งและถ้ามันมีผมเนี่ยทุกวันเนี้ยผมก็เลยบอกว่าบัตรแต่ละใบอ่ะคุณไม่ต้องมานั่งถ่ายแบบสแกนหรอกครับมือถือทุกวันเนี้ยละเอียดมากอยู่แล้วทำเป็นวีดีโอปรืดเดียวนะนึกภาพมั้เอกสารเนี่ยปื๊ดถ่ายผมรู้หมดะว่าใครเลือกใครนะฮะทีนี้ผมเลยมองว่าปัญหาเนี่ยมันเลยเป็นเป็นที่ 3 ครับที่อยากเสริมก็คือว่าปัญหามันไม่ใช่ process technology แล้วมันคือ people มันคือคนนะฮะมันถึงเวลาแล้วหรือยังที่ว่า เอ่อคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการตรวจและจัดการเลือกตั้งทั้งหมดอ่ะต้อง declare conflict interest ก็คือต้องเปิดเผยการมีส่วนได้ส่วนเสียมันถึงเวลาแล้วหรือยังที่ว่าทุกกรรมการน่ะคุณต้องเขียนแล้วนะชื่ออะไรตำแหน่งอะไรเคยมีความสัมพันธ์อะไรบ้างนะฮะเพื่อที่จะตอนคัดเลือกครั้งหน้าเนี่ยแรนomได้มั้ย แรนOMออกมาจับมาชนกันเพื่อไม่ให้มันไปถ่วงน้ำหนักในคนที่อาจจะมีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้ที่สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นชนะการเลือกตั้ง นะครับก็จะเพิ่มอีก 3 ประเด็นครับมายเชิญ ครับ >> เอ่อจากสิ่งที่ไมค์หาและสิ่งที่ไมค์เจอเนี่ยมายคิดว่าเอ่อเราจะเรายังฟันไม่ได้สักที่เดียวหรอกว่าเขาโกงว่าเขาตั้งใจโกง ใช่มั้ยคะแต่ว่าเราเห็นความผิดปกติที่มันสะมันส่งผลต่อความเชื่อมั่นของพวกเราเนาะเราไม่สามารถที่จะไไว้วางใจ กกต. ได้ให้จัดการเลือกตั้งเราไม่สามารถที่จะไว้วางใจข้าราชการมหาดไทยได้อีกนะคะซึ่งมันเลยมีข้อเสนออยู่ 2 เรื่องค่ะเรื่องแรกก็คือโดยโครงสร้างของคนที่มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งอ่ะค่ะโครงสร้างตอนนี้มันดูทุกอย่างจะถูกกินรวบถ้าหากว่ามันถูกตั้งจากส่วนกลางลงไปทั้งหมดนะคะข้อเสนอในเชิงโครงทราบว่าจะปรับเปลี่ยนเป็นยังไงเนี่ยอันเนี้ยไมค์คงไม่สามารถลงในรายละเอียดดีเทลได้นะคะไมค์ก็ยังไม่มีโมเดลเหมือนกันแต่ว่าไมค์รู้สึกว่าการที่ กกต. 7 คนมีที่มาจากการที่ สว. เห็นชอบและ กกต. 7 คนนั้นมีอำนาจในการเลือก กกต. จังหวัดและ กกต. จังหวัดก็มีอำนาจในการเลือกคนในระดับเขตที่มีอำนาจเต็มที่ในการวางคนไว้ในการจัดการเลือกตั้งหน้าหน่วยมาคิดว่าด้วยเส้นทางแบบนี้ก็ชัดเจนแล้วค่ะว่าเราไม่สามารถไว้ใจโครงสร้างของกรรมการในการจัดการเลือกการเลือกตั้งนี้ได้เลยนะคะไม่มีจังหวะไหนเลยที่เราจะสอดตัวเข้าไปตรวจสอบคนเหล่านี้ได้นะคะข้อเสนอเรื่องแรกก็คือที่มาโครงสร้างนี้ถึงเวลาแล้วมที่ต้องปรับเปลี่ยนใหม่นะคะอย่างน้อย กกต. 7 คนที่ควรจะต้องเป็นองค์กรอิสระขอให้ได้เรามั่นใจถึงความอิสระจริงๆหน่อยได้มั้ไอ้การที่มาจาก สว. เนี่ยเป็นปัญหามากค่ะ เรื่องที่ 2 ก็คือการเลือกตั้งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ประชาชนจะได้ออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงในฐานะสังคนที่อยู่ในสังคมประชาธิปไตยแต่ว่าณปัจจุบันตอนนี้เราไม่สามารถที่จะไว้วางใจการเลือกตั้งได้เลย เราไม่รู้เลยว่าความโปร่งใสอยู่ตรงไหน หลังจากนี้ถ้าหากเราจะยังอยู่กันในสังคมแบบเนี้ยและแน่นอนว่าเราต้องอยู่กันในระบอบประชาธิปไตยกันต่อไปเนี่ยการเลือกตั้งเป็นกลไกในึงที่ต้องรีบทำให้มันโปร่งใสเพื่อเลือกเพื่อเรียกเคืองความมั่นใจของพี่น้องประชาชนกลับมาให้ได้ก่อนที่การเมืองมันจะเดินหน้าต่อไปการเลือกตั้งรอบหน้าไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็ตามอย่างน้อยมันต้องมีการแก้ไขเรื่องความโปร่งใสนี้ออกมาค่ะให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบขั้นตอนกระบวนการหน่อยว่ามันจะเป็นอย่างไรนะคะเอ่อมค่อนข้างเชื่อมั่นว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นในการเลือกตั้งรอบนี้ 70% แล้วกันมคิดว่ามันไม่ใช่การบังเอิญ มันไม่ใช่การบังเอิญที่ในระเบียบ กกต. ปี 69 ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการประจำเขตและ ผอ. ประจำเขตลดจาก 5 หน้าเหลือ 5 ข้อหมายคิดว่ามันไม่ใช่บังเอิญหมายคิดว่ามันไม่ได้บังเอิญที่เอ่อข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยออกมาแถลงข่าวแล้วบอกว่าโอเคในรอบนี้เนี่ยขอความร่วมมือให้ข้าราชการของมหาดไทยให้ความร่วมมือคณะกรรมการการเลือกตั้งในการอำนวยความสะดวกเรื่องการจัดการการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้วการที่ไมค์เห็นรายชื่อคณะกรรมการประจำเขตที่ปรากฏอยู่ในข้าราชการมหาดไทยที่อยู่ในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายเป็นสัดส่วน 40 กว่าเปอร์เซ็นที่ได้เห็นไปตามสไลด์นี้มาคิดว่ามันก็พิสูจน์ได้ประมาณนึงค่ะว่าไม่บังเอิญแน่ๆแต่ตั้งใจจงใจแค่ไหนตั้งใจหวังผลเพื่ออะไรเนี่ยคิดว่าสิ่งนี้ก็เราก็ต้องพิสูจน์กันต่อไปแต่ในเบื้องต้นการเลือกตั้งคุณจะต้องโปร่งใสตรวจสอบได้โดยประชาชนค่ะขอบคุณค่ะ >> ขอบคุณครับสกปรกชิบหายเลย >> คือเป็นความรู้สึกนะครับ ในครั้งนั้นภาวะของความสกปรกปี 2500 เนี่ยมันเป็นการเลือกตั้งวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 4 มีนาคม 2500 นะครับ เลือกตั้งกรุงเทพฯ สกปรกที่สุด แต่ไม่ใช่หมายความว่ามีข่าวการเลือกตั้งสกปรกทั้งประเทศนะ เฉพาะกรุงเทพฯ ในปี 2500 แต่คราวนี้พอเราฟังครั้งนี้นะ มันสกปรกเอ่อไม่ใช่ใช่ มันรู้สึกนะครับว่ากลิ่นมันไม่ดีทั้งประเทศนะครับ >> แต่สิ่งที่ไม่ไม่ใช่กลิ่นมันไม่ดีครับ คราวนี้สิ่งที่ผมอยากถามนะครับในฐานะที่ ไม่รู้จักข้อกฎหมายนะครับก็คือ 1 เรื่องของ QR Code และบาร์โค้ด คือเมื่อผมเข้าไปดูว่าเอ๊ะบัตรตัวอย่างที่ กกต. ให้แก่สื่อมวลชนเนี่ยวันที่ 26 ธันวาคมปี 68 บัตรตัวอย่างนั้นไม่มี QR โค้ดและไม่มีบาร์โค้ด คำถามก็คือ อย่างงี้ มันเป็นสิ่งที่เจตนาอะไรหรือเปล่า เพราะว่าถ้าเราไปดูนะ ครับตัวอย่างซึ่งเผยแพร่บอกว่าคุณจะต้องทำอะไรบ้าง และสื่อมวลชนก็จะไปอธิบายว่าในตัวอย่างนี้คืออะไรคืออะไรคืออะไรแต่มันไม่มีบาร์โค้ดและ QR โค้ด สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผิดปกติหรือเปล่านี่นี่เป็นคำถามที่ 1 นะครับ >> คำถามที่ 2 ครับ >> คำถามที่ 2 ก็คือ การเลือกตั้งของเราเนี่ยถึงถึงวันนี้เราประกาศรับเอ่อประกาศให้มี สส. เขตแล้วแต่ถึงวันนี้ในฐานะเอ่อผู้ศึกษาทางการเมืองแบบผมอยากรู้คะแนนทุกคนของเขตเลือกตั้ง >> คำถามก็คือคุณประกาศชัยชนะแล้วแต่คุณไม่ให้เรารู้จักคะแนนของทุกคนของเขตเลือกตั้ง คุณเจตนาทำอะไรอ่ะ >> ไม่เคยมีการเลือกตั้งครั้งไหนของประเทศนี้เป็นอย่างนี้มาก่อน แม้แต่การเลือกตั้งปี 2500 นะครับกรุงเทพฯ สกปรกอีก 2 วันเขายังประกาศทุกคนเลย >> อื >> คำถามก็คือเกิดอะไรขึ้นกับยุคที่เอ่อมีคนบอกว่าเรากำลังอยู่ในยุคไอทีขั้นสูงสุด >> ออกมาเฮ้ย >> มันเรื่องมันเป็นอย่างงี้ได้ไงวะอะไร เงี้ย คือผมในในฐานะของคนคนที่ใช้สัมผัสที่ 5 นะครับผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผมผิดพลาดเข้าใจอะไรผิดพลาดได้นะครับ คราวนี้ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่สังคมไทยจะต้องเรียก ร้องนะครับก็คือหากมีการเลือกตั้งเราจะต้องทำให้เป็นหลักทางปฏิบัติว่าทุกๆ 3 ชั่วโมงหลังจากเปิดหีบบัตรเลือกตั้งจะต้องมีการรายงานจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ในยุคที่เทคโนโลยี นะใช้มือถือมันก็รวมได้แล้วนะครับ >> จนกระทั่งปิดเหบคะแนนมันจะยังไม่เอ่อสมบูรณ์เราก็ยอมรับได้แต่ขนาดที่เรารู้สึกว่ามาใช้สิทธิ์น้อยได้ไงเนี่ยนะครับผมคิดว่าเหม็น >> ครับ >> ขอบคุณครับเอ่อถ้าเป็นเรื่องการป้องกัน การป้องกันการปลอมบัตรเลือกตั้งเนี่ยระเบียบเขียนที่มาตรา 129 ข้อ 129 วรรค 2 บอกว่าเมื่อต้องแจ้งล่วงหน้าเขงี้เลยเมื่อแจ้งล่วง ถ้าจะเอาเรื่องกับเรื่องบาร์โค้ด QR Code มันต้องไปเอาเรื่องทางอื่นที่ผิดเช่นเอ่อไม่อยู่ใน TO แล้วมาได้ไงแล้วไปตั้งงบรอได้ไงเพราะงบไม่มีไม่มีบาร์โค้ดมันถูกกว่านี้ >> อื >> ไอ้ตรงนี้อันเนี้ยนะครับเอ่ออันที่ 2 นะครับเอ่อในเรื่องของคนไปเลือกตั้งเอ่อนะครับว่าใช้สิทธิ์น้อยลงเนี่ยผมก็ติดตามเรื่องนี้มามาตลอดเราไม่เคยมีการเลือกตั้งน้อยลงเลยนะครับมีแต่ขึ้นมีครั้งเดียวปี 62 นะครับลดลงไป 0.34% ครั้งเดียวปี 62 ลดลงแค่ 0.34% 3-4% >> แต่คราวนี้ลดลงไปถึง 4% >> คือ 2 ล้านคนแบบไม่มีปีมีขุ่ยอันเนี้ยไม่มีคำอธิบายนะครับแต่ถ้าหากว่าท่านเห็นความผิดปกติทุกอย่างมันจะพอนึกออกไงว่ามันเกิดอะไรขึ้นว่าตัวเลขที่ออกมาเนี่ยมันไม่ปกติ มันมีการดำเนินการบางอย่างเพียงแต่ว่าการดำเนินการให้เกิดขึ้น ณ อำเภอใดเขตใด >> อื >> โดยที่ กกต. กรุงเทพฯ รับรู้แค่ไหน อันนี้เป็นเรื่องอีกเรื่องหนึ่งแต่มันเกิดขึ้นคือผมหมายถึงว่ามันเกิดขึ้นในระดับหลายพื้นที่ที่มีการทำอะไรกับตัวเลข >> อันเนี้ยอันเนี้ยอันเนี้ยค่อนข้างจะบ่งชี้ได้เลย >> เพียงแต่ว่าระดับทั้งประเทศเนี่ยมันถึงขนาดไหน กกต. 7 ท่านท่านเอ่อรู้เห็นเป็นใจ หรือท่านอะไรขนาดไหนเนี่ยนะ หรือท่านท่านก็ไม่รู้ไม่รู้ท่านก็เพียงแค่เอ่ออนุมัติไปเห็นชอบไปตามที่คนที่ทำชงขึ้นมาอันนี้ก็เป็นข้อที่เรายังไม่มีหลักฐานอะไรที่จะไปไปกล่าวหาก กกต. 7 ท่านแต่ว่าที่แน่ๆคือระเบียบของท่านวิธีการทำงานของท่านเนี่ยเปิดให้คนทำแบบนี้ได้อันนี้คือปัญหาที่ต้องมาสัมมนากันเพื่อหาทางแก้ไม่ให้เกิดอีกนะครับเรามีเวลาอีกนิดหน่อยครับกำเอ่อท่านเชิญฮะ >> แต่ผมการใช้ตาปั๊มอ่ะมันนำไปสู่ข้อเสนอที่ 2 ก็คือญี่ปุ่นน่ะเขาไม่ได้เอาคนมานั่งนับบัตรทีละใบทีละใบนะเเอาบัตรกระดาษไปให้เครื่องนับเนี่ยมันทำให้การนับเร็วแล้วสามารถประกาศผลได้เร็วแล้วถ้าในหน่วยไหนอ่ะที่มันมีข้อสงสัยว่าเฮ้ยมีปัญหาอะไรหรือเปล่าเราค่อยไปนับด้วยกระดาษด้วยคนเฉพาะหน่วยที่มันมีข้อสงสัยตรงเนี้ยมันช่วยลดลดอ่าพลังงานของผู้สังเกตการการเลือกตั้งได้เยอะเลยอ่ะส่วนที่ 2 ทีเนี้ยผมพูดถึงผู้สังกัดสังเกตการเลือกตั้ง 2 บ่อยขนาดนี้เพราะอะไรเพราะว่าการเลือกตั้งครั้งเนี้ยเรามีเป็นแสนหน่วยแต่เรามีอาสาไปสังเกตการเลือกตั้งอ่ะแค่ประมาณอ่าไม่ถึง 20,000 หน่วยมันทำให้ปัญหาที่พุทธพิรุธที่เราพูดกันมาทั้งหมดอ่ะจริงๆมันเป็นแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็งจริงๆมันมีอย่างอื่นซ่อนอยู่ใต้นั้นอีกเยอะแล้วถามว่าทำไมผู้สังเกตการเลือกตั้งมันมีน้อยขนาดนี้เพราะว่า กกต. เนี่ยเขาไปเขียนในระเบียบของเขาว่าถ้าพรรคการเมืองจะส่งคนไปสังเกตการเลือกตั้งคุณต้องเอาค่าใช้จ่ายตรงเนี้ยไปรวมอยู่ในงบหาเสียงซึ่งงบหาเสียงเขากำหนดเพดานไว้ที่ 44 ล้านมันทำให้พรรคการเมืองไม่สามารถส่งผู้สังเกตการเลือกตั้งอย่างทั่วถึงได้แล้วถ้าจะอาศัยเพียงแรงอาสาของประชาชนพวกเรากันเองมันก็ทำได้เท่าที่เราทำทุกวันเนี้ยเพราะฉะนั้นตรงเนี้ยผมก็คาดหวังว่าจะมีพรรคการเมืองคุณมี 2 อย่างอ่ะคุณไปฟ้องเพิกถอนระเบียบต่อศาลปกครองก็ได้หรือคุณใช้ สส. ในสภาเนี่ยไปแก้ไขกฎหมายเพื่อข้ามทัพระเบียบตัวนี้ไปก็ได้ >> สมัครพการเมืองถ้าจะไปแก้นะครับโอเคคือจริงๆผมเตรียมไอ้ตัวชี้วัด 12 ตัวเผมคงไม่พูดแล้วนะครับว่ามันถูกทำลายสิ้นซากไปแล้วนะครับแล้วก็ฟังเส้นสุดท้ายเรื่องอ่าการลงคะแนนต้องเป็นความลับซึ่งก็เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของระดับสากลเหมือนกันก็เพิ่งถูกทำลายไปโอเคเอ่อผมมี เอ่อประเด็นอยู่ประมาณ 2-3 ประเด็นนะครับ คือผมเคยตั้งคำถามว่าถ้าหากภาคประชาชนไม่เพียงพอเนี่ยในการจะสังเกตการหรือจะถ่ายรูปมาเปรียบเทียบผลคะแนนด้วย 5/18 เนี่ยฟอร์มเนี่ยคือมันมีตำรวจในทุกการเลือกตั้งเนี่ยตำรวจน่ะจะต้องถ่ายรูป 5/18 ในทุกการเลือกตั้งแต่ที่ผมสังเกตการมาเพราะฉะนั้นน่ะฐานข้อมูลทุกครั้งเลยและ 5/18 ทุกหน่วยเลือกตั้งเนี่ยอยู่กับตำรวจ >> แต่ไม่มีใครเคยที่จะขอหรือแม้กระทั่งการบูรณาการในที่พูดกันเนี่ยผมก็ไม่เห็นว่ามันจะทำได้จริงหรือตั้งใจจะทำจริงมยแต่ในต่างประเทศต้องยอมรับว่าเขากลัวเรื่องการโอนคะแนนในระบบการส่งผลคะแนนหรือการรายงานผลคะแนนนี่แหละครับโดยเฉพาะที่ฟิลิปปินส์เนี่ยที่เขามีเครื่องนับคะแนนอัตโนมัติเพราะว่าเขาเโกงคะแนนกันแบบเนี้ยคราวนี้คำถามคือมันจะเปลี่ยนได้ยังไงเนาะมันจะcrอเช็คกันได้ยังไงมันจะนับคะแนนคู่ขนานกันได้ยังไงโอเคอันนี้อันนี้ผมฝากไว้เนาะแต่ว่าผมกำลังคิดว่าไอ้เรื่องที่เราพูดกันเนี่ยครับ คือมันเป็นเรื่องความภัยความมั่นคงะคือมันไม่มั่นคงภายในะคือเ่อทุกครั้งเลยเราพูดกันว่าเอ๊ะมันไม่สะท้อน 7 จำนงของประชาชนมันกลายเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจเนาะที่ไม่เปลี่ยนผ่านอำนาจแห่งสันตินี้คำถามผมคือถ้าเราปล่อยอย่างเงี้ยเราปล่อยผ่านแบบเนี้ยแล้วมันจะเกิดขึ้นอีกครั้งต่อไปในครั้งหน้าเนี่ยที่เขาจะเอามาใช้เมื่อไหร่ก็ได้สมมุติว่ามันมันเกิดมันเกิดการโกงอย่างจริงจังอ่ะนะครับ อันนี้ยังไม่ได้ฟันธงว่ามันโกงนะครับแต่ว่าผมกำลังจะบอกว่าถ้าเราถ้าเราเจอวิกฤตแบบเนี้ยไม่เชื่อมั่นขนาดนี้นะครับแล้วก็มันเป็นวิกฤตความไม่มั่นคงประชาธิปไตยที่ไม่มั่นคงถ้าเราไม่เชื่อมั่นผมคิดว่าคนต่างประเทศก็คงจะ ไม่เชื่อมั่นกับการเมืองที่ไม่มั่นคงของประเทศไทยเหมือนกันใช่มั้คนที่จะมาลงทุนจะมาทำธุรกิจหรือแม้กระทั่งองค์กรต่างประเทศที่ทำงานร่วมกับพวกเราผมคิดว่าอาจจะอาจจะถูกตั้งคำถามได้ขอบคุณมากครับ >> ความจริงเนื่องจากเวลาหมดแล้วอาจารย์นิดเดียวนะครับอาจารย์ >> คือผมติดหนี้พวกเราไงฮะที่บอกว่าจะสรุปตอนท้ายว่าโปร่งใสสุจริตเที่ยงธรรมเป็นไปเดินรับโมฆะหรือไม่นะครับผมไม่ตอบฮะผมถามพวกเราโปร่งใสมั้ย >> ไม่ใสค่ะโปร่งใส >> สุจริตเที่ยงธรรมมั้ย >> ไม่ >> เป็นไปโดยรับมั้ย >> ไม่ค่ะ >> โมฆะมั้ย >> โมฆะค่ะ >> ครับถูกต้องครับ >> ครับีวัดความโปร่งใสกับทุริตประเทศไทยได้น้อยที่สุดตั้งแต่มีดัชนีนี้มาแล้วท่านก็เห็นเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมีการแก้ไขผมเกรงว่าปีหน้าเนี่ยคะแนนเราจะต่ำเอาไปอีกนะ ครับเมื่อเอาข้อมูลของปีนี้เอาไปนับผมคิดว่าเรื่องที่สำคัญนะครับเอ่อความจริงแล้วเราไม่ได้กล่าวหาพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งนะครับหรือกล่าวหาผู้สมัครคนใดนะครับแต่ระบบที่มันเกิดขึ้นเป็นการตั้งคำถามนะครับต่อการจัดการเลือกตั้งนะครับที่พรรครัฐบาลนะที่เป็นคนดูแลกระทรวงมหาดไทยจะมีความได้เปรียบหรือไม่ซึ่งสิ่งนี้ไม่ควรจะเกิดนะครับเพราะถ้าทำจริงก็ผิดกฎหมายเลยเป็นโทษอาญาแต่ถ้าไม่ทำมันก็เป็นข้อคอหาอยู่แล้วว่ามันจะเกิดข้อคำถามเป็นความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลด้วยต่อผู้จัดการเลือกตั้งด้วยว่าง่ายๆคือเรื่องนี้ยังไงก็ต้องแก้นะครับโครงสร้างในการจัดการเลือกตั้งเนี่ยเราต้องให้ 1 เอาหลักความโปร่งใสกลับคืนมา 2 เอาประชาชนมีส่วนร่วมกลับคืนมาและ 3 โครงสร้างของผู้จัดการเลือกตั้งต้องยึดโยงกับประชาชนนะครับสำหรับการเสวนาในวันนี้นะครับเดี๋ยวทีมงานคณะนิติศาสตร์นะครับก็ต้องขออภัยเวลาขอมาถึงแค่แค่ 16:30 น. ผมต้องขออภัยจริงๆนะครับ >> ดูคลิปจบแล้วนะครับอย่าลืมกดไลค์กดแชร์และกด Subscribe YouTube มติชน TV ด้วยนะ