Transcription
สำหรับวันนี้นะครับก็ตรงกับพันธกิจนะนะ ครับแล้วก็ตรงกับวิสัยทัศน์ของทางที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯของเราเนี่ยกำลังจะ เดินทางไปนะครับก็คือเราต้องการให้นัก ศึกษาของเราเนี่ยมีความเชี่ยวชาญและมี ทักษะในการใช้ AI นะฮะปัจจุบันนี้ถ้าเกิด คนไหนเอ่อที่เคยเรียนกับอาจารย์นะครับ อาจารย์ก็จะบอกทุกท่านเสมอว่าในยุคเนี้ย เราจำเป็นต้องเป็นคนที่ใช้ AI ได้เป็นนะ ครับต้องใช้ได้เป็นแบบมีทักษะจริงๆนะครับ ซึ่งกิจกรรมในวันนี้นะครับเราก็ได้รับ เกียรติจากทาง Alibaba Cloud Thailand นะครับที่จะมาเทรนนingกับทุกท่านนะครับ ตั้งแต่เรียกว่าตั้งแต่เป็น GR up เลยนะ ครับสำหรับคนไหนที่รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ เก่งนะครับวันนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับทุก ท่านนะครับถ้าเกิดว่าคนไหนเก่งแล้วก็ถือ ว่าเป็นโอกาสในการที่คุณจะได้ทบทวนนะครับ แล้วก็จะมีเทคนิคต่างๆให้ทุกท่านได้เรียน อยู่ดีนะครับก็อยากให้ทุกท่านเก็บเกี่ยว ประสบการณ์ตรงนี้อย่างเต็มที่นะครับแล้ว ขอให้ตั้งใจนะครับเพราะว่ากิจกรรมนี้เอ่อ เอ่อเราตั้งใจจะให้เกิดขึ้นเพื่อเป็น ทักษะให้กับทุกท่านก่อนที่ทุกท่านจะเข้า สู่เ่อเรียนจบการศึกษาหรือว่าเข้าสู่เอ่อ ช่วงชีวิตของการทำงานนะครับก็ขอให้โฟกัส นะครับแล้วก็ขอให้ทุกท่านตั้งใจนะครับ เดี๋ยวต่อไปนี้อาจารย์จะขอส่งมอบเวทีต่อ ให้กับทางท่านวิทยากรของเรานะครับอ่ะขอ เสียงปรบมือต้อนรับท่านวิทยากรหน่อยครับ
>> ขอบคุณครับอาจารย์ครับโอ้โหไหมเสียง เซ็กซี่เลยนะก็สวัสดีน้องๆทุกคนด้วยนะ ครับเอ่อจริงๆต้องบอกว่าsessัวันนี้เนี่ย เรามีเวลาอยู่ด้วยกันประมาณซักไม่เกิน 3 ช่มงนะครับก็เอ่อหัวข้อที่พี่เลือกมาวัน นี้นะครับเอ่อแทนตัวเองว่าพี่แล้วกันนะ เพราะอายุห่างกันไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นะ ครับน้องๆน้องๆมีใครเกิดก่อนปี 2000 มั้ย ไม่มีเลยหรอ โหปี 2,000 นี่พี่ก็กำลังเข้ามหาลัยแล้ว นะครับถ้าห่างกันไม่เยอะมากนะฮะก็จริงๆ หัวข้อที่เลือกมาในวันนี้เนี่ยเป็นหัวข้อ ที่ต้องบอกว่าเกี่ยวกับยุคนี้โดยตรงนะ ครับก็คือเรื่องของ AI นี่แหละนะครับเข้า ใจว่าเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อนเรามีคุยกัน เรื่องของ True ของ Alibaba ไปแล้วนะครับ ก็คือตัวที่เป็น Quen หรือตัวที่เป็นตัว Generator ที่เป็นชื่อว่าน 2 ตัวที่เราอาจจะต้องใช้ในการทำ Workshop ทำโปรเจคเราด้วยนะครับทีนี้หัวข้อที่ พี่ จะมาคุยในวันนี้ก็คือเป็นเรื่องของ ประวัติศาสตร์ AI ทั้งหมดน้องๆคิดว่าถ้า เราพูดถึง AI เนี่ยเราคิดว่า AI เนี่ย กำเนิดมาแล้วประมาณสักกี่ปีครับ Concept ของคำว่า AI เนี่ย อ่าเมื่อกี้อาจารย์บอกไม่มีใครถามใช่มั้ ครับอาจารย์บอกว่าอาจารย์จะไม่ถามแต่ วิทยากรถามได้ เราคุยกันสนุกๆครับน้องๆว่า AI เนี่ยคำ ว่า AI หรือ artificial intelligence เนี่ย concept ของมันเนี่ยถือกำเนิดมา แล้วประมาณสักกี่ปีครับอ่ะใครว่าสัก 10 ปี 10 ปีขอดูมือหน่อย อ่ามีบ้างนิดหน่อยครับ 10 ปีอ่ะ 20 ปี 20 ปีก็อายุเท่าพวกเราเลยใช่มั้ยอ่ะใคร ว่า AI อายุเท่าพวกเราเลย ไม่มีเลยหรอเอา 30 ปี อายุเท่าอาจารย์เลย 40 ปี 50 ปีอ่ะ 60 70 >> โอยมี 1 คนนะฮะทำไมถึงคิดว่า 70 ปีครับ ดูถามเคว จริงๆ AI อายุประมาณสซักถ้ารวมปัจจุบันนะ ครับประมาณสัก 70 กว่าปีะจริงๆคำว่า AI อ่ะ Concept ของคำว่า AI Artificial Intelligence อ่ะถูกนิยามมาตอนช่วง ประมาณสซักปี 1950 ปลายๆนะครับเดี๋ยวเรา มาคุยกันว่าทำไมเขาถึงนิยามคำว่า Artificial Intelligence ตั้งแต่ประมาณ สัก 70 ปีที่แล้วพูดง่ายๆ AI ไม่อายุเท่า ประมาณซักคุณยายคุณตาพวกเรานะครับทีนี้คำ ถามอีกคำถามนึงก็คือแล้วทำไม AI มันถึง เพิ่งมาบูมช่วงเฮะทำไมเราถึงได้ยินคำว่า AI เพราะว่าก่อนช่วงเราเกิดมาตั้งแต่เรา อายุ 10 กว่าขวบคำถามคือเราเคยใช้ AI มั้ ตอน 10 ขวบเราเพิ่งมาใช้ AI ครั้งแรก เมื่อไหร่ครับอ่ะพวกเราใช้ AI ครั้งแรก เมื่อไหร่อ่า 1 ปีที่ผ่านมาเดี๋ขอดูมือ หน่อย 2 อ่ามีนะมีบ้างใช่มั้ 1 ปีที่ผ่าน มา 2 ปีที่ผ่านมาอ่าเริ่มเยอะขึ้น 3 ปี 3 ปีนี่ถือว่าล้ำเลยนะอ่ะ 4 ปีมีมั้ย 4 ปี ที่ผ่านมา 4 ปีที่ผ่านมาใช้ AI ตัวไหน ครับ 4 ปีที่แล้วอ่ะเดี๋ลองบอกอาจารย์ หน่อยลองบอกพี่หน่อย ตะโกนมาก็ได้เรา เอาแบบ informal วันนี้ 4 ปีที่แล้วเรา ใช้ AI ตัวไหนครับ Google Assistant Google Assistant เป็น AI ยังไงครับ เป็นยังไงนะฮะ Search ข้อมูลอ้ามีใครใช้ตัวอื่นอีกมั้ ครับ อะไรนะ ไม่ค่อยได้ยินเลยขอดังๆ อ่าเป็น AI ประมาณไหนครับ อ่าเก่งมากนะครับก็ถือว่ามีความฉลาดใช่ มั้ยเออเออ มีใครเคยใช้ AI ก่อน 5 ปีที่ผ่านมามั้ย อาจจะนึกไม่ออกเนาะนึกไม่ออกนะครับนึกไม่ ออกว่า AI 5 ปีที่ก่อนก่อนหน้านี้ 5 ปี เนี่ยมี AI ตัวไหนใช่มั้ครับทีนี้ในSessช วันนี้เนี่ยอย่างที่พี่บอกนะเรามาคุยกัน ว่า AI เนี่ยมีต้นกำเนิดเป็นยังไงแล้ว จริงๆไฮไลท์จริงๆก็คือแล้วหลังจากนี้อ่ะ ชีวิตของเราจะเป็นยังไงต่อไปเรากำลัง เรียนหนังสืออยู่ AI ไกกำลังเข้ามา disrupt มากน้อยแค่ไหนเราจะต้องเตรียม การยังไงมีแผนยังไงนะครับ อ่า เมื่อกี้พี่ถามพวกเราไปแล้วนะครับว่าถ้า เราพูดถึงคำว่า AI เนี่ย perception ของ เราเนี่ยหรือว่าสิ่งที่เรารับรู้จากการ ใช้งานของ AI เมีอะไรบ้างน้องๆทุกคนอาจจะ บอกว่าโอเคมี Google Assistant ใช่ไหม ครับมี Google Image ใช่ไหมครับหรือว่า มี AI ตัวอื่นๆเต็มไปหมดเลยถ้าถามณ ปัจจุบัน ใครใช้ AI เกิน 3 ตัวบ้างขอดูมือหน่อย ครับพี่พอจะแบบนึกชื่อออก 3 ตัว อ่ามีหลายคนเลยนะครับมีใช้อะไรบ้างครับ โอหเก่งมากครับเพราะฉะนั้นถ้าถามณ ปัจจุบันเนี่ยมีใครใช้ AI บ้างพี่ว่า ประมาณซัก 70- 80% ทุกคนอย่างน้อยๆนะเคย สัมผัส AI มาบ้าง นะครับเพราะฉะนั้นคำถามคืออย่างที่พี่บอก พี่โทษทีครับสิ่งที่เราจะเรียก Tools ต่างๆเนี่ยนะครับว่าเป็น AI เนี่ย มันควรจะต้องประกอบไปด้วย ความสามารถอะไรบ้างครับพวกเราคิดว่า สมมุติพี่หยิบอ่ะพี่หยิบคลิกเกอร์นี้ขึ้น มาใช่ไหมครับคำถามคือพวกเราคิดว่า คลิกเกอร์พี่เป็น AI ป่ะทำไมถึงไม่เป็น มันขาดคุณสมบัติอะไรครับ การที่เราจะหยิบสิ่งนึงขึ้นมาแล้วเราบอก ว่าเฮ้ยอันเนี้คือ AI อ่ะสิ่งนั้นจะต้อง มีคุณสมบัติอะไรบ้างครับเมื่อกี้มีเปิด ให้ดูแว๊บแว๊บๆเสียงพี่อาจจะหายบางช่วงนะ ครับแว๊บๆเหมือนกันอ่ะพวกเราคิดว่าถ้า หยิบของขึ้นมาสิ่งนึงเนี่ยฮะ แล้วเราจะบอกว่าไอ้นี่คือ AI อ่ะมันจะ ต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง มือถือพวกเราเป็น AI มั้ครับ พวกเราคิดว่ามือถือเราเป็น AI ป่ะบางคน บอกเป็นบางคนไม่เป็นบางคนบอกไม่รู้ อ่ะ มีอะไรบ้างสมมุติว่าหยิบคลิกเกอร์มา คิกเกอร์ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างครับถึง จะบอกว่าเป็น AI อ่ามีใครลองตอบดูมย คุณสมบัติที่ AI ควรจะต้องมีคืออะไรบ้าง อะไรดีอะไรดีขอตัวแทนตะโกนมาก็ได้เอามือ ปิดหน้าไว้แล้วตะโกนออกมา มีคนปิดหน้าไว้แล้วตะโกนออกมาไม่รู้ค่ะ อ่ะมีอะไรบ้างครับอ้านี่ยกมือด้วยไม่ปิด หน้า วิเคราะห์ข้อมูลได้เก่งมากครับมีอะไรอีก ครับ อ่ะช่วยกันเร็วพวกเรารู้จักกันหมดมั้ เนี่ยยังไม่รู้จักกัน อ่ะวิเคราะห์ข้อมูลได้แล้วมีอะไรอีก 1 อย่างละ นี่อ่ะเชิญเลยครับอ๋อเรียกเพื่อนเหรอไม่ ได้แล้วล่ะยกต้องตอบเลย อ่ะมีอะไรอีกเดาๆเดาๆวิเคราะห์ข้อมูลได้ และ 1 อย่าง ก่อนจะวิเคราะห์ข้อมูลได้มันต้องทำอะไร ได้ก่อนครับ เฮ้ยใครใครบอกเก็บข้อมูลได้เมื่อกี้เก่ง มากอ่าเก็บข้อมูลได้ก่อนจะเก็บข้อมูลได้ ต้องทำอะไรได้ก่อนครับ อะไรนะหาข้อมูลโเก่งมากนะครับแล้วพอเรา วิเคราะห์ข้อมูลเสร็จอ่าเมื่อกี้เราหาข้อ มูลใช่มั้ยเก็บข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูล แล้ววิเคราะห์เสร็จแล้วทำอะไรต่อครับ ประมวลผลแล้วทำอะไรอีกครับ แสดงผลใช่มั้ย take action ใช่มั้ยเนี่ย แหละครับคือคุณสมบัติที่ AI ควรจะต้องมี ใช่มั้ยมันคือคุณคุณสมบัติของอะไรครับ หยิบกระจกขึ้นมาแล้วมองหน้าตัวเองครับ มันคือคุณสมบัติของอะไรครับ ของพวกเราไงใช่มย Artificial Intelligent ย่อมาจากแปลว่าอะไรครับ ปัญญาประดิษฐ์ใช่มั้ยปัญญามันคือปัญญาของ ใครครับมันคือปัญญาของเราไงใช่มั้ยที่ถูก เราประดิษฐ์ขึ้นมาใช่มั้ครับเพราะฉะนั้น จริงๆแล้วเนี่ยเราหยิบจับอะไรขึ้นมาแล้ว เราจะบอกว่าไอ้เนี่ยคือ AI เนี่ยมันจะ ต้องประกอบไปด้วย 3 คุณสมบัติครับอันที่ 1 คือถ้าเป็นภาษาอังกฤษนะครับเขาจะเรียกว่า perception perception แปลเป็นไทยง่ายๆ คืออะไรครับสิ่งนั้นจะต้องสามารถรับรู้ ใช่มั้ยรับรู้ว่าไอ้ไอ้สิ่งที่มันอยู่ ข้างๆเราอ่ะมันเกิดอะไรขึ้นใช่มั้ครับเรา ลองนึกภาพเราในฐานะมนุษย์ใช่มั้ยแล้วเรา ปิดประสาทสัมผัสเราทั้งหมดปิดหูปิดตาปิด จมูกปิดปาก เป็นไงครับ น้องๆบอกตายก่อนหายใจไม่ออกแต่เราไม่รับ รู้ไงพอเราไม่รับรู้เราทำอะไรต่อได้มั้ ครับไม่ได้ใช่มั้ยครับเพราะฉะนั้น คุณสมบัติแรกที่ AI ควรจะต้องมีคือให้จำ เป็นภาษาอังกฤษไว้นะก็คือ perception ใช่ มั้ยครับความสามารถในการรับรู้ สิ่งแวดล้อมสภาวะรอบๆข้างใช่มั้ครับที่ อยู่ภายใต้สิ่งที่เขาควรจะต้องรู้ใช่มั้ย ครับ กลับมาที่คิกเกอรพี่ครับคิกเกอร์พี่มี perception มั้ครับ อ่าคิกใครว่าคlicกเกอร์พี่มี perception นะยกมือหน่อย ตึ๊บเอ้ยกล้ากล้าหน่อยกล้ากล้าหน่อย 2 คนใครว่าไม่มีอ่ะไม่มีไม่มีอืไม่มีก็ ไม่ยกแล้วยังไงเราตอนนี้เราปิดสภาวะการ รับรู้ของเราอยู่ อ้าคิกเกอร์พี่มี perception มั้ยมีดิมัน มีปุ่มให้พี่กดไงคือถ้าพี่กดปุ่มมันรับ รู้ใช่มั้ยว่าพี่กดปุ่มใช่มั้ยเช่นกดกด เลเซอร์กดเดินหน้าถอยหลังใช่มั้ คุณสมบัติที่ 2 ที่ AI ควรจะต้องมี ภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไรครับ คุณสมบัติที่ 2 คืออะไรครับ Reasoning ภาษาไทยแปลว่าอะไรครับ อะไรนะอ่าเหมือนกับที่พวกเราบอกเมื่อกี้ ใช่มั้ครับก็คือเราสามารถสิ่งที่เราเรียก ว่า AI เนี่ยควรจะต้องวิเคราะห์จากข้อมูล ที่เรา perceive มาใช่มั้ยเป็นภาษาอังกฤษ ก็คือเรา perceive หรือรับรู้ข้อมูลมา แล้วเราก็ไปประมวลผลวิเคราะห์ใช่มั้ครับ ขึ้นอยู่กับบริบทว่าเราจะวิเคราะห์เค้าใน เรื่องอะไรใช่มั้ยครับอันที่ 3 อ่ะครับ คุณสมบัติที่ 3 Learning ทำไมต้องมี Learning ครับ อื ทำไมทำไมทำไมเราบอกว่า AI ต้องมี คุณสมบัติในเรื่องของการเรียนรู้ครับ พวกเราว่าเพราะอะไร อะไรนะ เก่งมากครับเพิ่มทักษะมีอะไรอีกมั้ยครับ เก่งมากมีอะไรอีก ลองนึกภาพเราเรียนรู้เพื่ออะไรครับเรามา นั่งเรียนกันทำไมครับ เพื่อให้เราสอบได้ใช่มั้ยเพื่อให้เราออก ไปทำงานได้เพื่อให้เรามีเป็นนักศึกษาที่ มีประสิทธิภาพใช่มั้ครับ AI ก็เหมือนกัน ครับถ้า AI ไม่มีทักษะในด้านของการเรียน รู้แสดงว่า AI อันนั้นก็จะอาจจะทำงานได้ ช่วงนึงพอถึงเวลาที่มันมีข้อมูลใหม่ๆ สถานการณ์ใหม่ๆใช่มั้ครับเขาก็ไม่สามารถ ปรับปรับตัวได้ใช่มั้เราใช้คำว่าปรับตัว ได้มนุษย์เราเรียนรู้เพื่อให้อยู่รอดปรับ ตัวได้ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปนะครับ เพราะฉะนั้นคีย์หลักจริงๆของคุณสมบัติ ในการที่เราจะเรียกอะไรสักอย่างนึงว่า AI เนี่ยจะจะต้องประกอบไปด้วย 1 perception ความสามารถในการรับรู้ 2 reasoning ความ สามารถในการคิดวิเคราะห์นะครับประมวลผลนะ ครับ 3 เค้าจะต้องสามารถadดaptตัวเองเพื่อให้มี ความสามารถที่มากขึ้นให้สามารถดำรงอยู่ใน ธรรมชาติในโลกใบนี้ได้ใช่มั้ครับเราลอง สังเกตครับ tools ต่างๆที่เราใช้ที่เป็น AI ที่เราบอกว่าเราใช้เคนใช้ CL ใช้ Gemini ใช้แชat GVT มันมีเวอร์ชั่นใช่มั้ยมันเริ่มมาตั้งแต่ เวอร์ชั่น 1 2 3 4 5 คำถามคือแต่ละ เวอร์ชั่นมันต่างกันยังไงครับพวกเราว่า แต่ละเวอร์ชั่นต่างกันยังไงฮะ อ่าต่างที่การทำงานยังไงครับการทำงานยัง ไงเอ่ย อ่าฮะ อ่าอันนี้เราเป็นนักศึกษาหรือเราเป็น อาจารย์ปลอมตัวมเอ่อเป็นเก่งมากนะครับเรา จะสังเกตว่าแต่ละเวอร์ชั่นเนี่ย ความสามารถของที่เราเรียกว่า large language model แล้วกันนะครับหรือว่า โมเดลทางด้านภาษาที่ไม่ว่าจะเป็น chat GBT quen German CL นะครับหรืออะไรอื่นๆเยอะแยะมากมาย เนี่ย เค้ามีศักยภาพหรือ คุณสมบัติหรือความสามารถเพิ่มมากขึ้น เพิ่มมากขึ้นจากอะไรครับพวกเราคิดว่า เพิ่มมากขึ้นจากอะไรฮะ อ่า เก่งมากครับเพราะฉะนั้นเวลาที่เค้าสร้าง โมเดลภาษาชุดใหม่เนี่ยจะสังเกตว่าโมเดล ภาษาเนี่ยไม่ได้เป็นโมเดลที่เหมือนกับ สมองของเราเรียนรู้ตลอดเวลาใช่มั้มครับ โมเดลภาษาเนี่ยถูกสร้างมาจากข้อมูลชุดนึง แล้วฟรีเอาไว้แล้วให้ออกไปใช้งานแล้วถ้า อยากให้โมเดลฉลาดนี้อีกมีได้หลายวิธีเดี๋ เรามาคุยกันแต่วิธีนึงก็คือฟีดข้อมูลใหม่ มาเนลได้เป็นเวอร์ชั่นใหม่นะครับในกรณี ที่เรามีข้อมูลใหม่ๆเพิ่มขึ้นใช่มั้ครับ อืเพราะฉะนั้นอย่างที่เราบอกครับ โมเดลหรือว่า AI เนี่ยจะต้องมีเรื่องของ Learn learning mechanism เพื่อที่จะ ทำให้ตัวเองเนี่ยมีขีดความสามารถมากขึ้น นะครับอืเพราะฉะนั้นลองนึกภาพดูว่า AI ที่เราใช้อยู่เนี่ยนะครับสุดท้ายเขาจะ พัฒนาไปเรื่อยๆเหมือนโทรศัพท์ครับมี เวอร์ชั่นใหม่เรื่อยๆนะครับทีนี้ในโลกของ เราเนี่ยณปัจจุบันเนี่ยถ้าเราพูดถึงการ แบ่ง Category ของ AI นะครับเราจะแบ่ง หลักๆได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆเออไม่แน่ใจ น้องๆเคย เห็นรูปนี้มั้ยเคยได้ยินคำว่า AGI ANI Asi บ้างมั้ครับไหนใครเคยได้ยินยกมือให้ พี่ดูหน่อยอ่า 1 ท่าน 2 ท่านไม่เคยได้ยิน เลยครั้งแรก เอยกแบบอย่างนี้นะโอเค อ่ะนะครับจริงๆเขาบอกว่าถ้าเราจะสามารถ แบ่ง Category ของ AI ได้นะครับเราแบ่ง ออกเป็นภาพใหญ่ได้แบบนี้เริ่มเริ่มต้นก็ คือ ANI นะครับ ANI เนี่ยย่อมาจาก Artificial Nural Intelligence นะครับ อืม Category ที่ 2 เนี่ยคือ AGI หรือว่า Artificial General Intelligence นะ ครับแล้วก็ category ที่ 3 เนี่ยก็คือ ASI หรือว่า Artificial Superint Intelligence นะครับ คำถามคือน้องๆว่า AI ทั้งหมดที่น้องๆใช้ กันอยู่เนี่ยณปัจจุปัจจุบันเนี่ยอยู่ cagory ไหนครับ อ่ะใครว่า ANI ANI อ่าสครับ AGI โหเยอะเลย AGI เยอะเลยอ่า ASI ครับ Asi อ่าประมาณ 10 คนอ่ะทีนี้เรามาดูนิยามเดี๋ พี่จะกลับมาถามใหม่นะดูนิยามก่อนนะครับ นิยามบอกว่าเอา ANI ก่อน ANI ก็คือ artificial อะไรนะแนว Narrow intelligence ใช่มั้ narrow ที่แปลว่าแคบๆใช่ครับเออเขาบอก ว่าคุณสมบัติของ AI ประเภทนี้เนี่ยอันที่ 1 ก็คือสามารถ ทำงานได้ดีกว่ามนุษย์ในบางงาน อืม ทำงานได้ดีกว่ามนุษย์ในบางงานนะครับอัน นี้คือคุณสมบัติที่ 1 คุณสมบัติอันที่ 2 บอกว่า อะไรครับ สามารถเป็นผู้ช่วยของเราได้แล้วทำได้ดี ด้วยในบางงานเหมือนกันอันนี้คือคุณสมบัติ ของ ANI อ่ะเราจำไว้ก่อนนะเราลองอ่านดูจด ไว้ได้นะครับถ่ายรูปไว้ได้ แล้ว AGI คืออะไรครับ AGI บอกว่าถ้าคุณจะ เป็น AI แล้วมาอยู่ใน category ของ AGI เนี่ยนะครับคุณสมบัติที่คุณควรจะต้องมี คือ สามารถทำงานได้เหมือนกับมนุษย์ทุกด้านใช่ มยภาษาอังกฤษก็คือ as capable as humans in every task ใช่ไหมครับก็ คือสามารถทำงานได้เหมือนกับมนุษย์ในทุกๆ ด้านนะครับ คุณสมบัติที่ 2 คือเขาบอกว่า สามารถเอา ข้อมูลนะครับหรือแหล่งความรู้อะไรบาง อย่างเนี่ยจากโดเมนนึงนะครับเอาไป เรียนรู้แล้วไปสร้างความรู้หรือว่าไป สร้างคุณสมบัติ บางอย่างขึ้นมาใหม่ก็คือการ imply นะครับ ได้ถ้าเป็น AI ที่อยู่ใน category ที่ เป็น agi นะทำแบบนี้ได้ ถ้าเป็นภาษาไทยก็คือสามารถจับแพะชนแกะได้ ใช่มั้ยคือสามารถแบบยกตัวอย่างเช่นสมมุติ ว่าเอ่อ สมมุติว่าพี่พี่พูดภาษาจีนได้ใช่มั้ย แล้วพี่อยากไปเรียนภาษาญี่ปุ่นแสดงว่าพี่ สามารถเอาความรู้จากตัวอักษรจีนไปต่อยอด กับการเรียนภาษาญี่ปุ่นที่เป็นตัวอักษร คันจิใช่มั้ยได้เออคือสามารถโยงหลายๆ เรื่องราวเข้ามาแล้วสร้างเป็น Knowledge ของพี่ได้ใช่มั้อันนี้คือ AGI นะครับอัน ที่ 3 คือ ASI คุณสมบัติของ ASI คือ สามารถทำงานได้ดีกว่ามนุษย์ในทุกๆด้านนะ ครับอันนี้คุณสมบัติที่ 1 คุณสมบัติที่ 2 บอกว่า AI ประเภทนี้เนี่ยฉลาดกว่ามนุษย์มาก แล้วก็สามารถทำแทนมนุษย์ได้ทุกเรื่องแล้วดี กว่าด้วยนะครับทีนี้พี่ย้อนกลับมาถามคำ ถามเมื่อกี้ไหนใครคิดว่า AI ที่เราใช้ เนี่ยอยู่ใน category ที่เป็น ANI ครับยก มือหน่อยขอดูมือหน่อย อ่าอ่าเยอะขึ้นนิดหน่อย AGI อ่ายังมีเยอะอยู่ฮะอ่า ASI อ่า ขอตัวแทนคนนึงครับที่บอกว่าใช้ AI ที่ใช้ อยู่ทุกวันนี้นะแล้วอยู่ใน category ASI ไหนบอกพี่หน่อยว่า True ตัวนั้นคืออะไร ครับ อ่ะตะโกนมาได้ตะโกนมาได้ True ที่เราใช้อยู่แล้วเราบอกว่าเป็น ASI ชื่ออะไร มีมั้ย ไม่มีเลยเหรอนึกไม่ออกเอา AGI ก็ได้ AGI เราบอกว่าเราใช้ AI อยู่แล้วเป็น AGI มี True ชื่ออะไรบ้างครับที่เราที่เราคิด ว่าเป็น AGI ไหนช่วยพี่ตอบหน่อยเมื่อกี้ยกเยอะแล้วนะ ตะโกนมาเลย ไม่มีเลยหรอ อะไรนะครับเนใช่มั้ครับเนเป็นอะไรครับเรา คิดว่าเป็นอะไรฮะ AGI อ่า AGI บอกว่า สามารถทำงานได้เหมือนมนุษย์ในทุกๆด้านใช่ มั้ยครับ สมมุติพี่บอกเควช่วยไปล้างรถให้พี่หน่อย ได้มั้ครับได้ป่ะ ได้มั้ยเควลองลองลองใช้เคนดูนะครับบอกว่า เควสช่วยไปล้างรถให้หน่อยเควจะตอบว่าไง ครับ ทุกคนเริ่มสับสนละเอ๊ะยังไงเนี่ยอ่ะ สมมุติว่ามีใครใชู้ตัวอื่นอีกมั้ครับ พอพอบอกล้างรถปุ๊บไม่มีใครยกมือแล้วตอน นี้ ไม่มีหรอกพี่จะบอกให้ว่าณปัจจุบันนะครับ 95% ของที่เราใช้เนี่ยอยู่ใน category ที่เป็น ai หมดครับก็คือทำงานได้ดีกว่า มนุษย์เฉพาะบาง task พูดชื่อมาเลย Open AI ใช่มั้แช GPT ใช่มั้ครับ CL Gemine quen พวกนี้ทำงานดีกว่าเรามั้ย ดีกว่าแต่ในแง่ของอะไรครับ ในแง่ของด้านของโมเดลภาษาความรู้แต่ถ้า บอกว่าให้คอสไปล้างรถได้มั้ย ไม่ได้หรอกแต่ถามว่าในอนาคตได้มั้ย ได้มั้ยในอนาคตได้มั้ยคอสไปล้างรถได้มั้ย เคนไปล้างรถได้มั้ยไม่ได้จริงหรอ ตัวมันเองมันอาจจะไปล้างรถไม่ได้ครับแต่ ว่าณปัจจุบันเนี่ยมีสิ่งที่เรียกว่าอัน นี้พี่พูดยาวไปนะพวกเราจดได้จดนะเก็บได้ เก็บนะครับเพราะเดี๋ยวเราต้องเจอแน่ใน ชีวิตในอนาคตนะครับมันจะมีสิ่งที่เรียก ว่า อาจจะเคยได้ยินอยู่แล้วนะก็คือ Agentic AI เคยได้ยินมั้ครับก็คือเราใช้ AI เป็น agent ช่วยเราทำงานสมัยก่อน AI มีแค่แค่ สมองใช่มั้เวลาเราพูดถึง AI เราจะนึกถึง AI มันฉลาดอ่ะมันมีแค่สมองมันช่วยเราคิด แต่ณปัจจุบันน่ะครับ Concept ของคำว่า agentic AI ก็คือ AI มันมีมือแล้วว่ะ ใช่มยมันมีสมองแล้วมันมีมืออนาคตมันจะ เป็นอย่างี้ครับสมมุติว่าพี่บอกเคนหรือ ว่าบอก CL หรือบอกว่าช่วยล้างรถให้หน่อย ดิ ล้ำๆเลยนะสิ่งที่มันจะทำคือมันจะถามเรา ว่าล้างคันไหนสมมุติว่าร้าเรามีหลายคัน ใช่มั้ย สมมุติบ้านเรามีเทสlaใช่มั้ยบอกว่าล้าง tทสlaมันอาจจะไปคุยกับtสlaคุยกันได้นิใช่ มั้ครับก็ผ่านโปรตคอลโมเดลโปรโตคอลอะไร ไป ใช่มั้ครับมันก็ไปบอกเดทสlaว่าสมมุตินะ ครับในอนาคตเฮ้ยเจ้านายสั่งล้างรถนะรถมัน ก็บอกโอเคได้เดี๋ขับไปล้างรถไอ้หัวสมอง AI เมื่อกี้ก็บอกว่าโอเคเดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่ง ไปโทรจองร้านล้างรถก่อนโทรไปเช็คก่อนร้าน รถอยู่ไหนแถวๆนี้โทรเช็คให้หมดจองคิว เรียบร้อยใช่มั้ครับเดี๋ยวนี้ AI พูด โทรศัพท์ได้ใช่มั้ยจองจองเสร็จปุ๊บมาบอก tสlaว่าอ้าขับไปที่นี่ใช่มั้ครับขับไปถึง ปุ๊บอ่าเปิดกุญแจให้คนขับล้างรถล้างเสร็จ ปุ๊บขับกลับมาบ้านด้วยนะมันจะเป็นแบบนี้ ครับไอ้แบบนี้แหละสิ่งที่เราเรียกว่า Agentic AI หรือว่า AI ที่มันทำงานแทน เราได้แบบแขนขาใช่ไหมครับถามว่าณปัจจุบัน มียัง มีแล้วให้เราลองเสิร์ชคำว่าถ้าเป็นล้ำๆ ตอนนี้เพิ่งออกมาล่าสุดนะก็คือ clause cowork ไม่รู้เคยได้ยินหรือเปล่านะครับ กับถ้าเป็น Open Sword ก็จะชื่อว่า Open Claw นะครับ Open Claw ก็จะช่วยให้เรา สามารถเอา Service ต่างๆที่มีบริการอยู่ เนี้ยล้างล้านลดล้านซับ over Delivery อะไรพวกเนี้ยสามารถมาเชื่อมต่อกับสมองของ AI แล้วสามารถอินทิREกันได้เพื่อจะรับคำ สั่งของเรานะครับอนาคตมันจะเป็นอย่างงี้ ทุกคนจะมีสมอง AI อยู่ในแชทแอปพลิเคชของ ตัวเองยกตัวอย่างเช่น Line สมมุติเราใช้ Line ใช่มยสิ่งที่พี่ทำทุกวันนี้คือพี่ พิมพ์บอกสมอง AI ของพี่ว่า ช่วย เช็คให้หน่อยว่าบ้านล็อคหรือยัง สมมุติเราเราเคยมีโมเมนต์ที่แบบเอ๊ะลืม ล็อคบ้านหรือเปล่าใช่มั้ยสมมุติบ้านเรามี เซ็นเซอร์เรื่องล็อคบ้านใช่มั้ประตูประตู มันวางเซ็นเซอร์ IOT ได้ใช่มั้ครับ Line มันก็จะไปคุยกับ เซ็นเซอร์ที่บ้านพี่แล้วก็จะตอบพี่กลับมา ว่าอ๋อล็อคแล้วล็อคเมื่อเวลาเท่าไหร่ใช่ มั้ครับมันจะเป็นในรูปแบบนี้แล้วครับ เพราะฉะนั้นเราจะ access ผ่าน AI สมอง AI ได้เนี่ยอยู่ในแชatแอปพลิเคชของเราทั้ง หมดนะครับเพราะฉะนั้นอย่างที่พี่บอก 95% ของ AI ที่เราใช้ณปัจจุบันเนี่ยยังอยู่ใน category ที่เป็น AI หมดเลยเพราะว่ามัน ฉลาดก็จริงแต่ได้เฉพาะบางงานเท่านั้นนะ ครับแล้ว AGI ล่ะ AGI คืออะไรครับอย่าง ที่พี่บอกใช่มั้ย AGI คือ Artificial General Intelligence ก็คือ นึกไม่ต้องนึกเยอะครับนึกว่ามันทำได้ เหมือนคนนึงทำได้ทุกอย่างอืมมีมั้ณ ปัจจุบันมีมั้ยมีกำลังมาแน่นอนนะครับเรา จะสังเกตเห็นว่าที่จีนทำเยอะแยะเลยนะครับ ล่าสุดอีอนมาสkปีที่แล้วก็ออกมาใช่มยตอน ประชุมผู้ถือหุ้นใช่มั้ครับที่เอาหุ่น ยนต์ออกมาเต้นโชว์นั่นแหละครับเากำลังจะ มุ่งเป้าไปในการทำ physical robot ที่มี ทั้งความฉลาดและสามารถมี capability หรือ คุณสมบัติเท่าเทียมกับมนุษย์สิ่งที่เขาจะ ร้อนชายก็อาจจะเป็นหุ่นยนต์ดูแลผู้สูง อายุนะครับหุ่นยนต์ที่เป็นหุ่นยนต์แม่ บ้านนะครับตัวไม่กี่บาทอะไรอย่างี้นะครับ เพราะฉะนั้นไม่เกินพี่ว่าไม่เกิน 5 ปีคือ ต้องบอกว่าณปัจจุบันเนี่ยเทรนด์ของเรื่อง เทคโนโลยีมัน accelerate เร็วมากมันเป็น อยู่ในช่วงของ curve ที่เป็น Exponential แล้วนะครับมันไม่ได้เป็นแบบขึ้นอย่างี้ เนาะพี่ว่าไม่เกิน 5 ปีในโลกเราจะได้เห็น AGI หรือพวกหุ่นยนต์พวกเนี้ยออกมาในท้อง ตลาดแบบที่เขาเรียกว่าเป็นในรูปแบบของ คอมเมciลก็คือคนทั่วไปสามารถซื้อหามาใช้ ได้นะครับ แล้ว ASI ล่ะ ASI พวกเราว่ามันจะมีมั้ย ASI มีมั้ย ASI จะมาเมื่อไหร่ ASI หน้าตามันจะเป็นประมาณไหนครับพวกเรา นึกภาพออกมั้ย ถึงไม่ออกเลย ในความเชื่อส่วนตัวของพี่นะมันจะไม่มีแบบ รูปร่างหน้าตาออกมาให้เราเห็นหรอก มีใครเคยดูไม่รู้น้องๆทันหรือเปล่าเนอะคน เหล็ก Terminator รู้จัก Skynet ป่ะ Skynet ที่มันที่มัน ที่มันคิดเองแล้วมันก็บอกว่ามนุษยชาติ ชาติเป็นภัยต่อโลกใบนี้เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่เราควรจะต้องกำจัดก็คือมนุษย์โลก แล้วมันก็สั่งยิงนิวเคลียร์ทุกอย่างทำลาย มนุษย์โลกสั่ง Terminator ออกมาเพื่อที่ จะกำจัดมนุษย์โลกใช่มั้ครับ ASI มันจะ เป็นในรูปภาพแบบนั้นแต่ว่าอาจจะไม่ได้ใช้ ในเชิงที่เป็นแบบภาพใหญ่ขนาดที่แบบออกมา ทำลายล้างอะไรประมาณนั้นแต่ว่าอาจจะมาใน เชิงของการวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจระดับ ที่เป็นที่เป็นเค้าเรียกอะไรฮะเป็นภาพ ใหญ่จริงๆเป็นระดับเศรษฐศาสตร์ระดับ มหาภาคจริงๆยกตัวอย่างเช่นสมมุติ ถ้าเรามี Asi เนอะพี่ถามว่าเนี่ย สถานการณ์ในโลกทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโลก ของเราคำถามคือวันเนี้ยมีเหตุการณ์อะไร เกิดขึ้นกับโลกของเราบ้าง ตอบได้มั้ยพวกเราตอบได้มั้ย ตอบไม่ได้หรอกสำนักข่าวยังตอบได้ไม่หมด เลยนะครับแต่ถ้าเรามี AI ที่มี compute power ระดับศักยภาพระดับ Asi กวาดข้อมูล ของทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกนี้จากทุก สำนักข่าวจากทุกแหล่งข้อมูลที่มันเข้าถึง ได้เรามีเอามาวิเคราะห์ได้แล้วพี่ถามคำ ถามว่าช่วยคำนวณให้หน่อยว่า พี่ควรจะต้องกักตุนสินค้าหรือยังกักตุน ของหรือยัง AI ระดับเนี้ยจะสามารถตอบได้แม่นยำมาก กว่าเพราะมันได้ข้อมูลจากทุกที่นะครับ ซึ่งตอนนี้เรายังไม่มีแต่ในอนาคตมีแน่แต่ กี่ปีตอบไม่ได้นะครับแต่ว่าเทรนด์ของ AI มันจะ moving forward ไปทั้งนั้นแน่นอน นะครับเนาะยกตัวอย่างอย่างอเมริกาก็มีการ นำเอา AI ไปใช้ในการทำสงครามแล้วจริงๆไม่ ใช่เป็นเรื่องที่ดีนะครับแต่มันก็เป็น ยุทธวิธีของเขานะครับถ้าใครติดตามข่าวก็ จะเห็นว่าอเมริกาเอาคอสไปใช้ในการทำ สงครามมีใครพอรู้มั้ยเค้าไปใช้ทำอะไรครับ เค้าเค้าเค้าเอา AI ไปใช้ทำอะไรนะครับใน การสงคราม ไปทำอะไรนะ เค้าไปทำอะไรนะ ไปจับ ของที่ไหนนะ ที่เค้ารบกันหรอ อ่าจริงๆสิ่งที่เค้าใช้หลักๆแล้วก็ CL บอกว่าขอถอนตัวไม่อยากยุ่งกับเรื่อง สงครามก็คือเค้าเอา AI ไปช่วยในเรื่องของ การ วิเคราะห์ข่าวกองแล้วกันนะครับอย่างยกตัว อย่างง่ายสุดก็คือภาพถ่ายดาวเทียมครับ ถ้าให้คนวิเคราะห์หรือแบบเทคโนโลยีสมัย ก่อนมันช้ามากครับแต่ว่า AI สมัยนี้เรา ลองนึกภาพดูเราฟีดรูปเข้าไปใช่มั้ยเอา ง่ายๆแค่ฟีดสไลด์หน้าเนี้ยแล้วเราให้เขา Summary นะครับหรือถ้าเป็นรูปภาพถ่ายดาว เทียมอ่ะเราก็หาจุดที่มันเราอาจจะมีการ ฟีดพร้อมเข้าไปแล้วบอกว่าจุดไหนที่ควรจะ เป็นจุดที่เป็นจุดยุทธศาสตร์หรือจุดไหน ที่มันเพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ภายในปีที่ ผ่านมาเงี้ย AI มันจะบอกได้ครับมันอาจจะ ชี้จุดอะไรบางอย่างให้เราได้เร็วกว่าคน ทั่วไปนะครับเพราะฉะนั้นอย่างที่เราเห็น ปฏิบัติการสหรัฐล่าสุดชื่อปฏิบัติการอะไร ครับ Epic Fury ถึงบอมได้เร็วมากเพราะว่าเขาใช้ AI ช่วย ครับแล้วก็คลอสก็ถอนตัวเลยทันทีเพราะว่า ไม่อยากยุ่งเรื่องนี้นะโอเค ถ้าเกิดน้องๆมีคำถามถามพี่ได้ตลอดนะครับ อ่ะทีนี้พี่ให้ดูอันนี้ครับเหมือนที่เรา คุยกันไปเมื่อต้น session นะครับ ก็คือประวัติศาสตร์ของ AI จริงๆภาพนี้ เนี่ยบอกอะไรเราหลายอย่างมากนะครับ ประวัติศาสตร์ของ AI เนี่ยจริงๆ AI เนี่ย ถือกำเนิดขึ้นมาประมาณตอนปี 1950 ถ้านับ ปัจจุบันก็คือกี่ปีครับ 7 76 ปีเนาะก็น่าจะเท่าอายุคุณตาคุณยาย เราพอดีคุณปู่คุณย่าเราพอดีนะครับ คำถามคือ AI ทำไมถึงเกิดมาตอนปี 1950 ครับพวกเราพอมีไอเดียมั้ย 7 รุ่นคุณตาคุณยายเราอ่ะเค้ามีไอเดีย เรื่อง AI ได้ไงอ่ะ AI มันถูกไveฟมาจากเรื่องอะไร อืม ช่วงอยู่ยุค 1950 มันเป็นช่วงช่วงอะไร ครับสมัยนั้นปี 1950 มีอะไรเด่นๆดังๆบ้าง ครับ ในภาพประวัติศาสตร์ที่เรานึกพอจะนึกออก มันเป็นยุคอะไรครับ 1950 50 น้องๆบอกหนูไม่รู้หรอกหนูยังไม่เกิดอืแต่ เราก็ต้องรู้ประวัติศาสตร์บ้างช่วงนั้น มันมีเหตุการณ์อะไรสำคัญๆบ้างครับ 1950 ยุคอะไรเอ่ย ใกล้ๆเคียงสมัยนี้เกิดอะไรขึ้นครับ อ่าอ่า ทุกคนกำลังเสิร์ชอยู่นะฮะว่า 1950 มีอะไรเกิดขึ้นบ้างอ่ะเสิร์ชได้ช่วยพี่ ตอบหน่อย ครับมีคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นอ่ะแน่นอนครับ มีอะไรอีกครับ อ่ามีอะไรอีก อะไรนะครับอ่าเก่งมากครับอ่ะท่านอื่นฮะ ท่านอื่นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เสิร์ชกันใหญ่เลยไหนมีใครมีคำตอบแปลกๆ บ้างมั้ย ที่มันสามารถโยงกับยุคกำเนิดของ AI ได้ เสิร์ชเสร็จละ แต่ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ สงครามความเย็นก่อนหน้านี้มันมีสงคราม อะไรครับสงครามอุ่น ก่อนหน้าสงครามเย็นมีสงครามอะไรครับ สงครามโลกใช่ป่ะสงครามโลกครั้งที่เท่า ไหร่ครับ ครั้งที่ 2 สมัยก่อนเนี่ยครับเค้าเคยมีคน พูดว่า นวัตกรรมใหม่ๆเนี่ยถูกไveฟด้วย สงครามจริงป่ะพวกเราว่าจริงป่ะมีนวัตกรรม อะไรบ้างถูกได้วยสงครามครับ สงครามเป็นตัวทริกเกอร์ให้เกิดนวัตกรรม พวกนี้ขึ้นมาครับมีอะไรบ้างครับ เครื่องบินทิ้งไข่เออเก่งมากนะเออได้อยู่ นะก็คือเรื่องของนิวเคลียร์ใช่มั้ยมีอะไร อีกครับ สงครามทำให้เรามีนวัตกรรมอะไรเกิดขึ้น ครับ ไม่มีแล้วเหรอ สงครามมีนวัตกรรมอะไรเกิดขึ้นหลังสงคราม บ้างครับหรือก่อนสงครามฮะอ่ะมีเรื่องของ นิวเคลียร์ใช่มั้ยนิวคียนิวเคลียร์แล้วมี อะไรอีก เสิร์ชอ่ะเสิร์ชได้เสิร์ชได้ช่วยพี่ เสิร์ชหน่อยอร่อยลองเสิร์ชซิสงครามทำให้ เกิดนวัตกรรมอะไรขึ้นบ้างครับ อ่าเราจะได้มีความรู้ด้วยนะ เรดาร landing ใช่มีครับมีด้วยครับมีอะไร อีก อ่ามียารักษาโรคใช่มั้ยครับเรื่องของยาก็ เกี่ยวนะครับมีอะไรอีกครับอ่ะนี่อ่ามี เรื่องของเrayใช่มั้ครับเออจริงๆต้องบอก ว่าสงครามอ่ะมันไเรื่องมากนะครับ สจริงๆอาจจะใช้คำพูดผิดนิดนึงเนาะจริงๆ สงครามมันไม่ได้เป็นตัวdriveฟหรอกแต่ความ struggle ของคนน่ะ มันเป็นตัวdriฟทำให้เราต้องคิดค้นอะไร ขึ้นมาบางอย่างเพื่อที่จะ fulfill ใน เรื่องของความ struggle ของเราหรือความ ยากลำบากของเราใช่มั้ยอื 1 ในนั้นก็คือ เรื่องของ AI ครับ AI เนี่ยสังเกตมว่า เกิดปี 1950 ก็คือมันเกิดหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 นะครับคำถามคือ AI เกิด 1950 เกิดอะไรขึ้นครับ มีนักวิทยาศาสตร์ 3 คนครับเราอาจจะเคยได้ ยินชื่อของนักวิทยาศาสตร์พวกนี้นะนัก คณิตศาสตร์นะครับคนแรกน่าจะเคยได้ยินชื่อ แน่นอนคือ Alun Touring เคยได้ยินมั้ ครับ Alun Touring ทำอะไรครับ Alantouring เป็นนักคณิตศาสตร์ทำอะไร ครับ อ่าเสิร์ชๆ เสิร์ชเองจะได้จำได้อuringทำอะไรบ้างครับ เค้าเป็นบิดาของคณิตศาสตร์ทุกคนเรียน คณิตศาสตร์มาใช่มั้ย อ่าทำอะไรครับเค้าคิดค้นอะไรขึ้นมาครับ อ่า เค้าคิดค้นอ่าเค้าจริงๆต้องบอกว่าเค้า คิดทฤษฎีเรื่องของ Theory of Computation นะครับเอ่อเค้าทำเครื่องที่ มันสามารถคำนวณในรูปแบบของดิจิตอลได้นะ ครับแล้วก็ทำเรื่องของปฏิบัติการรับพวก ถอดรหัสรับสมัยก่อนในสงสงครามที่เขาเคย ใช้ในการคุยผ่านการ encryption รหัสอะไร พวกนี้นะครับก็เป็นคนที่ถือกำเนิดเรื่อง ของคอมพutในรูปแบบของดิจิตอลเพราะฉะนั้น ก็เป็นพื้นฐานในเรื่องของ AI เหมือนกัน เพราะว่า AI ต้องมีวิธีการคำนวณในรูปแบบ ของดิจิตอลใช่ไหมครับคงไม่มี AI มานั่ง เขียนกระดาษในการคำนวณนะทุกอย่างมันเป็น 01101 หมดใช่ไหมครับอืคนที่ 2 ครับชื่อ คุ้นๆมครับ CL Chann เคยได้ยินมั้ย ไม่รู้จักหรอกแต่ CL อ่ะคุ้นๆเหมือนจะ เป็นชื่อ AI สักตัวนึงนะครับClaud Chann เนี่ยเป็นคนคิดเรื่องของ information Theory ที่ทำเรื่องของ digital signals นะครับอืแล้วก็อีกคนนึงก็คือ Norbert Winner Norbert Winner เนี่ยทำเรื่อง ของ Cybernetics นะครับก็คือเรื่องของ วิธีการ control นะครับประจุไฟฟ้ากระแสไฟ ฟ้าคล้ายๆกับสมองของเรานะครับการส่งผ่าน Signลประจุสูไฟฟ้าอะไรต่างๆแล้วก็เป็นที่ มาของในเรื่องของศาสตร์ที่เราเรียกว่า Neurology นะครับก็คือวิธีการจำลองการทำ งานของสมองของเราให้กับmaชine ในช่วงปี 1950 เป็น theory ขึ้นมาจะ สังเกตว่าทุกอย่างเป็น theory หมดเพราะ อะไรครับทำไมถึงเป็น theory ครับ ทำไมครับ ไม่บอกเดี๋มาดูนะครับทำไมถึงเดี๋ยวน้องๆ จะหาคำตอบได้ด้วยตัวเองครับอ่ะปี 1950 - 1956 เนี่ยครับเป็นยุคกำเนิดของ AI จริง ๆหรือเราเรียกว่าเป็น Birth of AI ใช่ มั้ครับถัดมายุคต่อไปครับ อ่าก็จะมีคำถามว่าเฮ้ยอย่างี้เราสามารถทำ ปัญญาประดิษฐ์ปัญญาที่แบบสมองจำลองสมอง ของเราได้ใช่ไหมนะครับในยุคเมื่อประมาณ 70 กว่าปีที่แล้วนะครับยุคที่ 2 ครับยุคนี้ จะยาวนานหน่อยตั้งแต่ปี 1956 - 1974 4 นะครับ จุดเริ่มต้นคือ 1 1956 ก็คือ 70 ปีที่ แล้วคำว่า AI หรือว่า Artificial Intelligence ได้ถือกำเนิดขึ้นนะครับ เป็นครั้งแรกของโลกที่สมัยก่อนมันจะมี Workshop สมัยนี้ก็มีนะครับ Workshop จัดที่นู่นที่นี่นะครับแล้วแต่ว่าเราจะ จัด Workshop topic อะไรนะครับคนที่เป็น expertise ที่มี expertise ในด้านนั้น ที่เป็น expert ก็จะไปรวมตัวกัน presenter conference อะไรก็ว่าไปมา discuss กัน ใช่ม 70 ปีที่แล้วก็มี Workshop ที่เรียกว่า Darthm Workshop จัดที่เมือง Darthm นะ ครับปี 1956 แล้วก็มี field 1 Field หรือสาขา 1 สาขาที่เรียกว่า Artificial Intelligence ถูกบรรจุอยู่ใน Workshop นั้นเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์มาแลกเปลี่ยน ความรู้กันมา Present Paper ที่เกี่ยว กับเรื่องของ artificial intelligence นะครับก็เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อปี 1956 นะครับแล้วก็มีแชบotตัวแรกของโลกแชatบot ตัวแรกของโลกไม่ใช่ Open AI แชแชท GPT นะครับแชatบotตัวแรกของโลกชื่อว่าน้อง อีไลซ่าคุณยายอีไลซ่าแล้วกันคงไม่ใช่น้อง เรานะครับ 70 ปีที่แล้วนะครับแชทบอร์ดตัว แรกชื่ออีไลซ่านะครับถือกำเนิดขึ้นมานะ ครับคำถามคืออีไลซ่าฉลาดมั้ยพวกเราคิดว่า อีรซ่าฉลาดมั้ยทำไมทำไมไม่ฉลาดล่ะเค้า เป็นชัดบอทเลยนะ อืมน้องๆบอกว่าโอ๊ยถ้าฉลาดป่านี้ทุกวัน นี้ผมไปดาวพฤหัสบดแล้วครับถ้าแชทบอร์ด ฉลาดตั้งแต่ 70 ปีที่แล้วเนอะใช่มั้ยแสดง ว่าเทคโนโลยี 70 ปีที่แล้วถ้าเกิดฉลาด เท่า Open AI วันนี้นะครับ 70 ปีที่ผ่าน มานี่เราน่าจะไปได้ไกลกว่านี้เยอะมากนะ ครับอ่ะเดี๋ยวเดี๋ยวค่อยกลับมาดูว่าทำไม มันถึงฉลาดน้อยนะครับอืแล้วก็ช่วงปี 1956 ถึงปี 1974 เนี่ยเป็น gap ที่ AI boบูม มากเลยนะครับแต่ยังอยู่ในแง่ของทฤษฎีอยู่ นะครับแล้วก็ มีเรื่องของการให้ทุนวิจัยงานวิจัย AI เนี่ยเกิดขึ้นมามากมายเลยนะครับ พอหลังจากปี 1974 เป็นต้นไปเนี่ยเราจะ สังเกตเห็นว่าช่วงปี 196 ถึงปี 1974 เนี่ยเราเรียกว่าเป็นยุค early optimism หรือว่าเป็นช่วงสดใสของ AI แล้วกันนะครับ ทุกอย่างก็บูมไปหมดนะครับเหมือนช่วงนี้นะ พูดถึง AI อะไรก็ดีไปหมดนะครับแต่พอช่วง 1974 - 1980 เนี่ยนะครับจะสังเกตว่า กราฟ AI ตกเลยนะครับเราเรียกว่าเป็น First AI Winter นะครับคำถามคือทำไมถึงเป็น First AI Winter ครับ อ่าช่วงช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงประมาณแบบคุณ อาคุณน้าของพวกเรา น่าจะอายุประมาณคุณอาคุณน้าพวกเราเน 50 ใช่มั้ย 50 เนาะ นึกภาพดูครับ 50 ปีที่แล้วครับพวกเราคิด ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่เป็น personal คอมพิวเตอร์อ่ะที่คนจับต้องได้เกิดขึ้นมา กี่ปีครับ บริษัทอะไรทำ personal คอมพิวเตอร์ เครื่องแรกครับ อ้าเสิร์ช จะได้จำได้เสิร์ชเร็วเสรชเร็ว เสิร์ชเร็วเพราะถ้าพี่บอกเเราจะลืมทุก อย่างอ่าพวกเราคิดว่า personal คอมพิวเตอร์เกิดขึ้นมาตอนปีอะไร ใบ้ว่าพวกเรายังไม่เกิดแน่นอนนะครับ 19 อะไรใครตอบพี่หน่อย โทรหาเพื่อนเลย บริษัทอะไรครับ อ่า เพคพิวเตอร์นะครับเกิดขึ้นช่วงประมาณปี 70 อืเามีบอกสเปคของเครื่องคอมพิวเตอร์มครับ ว่าสเปคเป็นยังไงครับ มี CPU กี่ ความแรงเท่าไหร่ครับRรมเท่าไหร่ครับ มีบอกมั้ยอ่าไม่บอกไม่เป็นไรแต่จะบอกว่า personal คอมพิวเตอร์เครื่องแรกๆเนี่ย เกิดขึ้นยุค 70 ฮาร์ดดิสก์สมัยก่อนนะครับช่วงฮาร์ดดิสก สมัยช่วงยุคปี 195 50 1960 - 1970 เนี่ย ไซิ่งประมาณสัก 5 MB 5 เราถ่ายรูปมือ ถือกี่เมครับถ่ายรูปนึงกี่เม 2 GB เลยเหรอรูปอะไรเนี่ย ถ่ายรูปนึงประมาณกี่เมครับมีใครพอดูเคยดู มยเวลาถ่ายรูปแล้วเคยกดดีเทลดูมว่ารูปเ มันไซส์เท่าไหร่ครับอ่ะลองถ่ายซิเราบอก พี่หน่อยว่าเราถ่ายรูป 1 รูปเนี่ยเราต้อง ใช้หน่วยความจำเท่าไหร่ อ่าเท่าไหร่ดี เท่าไหร่นะ 1.4 4 MB อ่า สมัยก่อน 5 MB อ่ะครับ 5 MB ก็คือรูป ประมาณซัก 2 รูปครึ่งใช้ฮาร์ดดิสก์ขนาด ไซส์ประมาณซักเนี่ยเท่าประตูบานเนี้ยครับ เก็บมีใครเคยเห็นมั้ยเคยเห็นรูปมั้ย เนี่ยใช้ประฮาร์ดดิสก์กเศร้าเท่าไซส์ ประมาณตู้เย็นน่ะครับเก็บ 2 รูปครึ่งใช่ มั้ยเพราะฉะนั้นสิ่งที่พี่กำลังจะบอกก็ คือ AI มันอยู่ในช่วง winter ตอนปี 70 ถึงปี 80 เพราะว่าอะไรครับมันไม่สามารถทำให้ ทฤษฎีของ AI ที่มันถูกคิ้นค้นมาตั้งแต่ปี 1950 น่ะเกิดขึ้นมาจริงๆได้เนื่องจาก Limitation ของเทคโนล เนาะใช่มั้ยอืนะครับ ก็เหมือนที่เราเห็นเลยตามภาพเลยนะครับ ช่วง 80 ไปต่อไม่ได้และคอมพิวเตอร์ไม่คือ พูดง่ายๆคอมพิวเตอร์ไม่สามารถไม่ไม่แรงพอ อ่ะให้เราสามารถเอาไปทำงาน AI ได้นะครับ ยุคถัดมา 80-87 กลับมาบูมอีกแล้วนะครับจริงๆต้องบอกว่า ยุคเนี้ยกลับมาบูมไม่ใช่ว่าเทคโนโลยีมัน catch up ทันในเรื่องของทฤษฎีแต่ต้อง บอกว่ามันมีทฤษฎีใหม่ที่เกิดขึ้นแล้วมัน ใช้ได้จริงก็คือในเรื่องของ Neuron Network หรือว่าพวก Deep Learning เคย ได้ยินคำว่า Deep Learning หรือ Neuronal Network มั้ย ทฤษฎีใหม่ที่เกิดขึ้นช่วงนี้คือเค้าอ่ะ เขียนalorิหรือว่าสมองของ Machine Learning เนี่ยครับให้สามารถคิด แบบสมองของมนุษย์ได้คำว่าคิดแบบสมองของ มนุษย์คือ คิดวิเคราะห์แยกแยะได้ พี่ยกตัวอย่างให้ฟังสมมุติว่า มีน้องคนนึงเดินเข้ามาในห้องใช่มั้ยเป็น น้องผู้ชายพี่ถามพวกเราว่าอ่ะดูน้องคนนี้ น้องคิดว่าน้องที่เดินเข้ามาใหม่เนี่ย มีความสัมพันธ์ยังไงกับน้องที่นั่งอยู่ ตรงนี้พวกเราจะดูอะไรครับ ในแง่ของความสัมพันธก็คืออาจจะตอบว่าเป็น เพื่อนเป็นพี่น้องเป็นญาติเป็นอะไรได้ เยอะแยะเลยแต่สมองของมนุษย์มันจะคิดยังไง ครับพวกเราคิดว่าเราจะคิดวิเคราะห์แยกแยะ ไงครับว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาคำถามพี่ คือเป็นอะไรกับคนที่นั่งอยู่คนนี้เราจะดู อะไรบ้างครับสมองมนุษย์จะดูอะไรบ้างฮะ โหดูหลายอย่างมากอ่ะไล่มาตั้งแต่หน้าตา ใช่มั้ย เออหน้าตาท่าทางลักษณะเยอะแยะมากมายแล้ว เราก็จะมาดูอีกว่า แต่ละ component ของหน้าตาเช่นเอ้ยเค้าจะ เป็นพี่น้องกันหรือเปล่าเค้ามีตาเดูคล้าย ๆกันท่าทางการเดินเขาดูคล้ายๆกันจะสังเกต มั้ว่าหัวสมองของมนุษย์อ่ะมันจะคิดไปใน รูปแบบที่เป็น component แยกๆออกมาใช่ มั้ยนี่แหละช่วงยุคปี 80-87 อ่ะสิ่งที่ นักวิทยาศาสวิทยาศาสตร์ทำก็คือสร้างหัว สมองของเครื่องจักรที่สามารถแยกการทำงาน ในเรื่องของการคิดวิเคราะห์ตัดสินใจได้นะ ครับมันก็เลยทำให้ AI เนี่ยมาบูมช่วงนี้ อีกรอบนึง แต่จนแล้วจนรอดก็กลับไปเป็น winter อีก รอบนึงนะครับเพราะว่าเทคโนโลยีก็ยังไม่ catch up เลยนะครับน้องๆเกิดปีอะไรกัน 2000 นิดๆป่ะ 2006 ใช่มย 2,000 นิดๆใช่ป่ะนึกภาพตอน 1987 1993 มาคอมพิวเตอร์ยังเป็นแบบ RAM 64 MB อ่ะ RAM 64 MB CPU 1 GHz อะไรอย่างเงี้ยนะครับคือน้อยมากอ่ะ ไม่สามารถมีคุณสมบัติที่ใช้เรื่องของการ สร้างสมองหรือปัญญาประดิษฐหรือแม้กระทั่ง จะเก็บข้อมูลยังยากเลยนะครับฮาร์ดดิสก์ ถ้าพี่จำไม่ผิดนะฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ใน คอมพิวเตอร์ยังแบบระดับ 64 GB อะไร อย่างี้อยู่เลยอ่ะเออ 32 GB 64 GB อะไรอย่างเงี้ยRรam 128 อะไรประมาณเนี้ย นะครับช่วงปีประมาณนั้นเนาะเผลอๆน้อยกว่า นั้นอีกนะครับทีนี้ตั้งแต่ปี 1993 จนถึงณ ปัจจุบันเนี่ยเราจะสังเกตเห็นว่า AI
เนี่ย มันเป็นกราฟแบบนี้เลยครับ แล้วพี่เชื่อว่ามันจะไม่ลงมาแล้วด้วย อาจจะลงมาเวลามี hick up นิดหน่อย แต่มันจะไม่ลงมา เป็นแบบ Winter นะครับ AI มัน take off แล้ว เป็น explosive growth เลยนะ ครับ
คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นในยุคประมาณซักปี 1990 สิ่งที่มาเปลี่ยนโลกช่วงปี 1990 คือ งานวิจัยของ Google งานวิจัยนึง เมื่อกี้มีน้องๆ บอกเรื่องของภาพรูปภาพใช่ไหม สมัยน้องๆ อาจจะไม่ทันแล้วนะครับ สมัยก่อนเนี่ย สมมุติว่าน้องๆ ลองนึกภาพดูว่า Google เค้าทำงานยังไงนะครับ สมมุติว่าเราเสิร์ชรูป เอ่อ เอาอะไรดี เสิร์ชรูปอ่ะ ลาบูบู้ คำถามคือ Google มันจะรู้ได้ไงว่ารูปทั้งหมดทั้งมวลที่อยู่ใน server เนี่ย รูปไหนมีลาบูบู้บ้าง พวกเราว่าสมองของ Google ทำงานไงครับ
อะไรนะ อ้า สมมุติพี่ตั้งชื่อไฟล์ว่า Cry Baby แต่ข้างในเป็นลาบูบู้ล่ะก็ ไม่ได้ใช่มั้ย มันก็ไม่แม่นใช่มั้ย เออ พวกเราคิดว่าสมองมันทำงานไงครับ อะไรนะครับ พวก source code ใช่มั้ย เอ่อ เอ่อ ไม่ใช่ครับ แต่ว่ามีความถูกอยู่นิดนึง เดี๋ยวพี่จะกลับมาบอกว่าเพราะอะไร มีใครคิดว่าเป็นอย่างอื่นมั้ย มันทำงานยังไงถึงถึงจะรู้ว่ารูปเนี้ยคือลาบูบู้ รูปนี้คือ Cry Baby ไง
ถ้านึกไม่ออก สมมุติว่าพี่มีรูปลาบูบู้กับ Cry Baby คำถามคือ พวกเรารู้ได้ไงว่ารูปนี้คือลาบูบู้ และรูปนี้คือ Cry Baby เอาสิ่งที่พวกเรา สมองพวกเราทำงานหน่อย พวกเราทำงานไงครับ สมองของพวกเรา ลาบูบู้ไม่ร้องไห้ อึใช่มั้ย แล้วมีอะไรอีก คายแบบนี้ไม่มีเขี้ยว อึ ใช่ มีอะไรอีกอ่ะ มีอะไรอีก มีอะไรอีก เยอะแยะเลยนะครับ สิ่งที่เรา สิ่งที่เราพูดมาอยู่ก็คือ เรากำลังวิเคราะห์คุณสมบัติ หรือว่าฟีเจอร์ของลาบูบู้กับ Cry Baby ใช่ไหม Cry Baby เป็นเด็กผู้หญิง ผมสีอะไร ไม่รู้ ผมสีทอง หน้าตาร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ใช่มั้ย ลาบูบู้เป็นแบบตัวอะไรไม่รู้ที่หน้าตาไม่เหมือนคน มีเขี้ยว มีหูยาวๆ ใช่มั้ยครับ
สมองของ Google ในยุค 90 เค้าทำแบบนี้เลยครับ ก็คือวิเคราะห์ฟีเจอร์ของรูปภาพหรือ object นั้นๆ ที่เราอยากจะ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็คือ classify ก็คืออยากจะรู้ว่ามันคืออะไร ใช่มั้ยครับ
พี่ถามย้อนกลับไปอีกนิดนึง ทำไมเราถึงรู้ว่าลาบูบู้ มีเขี้ยว คลายเนี้ย ร้องไห้ รู้ได้ไงอ่ะ เราเห็นใช่มั้ย เห็นจากอะไรครับ สมมุติว่าพี่สมมุติว่าเราลองล้างสมองเลยนะ เราไม่เคยเห็นลาบูบู้กับ Cry Baby พี่หยิบลาบูบู้กับ Cry Baby ให้เราจะรู้มั้ยว่า 2 ตัวนี้คืออะไรครับ เออ ทำไม ทำไมไม่รู้ล่ะ เรายังไม่มีประสบการณ์ มันไม่มีคนเคยบอกเราใช่มั้ย ว่าไอ้ตัวหน้าตาแบบนี้มันคือ Cry Baby ตัวหน้าตาแบบนี้คือลาบูบู้ใช่มั้ยครับ แต่พอเรารู้แล้วอ่ะ สมองของเรามันสามารถ imply ได้ใช่ป่ะ ว่าลาบูบู้ feature เป็นแบบนี้ Cry Baby feature เป็นแบบนี้ ถ้าเราเห็นครั้งต่อไปเราพอจะจำแนกได้ใช่ไหมครับ
คำถามคือ ใครบอก Google ครับว่าไอ้เนี่ย คือลาบูบู้ อันเนี้ยคือ Cry Baby พวกเราคิดว่าใครบอก Google อ่ะ น้องว่าไงนะ ใครบอก Google สมัยก่อน อ่า ใช้คนในการบอกเราว่าไงนะ อ่า เก่งมากจริงๆ น้องทั้ง 2 คนเก่งมากครับ ช่วงปี 90 มันจะมีศัพท์คำนึงครับ ศัพท์คำนั้นคือ Human Computational เคยได้ยินป่ะ เออ เขาจะหา ถ้าเป็นภาษาไทยคือเขาจะหาอาสาสมัครครับ มาช่วยเทรนให้สมองของพวก machine พวกเนี้ยมันฉลาด ก็คือเหมือนกับสมองของเด็กที่เพิ่งเกิดมา มีศักยภาพในการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ แต่ยังไม่มีประสบการณ์ คนที่จะบอกสมองนี้ให้ฉลาดขึ้นได้ก็คือเรา ผู้ใช้งาน หรือ user เราเป็นเหมือนกับพ่อแม่ของเขา
พี่ไม่แน่ใจน้องๆ เคยทันเล่น Facebook Instagram สมัยก่อนหรือเปล่า นะ สมัยก่อนเวลาที่เราอัปโหลดรูปภาพ สมมุติว่าพี่ถ่ายรูปชั้นนี้ใช่มั้ย พี่อัปโหลดไป อ่ะ สมัยก่อนน่ะ มันจะขึ้นสี่เหลี่ยมที่หน้าคนให้เราช่วยแท็กหน่อยว่าคนเนี้ยคือใคร เคย เคยคุ้นๆมั้ย แบบช่วยบอกหน่อยว่าคนเนี้ยใคร ฉันไม่รู้จัก เออ เดี๋ยวนี้ไม่มีใช่มั้ย มีมั้ย เดี๋ยวนี้มีมั้ย น้องๆไม่น่าจะเคยเห็นหรอก เดี๋ยวนี้อัพรูปอะไรไปอ่ะ ถ้าคนนั้นมี social account อยู่ใน platform นั้นน่ะ มันรู้เลยว่าคนนี้คือใครใช่ป่ะ คำถามคือ มันรู้ได้ไง แน่นอนครับ เราอ่ะอัพรูปเราอ่ะเป็นร้อย เป็นพันรูปเลยอ่ะ สิ่งที่มันทำคือมันก็เอาหน้าเราไปเข้า mathematical หรือว่าแบบ หน้าของหน้าของผมเนี่ย หน้าของพี่เนี่ย อาจจะได้ตัวเลขออกมาตัวเลขชุดนึง 1785 ถ้าเกิดน้องสักคนนึงถ่ายรูปพี่แล้วอัพรูปขึ้นไป มันก็รู้ว่าหน้าตาอันนี้คือหน้าคนใช่มั้ย มันก็ไปคำนวณ เอ้ย 1785 อ๋อ 1785 คือพี่ใช่มั้ย ไม่จำเป็นต้องบอกเค้าอีกแล้ว เพราะเค้าเคยเห็นมาแล้ว เหมือนกับพี่ถามน้องๆทุกคนว่า นึกหน้าลาบูบู้ ออกมั้ย พี่ว่าทุกคนนึกออก อาจจะคนละแบบคนละสี แต่ว่าลาบูบู้คือลาบูบู้ใช่มั้ยครับ เพราะพวกเราเคยเห็นมาแล้วใช่มั้ยครับ
อันนั้นคือเรื่องของการ classification ใช่ไหมครับ ก็เป็นยุคที่เกิดขึ้นมาตอนปี 1990 แล้วทำให้ AI กลับมาบูมอีกครั้งนึง เพราะว่าอะไรรู้มั้ย Google น่ะจัดงาน event แข่งกันระหว่างคนกับ algorithm ของเขาในการวิเคราะห์รูปภาพว่ารูปภาพเนี้ยมีอะไรอยู่บ้าง มี object อะไรบ้าง object อยู่ที่ไหน object นั้นคืออะไร คำถามคือ ทำไมถึงบูม เพราะว่า algorithm ของ Google ชนะพวกเรา คำถามคือ เอ้ย มันชนะพวกเราได้ไงอ่ะ เพราะรูปภาพมันไม่ มันไม่ได้เป็นรูปภาพแบบง่ายๆให้เราวิเคราะห์ครับ ตาเราเนี่ย หรือที่เราเรียกว่าตาเนื้อเนี่ย มันมองเห็นได้จำกัดเนาะ เช่น สมมุติว่าพี่เอาสีดำบางๆมาถมทั้งรูป เราอาจจะมองไม่ค่อยออกแล้วว่ารูปที่อยู่หลังสีดำบางๆนี่คืออะไร แต่คอมพิวเตอร์ครับ มันถอดเหมือนที่น้องบอกว่า source code ใช่มั้ย มันเอารหัสพิกเซลของรูปภาพอ่ะ มานั่งดู มันถอดรหัสพิกเซลออกมาได้ นี่มันเอาแต่ละพิกเซลมานั่งดู แพทเทิร์น ถึงแม้เราจะถมดำ แต่ถ้ามันมีแพทเทิร์นบางอย่างอยู่หลังถมดำแล้วมันเป็นแพทเทิร์นที่มันรู้จัก มันสามารถ identify ได้ว่านี่คือ object อะไร แต่ตาเรามองไม่เห็นนะครับ เพราะฉะนั้นก็เลยเป็นที่มาว่า เฮ้ย ทำไมช่วงยุค 90 เนี่ย AI takes off อีกครั้ง เพราะว่าเราเห็น เรา prove ได้แล้วว่าเครื่องจักรมันเก่งกว่าเรา
คำถามคือ มีเหตุการณ์อื่นอีกเปล่าที่ prove ได้ว่าเหตุการณ์ที่ prove ได้ว่าเครื่องจักรมันเก่งกว่าเรา เยอะแยะเลยครับ อีกอันนึงที่เกิดขึ้นในโลกตอนช่วง 1990 คือมีคนเขียนโปรแกรมเล่นหมักรุกกับหมากฮอส พวกเรารู้จักนะ หมักรุกกับหมากฮอสที่คนไม่สามารถเอาชนะโปรแกรมได้แล้ว เพราะว่า combination ของหมากรุกกับหมากฮอสไม่เยอะมาก สามารถเขียนโปรแกรมแล้วดักได้ทุกท่าของการเล่นหมากรุกหมากฮอสใช่ไหมครับ อันนั้นว่าเก่งนะ
ช่วงปี 2011 เป็นต้นมา น้องๆรู้จักเกมหมากล้อมมั้ย หรือว่าโกะ เคยได้ยินป่ะ หมากล้อม หรือว่าโกะเนี่ย ตารางมันคือ 19*19 ใช่มั้ยครับ ทุกครั้งที่วางหมากจะมี combination เกิดขึ้น ถ้าพี่จำไม่ผิดประมาณสัก 2 ล้าน combination สมองเราไม่มีทางคิดได้จนสุดกระดาน แม้กระทั่งคนที่ เป็นแชมป์โลกในตอนนั้นนะ ก้าวดั้งนะครับ คนเกาหลีชื่อ อีซีดอนะครับ ยังคิดพอจะคิดได้สุดกระดาน แต่ก็ไม่ได้หลากหลายรูปแบบนะครับ ทีมงานของ Google Deep Mind นะครับ ก็เขียนอัลกอริทึมในการเล่นหมากล้อมนะครับ จริงๆมันมีสารคดี พี่อยากให้น้องๆไปเสิร์ชดูนะครับ สารคดีของ Alpha Go ลองเสิร์ช YouTube ประมาณสัก 40-50 นาที น่าสนใจมาก พี่จะบอกว่าอันเนี้ยคือจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์โลกในเรื่องของ AI จริงๆนะ ครับ ที่เห็นภาพชัดเจนที่สุดนะครับ ยิ่งกว่า Open AI อีก น้องๆอาจจะไม่ทันนะ แต่ลองเสิร์ชใน Google ดูได้นะ
สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้นคืออะไรครับ เค้าเอาอัลกอริทึมที่ชื่อว่า Alpha Go เนี่ย ไปท้า นักเล่นหมากล้อมที่เก่งที่สุดในโลก แต่สิ่งที่เขาทำคือ เขาไม่ได้แบบอยู่ดีๆเขียนโปรแกรมขึ้นมาเยอะขนาดนั้นนะ ไม่ได้เขียนโปรแกรมขึ้นมาแล้วไปบอกว่า เฮ้ย คุณลี คุณเก่งที่สุดในโลกเรื่องหมากล้อมอ่ะ ผมขอท้าคุณแข่งแล้วมาดูกันว่าใครชนะ สิ่งที่ Alpha Go ทำล้ำกว่านั้น เค้าเริ่มต้นจุดกำเนิดจากที่อังกฤษเนอะ ถ้าพี่จำไม่ผิดน่าจะจาก Cambridge นะครับ เป็น Professor ช่วยกันคิดแนวคิดนี้ แล้วค่อยๆไล่ ไล่ แข่งกับ Professional Go Player เป็นขั้นๆมา เช่นระดับ local ระดับ region ระดับทวีป จนขึ้นไปถึง Last Boss ก็คือคนที่ชื่อว่า Lee Sedol ของ เอ่อ เกาหลี ตอนที่เขาแข่งกันเนี่ย คุณลีเนี่ยบอกว่ายังไงเขาก็ชนะ แล้วก็ มนุษยชาติ ตอนนั้นเมื่อสัก 10 กว่าปีที่แล้ว ไม่ได้มีใครคำนึงถึงศักยภาพของ AI เหมือนทุกวันนี้ใช่มั้ยครับ
คำถามคือ ทุกวันนี้ถ้าพี่ถามน้องๆทุกคนว่า พวกเราคิดว่า AI เก่งกว่าเรามั้ย พี่ว่าทุกคนแทบจะยกมือว่า AI เก่งกว่าเราแล้วนะครับ ในหลายๆเรื่องนะ อาจจะไม่ได้ทุกเรื่อง แต่เมื่อลองนึกภาพเมื่อสมัยเราอยู่สัก ป.1 ป.2 อ่ะ ถ้าพี่ถามคำถามเดียวกัน คิดทุกคนคิดว่า AI เก่งกว่าเรามั้ย น้อยมากที่จะมีใครยกมือ พวกเราว่าจริงมั้ย น้อยมากนะครับ
เค้าเอา Alpha Go ไปท้าคนที่เล่นโกะเก่งที่สุดในโลก มนุษยชาติมั่นใจกับคนนี้มากนะ ครับ แล้วเขาก็มั่นใจในตัวเองด้วยว่า ไม่มีทางที่โปรแกรมจะชนะเค้าเนาะ แต่ว่าถ้าใครไปดูสารคดีครับ หน้าตา มีความกดดัน เพราะว่าอะไรครับ เพราะเค้าคือคนที่เก่งที่สุดในโลกเรื่องนี้ใช่ป่ะ เค้าแบกรับความกดดัน เพราะอะไรครับ แสดงว่าถ้าเขาแพ้นั่นเป็นการประกาศศักดาห์ทันทีว่า AI อ่ะ มันเก่งกว่ามนุษย์โลก คนที่เก่งที่สุดในโลกยังแพ้ AI อ่ะ นับภาษาอะไรกับพวกเราใช่มั้ย แล้วเค้าก็แพ้จริงๆครับ เค้าถ้าจำไม่ผิด เค้า น่าจะแพ้ 4 กระดานใน 5 เลยมั้ง เกมแรกที่เขาแพ้ เค้ามือสั่นเลยนะ ตอนเค้าว่างวางหมากอ่ะ เพราะว่า AI อ่ะ ความฉลาดของ AI ตอนนั้นคืออะไรครับ ทุกครั้งที่คุณวางหมากอ่ะ มันคิดจนสุดกระดานเลยว่าคุณจะวางท่าไหนได้บ้าง โอ้โห แล้วเราจะไปสู้มันได้ไงใช่ป่ะ แล้วมันคิดทุก combination ทุกครั้งที่เราเปลี่ยนการวางหมากเดินเกมใช่ป่ะ เพราะฉะนั้น ด้วย computational power หรือ ศักยภาพในการคำนวณของมันน่ะ ไม่มีทางที่หัวสมองเราจะสู้ได้นะครับในตอนนั้น
เพราะฉะนั้น ก็เลยเป็นที่มาที่ช่วงปี 2010 กว่าเนี่ย เป็นจุดเปลี่ยนชัดเจนที่เราเห็นได้ชัดเจนว่า เฮ้ย AI มันมาแน่แล้ว มันเก่งกว่าเราแน่ๆนะครับ แล้ว Open AI ก็ถือกำเนิดขึ้นหลังจากนั้น แล้วก็ซุ่มทำโปรเจคที่ปล่อยออกมาช็อกโลกตอนเมื่อประมาณสัก 5-6 ปีที่แล้วก็คือตัว ChatGPT มั้ครับ ที่แบบ ถามอะไรตอบได้ทุกอย่าง เหมือนเป็นอับดุลเลยใช่มั้ยฮะ
อ่ะ ก็จริงๆอันนี้ก็เป็นประวัติศาสตร์ของ AI เนาะ จนมาถึงยุคปัจจุบัน เราก็จะเห็นว่าแทบจะไม่มี Winter อีกต่อไปแล้วนะครับ อาจจะมี hiccup สะดุดนิดหน่อยนะครับ แต่ว่าอันนี้คือประวัติศาสตร์ของ AI จริงๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นในโลกของเรานะครับ 70 กว่าปีฮะ
อ่า อันนี้อาจจะซับซ้อนนิดนึงนะ ครับ ทีนี้พอเรามาพูดถึง เรารู้แล้วว่า AI มันถือกำเนิดขึ้นมายังไงครับ AI เนี่ย เรารู้อยู่แล้วด้วยว่ามันมี 3 category หลักๆ แต่ 3 category ที่เราคุยกันมันคือระดับของความชาญฉลาด หรือความสามารถของ AI ไล่มาตั้งแต่ ANI, AGI ใช่มั้ยครับ แต่คำถามคือ แล้ว AI ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันเนี้ย มันมีวิธีการคิดได้กี่รูปแบบนะครับ จริงๆต้องบอกว่าถ้าเราพูดถึงวิธีการคิดของ AI เนี่ยนะครับ มันสมองของ AI เนี่ย วิธีการคิดของเขาเนี่ย แบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบใหญ่ๆนะครับ ตามนี้เลย
แบบแรกก็คือสิ่งที่ เราเรียกว่า Symbolic AI I นะครับ แบบที่ 2 ก็คือ Connectionist AI แล้วก็แบบที่ 3 เรียกว่า Evolutionary AI มีใครเคยได้ยิน 3 คำนี้บ้างมั้ยครับ ขอดูมือหน่อยอ่ะ ใครไม่เคยได้ยิน อ้า ไม่ยก พี่ถามเลยนะ เคยได้ยินป่ะ เคยได้ยินบางอัน อ่า อ่ะ ทีนี้เรามาไล่ดูครับว่า แต่ละอันหน้าตาเป็นไงนะครับ
Symbolic AI จริงๆมันมีชื่อง่ายกว่านั้นครับ มันชื่อเล่นของเขาคือ Rule Base AI เคยได้ยินมั้ยครับ Rule Base แปลว่าอะไรครับ Rule Base แปลว่าอะไรดี อื AI ที่มันทำตามกฎใช่มั้ย ตามกฎที่เรา define เอาไว้ที่เรากำหนดใช่มั้ย คำถามคือ พวกเราคิดว่า AI ตัวไหนบนโลกนี้ AI Tools ตัวไหนบนโลกนี้ที่มีวิธีการคิดแบบนี้บ้าง ครับ คือทำตามกฎอ่ะ ทำตามกฎ คุณบอกให้เราทำหันซ้าย เราซ้าย หันขวา เราก็ขวา มีมั้ย มีมั้ย ชัด GBT หรอ จริงหรอ ทำไมเราถึงคิดว่า ChatGPT เป็น Rule Base ทำตามกฎ ก็แสดงว่ามันไม่ทำตามเราสั่งไง เอ่อ จริงหรือเปล่า สมมุติพี่ไปแก้ Rule มันได้ หรือเปล่าไม่รู้ใช่มั้ยเออ มี มีใครคิดว่าอย่างอื่นอีกมั้ย ดูอย่าง เป็นไรดี เฮ้ย เก่งมาก ทำไมถึงเป็น AI ที่อยู่ในเครื่องกลน่ะ อ้า อะไรที่มันตายตัวตายตัว ส่วนใหญ่ก็จะถูก apply ด้วย Rule Base ใช่มั้ยเออ เหมือนพวกแขนกลใช่มั้ย แต่เราอาจจะไม่ได้คุ้นเคยกับพวกพวกพวกอุปกรณ์พวกนี้เท่าไหร่ เพราะว่าส่วนใหญ่มันจะอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ใช่มั้ยครับ พวกเราคิดว่าอะไรที่มันใกล้ๆตัวเราแล้วมันเป็น Rule Base บ้าง Navigation robot เป็นครับ แต่ว่า navigation robot เนี่ย ต้องถามว่าเป็น navigation robot ระดับที่เป็น close environment หรือว่า open environment ครับ เพราะว่าถ้าเป็น close environment เนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็น 100% Rule Base AI ใช่ครับ เพราะฉะนั้น อย่างที่เราคุยกันเนี่ย อะไรที่มันเป็นแบบแนวของอุตสาหกรรม อะไรที่มันเป็นกฎตายตัว ส่วนใหญ่จะเป็น Rule Base
อีกอันนึงที่อยู่ในระดับ commercial ที่เราอาจจะไม่รู้ว่ามันคือ Rule Base จริงๆนะ ครับ คือ สิ่งที่เราเรียกว่า autonomous Vehicle หรือว่ารถที่มันขับเอง Self driving Tesla Software เวอร์ชั่นแรกที่เป็น ซอฟต์แวร์ขับรถเองเนี่ย เป็น Rule Base คำถามคือ ทำไมเป็น Rule Base ครับ เรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับด้วยนิดนึงครับ มีเรื่องอื่นอีกมั้ย เอ้ย ใครเมื่อกี้ใครบอกนะ เดี๋ยวขอดูมือหน่อย เออ ทุกวันนี้เราขับรถตามกฎจราจรมั้ยครับ ไม่ค่อยเหมือนกันครับ บนท้องถนนเนี่ย เราขับรถตามกฎจราจรโดยส่วนใหญ่ใช่มั้ย เช่น เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เอ่อ สัญญาณไฟจราจร ป้าย เอ่อ Speed Limit ใช่มั้ยครับ เลนส์แซงได้แซงไม่ได้ ทุกอย่างพึ่งพากฎจราจรใช่มั้ย เพราะฉะนั้น Self driving car เนี่ย 80-90% ส่วนใหญ่เนี่ย กฎ logical เป็น Rule นะครับ
อื ย้อนกลับไปนิดนึง ตอนที่พี่ทิ้งท้ายว่า Eliza จำ Eliza ได้มั้ย Eliza คืออะไรครับ คุณยาย Eliza จำได้ป่ะ Eliza คือ first chatbot นะครับของโลกใบนี้ สมัยก่อนคุณยาย Eliza ก็เป็น Rule Base ครับ คำถามคือ พอ Chat เป็น Rule Base แล้วเนี่ย เกิดอะไรขึ้นครับ ใช่มั้ยครับ เค้าก็จะตอบได้ในกฎเกณฑ์ที่เราเขียนไว้ในเงื่อนไขที่เราเขียนไว้ใช่มั้ยครับ แสดงว่าถ้าเราอยากให้เค้าฉลาดเราต้องทำไง ครับ เราก็ต้องเขียนกฎไปเรื่อยๆใช่มั้ยครับ ซึ่งกฎมันไม่มีวันสิ้นสุดหรอกครับ มนุษย์เราอ่ะ เป็นสัตว์ที่มีความ intelligent ได้อ่ะ เราไม่ได้พึ่งพากฎที่ถูกสร้างขึ้นมั้ยครับ สิ่งที่เราพึ่งพาคือประสบการณ์ แล้วเราเอาไป อ่า จินตนาการไป imply ไป adapt ใช่มั้ยครับ มันไม่มีใครบอกเราหรอกว่า สมมุติพี่บอกว่าให้ น้องๆทุกคน เดี๋ยวไปเจอกันที่ สุขุมวิท 39 พี่เชื่อว่ามีหลากหลายวิธีมากในการไป สุขุมวิท 39 ใช่มั้ย บางคนอาจจะแบบ หนูขับรถไป ขึ้นทางด่วน หนูวิ่งวิภาวดี ขึ้นทางด่วน หนู นั่งรถเมล์สายนี้ สายนี้ หนู นั่งแท็กซี่ คือได้หลากหลายมากอ่ะอ่ะ มันไม่ได้มีกฎตายตัวในการที่ให้เราตัดสินใจใช่มั้ยครับ เพราะฉะนั้น คุณยาย Eliza สมัยก่อนเป็น Chatbot ก็จริง แต่ไม่ได้มีความฉลาด เพราะว่ายังเป็น Rule Base อยู่
คำถามคือ ทำไมสมัยนั้นเป็น Rule Base ครับ ทำไมเขาไม่ทำไมเค้าไม่เขียนให้มันเหมือน Chatbot สมัยนี้อ่ะ ไหนใครตอบพี่หน่อย ทำไมหยิบไม่อื้อหือ ไหนๆก็จะคิด AI และไม่ทำให้คุณยายแบบฉลาดๆหน่อย อ่า ไหนใครตอบพี่ได้บ้าง อะไรนะ คุณยายอะไรนะ คุณยายความจำน้อย เอ่อ ก็จริงๆถูกนะ คุณยายความจำน้อยนะ สมัยนั้นน่ะ คุณยายเต็มที่ คุณยายเก็บได้ 5 MB คุณยายความจำสั้น เอ่อ ถูกนะ เก่งมาก มีอย่างอื่นอีกมั้ย มีเงื่อนไขอย่างอื่นอีกมั้ย ทำไมคุณยายไม่ฉลาด นั่นแหละเค้าเป็นชั้นแบบรุ่นแรก แต่ทำไมเขาถึงแบบไม่เขียนให้คุณยายฉลาดหน่อยอ่ะ คนเขียนไม่ฉลาด เฮ้ย อันนี้ถูกนะ อันนี้ถูกต้องเลยนะ ถ้าเราย้อนกลับไปดูกราฟเมื่อกี้ ใช่มั้ยครับ วิธีการคิดของ machine น่ะ มันยังไม่ได้ถูกพัฒนาให้เหมือนกับของคน ที่เรามีเรื่องของอันต่อไปก็คือ connectionist หรือ evolutionary AI ใช่มั้ยครับ หรือว่าพวก Neural Network Deep Learning สมัยเมื่อสักปีที่แล้วตอนคุณยายเกิดอ่ะ มันยังไม่ได้มีแบบศาสตร์ในเรื่องของการทำ Deep Learning Neurology อะไรที่มันชัดเจนจริงๆ ถูกเลย คนเขียนคุณยายยังไม่ฉลาดเลย คุณยายฉลาดได้ไงใช่ป่ะ ใช่มั้ย เพราะฉะนั้น AI ทุกวันนี้ที่มันฉลาดได้อ่ะ เราต้องฉลาดก่อนมันใช่มั้ย แล้วหลังจากนั้นมันจะเติบโตกว่าเราไปใช่มั้ยครับ เราเปิดโอกาสเป็น Open End อยู่แล้วให้เค้าให้เค้าเติบโตใช่มั้ยครับ
อื เรื่องความจำก็เหมือนกัน ลองนึกภาพดูสมัยก่อน ถ้าเรามีทฤษฎีเรื่อง Deep Learning อะไรก็แล้วแต่ ฉลาดมาก ฉลาดล้ำ แต่เทคโนโลยีไม่ตอบโจทย์อ่ะ เก็บ คุณยายเก็บเต็มที่ได้ 5 MB สมมุติว่าอยากให้คุณยายฉลาดเท่าห้องสมุด มหาวิทยาลัย ม.กรุงเทพฯ บอกว่าให้คุณยายไปเรียนรู้ข้อมูลทั้งหมดใน ม.กรุงเทพฯ ห้องสมุด คุณยายบอก โอ้ อ่านได้ 1 เล่มก็เมมเต็มแล้ว อะไรเงี้ย คุณยายฉลาดมั้ย ไม่ฉลาดหรอกครับ ก็เลยเป็นที่มาของประเภทนึงของ AI วิธีการคิดของ AI ก็คือเราเรียกว่า Rule Base นะครับ หรือ Symbolic AI นะครับ
ประเภทที่ 2 นะครับ เราเรียกเขาว่า Connectionist AI หรือว่าชื่อเล่นของเขาก็คือ Neural Network AI เคยได้ยินมั้ย พอพูดถึง Neural Network นึกถึงอะไร อ่า Neural Network คืออะไรครับ อ่า มีอะไรอีก มีอะไรอีก อ่า อุ้ย เก่งมาก นี่อันนี้น้องมาจากคณะอะไรครับ DMK คืออะไรว่ะ Digital Marketing ที่ชอบผ่าตัดนิดหน่อย มีเพื่อนเป็นคุณหมอมั้ย ไม่มีหา อ่า มันจะมีนี่ใช่มั้ย จริงๆถ้าเราดูจากศัพท์อ่ะครับ มันก็คือวิธีการคิดของ AI ที่มันจำลองการทำงานของสมองเรา พี่จะไม่ลงลึกแล้วกันว่าการทำงานของสมองเราทำงานยังไง ใน Netflix มีสารคดีเรื่องการทำงานของสมองครับ แนะนำให้ไปดู มีประมาณซัก 4-5 Episode มั้ง น่าสนใจมาก ลองไปดูครับ ถ้ามีเวลานะครับ เราจะได้เข้าใจว่า เอ๊ะ สมองเรามันทำงานอย่างงี้เหรอ เข้าใจอารมณ์ของเรา เข้าใจวิธีการตัดสินใจของเรา แล้วเราจะเข้าใจคนอื่นด้วยว่าทำไมเขาถึงมีภาวะทางอารมณ์ การตัดสินใจ ความคิดแบบนี้นะครับ
AI ประเภทเนี้ย จะมีวิธีการคิดคล้ายๆกับเรา หนึ่งในนั้นที่เห็นภาพชัดเจนที่สุดก็คือตามรูปเลย เค้าสามารถคิด วิเคราะห์ แยกแยะได้นะครับ เอ่อ ก็คือเค้าสามารถ imply ได้จากสิ่งที่เค้าเคยเห็นนะ ครับ เหมือนพี่ถามน้องๆว่า ให้นึกภาพลาบูบู้ ทุกคนนึกออกแน่นอน เพราะเคยเห็นไง นะครับ หรือพี่ถามเราว่า ให้ดูซิว่าคน สมมุติว่ามีน้อง 2 คนเดินเข้ามาในห้องเนาะ 2 คนนี้เป็นอะไรกัน สิ่งที่เราจะดู คือดูอะไรบ้างครับ ดูหลาย combination เลย ดู physical เค้าก่อน ดูท่าทาง ดูปฏิกิริยา อากัปกิริยานะครับ เราแยกๆๆกัน แล้วสุดท้ายเราทำอะไรครับ ทำอะไร เอาทุกสิ่งทุกอย่างที่เรา เอา feature ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรา คิด วิเคราะห์ ประมวลผลแล้วเอามารวมกันแล้ว make decision ว่าอะไรครับ 2 คนนี้เป็นอะไรกัน ด้วยอะไร สมองของเราจะประมวลด้วยอะไร สมมุติว่า 2 คนนี้เดินเข้ามา เราคิด วิเคราะห์ แยกแยะ คำถามคือ 2 คนนี้เป็นอะไรกัน พวกเราจะตอบว่าอะไรครับ สิ่งที่มนุษย์จะตอบนะ สมมุติเราไม่รู้คำตอบจริงๆใช่ป่ะ มนุษย์จะตอบว่า น่าจะเป็นพี่น้องกันครับ น่าจะเป็นแฟนกันครับ อ่าน่าจะเป็นจุดๆ น่าจะเป็นใช่ป่ะ พอมันมีคำว่าน่าจะ มันคืออะไร มันคือมันคือระดับบ่งบอกความมั่นใจว่าเรา มั่นใจมากน้อยแค่ไหน สมมุติว่าพี่หยิบรูปขึ้นมาเป็นรูปลาบูบู้ ทุกคนจะใช้คำว่าน่าจะมั้ย ไม่หรอก ทุกคนก็ต้องบอกว่านี่คือลาบูบู้ใช่ไหม เพราะว่าเรามั่นใจมากใช่มั้ยเออ เพราะเราเคยเห็น แต่บางอย่างที่เราไม่รู้ความสัมพันธ์แน่นอน แต่จริงๆแล้วรูปลาบูบู้เราก็อาจจะน่าจะนะ สมมุติว่าพี่หยิบรูปลาบูบู้มา แต่มันมีความแปลกๆอ่ะอ่ะ เป็นแบบเป็น fake ลาบูบู้ มีเค้าเรียกอะไรอ่ะ มี feature นึงที่มันประหลาดออกไปจากลาบูบู้ อ่ะ แล้วน้อง spotted เห็น สมมุติว่าน้องเป็นคนละเอียดมาก น้อง spotted เห็นใช่ป่ะ เช่น ลาบูบู้ฟันหลอไปซี่นึง น้องๆอาจจะบอกว่าน่าจะลาบูบู้่นะ แต่ไม่แน่ใจ 2% ไม่ไม่ชัวร์ เพราะว่ามัน feature มันประหลาดๆอ่ะใช่ป่ะ อันเนี้ยฮะ มันคือสิ่งที่เราเรียกว่า Connection AI หรือการปฏิสัมพันธ์เรื่องราว แล้วมันทำให้เราสามารถ imply อะไรบางอย่างออกมาได้โดยกลมๆ สุดท้ายเนี่ยครับ มันจะตอบด้วย confidence rate ตลอด เช่น ภาพนี้คือลาบูบู้ 98% ภาพนี้คือลาบูบู้ 95% แล้วสิ่งที่โมเดลมันวิเคราะห์คือมันจะถามเราว่า คำตอบที่ได้ออกมาเนี่ย คุณจะตัดเปอร์เซ็นต์ที่กี่เปอร์เซ็นต์เพื่อที่จะบอกว่าเราจะใช้งานมันได้มากน้อยแค่ไหนใช่ มั้ครับ
อืม จะสังเกตว่ามันทำงานเหมือนกับสมองของเราเป๊ะๆเลยนะครับ เพราะฉะนั้น คำถามคือ พวกเราคิดว่า AI ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้นะครับ มีตัวไหนบ้างที่เป็น Connectionist AI หรือว่าเป็น Neural Network AI ครับ ไหนบอกพี่หน่อย อืม มีอะไรบ้าง มีอะไรบ้าง มีอะไรบ้าง ตะโกนมาเลย อ่ะ พวกเราคิดว่า AI Tools ณปัจจุบันตัวไหนบ้างใช้หลักการ Connectionist AI ในการวิเคราะห์ คิด เรียนรู้ อะไรๆอะไรนะ พวกแชทใช่มั้ย ทำไมพวกพวกแชทถึงเป็นแบบนี้หมดเลยอ่ะ เราลองถามมันซิว่า เฮ้ย อยู่ๆเป็น Connectionist AI หรือเปล่า ไหนลองถามให้พี่ดูหน่อยดิ เออ มีใครลองถาม ลองถามใครก็ได้ Gemini แล้วแล้วบอกบอกคำตอบพี่หน่อยว่า เค้าตอบว่าอะไร อยู่ๆเป็น Connectionist AI หรือเปล่า ลองถามซิ เออ อ่ะ ทุกคนที่มีแชทบอ ลองลองพิมพ์ดูหน่อยครับ ถามง่ายๆเลย เป็น Connectionist AI หรือเปล่า หรือมีการใช้หลักการ Neuronal Network AI หรือเปล่า อ่า แล้วบอกคำตอบพี่หน่อยสัก 2-3 คน อ่า เดี๋ยวใครใครได้คำตอบบอกพี่หน่อย เค้าบอกเป็นใช่มั้ย อันนี้อันนี้ AI ตัวไหนครับ อะไรนะ ChatGPT โอเค อ่ะ มีใครใช้ตัวอื่นมั้ย Gemini บอกว่าเป็นมะเป็นอ่ะ มีใครอีก มีใครใช้ตัวอื่นอีกมั้ย Ken มีมั้ย Ken จริงๆ Chat เนี่ยครับ หรือว่า Large Language Model อ่ะ เป็นหมดครับ อื เป็น Connectionist AI หมด แต่จริงๆมันมีล้ำลึกกว่านั้นนะ แต่เราจะไม่ลงรายละเอียดขนาดนั้น แต่ว่า เราเราเคยสังเกตมั้ย ทุกคนรู้จัก ChatGPT เนาะ คำถามคือ มีใครเคยสงสัยมั้ยว่า ตั้งชื่ออะไรประหลาดประหลาด ChatGPT แปลว่าอะไร อ่ะ มีใครเคยสงสัยมั้ย อันไหนสงสัยยกมือหน่อย เดี๋ยวพี่บอกคำตอบให้ ถ้าไม่สงสัยพี่จะถาม สงสัยมั้ย ตั้งชื่ออะไรประหลาดประหลาดมาก ChatGPT ตั้งมาได้ยังไงใช่ป่ะ มันต้องมีที่มาที่ไปสิ เวลาเราตั้งชื่อใช่มั้ย อย่าง Clos ก็ตั้งตามชื่อนักวิทยาศาสตร์ใช่ไหม Ken ก็มาจากภาษาจีนคำว่า Chen Huan ใช่มั้ย มีอะไรอีก Chat GPT คือ Gemini ก็ยังแบบ พอนึกภาพออก มันดูเหมือนชื่อคนน่ะ แต่ Chat GPT มาจากอะไรครับ ตอนนี้ก็กำลังถาม ChatGPT อยู่ว่า เฮ้ย UU ชื่อยูแปลว่าอะไร ชื่อทำไมชื่อยูมันประหลาดจังวะ จริงๆมันเป็นมันเป็นเทคนิคที่เขาใช้ในการสร้างโมเดลภาษาขึ้นมาครับ Chat ก็คือ Chat นะ GPT มันเป็นเทคนิค ตัวย่อมันคือ Generative Pre-trained Transformer ครับ มันก็เลยเป็น GPT นะครับ วิธีการคิดยังไงไม่ต้องไปสนใจยากนะ ครับ แต่ GPT ย่อมาจาก ย่อมาจากอะไรนะ จำได้ป่ะ เท่ นะ ถ้าตอบได้อ่ะ ไปบอกเพื่อนเธอ เธอรู้จักรู้ป่าว่า Chat GPT ย่อมาจากอะไร ย่อมาจากอะไร Generative เอะ อะไรนะ Power ไม่ใช่ Generative Pre-trained ใช่มั้ย Transformer นะครับ โอ้ เท่ ชื่อมันเท่มาก อ่า เพราะฉะนั้น Large Language Model ในปัจจุบันเป็น Connectionist AI หมด ก็คือมันมีวิธีการคิดเหมือนกับมนุษย์ เพราะฉะนั้น คำตอบง่ายๆคือ เรา experience มันได้นี่ เวลาเราใช้พวก Chatbot ใช่มั้ยครับ มันมันคุยเหมือนกับเราคุยกับมนุษย์คนนึงเนาะ ใช่มั้ยครับ
อ่ะ อันต่อมาครับ Evolutionary AI โอ อันนี้ไม่มีชื่อเล่นด้วย เคยได้ยินคำนี้มั้ย พวกเราคิดว่า AI ที่มันคิดแบบ Rule Base กับ คิดเหมือนสมองของเราแล้วอ่ะ มันยังจะมีวิธีการคิดแบบอื่นอีกหรอ คือคิดเหมือนเราก็ล้ำแล้วใช่มั้ย แสดงว่ามันก็คือมนุษย์คนนึงใช่มั้ย แล้วถ้าคิดแบบอื่นเนี่ย มันจะคิดแบบไหนได้ครับ มันมีอันนึงที่เรียกว่า Evolutionary AI ไหนลองเสิร์ชดิ เสิร์ชถามถาม Ken ถาม Gemini ถาม ChatGPT ดิว่า เฮ้ย UU Evolutionary AI แปลว่าอะไรอ่ะ อาจารย์ถามอาจารย์ถามดิ ไหนแล้วตอบพี่หน่อย ฝากฝากถามด้วยว่ามันมันควรจะใช้ตอนไหน เนี่ยวิธีการคิดแบบนี้ อ่า เดี๋ยวพอน้องๆเสิร์ชเองน้องๆก็จะจำได้นะ ครับ อ่ะ ได้คำตอบยัง อะไรนะฮะ ได้มั้ยน้องแถวหน้าอ่ะเค้าว่าไง ฮะ เดี๋ยวพี่ช่วยขยายเสียง อ่า ใช่อันนั้นมันเป็น use case ไง แต่คำถามคือ ทำไมเค้าถึงเอาวิธีการคิดแบบเนี้ย ไปช่วยออกแบบอะไรที่มันเป็นแบบในรูปแบบ วิศวกรรม ในรูปแบบของพันธุศาสตร์ ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมอ่ะ สร้างอะไรเก่งมาก สร้างคำตอบหลายๆแบบ แล้วมันช่วยอะไรได้ครับ จำลองอ่ะ จำลองเด็ก เก่งมาก มีอะไรอีก เดี๋ยวพี่จะบอกคีย์เวิร์ดให้ ตอบมาเยอะๆ เร็ว มีอะไรอีก มันบอกว่าอะไรบ้าง มีอะไรอีก มีอะไรอีก มีอะไรอีก จำลอง ใช้กับวิศวกรรม สถาปัตยกรรม สถาปัตยยศาสตร์อะไรนะ พันธุศาสตร์ DNA โครโมโซม วิทยาศาสตร์ การแพทย์ Drug Discovery อย่างเงี้ย เรื่องยา มีอะไรอีกฮะ คือวิธีการคิดแบบเนี้ยครับ ถ้าถ้าเราสังเกตดูจากสไลด์เนอะ เค้าจะบอกว่าเค้าจะใช้หลักที่เรียกว่า เอาชื่อเล่นมันแล้วกันนะ ก็คือ Evolutionary Algorithm หรือว่าชื่อเล่นของมันกว่านั้นอีกก็คือเราอาจจะได้เคยได้ยินคำนี้ นะ ถ้าใครชอบเรื่องของชีววิทยา ก็คือ Natural Selection เคยได้ยินป่ะ ถ้าเป็นภาษาไทยก็คือการถูกคัดสรรจากธรรมชาติ เคยได้ยินป่ะ คำถามคือ พวกเราที่เรียกว่ามนุษย์เนี่ย ทำไมเราถึงออกมาหน้าตา แขนขา ฟีเจอร์เหมือนๆกันแบบนี้ คำถามคือ ทำไมเราถึง หน้าตาเราอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ฟังก์ชันการใช้งานเราเหมือนกันเนาะ ทำไมเราถึงออกมา ธรรมชาติสร้างให้เรามาเป็นแบบนี้ครับ พวกเราคิดว่าเพราะอะไรครับ เคยเคยวันๆวันดีคืนดีเคยแบบหลับตื่นตา ตื่นขึ้นมาแล้วแบบ เออ ทำไมฉันถึงรูปร่างหน้าตาร่างกายฉันถึงทำงานแบบนี้ เคยมีมั้ย ไม่มีเลยเหรอ ไม่เคยสงสัยในตัวเองเลย ทำไมฉันไม่บินได้ล่ะ มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราบินได้ ไม่เอาเป็นพี่ตูนนะ เออ ถ้าเราบินได้จะเกิดอะไรขึ้นครับในโลกนี้ ไม่มีใครเคยสงสัยเรื่องพวกนี้เลยเหรอ คือ โอเค ให้อะไรฉันมาฉันก็ใช้แค่นั้นน่ะ ไม่มีใครอยากได้อะไรเพิ่มเลยอ่ะ มีมั้ย แล้วทำไมเราถึงออกมาเป็นมนุษย์แบบเนี้ย มี 2 แขน 2 ขา 10 นิ้ว 10 นิ้วเท้า 10 นิ้วมือ มีสมอง เพราะอะไรครับ อ่า วิวัฒนาการแล้ว ทำไมเราถึงวิวัฒนาการออกมาเป็นแบบเนี้ย เพื่ออะไรฮะ เพื่ออะไร เอ้ย ใครบอกเพื่ออยู่รอด วันนี้อยู่รอดยัง ใกล้ๆจะเริ่มไม่รอดแล้ว AI มาละนะครับ คิดว่า การมาของ AI เนี่ย จะทำให้ธรรมชาติเนี่ย เปลี่ยนแปลง หรือวิวัฒนาการเราเนี่ย ไปเป็นรูปแบบไหนครับ น้องคิดว่า ฟีเจอร์ของน้องจะเปลี่ยนเป็นยังไงครับ ในการมาถึงของ AI ยากเลย ยาก ไม่รู้หรอก มันไม่มีใครรู้หรอก คำถามคือ ทำไมพี่ถามคำถามนี้รู้ป่ะ เพราะว่าอัลกอริทึมแบบเนี้ยครับ มันมาเพื่อตอบโจทย์ในสิ่งที่ไม่มี ไม่มีอะไรครับ ใครตอบ ไม่มีโจทย์ไม่ได้นะ มันมาตอบโจทย์ในสิ่งที่ไม่มี ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรดีครับ ไม่มีคำตอบไง ไม่มีคำตอบ ยังไม่รู้คำตอบที่ชัดเจนใช่ป่ะ มันไม่เหมือนพี่ถามน้องๆว่า อันนี้คือลาบูบู้หรือเปล่าใช่มั้ย แต่ถ้าพูดถึงเมื่อกี้พี่น้องบอกวิศวกรรม สถาปัตยกรรม คำถามคือ วิศวกรรมที่เกิดขึ้นมา เช่น พี่ยกตัวอย่างวิศวกรรมการบิน คำถามคือ ทำไมเครื่องบิน ถึงออกมาหน้าตาเหมือนเครื่องบินที่เราเห็นทุกวันนี้ครับ ทำไมเครื่องบินต้องมีปีก มีใบพัด มีไอพ่น เหมือนนก เพราะไม่งั้นมันก็บินไม่ได้ใช่มั้ย เทคโนโลยีสมัยนี้คือเครื่องบินต้องออกมาหน้าตาอย่างงี้ เพราะว่าสมัยก่อนมันไม่มีใครรู้หรอกว่าคำตอบในการสร้างอะไรบางอย่างให้มันมีเครื่องบินที่มันบินได้มันออกมาเป็นหน้าตา ถ้าเราไปดูประวัติศาสตร์เครื่องบินใช่มั้ยครับ 2 พี่น้องชื่ออะไร นะครับ ตระกูลอะไรนะ อ่า เค้าทำกี่โมเดลครับ กว่าจะเป็นเครื่องบินที่บินได้เยอะมาก เค้าทำสิ่งที่เรียกว่า Evolutionary AI นั่นแหละครับ ก็คือวิธีการลองผิดลองถูก แล้วก็หาสิ่งที่ดีที่สุด ที่เป็น natural selection แล้วก็เพื่อที่จะอยู่รอดกับสถานการณ์นั้นๆได้ใช่มั้ครับ เพราะฉะนั้น มันก็เลยเอามาใช้กับเรื่องของหลายๆอย่าง เช่น ยารักษาโรค มีโรคใหม่ๆเกิดขึ้นมา ยกตัวอย่างอย่างเช่น โควิด คำถามคือ ช่วงโควิดอ่ะ เค้าใช้เทคโนโลยีที่เป็น AI ที่เป็นอัลกอริทึมพวกเนี้ย ในการหา combination ที่มันจะช่วยยับยั้งการ เอ่อ เจริญเติบโตของโควิดได้ แล้วก็ช่วย disable ในเรื่องของการทำงานของตัวเชื้อโรคใช่ไหม ครับ ก็ลองผิดลองถูก ลองหลายๆ combination ใช่มั้ครับ เพราะฉะนั้น อันนี้ก็ถือเป็นวิธีการคิดของ AI รูปแบบนึง แต่เราอาจจะไม่ได้เห็นบ่อย จะเห็นเฉพาะงานที่เป็น specific จริงๆ อย่างเช่นพวกงานวิศวกรรม พันธุศาสตร์นะครับ พวก เอ่อ Drug Discovery นะครับ แล้วก็จะสิ่งที่เขาทำ คือเขาจะไม่ได้ไปบอก AI ตรงๆว่าให้คิดยังไง แต่เขาจะใส่อะไรครับ เหมือนกับโลกใบนี้ครับ เค้าก็จะสร้าง environment รอบๆมา เราก็บอกแค่ว่า ทำยังไงก็ได้ อยากได้ผลลัพธ์แบบนี้ แต่ทำยังไงก็ได้ ดีไซน์ช่วยเคลียร์คำตอบให้หน่อยว่า ทำยังไงก็ได้ ให้สามารถตอบโจทย์กับ environment สิ่งแวดล้อม และได้ฟังก์ชันที่เราต้องการ AI ไม่สนว่าหน้าตา you จะออกมาเป็นยังไงใช่มั้ยครับ
อื ประมาณนี้นะครับ เอ๊ะ เราต้องมีพักมั้ยครับ หรือว่าเราไปเรื่อยๆครับ พักหรอ เรายังไงครับ format เป็นไงครับ ไปเรื่อยๆนะครับ ถ้าเกิดน้องๆไม่ไหวจริงๆ อยากจะไปเข้าห้องน้ำก็เรียนเชิญได้เลยนะครับ ส่วนพี่ไปไม่ได้นะ พี่ไปเรื่อยๆได้นะครับ โอเค อ่ะ ทีนี้ฮะ เรามาดู เมื่อกี้เรารู้จักประวัติศาสตร์ของ AI ไปแล้วเนาะ แล้วเราก็รู้จักแน่นอน category ของ AI แนววิธีการคิดของ AI นะครับ ทีนี้เรามาดูกันบ้างว่า แล้ว AI เนี่ย มันถูกเอาไปใช้จริงๆเนี่ย นะครับ ในอุตสาหกรรมอะไรบ้าง ใน industry ไหนบ้าง แล้วเค้าเอาไปใช้ยังไงบ้างนะครับ หลายๆคนอาจจะไม่คุ้นเคย หลายๆคนอาจจะใช้แค่เฉพาะ purpose ของตัวเอง เช่น ช่วยคิดโครงงานหน่อย ช่วยทำการบ้านให้หน่อย ช่วยแพลนนู่นนี่นั่นให้ฉันหน่อยนะ ครับ มีใครเคยใช้ AI chatbot ทำอะไรแปลกๆบ้างมั้ย อยากจะแชร์ให้เพื่อนฟังมีมั้ย ใช้ อะไรนะ ใช้ดูดวงหรอ แล้วมันแม่นมั้ย เฮ้ย มันแม่นแม่นด้วยเหรอ ตีความหมายไพ่ทาโร่ก็คือดูดวงใช่มั้ย มันแม่นมั้ย ได้อยู่ ได้อยู่ ภาษาวัยรุ่นแปลว่าไม่ได้ ไม่ใช่เหรอ อ่ะ มี มี นอกจากดูดวงมั้ย มีอย่างอื่นมั้ย เราคิดว่าเราถามคำถามแปลกสุดกับ chatbot คืออะไรครับ >> ช่วยทำนายอนาคตของเราหรือของคน ของเรา อื เช่นอะไรบ้างครับ >> มันต้องมีปัจจัยสิ เช่น >> พ่อของเราอีก 10 ปี ยังอยู่มั้ย มันตอบว่าอะไร อยากรู้ มันตอบว่าไงครับ เออ พี่ก็แปลกดี ไม่เคยมีใครถาม เอ๊ะ เดี๋ยวพี่ลองไปถามบ้างซิ อ่ะ มีอย่างอื่นมั้ย พ่อของเรายังอยู่มั้ยในอีก 10 ปีอ่ะ อะไรนะ ครับ วิเคราะห์หุ้น อ่า อันนี้ดีนะ แล้วมันตอบว่าไงฮะ แม่นมั้ย อ่า จริงๆจริงๆพี่เคยใช้ วิเคราะห์หุ้น เนี่ยดีมาก แต่ว่าเราอาจจะไม่ได้ไปถามตรงๆเนอะ ใช่ เราต้องพร้อมเป็นนิดนึง แล้วก็ เอ่อ จริงๆต้องบอกอย่างงี้ดีกว่า วิเคราะห์หุ้น ในแง่ของการเข้าใจธุรกิจและศักยภาพและ อนาคตอ่ะ จะดีมาก เออ ให้เขาช่วยเป็นเหมือนที่ปรึกษาของเรานะ ก็จะดีนะครับ อ่ะ มีอย่างอื่นอีกมั้ย อ่า มีวิเคราะห์ธุรกิจ มีดูดวง มีวิเคราะห์อนาคตของคุณพ่อ อ่า มีอย่างอื่นมั้ย แปลกๆ ขอแปลกๆ จะได้ช่วยแชร์ระบายอารมณ์ >> อ๋อ ก็คือดีเบตกับเราเพื่อแบบลองฝึกว่า เอ้ยดูซิว่าฉันหรือเธอจะแน่กว่ากัน ประเด็นที่ดีเบตเรื่องอะไรครับ อยากรู้เลย ออ แล้วเราปกติเราชนะหรือเราแพ้ แล้วมันตอบว่าไงครับ ใช้นางสาวได้มั้ย อ๋อ อ่า จริงๆต้องบอกว่า เอ่อ เดี๋ยว session mode ของ AI อีกทีนึงครับ เพราะว่าโมเดลของ AI อ่ะ แน่นอนมันเป็น machine ใช่มั้ย เป็นโมเดลเราสามารถปรับจูนมันได้ ส่วนใหญ่โมเดลที่เราเห็นใน commercial อ่ะครับ มันจะเป็น neutral ไม่ตอบอะไรสุดโต่ง พยายามจะเป็นกลาง ถ้าไม่ มี FA จริงๆเนาะ ถ้าไม่มี FA จริงๆก็จะเป็น neutral นะครับ อ่ะ มีอย่างอื่นอีกมั้ย ขออีกสักอันนึง Last one last ถามอะไรอีก ใช้ดีเบตจริงๆ ใช้ดีเบตดีมากนะ ฝึก ฝึกความคิดเฉพาะหน้าของเรา เออ มีอย่างอื่นมั้ย บำบัดจิตของเราหรือของคนอื่น เช่นคำถามคืออะไร อ่า จริงๆเรามี chatbot ของท่านพุทธธาตุภิกขุ นะครับ ไปลองคุยกับท่านได้ เอ่อ ใช้ข้างหลังบ้านเป็นเควสก็ไปถามได้เลยว่า ช่วงนี้จิตไม่ค่อยโปร่งใส เอ้ยไม่ใช่ไม่โปร่งใส จิตจิตว้าวุ่นนิดนึงนะครับ มีหลักธรรมคำสอนของท่านพุทธธาตุข้อไหนบ้างที่จะช่วยให้ผมเนี่ย เอ่อ มีจิตใจที่มั่นคงแข็งแกร่งขึ้น ดำเนินชีวิตใน ม.กรุงเทพฯ ได้อย่างราบรื่นนะครับ ก็ลองปรึกษาท่านได้นะครับ แต่ว่าต้องบอกว่าของท่านพุทธธาตุเนี่ย ข้างหลังมันเป็น chatbot ก็จริง แต่ว่า มันทำสิ่งที่เรียกว่า RAG เคยได้ยินมั้ย ไหนลองเสิร์ชซิ RAG ย่อมาจากอะไรครับ อ่ะ ทุกคนเสิร์ช RAG ย่อมาจากอะไร พี่เชื่อว่าน่าจะได้คำตอบเยอะมากที่มันไม่เกี่ยวกับสิ่งที่พี่อยาก อะไรลองดอกดิแกคืออะไรครับ อะไรนะครับ เอ้ย ทำไมโอ้โห คำตอบแรกก็ถูกเลย พี่ expect อะไรที่มันไม่ถูกนะเนี่ย มันจริงๆสิ่งที่มันทำคืออย่างงี้ครับ ของท่านพุทธธาตุเนาะ ท่านพุทธธาตุเนี่ย ท่านเขียนคำสอนเอาไว้เยอะมาก เราเอาคำสอนของท่านเนี่ย ไม่ว่าจะ เป็นหนังสือหรือว่าที่ท่านเขียนในใบลาน เนอะ มาแปลงเป็นดิจิทัล เราก็มาสร้างเป็น database ท่านพุทธธาตุ เอาไว้ แล้วเราเอา chatbot มาวางไว้ข้างหน้า ทุกครั้งที่ chatbot จะตอบคำถามให้ไปดูข้อมูลของท่านพุทธธาตุก่อนนะครับ เพราะฉะนั้น answer ของเขาเนี่ย จะ relate กับ หรือจะ relevance กับสิ่งที่ท่านพุทธธาตุสอนนะ ครับ เออ ก็จะได้คำตอบที่เป็นเหมือนกับเราแชทอยู่กับท่านพุทธธาตุนะครับ อ่ะ โอเค เยี่ยมมากจริงๆ มีแปลกๆที่พี่คิดไม่ถึงเยอะเลยนะครับ อย่างเช่นดูดวง ทายอนาคตอะไรประมาณนี้นะครับ
อ่ะ ทีนี้เรามา ในโลกจริงๆที่เขาใช้กันในระดับอุตสาหกรรม นะครับว่ามันมีอะไรบ้าง เราจะได้เห็นภาพชัดขึ้นเนาะ อันที่ 1 นะครับ อ่ะ จริงๆสิ่งที่พี่จะให้ดูเนี่ย มีอยู่ประมาณสัก 6 เอ่อ Industry นะครับ ก็ไล่มาตั้งแต่ เอ่อ Health Care นะครับ Education Logistic เอ่อ Urban Transportation Manufacturing แล้วก็อื่นๆ เดี๋ยวเรามาคุยกันอื่นๆด้วยนะครับ ทีนี้ใน Health Care เทำอะไรบ้างในระบบของ เอ่อ เอ่อ industry ที่เป็นในเรื่องของการแพทย์ สาธารณสุข พวกเราคิดว่าเขาเอา AI ไปทำอะไรบ้างครับ ตะโกนมาเลย ใช้ผ่าตัด Operation ใช่มั้ย อ่า มีอะไรอีกครับ คิดเรื่องอย่างแน่นอนนอนเรื่องยามีแน่นอน ครับ ยาเสพติดเหรอยารักษาโรค มียาอะไรอีก อ่ะ มีอะไรอีก อื เก่งมากครับ ทำเรื่อง เอ่อ การทำ diagnostic นะครับ ของ symptom ต่างๆ เบส จาก symptom ต่างๆ อ่ะ มีอะไรอีกมั้ย อ่ะ ประมาณนี้ใช่มั้ยครับ เอ่อ คือต้องบอกว่าจริงๆเวลาที่เรามองภาพ ของ industry อ่ะครับ ว่าเขาจะเอา AI ไปใช้ตรงไหนบ้างอ่ะ เราต้องมองก่อนว่าตรงไหนเป็น pain ของ industry นั้นๆใช่มั้ย เราคิดว่า pain ของ industry ที่เป็นพวกสาธารณสุข โรงพยาบาล น่ะ pain มันคือคืออะไรครับ จากประสบการณ์ ของพวกเรา อ่ะ data มันเยอะใช่มั้ย มี pain อะไรอีกครับ เอา pain พี่มั้ย พี่เคยไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลใช่มั้ยครับ ก็ไปเช็คอัพปกติ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะสัก 10 ปีที่แล้วก็ไม่สบายใช่มั้ยครับ แล้วก็ เอ่อ ไปแบบ walk-in ที่โรงพยาบาลศิริราช จำได้เลย ตึกเก่า ตึกข้างหน้าครับ ทุกคนรู้จักโรงพยาบาลศิริราชเนาะ ก็ walk-in เข้าไปตอนเย็นนะครับ สมัยก่อนน่ะ ห้องตรวจของคลินิก ที่เป็นผู้ป่วยนอก ครับ จะเป็นคอกๆ ก็คือมีคุณหมอกับคนไข้ นั่งนั่งรอเป็นคอกๆ เหมือนแบบ เหมือนสำนักงานน่ะ มันไม่ได้แบบเป็นห้องตรวจดีๆอ่ะ มันเป็นแบบเป็นห้องเปิด แล้วก็เป็นคอกๆๆๆ ก็หมอก็นั่งๆ คนไข้ก็นั่งต่อๆ แถวใช่ป่ะ แล้วพี่ก็จำได้ว่า ตอนเดินเข้าไปอ่ะ ปกติเวลาเราเจอคุณหมอเราสวัสดีป่ะ สวัสดีครับคุณหมอ สวัสดีมั้ย พี่จำได้ว่าพี่เดินเข้าไปอ่ะ แล้วของพี่อ่ะ คือเหมือนพยาบาลเขาบอกผิดคิวอ่ะ มีคุณหมอกับพยาบาล มีคุณหมอกับคนไข้ คนไข้เก่ายังไม่ออกอ่ะ พี่ไม่รู้จะสวัสดีใครเลยอ่ะ พี่นึกไม่ออกว่าคนไหนหมอคนไหนคนไข้ อ่ะ เพราะว่าหมอหน้าตาโรมคนไข้ อ่ะ คือหมอทำงานหนักมากจริงๆ คือแบบ เอ๊ะ คนไหนหมอ คนนี้คนไข้ หรือคนนี้หมอนะครับ คือต้องบอกว่า pain point ของสาธารณสุขอ่ะ มันคือเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลจริงๆครับ แล้วมันก็มีเรื่องของ human error percentage เยอะด้วย เพราะฉะนั้น สังเกตว่าหลักๆที่เขาเอาเข้ามาใช้เยอะๆก็คือ เรื่องของการวิเคราะห์ผลแล็บ อื สมัยก่อน เวลาเรา X-ray ฟิล์ม หรือแบบเราทำ CT Scan หรือว่าทำ MRI อย่างเงี้ยนะครับ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญดูใช่มั้ยครับ หรือว่าผล lab ต่างๆ เช่น ผลเลือด ผลปัสสาวะ ผลอะไรก็แล้วแต่นะครับ เดี๋ยวนี้ first layer ในการสแกนผลลัพธ์พวกนี้เป็น AI หมดครับ แล้วค่อยไป consult กับ expert อีกรอบนึง เพื่อที่จะยืนยันผลนะครับ แต่ก็มี scam เกิดขึ้นเยอะ มีใครเคยได้ยิน เคยดูสารคดี หรืออ่านหนังสือเรื่อง Bad Blood ป่ะ เคยได้ยินมั้ย ที่เขาทำ VC ที่เขาทำ Startup ที่แบบเป็นเครื่องตรวจเลือดแบบ ได้ผลเร็วอ่ะ แล้วก็บูมมาก สุดท้ายก็คือเป็น scam ก็คือเครื่องเครื่องเนี้ยไม่มีจริงอ่ะ ไม่ได้แบบถูกพัฒนาจริงๆ ลองลองจดไว้แล้วนะครับ ไปดูสารคดีชื่อ Bad Blood หรือไปอ่านหนังสือก็ได้นะครับ ก็ให้ภาพอะไรเราเยอะมากขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็น เป็นหนึ่งใน industry ที่ใช้ เอ่อ AI นะ ครับเยอะมากๆ ณ ปัจจุบันเนาะ ก็คือช่วยในเรื่องของการลดภาระของพวกเทคนิคการแพทย์ นะครับ แล้วก็ให้ผลลัพธ์มันแม่นมากขึ้นนะ ครับ แล้วในเรื่องของยาก็ใช้ Evolutionary เหมือนกันนะครับ
อื Education อันนี้เราน่าจะคุ้นเคยที่สุดแล้ว เพราะเรายังอยู่ในสถา เอ่อ สถาบันการศึกษา นะครับ Education เใช้ AI ทำอะไรบ้างครับ แน่นอนเยอะแยะมากมาย เหมือนที่อาจารย์โชว์ให้พวกเราดูนะครับ AI สามารถมาช่วยเราในเรื่องของการเรียนการสอนนะ ครับ การเรียนรู้ของเราได้เยอะแยะมากมายนะ ครับ เข้าใจว่าน้องๆทุกคน อย่างน้องๆบอกว่า Debate กับ AI Dbate กับ AI ก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ เอา topic ที่เรากำลังเรียนอยู่ ลอง Debate กับ AI ดูก็ได้นะครับ พี่เชื่อว่ามันทำให้เราฉลาดขึ้นจริงๆ ต้องบอกว่าเรื่องการศึกษาเนี่ยเนี่ย เยอะแยะมากมาย แต่พี่เน้นเรื่องเดียวคือ เรารู้อยู่แล้วว่า AI อ่ะ มันฉลาดกว่าเราใช่มั้ย คำถามคือ สิ่งที่เราจะทำกับมันคืออะไรครับ สิ่งที่เราทำกับมัน ลองนึกภาพดูว่าทุกวันนี้ที่เราใช้ AI อยู่อ่ะ เราใช้ AI แล้วมันทำให้เราฉลาดขึ้นตาม AI ด้วยหรือเปล่า หรือเราใช้แค่ AI เป็นแค่เครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อที่จะให้เราบรรลุจุดประสงค์ของสิ่งที่เราอยากจะได้ ถ้าเป็นแบบที่ 2 พี่แนะนำให้เลิกอย่างเร่งด่วน เพราะสุดท้าย value ของเราจะไม่มีเลย แต่ถ้าเป็นแบบแรก เหมือนที่น้องบอก วิเคราะห์ธุรกิจใช่มั้ยครับ Debate มันทำให้เราอย่างน้อยเราฉลาดขึ้น แสดงว่าถ้าเรา debate กับโมเดลเวอร์ชั่นใหม่ขึ้น เราก็ฉลาดขึ้นตามโมเดลเวอร์ชั่นใหม่ AI มันยังฉลาดขึ้นตามเวอร์ชั่นเลยใช่ป่ะ 3 4 5 อะไรก็ไปใช่มั้ย เราก็ต้องฉลาดขึ้นตาม AI เพราะฉะนั้น ใช้ให้มันเป็น coaching เราอ่ะนะครับ เออ เป็น co-pilot นะครับ
อื อันนี้ก็เหมือนกัน แต่เมืองไทยอาจจะยังไม่เห็นเยอะครับ เรื่องของ Urban Transportation ที่เห็นเยอะๆก็คือเห็นเยอะจริงๆนะ เอาจากประสบการณ์พี่ก็คือที่ประเทศจีน มีใครเคยไปจีนมั้ย น่าจะเคยบ้างเนอะ เอ่อ Shenzhen นี่เมืองไฮเทคเลยครับ แค่ออกจากสนามบินก็เห็นแฟลช แบบปั๊บๆๆถ่ายเราเต็มไปหมดเลยนะครับ แล้วก็ track เราทุกอย่าง ที่จีนมีสิ่งที่เรียกว่า Social Credit ใช่มั้ยครับ เออ เพราะฉะนั้น จะสังเกตว่าอย่างจีน สิงคโปร์อย่างเงี้ย คำถามคือ ทำไมไม่แทบจะไม่มีอาชญากรรมเกิดขึ้นเลย ลองดูครับ แต่แต่ไม่ต้องลองจริงๆนะ มีเพื่อนพี่เคยบอกคนนึง ตอนพี่อยู่สิงคโปร์ใช่มั้ยครับ เพื่อนพี่เคยบอกว่า you ห้ามทำอะไรประหลาดที่สิงคโปร์นะ แค่ you ทำอะไรประหลาดในที่ public แล้วไม่เกิน 5 นาทีตำรวจมาเลย ถึงแม้คุณจะไม่เคยเห็นตำรวจในสิงคโปร์เดินไปเดินมาเลย แต่คุณลองมองตรงนี้สิ ตรงนั้นสิ มีคนดูคุณอยู่ตลอดเวลา เช่น สมมุติว่าคุณลองคุณลองแบบยืนสูบบุหรี่ในที่สาธารณะอย่างเงี้ย แป๊บเดียวเท่านั้นครับ มาแน่นอน โดนปรับแน่นอนนะครับ อืม เพราะฉะนั้น Urban Transportation นะ ครับ ใช้ AI เยอะมาก ณ ปัจจุบันนะครับ ควบคู่กับเรื่องของ CCTV Camera แล้วก็เรื่องของเรื่องของการทำ Image Processing นะ ครับ Image Processing ก็เป็นเรื่องนึง เนเคยได้ยินเทคโนโลยีนี้มั้ย ประเทศที่เค้าแบบมีอาชญากรรมในเรื่องของ การ เอ่อ ใช้อาวุธที่เป็นอาวุธปืนน่ะ คำถามคือ สมมุติมีการเกิดการยิงกันขึ้น ปั้ง ในที่แจ้งนะครับ ในที่ public คำถามคือ ถ้าไม่มีคนแจ้งอ่ะ ตำรวจจะรู้ได้ยังไงว่ามีการยิงกันเกิดขึ้นที่นี่ พวกเราคิดว่าตำรวจรู้ได้ไงครับ พวกเราคิดว่าตำรวจรู้ได้ไงครับ มีใครเคยได้ยินเทคโนโลยีนี้มั้ย ตำรวจรู้ได้ไงครับ บ้านเราไม่มี บ้านเราเคย ถ้าถ้าพี่จำไม่ผิด เคยมีคนอยากจะเอาเข้ามาแต่น่าจะยังไม่มีใครเอาเข้ามาครับ เพราะบ้านเราไม่ได้มีการยิงกันบ่อยขนาดนั้น แต่อย่างเป็นประเทศที่ เป็นเสรีอย่างอเมริกา อเมริกามีนะครับ อเมริกา ทุกคนสามารถซื้อปืนได้ใช่ไหมครับ อายุถึงหลักเกณฑ์ได้ใช่มั้ยครับ ครอบครองปืนได้ คำถามคือ จะรู้ได้ยังไงว่าเกิดการยิงขึ้นที่จุดนี้ เขาจะมีเขาจะมีเรดาร์ที่จับสัญญาณเสียง ครับ แล้วทำเป็นตรีโกณมิติ ตั้งเสาแล้วครอบคลุม area ใช่มั้ย สมมุติว่า area นี้เป็น CBD เป็น Central Downtown เมื่อไหร่ที่เกิดเสียงปืนเกิดขึ้น ใช้ AI วิเคราะห์ เขาจะสามารถ resonance ดูว่ามันสะท้อนยังไง แล้วสามารถ pinpoint ได้เลย ว่าเสียงเกิดขึ้นจากจุดนี้ครับ ตำรวจมาเลย อื ไม่เคยได้ยินใช่มั้ย เทคโนโลยีนี้ อื เนี่ยแหละครับ เขาใช้เทคโนโลยีพวกเนี้ยในการดูเรื่องของ urban เอ่อ แล้วก็เรื่องของ transportation ด้วยนะครับ อื
อันนี้ก็ใช้เยอะครับ logistic logistic ใช้ทำอะไรบ้างครับ เคยได้ยิน AI in logistic อะไรบ้าง สแกนสิ่งของภายในว่ามีอะไรบ้างใช่มั้ย อ่า เราจะเห็นตามสถานที่ที่ต้องการ security สูงๆ เช่น สนามบินใช่มั้ยครับ อื มันคือแป้ง นะครับ เออ มีอะไรอีกฮะ คลังสินค้าใช้เยอะมาก ถ้าเราไปดูคลังสินค้าของบริษัท เอ่อ e-commerce หรือว่า Dropship ใหญ่ๆครับ ถ้ามีโอกาสนะ แต่ถ้าไม่มีโอกาสไม่เป็นไร พี่เล่าให้ฟัง คือสมมุติว่าเรามีคลังสินค้า ที่เป็นดิจิทัลใช่มั้ยครับ เป็นใช้ AI คลังสินค้าเนี่ย จะมีคนอยู่แค่เฉพาะส่วนหน้า แค่นั้นเอง ที่ attach กับรถขนส่ง เพื่อที่จะตรวจเช็คความเรียบร้อยในขั้นตอนสุดท้าย แต่ว่าข้างในคลังสินค้าเนี่ย แทบจะไม่มีคนเลย จะเป็น Robot หมดนะครับ ในการไม่ว่าจะ เป็นในการวางสินค้าเข้า shelf หรือการ picking สินค้านะครับ ทุกอย่างจะถูก operate แบบ automate หมดนะครับ เพื่อลด
ความผิดพลาดพลาดแล้วก็ลดเอ่อความล่าช้า คำถามคือทำไมเค้าต้องมาเวรนี้ครับ ลองนึกภาพดูตอนโควิด สมมุติว่าพนักงานในคลังสินค้าเราติดโควิดหมดเลย ไม่มีใครสามารถมาทำงานได้ เราจะส่งของไงครับ ไม่ได้เลย สังเกตว่าตอนโควิดจะมีปัญหามากคนที่ทำโลจิสติกส์ใช่ไหมครับ เพราะว่าพนักงานติดโควิดใช่มั้ย
อ่าอันนี้น่าสนใจครับ ในอุตสาหกรรมการผลิต พวกเราคิดว่าเค้าเอา AI ไปใช้อะไรในอุตสาหกรรมการผลิตครับ ซื้อเครื่องจักร ควบคุมการผลิต อื อือ่าแน่นอนครับ มีอะไรอีกฮะ ความแม่นยำ อือื ความเหนื่อยล้าไม่มีใช่ไหม เราลองดีบตแข่งกับ AI เราอาจจะเหนื่อยก่อนมัน เวลาจะตอบเราไม่หยุดใช่มั้ยครับ
พวกเราคิดว่าความเสี่ยงที่อุตสาหกรรมการผลิตไม่อยากเจอเลยคือเรื่องของอะไรครับ ความเสี่ยงอะไรที่เกิดขึ้นแล้วคอสมหาศาลมากสำหรับโรงงานผลิต น้องบอกน้ำท่วมไฟไหม้ก็เป็นความเสี่ยง แต่นั้นเป็นภัยพิบัติใช่มั้ย ความเสี่ยงข้างในเอง internal risk ที่เราสามารถควบคุมได้ พวกเราว่ามีอะไรบ้างครับที่จะเป็นใหญ่ๆ แล้วทำให้เกิดเรื่องของผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องของ cost repetition ความล่าช้ามั้ย มีอะไรอีก
นึกภาพว่าเครื่องจักรเราหยุดทำงานน่ะ มีออเดอร์รอเต็มเลยใช่มั้ยครับ คำถามคือเครื่องจักรหยุดทำงานได้มั้ย หยุดได้ถ้าเราแต่จะหยุดได้เอ่อ มันมี 2 แบบ แบบที่ 1 คือ plan ก็คือเราวางแผนว่าจะหยุด เราจะ maintenance ใช่มั้ย กับอีกแบบนึงก็คือ unplan แบบแรกที่เป็น plan เนี่ยความเสียหาย้น้อย เพราะเราเราวางแผนไว้แล้วว่าเราจะหยุดเครื่องจักรตอน 2:00 น. 18:00 น. เพื่อที่จะ maintenance อะไรบางอย่าง ช่วงนี้อาจจะเราอาจจะวางแผนเรื่องการผลิตสินค้าได้ แต่ถ้า unplan น่ะ เช่นเรากำลัง เออไม่ต้องคิดมากก็ได้ คิดซะว่าเราขับรถอ่ะ สมมุติทุกคนมีรถใช่มั้ย พี่บอกเจอกันสุขุมวิท 39 ให้น้องขับรถไป เกิดน้องรถเสียบนทางด่วนน่ะ น้องคิดว่าจะไปเจอพี่ทันมั้ย 15:00 น. ไม่ทันหรอกใช่มั้ย
เออเหมือนกันครับ อุตสาหกรรมเนี้ยเค้าจะเอามาดูในเรื่องของประสิทธิภาพของเครื่องจักร ความแม่นยำ และอันสุดท้ายก็คือ defect defect ก็คือ def ภาษาไทยอะไรนะ ไม่ใช่ defect defect defect เค้าเรียก defect เร็วถามให้พี่หน่อย พี่อยู่ดีพี่ก็นึกไม่ออก คุณภาพ ตำหนิป่ะ ตำหนิภาษาไทยเค้าเรียกตำหนิป่ะ ใช่มั้ย ใช่มั้ตอบพี่หน่อย น่าจะเป็นพวกแบบตำหนิของสินค้าที่เราผลิตออกมา ก็คือสินค้าผลิตออกมาไม่ได้คุณภาพใช่ไหมครับ บางอย่าง
คำถามคือแล้วเราแล้วเอา AI ไปใช้ดูตำหนิยังไง ไปดูคุณภาพของสินค้ายังไง บางอย่างมันดูยากจริงๆครับ พี่ยกตัวการผลิตอันนึง น้องๆรู้มั้ยวิธีการผลิตกระจกเค้าทำไงครับ กระจกที่เราใช้เนี่ย กระจกรถยนต์ กระจกแต่งหน้า กระจกในห้องน้ำ กระจกหน้าต่าง พวกเราคิดว่าวิธีการผลิตกระจกทำไงครับ อ่าใช้ทรายมาเผาใช่มั้ย จะมีส่วนจริงๆ มันมีส่วนผสมหลายอย่างเนาะ ซิลิก้า นู่นนี่นั่นใช่มั้ยครับ Stone นู่นนี่นั่นใช่มั้ย วิธีการเผาของเค้าคือเค้าทำอย่างงี้ครับ ถ้าใครเคยไปโรงงานกระจกนะ โรงงานกระจกเนี่ยจะยาว เพราะว่าสิ่งที่เค้าทำคือเค้าจะตั้งเตาไว้ที่ต้นทางใช่มั้ยครับ แล้วเค้าก็จะเอา material ในการผลิตกระจกใส่เข้าไป แล้วก็จะเป็น chamber ในการยิงพ่นไฟอ่ะ เค้าก็จะใช้แก๊สธรรมชาติแล้วก็พ่นไฟเพื่อที่จะปรับอุณหภูมิให้มันได้กับการหลอมเหลว material แล้วเค้าก็จะปล่อยกระจกไหลไปเรื่อยๆให้มันค่อยๆเย็นตัว แล้วปลายทางโรงงานกระจกส่วนใหญ่จะยาวประมาณสัก 3-400 เมตรอ่ะครึ่งกิโลนะครับ อาจจะสั้นกว่านั้น อาจจะยาวกว่านั้น พอมันไหลไปเรื่อยๆเนี่ยนะครับ พอกระจกมันเย็นตัวลง ก็จะกลายเป็นกระจกที่เราเห็นใช่มั้ยครับ ก็จะถูกตัดรีดออกมาตัด
คำถามคือตำหนิของกระจกคืออะไรครับ เราจะรู้ได้ไงว่าตำกระจกเนี้ยมีคุณภาพหรือไม่มีคุณภาพ เค้าดูจากอะไรครับ อะไรนะ ความเรียบ อื อื ได้อยู่นะ ส่วนแต่ส่วนใหญ่มันจะเรียบแหละ เออมีอะไรอีก เก่งมากครับ คำถามคือเค้าจะดูจากฟองอากาศครับ ทำไมเค้าถึงดูที่ฟองอากาศครับ ทำไมกระจกถึงไม่ควรมีฟองอากาศครับ ทำไมมันถึงเป็นจุดเปราะบางที่ทำให้กระจกแตกครับ เพราะว่าอะไรดีครับ เพราะว่าพอมันมีกระเปาะอากาศใช่มั้ยครับ อากาศมัน sensitive กับอะไรครับ อุณหภูมิ ใช่มั้ยครับ แสดงว่าอุณหภูมิเย็นอากาศเป็นไงฮะ เล็กใช่มั้ย อุณหภูมิร้อนอากาศเป็นไงฮะ ขยาย มันทำให้กระจกแตกได้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เค้าจะดูคือเค้าจะดูว่าใน 1 ตร.ม. สมมุตินะ มี bubbles เค้าเรียกถ้าเป็นภาษาของเค้าจะเรียก bubbles นะครับ กี่ bubbles มันมันจะมีจำนวนที่เค้ารับได้อยู่ ซึ่ง Bubbles อ่ะตาเรามองไม่เห็นเลย บางทีมันเล็กมาก เล็กแบบเล็กมากอ่ะ ต้องใช้ AI อ่ะช่วยสแกน
คำถามคือ Bubbles เกิดจากอะไรครับ มีใครรู้มั้ย กระเปาะอากาศในกระจกเกิดจากอะไรครับ ยุงบินลงไปตก 1 ตัว เกิดจากอะไรครับ ตอบยากมาก หลายปัจจัยมาก มีได้เป็นร้อยๆ ปัจจัย เช่น ส่วนผสมไม่ลงตัว อุณหภูมิไม่คงที่ เยอะแยะมากมายนะครับ ทำให้เกิด bubble ได้
คำถามคือเค้าไม่ได้เอา AI ไปดูแค่ defect แล้วจบ สิ่งที่ AI ทำได้คือมันไปวิเคราะห์แพทเทิร์นได้ครับ แล้วมันไปบอกได้ว่าอ๋อ การที่เกิดประมาณเนี้ย คุณต้องไปปรับส่วนผสมอะไรบางอย่าง 1 2 3 4 ใช่มั้ยครับ ซึ่งความรู้มันไม่ได้ attach อยู่กับคนแล้วใช่มั้ย กลายเป็นว่า นึกภาพนะครับ กว่ากระจกแผ่นนึงจะผลิตออกมาได้อ่ะ ไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ต้นทางมาปลายทาง แสดงว่า ถ้าผมปรับ พี่ปรับส่วนผสม ณ ตอนนี้ ต้องรอดูผลลัพธ์อีก 24 ชั่วโมง คอสมหาศาลเลยใช่มั้ย แต่ AI สามารถทำ simulation ได้ว่าถ้าปรับแบบเนี้ย ปลายทางจะออกมาเป็นแบบไหนนะครับ อันนี้คือประโยชน์ของ AI เพราะฉะนั้นมันจะลดต้นทุน ลดอะไรได้ ระยะเวลาอะไรได้เยอะมากๆนะครับ
อ่ะทีนี้พาร์ทสุดท้ายละนะครับ เรามีเวลา นิดนิดหน่อยนะครับ ในยุคที่เราอยู่ ณ ปัจจุบันเนี้ยนะครับ เราจะไม่ได้เรียก AI ว่าเป็น AI ธรรมดาและ เป็น AI โดยทั่วไป หรือว่าใช้คำว่า AI อย่างเดียวและ เราจะได้ยินสิ่งที่เราคุ้นเคยก็คือ Generative AI ใช่ไหมครับ หรือว่า Agentic AI มากขึ้น ก็คือ AI ที่มันสามารถ generate whatever ที่เราต้องการออกมาได้นะครับ หรือว่า agent ที่มันช่วยเราในเรื่องของการ take action ที่มันเป็นแขนขาให้เราในการ take action บางอย่างนะครับ เพราะฉะนั้นที่เราจะเห็น ณ ปัจจุบันเนี่ยนะครับ หลักๆก็จะเป็นในรูปแบบของ generative ที่เป็นในรูปแบบของ text to text นะครับ อันนี้เราคุ้นเคยอยู่แล้วนะครับ ก็คือเราใส่ text เข้าไป เค้าก็จะพ่น text ออกมานะครับ อีกอันนึงก็คือ text to image นะครับ อย่างวานก็สามารถใช้ได้นะครับ เอ๊ มีใครรู้จักรูปนี้มั้ยครับ เคยรู้มั้ยรูปนี้คือรูปอะไรครับ จริงๆรูปนี้เป็นรูปประวัติศาสตร์นะ ไหนมีใครบอกพี่หน่อยรูปนี้คือรูปอะไรครับ Asgard โอโหเหมือนแสกยังไงเหรอ ก็คล้ายๆอยู่นะ มันคือภาพแรกที่ชนะรางวัลประกวด ภาพตาม concept อะไรสักอย่าง พี่จำชื่อ concept ไม่ได้และ แต่เป็นภาพที่ถูก AI generate แล้วชนะรางวัลครับ เหมือนกับตอนที่เราเล่นหมักล้อมแล้วเราใช้ AI แล้วชนะใช่มั้ย อันนี้เป็นภาพแรกในประวัติศาสตร์ ชื่ออะไรสักอย่าง The Opera อะไรสักอย่างเนี่ยนะครับ อันนี้ถือว่าเป็นภาพแรกที่ชนะรางวัลในประวัติศาสตร์ของ AI นะครับ
แล้วก็เสียง มีใครเคยใช้ AI ในการทำพวกเพลงพวกพวก Generate เสียงอะไรพวกนี้บ้างมั้ย น่าจะมีบ้างแหละนะครับ ณ ปัจจุบันก็มีเยอะเลยใน YouTube นะครับ หาเงินได้ด้วย ก็คือเรา generate คลิป บทความเป็นคนเดียวก็ได้นะ เป็น one man เอ่อ generator ใช้ AI ผลิตทุกอย่าง สื่อทุกอย่าง แล้วเราก็หารายได้กับพวก YouTube Spotify นู่นนี่นั่น อะไรได้หมดเลยนะครับ แล้วก็สุดท้ายก็คือ วีดีโออย่างตัวนึงนะครับ จริงๆวีดีโอก็มีให้ใช้เยอะแยะเลยนะครับ ก็เป็นตัวนึงที่มีศักยภาพในการทำเรื่องของวิดีโอ
คำถามคือพอเราพูดถึง generative AI เนี่ยนะครับ จากยุคที่เป็น AI มาเป็นยุคที่เป็น Generative AI เนี่ย พวกเราว่าหัวใจหลักสำคัญในการทำให้ยุค AI ปกติเนี่ยกลายมาเป็น Generative AI เนี่ยคือเทคโนโลยีอะไรฮะ อ่าลองเดาๆดูครับ เทคโนโลยีอะไรที่ทำให้วิธีการใช้งานของเราจากในรูปแบบของ AI ปกติมาเป็นในรูปแบบของ Generative AI ที่แบบเป็น text to text text to image text to voice text to video หรือจะเป็น voice to text อะไรพวกนี้ครับ มันพื้นฐาน foundation มันจริงๆแล้วเนี่ย มันใช้เทคโนโลยีอะไรของ AI ครับ พอ นึกภาพออกมั้ย Forcast อ่ะ มีอะไรอีกครับ อ่ะลองถามซิลองถามแชทบอทซิ เธอๆ เทคโนโลยีอะไรที่ทำให้ AI เป็น gen AI ลองถามซิ ลองถามซิ ไหนมันตอบว่าอะไร มันมันไม่ตอบเราเลยเหรอ มันช่วยเรามั้ย อืมพี่ไกลไปตั้งแต่ชั่วโมงแล้ว พี่พูดตลอดเวลา เราได้ยินอยู่ตลอดเวลา เชื่อพี่ดิ มันดังมากเทคโนโลยีเนี้ย อ้ามีอ่อแล้วมีอ่อแล้ว มันดังมากเทคโนโลยีเนี้ย อะไรนะ อะไรนะ ตะโกนมาเลย ไม่รู้เว้ย ตะโกน ตะโกน ตะโกน ไม่รู้เว้ย Big Data อ้าอ้า Big Data เกี่ยวครับ เกี่ยวๆ มีอะไรอีก มีอะไรอีก Machine Learning ก็เกี่ยว แต่ว่าพวกนี้มันเป็นแค่ส่วนประกอบครับ มีอะไรอีก ตะโกนมาตะโกนมา อะไรนะ Shift Shift แบบ Shift เซตที่ใช้ในการประมวลผลใช่มั้ย ก็เกี่ยวครับ แต่ว่ายังเป็นส่วนนึงเฉยๆครับ ยังไม่ได้เป็นภาพที่ทุกคนอ๋ออ่ะ อะไรนะครับ Deep Learning ก็เกี่ยวครับ แต่อยากได้แบบพูดปุ๊บทุกคนอ๋อเลยว่าแบบ อ๋ออันนี้มันมาเปลี่ยนมาเปลี่ยนโลก AI จริงๆอ่ะ Quantum คอมพิวเตอร์ยังครับ ยังยังไม่ขนาดนั้นครับ ลองนึกภาพตัวเองกลับไปว่าแบบ เอ้ย การมาของอันเนี้ยมันทำให้ฉันน่ะใช้ AI ในรูปแบบของ Agentic มากขึ้นน่ะ มันทำให้ฉันดีบตกับ AI ใจได้ดูดวงได้ อินเทอร์เน็ตอินเทอร์เน็ตมานานแล้ว อะไรนะ อะไรนะ Language Model ครับ มันคือ large language model หรือที่เราเรียก ว่าอะไรฮะเออ LLM ใช่ไหมั้ครับ ก็คือไอ้พวกเนี้ย chat GPT CL ทั้งหมด
คำถามคือทำไมมันถึงเป็น foundation ของ Agentic AI ครับ อ่ะคำตอบคือ LLM นะ แต่คำถามคือคำถามต่อไป ทำไมมันถึงเป็น foundation ของ Agentic AI ครับ ทุกคนจะบอกว่าพี่ทำไมพี่ถามเยอะจัง เออแต่พี่เชื่อว่าจบจาก sess นี้ไปทุกคนจะสามารถไปเม์มอยกับเพื่อนได้เรื่อง AI ครับ เอออ่ะทำไมครับ เสียงพี่จะหมดแล้ว ทำให้โมเดลจุข้อมูลได้เยอะ เออๆๆประมวลผลแป๊บนึง ยังไม่ถูกครับ อ่ะมาขอคำตอบเยอะๆ สามารถให้ AI Learning ได้เอ่อ อันนั้นยังไม่ใช่พาร์ทของ large model ครับ แต่ว่าถือว่าเป็นพาร์ทที่ดีนะครับ เกี่ยวด้วย อุ้ยใกล้เคียงมากใกล้เคียงมาก เอาอีกเอาอีกเอาอีก เฮ้ยเฮ้ยนี่ก็ใกล้เคียงใกล้เคียง เอาอีก เอาอีกมา เฮ้ยเฮ้ยใกล้แล้วใกล้แล้ว เก่งมาก ถูกต้องครับ พี่พี่พี่จะบอกงี้ สมมุติว่าพี่เก่งมากเลย ใช่ป่ะ น้องๆอยากเรียนรู้กับพี่ใช่ป่ะ นึกภาพนะ นึกภาพตาม สมมุติ sess วันเนี้ย พี่พูดเป็นภาษาอาระบิก น้องๆน้องๆเข้าใจพี่ป่ะ น้องๆทำหน้าไง พี่บอกน้องๆว่า เฮ้ย ถ้าอยากได้ความรู้จากพี่อ่ะ ไปเรียนภาษาอาระบิกมา น้องๆจะได้เก่งขึ้นไง ไปเรียนป่ะ ก็อาจจะไปเรียนไง แต่ถามว่าจะทันที่พี่พูดมั้ย ใช่มั้ย แล้วทุกคนก็จะแบบเอ้อไม่เอาและไม่รู้ก็ได้วะ เออภาษาอาระบิกยากตาย เคยเห็นตัวเขียนภาษาอาระบิกป่ะ คือถ้าว่าภาษาไทยยากแล้วอาระบิกยึกยึกอ่ะ แล้วถ้าพี่พูดพูดเป็นภาษาอาระบิกอ่ะ ไม่มีใครเข้าใจพี่หรอก
เหมือนกันฮะสมัยก่อน AI พูดภาษาอะไรครับ ก็ไม่ใช่ภาษาเราอ่ะ พอพอการมาถึงของ large language model ที่พูดได้ทุกภาษาของมนุษย์ มันทำให้เราเข้าถึง AI ศักยภาพของ AI ได้ใช่มั้ย ก็เลยเป็นที่มาที่บอกว่า Large Language Model อ่ะครับ มันเป็นเทคโนโลยีที่เป็น foundation ของ Gen AI จริงๆ แต่ที่เหลือนะครับก็เป็นก็เป็น foundation เหมือนกัน แต่ถ้าบอกว่า foundation จริงๆเนี่ย มันคือตัวนี้ครับ ถ้าพูดถึงไซเบอร์ หรือภูเขาน้ำแข็งข้างใต้มันคือ large language model เลยครับเนาะ ข้างบน ข้างบนจะเป็น capability อะไรหรือความสามารถอะไรของ AI เราไม่สนใจอ่ะ แต่ถ้าเราคุยกับ AI แบบภาษาเราได้ เช่นน้องบอกว่าดูดวง น้องรู้นะว่า AI ดูดวงได้ใช่ป่ะ แต่น้องจะดึงศักยภาพของ AI ในการดูดวงออกมาได้ไง ถ้าน้องคุยกับ AI ด้วยภาษาไทยภาษาอังกฤษไม่ได้ สมมุตน้องพูดได้ 2 ภาษา หรือ AI ตอบน้องเป็นภาษาจีนในดวงของน้องไม่รู้จะใช่ป่ะ ถูกมั้ย เออ หรือจะดีบตอย่าง เงี้ย ถ้าพูดคนละภาษาใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น Foundation ของ Generative AI จริงๆคือสิ่งที่เราเรียกว่า large language model
คำถามคือทำไมต้องชื่อว่า large model ครับ ไหนใครช่วยบอกพี่หน่อย อ่ะพี่เปิดภาพให้ดูเลยนะฮะ Large language model ชื่อเชยมากพี่บอกเลย ชื่อแบบเหมือนไม่ได้คิดอะไรมาคือแบบ เอาแหละ เอานี่แหละวะ Large Language Model ครับ ทำไมถึง large ครับ เราว่า large นี่ large ประมาณแค่ไหนครับ อ่า คำว่า large นี่ large ประมาณไหนดี อ่าพี่ให้น้องๆเสิร์ชแล้วกันนะ เอาโมเดลของทุกค่ายเลย ช่วยตะโกนบอกพี่หน่อยว่าเวอร์ชั่นใหม่สุดของทุกค่ายอ่ะ เค้าเนลอ่ะจาก data ที่น้องบอกว่า big data ก็เกี่ยวใช่มั้ย data sizing ประมาณไหน อ่าลองเสิร์ชดูหน่อย แล้วเดี๋ยวพี่จะเปรียบเทียบให้ฟังว่ามันใหญ่ขนาดไหนอ่ะเดี๋ยวลองเสิร์ชสักอันนึงก็ได้ครับ น้องๆลองช่วยเสิร์ชหน่อยแล้วตะโกนบอกพี่หน่อย อ่าลองเสิร์ชดู ลองคิดพร้อมดูเองได้ครับ แล้วตะโกนบอกพี่หน่อย อ่ะประมาณไซส์ประมาณเท่าไหร่ ขอสักตัวเลขหนึ่ง 1 GB 2 GB อ่าพวกเราว่า CL Gemini Quen Chat GPT ฉลาดขนาดนี้เนี่ย เค้าจะต้องเรียนรู้จากครั้งข้อมูลใหญ่ประมาณแค่ไหน ระดับเท่าไหร่นะ อ่าระดับอะไรขอสักตัวเลขหนึ่งฮะที่เราเสิร์ชเจอมันมันบอกมั้ย ถาม Ken ถาม Gemini ก็ได้ว่าแบบ เฮ้ย you you you ฉลาดขนาดนี้ you เรียนรู้ข้อมูลเยอะแค่ไหนอ่ะไซส์ประมาณไหน ลองถามดิ 4 เท่าไหร่นะ 4 45 GB GPT 3 คือเดี๋ยวนะ อ่ะมีมีตัวอย่างอยู่แต่ว่าเวอร์ชั่นล่าสุด ณ ปัจจุบันไม่ใช่ นี้เนาะอ่ะยกตัวอย่างอย่าง GPT 4 ใช่มั้ย Training data sizing อยู่ประมาณซัก 1 PB ใช่มั้ยครับ 1 petabyte ก็เท่ากับ 1 ล้าน GB ออก็คือใหญ่มากใช่มั้ย ใหญ่มาก เออ ถ้านึกภาพไม่ออกว่าใหญ่แค่ไหน ถ้าพี่จำไม่ผิด 1 เพชรตะไบ่น่าจะประมาณแบบ ถ้าเราถ้าเรามองเป็นภาพกระดาษ 1 แผ่นเขียนใส่อ่ะ ก็คือต้องตัดต้นไม้ทั้งป่า Amazon มาทำกระดาษอ่ะ แล้วก็เขียนน่ะไซส์ซิ่งประมาณนั้นน่ะเออนะครับ เพราะฉะนั้นมันก็เลยที่เป็นที่มาของคำว่า large นะเพราะมัน large จริงๆนะครับ
คำถามคือ ทำไมพวกเราคิดว่าอะไรที่ทำให้ large language model แต่ละเจ้ามันแตกต่างกันครับ เช่น Chat GPT CL Gemini มันต่างกันยังไงครับ เคยเคยสงสัยมั้ย ไม่เคยเลยสงสัยตอนนี้แหละ ทำไมเราเลือกใช้ Ken ทำไมเราเลือกใช้ Gemini ทำไมเราเลือกใช้ Chat TPT อันไหนฟรีเราใช้อันนั้น อย่างี้ป่ะ ก็ก็มีส่วนนะ เออแล้วเคยแบบทำ Comparison มใช้แบบลองใช้ Deep seek สู้กับ CL ดูซิเนสู้กับ Chat GBT ลองดูซิว่าคำตอบมันต่างกันยังไง อื จริงๆความแตกต่างมันอยู่ที่ข้อมูลที่ใช้เทรนด้วยครับ อื ข้อมูลที่ใช้เทรนเนี่ย แต่ละเจ้าก็มีไม่เหมือนกันเนาะ ถ้าเป็นอย่างยกตัวอย่างอย่าง public data ก็ว่าไปใช่มั้ยครับ ทุกคนสามารถ access เข้าไปได้ถึง แต่ว่าแต่ละเจ้าก็จะมีเค้าเรียกอะไรฮะ private data ที่เค้าอาจจะเอาไปใช้ในการเทรนนะ เค้าเก่งเรื่องอะไร เค้าก็อาจจะเอา data พวกนั้นไปเทรนแล้วทำให้โมเดลเค้าเก่งเรื่องนั้นใช่มั้ยครับ ยกตัวอย่างเช่นล่าสุดเก่งมากเลย โอ้โหไม่เก่งไง Gemini นี่ Data มหาศาลใช่มั้ยครับ Google Data มหาศาล Ken ไม่เก่งได้ไงเรื่อง E-commerce เคนเป็นเบอร์ต้นๆ E-commerce platform ใช่มั้ยครับ Ken ไม่เก่งภาษาจีนไม่เก่งภาษาญี่ปุ่นได้ไง ญี่ปุ่นใช้ Ken เยอะมากครับ เพราะมันเป็นโมเดลภาษาที่มันตอบโจทย์เรื่องของอักขระภาษาจีนได้ดีกว่าใช่มั้ยครับ แล้วก็สมบัติสำนวนของคนฝั่งตะวันออกที่เป็นบ้านเรามันก็จะมีสมบัติสำนวนอะไรที่มันแบบบางอย่างที่ฝั่งนู้นมันไม่มีใช่มั้ยครับ เพราะฉะนั้นนี้คือความแตกต่างใช่มั้ยครับ เออ อันนี้เราดูเป็นคร่าวๆก็ได้นะครับ เออ component ของเวลาที่เราใช้ language model เนี่ยครับ มันจะมีสิ่งหนึ่งที่เราต้อง aware ไว้ก็คือเรื่องของ พวกเรารู้จัก Prom อยู่แล้วเนอะใช่มั้ย แต่เราเคยได้ยินคำว่า context window มั้ย ไม่เคยใช่มั้ย สมมุติว่าลองนึกภาพเราคุยกันใช่มั้ย พี่คุยกับน้องใช่ไหมครับ สมมุติพี่คุยกับน้องเนาะ คุยกันวันนี้ พี่ถามน้องว่า GPT ย่อมาจากอะไรครับ จำได้ป่ะ Generative Pre-trained Transformer ใช่ไหม น้องคิดว่าถ้าพี่เดินไปคุยกับนักศึกษาข้างนอกอ่ะ เขาจะรู้มั้ยว่า GPT ย่อมาจากอะไร เค้าอาจจะไม่รู้ หรือเขาอาจจะรู้ก็ได้ หรือเขาอาจจะบอกเป็นอย่างอื่นก็ได้ เพราะว่า context windows หรือว่าบริบทในการจดจำ context นั้นๆ ณ ช่วงเวลานึงอ่ะ มันไม่เหมือนกัน น้องน้องอ่ะทุกคนที่อยู่ใน sess วันนี้ตั้งแต่ 11:30 น. จนถึงตอนเนี้ยมี context window เดียวกันก็คือฟังพี่อธิบายอยู่ใช่ป่ะ เพราะฉะนั้นบริบทมันเหมือนกันใช่มั้ยครับ ใน large language model ก็เหมือนกัน ความเก่งอันนึงหรือฟีเจอร์นึงของ large language model ก็คือมีเรื่องของการจดจำบริบท ลองสังเกตมั้ยเวลาเราคุยกับแชทบอทอ่ะครับ มันจะประต่อเรื่องราวที่เราเคยคุยกับเขาได้ แล้วเอามาใช้เป็น response กลับไปเป็นส่วนประกอบในการตอบคำถามของเรา อืม ถ้าเป็นแชทบอทที่ไม่มี context windows มันจะตอบเราไงครับ สมมุติว่าพี่ถามว่า เอ่อช่วยแพลนที่พักที่ภูเก็ตให้พี่หน่อยนะ สมมุติช่วยแพลนที่พักภูเก็ตให้พี่หน่อย มันก็อาจจะลิสต์มา 10 โรงแรม พี่ก็อาจจะบอกว่า แล้วพี่จะเดินทางไปยังไง ถ้าเป็นแชทบอทที่ไม่มี context windows นะ มันจะตอบพี่ว่าอะไรมั้ย คุณจะเดินทางไปไหนครับใช่ป่ะ แต่คำถามคือถ้าแชทบอทปัจจุบันน่ะ มันไม่ถามเราหรอกว่าคุณเดินทางไปไหน เพราะเรากำลังคุยเรื่องภูเก็ตไง เหมือนคนน่ะ สมมุติพี่คุยกับน้องว่าช่วย เฮ้ยนายเคยไปภูเก็ตป่ะ น้องอาจจะบอกว่าเคย เออพี่บอกว่าไปอยู่กี่วัน ถ้าน้องไม่มี context window น้อยแต่บอกว่าไปไหนกี่วัน เหมือนน้องเป็นคนแบบประทองอ่ะ ความจำสั้นน่ะใช่ป่ะ เป็นแชทบอรุ่นเก่า ก็คือแบบไม่มีความจำอ่ะ แต่ถ้าเป็นคนเราอ่ะ น้องก็จะไม่ถามพี่กลับใช่มั้ยว่าไปไหนครับ น้องจะบอกว่าอ๋อตอนไปภูเก็ตเหรอ อยู่หาดป่าตอง 5 วันอะไรอย่างเงี้ยใช่มั้ย เออ เพราะมันมีเรื่อง Context Windows เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ ของ Large Language Model แต่เทคนิคไม่ต้องไปรู้ นะครับ มันเป็นวิธีการทำงาน เราจะเคยได้เห็นเวลาที่เราใช้แชทบอทมันจะมีขึ้นว่าแบบ chat bot เวอร์ชั่นนี้กี่พัน token context window อะไรก็ว่าไป อันนี้คือหน่วยความจำที่มันจะทำเรื่องราวที่เรากำลังคุยกันให้น้องได้นะ ครับ เออประมาณนี้ แล้วก็ผลิตออกมาเป็น output นะครับ ประมาณนี้เลยนะครับ ทีนี้เรื่อง fundamental เดี๋ยวเราไว้คุยกันคราวหน้านะครับ วันนี้น่าจะประมาณนี้นะครับ ที่เหลือคราวหน้าเนี่ย สิ่งที่เราจะคุยกันต่อเนื่องก็คือ อย่าลืมว่าเราต้องมีสอบด้วยนะครับ คราวหน้าเราจะคุยกันเรื่องของเบสิคพื้นฐาน cloud ทั้งหมดนะครับ เพื่อให้น้องเข้าใจในเรื่องของ cloud Cloud Fundamental Cloud Fundamental เป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งหมดนะครับ เราจะสังเกตว่าทุกคนที่ทำเรื่องของเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น AI เนี่ย 1 ในรากฐานก็คือเรื่องของ cloud นะครับ เรื่องของเทคโนโลยีที่เป็น infrastructure ในการคำนวณ ในการเก็บข้อมูลนะครับ ในการส่งข้อมูลนะครับ ก็จะเป็นเทคโนโลยีที่เป็นพื้นฐานทั้งหมด เพราะฉะนั้นคราวหน้าเราจะมาคุยกันเรื่องนี้้นะครับ แล้วก็เป็นพื้นฐานของการสอบด้วยนะครับ มีคำถามมั้ย คำถามทิ้งท้ายพี่มั้ย ไม่มี เพราะพี่ถามไปเยอะแล้วใช่มั้ย รู้เรื่องดีมั้ย ดีมาก กลับไปเม้ามอยกับเพื่อนเลยนะ ฉันเป็น expert ทางด้าน AI แล้ววันนี้นะครับนะ จากประสบการณ์ 70 กว่าปีตั้งแต่ปี 1950 นะครับ ก็วันนี้ขอบคุณน้องๆทุกคนมากนะครับ แล้วเดี๋ยวเราเจอกันอีกทีน่าจะอีก 2 อาทิตย์นะครับ สวัสดีครับ บ๊ายบายนะฮะ
>> อ่ะขอเสียงปรบมือให้ท่านวิทยากรนิดนึงครับทุกท่าน ขอบคุณครับครับ ในช่วงสุดท้ายนี้นะครับเดี๋ยวเราจะมีเป็นตัวแทนของนักศึกษานะครับที่จะกล่าวขอบคุณนะครับ อ่าเดี๋ยวขอเรียนเชิญเลยครับ
มองมองไกลๆนะแล้วก็ยื่น
>> อ๋อได้ครับอาจารย์เดี๋ยวผมเปิด
>> ค่ะ
>> ค่ะก็ต้องขอขอบคุณคุณพอจาก Alibaba ขาวมากเลยนะคะที่มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับ AI แล้วก็ทำให้พวกเราได้รู้ว่าปัจจุบันเนี่ย AI สามารถทำอะไรได้บ้างมีประเภทไหนบ้างและสามารถที่จะพัฒนาต่อไปยังไงทำให้เราเนี่ยจะเอาความรู้ตรงเนี้ยมาใช้สอบใช้ในการทำแผนธุรกิจหรือการทำงานในอนาคตนั่นเองค่ะ ขอขอบคุณแทนทุกๆคนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
โอเคครับก็หวังว่าทุกท่านจะได้เรียนรู้นะครับ เอ่อไม่ว่าจะเป็นครูครูก็ได้ยินแล้วเรื่องนี้หรือยังนะครับแต่ว่าก็ครั้งเนี้ยแหละจริงๆก็มีความรู้ใหม่ค่อนข้างมากนะครับสำหรับทุกท่านในการเข้าใจกระบวนการจริงๆก็ตั้งแต่ประวัติเลยนะนะครับก็อันนี้เป็น EP แรกนะครับเดี๋ยวเรามาติดตามกันต่อไปใน EP ที่ 2 นะครับก็จะมีความ technical เข้มข้นขึ้นนะครับแล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้านะครับสวัสดีครับทุกครับ