Transcription
ความตั้งใจของทุกคนค่ะ คงไม่ได้มีใครอยากจะให้ความสัมพันธ์นั้นมันพัง เพราะเรา
คนทอกสิคส่วนใหญ่นี่จำเป็นต้องเป็นคนไม่ดีนะครับ
ฟังดูเหมือนอยากให้เราช่วยตัดสินเนาะ แต่ว่าจริงๆแล้วค่ะ พวกเราเองค่ะ ในฐานะผู้ที่ดูแลนะคะ ในเรื่องของสุขภาพจิต ไม่มีหน้าที่ตัดสินเลยว่าใครดีไม่ดียังไงบ้างค่ะ
แล้วคนที่โตมากับความสัมพันธ์ที่ไม่ Healy อ่ะครับ มีโอกาสที่จะเป็นคนสิครับ
ถ้าสมมุติว่าคนที่ค่ะโตมาในความสัมพันธ์ หรือว่าในครอบครัวที่ไม่ค่อย Hetaly ในเรื่องของสายสัมพันธ์คนในครอบครัวค่ะ ก็มีสิทธิ์สูงเหมือนกันเนาะ จากการที่เราดูแลมา ก่อนมีสิทธิ์มากๆค่ะ ที่จะนำแพทเทิร์น หรือพฤติกรรมเหล่านั้นที่เรียนรู้มาตั้งแต่เด็กเนี่ย นำมาใช้อีกครั้งนึงในความสัมพันธ์ปัจจุบันค่ะ
แล้วคนทอกสิคเนี่ยครับ ส่วนใหญ่รู้ตัวมั้ยครับว่าตัวเองกำลังทำร้ายความสัมพันธของตัวเองอยู่
ถ้าให้มองว่าพฤติกรรมนั้นเารู้ตัวมย อาจจะบอกแทนเขาได้ยาก แต่ถามว่าความตั้งใจของทุกคนค่ะ คงไม่ได้มีใครอยากจะให้ความสัมพันธ์นั้นมันพัง เพราะเรา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่เกิดขึ้น หรือว่าความท่วมทนเนาะในใจของเราเอง มันอาจจะจัดการได้ยาก หรือว่าควบคุมได้ยากยาก มันเลยส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ หรือว่าคนที่เป็นคู่ของเรา อย่างงั้นน่าจะทำให้คนที่รู้สึกว่าเนาะ อยู่ในความสัมพันธ์ที่ท็อกสิค จะได้มองเห็นถึงแนวทาง หรือว่าหนทางในการแก้ปัญหาค่ะ
แล้วการพูดคุยกับนักจิตวิทยาครับ มันจะสามารถช่วยอะไรในเรื่องของ toxic relationship ได้บ้างครับ
ถ้าความสัมพันธ์ตอนนี้ของเราอ่ะค่ะ กำลังเจอความท้าทายอะไรบางอย่าง แน่นอนเนาะ คนแรกๆเราอาจจะเป็นซัพพอร์ตก็คือเพื่อนๆ หรือคนในครอบครัว หรือคนใกล้ตัวที่คอยช่วยซัพพอร์ต ทั้งนี้ทั้งนั้นเองค่ะ การที่เข้ามาเจอคนที่เป็นนักจิตวิทยา หรือว่านักสุขภาพจิตค่ะ รวมไปถึงนักบำบัดนะคะ ในเรื่องของความสัมพันธ์ จะทำให้เขาอ่ะค่ะ ได้มีแนวทางใหม่ๆอื ได้มีโครงสร้างเนาะ ในการแก้ไขปัญหาในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกับตัวเอง ทั้งความคิด อารมณ์ หรือพฤติกรรมค่ะ รวมไปถึงการสื่อสาร สิ่งเหล่านี้ค่ะ ก็จะเป็นทักษะที่ทุกๆท่าน หรือทุกคนที่เข้ามา รับการปรึกษาค่ะ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ แล้วก็รวมไปถึงมีผลต่อความสัมพันธ์แน่นอน Ah.