📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

อนุทินการันตีพิพัฒน์ สะกดจิตประชาชน @Phichai talk

พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต (Phichai talk)5:17

Transcription

วันนี้คุณอนุทินแกออกมาการันตีคุณพิพัฒน์ แต่ทีนี้คำถามก็คือว่าใครจะการันตีคุณอนุทินนะ คือการออกมาปกป้องของคุณอนุทิน ต่อคุณพิพัฒน์เนี่ยมันก็อาจจะดูเหมือนว่า มันเป็นคำชี้แจงธรรมดานะ แต่ว่าถ้ามองให้ลึกลงไปเนี่ย มันคือการเล่าเรื่องเพื่อให้คนเนี่ยเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันยังอยู่ในการควบคุมนะครับ

นายกฯ ยกเนี่ยเค้าก็ยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน โดยให้เหตุผลแบบนี้นะครับ คือให้เหตุผลว่าคุณวิภัฒติเนี่ยทำงานหนัก ตรวจสอบกันเองได้ และไม่มีใครนึกถึงประโยชน์ของตัวเองนะ ซึ่งมันฟังดูดี แต่ว่าปัญหามันก็คือว่าไอ้เรื่องแบบนี้เนี่ย มันไม่ได้จบที่ความเชื่อใจนะ เพราะว่าคำถามที่แท้จริงเนี่ย มันไม่ใช่ว่าคนนี้เป็นคนดีหรือเปล่า แต่ว่ามันคือระบบเนี่ย เปิดช่องให้เอื้อประโยชน์กันหรือเปล่านะครับ ซึ่งอันนี้เนี่ยมันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ย เราต้องการระบบการตรวจสอบนะ การเชื่อใจกันเองนอกกว่านั้น

เหตุผลอีกข้อหนึ่งที่คุณอนุทินแกหยิบขึ้นมาก็คือ แกบอกว่าต้องใช้คนที่รู้ระบบรู้กลไก ซึ่งมันก็ฟังดูมันก็สมเหตุสมผลนะ แต่อีกด้านหนึ่งเนี่ย มันกำลังบอกเราว่าไอ้คนเดิมๆเนี่ย มันยังจำเป็นอยู่ จะเปลี่ยนไม่ได้ แต่ปัญหาเนี่ยก็คือว่าถ้าระบบมันมีปัญหาแล้วเนี่ย แล้วก็ใช้แค่คนในระบบเดิมแก้เนี่ย มันจะอาจจะวนนะ อาจจะวนอยู่กับที่เดิมนะ

ทีนี้ไอ้ถ้อยแถลงของคุณอนุทินในวันเนี้ย ที่บอกว่าสถานการณ์ดีขึ้น ไม่ต้องกังวล ให้ดูภาพรวมทั้งหมดเนี่ย เค้าไม่ได้แทบแทบไม่ได้อธิบายชัดๆนะว่าเรื่องราคาน้ำมันเนี่ย มาจากอะไรบ้าง ที่มันมันแพง มันขึ้นเนี่ย มันมาจากสาเหตุอะไรบ้าง แล้วใครได้ประโยชน์จากที่ราคาน้ำมันมันแพงเนี่ย แล้วรัฐบาลเนี่ยจะมีระบบควบคุมอย่างไร คือเขาไม่ได้พูดในเรื่องประเด็นเหล่านี้เลย แต่ว่าสิ่งที่เค้ากำลังทำเนี่ย มันก็ไม่ใช่มันเป็นการแก้ปัญหานะ แต่กำลังทำให้คนเนี่ย ให้ประชาชนเนี่ยรู้สึกว่าสถานการณ์เี่มันยังโอเคอยู่ คือพูดง่ายๆก็คือว่า วันนี้เนี่ย เขาเล่นเกมควบคุมอารมณ์ประชาชนมากกว่าที่จะแก้ไขที่ต้นเหตุนะ

แล้วก็ในช่วงท้ายๆเนี่ย เขาก็บอกว่าให้ประชาชนเนี่ยช่วยกันประหยัด ให้ใช้พลังงานทางเลือก ให้เข้าใจสถานการณ์โลก ฟังดูก็เหมือนกับเอ่อร้องขอความร่วมมือจากประชาชน แต่ว่าจริงๆนะครับ อันนี้เนี่ย มันคือการที่เค้าพยายามทำให้ภาระของรัฐเนี่ย มันถูกย้ายมาอยู่ที่ประชาชน ทั้งๆที่คนตัดสินใจในนโยบายเนี่ย ไม่ใช่ประชาชนเลยนะ

และอีกจุดหนึ่งที่น่าสังเกตก็คือว่า เค้าบอกว่าเรื่องนี้เนี่ยไม่ฉุกเฉิน แต่ว่ากลับตั้ง KPI นะ ให้ผู้ว่าทั่วทั้งประเทศเนี่ย คุมสถานการณ์ แล้วก็เค้าบอกว่าไม่มีปัญหา แต่กลับต้องรีบนำน้ำมันเข้ามาเพิ่มนะ เพราะฉะนั้นเนี่ย เมื่อเป็นเช่นนี้เนี่ย คำถามก็คือว่าทุกอย่างเนี่ยปกติจริงหรือเปล่า ถ้าปกติจริง ทำไมต้องเร่งรีบแก้ปัญหากันแบบนี้นะ

ทีนี้โดยสิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ย เราก็จะเห็นได้ว่าเรื่องนี้เนี่ยที่คุณอนุทินแกแถลงวันเนี้ย มันไม่ใช่แค่การปกป้องคนหนึ่งนะ แต่มันก็คือการรักษาวิธีคิดแบบเดิมของอำนาจที่ทำให้อะไร ทำให้ 1. ปัญหาใหญ่กลายเป็นเรื่องส่วนตัว 2. ทำให้ความเสี่ยงของระบบกลายเป็นเรื่องของความเชื่อใจ 3. ทำให้วิกฤตจริงที่ประชาชนเผชิญหน้าอยู่เนี่ย กลายเป็นแค่เรื่องของความรู้สึก และก็ทำให้ภาระของรัฐเนี่ย ค่อยๆย้ายมาที่ประชาชน

สุดท้ายแล้วเนี่ย สิ่งที่น่ากังวลเนี่ย อาจไม่ใช่ว่าน้ำมันจะหมดนะครับ แต่คือเรากำลังถูกทำให้เชื่อว่า เชื่อใจเท่ากับโปร่งใส และช่วยกันเท่ากับความรับผิดชอบของรัฐ และถ้าวันหนึ่งนะครับ ไอ้ความเชื่อใจนั้นหมดลง สิ่งที่หายไปนะ มันอาจจะไม่ใช่แค่น้ำมันนะ แต่มันคือความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการบริหารประเทศทั้งหมด