📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

สิ้นยินดีกับทุกเรื่อง โรคของคนยุคนี้! I หมอชาวช่อง EP23

LeeShare Studio16:37

Transcription

ภาวะสิ้นยินดีค่ะ จริงๆ มันคือโรคหรือเปล่าคะคุณหมอ?

ภาวะสิ้นยินดีเนี่ย หรือภาษาทางการแพทย์เรียกว่าแอนฮีโดเนีย เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ไม่ได้มีความสุขเลยก็ทำไปอ่ะ คล้ายๆ กับคำว่า burn out นั่นแหละ หรือจริงๆ burn out ก็เป็นหนึ่งในภาวะสิ้นยินดีเหมือนกัน มันเป็นตัวกระตุ้น เป็นตัวที่ทำให้เกิดขึ้นได้

เป็นภัยเงียบและร้ายแรงขนาดไหนคะในมุมของคุณหมอ?

มันนำไปสู่ภาวะโรคซึมเศร้า หรือ major depressive syndrome มันนำไปสู่ภาวะฆ่าตัวตายได้ ในประเทศเราเนี่ย คลินิกจิตเวชเนี่ย เปิดเยอะขึ้น เยอะมาก ในพระกรุงเทพฯ นะ เปิดเยอะขึ้นมากๆ ดีไม่ดี มากกว่าคลินิกทางสุขภาพทางกายอีกอ่ะ

คุณผู้ชมรู้สึกดีไหมเวลาได้เปิดมาแล้วเจอคลิปใหม่ของหมอชาวช่อง? อ่า ถ้ารู้สึกดี ยินดีด้วยนะ [เสียงหัวเราะ] เพราะอย่างน้อยคุณก็มีอะไรให้รอคอยแล้ว กลายเป็นความสุขง่ายๆ บนหน้าจอแท็บเล็ต มือถือ หรือว่าหน้าจอทีวี ก็แล้วแต่ว่าคุณดูจากที่ไหน อะไรยังไง

แต่สำหรับโรคนึง ซึ่งเดี๋ยวเนี้ยคนพูดพูดถึงกันค่อนข้างเยอะละ แต่ยังประเมินตัวเองไม่ถูก วันนี้ก็เลยเป็นท็อปปิกจะมาถามหมออัดด้วย ภาวะสิ้นยินดีค่ะ คือเหมือนเฉยกับทุกอย่าง ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเคยยินดีหรือมีความสุขกับสิ่งง่ายๆ ปัจจุบันมันยากขึ้น งั้นทำความเข้าใจเรื่องภาวะสิ้นยินดีก่อนจริงๆ มันคือโรคหรือเปล่าคะคุณหมอ?

ใช่ครับ ภาวะสิ้นยินดีเนี่ย หรือภาษาทางการแพทย์เรียกว่าแอนฮีโดเนีย

อื

เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง

อ๋อ

โรคทางจิตเวช

ค่ะ

เพราะว่าในคนในปัจจุบันเนี่ย คือต้องยอมรับว่ามีความสุขกับสิ่งรอบตัวน้อยลง

อื

โลกนี้เลยเป็นกันเยอะขึ้น

อื

โรคนี้เนี่ย ต้องอธิบายตามตรงว่ามันเกิดจากการที่เราเนี่ย มีการรับรู้ความสุขน้อยลง

อื

สิ่งที่เราทำทุกวัน อย่างเช่นเมื่อก่อนเนี่ย เราเคยมีความสุขกับเรื่องนี้มากเลย เวลาทำงานเนาะ หรือเวลาได้สักอย่างเนี่ย แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้มีความสุขเลย

อ๋อ

ก็ทำไปอ่ะ

ก็อย่างงั้นน่ะ

อือ

คล้ายๆ คำว่าเบิร์นเอาท์นั่นแหละ

อือ

เออ เหมือนเราเบิร์นเอาท์ไปแล้ว เราก็รู้สึกว่าเรารับรู้ความสุขหรือการยินดีเนี่ย น้อยลงไปทุกที

อื

หรือจริงๆ เบิร์นเอาท์มันก็เป็นหนึ่งในภาวะสิ้นยินดีเหมือนกัน

มันเป็นตัวกระตุ้น เป็นตัวที่ทำให้เกิดขึ้นได้

ค่ะ เจอสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆ จากเดิมก็เคยมีความสุข ความสุขก็ลดน้อยลง ก็กลายเป็นหนึ่งในภาวะซึ่งยินดีต่อไป ใช่ครับ

เออ บางคนอาจจะไปคาบเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า จริงๆ มันต่างกันใช่มั้ยคุณหมอ?

ไอ้แอนฮีโดเนียเนี่ย เป็นคริทีเรียหนึ่งของโรคซึมเศร้า

อื

โรคซึมเศร้าจะมีแอนฮีโดเนียอยู่ด้วย หรือภาวะสิ้นยินดีอยู่ด้วย

โรคซึมเศร้ามันจะมีหลายข้อมากกว่านี้แหละ

อ๋อ

แต่นี้เป็นหนึ่งในนั้นครับ

อ๋อ

อือ

ปัจจัยที่กระตุ้นล่ะคะคุณหมอ ภาวะนี้มันเกิดขึ้นได้กับคนประเภทไหน กลุ่มไหน หรือว่ามันเกิดขึ้นจากภายในของเรา เช่น ระบบประสาท ระบบสมอง แบบเนี้ยค่ะ?

อืม ส่วนนึงก็เกิดจากสารเคมีในสมองไม่สมดุลกัน

ค่ะ

นะครับ ก็เกิดจากเป็นโรคทางอ่าจิตใจอย่างหนึ่ง

ค่ะ

จากสารสองเนี่ย มันไม่สมดุลกัน เกิดผิดปกติไป

อือ

อีกอันนึงก็คือเกิดจากการเบิร์นเอาท์ หรือเกิดจากการที่เราทำงานหนักเกินไป

อื

นะครับ ทำมุ่งไปถึงจุดมุ่งหมายมากเกินไปอ่ะ

เหมือนชีวิตปัจจุบันเนี้ย เราจะมีค่าจาก เคยได้ยินพวก KPI ตัวชี้วัด อะไรต่างๆ มั้ย? มันทำให้เราไปมุ่งตรงนั้น เราต้องมีเงินเท่านี้ เราต้องมีบ้านอย่างงี้ เราต้องทำแบบนี้สำเร็จ เราไปมุ่งตรงนั้น ไปฟังคนรอบข้างมากเกินไปว่าตรงนั้นคือสำเร็จ ตรงนั้นเป้าหมาย แต่เราลืมความสุขระหว่างทาง

อื

อื

เหมือนเราขับรถไปอย่างเงี้ย

ค่ะ

จริงๆ แล้วเนี่ย ถ้าเราขับรถไปเนี่ย มันไม่ได้มีความสุขตอนถึงหรอกนะ

อื

มันมีความสุขตอนที่หลุดระหว่างทาง ได้เห็นต้นไม้ ได้เห็นบ้านคน ได้เห็นอารยธรรมแบบนั้นที่ผ่าน บางคนถึงชอบทางรถไฟไง

อื

เพราะเค้าไม่ได้สนใจเรื่องจุดหมายหรอก

อือ

เขาชอบบรรยากาศอ่ะ ชอบลมเย็นๆ ที่พัดมาแล้วมีความสุข

แต่ถ้าเราเป็นคนที่อยากถึงจุดหมายและเราไม่สนใจเลย เหมือนเราหลับไปเลย

อื

เราลืมคิดไปเลยว่ารอบข้างเนี่ยมีอะไรอยู่ อ่ะ มีต้นไม้ มีดอกไม้อะไรอยู่ เราคิดอย่างเดียวว่าเราจะต้องถึงให้ได้

อันนี้แหละ เป็นความเสี่ยงสำคัญของการเกิดโรคสิ้นยินดี

อื

คาดหวังมากเกินไป ตั้งเป้าสูงเกินไป

มันก็ไม่ใช่ เพราะว่าการตั้งเป้าหรือคาดหวังเนี่ย เป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนชีวิต

อื

ถูกมั้ย? เราต้องตั้งอยู่แล้ว เรามีจุดหมายอยู่แล้ว แต่อย่าลืมความสุขระหว่างทาง

อื

เราทำงานทุกวันนี้เนี่ย เรามีความสุขอย่าง ผมเนี่ย มาคุยกับพี่แชร์เนี่ย ผมก็มีความสุขระหว่างนี้ ผมไม่ได้คิดว่าตัดต่อคลิปไปแล้วปล่อยคลิปไปแล้วมีคนมากดไลก์เยอะ กดแชร์เยอะ แล้วค่อยมีความสุข ไม่ใช่โอเค มันมีจริง แต่ตอนที่ผมพูดอยู่ขนาดนี้ ผมก็แฮปปี้ได้พูดคุยกับพี่แชร์

อื

อื

มันคือนักขณะเนาะ ถ้าพูดถึงหลักธรรมคือ ณ ขณะจิต เราอยู่กับปัจจุบัน มันก็จะสามารถมี ความสุขได้ เพราะเวลาอยู่กับปัจจุบัน เราจะคิดถึงทุกข์น้อยลง เพราะเราจะโฟกัสอยู่กับตรงนี้นะ

อ่ะ แต่ทีนี้บางคนที่อยู่ในภาวะสิ้นยินดี ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าความสุขระหว่างทางคืออะไร แต่เขาเคย [เสียงกระแอม] มีความสุขระหว่างทางเสมอก่อน แต่ปัจจุบันความสุขระหว่างทางที่เคยมีแบบเดิมๆ ที่เคยทำให้ความสุขได้ กลับไม่สร้างความสุขให้ รู้สึกเฉยๆ แบบนี้มันเป็นยังไงอ่ะคะคุณ?

นี่ฮะ ก็คือเป็นโรคนี่ไง

อื

ก็มันเกิดเป็นโรคเกิดขึ้นนี่ไงสิ สมองมัน มันไม่สมดุลไปแล้ว

อ๋อ

1 ก็คือต้องปรึกษาแพทย์ ต้องพบจิตแพทย์นะ

ต้องคุยนะ

2 ก็คือต้องพักตัวเองหน่อย

อ๋อ

สำหรับปัจจัยที่เกิดจากสภาวะเกิดจาก เบิร์นเอาท์นะ ต้องพัก ลองไปเที่ยวกับครอบครัว หรือไปเที่ยวคนเดียวไกลๆ หรือไปเที่ยวกับเพื่อนที่มีความสุข

ค่ะ

พักระยะนึง

ค่ะ

ให้มีเวลาพักผ่อนไง

อือ

คุณต้องลาบ้าง

อ๋อ

ลาแล้วก็ไม่มีความสุขกับสิ่งรอบตัว ไปสัมผัสสิ่งใหม่ๆ ลองสังเกตสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวคุณซิว่าอันนี้มันพิเศษยังไง ลองดูซิว่าเอ๊ะ ไอ้สิ่งที่เราแบบเป็นอยู่ทุกวันเนี้ย มันมีความสุขหรือเปล่า

อื

ก่อนที่คุณจะคิดว่าเดี๋ยวถ้าคุณได้นี้ คุณจะมีความสุข

อื

ค่ะ แปลว่ายังไม่ต้องถึงกับทานยาใช่มั้ย? ถ้าเป็นโรคซึมเศร้าก็จะมีกลุ่มยา

คืออย่างที่ผมบอกอ่ะ มันคาบเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าค่ะ

มันอาจจะมีคริทีเรียอื่นที่ผมไม่ได้พูดถึง เนี่ย แล้วเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งต้องทานยา

เพราะโรคซึมเศร้าเนี่ย จะนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ในท้ายที่สุด

อื

ใช่

ถ้ามันเป็นหนัก

ค่ะ

เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ย อันนี้มันเป็นอินดิเคเตอร์ตัวนึงที่เราเริ่มเข้าสู่โรค

อ๋อ

อื

ไปปรึกษาจิตแพทย์ครับ

จิตแพทย์เก่งๆ ในเมืองไทยเยอะมาก

พี่ชจะเคยเห็นว่าในประเทศเราเนี่ย คลินิกจิตเวชเนี่ย เปิดเยอะขึ้น

โดยเฉพาะกรุงเทพฯนะ

ค่ะ

เปิดเยอะขึ้นมากๆ

อื

ดีไม่ดีมากกว่าคลินิกทางสุขภาพทางกายอีกอ่ะ เราอาจจะไม่รู้ไง เพราะเราไม่ได้ป่วยเป็นโรคนั้นไง

ค่ะ

แต่ถ้าสังเกตเนี่ยนะ ถ้าเราเป็นขึ้นมาเนี่ย เราจะเห็นว่าเออคลินิกเยอะมาก มีเราที่ปรึกษาเยอะมาก ไปเถอะครับ

มันไม่ได้แพงหรอก แต่ว่ามันทำให้คุณอย่างน้อยก็รู้จักตัวเองแล้วก็ได้รักษาพวกนี้ บางทีต้องกินยา

ไม่กินยาไม่หายอ่ะ

อือๆ ใช่มั้ย

เพราะเป็นเรื่องเคมีในสมองบางอย่างที่คุณ

ใช่มันมันหลักมันอธิบายด้วยหลักการวิทยาศาสตร์ด้วยไงฮะ

อ่าค่ะ คือที่คลินิกจิตเวชเยอะเพราะว่า ตอนนี้กลุ่มคนรุ่นใหม่เค้าคือยอมรับละว่าการเข้าหาจิตแพทย์อะไรอย่างเงี้ย ไม่ใช่เกี่ยวกับว่าเราเป็นโรคจิต

อ๋อ

เออ แต่ต้องการระบายหรือหาทางออกในเรื่องของจิตใจบางอย่าง คลินิกเหล่านี้ก็เลยตอบรับ แล้วก็ขึ้นมาค่อนข้างเยอะ

ใช่ จริงๆ ต่างประเทศเนี่ย การพบจิตแพทย์เป็นเรื่องปกติเลยนะ

อื

ปกติมากๆ เลยนะ อย่างผมเป็นอาจารย์เนี่ย ก็จะมีแผนกแผนกนึงที่ให้นักศึกษาไว้ consult หรือให้นักศึกษาไว้ปรึกษา

อื

ทั้งเรื่องจิตใจ เรื่องมันไม่เรื่องผิดปกตินะ ไม่ใช่ว่าคุณไปหาหมอ หมอจิตแพทย์ แล้วคุณคือป่วยโรคจิต เป็นโรคประสาท ไม่ใช่ ปรึกษาปรึกษาเพราะว่าเราไม่สบายใจบางอย่าง เราสงสัยว่าอาจจะเกิดจากสารเคมีในสมองหรือเปล่า คุณหมอจ่ายย้ายให้ผมกินหน่อย ต้องคิดยังไง นำยังไงอะไรอย่างงี้ครับ

อื คุณหมอก็เป็นคนหนึ่งที่ให้คำตอบได้ จากความลังเลและสงสัยอยู่ว่าฉันเป็นอะไร

ถูก ใช่ครับ

ทีนี้เคยได้ข้อมูลมาว่าด้วยโซเชียลมีเดีย ด้วยเอ่อช็อตคลิปต่างๆ ที่มันสั้นลงเรื่อยๆ เนาะ มันทำให้สมาธิเราสั้นแล้วก็ไปจดจ่อกับสิ่งที่มันเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ เนี่ย มันส่งผลต่อภาวะสิ้นยินดีได้มั้ยคะ?

โอ้แน่นอน มีงานวิจัยมาแล้วว่าการที่เราเล่นบ่อยๆ นะครับ เล่น TikTok บ่อยๆ ดูคลิปสั้น 1 นาที บ่อยๆ เนี่ย มันทำให้สมองเนี่ย มันถูกกระตุ้นตลอดเวลา

อ๋อ

เหมือนแบบว่าเหมือนเหมือนวันๆ นึงเนี่ย เรามีการหลั่งโดปามีนเยอะๆ เยอะๆ จากการกระตุ้น

อื

ด้วยคลิปพวกเนี้ย

ค่ะ

แล้ววันนึงไม่ไม่มีคลิปอะไรกระตุ้น มันก็เลยรู้สึกดรอปลง รู้สึกเฉา รู้สึกเฉย

ค่ะ

เพราะเราดูพวกเนี้ย เวลาที่เขาลงคลิปลงไลฟ์ก็จะลงแต่พวกสิ่งที่ตื่นเต้น ที่ทำให้เรารู้สึกเฮ้ย มีความสุข

อ๋อ

แล้วพอเราไม่ได้ดู มันก็จะไม่มีความสุข

อื

หรือไม่ได้ไม่ไม่ได้ทำแบบติดหน้าจอ หรือเสพติดอะไรสักอย่างช่องให้เราตามอยู่ เนี่ย ก็มันจะไม่มีความสุข

มันกระตุ้นน่ะให้หลั่งสารนั้นบ่อยๆ แล้วพอเราไม่ได้ดูก็กลายเป็นว่าไม่ได้กระตุ้นสารนั้นดรอปลง มันก็ดรอปลง พอดรอปลงปั๊บ มันก็อาจจะทำให้เราเนี่ย รู้สึกไม่ยินดียินร้ายกับอะไรละ

ถ้าเราไม่ได้ดูคลิปตื่นเต้นอันนั้น

อื

เพราะฉะนั้นเราต้องพักสิ่งนี้ลงบ้างซะ

ค่ะ แปลว่าคนที่มีภาวะสิ้นยินดี เกิดจากการที่มีความสุขมาก่อนหน้านี้บ่อยเกินไป

อ้า ใช่มั้ย เพราะโดปามีนทำงานบ่อยเกินไป

ก็เป็นความสุขอันนึง ส่วนใหญ่ก็เกิดจาก เนี่ย เล่นมือถือส่วนนึงด้วย

เออ

นะครับ

ค่ะ

เล่นมือถือมันจะกระตุ้นได้มากเลย

เออ

แล้วมันชิงกับตรงนั้น ให้เราวางมือถือลง คุยคนรอบตัวมากขึ้น สังเกตสิ่งรอบตัวมากขึ้น ดอกไม้ใบหญ้า การทำงานรอบตัว เพื่อนร่วมงาน อย่าไปจ้องแต่หน้าจอเดี๋ยวโรคนี้จะเกิดโดยที่เราไม่รู้ตัว

อื

ถ้าเราปล่อยล่ะคะ ปล่อยไปเรื่อยๆ ไอ้ภาวะสิ้นยินดีๆ มันจะนำไปสู่อะไรได้บ้าง? โอเค 1 ในนั้นก็คือโรคซึมเศร้าเนาะ แล้วโรคอื่นๆ ล่ะคะที่คุณหมอมองว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องด้วย เป็นโรคอะไรบ้าง?

มันก็จะกระทบต่องานได้ แล้วเกิดความเครียดสะสม

อ๋อ ค่ะ

แต่บางคนเนี่ย สิ้นยินดีมันเหมือนแบบทำเช้าชามเย็นชามอ่ะ วันๆ ก็ไม่ได้อยากทำอะไร

อื

ไม่ดี รู้สึกมีความสุขอ่ะ

มันทำไปทั้งงั้นน่ะ เดี๋ยว มันก็เสร็จ

ค่ะ

แล้วก็ไม่รู้สึกแฮปปี้ ไอ้พวกเนี้ย มันทำให้ตัวเอง value ดูน้อยลง

อ๋อ

มันทำให้คุณค่าน้อยลง แล้วเราก็จะกลายเป็นว่า Performance ในการทำงานจะน้อยลงไปด้วย เดี๋ยว Performance ในทางทำงานน้อยลง ก็มีปัญหาเรื่องเงิน รายได้ตามไปด้วย

อือ

เพราะมันเกี่ยวกันหมดแล้ว สุขภาพก็จะแย่ไปด้วย เพราะว่าเราก็คงจะไม่ได้ออกกำลังกาย แต่ก่อนเราไปวิ่ง เรามีความสุข

อื

วิ่งแล้วไม่เห็นมีความสุขเลย ก็ไม่ทำอ่ะ สุขภาพแย่ไปด้วย ยกตัวอย่างประมาณนี้

แพชชั่นก็จะหมดไป แชัหมดไปแน่นอน ถูกต้อง เป้าหมายจะอยู่แต่เราไม่สนใจและ เพราะว่ามันไม่มีความสุขอ่ะ ไม่รู้ทำไปทำไม อะไรอย่างเงี้ย

อื

อันนี้คนที่เป็นอยู่อาจจะเข้าใจว่าตัวเองกำลังเป็นนะคะ วิเคราะห์ดูจากอาการแล้วกัน แล้วก็สำคัญคือปรึกษาจิตแพทย์ คนแวดล้อมแล้วกัน

อื

อื

เราจะสังเกตคนที่มีภาวะสิ้นยินดี เราจะสังเกตยังไงดีคะ?

ก็ส่วนใหญ่แล้วพวกนี้ก็จะไม่ค่อยเล่าเรื่องอะไรที่แบบภูมิใจให้ฟัง

อ๋อ

อ่ะ สมมุติเราเจอเพื่อนคนนึงเนี่ย แต่ก่อนเขาจะจะมาเล่าเลยว่า เฮ้ย เค้าภูมิใจเรื่องนี้นะ เค้าทำเรื่องนี้มา เค้าสนุกนะ อ่า หรือเป็นวงการหมออ่ะ เล่ามาว่า เออ ผ่าตัดสนุก ผ่าตัดอะไรแฮปปี้ เจอเคสอย่างงี้อย่างงี้ โหมันยากงี้นะ ผ่าตัดต้องใช้เทคนิคนู่นนี่นั่น

อื

ไม่มีเล่าและ

ค่ะ

เฉยๆ

อื

ค่อยพูดน้อยๆ ไม่ค่อยคุย

อื

ไม่เคยมีคำพูดแบบภูมิใจสิ่งที่ทำมาเล่าให้เราฟังและ

อื

หรือว่าปลีกตัวไปอยู่คนเดียวบ่อยๆ ไม่ค่อยคบค้าสมาคมใคร ทั้งที่แต่ก่อนเนี่ยเป็นคน ที่คบนะ กูตัดกลุ่มอเวร์ตไปนะ อันนั้นเค้าไม่คบ นานแล้ว อันนั้นอยู่คนเดียว แต่หมายถึงว่าคนที่เขาเคยเคยเป็นปกติอ่ะ

ค่ะ

แต่เฟสออกไปเรื่อยๆ

เออ

แยกตัวไปเรื่อยๆ

ค่ะ

วันๆ ก็ไม่เห็นทำอะไรอ่ะ แต่ก่อนเห็นโพสต์ Facebook ทุกวัน แต่ก่อน 3 วันโพสต์ที สมมุตินะ เดี๋ยวนี้ หายจาก Facebook ไป ไม่เคยโพสต์ สมมติสมว่าคนนั้นชอบโพสต์นะ แล้วก็หายไปสักง่ายๆ เออ มันมีอะไรเปล่า

ค่ะ อาจจะทักถามพูดคุย นิดนึง

ครับ

อย่างเอ่อ ความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคซึมเศร้า เดี๋ยวนี้มันเยอะมาก คนก็สามารถเสิร์ชหาได้ด้วยตัวเองก่อนไปพบจิตแพทย์เนาะ แต่ภาวะสิ้นยินดีอ่ะ อาจจะความรู้ความเข้าใจไม่มากเท่าภาวะโรคซึมเศร้า นะคะ อย่างซึมเศร้าเนี่ย มีประโยคแบบว่า "ไล่เค้าไปแบบเข้าวัดสิ ฟังธรรมสิ เธอไปทำอย่างงั้นสิ ไปทำอย่างงี้สิ" ประโยคเหล่าเนี้ย ช่วยคนที่เป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้ ในภาวะสิ้นยินดีด้วยเหมือนกันมั้ยคะ? เช่น "โอ๊ย ก็ใส่ใจสิ่งรอบข้างสิ เออ สังเกตความสุขเล็กๆ น้อยๆ สิ" ไอ้คำเหล่าเนี้ย เหมือนเขาก็พยายามละ แต่เขาก็ยังสิ้นยินดีอยู่ดีอย่างเงี้ยค่ะ เราควรจะมีคำพูดไหนเพื่อพูดกับคนที่มีภาวะสิ้นยินดี ยังไงบ้างค่ะคุณหมอ?

วางหน้าจอก่อน

ค่ะ

วางจอลงก่อน

อื

แล้วก็อยู่กับตัวเองก่อน แล้วก็คุยกับคนรอบข้างมากขึ้น

เท่านั้นเอง

อื ค่ะ

มันเป็นการแก้ที่ง่ายมากในเริ่มต้นเริ่ม ต้นแก้

ค่ะ

คือวางจอลงก่อน

อื

วางการไถฟีด

อื อื

แล้วคุยกับเพื่อนข้างๆ ซิ คุยกับครอบครัวบ้างซิ

อื

เราอาจจะไม่ภูมิใจในตัวเรา มีความสุขแล้ว เล่าให้เพื่อนฟังไม่เป็นไร แต่ลองถามจากคนรอบข้างสิว่า วันนี้คุณเป็นยังไง วันนี้น้องเป็นยังไง วันนี้แม่เป็นยังไง วันนี้ลูกเป็นยังไง

อ๋อ

เราลองคุยกับคนรอบข้างแบบคนปกติก่อน

อื

แล้วเดี๋ยว มันจะค่อยๆ ดีขึ้น

เหรอคะคุณหมอ?

ผมเชื่ออย่างงั้น

อ่า ไม่ลองก็ไม่รู้ใช่มั้ยคะ?

อ่า ถาม [เสียงกระแอม] สารทุกข์สุกดิบคนอื่น เผื่อบางทีเราอาจจะมีความยินดีเมื่อเรารับฟังเค้าแล้ว ใครทุกข์ได้ เราอาจจะยินดีในจุดจุดนั้นก็ได้

ใช่ ไอ้เค้าไม่ยินดีเนี่ย คือไม่ยินดีกับตัวเอง

อื

คือไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับตัวเองอ่ะ

อื

ตัวเองเราทำที่สิ่งที่ดี สิ่งที่เจ๋ง สิ่งที่

อ๋อ

ถูกต้อง

อ๋อ

แต่เราไม่รู้สึกยินดีกับตัวเองเลย

อื

อันนี้คือสิ้นยินดี

คำว่าสิ้นยินดี คือสิ้นยินดีกับตัวเองนี่แหละ

ค่ะ แปลว่าไปหาสิ่งใดก็ได้ที่อาจจะทำให้ความภาคภูมิใจตัวเองกลับมา ซึ่งสิ่งนั้นเป็นอะไรเราก็ไม่รู้หรอกนะ ในแต่ละคน

ก็พวกนี้ยาก เพราะว่าแต่ละบุคคลเนี่ย มันไม่เหมือนกันนะ

อื

แล้วก็สอี่แต่ละคนก็ไม่เท่ากัน

ใช่

เพราะนั้นมันจะต้องใช้เวลา

ค่ะ ในแวดล้อมคุณหมอ ทั้งคนไข้และคนใกล้ตัวนะคะ มีคนเป็นภาวะสิ้นยินดีเยอะมั้ยคะ?

มีครับ ธรรมดาครับ

อื

ก็คือปกติมันไม่ มันไม่ใช่โรคที่มันแบบผิด ปกตินะ

เป็นโรคที่เกิดได้ตามปกติ

มันต้องมีอยู่ทุกวงการ

เพียงแต่ว่าเรารู้หรือเปล่า

อื

เรารู้หรือเปล่า เรา detect หรือเปล่านั่นเอง

บางทีถ้าคนไข้ตัวเราก็จะรู้ไง

อื

เอ้ย ทำไมวันนี้เป็นอย่างงี้ ช่วงนี้เป็นอย่างงี้อะไรอย่างเงี้ย เราจะรู้ เราจะไม่ อ่ะ เราอาจจะนึกไม่ถึงว่าเป็นโรคนี้

ค่ะ

จะคิดว่าเค้าเบิร์นเอาท์ ทำไมธรรมดา จึงอาจจะเป็นซึ่งยินดี

อื ซึ่งอาจจะเป็นภัยเงียบและร้ายแรงขนาดไหนค่ะ ในมุมของคุณหมอกับภาวะนี้ที่คนเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ?

มันนำไปสู่ภาวะฆ่าตัวตายได้ มันนำไปสู่ภาวะโรคซึมเศร้า หรือ major depressive syndrome หรือที่โรคที่อันตรายของของคน ได้อ่ะ

ทางจิตใจอ่ะ

อ๋อ

ค่ะ

เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ย มันมันเป็นตัว early detection อันนึง หรือเป็นแบบ awareness ตัวนึงที่ถ้ามีปุ๊บ detect ได้ปุ๊บ

อ๋อ

ถ้าช่วยได้ก็ต้องช่วย

ลองดูนะ แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน อันนี้พูดได้เป็นภาพรวมคร่าวถูกต้อง

เพราะเติบโตมาไม่เหมือนกัน ลมในใจไม่เหมือนกัน

ไม่เหมือนกันแน่นอนครับ

มีทิเคิทำให้เกิดภาวะสิ้นยินดีได้ง่ายกว่าคนทั่วไปก็ไม่เหมือนกันอีก

นะครับ แต่ว่าเบื้องต้นถ้าหากว่ารู้สึกว่าตัวเองกำลังเข้าข่ายแนะนำเรื่องจิตแพทย์

ใช่

เป็นการเข้าถึงคุณหมอแล้วก็ได้ตรงจุดมาก

อย่าไปอาย อย่าไป

พวกนี้มัน confidential อยู่แล้ว

คุณไปไม่มีใครรู้หรอก

ค่ะ

ไปปรึกษาได้ หมอก็ไม่บอกใครหรอก

ค่ะ

มันเป็นความรักผู้ป่วยอยู่แล้ว

ไปได้ครับ

ค่ะ แล้วในมุมของคุณหมออัดเอง คำว่ายินดีหรือความสุขของคุณหมอเองเป็นยังไงคะ?

ก็คือความยินดีความสุขของผมเองก็คือการได้รักษาคนไข้

อื

ขณะที่รักษาเก็มีความสุข ถ้าคนไข้เค้ากลับไปแล้ว เค้าดีขึ้น โดยเฉพาะถ้าไม่ต้องผ่าตัด ถ้าช่วยเค้าได้อ่ะนะ

ค่ะ

อื

ก็แฮปปี้แล้ว ถ้าเราทำผ่าตัดทุกวัน รักษาทุกวันเนี่ย มันก็มีความสุขขณะทำ

อื

อื ใช่ แต่มันก็ไม่ได้มีความสุขเวอร์นะค่ะ ความสุขแบบพอดีๆ ความสุขแบบเออ ก็

เอ่อ มันก็เป็นความภูมิใจเล็กๆ อะไรเงี้ย

เออ นะคะ มีความสุขให้ง่าย บางทีภาวะสิ้นยินดีอาจจะค่อยๆ ลดลงก็ได้ คุณอาจจะกลับมายินดีกับตัวคุณเองได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ลองหาดูแล้วเราก็เป็นกำลังใจให้ด้วย

อ่า แต่ว่าก็ไม่ใช่เพราะเรื่องงานนะ อย่างผมเองก็ชอบพวกบอลไซ พวกดอกไม้ใช่มั้ย เราก็จะดูวันนี้ เอ่อ ดอกไม้บานละ

ค่ะ

วันนี้แตกยอดใหม่

ค่ะ

เออ อะไรอย่างเงี้ย เราก็จะมีความสุขกับเรื่องแค่นี้

เออ

เรื่องรอบตัวเราแค่นี้ เรื่องต้นไม้ดอกไม้ที่อยู่รอบตัวเนี่ย มันก็ได้แหละ

อ๋อ

ไม่ต้องไปพูดถึงงานที่มันต้องใหญ่โต หรือว่าต้องเป็นอะไรที่มันต้องหูสุดยอด ไม่จำเป็น

สุดท้ายคลิปนี้ก็เอาแชร์ฝากถึงได้แง่แมุม ของคนที่อาจจะไม่ได้ยินดียินร้าย ใช้คำนี้เนาะ ยินดียินร้ายกับอะไรเลย คุณอาจจะไม่ ได้ป่วยก็ได้ คุณอยู่ในภาวะอุเบกขา คือการวางเฉยกับทุกสิ่ง ก็เป็นไปได้

ก็เป็นไปได้ แล้วอีกอีกเรื่องนึง อีกเรื่องนึง อีกเรื่องนึงครับ

ใช่อยู่ที่ว่าภาวะที่คุณเป็นอยู่ คุณทุกข์ไหม ถ้าแปลว่าคุณทุกข์อยู่ แปลว่ามันไม่ใช่อุเบกขา หรือการวางเฉยละ ไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งใด มันเป็นภาวะการวางเฉย ไม่สุข และไม่ทุกข์ ถือว่าเป็นหลักธรรมนึง ถ้าใครเข้าถึงได้ คุณก็เป็นคนที่ไม่ต้องสุขต้องทุกข์ แต่คุณอยู่ได้

ด้วยปัญญาของคุณเนาะ แต่ถ้าหากว่า ไอ้การวางเฉยเลย เฉยๆ กับทุกอย่าง กลายเป็นความทุกข์ อมทุกข์ และความเศร้า อันนั้นอาจเข้าข่ายเสี่ยงการเป็นโรคภาวะเส้นดินดีก็ได้นะคะ ให้ลองประเมินแล้วก็ลองวิเคราะห์ตัวคุณเองดูแลสุดท้ายก็ไปพบจิตแพทย์ดูนะคะ เราเป็นกำลังใจให้

[เพลง]