📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ภูมิใจไทยไม่เก่งทำนโยบาย พึ่งแต่ข้าราชการ หนูปล่อยนายทุนฟันกำไร แนะตัดต้นทุนทิพย์ เก็บภาษีลาภลอย

matichon tv1:12:02

Transcription

เดี๋ยวนี้มาคุยกับ 2 ท่านว่าเขารวยหรือยัง อ้า ไม่ใช่ เดี๋ยวมาคุยทั้ง 2 ท่านว่าวันนี้เป็นยังไงบ้างนะฮะ กับอาจารย์ศิโรจ แล้วก็คุณวิโรจน์นะครับ อาจารย์สวัสดีครับ

สวัสดีครับ สวัสดีคนรวยทั้ง 2 ท่าน สวัสดีครับ

ยังๆ ยังไม่รวย ยังไม่รวย ยังไม่รวย ยังไม่รวย ตอนนี้กระเป๋ามองหน้าแล้วหัวเราะกันอีกแล้ว

ตอนนี้กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง

เออ

แฟนทิ้งรึเปล่า

อ้า ไม่ใช่ ก็มันมีเพลงไง กระเป๋าแบนๆนะฮะ เออ กระเป๋าแบรนด์แฟนทิ้ง

เนี่ย ช่วงนี้เดินไปตรงไหนมีแต่คนตะโกนบอก รวยไม่ไหวแล้วเว้ย กระทั่งว่าล่าสุด รัฐมนตรีก็บอกเหมือนกัน ไม่ไหวแล้วเว้ย แต่ไม่ไหวนี่คือทำงานที่เดิมไม่ไหวแล้วนะ ขอไปทำที่อื่น คุณพิพัฒน์

คุณวิโรจน์ไหวมั้ช่วงเวลานี้เนี่ย

คืออย่างงี้ ผมว่าถ้าถ้าใครเป็นนักเศรษฐศาสตร์เนี่ย ตอนนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดนะครับ

เรียกว่าภาวะ

เศรษฐกิจฟุบเฟ้อ

อ่า

ภาษาอังกฤษใช้คำว่า stagflation

อ่า

คือรวมทั้งก็เป็นอาการ 2 โลกอ่ะ คือ stagflation ก็คือว่า GDP เนี่ยเติบโตช้า หรืออาจจะติดลบครับ

แล้วก็เจอกับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่ง 2 โรคเนี้ย ปกติจะไม่มาพร้อมกัน

เออ

อ่า ซึ่งมันเคยเกิดขึ้น ไอ้ตัว stagflation เนี่ยก็เคยเกิดขึ้นกับ วิกฤตการน้ำมันในช่วงปี 1973 ตอนนั้นโอก็ระงับการส่งน้ำมันเนี่ยให้กับประเทศที่สนับสนุนอิสราเอลนะครับในสงครามยมคิปูรตอนนั้นก็รบกับประเทศอาหรับนะครับตอนนั้นราคาน้ำมันก็พุ่งพรวดเลยแล้วก็

สภาวะเงินเฟ้อมันไม่ได้เกิดจากความต้องการการบริโภคอ่ะ แต่มันมาจากต้นทุนพลังงาน ต้นทุนไฟฟ้า ต้นทุนต่างๆมันดันขึ้นมาจนผู้ผลิตเนี่ยอั้นไม่อยู่ อั้นไม่ไหว แล้วต้องจำใจขึ้นราคาทั้งๆที่รู้ว่าขึ้นราคาไปก็ยอดขายอาจจะตกอย่างเนี้ย

ไอ้สภาพเนี่ยมันเริ่มใกล้เคียงแล้วนะ

อืม

ก็ต้องดูว่าสงครามจะยืดเยื้อไหม ภาวะเงินเฟ้อจะเป็นอย่างไรนะครับ การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นยังไง ถ้าเกิดปรากฏว่า

เติบโตเศรษฐกิจ เศรษฐกิจก็ต่ำหรือติดลบ หรือชะงักงัน

อือ

เงินเฟ้อพุ่งพรวดพรูดๆนะ 2 โรคนี้มาพร้อมกันอย่างเงี้ย เราเจอ stagflation ละ

อืม แล้วถ้าเอาเฉพาะตัวคุณวิโรจน์ตอนนี้ยังไหวอยู่มั้ย

มันไม่ไหวบอกไหว

ไม่ไหวบอกไหว

คือในใจนี่เริ่มไม่ไหวแล้ว

แต่ยัง ยังก็ต้องสู้อยู่

คือคำว่าไม่ไหวมันอย่างงี้ คือผมเนี่ยเป็นคนไม่มีภาระหนี้สินเนาะ แต่คำว่าไม่ไหว คือเราเห็นความทุกข์ยากของคนที่อยู่รอบข้างข้างเราอ่ะ คนตัวเล็กตัวน้อย โดยเฉพาะตอนนี้

คนที่มีหนี้สินเนี่ยนะครับ

หนักนะ

ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าประเทศไทยเราหนี้ครัวเรือนก็เยอะแยะใช่มั้ย แล้วหลายคนที่มีหนี้ครัวเรือนลูกก็ยังเล็ก ต้องส่งเรียน พ่อแม่แก่เฒ่า บางคนเจอภาวะวิกฤตวัยกลางคนน่ะที่เรียกว่า mid life crisis อ่ะ พ่อแม่ก็แก่เฒ่า ลูกก็ยังเรียนหนังสืออย่างเงี้ย แล้วผมเจออย่างเงี้ยจำนวนมาก มันใจเราไม่ไหวไง ถูกมั้ย เราเจอเผชิญกับความทุกข์ร้อนทางเศรษฐกิจ

ครับ

แล้วอาจารย์ไหวมั้ยครับช่วงนี้

คือมันมันไม่ไหวมันก็ต้องไหวอ่ะครับ แต่ว่าผมว่าผมก็เหมือนคนไทย คือผมผมก็อึดอัดนะครับที่เราเห็นการบริหารประเทศที่มันมีปัญหาเยอะนะครับ แล้วก็มีปัญหาหลายเรื่องที่ผมรู้สึกว่า

คนเป็นรัฐบาลมันทำอะไรได้ดีกว่านี้

อ่า

นะครับผม สำหรับผมเนี่ยนะครับ แน่นอนว่าผมก็คงไม่เดือดร้อนเท่าคนส่วนใหญ่นะครับ แต่ว่าความอึดอัดของผมที่ผมไม่ไหวคือผมรู้สึกว่าคนเป็นรัฐบาลนะครับ เค้าควรจะรู้สึกถึงความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่านี้นะครับ แล้วที่ผมไม่ไหวคือเราเห็นแต่รัฐบาลเรียกร้องให้ประชาชนช่วยตัวเอง รับผิดชอบ ประหยัด

นะครับ แต่ว่ามาตรการของรัฐบาลในการช่วยประชาชนเนี่ยมันช้าไง คือราคาน้ำมันเนี่ยมันขยับมาจนถึงตอนเนี้ย ตั้งแต่ครั้งแรกที่มันขึ้นคือ 10 มีนาคมใช่มั้ย จนถึงตอนนี้นะมันมัน 14.50 แล้วนะ

วันนี้เพิ่งขึ้นอาจารย์ 13.50 50 คือ ทุกดอกทุกดอกเนี่ยมันรวมกันจะ 14 บาท มันจะลมไปเป็น 17 บาทมันทภายในเวลา 20 วัน มันขึ้นเกือบจะ 40% แล้วอ่ะ

อืม

แล้วคนเป็นรัฐบาลเนี่ย คุณรู้สึกอะไรหรือเปล่า ทำไมความช่วยรัฐบาลจะช่วยประชาชนมันช้าไปหมด

อืม

ไอ้อย่างเงี้ยไม่ไหวเพราะอย่างเงี้ย เห็นคนมีอำนาจเชื่องช้าเฉื่อยชา นะครับแล้วก็ เอ่อประกาศจะทำเรื่องเอ่อช่วยไทยช่วยไทยพลัสอนุทินอะไรต่างๆนานาเนี่ย ซึ่งผมว่าตอนเนี้ยนะครับมันจะเป็นอนุทินพังหรือเปล่า ถ้าคุณช่วยประชาชนช้าแบบเนี้ย

แต่อย่างน้อยมันจะมีข้ออย่างนึงเหมือนกันบอกว่า เฮ้ยแต่เรื่องน้ำมันน่ะยังไงมันด้วยกลไกแบบเนี้ยมันก็ต้องขึ้นนะ

อ่ะ อืม คืออย่างงี้ครับก็คือว่าผมยืนยันว่ามันก็ต้องขึ้นนะครับ เพราะว่าปัญหาเนี่ยมันมาจากภายนอก คืออย่างงี้เราก็ต้องแฟร์กับรัฐบาลว่าตอนเนี้ยมันไม่ได้เป็นปัญหาที่รัฐบาลสร้างนะ แต่ว่ามันเป็นปัญหาภายนอก แต่ว่ารัฐบาลจะต้องเตรียมรับมือแล้วก็แก้ไขได้ดีกว่านี้ไง อย่างเช่นตอนเนี้ยเอา ง่ายๆก่อน

เอ่อ การยื้อก่อนดอกแรกคือพยายามที่จะใช้กองทุนน้ำมันไปยื้อแล้วมันยื้อไม่อยู่เนาะ

อือ

ที่คุณผมพูดไว้ตั้งแต่แรกคุณบอกความจริงไปเถอะ คุณใช้กองทุนน้ำมันเนี่ยประคับประคองเพื่อให้การปรับขึ้นเนี่ยมันไม่ได้แบบขึ้นแบบพรวดพราดเฉียบพลันแล้วจนประชาชนช็อกนะครับ ปรากฏว่าก็ไม่ฟังกันเลยก็ปรากฏว่าสุดท้ายทนไม่ไหวขึ้นพรวดเดียว 6 บาทละลอกแรกถูกมั้ย

อืม

แล้วก็ละลอกต่อมาก็ 80 ตอนนี้ไม่อยู่ละลอกละลอก 3 มาเป็น 3.50 นะฮะ ไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ใช่ April Fool's Day ด้วยนะ

ของจริง

นี่คือของจริง บางคนบอก April Fool's Day ไม่ใช่ ตอนแรกบอกออกมาเฟกสักพักบอกไอ้ที่เฟกเนี่ยไอ้ของจริงเนี่ยหนักกว่าเฟก

เออ

เออ ของจริง

แรกๆบอกเป็นเฟกนิวส์ ของจริง 3.50 นะครับ เป็นความจริงที่เจ็บปวดกว่าข่าวลวง

คราวนี้ก็คือว่าถ้าเกิดคุณบอกความจริงกับประชาชนถูกมั้ย

อ่า

ใช่ ประชาชนก็ต้องเตรียมรับมือ แล้วคุณก็ใช้กองทุนน้ำมันเนี่ยประคับประคองให้การปรับขึ้นมันทยอยปรับขึ้น

ไม่เกิดสภาวะช็อก ในขณะเดียวกันเนี่ยคุณก็ต้องจัดสรรงบประมาณไปช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางถูกป่ะ

อืม

ใช่มั้ยล่ะ

ตอนเนี้ยถามแล้วแล้วค่าไฟฟ้าจะเอายังไง คุณจะให้ประชาชนเปิดศึก 2 ทางเหรอ

อือ ถูก

ผู้ประกอบการด้วยนะ กูจะรับศึก 2 ทางเหรอ ทั้งค่าน้ำมันซึ่งเกี่ยวพันกับค่าขนส่ง

แล้วแล้วยังต้องมาเจอกับค่าไฟฟ้าอีกหรือเปล่า

เพราะของนี่มันเป็นเงาตามตัวใช่มั้ย คือ แล้ววันนี้อ่ะมาตรการที่ชัดเจนล่ะ

กับการอุดหนุนประชาชนกลุ่มเปราะบางล่ะอ่ะ อย่างเรือสาธารณะ รถสาธารณะ

เนี่ย เพิ่งขึ้นมานะ เบอกเคอั้นไว้ อั้นไม่ไหว

นี่ไงก็พอรัฐบาลคุณไม่อุดหนุนเค้าเรียกว่ากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนอย่างเช่นเรือโดยสาร รถโดยสารนะครับ หรือบริษัทขนส่งต่างๆ คุณไม่มีนโยบายที่ชัดเจนนะ

อืม

สุดท้ายเขาทำไง อั้นไม่อยู่เขาก็ต้องขึ้นราคาถูกป่ะ

ใช่

ใช่มะ แล้วถ้าเกิดในกระแสแบบนี้ที่ภาวะน้ำมันยังขึ้นไม่หยุดเนี่ย ด้วยความตื่นตระหนกอ่ะ

อ่า

สภาวะทางเศรษฐกิจคือผมว่าถามนักเศรษฐศาสตร์ก็จะรู้ดี หลายคนเนี่ยก็ขึ้นราคาดักหน้าเลยนะ

อืม

เพราะการขึ้นราคาเค้าก็มีต้นทุนนะ การเปลี่ยนแปลงใต้ราคาต่างๆเนี่ยที่เค้าเรียกว่า menu cost เนี่ย

เค้าก็ขึ้นราคาดักหน้า หลายคนพอเชื่อว่าราคาจะขึ้นก็ขึ้นราคาดักหน้า

อืม อืม

มันก็เกิดทั้งการกักตุน การขึ้นราคาดักหน้า

ไอ้อย่างงี้แหละ แล้วเดี๋ยวมันจะดันอัตราเงินเฟ้อทะลุทะลวงขึ้นไป

แล้วคนจนคือคนที่เดือดร้อนที่สุด

ถูก

ดังนั้นเนี่ยผมคิดว่ารัฐบาลเนี่ยต้องมีมาตรการที่ชัดเจนได้แล้วว่ากลุ่มเปราะบางจะทำยังไง เกษตรกรจะทำยังไง บริษัทขนส่งจะทำยังไง ชาวประมงจะทำยังไง ผู้ให้บริการรถสาธารณะหรือระบบขนส่งสาธารณะ เรือ รถไฟ รถไฟฟ้ารถเมล์จะเอายังไง

เนี่ย

คือคนคือคนน่ะเข้าใจว่ามันต้องขึ้น

แต่ปัญหาคือว่าทั้งๆที่คุณรู้ว่ามันต้องขึ้นเนี่ย แต่ไอ้การจัดการที่คุณจะรองรับมันน่ะ มันไม่มี คนเขาก็เลยด่าใช่มั้ย อันนี้คือสาเหตุใช่มั้ย

อ่ะ ลองถามนักวิทยาการด้านเศรษฐศาสตร์ที่เขาส่ายหัวกันอยู่คือ

เฮ้ย ถ้าตอนนี้คุณกำลังจะเจอกับภาวะที่เรียกว่า stagflation เนี่ย

คือเงินเฟ้อก็ดันสูงมาจากต้นทุนการผลิต แล้วเจอกับ เอ่อเศรษฐกิจที่มันชะงักงันเนี่ย

อืม

ห้ามแจกเงินนะครับ

คือคุณเปิดตำราเศรษฐ์เลยว่าห้ามแจกเงิน

ครับ

แล้วปัญหาเนี้ย ประธานเฟด 3 คนเนี่ยเคยสู้กับมันมาแล้วนะ ตั้งแต่สมัยเบิร์นนะ ครับiมอร์นะครับ แล้วมาจบที่ Paul Walker เนี่ย

ครับ

เค้าต้องแก้ที่เงินเฟ้อแล้วต้องช่วย

อืม

แก้ปัญหาที่ภาคการผลิตก่อนนะ แต่วันนี้เราอยู่ดีบอกเฮ้ยจะมาแจกเงินคนละครึ่งพลัสอะไรจะทำอีกแล้วเนี่ย

คือถ้าเกิดคุณแจกเงินภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่เข้าใกล้สู่สภาพ stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจฟุบเฟ้ออ่ะ มันจะยิ่งทำให้เงินเฟ้อมันดันขึ้นมานะ

อืม อืม

แล้วคราวนี้จะเป็นปัญหาใหญ่นะ มันจะฝังลากลึก ซึ่งตรงเนี้ย

เราไม่เห็นความชัดเจนเชิงนโยบายของรัฐบาลไง ซึ่ง

อืม

รัฐบาลมีมือดีอยู่แล้วเนี่ยนะครับ อาจารย์เอกนิติเนี่ย

ถ้าพูดถึงว่า stagflation ไปถามท่านสินะครับ ท่านอาจจะบอกว่ามันอาจจะยังไม่ถึงตรงนั้น

ครับ

แต่ในวันที่มันเคยเกิด stagflation มันก็มาจากวิกฤตการน้ำมันนั่นแหละ

วันนีมันก็มาจากวิกฤตการน้ำมันใช่มั้ย คนไม่อยากขึ้นราคา

แต่ผู้ผลิตมันจำใจขึ้นไง เพราะมันอั้นไม่ไหวไง

ครับ

อืม

อีกประเด็นนึงอาจารย์คือรัฐบาลก็โดนเยอะ คือมันอาจจะโยงกับที่คุณวิโรจน์พูดด้วย คือมันกลายเป็นว่าพอไอ้ไอไอท่ามกลางการอธิบายหรือว่าการจัดการของเขาแบบนี้เนี่ย มันเลยเกิดช่องว่างและเกิดคำถามว่าคุณอุ้มนายทุนเปล่าวะ

อือฮึ

จนชาวบ้านชาวช่องเขาเชื่อกันอย่างงั้นจริงๆนะ กับสิ่งที่เกิดขึ้นจนกระทั่งคนนี้คุณอนุทินแกย้ำ 3 รอบอ่ะ บอกเฮ้ยผมผมไม่ได้อุ้มผมไม่ได้ไม่ได้มีแบบผลประโยชน์ทับซ้อน อันนี้มันเป็นสัญญาณอันตรายของรัฐบาลใช่มั้ยที่คน

ก็ถ้าเกิดประชาชนระแวงรัฐบาลก็เป็นสัญญาณอันตรายใช่มั้ยครับ คือรัฐบาลอุ้มนายทุนไม่ได้ ผมก็ผมก็เป็นคนนึงที่ระแวง ผมก็ไม่ค่อยเชื่อว่าจะไม่มีใครแอบอุ้มนายทุนอยู่ แต่ถ้าถามว่าในการอุ้มนายทุนเนี่ยมีใครใน ครม.ไปทำมาหากินด้วยไหมเนี่ย อันนี้ผมก็ตอบไม่ได้ แต่ความระแวงของประชาชนผมก็ระแวง เพราะผมรู้สึกว่ามันมีเรื่องที่มันยังตอบไม่ได้จนถึงปัจจุบันนะครับ ไม่ว่าจะ เป็นคุณพิพัฒน์ยังเป็นคนที่ดูงานสปก.หรือเป็นคุณเอกนิติ

อ่ะ อย่างเช่นเรื่องที่ผมอยากจะเห็นการเช็คบิลก็คือทำไมคุณไม่เช็คสต๊อกน้ำมันเก่า

คือเออ จนถาม

จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครยอมเช็ค

ไม่มีแล้ว ไอ้คนที่ไม่ยอมให้มีการเช็คสต๊อกน้ำมันเก่า ผมก็สงสัยไอ้คนนี้แหละคือคนอุ้มนายทุน

คือมันไม่ต้องใช้สมองระดับเป็นผู้นำประเทศหรือจบปริญญาเอกหรอกครับ มันคิดง่ายๆว่าถ้าเกิดมันมีคนมีน้ำมันเก่าแล้วมันมันมาขายอะไรในราคาน้ำมันใหม่ ไอ้คนที่ เป็นรัฐบาลเนี่ยจะมีนายกชื่ออะไรก็ตาม จะในรัฐบาลไหนเป็นแกนพรรคไหนเป็นแกนการนำก็ตามเนี่ย สมองของคนเป็นนายกเป็นรัฐมนตรีเนี่ย มันต้องคิดได้ว่าจะต้องไม่ให้มีใครสวมรอยเอาน้ำมันเก่ามาขายราคาใหม่

อ่า

คนเนี้ยแหละที่ไม่ยอมเช็คเนี่ยคือคนที่ผมสงสัยว่าอุ้มนายทุน 2 นะครับ ไอ้คนที่ผมสงสัยว่าอุ้มนายทุนคือไอ้คนที่มันไม่ยอมเช็คต้นทุนที่แท้จริงของราคาน้ำมันที่มันมีอยู่เดิมก่อนที่มันจะปล่อยขึ้น 6 บาท ไอ้คนเคือคนที่ผมใส่แบนทุนเพราะมันไม่ทำเรื่องที่ควรทำไง คุณไม่เช็คต้นทุนน้ำมัน คุณไม่เช็คจำนวนน้ำมัน

ก็แปลว่าคุณปล่อยฟรีให้ใครที่แบบจากกักตุนน้ำมันเนี่ยจะฟันกำไรเท่าไหร่ก็ได้ คนๆ นี้คือคนที่ผมสงสัย

ว่ามันคือทุนที่มีคนแอบอุ้ม

ก็คือแสดงว่าถ้าคุณอนุทินเขาอยากจะแก้ปมตรงนี้เพราะวันนี้เค้าย้ำ 3 รอบว่าเขาไม่ได้อุ้มเนี่ย

อืม

คืออย่างง่ายที่สุดให้ประชาชนเข้าใจเนี่ย อย่างที่อาจารย์ว่าคือเอา 2 ปมนี้ก่อน

ถ้าคุณอยากจะแก้ อยากถ้าอยากจะพูดและทำอย่างที่เป็นสโลแกนพรรคคุณเนี่ย เอาตรงนี้ก่อน

ใช่

เอ่อ เผยสต๊อกน้ำมันเก่าก่อน

อืม

อ่า แล้วก็อะไรอีกข้อหนึ่งนะที่บอกว่า

ต้นทุนน้ำมัน

เออ ต้นทุนน้ำมัน

ใช่ ต้องแต่คุณอนุทินแกอาจจะพูดถูกว่าแกไม่ได้อุ้มก็ได้ แต่คนอื่นอุ้มไง อ่า

ใช่มั้ยครับ คือคนผมก็ไม่รู้ว่าคนที่ควรจะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบสอนน้ำมันเก่าคือใคร

คนที่จะต้องตรวจสอบสต๊อกเราไม่ตรวจสอบคือใคร ผมไม่รู้ไงนะครับ แต่มันมีคนนึงที่มันต้องทำเรื่องนี้แน่ๆนะ มันไม่ทำอ่ะ คนนั้นจะชื่ออนุทินหรือชื่อใครผมไม่รู้นะครับ เพราะคุณอนุทินอาจจะพูดถูกว่าแกไม่ได้อุ้มก็ได้ แต่มันต้องมันต้องมีใครคนใดคนนึงที่มันอุ้ม

อ่า

ไอ้คนที่ไม่ยอมตรวจสอบนี่แหละ ไอ้คนไอ้คนที่ไม่เช็คยอดน้ำมันเก่าและไม่เช็คต้นทุนน้ำมันเก่า

อืม อืม

อืม

เราปล่อยให้มันมาขายในราคาใหม่ ไอ้คนนั้นแหละคือคนที่แอบอุ้มนายทุน

ไอ้แค่แก้ว่าเอาคุณพิพัฒน์ออกไปไม่พอใช่ไหม

ไม่พอครับ ไม่พอครับ เพราะว่าผมก็ไม่อยากพูดแรง เอาอย่างงี้แล้วกันนะครับ ผมก็เจอนักการเมืองคนนึงนะครับในรัฐบาลนะ ไม่ใช่ในฝ่ายค้านต้องด่ารัฐบาลอยู่แล้วใช่มั้ย นักการเมืองคนอื่นในรัฐบาลก็บอกว่าอาจารย์ คุณพิพัฒน์ออกตอนนี้มันมันมีประโยชน์อะไรอ่ะ

เออ

ปัญหาเรื่องของความสงสัยเรื่องการกักตุน หรือเฟสของการกักตุนทำราคาเนี่ย เรื่องมันจบแล้วใช่ไหม ช่วงที่เข้มที่สุดของการที่จะเอาต้นทุนน้ำมันต้นทุนเอ่อต้นทุนเก่าสต๊อกเก่ามาขายในราคาใหม่เนี่ย ช่วงที่หนักที่สุดมันจบไปแล้วใช่ไหม

คำตอบคือใช่

หนักที่สุดคือวันที่อยู่ดีๆพุ่งพรวด 6 บาท วันนั้นเนี่ยคือการปล่อยน้ำมันเก่ากำไรทันที 6 บาท เฟสพวกนี้ผ่านไปแล้วใช่ไหม คำตอบคือใช่ เพราะฉะนั้นออกตอนนี้เนี่ยมันมันไม่ค่อยมีประเด็นอะไรแล้ว ช่วงช่วงช่วงกรอบโกยของคนบางคนมันเลยไปแล้ว เอาอย่างงี้แล้วกัน

มันมีคำพูดนึงที่ผมพูดกันเองแต่ว่าเออ มันก็แรงจริงๆแหละ คือเอาแบบสุภาพคือมันมีคนได้ประโยชน์ไปแล้ว

อืม

แต่มันออกตอนนี้มันเออมันก็ออกเป็นการออกที่ดูฟังเสียงประชาชนน่ะ แต่ถ้าเกิดมันมีใครที่จะทำมาหากินเนี่ย กระบวนการทำมาหากินมันจบไปแล้วไง

ได้ไปแล้ว

มันได้ไปแล้ว เข้ากระเป๋าไปแล้ว

โอห

คือคือถ้าจะมองด้วยความเป็นธรรมจริงๆเนาะ คือมันก็มีข้อติดขัดทางด้านกฎหมายจริงๆแหละ ไอ้เรื่องน้ำมันเก่าข่าวก็คือว่าคือผมบอกให้ประชาชนเข้าใจนะว่าว่าผู้ค้าน้ำมันเนี่ยนะครับ หรือโรงกลั่นเนี่ยเขาไม่เคยปล่อยให้เอ่อคลังน้ำมันเนี่ยครับ หรือแทงค์เก็บน้ำมันว่างอยู่ละ ดังนั้นคำว่าน้ำมันเก่าก็คือว่าน้ำมันที่เขาซื้อมาเนี่ยนะครับตั้งแต่ราคามันยังไม่ได้เป็นราคาวิกฤตนะครับ คราวนี้เขาก็ได้มาในราคาปกติถูกมั้ย แต่พอราคาวิกฤตปุ๊บนะครับ ราคามันพุ่งเค้าได้กำไรทันทีถูกมั้ย

แต่โรงกลั่นหรือผู้ค้าน้ำมันเนี่ยเค้าก็มักจะเถียงว่าอ้าวแล้วถ้าเกิดในช่วงที่ราคาน้ำมันมันลงล่ะ แล้วน้ำมันเก่าเก็เป็นน้ำมันแพงแล้วใช่มั้ย

ใช่ป่ะ แล้วถ้าเกิดราคาน้ำมันมันลงเนี่ยนะ ครับเขาก็ต้องขาดทุนสิ ทำไมตรงนั้นไม่มาช่วยเหลือเค้า ผมก็ต้องชี้แจงอย่างงี้ว่าบริษัทต่างๆ โรงกลั่นต่างๆเนี่ยคุณทำ hedging อยู่แล้ว คุณประกันความเสี่ยงอยู่แล้ว

อ๋อ

ดังนั้นน่ะคุณไม่ได้รับภาระอะไรแบบเต็มๆอย่างนั้นหรอก แล้วสังเกตมั้ย ถ้าเราตามข่าวดีพอราคาน้ำมัน

พุ่งปุ๊บ การปรับราคาที่หน้าปั๊มมันจะปรับตามแบบแทบจะทันทีอ่ะ

เออ แต่พอราคาน้ำมันตลาดโลกลง คุณจะอ้างว่าต้องรอระบายสต๊อกน้ำมันเก่าก่อนนะครับ คุณถึงลดราคาลงทันทีไม่ได้สังเกตเห็นมั้ย

ดังนั้นผมบอกอย่างตรงเนี้ย มันก็ฟังได้แต่ว่าคุณก็ทำ hedging อยู่แล้ว ดังนั้นเนี่ยรัฐบาลที่บอกว่าตอนนี้กฎหมายยังเรื่องของภาษีลาภลอยมันยังไม่มี ผมก็เข้าใจแต่ว่าคุณก็มี พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนี่ถูกมั้ย ที่มาตรา 14 ว 4 มั้ง คุณก็สามารถออกคำสั่งให้โรงกลั่นเนี่ยส่งกำไรที่เกินจากฐานปกติเนี่ย

อืม

เข้าสู่คลังได้ คือคุณจะได้เอาเงินตรงเนี้ยไปช่วยกองทุนน้ำมัน หรือไปทำนโยบายต่างๆเพื่ออุดหนุนกลุ่มเปราะบางถูกมั้ย แต่คุณก็ไม่ทำไง

เนี่ย อย่างน้อยอ่ะโอเค คุณอาจจะอ้างว่ากฎหมายไม่มีแล้วตอนนี้ คุณได้ขยับหรือยังล่ะ ไอ้ภาษีลาภลอย คุณจะไปแก้ประมวลรัษฎากรหรือยังล่ะ ก็ไม่เห็นการขยับตรงนี้

เออ

ใช่มั้ย แล้วดังนั้นเนี่ยผมคิดว่าเรื่องน้ำมันเก่าเนี่ย ผมว่าอย่างน้อยคุณต้องชี้แจงแล้ว 2 อีกเรื่องนึงคือค่าการกลั่น

ใช่

ผมโน้ตไว้ตรงนี้นิดนึงนะ ค่าการกลั่นเนี่ยจะไปด่าว่าโรงกลั่นไม่ได้เพราะค่าการกลั่นเนี่ยมันไม่เท่ากับกำไรสุทธิ

แต่โรงกลั่นเนี่ยได้ประโยชน์

เป็นผลพลอยได้จริง เพราะค่าการกลั่นเนี่ยมาจากราคาน้ำมันดิบ

ผลต่างระหว่างน้ำมันดิบกับน้ำมันสำเร็จรูป

และในช่วงตอนเนี้ยโรงกลั่นที่ภูมิภาคตะวันออกกลางเนี่ยหยุดชะงักถูกมาก มันเลยเกิดเค้าเรียกว่าความขาดแคลนของน้ำมันสำเร็จรูป แล้วราคาที่สิงคโปร์ตลาดที่สิงคโปร์เนี่ยเวลาเขาซื้อเป็นตลาดล่วงหน้าใช่มั้ย เค้าก็แย่งกันซื้อไง น้ำมันสำเร็จรูปมันเลยทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบน่ะมันห่างขึ้นเรื่อยๆ เชื่อมั้ยครับ ค่าการกลั่นโดยปกติก่อนสงครามเนี่ยห่างกัน 2 บาท

ตอนนี้นสูงสุดนะในเดือนมีนาคมเคยกระโดดไปถึง 17 บาท

ไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน และตอนนี้ ณ วันนี้ผมเช็คเลยนะ ผมเช็คเมื่อวานตอนกลางคืนค่าการกลั่น 13 บาท

ไอ้ช่องว่างตรงเนี้ยนะอ

เราด่าโรงกลั่นไม่ได้เพราะโรงกลั่นไม่ได้เป็นคนกำหนดค่าการกลั่น แต่คุณคือคนที่ได้ผลประโยชน์ ได้ลาภลอย เพราะจริงๆแล้วระบบการผลิตของคุณคุณก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไร คุณไม่ได้โดนลูกระเบิดอะไร ไอ้ตรงนี้แหละรัฐบาลจะจัดการอย่างไรล่ะ

อ๋อ อันนี้อันนี้คือปัญหาของรัฐบาลและ

เออ ค่าการกลั่นที่มันเกินฐานปกติอ่ะ

อืม

นะ คุณจะใช้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันมั้ยในการที่จะขอหรือสั่งให้ให้โรงกลั่นเนี่ยเขาเอา กำไรส่วนนึงที่เกินจากฐานปกติเข้าสู่กองทุนน้ำมันเพื่อจะได้กองทุนน้ำมันจะได้มีเงินในการที่จะไปอุดหนุนช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง หรือว่าอุดหนุนบางส่วนเพื่อชะลอการขึ้นราคาอย่างเงี้ย คุณไม่ทำไง พอสุดท้ายคุณใช้กองทุนน้ำมันคุณอั้นไม่อยู่ ลอยตัวอั้นไม่อยู่ลอยตัว แล้วตอนนี้เราพูดถึงอะไรฮะ การขึ้นการลดภาษีสรรพสามิตร

อ่า

ซึ่งมันก็ก็คือ 6 บาทกว่าแล้ว โดยประวัติศาสตร์เนี่ยที่เราเคยลดสูงสุดคือ 5 บาทต่อลิตร ลดภาษีสรรพสามิตรผมว่าอย่างงี้

แล้วมันจะกระทบอย่างอื่นด้วยกัน ไอ้ลดภาษี คือลดภาษีสรรพสามิตรเนี่ยไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ก็ทำได้ แต่มันมีผลกระทบต่องบประมาณ

เยอะๆ

อ่า อย่างน้อยคืออะไร พอรัฐบาลไม่มีงบประมาณลดลงถูกมั้ย

ก็ต้องกู้

แล้วกู้นี่ต้องเสียดอกร้อยละ 2.5-3% 5-3%

อืม

เอ้า ก็มีภาระที่ต้องแบกหนี้สาธารณะอีก มีภาระที่ต้องเอางบประมาณเนี่ยไปจัดสรรจ่าย คือดอกเบี้ยจ่ายคือเงินต้นอีก

อ่า

และคนหลายคนไม่รู้นะครับว่ามันมีภาษีเทศบาลที่ไปผูกกับภาษีสรรพสามิตร

อืม

ประมาณ 10% หมายความว่าถ้าเกิดลดภาษีสรรพสามิตร ภาษีที่ต้องไปอุดหนุนท้องถิ่นก็จะลดลงไปด้วย

อืม

โอกาสที่ท้องถิ่นจะพัฒนาก็น้อยลงถูกมั้ยฮะ หลายคนบอกว่าเฮ้ยหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น เราไม่เคยเห็นรัฐบาลมาไถเงินประชาชนเอาไปจ่ายเลยนี่ แต่คุณจ่ายด้วยงบประมาณที่มาจากภาษีของคุณ แทนที่เงินก้อนนั้นจะไปพัฒนาประเทศไปปรับปรุงสวัสดิการ คุณต้องเอาไปจ่ายหนี้ไง

คุณแลกด้วยการพัฒนา คุณแลกด้วยความอยู่ดีกินดีในระยะยาวไง

ดังนั้นผมถึงบอกว่าการจะลดภาษีสิทำได้มั้ ทำได้

ครับ

แต่กรอบมันก็คือ 5 บาทต่อลิตรนี่แหละ

อืม

ใช่มั้ยครับ แต่รัฐบาลทำไมไม่ทำอะไรกับภาษีลาภลอย

ไม่ทำอะไรกับกำไรส่วนเกินจากฐานปกติ

ที่โรงกลั่นได้

และหลายคนก็บอกไว้เลยท่านรัฐบาลไม่ทำอะไรนะ ในปี 2569 เนี่ยมีความเป็นไปได้ที่โรงกลั่นทั้ง 6 แห่งจะมีกำไรรวมกันเพิ่มขึ้นประมาณหมื่นล้านบาท

อันนี้เลยกลายเป็นจุดที่ทำให้คนมันค้อนหาใช่ไหมว่าคุณว่าคุณเอื้อใคร

คุณอาจจะไม่อุ้ม

เออ

แต่ถ้าคุณไม่ทำอะไร โอเค

คุณอยู่เฉยๆเนี่ย คุณก็เอื้อนายทุนแล้ว

อืม

เออ

เพราะฉะนั้นนี่คือโจทย์ต่อไปของรัฐบาลนี่เหมือนกันว่า ถ้าคุณอยากพิสูจน์ตัวเองว่าคุณไม่ได้อุ้ม ว่าคุณไม่ได้มีคือคุณอนุทินวันนี้แกย้ำคือแกย้ำจริงๆว่าเฮ้ยแบบผมไม่ได้มีประโยชน์ ผมไม่ได้จะไปต้องอุ้มใครเนี่ย ไอ้เนี่ย เส้นทางไหนยังมีเวลาที่จะพิสูจน์ตัวเองก็ อย่างเรื่องภาษีลาภลอยครับ มันมันคือเรื่องที่เคลียร์ที่สุดว่าทำไมคุณไม่ทำ

อ่า

แล้วตอนตอนนี้พรรคคุณมี 190 ที่นั่งอ่ะ

คุณทำได้

ถ้าคุณอยากจะพิสูจน์ตัวเอง ถ้าคุณอยากนี้คือวันนี้ต้องเด็ดขาดแล้ว

ใช่ ใช่

ต้องกล้าทุบต้องกล้าชนแล้ว

ใช่ ใช่ ผมว่าภาษีลาภลอยเป็นเป็นเป็นตัวชี้วัดที่ที่สำคัญ

นะครับ เพราะผมว่า

มันหาเหตุผลที่ไม่ทำไม่อ มันมีคนที่อยู่ดีได้ตังค์ฟรีๆ ภาษีลาภลอยคือภาษีส้มหล่นน่ะ โรงกลั่นนอนกระดิกเท้าอยู่บ้านน่ะนะครับ ทำทุกอย่างในชีวิตปกติแต่อยู่ได้กำไรเพิ่มมาระดับหมื่นล้านอย่างเงี้ย ภาษีส้มหล่น ภาษีลาภลอยแบบนี้มันควรจะต้องทำนะครับ แล้วตัวรัฐมนตรีเองอย่างคุณพิพัฒน์เองก็ไม่รู้เรื่อง แกก็บอกเฮ้ยทำอย่างงี้มันระบบเศรษฐกิจมันจะไม่ใช่ทุนนิยมเสรีมันจะเป็นคอมมิวนิสต์ไม่ใช่อ่ะ ใช่

อันนั้นอันนั้นคือความไม่รู้เรื่องแล้วอ่ะ คือมาได้ยังไงไง การเก็บภาษีมันเกี่ยวอะไรกับคอมมิวนิสต์น่ะ มันไม่เกี่ยวเลยไง เพราะฉะนั้น วันเนี้ยนะ ครับภาษีลาภลอยคือตัวชี้วัดแล้ว ผมยังสงสัยว่าคุณพิพัฒน์แกไม่รู้จริงๆเหรอ ว่าวะนี่มันไม่เกี่ยวกับคอมมิวนิสต์หรือแกล้งไม่รู้หรือเปล่า ผมก็ไม่รู้ไง รัฐมนตรีไม่รู้เรื่องง่ายๆพวกนี้ว่าภาษีลาภลอยเนี่ย ประเทศทุนนิยมก็ทำกันเป็นปกติ แต่ประเทศทุนนิยมที่เอาใจนายทุนเนี่ยมันจะไม่ทำ

เราเนี่ยเป็นสังคมที่เป็นทุนนิยมเหมือนประเทศอื่น แต่เราเป็นสังคมนิยมที่เอาใจในทุน ระบบเนี่ยเราเอาใจในทุน ห่วงนายทุนมากกว่าห่วงประชาชน

มันภาษีรับรอยคือเรื่องสำคัญครับ

สภาเองผมก็ยังคิดว่ารัฐบาลก็อาจจะต้องยอมนะ

จะหาทางปรับยังไงก็ตามนะครับ เพราะว่าสมมุติคุณตัดภาษีสรรพสามิตรลง 1 บาทเนี่ย มันก็โอเค รัฐเสียรายได้ไป 2,000 ล้านใช่มั้ยครับ แต่ว่าราคามันก็ลงมาแล้วก็พอราคาไอ้ภาษาเอ่อ ส่วนของภาษีสรรพสามิตรมันลงเนี่ยนะ ครับไอ้ตัวราคาน้ำมันเนี่ยมันก็จะดึงลงมา แล้วอย่างน้อยเนี่ยมันจะหยุดการพุ่งของราคาสินค้าและบริการได้

เออ คือหยุดเอฟเฟคที่มันตาม

ใช่ คือคือตอนเนี้ยผมคิดว่าการทำเรื่องภาษีสรรพสามิตรมันก็เป็นวิธีนึงที่คุณจะหยุดการขยับของราคาสินค้าและบริการไม่ งั้นมันจะพุ่งไปเรื่อยๆนะครับ แล้วผมคิดว่าตอนนี้เราเห็นแล้วว่าจากการประเมินของเอ่อนักวิเคราะห์นะครับด้านเศรษฐกิจนะ ครับจำนวนมากประเมินว่าพอราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรเนี่ย

อ่า

โอกาสที่ต้นทุนขนส่งจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 15-20%

โอ้

เงินเฟ้อ 6% นั่นคือฐานที่

โอเค

6 บาทต่อลิตรแต่ตอนนี้มันเป็น 14 บาทต่อลิตรแล้วเนี่ย ผมไม่รู้แล้วว่าตอนนี้โอกาสที่เราจะเจอ

ภาวะเงินเฟ้อเนี่ยมันจะแรงแรงขนาดไหน

อืม

ผมไม่รู้แล้ว เพราะฉะนั้นเนี่ยนะครับ อะไรที่จะหยุดการเงินเฟ้อ หยุดภาวะเงินเฟ้อได้เนี่ยผมว่ารัฐบาลก็ต้องรีบทำ

อืม เนี่ยอย่างวันนี้ผมดูข่าวคือเอ่อ บขส.ก็ไม่ไหวแล้วเบอกเต้องขึ้นทั้งรถตู้ รถมินิบัส รถทัวร์นี่ขึ้นหลังสงกรานต์ดีหน่อย แต่เรือเบอกเก็ไม่ไหว

เรือต่างๆ

ไอ้เรื่องมาตรการช่วยพวกค่าขนส่งเนี่ยผมคิดว่ารัฐบาลก็ยังทำช้า คือจริงๆมีการประกาศแล้วนะครับว่าจะอัดฉีดรู้สึกลิตรละ 3 บาทนะครับให้กับพวก รถทัวร์ รถบรรทุก หรือแม้กระทั่งมอเตอร์ไซค์ แต่ว่าวันนี้ถามจริงๆนะครับเงินมันมีหรือยัง คำตอบก็คือยัง อันที่ 2 คืออย่างรถบรรทุกหรือรถทัวร์หรือว่ารถตู้ที่เขาจะช่วยเนี่ย เขาช่วยเฉพาะกลุ่มที่มี GPS นะครับที่มันอยู่ในระบบซึ่งมันมีการจดทะเบียนแล้วก็ตรวจสอบได้ เพราะว่ามันจะเป็นการอุดหนุนตามจำนวนลิตร

อ่า

ทีนี้พวก รถทัวร์ พวกรถตู้ หรือว่ารถอื่นๆ รถบรรทุกที่มันไม่ได้อยู่ในระบบ GPS มันมีอีกเยอะไง

อืม

ไอ้ส่วนนี้จะช่วยเขายังไง หรือแม้กระทั่งมอเตอร์ไซค์ก็เหมือนกัน มอเตอร์ไซค์คนประเทศไทยนี่มอเตอร์ไซค์เยอะอยู่แล้ว

ผมก็ไม่รู้ว่า

เวลาว่ารัฐบาลจะช่วยกลุ่มมอเตอร์ไซค์เนี่ย เค้าจะช่วยเฉพาะกลุ่มที่มีการขึ้นทะเบียนแล้วซึ่งมันมีเท่าไหร่ละ่

นึกออกมั้ยครับ

ใช่

เนี่ยคือปัญหาว่าเห็นทิศทางของการช่วยในภาคขนส่งผมว่าเราเห็นทิศทาง แต่มันเป็นทิศทางที่ฝนมันตกไม่ทั่วฟ้า

ครับ

แล้วตังค์ยังไม่มาด้วย

อ่า

ไอ้ฝนตกไม่ทั่วฟ้าก็แย่นะ แต่ตังค์ก็ยังไม่มาด้วยเนี่ย อย่างงี้ไม่ไหว

อืม โอ้นี่แสดงว่าทั้ง 2 ท่านเห็นตรงกัน โจทย์ตรงกันว่าโอเคทั้งทำไมรัฐบาลโดนโดนวิจารณ์เยอะแล้วอะไรที่รัฐบาลควรทำแต่ไม่ทำ รวมไปถึงว่าโจทย์เรื่องของการช่วยเหลือที่นี้มันยังเข้าไม่ถึงจริงๆ

มันไม่ชัดเจน มันยังไม่ออกไง ตังค์มันยังไม่เข้าเลยอ่ะ คือมันมีแต่อากาศน่ะ

แล้วพอเป็นอย่างเงี้ย คือลองคิดดูแล้วบอกว่าเอ่อก็ลดภาษีสรรพสามิตรนั่นคือคุณแลกกับผลกระทบต่องบประมาณและการพัฒนาประเทศและการดูแลสวัสดิการของประชาชนแล้วก็หนี้สาธารณะนะ

อ่า

แต่นั่นก็คือผลกระทบก็กลับมาที่ประชาชนอยู่ดี

อ๋อ คือรับเหมือนเดิม กบข. หรือกองทุนน้ำมัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สุดท้ายคุณก็ต้องเก็บเงินคืนกองทุนก็คือประชาชนแบกรับอยู่ดี

แล้ว

ค่าการกลั่นที่มันไปถึง 13 บาทตอนนี้เคยโดดไปถึง 17 บาท สต๊อกน้ำมันเก่าที่กำไรทันที

อืม

และ

การวิพากษ์วิจารณ์ว่าถ้าคุณไม่ทำอะไรโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งอาจจะมีกำไรรวมกันเพิ่มขึ้นอาจจะหมื่นล้านหรือ 15,000 ล้านเนี่ย คุณจะไม่ทำอะไรเลยเหรอ

ถูก

เฮ้ยคุณสุดท้ายคืออะไร คุณก็จะคือ

โยนให้ประชาชนพอกองทุนน้ำมันแบกรับไหวลอยตัวเลย ลอยตัวเลย

ใช่ แล้วคุณก็ไปรับเอามาอ

เออ แล้วยังไงอ่ะ แล้วขณะที่ประชาชนกลุ่มเปราะบางวันนี้ที่บอกงบประมาณที่จะลงก็ยังไม่ชัด นโยบายก็ยังไม่ชัด ยังไม่ครอบคลุมเพียงพออย่างเงี้ย

คือ นี่ไง แล้ว

อันนี้คือเหตุที่เราประชาชนก็ควรจะโกรธได้ ตกลงแล้วผมจะมีรัฐบาลไปทำไม

อืม

อืมเค้าอ้างได้มั้ยว่าก็ตอนนี้เป็นรัฐบาลรักษาการอยู่ เดี๋ยวอำนาจเต็มเดี๋ยวมาแล้ว รอแป๊บนึงอาทิตย์หน้าเนี่ย

แถลงการชี้แจงว่าฉันจะทำอะไรไง

อ๋อ

คือความชัดเจนคืออะไร บอกเอ้ยตอนนี้ทุกคนรู้แหละว่าเป็นรัฐบาลรักษาการ

เออ

แต่คุณบอกต้องรีบแถลงนโยบายรับเพราะฉันต้องรีบทำตรงนี้ละ

ตรงไหนเรื่องภาษีลาภลอยผมฝากคุณปกรแล้วนี่ใช่มั้ยใช่ป่ะ

ครับ

คุณร่างไว้แล้วแล้วก็จะแก้ประมวลรัษฎากรยังไงเนี่ย

ถามว่าคุณปกรนี่สนิทกับ

กฤษฎีกาอยู่แล้วจะอ้างว่าไม่สนิทก็ไม่ได้

อ่า พรมาจากกฤษฎีกา

เออ ถูกมั้ย คุณไม่เห็นความชัดเจน คุณไม่เห็นความมุ่งมั่น คุณไม่เห็นประชาชนไม่เห็นความกวีกาวาสอะไรเลยไง

อืม

นี่ไง แล้วก็บอกผมคงไม่ได้ไปอุ้มนายทุนแค่คุณนั่งคดไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น ปล่อยให้นายทุนเค้าทำกำไรท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชน ไม่มีใครร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเนี่ย ประชาชนเขาก็รับไม่ได้แล้ว

อือ๋อ ที่บอกว่าจะเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขเนี่ย ไอ้สิ่งที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้มัน มันมันไม่เห็น

ก็ประชาชนก็เลยมีแขวนป้ายหน้าบ้านผมเห็นหลายบ้านแล้วไง

รวยไม่ไหวแล้ว วงเล็บเฉพาะพวกคุณแต่เค้าไม่ใช่คำว่าคุณนะครับ

เออ

คือผมว่าตอนนี้มันเป็นสภาพที่มันไม่ได้เป็นเรื่องที่

เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขแล้วมันเป็นสังคมที่

ยังไงอาจารย์

ประชาชนโดนเฉลี่ยทุกข์ แต่มันมีคนกินร่วมความสุข

โอโอ้นี้อันนี้แรงนะ

อ่อ ก็ข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างงี้ครับ ความ ความทุกข์มีทุกคนใช่มั้ยล่ะ

ใช่ ทุกข์เหมือนกันหมด

มีใครไม่ทุกข์มีมั้ยล่ะ

แต่มีคนสุขเฉพาะกลุ่ม

19:00 20:00 น. ต้องมาลุ้นว่าน้ำมันจะขึ้นมั้ย ถ้าขึ้นปุ๊บมีตังค์ไปเติมน้ำมันตุนไว้หรือเปล่า ทุกข์มั้ยล่ะครับ

อ้า ทุกข์สิครับ

ข้าวของแพงขึ้น ทุกข์มั้ยอ่ะครับ น้ำมันแพงขึ้น

นะครับ หมูแพงขึ้น ไข่แพงขึ้น

จะกินข้าวผัดกะเพราตอนนี้ต้องกินแล้วว่า กินไข่ดาวมันเปลืองหรือเปล่า

อืม ใช่มั้ย มันทุกข์ขึ้นเรื่อยๆ แต่ไอ้การกินรวบความสุขเนี่ย มันมีคนที่มันได้กินรวบจริงๆก็อย่างที่คุณวิโรจน์พูดนะครับ พวกที่มันได้กำไรจากส่วนต่าง พวกที่มันไม่โดนภาษีลาภลอย พวกที่มันได้กำไรจากค่าการกลั่นเป็นพิเศษอย่างเงี้ย คนเหล่านี้กินรวบความสุข

อืม

แล้วคนไทยมองเราก็มีความทุกข์มากขึ้นว่า อ้าวขณะที่เราทุกข์ คนที่ปกติรวยกว่าเราอยู่แล้วเนี่ยนะครับ รัฐบาลซึ่งควรจะทำหน้าที่ช่วยพวกเราให้ทุกข์น้อยลงเนี่ยนะครับ กลับไปปล่อยให้บางคนกินรวบความสุขต่อ

อืม

การที่ไม่ยอมผลักดันกฎหมายอย่างภาษีลาภลอยนะครับ มันคิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจาก การที่รัฐบาลเนี่ยทำให้คนบางกลุ่มเนี่ยกินรวบความสุข วันเนี้ยคนไทยความทุกข์เฟ้อนะ แต่คนที่กินรวบความสุขคนที่รวยขึ้นก็เฟ้อด้วยเหมือนกัน

อืม อืม

ทะลุเพดานนะครับตอนนี้

หรือเอ้ย หรือเราเข้าใจความหมายผิดหรือเปล่า บอกที่รวยไม่ไหวแล้วนี่รวยทุกข์รึเปล่า

ก็ลงกันครับ รวยไม่ไหว

ออลงกัน

หรือเค้าบอกเรารวยรวยทุกข์ไงอ่ะ คุณรวยไป รวยความทุกข์เดี๋

เอาจจะมีดอกจันก็ได้ว่าเอาจะระบุว่าใครที่รวยบ้าง ไม่ใช่เราอาจจะไม่ใช่เราอ่ะ แต่อย่างแต่อย่างงี้ผมเสิร์ฟนิดนึงคืออย่างงี้เดี๋หลายคนก็บอกว่าเฮ้ยที่คุณพิพัฒน์เข้าใจผิดอ่ะเนาะบอกว่า

เฮ้ยเราจะเป็นประเทศสังคมนิยมประเทศคอมมิวนิสต์

ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลจะต้องไปกำหนดราคาเอง ไอ้นั่นมันคือก่อนปี 2534 แล้ว

อ่า

คือการจะอ้างอิงราคาสิงคโปร์เนี่ยซึ่งเป็นราคาตลาดสากลทำได้

แต่คุณรู้ว่าปัจจุบันมันมีต้นทุนทิพย์ ค่าใช้จ่ายสมมติต่างๆเนี่ยเค้าเรียกว่าเป็น import parity คือเสมือนว่า

ราคาเนี่ยลงกัดเรากัดที่ประเทศไทยนะ

อืม

ถ้าเกิดคุณจะอิงราคาสิงคโปร์อยู่บ้างเราเห็นด้วยคือจะบอกว่าจะไปแทรกแซงราคาเนี่ยคงไม่ถูกต้องและแต่นี่คือคุณน่ะเอาราคาเสมือนว่านำเข้าน้ำมันจากสิงคสิงคโปร์ลงเรือแล้วขนมาขึ้นท่าที่ไทยอย่างนั้นน่ะ

ซึ่งจริงๆไม่ใช่

ซึ่งจริงๆคือเรากลั่นที่ไทยนี่แหละแล้วก็ส่งผ่านเฉยๆเออ

ดังนั้นเนี่ยค่าใช้จ่ายต่างๆเนี่ยที่เป็นค่าที่บอกต้นทุนต้นทุนทิพย์เนี่ยไม่จะเป็นเรื่องค่าน้ำมันลดลงได้มั้ย

ใช่ หรือค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าการระเหย ใช่มั้ยครับ คุณลดลงได้มั้ย ซึ่งหลายคนก็บอกว่ามันก็พอปรับลดลงได้ มันไม่ได้เยอะแยะหรอกนะครับ ประมาณสัก 1.6 บาทถึง 2.7 7 บาท คุณถือเอาวิกฤตคราวเนี้ยปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ำมันให้มันมีความเป็นธรรมได้มั้ย คืออ้างอิงราคาสากลแต่คุณตัดพวกต้นทุนทิพย์ค่าใช้จ่ายสมมติที่มันไม่เกิดขึ้นจริงเนี่ยออกหรือปรับให้มันอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้มั้ยอ

อืม

อ่ะ ภาษีลาภลอยคุณกำหนดเลยได้มั้ย

อ่า

ถูก หรือเรื่องไอ้สต๊อกน้ำมันเก่าอย่างน้อยคุณเคลียร์หน่อยได้มั้ย

ว่าเออ มีคนรวยจากสต๊อกน้ำมันเก่าไปเท่าไหร่

นะครับ แล้วอย่างน้อยๆเนี่ยข้ออ้างเนี่ยคุณต้องดีเฟนด์แทนประชาชนเนี่ยหลายคนบอกว่าเฮ้ยแล้วตอนนี้น้ำมันลงล่ะเค้าก็มีน้ำมันเก่าที่แพงคุณต้องไปรับขาดทุนมั้ยรัฐบาลต้องมาช่วยมั้ยตอนนั้นคุณทำอยู่แล้วใช่

อืม โอเค

คือรัฐมนตรีไม่ต้องพูด defend แทนผู้ประกอบการเยอะ ช่วยพูดแทนพวกเราให้เยอะหน่อยเอะ อาจจะแบบห่วงผู้ประกอบการห่วงผู้ประกอบการเห็นพูด

คือเอาอย่างงี้นะ คนที่เป็นรัฐมนตรีคุณลืมไปรือเปล่า คุณได้เป็นรัฐมนตรีเพราะว่าไอ้ 60 ล้านคนนะ

อ่า

คนที่เป็นรัฐบาล ณ เวลานี้ คุณได้ 190 เสียงนะ มีประมาณ 5 ล้านโหวตคุณนะครับ เจ้าของโรงกลั่นเนี่ยมันก็เป็นคนเท่าคน 1 คนนะ ครับคือถ้าคุณเลือกแต่จะเข้าข้างโรงกลั่นเป็นห่วงแต่กลุ่มโรงกลั่นเนี่ย แล้วคุณไม่เป็นห่วงคนอีก 60 ล้านคนเหรอ ไอ้ค่าความเป็นคนของเจ้าของโรงกลั่น 1 คน 2 คนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์พวกนี้มันมากกว่าความเป็นคนของคนไทยเหรอ

อืม

คุณเป็นนายกของคนไทยหรือคุณเป็นนายกของโรงกลั่น คุณเป็นรัฐมนตรีของคนไทยหรือคุณเป็นรัฐมนตรีของโรงกลั่นล่ะ

อือ อันนี้มันเลยเข้าแกปอีก

ถ้าอย่างงั้นไม่อย่างงั้นเลือกตั้งครั้งหน้าคุณก็ไปประกาศลงเลือกตั้ง ผมเป็นนายกสมาคมโรงกลั่น ผมเป็นรัฐมนตรีโรงกลั่น ผมเป็นประธานเครือข่ายกลุ่มโรงกลั่น

ไม่ต้องเป็นนายกของประชาชน รัฐมนตรีของประชาชน

อืม

เมื่อคุณเป็นคนของประชาชน คุณต้องปกป้องประชาชนเป็นหลัก ส่วนเรื่องโรงกลั่นมีปัญหาอะไรให้เขาแจ้งเข้ามา

อืม

แล้วคุณก็หาทางแก้ปัญหา แต่ต้องทำให้เราเชื่อว่าคุณเอาประโยชน์เราเป็นหลักให้ได้ก่อนไง

เพราะผลกระทบมันมันประชาชนมันกว้าง

เราจนกว่าโรงกลั่นนะครับ

กว้างกว่า

ไอ้คน 60 ล้านคนเนี่ย มันจนกว่าเจ้าของโรงกลั่นแน่นอนนะครับ ถ้ารัฐบาลรู้สึกว่าฟังโรงกลั่นกว่าฟัง 60 ล้านคนเนี่ย

อืม

รัฐบาลผิดปกติแล้ว

อันนี้ก็เป็นจุดที่รัฐบาลต้องประเมินให้ดีนะ เพราะมันเกิดความรู้สึกเอ๊ะ ผมเห็นหลายคนสะท้อนงี้จริงๆว่ากลายเป็นว่าเออ ทำไมทำมาทำไปเห็นข่าวที่มันออกมาเนี่ย ดูเหมือนเขาห่วงห่วงคนบางกลุ่มมากกว่าห่วงห่วงเรา

ใช่มั้ เรากลายเป็นว่าอ่ะมึงก็ไปรับเอา งั้นแต่

ข้อแต่ข้อเรียกร้องที่ผมพูดมันทำได้จริงนะ เราผมไม่ได้บอกว่าไปบีบคอโรงกลั่นว่าเฮ้ยขายเหลือลิตรละ 20 บาทนี้ไม่ใช่นะ เราไม่ต้องการบิดเบือนราคาตลาด แต่มันแก้ไขในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเพื่อให้ราคามันเป็นธรรมแล้วร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันได้

โรงกลั่นก็มีกำไรไปในระดับที่เหมาะสม เติบโตในระดับที่เหมาะสม

อืม

แต่ไม่ใช่อยู่ดีเดี๋ยวดูน่ะฮะเดี๋ยวดุประชาชนทุกคนน่ะจับตาดูงบไตรมาส 1 ปี 69 งบไตรมาส 2 ปี 69 ของโรงกลั่นและงบทั้งปี 69

อ่า

จับตาดูเลย ถ้าเกิดปรากฏว่าโรงกลั่นรวยไม่ไหวแล้ว

อ่า

ไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บที่ไหน รวยไม่ไหวแล้ว

รู้เรื่อง

อย่างเงี้ยภาระ และความเป็นจำเลยจะตกกับคุณอนุทินใช่

เพราะฉะนั้นคุณจะแก้ไม่ได้แล้ว

คุณจะแก้นี่ไง รวยไม่ไหวแล้ว

อืม

โอหโอเค แต่มองชวนมองอีกมุมนึงเอ่อ อันเนี้ยเราอาจจะมองในเชิงนโยบายและเชิงเศรษฐกิจ แต่ถ้าเรามองจากมุมตรงเนี้ยมันก็มองผ่านมุมการเมืองได้เหมือนกันนะอาจารย์ ว่าสิ่งที่มันกำลังเห็นจากตอนเนี้ยมันสะท้อนได้เหมือนกันวิธีคิดหรือวิธีการบริหารของรัฐบาลเนี่ย มันมีคนวิเคราะห์หรือประเมินเหมือนกันบอกเอาจริงๆนี่รัฐบาลคุณทิมเนี่ยเดินตามแบบรัฐบาลพลเอกประยุทธ์เนี่ยนะ เวลาเจอวิกฤตในการแก้ปัญหาคือพึ่งราชการเอาหลังพิงราชการการแล้วก็อีกส่วนนึงคืออาจจะอ่าอย่างที่หลายคนสังเกตคืออาจจะเอาใจผู้มีอำนาจผู้มีผลประโยชน์

มากกว่าที่จะจัดการตรงเนี้ยอันเนี้ยมันอาจจะเป็นจุดที่เราตั้งต้นแล้วมองไปข้างหน้าได้ว่าเดี๋ยวหลังจากนี้ถ้าเกิดวิกฤตอะไรอีกอ่ะมันก็จะมาทรงนี้แหละ

ผมว่าก็พูดได้นะครับว่ารัฐบาลเนี้ยฟังข้าราชการเยอะ

นะครับ แล้วก็นโยบายที่ริเริ่มเองเนี่ยในการในการจะพยุงความเดือดร้อนของประชาชนเนี่ยมันน้อยเกินไปแล้วมันช้าเกินไปนะ ครับถามว่ามีส่วนมั้ยผมว่ามีส่วนจริงนะ ครับอย่างเช่นการช่วยเหลือประชาชนการเยียวยาประชาชนที่ล่าช้าเนี่ยนะครับมันช้าเกินไปจริง แต่ก็โอเค แต่ถ้าพูดอีกในอีกมิติอีกมิตินึงนะครับก็

ผมว่าเค้าก็มีความพยายามที่จะทำอะไรบางเรื่องเหมือนกันที่ที่ไม่ได้เป็นราชการ 100%

อย่างเช่นไอ้การที่ยอม

ขยับราคาขึ้น 6 บาทเนี่ยทุกคนที่ทำเนี่ยรู้อยู่แล้วว่าโดนด่าแน่

แกก็ยังกล้าขยับนะครับ อันนี้ก็ถือว่าไม่รู้จะพูดยังไงนะครับ เอาเป็นว่าโดยภาพรวมผมคิดว่ารัฐบาลนี้ฟังราชการมากเกินไปแล้ว ความริเริ่มสร้างสรรค์ของฝ่ายการเมืองนะ ครับของฝ่ายพรรคการเมืองเนี่ยที่จะเอ่อแอสความเดือดร้อนของประชาชนผมคิดว่ามีปัญหาจริง

อืม

นะครับ แล้วก็น่ากังวล น่ากังวลมีความพยายามจะไม่ให้เป็นอย่างนั้นอยู่บ้างแต่ มันยังไม่เยอะ

อืม

มันน้อยเกินไปอ่ะครับ มาตรการในการเยียวยา นะครับหรือมาตรการเชิงภาษีซึ่งฝ่ายราชการเขาเริ่มไม่ได้อย่างเช่นที่คุณวิโรจน์พูดอย่างเงี้ยนะครับ เรื่องภาษีลาภลอย เรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องค่าการกลั่น หรือส่วนต่างของกำไรอย่างเช่นเรื่องค่าขนส่งต้นทุนทิพย์เนี่ย อันนี้คือสิ่ง ที่ฝ่ายการเมืองต้องทำแล้วรัฐบาลไม่ยอมทำไง

อืม

ซึ่งซึ่งในความซับซ้อนของปัญหาปัจจุบัน ทั้งเรื่องของราคาน้ำมันและไอ้เรื่องสงคราม รวมถึงอนาคตซึ่งเรายังไม่รู้จะเจออะไรเนี่ย การทำงานโดยโครงสร้างแบบนี้มันอาจจะไม่เพียงพอมันอาจจะไม่ตอบโจทย์ใช่ป่ะถ้าเรามองจากสิ่งที่เกิดขึ้น

มันไม่ตอบโจทย์แล้วก็รัฐบาลเองก็ไม่มีเครื่องมือจะทำอะไรให้อะไรให้ดีกว่านี้ด้วยนะครับผมว่า

เราเราก็เข้าใจดีว่าคือภูมิใจไทยเนี่ยเขา ก็เพิ่งได้เป็นรัฐบาลเองแบบเป็นเจ้าภาพเองครั้งแรกเต็มไม้เต็มมือขนาดนี้

ใช่มั้ยครับ แล้วก็แน่นอนว่าภูมิใจไทยเนี่ยเขาอาจจะเก่งเรื่องทำให้ตัวเองชนะเลือกตั้ง

เก่งเรื่องการเมืองอ่ะ เรื่องการเมืองรวมเสียง ส.ส. ทำได้ดีใช่ๆชัดเจนอ่า

ปัญหาของภูมิใจไทยนะครับเดี๋อ่านในบทความที่ผมเขียนในนิตยสารนี้ขายของได้คือผมบอกว่าคุณอนุทินเนี่ยเป็นรองนายกแล้วอยู่ใน ใน

ในโครงสร้างอำนาจมาตลอดนะ

62-69 นี่ 7 ปีแล้วนะ เป็นคนที่เป็นรองนายก

มากที่สุดในประเทศนี้แล้วนะ

แต่ถามว่าเราจำนโยบายอะไรของคุณอนุหรือภูมิใจไทยได้มั้ย

ก็มีกัญชาไง

มันมันควรมั้ยล่ะ จำได้แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว โอเค

7 ปี 8 ปีอ่ะ เพราะงั้นผมว่าจุดอ่อนภูมิใจไทยคือไม่เก่งเรื่องการทำเรื่องนโยบาย อันนี้คือต้นทุนพรรคเป็นแบบนี้ไม่เก่งเรื่องการทำนโยบาย เพราะงั้นพอไม่เก่งเรื่องการทำนโยบายนะครับ แล้วมาเจอวิกฤตเนี่ยมันก็เลยไปกันใหญ่ไง เมื่อเขาไม่เก่งเรื่องการทำนโยบายเขาก็ต้องพึ่งข้าราชการ ทีนี้เมื่อพึ่งข้าราชการเนี่ย ข้าราชการก็ทำตามกฎกติกาอยู่แล้ว

เก็ได้ประมาณเนี้ย

อืม เพราะงั้นฝ่ายการเมืองวันนี้เนี่ยนะ ครับอ่อนจริง เพราะฉะนั้นพออ่อนจริงเนี่ย คุณอนุทินต้องเป็นคนรับผิดชอบมากที่สุด เพราะว่าคุณไปพึ่งคนอื่นใน ครม.ไม่ได้อ่ะ ใช่มั้ย กลุ่มลูกเทพอย่างเงี้ย

นะครับ กลุ่มลูกท่านหลานเธอ 14 คนอย่างเงี้ย แก๊งลูกมันเกิด 9 คุณจะให้มันคิดนโยบายอะไรอ่ะ

นะครับ คนเป็นนักการเมืองเนี่ย รัฐมนตรีคนนึงกว่าจะรู้งานเนี่ยใช้เวลาประมาณครึ่งปี

อืม

คุณอนุทินวันเนี้ยนะครับ คุณต้องเป็นนายแบก รัฐบาล

อ่า

ถ้าคุณอนุทินเป็นนายแบกรัฐบาลไม่ได้ อนุทินพลัสจะเป็นอนุทินพลัง

โอห

มันก็จะเหนื่อย คือโอเค อันนี้ยกยกตัวอย่างเปรียบเทียบนะ

ครับ

เอ่อ อย่างสมัยคุณทักษิณยุคไทยรักไทย คือนั้นแกแบกรัฐบาลได้

คือคือหมายถึงว่าแกสามารถที่จะใช้ความคิดของแกเนี่ย ครม.แล้วก็ข้าราชการว่าฉันจะเอาแบบเนี้ย

แล้วราชการต้องตาม คือแกมีไอเดีย

แต่ว่าพอมาถึงโจทย์ตรงเนี้ย

พอในระดับ ครม.มันเซิร์ฟไม่ได้ปุ๊บเนี่ย มันก็เลยกลายเป็นว่าก็ต้องมาพึ่งราชการ แล้วทีนี้มันก็จะวกกลับมาที่ตัวผู้นำคือคุณอนุทิน

ซึ่งคุณอนุทินถ้าทำได้ก็รอดไป คือถ้าแกนำได้ก็รอดไป แต่ถ้าทำไม่ได้ก็เหนื่อยใช่ แต่แต่ผมว่าก็ต้องดูว่าหลังจากนี้คุณอนุทินจะทำได้หรือเปล่า เพราะว่าอย่าลืมว่าตอนที่ คุณคุณอนุทินอยู่ภาคธุรกิจบริษัทของพ่อแก

ตอนนั้นชื่อดังนะ

เกือบจะล้มละลายนะ

ติดหนี้ติดสินเป็นหลายพันล้านเลยนะ คุณอินมาแกก็ทำให้บริษัทมันกลับมากำไรได้ ผมก็หวังว่าแกจะมีศักยภาพ เพราะว่ามันคือการช่วยคนไทยทั้งประเทศ มองยังไงอันนึงเนี่ยที่ผมสันนิษฐานเนี่ยเนาะว่าแกตัดสินใจตามข้าราชการจริงๆเนาะ คือจังหวะที่การปรับขึ้นละลอกแรก 6 บาทนะครับอ

คือตอนนั้นเนี่ยผมประเมินไว้ว่า

คือ กองทุนน้ำมันมันแบกไม่ไหวแล้วครับ วันนั้นเนี่ยทะลุ 2,000 ล้านต่อวัน

ใช่ๆ

มันแบกไม่ไหวครับ มันมันมันอั้นจนอั้นไม่ไหว มันคือแบกจนแบกไม่ไหวก็เฮ้ยฉันลอยเลย แต่ถ้าเกิดคุณทยอยปรับทีละบาท 2 บาท บาท 2 บาทไปเรื่อยๆแล้วแล้วบอกความจริงกับประชาชนน่ะ มันจะไม่มีช็อตช็อ 6 บาทต่อลิตรถูกป่ะ

แต่คราวนี้พอไอ้ 6 บาทต่อลิตรเนี่ยคือแต่เดิมอ่ะเค้าคงไม่อยากไม่มีนักการเมืองคนไหนอยากจะขึ้นหรอกแต่ก็แบกไง แต่พอแบกจนไม่ไหวปุ๊บออไม่ไหวขึ้นเลย 6 บาท แล้วผมเลยรู้สึกว่าเค้ามีดัชนีมีเส้นว่าจะต้องไม่แบกเกิน 2,000 ล้านต่อวัน

อืม

เนี่ย แล้วพอตอนนี้น่ะผมเคยคำนวณนะ ถ้าเกิดตึงไว้ตั้งที่ 30 30 บาท 29.94 94 เนี่ย จนถึงตอนนี้นะ วันนึงกองทุนน้ำมันเนี่ยต้องรับประมาณ 3,000 กว่าล้าน โอ้โห 3 ซึ่งไม่รับไม่ไหว ทุกวันนี้ที่บอกโดนไป 44 บาท 24 สตางค์ใช่มั้ย 14 บาทเนี่ยกองทุนน้ำมันเนี่ยยังแบกอยู่ลิตรนึงก็ 17.78

อืม

บาทต่อลิตร 17.78 78 สตางค์คำนวณมานะ ทุกวันนี้ยังแบกอยู่วันนึง 1,700 กว่าล้านเลย หนักจริงๆนะครับ ดังนั้นเนี่ย

คือถ้าคุณแบบวิ่งตามสถานการณ์แบบเนี้ย แล้วสุดท้ายแล้วกองทุนน้ำมันมันจะเอาไงอยู่อ่ะครับ คุณไม่หาจังหวะที่จะหาอะไรที่จะมาเติมเข้ากองทุนน้ำมันเลยอ่ะ กู้เหรอ กู้เดี๋ยวก็เป็นหนี้สาธารณะ

อืม

กู้ก็ต้องเอางบประมาณไปจ่ายดอก

เอาแล้วไงอ่ะ แล้วตกลงแล้วโรงกลั่นน่ะ

ถูกอ

อ้าว คุณไม่ทำอะไรเลยเหรอ ทั้งสต๊อกน้ำมันเก่าก้อนเก่าที่อยู่ดีราคาพุ่งพรวดก็กำไรปั๊บเลย

ลาภลอยคุณไม่เอาเลยเหรอ ค่าการกลั่นที่โดดไปถึง 13 บาท 17 บาทตอนนี้ 13 แต่เคยสูงสุด 17 คุณไม่ทำอะไรกับเค้าเลยเหรอ

ครับ

ต้นทุนทิพย์ค่าใช้จ่ายสมมติต่างๆก็ไม่ทำอะไรเลย

อืม

คือมันเฮ้ย ประชาชนก็ตั้งคำถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นน่ะ แล้วผมกลัวอย่างงี้เนี่ย ไอ้จังหวะที่ไอ้ 6 บาทเด้งขึ้นมาแล้วกองทุนน้ำมันเหมือนจะไม่ไหวแล้ว ผมคิดถึงรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธเลย

อืม

จำได้มั้ย ตอนนั้นลอยตัวค่าเงินคือเอากองทุนสำรองไปอุ้มๆ

สุดท้ายพอมันพังปุ๊บเนี่ยทีเดียวเนี่ย

แล้วพอไม่ไหวเนี่ย พอมันระเบิดมันระเบิดอ่ะ คุณประเมินความรู้สึกของประชาชนต่ำไม่ได้นะ

อืม

เพราะตอนนี้ถ้าเกิดมันคุณเจอภาวะที่เงิน

เฟ้อขึ้นพรวดๆ ต้นทุนพรวดๆ เกิดอะไรขึ้นครับ เดี๋ยวคนตกงาน เดี๋ยวธุรกิจ >> อือ >> บาดเจ็บเสียหาย ตอนนั้นมีม็อบมือถือนะครับ >> อือ >> ตอนนี้มี Line นะครับ >> อือ >> เดี๋ยวคุณจะเจอม็อบโซเชียลมีเดียนะครับ โอ ใช่ >> แล้วมันจะเละไม่เป็นท่านะ ผมบอกก่อน คุณประเมินความรู้สึกของประชาชน คุณประเมินความเดือดร้อน >> ความจนของประชาชนไม่ได้นะ >> อื >> คือการเมืองมันเป็นเรื่องมายา แต่ข้าวปลาเป็นเรื่องจริงนะ >> แสดงว่าในมุมคุณวิโรจน์เนี่ย เอ่อ นายกรัฐมนตรี คุณอนุทินเนี่ย ในมุมการเมืองนะ คือแค่อยากจะใช้วิธีแบบว่าสไตล์ defensive คือ ตั้งรับแบบเดิมไม่ได้แล้ว คือวันนี้ วันนี้ >> ไม่ใช่แค่ตั้งรับ ก็คือทำอะไรที่มันไม่ถูก การล่าขับรถ EV ป้ายแดงมาอย่างเงี้ย อื >> คุณว่าเออ คุณรู้สึกยังไงอ่ะ >> อือ >> ประชาชนเค้าไม่มีเงินซื้อรถ EV >> ป้ายแดงๆ แบบคุณหรอ >> อือ >> คุณอะไรอ่ะ >> อือ >> คือมันแต่ละเรื่องอ่ะ แต่ละมื้อ แต่ละอย่างเงี้ย ถูกมั้ย >> อือ >> แล้วผมบอกเนี่ย ผมเลยนึกถึง >> ยุควิกฤตต้มยำกุ้งนะ ยุคที่ม็อบมือถือ >> ล่อรัฐบาลพลเอกชวลิต >> อือ >> คือมัน มันตอนนั้นไม่มีใครจัดตั้งนะ มันมาจากความเดือดร้อน แล้วก็นัดแนะกันนะ แล้วยุคนี้มันมีโซเชียลมีเดีย ซึ่งสมัยนั้น >> โซเชียลมีเดีย คนไม่มี คนยังยอมจ่ายเงิน >> ค่ามือถือไอ้รุ่นกระดูกหมาเนี่ยนะ เพื่อ >> นัดแนะกันนะ อือๆ >> แล้วคุณยังไม่เคยเจอกลุ่มผู้ประกอบการเค้า >> ลงขันไล่คุณนะ >> อื จริง >> ถูกป่ะ >> จริง >> แล้ววันนี้มันเริ่มเป็นเงี้ย ล่าสุดเห็นมั้ย มีบางโรงงานที่พลาสติก >> ก็บอกเค้าต้องยุติกิจการเลย >> โรงงานเฮียเี่ยวปิดไปแล้วเนี่ยนะครับ >> โรงงานอะไรนะอาจารย์ >> เฮียเี่ยว เฮียเี่ยว >> ทำโรงงานพลาสติกอยู่แถวๆ บางพลี >> อ๋อ >> เจ๊งไปแล้ว 40 ล้าน >> โอ้โห >> เลิกดีกว่า >> รับโรงงานการทำไอ้คสมอที่เป็นไอ้แบรนด์ >> พวกทำเรือ เรือพลาสติก ท่อเทอร์ อะไรแบรนด์ใหญ่ >> ตกงานแล้ว 300 คน >> อ อย่างเงี้ย >> เนี่ย แล้วจะทำยังไงอ่ะ >> แล้วเดี๋ยวถ้าเกิดคุณปล่อยธุรกิจปิด >> คนตกงานมากขึ้น >> เดี๋ยวดูม็อบ Line ดู >> M็ Line ไม่ใช่ม็อบมือถือ นี่จะเป็น >> ม็อบ Line >> ใช่ๆ แล้ว SME ทุกวันนี้ก็ก็ SME ไทย ตั้งแต่ยุคโควิดยังไม่ฟื้นนะ >> โอย หนักเลยอาจารย์ >> ผ่านมาหลายรัฐบาลแล้ว SME ไทยเนี่ยยังไม่ฟื้นนะเจ้า จากยุคพลเอกประยุทธ์ มายุค >> เศรษฐา ยุคแพทองธาร ยุคอนุทิน เฟส 1 ก็ยังไม่ฟื้น พื้นแล้ววันเนี้ SE จะหนักที่สุดนะ >> แล้ว SE เป็นกลุ่มที่มีการจ้างงานแรงงาน >> เนี่ยสูงด้วย >> อื >> นะครับก็อย่างที่วิโรจน์พูดเนี่ยถูกนะครับ คือธุรกิจที่มันแบกไม่ไหวเนี่ยนะครับมัน >> จะกลายเป็นแรงกดดันกับนายก เพราะฉะนั้น >> มาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาเนี่ยมันต้องชัด >> แล้วมันต้องเร็วนะครับอย่างวันเนี้ยผมว่า >> มาตรการบางมาตรการก็คืออย่างผมออย่าง >> เรื่องไอ้ไอ้พวกพลที่เพิ่งพูดกันเนี่ยนะครับ >> ผมก็เรียกร้องว่ารอบถ้าเกิดจะทำ Plus เนี่ยรอบที่แล้วมัน 2,400 >> นะครับผมก็ผมก็เคยเสริมว่ารอบนี้ถ้าทำ >> เนี่ยอาจจะไม่ต้องถึง 2,000 1,400 นะ >> ครับแต่การเงินไปช่วยกลุ่มที่มัน >> หนักจริง >> เออ กลุ่มที่หนักจริง วันนี้เขาก็ประกาศแล้วว่ารอบเนี้ย 2000 >> Plus ทำต่อจากอายุที่ 2,000 >> เดือนละ 200 >> อ่า ผ่อนไปเดือนละ 200 >> คนก็บอกว่าเดือนละ 200 ให้ใช้อะไร >> ก็ก็นี่ไงมันมันปัญหามันวนลูปไปหมด เพราะฉะนั้นวันนี้นะครับเม็ดเงินมาขนาดนี้นะ >> ครับ 200 ก็คือช่วยรัฐบาลออกให้เราอีก 200 >> นะครับก็ก็หวังว่านโยบายอื่นที่เป็น >> แพ็คเกจรวมเนี่ยมันจะมันจะพยุงคนไหวแล้ว >> กันเพราะกลุ่มจนที่สุดเนี่ยคุณให้ให้ >> เดือนละ 100 เพิ่มวันละตั้ง 3.3 3 สตางค์ >> กลุ่มเนี้ยผมว่าน่าเกลียด >> แล้วถ้าคุณช่วยผ่านเรื่อง Plus จาก 2,400 เหลือ 2,000 เนี่ยนะเงินที่ช่วยคนจนสุด >> มันต้องเพิ่มใช่มั้ยคุณวิโรจน์ >> อื >> คือ >> Plus เนี่ยฐานเดิม 2,400 คุณเหลือ 2,000 แปลว่าคุณช่วยคนทั่วไปน้อยลง >> เยอะเลย >> คือ >> แปลว่าเงินที่จะต้องไปช่วยกลุ่มคนจนสุด >> เนี่ยมันต้องเพิ่มแต่วันเนี้เงินที่ช่วย >> คนส่วนใหญ่ลดนะครับช่วยทุกคนเท่ากันในลด >> แต่เงินที่ช่วยคนจนเนี่ยไม่เพิ่ม >> อื >> คุณผมคิดยังไงกับคุณนะครับผมเรียกร้องว่า >> เงินที่ช่วยคนทั่วไปเนี่ยไม่ต้องเพิ่มก็ได้ >> แต่เอาเงินไปเพิ่มในการช่วยคนจนที่สุด >> แต่ตอนนี้เงินช่วยคนจนที่สุดมันไม่เพิ่ม >> แต่ตัดเงินที่ช่วยทุกคนออกลิคมันคืออะไร >> ครับนอกจากขี้เหนียวขี้ตืด >> หรือไม่มีตังค์แล้วมีตัง >> แต่อยากจะทำ >> เออแต่คุณจะกู้แสนล้านไงแล้วเงินไปไหนอ่ะ >> คือผมขนลุกเลยนะจริงๆแล้วผมว่าคุณอนุทิน >> ครับปรึกษาอาจารย์เอกนิติก่อนเลยผมว่า >> อาจารย์เอกนิติเนี่ยรู้ดีครับว่าถ้าช่วงที่ >> เผชิญกับสภาวะที่เข้าใกล้ Stagflation เนี่ยห้ามแจกเงินนะครับ >> อื >> ห้ามแจกเงินที่ผมพูดจริงๆคือผมถามเนี่ยผม >> ว่าผู้ชมผู้ฟังเนี่ยที่ชมรายการเนี่ยก็ >> หลายคนก็เป็นนักเศรษฐศาสตร์หรือว่ามีพื้น >> ฐานเศรษฐศาสตร์อยู่แล้วนะไปเปิดตำราดู >> ได้เลยครับ Stagflation เนี่ยห้ามการคือการ >> แจกเงินไม่ช่วยนะครับแล้วก็จะดันเงินเฟ้อ >> ให้ทะลุทะลวงเพิ่มขึ้นอีกอีกด้วยซ้ำไปแต่ >> ว่าควรจะใช้เงินที่มีอยู่อย่างจำกัดเนี่ย >> ไปช่วยกลุ่มที่ถูกถูกต้องอย่างที่อาจารย์ >> ศิโรจว่ากลุ่มเปราะบางผู้ประกอบการขนส่ง >> ซึ่งเขหนักจริง >> ให้ทั่วถึงให้อยู่หมัดเพื่อคุมต้นเพื่อ >> คุมต้นทุนหรือค่าครองชีพของประชาชนให้ได้ >> ตอนนี้อ่าอย่างน้อยค่าไฟอย่างเงี้ยต้อง >> ชัดเจนแล้วว่าคุณจะ >> อ ใช่ >> คุณจะอั้นค่าไฟยังไงถูกมั้ยเพื่อไม่ให้ >> เป็นศึก 2 ด้านถูกมั้ย >> อ >> คือ >> คือไปคุยกับอาจารย์เอกนิตินะครับผมยืนยัน >> จริงแล้วณวันนี้ผมยืนยันว่าถ้าไม่มีความ >> จำเป็นที่จะไม่แจกเงินแล้วอธิบายว่ามาตร >> การที่จำเป็นเร่งด่วนกว่าในการอุดหนุนไป >> ที่ราคาปุ๋ย >> ถูก >> น้ำมันชาวประมง >> น้ำมันเกษตรกรอ >> นะค่าระบบขนส่งสาธารณะต่างๆนะครับอ่าถ้า >> ใครคุณขับรถส่วนตัวคุณคุณต้องรับผิดชอบ >> ตัวเองแต่อาจจะดึงเอารถเมล์ฟรีรถไฟฟรีมา >> ใช้ก็ได้หรือจะอุดหนุนค่าตั๋วรถไฟฟ้าบาง >> ส่วนผมก็ยังไม่ขัดเลยหรือ >> จ่ายเงินไปที่กลุ่มคนเปราะบางอุดหนุนค่าไฟ >> ฟ้าให้กับกลุ่มคนเปราะบาง >> ค่าไฟฟ้า >> หรือจะมีมาตรการภาษีนะครับให้กับบริษัทขนส่งว่านะหรือบริษัท >> ทั่วไปก็ได้ว่าบินหรือค่าใช้จ่ายขนส่งลด >> ภาษีเอามาคิดเป็นค่าใช้จ่ายได้กี่เท่า เพื่อเพื่ออุดหนุนภาษีไปเพื่อ >> ให้คนใช้คนส่งส่วนมวลชน >> เพื่อให้ค่าใช้จ่ายขนส่งที่มันเป็นต้นทุนที่ >> มันเพิ่มขึ้นมาเนี่ยนะครับ >> เอ่อผู้ประกอบการต่างๆเนี่ยสามารถอั้นได้ >> ไม่ไปผลักภาระไปที่ราคา >> โ >> คือตรงเนี้ยผมว่าควรทำตรงนี้มากกว่าไงพอ >> เหอะมันจะกลายเป็นลบมากกว่าไงอ >> อ >> เนี่ยอันนี้คือสิ่งที่ว่านโยบายที่มันควร >> จะมาจากฝ่ายการเมืองไงคือต้องคิดให้ได้ >> แบบอย่างเงี้ย >> อ่า >> นึกออกมั้ย >> สิ่งเนี้ยคือสิ่งที่ฝ่ายการเมืองควรจะ >> ต้องคิด >> อ่า >> แต่เค้าดันไม่ได้เป็นรัฐบาลไง >> เซ็งเลย >> ก็จริงๆต้องลองคิดดูนะสมมติว่าค่าใช้จ่าย >> ขนส่งเนี่ย >> คิดเป็นค่าใช้จ่าย 2 เท่าสมมุติผมคิดเร็วๆนะเพื่อจะได้รถหย่อนภาษี >> อื >> คือช่วยบริษัททั้งหมดเลย >> อ >> แล้วก็บริษัทขนส่งอ่ะคุณอาจจะให้คูปอง >> ในการเติมน้ำมันเค้า >> ครับ >> แท็กแท็กซี่ >> อื >> รถมอเตอร์ไซค์รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างนี่คุณ >> ได้อยู่แล้วเพราะคุณเผ่านระบบทะเบียนอยู่ >> แล้วถูกมั้ย >> อือ >> คราวนี้ประชาชนก็ได้รู้ไงว่าอ้าแล้วบอก >> เฮ้ยแล้วมอเตอร์ไซค์ที่เค้าไม่ได้ขึ้น >> ทะเบียนก็นี่ไงก็ถือโอกาสว่านี่ไงเวลาคุณ >> เข้าระบบเถอะเพราะถ้าคุณเวลาคุณเข้าระบบ >> ปุ๊บรัฐบาลช่วยมันช่วยเร็ว >> อื >> อย่างงั้นใครที่ยังไม่เข้าระบบรีบดึงเข้า >> มาเข้าระบบซะ >> ถูกมั้ยอ่าแท็กซี่ >> รถเมล์อะไรอย่างเงี้ย >> อื >> คือมันต้องทำอย่างงั้นจริงๆคือผมไม่ได้ >> เก่งนะคือถ้าเกิดคุณอ่านหนังสือเรื่องการ >> เผชิญหน้ากับ Stagflation เขาก็เขียนแบบนี้ >> อื >> นะครับที่ผ่านมาเจอเก็ทำแบบนี้แหละไม่มี >> ใครแจกเงินในภาวะ Stagflation นะครับ >> อื >> ครับ >> เดี๋ยวเขาจะเถียงผมอีกว่าเลยว่าเฮ้ยคุณรู้ >> ได้ไงตอนนี้มันเป็นสภาวะ Stagflation แต่มันเข้าใกล้ไงมันเซฟ >> เซฟไว้ก่อนดีกว่า >> เออคุณก็ต้องแบบอยู่ใน Survival mode น่ะคุณต้องคิดในแง่ร้ายไว้ก่อนน่ะว่าคุณ >> เจอ Stagflation >> อื นี่จริงๆหรือเป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะคาด >> หวังจากคุณสุภจีจากคุณเอกเปลี่ยนนิติให้ >> ออกมาอย่างงี้หรือเปล่าแต่กลายเป็นไปออก >> คือมันเป็นโครงการที่อาจจะคิดไว้แล้วหรือเปล่า >> แต่มันมีจังหวะตรงนี้มาแทรกพอดี >> คือผมเล่าจริงๆนะตอนผมเรียนปริญญาเอกนะ >> ครับเศรษฐศาสตร์ที่นี่ได้เนี่ยผมก็เรียน >> กับอาจารย์เอกนิตินั่นแหละ >> แต่เรียนแต่เรียนอีกวิชานึงเออแต่ผมถึง >> เชื่อว่าท่านก็รู้นี่แหละ >> แล้ว >> ในสมัยนั้นน่ะอาจารย์ราเชนเนี่ยผมต้องพูด >> ถึงอาจารย์ผมนิดนึงอาจารย์ราเชนก็เป็นคน >> แปลครับว่าไอ้ Stagflation เนี่ยแปล >> ว่าภาวะเศรษฐกิจฟุบเฟ้อซึ่งในสมัยผม >> อาจารย์ราเชนเนี่ย >> รองศาสตราจารย์ ดร.ราเชนเนี่ยก็เป็นคณบดี เนาะของคณะพัฒนาการเศรษฐกิจก็แปลก Stagflation >> เป็นภาษาไทยว่าภาวะเศรษฐกิจฟุบเฟ้อ >> เออ >> อย่างเงี้ยแล้วก็สอนกันมาในตำราเศรษฐ >> เศรษฐศาสตร์นะฮะที่ทุกคนก็เรียนน่ะอ >> ผมยืนยันจริงๆ Stagflation ห้ามแจกเงิน >> โอเค >> อือ >> อ่ะนี้ถือว่าเป็นข้อเสนอเท่ากับว่าถ้า >> ประมวลจากอาจารย์ศิโรจและและคุณวิโรจ 2 ข้อใหญ่ผมว่า 1 ก็คือว่าสำหรับรัฐบาลคุณ >> อนุทินซึ่งต่อไปจะเป็น ครม.แบบอำนาจเต็ม >> แล้วเนี่ย 1 คือคุณต้องจะเรียกว่ามีภาวะ >> การนำที่ชัดเจนกว่านี้ในฐานะที่คุณเป็น >> ฝ่ายการเมืองถูกมั้ยคุณต้องกล้าตัดสินใจ >> คุณต้องเด็ดขาดกว่านี้แล้วคุณต้องมีอะไร >> ใหม่ๆมากกว่าแค่การ defensive แล้วก็ฟัง >> ข้าราชการอย่างเดียวในภาวะวิกฤตแบบนี้ 2 คือว่าคุณอย่าลืมบริหารอารมณ์ความรู้สึก >> ของประชาชน >> อือฮึ >> ใช่มั้ยเพราะว่าโอเคการตัดสินใจก็เรื่อง >> หนึ่งแต่อารมณ์ความรู้สึกของประชาชนนี่ >> เป็นสิ่งที่คุณต้องแคร์เช่นกัน >> เพราะไม่อย่างนั้นคืออย่างที่คุณวิโรจน์บอก >> เดี๋ยวจะเจอนะม็อบ >> ต่างตอนนี้ไม่มีแกนนำนะครับตอนม็อบมือถือ >> ยุคพลเอกชวลิตไม่มีแกนนำนะครับ >> ไม่มี อือ >> ทุกคนสื่อสารกันผ่านมือถือกระดูกหมา >> เค้าเรียกกันจริงๆนะผมผมไม่ได้อยากใครนะ >> เรียกมือถือรุ่นกระดูกหมาเนี่ย >> ครับโอเคผมทิ้งท้ายไว้นิดนึงสำหรับนอก >> เหนือจากเรื่องการเมืองคืออาจารย์คุณเอ่อ >> คุณวิโรจน์มันมีประเด็นในสภาคือตอนนี้สภา >> เค้าเมีการอภิปรายกันอยู่ >> มันมี 2 ประเด็นเอาประเด็นใหม่ล่าสุดก่อน >> มันมีประเด็นที่มี ส.ส.ใหม่ อย่างคุณการดี >> อย่างคุณภาวุฒิเข้าไปแล้วบอกโอ้โห >> กลายเป็นสภาเหมือนทุกคนอยากพูดหมดเลยแต่ >> กลายเป็นซ้ำซ้อนเสียเวลามันทำให้เรื่อง >> บางเรื่องที่ควรจะไปได้เร็วมันช้า >> อือ >> ผมถามอาจารย์ก่อนเดี๋ยวค่อยถามคนที่เขาเคย >> อยู่ในสภา >> อาจารย์คิดว่าประเด็นเหล่าเนี้ยมันเป็น >> สิ่งที่สภาควรจะต้องมาคุยกันจริงจังหลัง >> จากนี้มั้ไอ้ประเด็นที่แบบพูดกันเยอะจน >> เกินไปแล้วบางคนบอกเอาจาก AI ด้วยแชท GPT เหมือนกันเลย >> อะไรประมาณเนี้ยในฐานะที่คนติดตามการ >> เมืองเนี่ยอ >> เอาอย่างงี้แล้วกันนะครับผมพูดดำรรวมคือ >> ผมไม่ค่อยชอบความเห็นในลักษณะนี้เท่าไหร่ >> ออ >> นะครับผมคิดว่าการพูดซ้ำในสภามีมั้ยมี จริง >> อือ >> นะครับแต่ถามว่าการพูดซ้ำมันเป็นปัญหา >> สำหรับสภามั้ยผมว่าถ้าถามผมผมคิดว่าไม่ >> ได้เป็นปัญหานะครับเพราะว่าสภามันมีไว้พูด >> อือ >> นะครับถ้าเกิดนักการเมืองคนไหนบอกว่าเฮ้ย >> สภาพูดซ้ำเยอะไม่ต้องพูดเยอะผมว่าคุณอย่า >> มาเป็นนักการเมืองในระบบสภาผู้แทนราษฎร >> เลยอ >> นะครับการที่มีคนพูดในเรื่องต่างๆเยอะ >> มันเป็นเพราะว่า 1 เเป็นตัวแทนของคนแต่ละ >> กลุ่มที่มันไม่เหมือนกัน >> อ่านะครับนักการเมืองระดับเขตก็เป็นตัว >> แทนเชียงใหม่เขต 1 บางคนเป็นตัวแทนลำปาง >> เขต 1 บางคนเป็นตัวแทนโคราชเขต 3 >> นะครับพวกนักการเมืองที่เป็นพวกบัญชีราย >> ชื่ออาจจะคิดว่าไอ้พวกนักการเมืองระดับ >> เขตนี่มันกระจอกมันบ้านนอกมันไม่รู้ >> เรื่องมันพูดซ้ำเยอะไม่เหมือนพวกกูซึ่ง >> เรียนปริญญาเอกรู้เรื่องต่างๆแล้วก็ดู >> หมิ่นดูแคนคนที่พูดเยอะว่าพูดเยอะไม่เห็น >> มีเนื้อหามีอะไรใหม่ >> แล้วถ้าคุณอยากจะเป็นคนที่ทำแต่เรื่อง >> เนื้อหามีอะไรใหม่ผมว่าคุณอย่ามาอยู่สภา >> อื >> นะครับคุณไปอยู่สถาบันติ๊งแต๊งนะครับคุณ >> ไปทำภาคเอกชนสักบริษัทนึงแล้วคุณเสนอความ >> คิดใหม่ๆของคุณไปแต่สภาเนี่ยการพูดซ้ำการ >> พูดเรื่องเดิมแต่มาจากหลายมุมมองหลาย >> กลุ่มเนี่ยสำหรับผมเป็นเรื่องปกติ >> นะครับผมทนได้ที่จะเห็น ส.ส.พูดซ้ำนะครับ >> ถ้าแต่ละเสียงที่พูดซ้ำเนี่ยเขาเป็นตัว >> แทนคนแต่ละกลุ่ม >> ครับ >> นะครับยิ่งถ้าเราเห็นการพูดซ้ำแต่ถ้าการ >> พูดซ้ำมันมีเยอะมันแปลว่าคนในประเทศมันมี >> ความกังวลกับบังหาบางเรื่องเยอะอ >> ผมว่าอย่างงั้นเป็นประโยชน์มากกว่าการที่ >> ใครจะมาบอกว่าเฮ้ย >> ไอ้พวก ส.ส.พวกนี้มันพูดซ้ำเยอะนะฉันอยู่ >> ภาคเอกชนคุยวันเดียวจบอ >> ผมว่าการทำงานพรรคเอกชนกับ ส.ส.ไม่เหมือน >> กันแล้วสภาคือการพูด >> อื >> ผมว่าคนที่เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ต้อง >> รู้หัดรู้จักฟังคนอื่นให้มากขึ้น >> อ >> อย่าคิดว่าฉันเคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย >> ฉันเป็นตัวท็อปแล้วรู้สึกว่าทุกคนกระจอก >> หมดมีแต่เรื่องซ้ำๆฉันไม่อยากฟัง >> อือ >> นะครับแล้วไอ้คำพูดที่ถูกดูถูกคนอื่นว่า >> เป็น ส.ส. AI นี่ผมก็ไม่โอเค >> อื >> นะครับผมว่าผมเป็นคนเขียนคอลัมน์ผมก็ >> เกลียดคนเขียนคอลัมน์ที่ใช้ AI ผมเห็นทุก >> วันนี้คนโพสต์ใน Facebook ใช้ AI ผมพูด >> ตรงๆผมก็ด่าในใจว่าโคตรกระจอก >> อือ >> นะแต่ถ้าคุณเป็น ส.ส.แล้วคุณไปดูถูก ส.ส.อื่น >> ว่าเป็น ส.ส. AI เนี่ยผมว่าปากไม่ดีไม่คุณ >> พูด 1 คุณรู้ได้ยังไงเอาอย่างงี้ก่อนสอน >> แล้วต้องใช้มันมีปัญหาตรงไหนฮะอ >> แต่ถ้าพูดอ่านอกเหนือจากเรื่องที่นอก >> เหนือประเด็นโอเคอันนั้นก็ตักเตือนกันได้ >> แต่ภาพรวมคือการพูดในเนื้อหาต่างๆเนี่ย >> มันก็มีสิทธิ์ที่เขาจะอธิบายหรือพูดได้ >> เค้าเป็นตัวแทนประชาชนนะครับแล้วสำหรับผม >> เนี่ย ส.ส.เขตชาวบ้าน >> อื >> ทุกคนก็อยากเห็นผู้แทนของเขาพูดอ่ะเมื่อ >> วานเนี้ยประเด็นที่พูดนี่คือเรื่อง PM 2.5 >> ใช่ >> ถามว่าประชาชนแต่ละเขตเขาอยากเห็นผู้แทน >> ของเขาพูดปัญหาเขามั้ยล่ะผมว่าคนลำปาง >> เขต 2 คนเชียงใหม่เขต 9 นะครับคนเชียงราย >> เขต 1 นะครับคนตากเขต 2 นะครับคนแม่ฮ่องสอน 2 เขต 4 เนี่ยเขาอยากเห็นหมดแหละว่าผู้แทนพูดแทน >> เค้าในสภายังไง >> อื >> ผมไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลยอ่ะครับ >> โอเค >> ชาวบ้านแต่ละเขตก็มีความเดือดร้อนเค้าอยาก >> เห็นผู้แทนที่เค้าพูดเดือดร้อนเนี่ยพูด >> แทนเค้าว่า >> ครับ >> แล้วดีมันมีใครก็ไม่รู้เพิ่งเข้าสภาครั้ง >> แรกเป็นนักการเมืองบัญชีกี่รายชื่อซึ่ง >> ได้คะแนนจาก ส.ส.เขตช่วยกันหาเนี่ยมาดูถูก >> คนระดับเขตว่าพวกมึงพูดซ้ำ >> กูอยู่ภาคเอกชนประชุมเร็ว >> ถามผมนะคุณลาออกไปอยู่ภาคเอกชนเถอะถ้าคุณ >> คิดอย่างเงี้ย >> อืมโอเคอ่ะในฐานะอดีต ส.ส.ประเด็นที่เค้า >> วิพากษวิจารณ์การพูดกันในลักษณะอย่างงี้มี >> ความเห็นยังไง >> คือการพูดซ้ำเนี่ยของ ส.ส.หลายคนเนี่ยมัน >> สะท้อนถึงความหนักหนาของปัญหานะครับ >> และจริงๆแล้วผมไม่เคยรังเกียจการพูดซ้ำ >> หรือการที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้ไทยราษฎรจะ >> เอาประเด็นที่ผมพูดไปแล้วมาพูดในอีกมิติ >> นึงหรือจะพูดซ้ำเลยก็ได้มันก็จะได้ย้ำว่า >> ประเด็นที่ผมพูดมันสำคัญจริงๆอย่างเช่น >> กรณีสแกมเมอร์อ >> เอายังไงดีอ่ะเอ้ยทำไมพรรคประชาธิปัตย์ >> พูดผมก็สนับสนุนเพราะว่านี่ไงจะได้เป็น >> วาระแห่งชาติซะที >> อื >> ใช่มั้ยงั้นช่วยพูดซ้ำช่วยพูดย้ำช่วยมา >> เดินร่วมกันกับพวกเราเถอะว่ามันเป็นปัญหา >> ระดับชาติจริงๆมันเป็น >> เอ่อทุนสกปรกที่มีความพยายามที่จะยึด >> ประเทศเราอย่างเงี้ยผมว่าการพูดซ้ำๆย้ำๆ >> มันสะท้อนถึงความหนักหนาสาหัสของปัญหานะ >> แล้วก็ผมว่าเรื่องเวลาคุณก็คุมโควต้าเวลา >> สิ >> แล้วแต่ละพรรคเนี่ยคุณก็คุมนะ >> สัดส่วนของเนื้อหาคุณแบ่งประเด็นเนื้อหา >> กันได้นี่ในแต่ละพรรคคุณก็มีวิปภายในของ >> พรรคคุณนี่ >> อ >> และในหลายกรณีแม้ว่าแกนหรือว่าท็อปปิกหัว >> ข้อมันจะเหมือนกันแต่การยกตัวอย่างไม่ >> เหมือนกัน >> ความเป็นผู้แทนราษฎรคืออะไรครับ >> คือคุณต้องไปรู้ปัญหาของชาวบ้านซึ่งแต่ละ >> พื้นที่ผู้ประกอบการก็ต่างกันถูกมั้ยคุณ >> ก็เอามายกตัวอย่างหรือเจาะในเซกเตอร์ >> ที่มันแตกต่างกันน่ะดังนั้นถ้าคุณบอกเฮ้ย >> คุณพูดประโยคเดียวก็พอแล้วแล้วคุณก็ออกกฎ >> หมายนั่นไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎรนั่นคือสภา >> นิติบัญญัติแห่งชาติ >> คุณอยากมาเป็น ส.ส.คุณรอให้เกิดการ >> รัฐประหารแล้วคุณก็ไปกอดท็อปบูท >> ถูก >> ขอให้เขาแต่งตั้งคุณมาเป็นสมาชิกสภา >> นิติบัญญัติแห่งชาติ >> ใช่ >> อ่า >> สภาผู้แทนราษฎรคุณต้องเอาความเจ็บแค้น >> ความเดือดร้อนปัญหาของประชาชนที่มีความ >> แตกต่างหลากหลายในสาขาอาชีพมาสะท้อนผ่าน >> สภาผู้แทนราษฎรแล้วถ้าเกิดมันหนักหนามัน >> จะมีการพูดซ้ำพูดย้ำถูกมั้ฮะ >> ยิ่งดี >> มันช่วยกันจี้ไง >> อือ >> อื >> อ้าอย่างงั้นสแกมเมอร์ไงโลมพูดว่าเฮ้ยพี่ >> ผมพูดก่อนพี่พี่ไม่ไม่ต้องพูดเอ่อผมกับ >> โรมพูด 2 คนพรรคประชาธิปัตย์ >> ไม่ต้องพูด >> บอกคุณไม่ต้องเคลื่อนเรื่องนี้นะผมเป็น >> เจ้าของประเด็นแล้ว >> เฮ้ย >> ใจแคบ >> อือื >> คือถ้าคุณอยู่ในสภาแล้วคุณคิดว่าสภาเนี่ย >> ควรจะมีคนคนเด็ดๆเจ๋งๆคนนึงพูด 1 เรื่อง >> แล้วแบบฉลาดที่สุดในสภาแล้วเป็นทิศทาง >> บริหารประเทศผมว่าคุณอย่าอยู่ในระบบ >> ประชาธิปไตยคุณไปอยู่ในกรีกยุคโซติสมันมี >> ระบบที่เรียกว่า philosopher king คือ >> ราชาปราชญ์ >> คุณย้อนไปอยู่ยุคนั้นเลยแล้วคุณตั้งตัว >> ว่าในเรื่องฉันฉลาดอยู่คนเดียวคนอื่น >> กระจอกไม่ต้องพูดอย่างวาระมหาชนซึ่งผมคิด >> ว่า ส.ส.หลายคนควรพูดเช่นอะไรบ้างอ่ะยาเสพ >> ติดอย่างเงี้ยแต่ละพื้นที่ก็มีบริบทของยา >> เสพติดที่แตกต่างกันอ >> คุณจะให้คนนึงพูดแล้วจบเลยเหรอมันก็พูด >> สั้นๆเนี่ยยาระบาดยาเสพติดระบาดแล้ว >> อื >> แค่นี้เหรอ >> เราต้องช่วยกันกำจัดยาเสพติดนะ >> เออแค่นี้เหรอแต่ว่าจังหวัดนี้เค้าก็มี >> ปัญหาอีกแบบนึงคนที่ดูแลด้านการบำบัดก็ >> มีปัญหาอีกแบบนึงถูกมั้ยต่อให้บำบัดเหมือน >> กันแต่ละพื้นที่ก็มีปัญหามีข้อจำกัดไม่ >> เหมือนกัน >> ถูกป่ะแล้วบางครั้งก็มีเห็นด้วยไม่เห็น >> ด้วยบางส่วนเห็นด้วยบางส่วนเห็นต่างเขาก็ >> มีหน้าที่ในการสะท้อนเพื่อถ้ามันนำมาซึ่ง >> การออกกฎหมายมันจะได้รอบครอบเพียงพอไง >> ครับ >> อื >> ดังนั้นผมคิดว่าถ้าเกิดคุณคิดว่าพูด >> ประโยคเดียวจบหรือพูดแค่หัวข้อจบไม่ต้อง >> เป็น ส.ส.ใช่ >> คุณรอกอดทู >> ใช่ >> ก็ให้เตั้งคุณมาเป็นสภานิติบัญญัติแห่ง >> ชาติอ >> แต่จริงๆชื่อเนาะภาษาอังกฤษ Parliament ใช่มั้ย >> สภาผู้แทนเนี่ยมันก็คือในในความหมายราก >> เดิมมันคือที่พูดอ่ะสถานที่ให้พูดอ่ะ >> ผมผมถึงอึดอัดว่าวันนี้เรามีบางคนที่ได้ >> เป็น ส.ส.เราไม่เข้าใจว่าทุกคนเป็นผู้แทน >> ราษฎรไงแล้วคุณก็ไปดูถูกเขาจากสิ่งที่ >> พูดว่าไม่เห็นมีอะไรใหม่ content ซ้ำเฮ้ยคุณ >> ค่าของการเป็นผู้แทนราษฎรไม่ได้ขึ้นอยู่กับ >> ใหม่นะฮะถ้าคุณอยากเป็นสาย content ใหม่คุณ >> เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยอาจารย์ >> มหาวิทยาลัยเนี่ยคืออาชีพที่ต้องมี content >> ใหม่มีการค้นพบใหม่ๆหรือคุณไป >> เป็น content creator >> content creator คือคนต้องทำ content ใหม่ๆแต่สภาผู้แทนราษฎรพูดได้ทุกเรื่อง >> ทั้งเรื่องใหม่และเรื่องเก่านี่คือข้อที่ 1 >> ข้อที่ 2 นะครับผมว่าคนเป็นสมาชิกสภาผู้ >> แทนราษฎรต้องเก่งเรื่องพูดและคิดแต่ที่สำคัญที่ >> สุดคือคุณต้องรู้จักฟัง >> โอ >> การเป็นผู้แทนคือคุณต้องฟังประชาชนและคุณ >> ต้องฟังตัวแทนประชาชนกลุ่มอื่นด้วย >> ถ้าคุณเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วคุณ >> รังเกียจการฟังหรือคุณรู้สึกว่าทุกคนที่ >> พูดกระจอกกับกูหมดกูฉลาด >> กูเรียนจบปริญญาเอกทุกคนสู้กูไม่ได้ >> อันนี้ไม่น่าใช่ >> คุณมีปัญหาเรื่องการฟังและเพราะผู้แทน >> ราษฎรทุกคนที่คุณอาจจะคิดว่าเขาไม่มีอะไร >> ใหม่เนี่ยนะ >> ชาวบ้านทั้งประเทศเค้าก็พูดซ้ำๆกันทุก >> เรื่องนะครับคุณไปถามคนไทยคุณคิดว่าคนไทย >> แต่ละคนที่เชียงใหม่ที่แพทย์ที่ลำปางที่ >> ลำพูนเนี่ยเค้าพูดเรื่อง PM 2.5 แต่ละคน >> ต่างกันมั้ย >> อื >> ก็บ่นถึงปัญหาเดียวกันน่ะแล้วคุณเป็น ส.ส. >> คุณรังเกียจคนที่พูดเหมือนกันคุณมีปัญหา >> เรื่องการฟังแล้วครับไอ้พวกบัญชีรายชื่อ >> กลุ่มเนี้ยคุณมีปัญหาเรื่องการฟังแล้ว >> อื >> พรรคต้นสังกัดต้องไปถามแล้วว่าคนเหล่า >> เนี้ยรู้จักหรือเปล่าว่าสภาคือการฟังคน >> อื่นด้วยเหมือนกัน >> นอกเหนือจากการพูดแล้ว >> อคือการฟังมันทำให้เราเค้าเรียกว่าเป็น >> การทานสอบทานซ้ำว่าเออเฮ้ยคนนี้คิดเหมือน >> กับเรานะเรามีแนวโน้มน่าจะถูกอ๋อแต่มีบาง >> ประเด็นที่ต่างกันอ๋อเป็นเพราะบริบทบางอย่าง >> ไม่เหมือนกัน >> ครับ >> มันก็ได้วิเคราะห์อ่ะครับมันทำให้เวลาเรา >> มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเนี่ยมันรอบคอบ >> แล้วเราจะต้องคำนึงถึงคนทุกภาคส่วนที่อาจ >> จะมีความแตกต่างกันน่ะอ >> ถูกมั้ยนี่แหละมันจำเป็นต้องมี ส.ส.ไง >> อือ >> ไม่งั้นก็ทุบโต๊ะดิออกนโยบายก็ฟังแต่ >> เทคโนแครตไม่กี่คนแล้วก็ทุบโต๊ะออกนโยบาย >> มาเลยสิอ >> มันนี่ไงคือสภาก็คือที่พูดและที่ฟังแล้ว >> ผมบอกเลยนะว่า ส.ส.ที่บอกว่าไม่อยากฟัง >> เพราะว่าคนอื่นพูดซ้ำๆคุณจะเป็น ส.ส.ที่ >> โง่ลงเรื่อยๆผมใช้คำนี้เลยแล้วคุณจะคิด >> ว่าตัวเองเก่งไงอ >> ใช่ >> อื >> แล้วหรือคุณจะเลือกฟังเฉพาะบางคนคุณจะไม่ >> คุณจะเลือกฟังแต่คนที่พูดศัพท์วิชาการนะ >> ครับพวกใช้ buzzword หรูๆเนาะแต่คุณจะไม่ >> ฟังถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านจริงๆไง >> อ้าอย่างพี่คนนึงที่ผมยกย่องกันเลยพี่นิ >> คนขยัน >> ออ >> พูดเรื่องยาเสพติดผมฟังพี่นิบ่อยมากเพราะ >> อะไรผมเห็นปัญหาที่เค้าอาจจะไม่ได้มีศัพท์ >> แสงอะไรแต่ผมเห็นถึงปัญปัญหาจริงๆแล้วนี่ >> ผมบอกผมแฟร์ด้วยเพราะพี่นิคือพรรค >> เพื่อไทยด้วยนะแล้วผมฟังทุกครั้งนะแล้ว >> ปกติผมก็รู้สึกดีที่พี่นิพนธ์ก็ตอนผมพูด >> เรื่องยาเสพติดแกก็เดินมาพูดกับผมอ่ะเฮ้ย >> ผมชอบคุณมากเลยอ่ะผมฟังคุณแล้วผมชอบเออ >> เนี่ยนโยบายยาเสพติดนั่นนู้นนี้ผมนั่งคุย >> กับพี่นิผมได้เรียนรู้ปัญหาจากรากหญ้า >> จริงๆว่าแล้วอย่างงี้ >> แล้วผมก็ไปสืบประวัติอย่าเรียกสืบประวัติ >> เรียกว่าผมก็ไปเสิร์ชดูพี่นิพนธ์คุยเป็น >> คนที่ทุ่มเททำงานเรื่องแก้ปัญหายาเสพติด >> ในพื้นที่แบบจริงจังจริงๆ >> อ >> แล้วผมได้ความรู้เยอะจริงๆ >> นี่ไง >> อื >> ถ้าเกิดอย่างนั้นฟัง >> แล้วมันไม่ใช่ AI ครับนี่คือของจริง >> แล้วถ้าเกิดผมไม่ได้ฟังพี่นิพนธ์น่ะผม >> เสียโอกาสแล้วผมก็อยู่บนหอคอยงาช้างแล้ว >> อื >> นี่ไง >> ครับโอเคอีกประเด็นนึงจะเป็นเรื่องในสภา >> เดี๋ยวผมขอถามคุณวิโรจน์ก่อนเพราะว่าคุณ >> วิโรจน์เห็นเพิ่งเพิ่งโวยไปใน Facebook คือ >> กรณีอาหารของ ส.ส.อ >> ต้องถามอดีต ส.ส.บอกว่ามันมันยังไงไอ้เพราะ >> เหมือนล่าสุดเนี่ยประเด็นที่มันถูกรีด >> ขึ้นมาคือหมอวง >> อ >> แล้วก็ทุกพรรคก็ตามกันไปหมดแม้กระทั่งว่า >> พรรคประชาชนก็มีมติออกมาไอ้เรื่องอาหาร >> กลางวันแต่คุณวิโรจน์ดูเหมือนว่าสิ่งที่คุณ >> วิโรจน์ออกมาอธิบายเนี่ยมันจะมันจะเป็นอีก >> มุมนึงสรุปปัญหามันอยู่ตรงไหนเรื่องไอ >> เรื่องไอ้เรื่องอาหาร ส.ส.เนี่ย >> คือทุกอย่างมันมีมันมีมันมีวัตถุประสงค์ >> ของมันเนาะตอนนี้เค้าจะตัดสินใจอะไรยังไง >> เนี่ยผมก็เคารพเค้าว่าเพราะผมไม่ได้อยู่ >> ในสภา >> แต่ก่อนที่คุณน่ะจะบอกว่าสิ่งนั้นดีหรือ >> สิ่งนั้นไม่ดีเนี่ย >> คุณน่ะต้องรู้จักวัตถุประสงค์ที่แท้จริง >> การประชุมสภาเนี่ยคุณรู้ดิ >> มาประชุมเนี่ยเงินเดือน ส.ส.เท่าไหร่แล้ว >> นาทีหนึ่งเท่าไหร่เค้าถึงบอกว่าเฮ้ยการ >> ประชุมสภามันควรต้องต่อเนื่องและการ >> พิจารณากฎหมายฉบับนึงเนี่ยมันต้องต่อ เนื่อง >> มันต้องห้ามหยุดไปพักกลางวัน >> หยุดไปพักอะไรก็ตามการหยุดพักจุดเบรก >> อะไรเนี่ยในการประชุมสภาเนี่ยถือว่าเป็น >> ความเสียหายอย่างมากถ้าไม่จำเป็นเขาจะไม่ >> เบรก >> ดังนั้นแรกเริ่มเดิมทีเนี่ยอาหารมันเป็น >> อยู่ในลักษณะแบบข้าวหม้อแกง 3-4 หม้อรีบ >> กินแล้วรีบกลับเข้ามาอย่าอย่ามีข้ออ้าง >> ว่าต้องออกไปกินข้าวไปกินข้างๆ >> อื >> แล้วรีบกลับเข้ามา >> ถูก >> กดออดอะไรรีบวางช้อนรีบกลับเข้ามา >> เออ >> นะให้องค์ประชุมมันครบเพื่อรักษาองค์ >> ประชุม >> เออ >> อย่ามาอ้างเรื่องกินข้าวนะครับ >> โอเค >> ดังนั้น >> ถ้าเกิดจะไม่มีอาหารแต่มันก็ผมพูดว่ามัน >> ก็มันก็ทุเรศไปจุดนึงคือว่าคุณลืม >> วัตถุประสงค์ไงแล้วมันก็คุณก็พัฒนากเป็น >> มาเป็นการจัดเลี้ยงไงซึ่งผมอ่ะไม่เห็น >> ด้วยกับการจัดเลี้ยงไง แต่ผมต้องการการอำนวยการให้การประชุมต่อ เนื่องไงหลายคนบอกว่าเอ้ยเดี๋ยวก็เอาแม่ค้า >> มาขายแล้วก็ซื้อเองสิผมตั้งคำถามกลไกใน >> สภาก็มีใช่มั้ยขอนับองค์ประชุมบางกฎหมาย >> ที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยถูกมั้ยก็แก้ปัญหา >> ด้วยกันไม่เป็นองค์ประชุมถูกป่ะแล้วหลาย >> ครั้งก็ประชุมก็ต้องยุติลงหรือเรียกว่าสะพาน >> ร่มถูกป่ะ >> ถ้าคุณบอกว่าก็ให้แม่ค้ามาขายสิแล้ววัน >> ที่มันมีกลไกทางสภา >> สภาร่มขึ้นมาเงี้ย >> แล้วแล้วแม่ค้าที่มาขายของอ่ะใครรับผิดชอบ >> ให้เค้าล่ะ >> อืเออ >> อก๊วยต๋งก๋วยเตี๋ยวข้าวที่เค้าเตรียมมา >> เนื้อสัตว์ที่เค้าเตรียมมาที่เค้าเอามา >> ขายอ่ะเออแล้วใครไปรับผิดชอบแทนเค้าล่ะ >> อ้าวแล้วบอกว่าเฮ้ยอย่างงั้นก็ลงไปกินโรง >> อาหารโรงอาหารเค้าดีไซน์มาสำหรับ ส.ส.ด้วย >> มั้ยหรือว่าเฉพาะข้าราชการแล้วข้าราชการ >> มีเวลาพักแค่ 1 ชั่วโมงแล้วต้องรีบกลับ >> ไปทำงานอยู่ดี ส.ส.เอาจานมาวางเกล้าบอกขอ >> โทษนะครับผมมีปากกามาจองไว้ก่อนแล้วครับ >> ข้าราชการเค้าก็รู้สึกกระอักกระอ่วนเออ >> แล้วที่นั่งล่ะเนี่ยคือผมถึงต้องถึงบอกว่า >> กลับมาที่ฟังก์ชันดีกว่ามั้ย >> อ่ะหลายคนก็บอกว่าเอ้ยทุกอย่างมันมีเหตุ >> ผลนะทำไมพื้นในห้องประชุมสภาจะต้องเป็น >> พรมรู้มั้ยไม่งั้นคนเดินเข้าเดินออกก็ >> เสียงก๊อบๆคนอภิปรายก็ >> รำคาญคนที่อยากฟังก็ไม่มีสมาธิจะฟังงั้น >> ก็เป็นพรหมพอเป็นพรหมปุ๊บทำไงเฮ้ยคุณจะ >> เอาเครื่องดื่มมาดื่มเอากาแฟมาดื่มอย่า >> เลยเพราะคุณสงสารแม่บ้านกันบ้างคุณอยากจะ >> ไปดื่มกาแฟคุณไปห้องข้างๆแต่ไอ้ห้อง >> ประชุมสุริยันเนี่ยนะครับไอ้ สัปปายสภาสถานเนี่ยคุณทำห้องอาหารแบบไป >> ไกลโพ้นไงจริงๆมันต้องอยู่ในพื้นที่ติด >> กันแบบห้องประชุมงบประมาณไงที่มันอยู่ >> ห้องติดถัดกันไงคุณจะไปเอาน้ำดื่มคุณ >> เอาไปกดแล้วคุณรีบกลับเข้ามาถูกมั้ยคุณ >> จะไปกินข้าวมีข้าวหม้อแกง 2-3 หม้อรีบกิน >> แล้วคุณรีบกลับมาประชุมงบประมาณ >> อือ >> มันต้องเป็นแบบนั้นไง >> อื >> เนี่ยผมนึกอยากให้เข้าใจถึงฟังก์ชันจริงๆ >> ของมันน่ะอย่างงั้นถ้าเกิดท่านโสภณซารัม >> จะตัดสินใจอย่างนี้ท่านต้องแบกการประชุม >> ที่ต่อเนื่องให้ได้ด้วยนะ >> อื >> ส.ส.ทุกคนทั้งพรรคประชาชนด้วยผมบอกทุก >> พรรคเลยถ้าตราบใดคุณไม่ปกป้อง >> วัตถุประสงค์ที่แท้จริงนะคุณต้องรับผิดชอบ >> กับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นพรรค >> ประชาชนพรรคประชาธิปัตย์พรรคเพื่อไทยพรรค >> ภูมิใจไทยคุณต้องประชุมให้ต่อเนื่อง >> อื >> คุณอย่าเสียตรงนั้นนะถ้าคุณอยู่ดีไปเบรก >> กลางวันองค์ประชุมให้ >> ไปกินข้าวนะผมจะด่าให้นะผมบอกก่อน >> แล้วโรงอาหารสมมุติคนเต็มเลยลงมาพร้อมกัน >> คำนวณดูสิว่าเงินเดือน ส.ส. 500 คนน่ะอ่า 100,000 เนี่ยนาทีหนึ่งเท่าไหร่อ่ะการ >> ประชุมแต่ละครั้งองค์ประชุมครึ่งนึงคุณ >> คิดก็ได้นาทีหนึ่งกี่ตังค์อ่ะแล้วกฎหมายแทน >> ที่จะผ่านได้อย่างแบบรวดเร็วผมเลยเสนอไง >> ว่าเฮ้ยเราคิดอย่างงี้ดีกว่ามั้ยอาหารปรับ >> ให้มันพอเหมาะพอสม >> แล้วใครไม่มาตัดเงินเดือนมัน >> อ๋อ >> ลงโทษมันแล้วที่สำคัญคือไม่ใช่แค่ตัดเงิน >> เดือนคืออะไรขึ้นในเว็บไซต์ของสภาว่า ส.ส. >> ที่ไม่มาประชุมมีใครบ้าง >> เออ >> แล้วตัดเงินเดือนมันตัดสวัสดิการมัน >> อือ >> เนี่ยประเทศชาติจะได้ประโยชน์กว่ามั้ยอ่ะ >> อืคือผมผมเข้าใจอย่างงี้แสดงว่าถ้าตามที่ >> คุณวิโรจน์อธิบายคือแรกเริ่มเดิมทีเอาแค่ >> ว่าหลังรัฐประหาร 57 ก็ได้ช่วงแรกของสภา >> คือยังมีข้าวกินแต่เป็นข้าวปกติที่เลี้ยง >> ส.ส.ถูกมั้ยคืองบแบบไม่กี่ร้อย >> แรกเริ่มเดิมทีมันไม่กี่ร้อย >> อ่าก็เป็นข้าวแกงธรรมดาอย่างงี้แหละ >> เออ ก็ข้าวหม้อแกง 2-3 หม้อก็อะไรเอา >> เออ >> สมัยก่อนเนี่ยผมจำได้เป็นปี 62 วิวัฒนาการ >> ผมเข้าใหม่ๆแรกๆนะมันเป็นเหมือนข้าวแล้วก็ >> มีลายอาหารต่ำแล้วก็มีบูทอาหารตามสั่ง >> ผมน่าจะกินอาหารตามสั่งก่อนเพราะผมกินไม่ >> เป็นเวลาผมมาปุ๊บอาหารมันหมดใช่มั้ยก็มี >> อาหารตามสั่งก็แล้วแต่สั่งกะเพราไข่ดาว >> ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอย่าง เงี้ย >> เออ >> แล้วก็อาจจะมีก๋วยเตี๋ยวแล้วก็มีอาหารฮา >> นะครับแค่นั้นแล้วอยู่ดีมันกลายเป็น >> วิวัฒนาการไปซะจนเป็นการจัดเลี้ยงเนี่ย >> ซึ่งผมก็บอกว่าไอ้แบบนี้ก็ทุเรศเพราะมัน >> ผิดวัตถุประสงค์ >> อ๋อ >> เพราะเขาอ่ะต้องการให้คุณกินด่วนแล้วรีบ >> ไปประชุมไม่ใช่ว่าคุณมานั่งลากยาว >> ในห้องอาหารซึ่งมันก็มีอย่างงั้นจริงๆ >> ถูกเปล่างั้นคุณกลับมาที่วัตถุประสงค์ดี >> กว่ามั้ยอ่ะแต่อย่างน้อยวันนี้คุณตัดสิน >> ใจไปแล้วนะไอ้ผมบางคนก็ทัวร์ลงผมนะแต่ผม >> บอกก็แล้วแต่แต่ผมปกป้องคุณค่าของ >> วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของมันไงแต่วันนี้ >> คุณเลือกแล้วนะว่าคุณจะเอานี้นะ >> คุณต้องประชุมให้ต่อเนื่องนะผมไอ้นี่ผม >> เป็นธรรมนะผมพูดถึงพรรคประชาชนด้วยนะ >> อือ >> เออคุณก็ต้องประชุมให้ต่อเนื่องด้วยนะแต่ >> ผมบอกว่าเฮ้ยคุณอำนวยการให้เค้าได้ประชุม >> ต่อเนื่องแล้วตัดเงินเดือนไอ้คนที่โดด >> ประชุมไม่ดีกว่าเหรอคนที่ทำให้สภาร่วมโดย >> ไม่มีเหตุ >> ครับ >> ที่เป็นแบบกลไกสภาคือบางครั้งผมก็เข้าใจ >> ไงว่ามันต้องมีการเช็คองค์ประชุมใช่ป่ะใน >> การกลไกของฝ่ายค้านไอ้ตรงนั้นเราไม่ว่า >> กันแต่ว่าอยู่ดีสภาร่มโดยที่ >> คุณโดดประชุมดื้อๆอย่างเงี้ยไอ้อย่างเงี้ยตัดเงินเดือนไป >> อื >> ถูกป่าเออทำไมเราไม่ทำแบบนั้นน่ะแล้วขึ้น >> ชื่อด้วยเพราะหลายคนนะ ส.ส.บางคนนะ >> ที่ผมบอกไงถ้าคุณตัดสวัสดิการเละตุ้มเป๊ะ >> ไปหมดนะสุดท้ายคุณจะมีแต่ ส.ส.แล้วเงิน >> เดือนผมไม่เอาก็ได้สวัสดิการผมไม่เอาสัก >> บาทผมพร้อมจ่ายเงิน 50 ล้านซื้อเสียง >> เพื่อให้ผมเข้ามาก็ได้ >> ถูก >> เพราะอะไรรู้มั้ยผมหาเงินเงินทอนจากผู้รับ >> เหมาได้มากกว่า >> อือ >> เออผมไปออกกฎหมายเอื้อให้นายทุนดีด้วยนะ >> เวลาผมตกงานไปนะผมก็ไปเป็นลูกจ้างนายทุน >> เลยไปกินเงินเดือนเป็นผู้บริหารนายทุนเลย >> เงินเดือนผมไม่เอาสวัสดิการผมไม่เอาผมได้ >> ประโยชน์อย่างอื่นเยอะกว่าตอนนี้ผมพูดถึง >> ส.ส.ทุกคนนะพวกคุณไม่รู้ตัวว่าคุณกำลังถูก >> ด้อยค่า >> อื >> คุณค่าของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร >> ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรคุณเป็น 1 ใน 500 คน >> จากคน 60 ล้านคนน่ะที่เป็นปากเป็นเสียง >> แทนเค้าอ่ะ >> อื >> คุณไม่เห็นคุณค่าในอาชีพคุณคุณจะกลายเป็น >> แค่คนกดปุ่มเขียวปุ่มแดงในสภาเหรอ >> อื >> เฮ้ย >> โอเค >> แล้วผมพูดอีกเรื่องนึงอ่ะผมกล้าทัวร์ลง >> เลยอย่างที่พูดถึงเรื่องบำนาญบำนาญเนี่ย >> คือแต่เดิมเนี่ยเป้าหมายมันเป็นอย่างนี้ >> ครับมันไม่ใช่ว่าแจกทุกคนเละตุ้มเป๊ะผม >> เห็นด้วยกับการว่าถ้าเกิดเนี่ย ส.ส.คนนั้น >> คนที่มาเป็น ส.ส.คุณต้องออกกฎหมายเอื้อ >> ประโยชน์ให้กับประชาชนคำนึงถึงผลประโยชน์ >> ของประเทศแล้วคุณไม่ต้องกลัวว่าถ้าเกิด >> เมื่อไหร่ที่คุณตกงาน >> คุณจะไม่มีรายได้ขอให้คุณมีจริยธรรมที่ดี >> ซื่อสัตย์สุจริตไม่คอร์รัปชั่นไม่มีผล >> ประโยชน์ทับซ้อนกับนายทุนออกกฎหมายเพื่อ >> ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนจริงๆ >> สมมุติถ้าเกิดคุณตกงาน >> มีเงินตรงนี้ช่วยเหลือ >> รับรองไว้อยู่ >> งั้นคุณแก้สิโอเคถ้าเกิดคนที่จะขอรับตรง >> นี้ต้องเป็นคนที่ตกงานจริงๆถูกมั้ย >> อ่า >> แต่ถ้าเกิดคนที่ออกไปแล้วเป็นผู้ประกอบ >> การเป็นกรรมการผู้จัดการไปถือหุ้นนั้น >> หุ้นนี้คุณไม่ต้องได้คุณออกไปแล้วคุณมีคน >> จ้าง >> อ๋อ >> คุณไม่ต้องได้ >> แต่ถ้าคุณออกไปแล้วตกงานแล้วที่ผ่านมาคุณ >> ไม่มีคดีเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น >> ไม่มีประวัติว่าโดดประชุมบ่อยอะไรเงี้ย >> ไม่มีไม่มีประวัติเรื่องของเอ่อผล >> ประโยชน์ทับซ้อนกับนายทุน >> อ่า >> คุณรับไปแต่เมื่อไหร่ที่คุณหางานได้คุณ >> เป็นผู้ประกอบการแล้ว >> ก็พักไว้ >> เอ่อกองทุนก็ก >> กลับคืนมาก็ไม่ให้ก็ไม่จ่ายแล้วคุณตอบ >> โจทย์มันสิคุณแก้ไขมันสิ >> อ >> อย่างงี้นะเป็นผมนะผมไม่อยากพูดว่ามีเยอะ >> ด้วยนะก็ตอนไม่ได้เป็น ส.ส.ก็ไปเป็นลูกจ้าง >> นายทุนใหญ่ >> อื >> พอมาอยู่ในสภาก็มาออกกฎหมายเอื้อนายทุน >> ใหญ่ >> ครับ >> ตกงานไม่ต้องกลัวเดี๋ยวกลับไปเป็นลูกจ้าง >> นายทุนใหญ่ เฮ้ยแล้วสุดท้าย ส.ส.มันจะเป็นอะไรอ่ะ >> อื >> ถูกมั้ยแล้วคุณรู้ป่าว่าคุณคุณเผมเปรียบ >> เทียบที่มันใหญ่กว่านั้นแล้วกันอย่าง >> ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเนี่ยเค้ามี >> บอดี้การ์ดตลอดชีวิตนะ >> อื >> เพื่ออะไรมั้ยตอนนี้คุณตัดสินใจคุณตัดสิน >> ใจเพื่อประเทศชาติเลยคุณไม่ต้องกลัวว่า >> ผู้ก่อการร้ายหรือผู้เสียผลประโยชน์ไหนจะ >> มาล้างแค้นคุณรัฐจะดูแลคุณตลอดชีวิต >> ล้างแค้นอืก็ฟังก์ชันเดียวกัน >> ก็ฟังก์ชันเดียวกันอะไรที่มันไม่ตอบ >> ฟังก์ชันมันดูหรูหรา >> แล้วมันหรือมันผิดวัตถุประสงค์คุณตัดออก >> ไป >> แต่คุณยังคุณต้องคงคงอะไรอ่ะคงฟังก์ชันของ >> มันเอาไว้ไงคุณอาจจะด่าผมก็ได้ว่าเงินเดือน >> แสนกว่าบาท >> คือเงินเดือนแสนกว่าบาทกับภาระอ่ะครับเออ >> เนี่ยคุณลองคำนวณดูสิใช่มคุณก็ต้องอธิบาย >> ถึงคุณค่าของงานนี่มีกระแสว่าจะตัดผู้ >> ช่วยอีกไอ้ผู้ช่วยบางคนเนี่ยนะครับผมยอม >> รับมันเอาไปขายกินมีบางคนอยากเป็นผู้ช่วย >> นอกจากส่งเงินเดือนคืนคุณแล้วนะยังจ่าย >> เงินให้คุณอีกเพราะฉันอยากเป็นผู้ช่วย ส.ส. >> ฉันเอาไปเบ่งได้อ้าวตำแหน่งในอะไรอ่ะ >> ในกรรมาธิการที่ปรึกษาหรืออะไรเงี้ยขาย >> ได้เครื่องราดด้วยเค้าขายกินกันแต่ ส.ส. >> หลายคนน่ะเค้าเอาว่าทำงานจริงๆเเป็นผู้ >> ช่วยจริงๆ >> อือ >> แล้วถ้าคุณยอมให้เค้าตัดอีกนะไม่ต้องมี >> มือไม้ทำงานแล้ว >> อื >> อันนี้คือการด้อยค่าเลย >> คุณด้อยค่า >> อื >> ความเป็นผู้แทนราษฎรของคุณทำไมอ่ะทำไมคุณ >> ไม่มีผมตำิพรรคประชาชนด้วยอ่ะอ้าอย่าง >> กรณีไทยรักษาชาติที่ถูกยุบถูกป่ะวันนั้น >> น่ะคุณกล้า Go against flow อ่ะคุณกล้า >> ยึดในหลักการแล้วคุณอธิบายเหตุผลเพื่อตอบ >> กระแสที่มันอาจครับไม่สมเหตุสมผลคุณทำให้ >> ประชาชนได้ฉุกคิดกลับมาที่หลักการที่ควร >> จะเป็นกลับมาที่วัตถุประสงค์ที่ควรจะเป็น >> ถูกป่ะแต่เรื่องนี้คุณเงียบอ่ะ >> อื >> ผมผิดหวังจริงๆอ่ะ >> คุณจะปล่อยให้ผมรับรถทัวร์รับเรือ >> เฟอร์รี่คนเดียวก็ได้แต่ผมยืนยันว่าผมพูด >> เพื่อฟังก์ชันของมันจริงๆ >> ครับ >> ทิ้งท้ายในฐานะประชาชนอาจารย์มีอะไรสัก นิดนเรื่อง >> ด้วยกับวิโรจน์ทุกเรื่อง >> โอเคปิดอย่างงี้เลยนะปิดอย่างงี้เลยนะ >> ผมรู้สึกเหมือนเคทุกเรื่องนะครับเรื่องนี้ >> เออเออโดยเฉพาะเรื่องอาหารที่คนพูดเยอะ >> อ่ะก็ถือว่าเป็นอีกมุมนึงเพราะว่าจาก >> กระแสที่ออกมาเหมือนมันไปทางเดียวกันแต่ >> ว่าเอ่อพอทันทีทันใดที่คุณวิโรจน์โพสต์ขึ้น >> มามันก็มีการถกเถียงแต่หลายคนก็เห็นด้วย >> สิ่งที่เกิดขึ้นก็เอานี้เอามาเป็นการแลก >> เปลี่ยนกันกับสิ่งที่เกิดขึ้น >> ผมว่าสังคมไหนที่โฟกัสในเรื่องการตัดค่า >> ข้าว ส.ส.นะครับแต่ไม่พูดเรื่องตัดข้าว ส.ว. >> สังคมนั้นมีปัญหาและ >> แล้วถ้าสังคมไหนพูดถึงเรื่องการตัดค่า >> ข้าว ส.ส.ตัดผู้ช่วย ส.ส.แต่คุณไม่พูดถึง >> เรื่องการตัดเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการ >> ระดับสูงจำนวนมาก >> ผู้บัญชาการทหารบกผู้พิพากษาองค์กรอิสระ >> คนเหล่านี้เงินเดือน 80,000 เงินประจำ >> ตำแหน่งทุกคน 50,000 40,000 >> ก็หลักแสนเหมือนกัน >> สังคมไหนที่คุยแต่เรื่องตัดเงินค่าเข้า >> ส.ส.แต่ไม่มีปัญญาคุย >> อ >> การตัดเงินเดือนค่าการระดับสูงซึ่งได้ฟรีๆ >> 50,000 40,000 >> อ >> ไม่มีปัญญาคุยเรื่องการตัดค่ารถประจำ >> ตำแหน่งของผู้บัญชาการทหารบกปลัดอธิบดี >> องค์กรอิสระ กกต.เบนซ์ 10 ล้านกระจอกครับ >> คุณมีปัญญาตัดแค่ ส.ส.แต่คนอื่นที่มันมี >> อิทธิพลกับสังคมมากกว่า ส.ส.คุณไม่กล้าแตะ >> อื >> มันคือสังคมที่ดูถูก ส.ส.อย่างที่วิโรจน์พูด >> นะครับ >> ออยู่เมืองดัดจริตอีกหน่อยอีกหน่อยไม่มี >> ใครอยากเป็น ส.ส.ครับมันมันโดนดูถูกมันโดน >> ด้อยค่าอื >> อ้ามีคนอยากเป็นเงินเดือนไม่เอาสวัสดิการ >> ไม่เอาวันๆหิ้วกระเป๋าเจมส์บอนด์ตามดนตรีไป >> คุยกับผู้รับเหมา >> ใช่ก็จะมีแต่ไอ้คนพวกเนี้ย >> โอ้ >> เออ >> อนึกถึงคำนี้ไงอยู่เมืองดัดจริตชีวิตต้อง >> ต้องป๊อบ >> โอเคขอบคุณอาจารย์มาก >> ขอบคุณ โอรวยไม่ไหวแล้ว >> ดูคลิปจบแล้วฝากกดไลค์กดแชร์กด Subscribe >> รวมถึง Super Thank ช่อง YouTube ปติชน >> มีกันด้วยนะครับ